<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>103590</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/05/2021 17:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/05/2021 17:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;ศิริราช&quot; เพิ่มจุดฉีดวัคซีนภายนอก รพ. ที่ไอคอนสยาม และ  ทรู ดิจิทัล พาร์ค รองรับ 1000คน/วัน เริ่มเดือนมิ.ย.นี้ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 พ.ค.64 -โรงพยาบาลศิริราช ร่วมกับ สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร &amp;nbsp;สภาหอการค้าไทย แถลงข่าว &amp;ldquo;ศิริราชรวมพล ภาครัฐ เอกชน ฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้ประชาชน&amp;rdquo; &amp;nbsp;เพิ่มจุดฉีดวัคซีนภายนอกโรงพยาบาล &amp;nbsp;ที่ไอคอนสยาม และ &amp;nbsp;ทรู ดิจิทัล พาร์ค &amp;nbsp;ให้กับประชาชนกลุ่มเสี่ยงที่มีสุขภาพแข็งแรง หรือมีโอกาสเกิดอาการข้างเคียงจากการฉีดวัคซีนน้อย ให้สามารถเข้าถึงการรับวัคซีนได้อย่างสะดวกรวดเร็ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา &amp;nbsp;คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล กล่าวว่า ในสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ที่สามารถควบคุมเชื้อไวรัสได้คือทุกคนต้องมีภูมิคุ้มกัน หรือที่เรียกว่าภูมิคุ้มกันหมู่ โดยมี 2 วิธีที่ทำให้มีภูมิคุ้มกันที่มากพอ คือ 1.การติดเชื้อโควิด-19 หากไม่เสียชีวิต มีแนวโน้มที่จะมีภูมิคุ้มขึ้น แต่ทุกๆ 100 คนของการติดเชื้อในเวลานี้ 2.1 คน เสียชีวิต ไม่มีใครรู้ว่าเราจะอยู่ใน 2% ที่เสียชีวิต หรือ 98% ที่รอด และ2.การฉีดวัคซีน ซึ่งในขณะนี้มีการฉีดวัคซีนกว่า 1,300 ล้านโดสทั่วโลก อัตราการเสียชีวิตลดลง และอัตราการเกิดภาวะรุนแรงจากการฉีดวัคซีนในต่างประเทศ 3-4:1ล้านคนที่ฉีดวัคซีน สำหรับประเทศไทยมีโรคบางอย่างน้อยกว่าประเทศแถบตะวันตกถึง 25% ซึ่งอัตราการเกิดภาวะรุนแรงจากการฉีดวัคซีนหรือภาวะลิ่มเลือดมีเพียง 1:1ล้านคนที่ฉีดวัคซีน ดังนั้นประเทศไทยจึงต้องเร่งการฉีดวัคซีนให้เร็วและมากที่สุด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ประสิทธิ์ กล่าวต่อว่า โอกาสที่จะสามารถควบคุมสถานการณ์โควิด-19 ได้ หรือ R 0 &amp;nbsp; ตัวเลขยิ่งน้อยสถานการณ์ยิ่งดี ปัจจุบันหากเป็นในโรงพยาบาลต่างจังหวัดมีหลายแห่งโอกาสแพร่กระจายต่ำกว่า 1 ซึ่งเป็นตัวเลขที่ดี และมีอย่างน้อย 16 จังหวัดที่ตัวเลข 0 แต่ในขณะที่กรุงเทพฯ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; R 0 อยู่ที่ 1.2 สะท้อนให้เห็นว่ามาตรการที่รัฐบาลออกมาในการจำกัดให้คน 1 คน ไม่พบเจอกับอีกหลายคนได้สำเร็จ ไม่มีการพบคลัสเตอร์ใหม่ เชื่อว่าไม่เกิน 2 เดือนนับจากนี้ตัวเลขผู้ติดเชื้อจะลดลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รศ.นพ.วิศิษฎ์ &amp;nbsp;วามวาณิชย์ &amp;nbsp;ผู้อำนวยการ รพ.ศิริราช &amp;nbsp;กล่าวเสริมถึงระบบการให้บริการสถานที่ฉีดวัคซีนนอกโรงพยาบาลว่า ขณะนี้นอกจากการฉีดวัคซีนในพื้นที่ รพ.ศิริราช 2 จุดที่ได้ทำมาเกือบ 2 เดือน ยังได้มีการจัดสถานที่นอกโรงพยาบาลเตรียมฉีดวัคซีนโควิด-19 ซึ่งจะเป็นการฉีดแอสตร้าเซนเนก้าเป็นหลัก ในอีก 2 จุด ที่ไอคอนสยาม และ &amp;nbsp;ทรู ดิจิทัล พาร์ค เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายคือ ประชาชนกลุ่มเสี่ยงตามประกาศของกรุงเทพฯอาทิ บุคลากรทางการศึกษา และกลุ่มอาชีพเสี่ยงหรือประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียง สามารถเข้าถึงการรับวัคซีนได้อย่างสะดวกรวดเร็ว โดยได้มีการเตรียมระบบให้วัคซีนที่ปลอดภัย และครบถ้วนทุกขั้นตอนจนถึงการดูแลและสังเกตอาการ เช่นเดียวกับที่ฉีดในโรงพยาบาล อีกทั้งยังมีรถพยาบาลประจำจุดฉีด หากเกิดอาการข้างเคียงที่รุนแรง ทางทีมแพทย์และพยาบาลจะทำการรักษา และนำส่งโรงพยาบาลใกล้เคียงทันที &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยจะมีการทดสอบระบบบริการฉีดวัคซีนให้กับอาสาสมัครและบุคลากรทางการศึกษาในโรงเรียนใกล้เคียงจำนวน 320 คน เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคมที่ผ่านมา ที่ ICONSIAM ART SPACE (ไอคอนสยาม อาร์ต สเปซ) ชั้น 8 และจะทดสอบระบบการฉีดวัคซีนให้กับบุคลากรทางการศึกษาและอาสาสมัครจำนวน 320 คน ที่ ทรู ดิจิตอล พาร์ค ในวันที่ 21 พฤษภาคม คาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการฉีดวัคซีนให้กับประชาชนที่ลงทะเบียนผ่านหมอพร้อมได้พร้อมจุดอื่น ๆ ในเดือนมิถุนายน และคาดว่าจะสามารถให้บริการฉีดวัคซีน 1,000 คน/วัน/สถานที่ ได้แก่ จุดฉีดวัคซีนที่ไอคอนสยาม จะเป็นประชาชนในพื้นที่เขตคลองสาน ธนบุรี บางกอกน้อย ส่วนทรูดิจิทัล พาร์ค จะเป็นประชาชนในพื้นที่เขตบางนา &amp;nbsp;พระโขนง และภายในสัปดาห์หน้าคาดว่าจะมีการขยายเพิ่มเตียงสำหรับผู้ป่วยโควิด-19 อาการปานกลาง-หนักอีก 36 เตียง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศุภชัย เจียรวนนท์ &amp;nbsp;ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวว่า นับว่าเป็นความร่วมมือที่สำคัญในการสนับสนุนพื้นที่ ทรู ดิจิทัล พาร์ค ซึ่งเป็นพื้นที่ฉีดวัคซีนนอกโรงพยาบาลที่ทันสมัยที่สุด โดยจะอยู่ที่บริเวณลานนอกอาคาร ชั้น 1 และ ชั้น 2 &amp;nbsp;ที่เปิดโล่ง อากาศถ่ายเทสะดวก ซึ่งได้นำศักยภาพในการเป็นผู้ให้บริการด้านการสื่อสารโทรคมนาคมดิจิทัลครบวงจร ทั้งเครือข่าย True 5G, 4G และ WiFi &amp;nbsp;มาอำนวยความสะดวก และสร้างความมั่นใจในความปลอดภัยสำหรับการให้บริการฉีดวัคซีนแก่พี่น้องประชาชนที่จะมารับบริการ โดยได้พัฒนาแพลตฟอร์มการจัดคิว ตั้งแต่จุดลงทะเบียนจนถึงจุดพักสังเกตอาการหลังฉีดวัคซีน และยังมีหุ่นยนต์ True Digital RoboCore เพื่อบริการประชาชนด้านต่าง ๆ อาทิ หุ่นยนต์ต้อนรับและให้ข้อมูล หุ่นยนต์ส่งของและบริการน้ำดื่ม และหุ่นยนต์ทำความสะอาดพื้นที่ เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุพจน์ ชัยวัฒน์ศิริกุล &amp;nbsp;กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด กล่าวว่า พร้อมเป็นหน่วยบริการฉีดวัคซีนโควิดนอกโรงพยาบาลให้กับประชาชน &amp;nbsp;โดยได้จัดสรรพื้นที่ ICONSIAM ART SPACE Space (ไอคอนสยาม อาร์ต สเปซ) ชั้น 8 ปกติใช้เป็นศูนย์กลางในการเผยแพร่ความรู้และพื้นที่ในการแสดงงานศิลปะของศิลปินชาวไทยและศิลปินที่มีชื่อเสียงจากทั่วโลก ซึ่งเป็นพื้นที่โล่ง โปร่งสบาย อากาศถ่ายเทได้ดี เป็นชั้นที่มีบรรยากาศสวยงาม มองเห็นทัศนียภาพแม่น้ำเจ้าพระยา เหมาะกับการจัดเป็นพื้นที่ฉีดวัคซีน ทั้งนี้ยังจัดอาสาสมัครมาอำนวยความสะดวกแก่แพทย์ พยาบาล บุคลากรทางการแพทย์ และประชาชน ภายใต้มาตรการตามที่กรุงเทพมหานครและโรงพยาบาลศิริราชกำหนดอย่างเคร่งครัด และได้ร่วมกับทิพยประกันภัย ได้จัดเตรียมประกันการแพ้วัคซีนโควิด -19 &amp;nbsp;เพื่อมอบให้ฟรีสำหรับทุกคน ที่มารับบริการที่หน่วยบริการฉีดวัคซีนโควิด-19 นอกสถานพยาบาล ที่ไอคอนสยาม และลงทะเบียนรับสิทธิ์ประกันภัยตลอดระยะเวลาของโครงการ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายสนั่น &amp;nbsp;อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เพิ่มเติมว่า เพื่อการกระจายวัคซีนให้เกิดประสิทธิภาพและทั่วถึงมากที่สุด ซึ่งการจะเพิ่มประสิทธิภาพและความสามารถในการฉีดวัคซีนสำหรับประชาชนทั่วไปใน กทม.ให้ได้อย่างน้อย 50,000 โดสต่อวันนั้น ภาคเอกชนและภาคส่วนต่าง ๆ ต้องเข้ามาเสริมการทำงานของกรุงเทพฯ โดยบทบาทสำคัญในช่วงแรกได้กำหนดจัดหน่วยบริการฉีดวัคซีนไว้ 14 แห่ง และอยู่ระหว่างการร่วมลงพื้นที่สำรวจกับสำนักอนามัยอีก 11 แห่ง ซึ่งคาดว่าสถานที่ทั้ง 25 แห่งนี้จะสามารถเปิดให้บริการได้ทั้งหมดภายในต้นเดือนมิถุนายนแน่นอน โดย ณ วันนี้มีสถานที่ 4 แห่งได้เปิดให้บริการฉีดวัคซีนไปแล้ว คือ เซ็นทรัลลาดพร้าว สามย่านมิตรทาวน์ เดอะมอลล์ บางกะปิ และบิ๊กซี บางบอน และในวันที่ 21 พ.ค.64 ก็จะเริ่มฉีดจริงในพื้นที่ของสยามพารากอน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;


	
		
			
			&lt;p&gt;บรรยากาศจุดฉีดที่ไอคอนสยาม&lt;/p&gt;

			&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
			
		
	


&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;


	
		
			ประชาชนลงทะเบียนฉีดวัคซีน
		
	


&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พื้นที่ให้บริการฉีดวัคซีนทรู ดิจิทัล พาร์ค&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103590</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ฉีดวัคซีน, #โควิด19, ทรูดิจิทัล  พาร์ค, รพ.ศิริราฃ, โครงการ &quot;ไอคอนสยาม&quot;</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210520/image_big_60a634f10bd0d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98818</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/04/2021 18:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/04/2021 18:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;ศิริราช&quot;แจ้ง “แพทย์ประจำบ้าน 2รายติดโควิด  คาดมาจากนอกรพ.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;8 เม.ย.64- &amp;nbsp;รศ. &amp;nbsp;นพ.วิศิษฎ์ &amp;nbsp;วามวาณิชย์ &amp;nbsp;ผู้อำนวยการ รพ.ศิริราช &amp;nbsp;เปิดเผยว่า &amp;nbsp;&amp;ldquo;แพทย์ประจำบ้าน รพ.ศิริราช &amp;nbsp;สังกัดภาควิชาศัลยศาสตร์ออร์โธปิดิคส์และกายภาพบำบัด 1 ราย และแพทย์ประจำบ้านต่อยอด ภาควิชาวิสัญญีวิทยา ติดโรคโควิด-19 &amp;nbsp;1 ราย &amp;nbsp;รวม 2 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เบื้องต้นจากการสอบสวนโรคทราบว่าติดเชื้อจากภายนอกโรงพยาบาลโดยไม่รู้ตัว และได้เข้ามาตรวจหาโรคโควิด-19 เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2564 &amp;nbsp;และพบว่ามีการติดเชื้อทั้ง 2 ราย &amp;nbsp;ดังนั้น คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล &amp;nbsp; &amp;nbsp;จึงได้ดำเนินการการตรวจสอบคัดกรองกลุ่มบุคลากรและผู้ป่วยที่เข้าข่ายสัมผัสใกลัชิดกับแพทย์ทั้ง 2 รายดังกล่าว และได้ดำเนินการตามมาตรการ ดังนี้
1. รับแพทย์ที่ติดเชื้อทั้ง 2 ราย เข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลทันที ในวันที่ 8 เมษายน 2564
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2. ตรวจคัดกรอง NP swab กลุ่มบุคลากรที่เข้าข่ายความเสี่ยงสูงและปานกลาง และให้หยุดการปฏิบัติงานและกักตัวเป็นเวลา 14 วัน&amp;nbsp;
3. ผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูง (ใกล้ชิดกับแพทย์ทั้ง 2 ราย) กรณีที่ยังเป็นผู้ป่วยในโรงพยาบาลศิริราชจัดให้อยู่ในห้องผู้ป่วยแยกโรค กรณีที่เป็นผู้ป่วยนอกทางโรงพยาบาลจะติดต่อ เพื่อให้เข้ารับการคัดกรองหาเชื้อไวรัสโรโรนา 2019 ที่โรงพยาบาลต่อไป
4. ให้บุคลากรที่สัมผัสใกล้ชิดแพทย์ที่ติดเชื้อทั้ง 2 ราย รายงานตัวที่ Staff Center โรงพยาบาลศิริราช เพื่อเข้ารับการตรวจคัดกรองที่เหมาะสมตามระดับความเสี่ยง
จากกรณีดังกล่าว ทำให้โรงพยาบาลศิริราชต้องยกระดับมาตรการการควบคุมโรคติดเชื้อที่โรงพยาบาลได้ดำเนินการมาแล้วให้เข้มข้นยิ่งขึ้น เนื่องจากบุคลากรมีโอกาสได้รับเชื้อจากภายนอก แล้วนำกลับเข้ามาแพร่เชื้อแก่บุคลากรและผู้ป่วยภายในโรงพยาบาล ดังนี้
1.&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จัดให้มีการสลับการทำงานของเจ้าหน้าที่ออกเป็น 2 ทีม&amp;nbsp;
2.&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ให้บุคลากรหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังบริเวณพื้นที่เสี่ยง และหากมีอาการหรือความเสี่ยงให้รายงานตัวที่&amp;nbsp;
Staff Center ทันที&amp;nbsp;
ด้วยเหตุนี้ โรงพยาบาลศิริราช จึงมีความจำเป็นลดการให้บริการผู้ป่วยลง เนื่องจากบุคลากรบางส่วนต้อง
กักตัว และเพื่อสงวนบุคลากรทางการแพทย์ในการดูแลผู้ป่วยที่มีความจำเป็น &amp;nbsp;โดยจะลดการบริการห้องผ่าตัดลง 50% &amp;nbsp;สำหรับผู้ป่วยนอกขอความร่วมมือเลื่อนการเข้ารับบริการ หรือใช้บริการผ่านแพทย์ออนไลน์ (Siriraj Connect Application) แต่ยังคงให้บริการเฉพาะกรณีจำเป็นเร่งด่วนหรืออาการไม่คงที่&amp;nbsp;
อย่างไรก็ตาม โรงพยาบาลศิริราชยังคงมาตรฐานระดับสูงในการรักษา ป้องกัน และควบคุมการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 รวมทั้งเป็นที่รับปรึกษาให้กับสถานบริการทางการแพทย์อื่น ๆ จึงขอให้ผู้มารับบริการและญาติ รวมทั้งประชาชนทั่วไปมีความมั่นใจในมาตรฐานการรักษาพยาบาลของโรงพยาบาสศิริราช&amp;nbsp;
ในการนี้ เพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วยและญาติ รวมถึงผู้เข้ามาติตต่อในโรงพยาบาลศิริราช ชอให้ปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด ดังนี้
1. สวมใส่หน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัยตลอดเวลาที่อยู่ในโรงพยาบาล
2. งดการเข้าเยี่ยมผู้ป่วย ในกรณีต้องเฝ้าไข้ ขอให้ผู้มาเฝ้าไข้ สวมใส่หน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัย
ตลอดเวลาที่อยู่ในโรงพยาบาล
ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 9 เมษายน 2564 จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98818</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, รพ.ศิริราฃ, รศ.  นพ.วิศิษฎ์  วามวาณิชย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210408/image_big_606ee5b93ab73.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97896</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/03/2021 15:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/03/2021 15:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>104 ปี ภาควิชาศัลยศาสตร์ ศิริราช  ผ่าตัดหุ่นยนต์รักษาฟรีผู้ป่วยด้อยโอกาส 237 ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;31 มี.ค. 64- &amp;nbsp;ศ. ดร. นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล เป็นประธานแถลงข่าวเปิดโครงการ &amp;nbsp;&amp;ldquo;รักษาผู้ป่วยด้อยโอกาส 237 ราย&amp;rdquo; &amp;nbsp;ด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง โดยหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด &amp;rdquo; เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พ.ศ. 2564 - 2565 โดยมี รศ. นพ.เฉนียน &amp;nbsp;เรืองเศรษฐกิจ &amp;nbsp;หัวหน้าภาควิชาศัลยศาสตร์ &amp;nbsp;รศ. ดร. นพ.วิทูร ชินสว่างวัฒนกุล หัวหน้าสาขาวิชาศัลยศาสตร์ทั่วไป ภาควิชาศัลยศาสตร์ &amp;nbsp;รศ. นพ.สิทธิพร &amp;nbsp;ศรีนวลนัด หัวหน้าสาขาวิชาศัลยศาสตร์ยูโรวิทยา &amp;nbsp;ผศ. นพ.วรบุตร &amp;nbsp; ทวีรุจจนะ &amp;nbsp;สาขาวิชาศัลยศาสตร์ทั่วไป พร้อมด้วยผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ร่วมแถลงข่าว &amp;nbsp;ณ ห้องจุฬาภรณ์ ตึกสยามินทร์ ชั้น 2 รพ.ศิริราช
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศ. ดร. นพ.ประสิทธิ์ &amp;nbsp; กล่าวว่า &amp;nbsp;นับเนื่องมาตั้งแต่ พ.ศ. 2431 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานกำเนิด รพ.ศิริราช จนถึงปัจจุบัน 133 ปี รพ.ศิริราชให้บริการรักษาผู้ป่วยโดยไม่เลือกเศรษฐานะตามพระราชปณิธานเสมอมา และในโอกาส 104 ปี ภาควิชาศัลยศาสตร์ (เมื่อวันที่ 6 เมษายน 2460 มีประกาศจัดตั้งกองศัลยกรรมเป็นหน่วยงานย่อยในคณะแพทยศาสตร์ และโรงพยาบาลศิริราช) จนเมื่อ พ.ศ. 2512 มีประกาศจัดตั้งมหาวิทยาลัยมหิดล จึงกำหนดให้หน่วยงานที่เป็นแผนกวิชาเปลี่ยนเป็นภาควิชาตั้งแต่นั้นมา &amp;nbsp;ภาควิชาศัลยศาสตร์จึงถือเป็นหนึ่งในเสาหลักที่มั่นคงแข็งแรงที่ต่อยอดไปสู่สาขาวิชาอื่น ๆ &amp;nbsp;ตลอดระยะเวลามีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง สร้างผลงานและนวัตกรรม มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้วยระยะเวลา 133 ปี รพ.ศิริราช &amp;nbsp;และ 104 ปี ภาควิชาศัลยศาสตร์ จึงเป็นที่มาของโครงการ &amp;ldquo;รักษาผู้ป่วยด้อยโอกาส 237 ราย ด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงโดยหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด&amp;rdquo; &amp;nbsp;เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร &amp;nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช &amp;nbsp;บรมนาถบพิตร &amp;nbsp;พ.ศ. 2564-2565 &amp;nbsp;โดยเฉพาะผู้ป่วยด้อยโอกาสซึ่งมีเป็นจำนวนมาก เพื่อให้ผู้ป่วยได้หายจากโรค และมีคุณภาพชีวิตที่ดี ใช้ชีวิตได้ตามปกติสุข โดยไม่เป็นภาระแก่สังคม&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกผู้ป่วยทั้ง 237 รายนี้ จะต้องเป็นผู้ป่วยที่ได้รับการตรวจประเมินจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และได้รับการวินิจฉัยว่า จะต้องได้รับการรักษาด้วยการผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ โดยต้องผ่านการประเมินเศรษฐานะจากนักสังคมสงเคราะห์ รพ.ศิริราช ผู้ป่วยในโครงการจะได้รับการรักษาและเข้าพักในหอผู้ป่วยสามัญเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รศ. นพ.เฉนียน เรืองเศรษฐกิจ &amp;nbsp;หัวหน้าภาควิชาศัลยศาสตร์ &amp;nbsp;กล่าวถึง 104 ปี &amp;nbsp;พัฒนาการด้านการรักษาโรคด้วยการผ่าตัดว่า &amp;ldquo;ศัลยศาสตร์ศิริราช ได้ก่อตั้งเป็นที่แรกของวงการศัลยศาสตร์ในประเทศไทย โดยมีบูรพคณาจารย์เป็นผู้วางรากฐาน และสืบสานจากรุ่นสู่รุ่นเรื่อยมาต่อยอดเติบใหญ่ &amp;nbsp;จนมีประวัติศาสตร์อันยาวนาน &amp;nbsp;ตลอดเวลามีการพัฒนาในทุก ๆ ด้านอย่างไม่หยุดยั้ง &amp;nbsp;ด้วยปัจจัยต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนให้อาจารย์มีการพัฒนาศักยภาพจนเป็นบุคคลากรชั้นนำ &amp;nbsp; &amp;nbsp;การริเริ่มการรักษาใหม่ ๆ ให้ทัดเทียมสากล การสนับสนุนแนวคิดด้านนวัตกรรมทางการเรียนการสอน สร้างศัลยแพทย์มากมาย และนวัตกรรมทางศัลยศาสตร์ที่กำลังจะเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม &amp;nbsp;สิ่งเหล่านี้ทำให้ภาควิชาศัลยศาสตร์เป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ และเป็นส่วนสำคัญในการกำหนดทิศทางให้กับวงการศัลยศาสตร์ของประเทศ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รศ. ดร. นพ.วิทูร &amp;nbsp;ชินสว่างวัฒนกุล &amp;nbsp; หัวหน้าสาขาวิชาศัลยศาสตร์ทั่วไป กล่าวถึง การผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ว่า &amp;ldquo;การผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ในปัจจุบันยังมีค่าใช้จ่ายสูงและมีใช้ในโรงพยาบาลใหญ่ ๆ ไม่กี่แห่ง &amp;nbsp;การผ่าตัดที่ไม่ซับซ้อนมาก เช่น การผ่าตัดต่อมลูกหมาก การผ่าตัดมะเร็งลำไส้ใหญ่ การผ่าตัดเนื้องอกหลอดอาหาร มะเร็งกระเพาะอาหาร เนื้องอกตับอ่อน &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ไส้เลื่อนช่องกะบังลม เป็นต้น &amp;nbsp;การผ่าตัดโดยใช้หุ่นยนต์เริ่มแพร่หลายมากขึ้น แพทย์จะแนะนำให้คนไข้เลือกวิธีการผ่าตัดโดยใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดซึ่งเป็นความก้าวหน้าของวงการแพทย์ แม้ว่าแพทย์ที่ทำการผ่าตัดจะต้องผ่านการฝึกฝน และทดสอบจนผ่านเกณฑ์มาตรฐาน เมื่อฝึกใช้งานหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดจนคล่องแคล่วแล้ว แพทย์ก็จะสามารถผ่าตัดที่ซับซ้อน และทำได้สะดวกรวดเร็วขึ้นโดยไม่ต้องผ่าตัดใหญ่อีกต่อไป คุณภาพชีวิตของคนไข้ก็ดีขึ้นตามไปด้วย หากแต่ยังมีข้อจำกัดที่สำคัญในเรื่องค่าใช้จ่าย ตั้งแต่ค่าเครื่องมือ อุปกรณ์การแพทย์มูลค่าหลายสิบล้าน ส่งผลให้ค่าผ่าตัดต่อครั้งอยู่ที่หลักหลายแสนบาท แต่ในอนาคตเราก็หวังว่าสิ่งใหม่ ๆ ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพคนไข้ และพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนจะเกิดขึ้นอย่างทั่วถึงในที่สุด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รศ. นพ.สิทธิพร &amp;nbsp;ศรีนวลนัด &amp;nbsp;หัวหน้าสาขาวิชาศัลยศาสตร์ยูโรวิทยา กล่าวถึง การผ่าตัดรักษาโรคระบบทางเดินปัสสาวะด้วยหุ่นยนต์ว่า คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล เป็นโรงเรียนแพทย์แห่งแรกที่มีหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด (Robotic surgery) โดยริเริ่มผ่าตัดมะเร็งต่อมลูกหมากโดยใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดเป็นรายแรกของประเทศไทยมาตั้งแต่ พ.ศ. 2550 ถือเป็นจุดเริ่มต้นและสร้างชื่อเสียงของสถาบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด เป็นที่ยอมรับทั้งในแง่ของระยะเวลาการฟื้นตัวของผู้ป่วยอย่างเร็ว ภาวะแทรกซ้อนระหว่างผ่าตัดน้อย รวมถึงสามารถประยุกต์ใช้ในการผ่าตัดต่อยอดเพิ่มขึ้น เช่น การผ่าตัดมะเร็งที่ไต หรือการผ่าตัดแก้ไขภาวะอุดตันของท่อไต เป็นต้น ปัจจุบันได้จัดโครงการเพื่อพัฒนาความรู้สู่ศูนย์ความเป็นเลิศ Center of Excellent ในด้านการรักษามะเร็งต่อมลูกหมากให้เป็นโครงการที่สร้างชื่อเสียงของสาขาวิชาศัลยศาสตร์ &amp;nbsp;ยูโรวิทยา เราได้ทำการผ่าตัดโรคมะเร็งต่อมลูกหมากไปแล้วกว่า 2,300 ราย ซึ่งนับเป็นการผ่าตัดรักษามะเร็งต่อมลูกหมากมากที่สุดในประเทศไทย และภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การทำงานชองหุ่นยนต์ผ่าตัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกทั้งได้มีการพัฒนาศักยภาพการผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ให้ได้หลากหลายมากขึ้น &amp;nbsp;สามารถผ่าตัดครอบคลุมโรคระบบทางเดินปัสสาวะมากขึ้น เช่น ผ่าตัดไต ต่อมหมวกไต และกระเพาะปัสสาวะ เป็นต้น อีกทั้งยังลดภาวะแทรกซ้อนทางการผ่าตัด เช่น &amp;nbsp;ใช้ระยะเวลาในการผ่าตัดสั้นลง แผลจากการผ่าตัดมีขนาดเล็ก อาการปวดแผลหลังการผ่าตัดน้อยลง &amp;nbsp;สามารถลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อของแผลผ่าตัดได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผศ. นพ.วรบุตร &amp;nbsp; ทวีรุจจนะ &amp;nbsp;อาจารย์ประจำสาขาวิชาศัลยศาสตร์ทั่วไป กล่าวถึง การผ่าตัดรักษาโรคอ้วนด้วยหุ่นยนต์ว่า &amp;nbsp;ปัจจุบันการผ่าตัดโรคอ้วนด้วยหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดทำกันทั่วโลก เนื่องจากช่วยให้คนไข้ปลอดภัย แผลผ่าตัดขนาดเล็ก เจ็บแผลน้อย และเกิดผลแทรกซ้อนต่าง ๆ น้อยเมื่อเทียบกับการผ่าตัดแบบเปิด ซึ่งการผ่าตัดด้วยวิธียังสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับการผ่าตัดได้ทุกระบบ เช่น การผ่าตัดมะเร็งระบบทางเดินอาหาร มะเร็งปอด มะเร็งตับ ตับอ่อนและทางเดินน้ำดี เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้การผ่าตัดด้วยวิธีหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด เพื่อแก้ไขภาวะโรคอ้วนทุพพลภาพ (Robotic-assisted bariatric surgery) ซึ่งเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยขึ้นในปัจจุบันสามารถทำได้ปลอดภัย และให้ผลการรักษาเป็นที่น่าพอใจอย่างยิ่ง สามารถลดน้ำหนักคนไข้ได้มาก และทำให้โรคประจำตัวต่าง ๆ ของคนไข้ เช่น โรคเบาหวานชนิดที่ 2 โรคความดันโลหิตสูง โรคไขมันในเลือดสูง และโรคนอนกรนหยุดหายใจขณะนอนหลับ เป็นต้น หายขาดหรือดีขึ้น ทำให้คนไข้มีสุขภาพดีและมีชีวิตยืนยาวขึ้น นอกจากนี้ ยังทำให้คุณภาพชีวิตของคนไข้ดีขึ้นภายหลังการผ่าตัดอีกด้วย สามารถกลับไปดำเนินชีวิตได้อย่างมั่นใจและมีความสุข &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม การผ่าตัดด้วยวิธีหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดนั้น มีข้อจำกัดที่สำคัญ คือ เรื่องค่าใช้จ่ายสูงทำให้คนไข้เข้าถึงได้ยาก ดังนั้น การมีโครงการช่วยเหลือครั้งนี้ จะทำให้คนไข้ได้รับการรักษาด้วยวิธีนี้มากขึ้น นับเป็นประโยชน์แก่คนไข้อย่างยิ่ง&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;จากความก้าวหน้าของเทคโนโลยี พร้อมด้วยศักยภาพของทีมศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ส่งผลให้การผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ประสบผลสำเร็จ &amp;nbsp;ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดี &amp;nbsp;คณะฯ จึงมีความยินดีที่จะช่วยประชาชนชาวไทยทุกคนให้เข้าถึงการรักษาด้วยหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด &amp;nbsp;เพื่อให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดี &amp;nbsp;โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย &amp;nbsp;และหากได้ทราบข่าวและมีจิตศรัทธายินดีร่วมสมทบกองทุนเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร สามารถติดต่อบริจาคสมทบทุนโครงการฯ แจ้งความประสงค์สมทบทุน ได้ที่ศิริราชมูลนิธิ &amp;nbsp;รหัสทุน D707070 &amp;nbsp;จันทร์-ศุกร์ เวลา 08.00-17.00 น. (หยุดเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนัตฤกษ์) สอบถาม โทร. 02 419 7658-60 &amp;nbsp;LINE: @sirirajfoundation หรือสอบถามข้อมูลผู้ป่วยเข้าร่วมโครงการได้ที่ &amp;nbsp;ภาควิชาศัลยศาสตร์ รพ.ศิริราช &amp;nbsp;โทร. 02 419 7611 หรือ โทร. 02 419 7132&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในโอกาสเดียวกันนี้ ในวันที่ 1 เมษายน 2564 จะมีพิธีเปิด Grand Opening พิพิธภัณฑ์ศัลยศาสตร์ เป็นบันทึกความทรงจำอันยิ่งใหญ่ของศัลยศาสตร์ศิริราช จัดแสดง ณ พิพิธภัณฑ์ศิริราชพิมุขสถาน J นำท่านสู่จุดกำเนิดแห่งวงการศัลยแพทย์ไทย...บอกเล่าเรื่องราวของภาควิชาศัลยศาสตร์ ที่มีอายุยาวนานกว่า ๑๐๔ ปี J พบกับปูชนียแพทย์ที่มีส่วนสำคัญในการวางรากฐานการผ่าตัด J สัมผัสบรรยากาศห้องผ่าตัดจำลองในยุคต่าง ๆ ราวกับได้เข้าไปมีส่วนร่วมในห้องผ่าตัดยุค &amp;nbsp; นั้น ๆ J ได้เรียนรู้โรคทางศัลยกรรมที่หลากหลาย ทั้งโรคที่พบบ่อยจนไปถึงโรคที่หายากต้องอาศัยวิธีรักษาที่ซับซ้อนด้วยเทคนิคการผ่าตัดขั้นสูง โดยนำเสนอผ่านชิ้นเนื้อของจริงตามระบบอวัยวะต่าง ๆ ที่หาชมได้ยาก J ชมการผ่าตัดเสมือนจริงด้วยหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดภายใต้เทคนิคล้ำสมัยเหนือจินตนาการอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน เปิดให้ผู้สนใจเข้าชมได้ทุกวัน เวลา 10.00 - 16.30 น. (หยุดวันอังคาร และวันนักขัตฤกษ์)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทีมศัลยแพทย์ศิริราช&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97896</URL_LINK>
                <HASHTAG>#หุ่นยนต์ผ่าตัด, รพ.ศิริราฃ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210331/image_big_606430a5a4fd6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91181</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/01/2021 14:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/01/2021 14:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;หมอประสิทธิ์&quot; เผยเตรียมย้ายผู้ว่าฯ สมุทรสาครไปห้องไอซียูระบบทางเดินหายใจ สภาพปอดยังทรงตัว </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
27 ม.ค.64 - ศ.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลให้สัมภาษณ์ถึงอาการของนายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ที่ติดเชื้อโควิด-19 ว่า ในช่วงเวลา 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา หลังจากที่ได้ทำการเจาะคอ ก็ยังคงใช้เครื่องช่วยหายใจเต็มที่ และยาที่ให้ยังคงใชขนาดเท่าเดิม ส่วนยาที่ลดการอักเสบ ได้ให้ไปแล้ว 2 วัน ซึ่งครบกำหนดในวันนี้ เพราะต้องการดูผล 3 วัน เพื่อให้ทราบว่าสามารถลดการอักเสบได้ดีมากน้อยแค่ไหน และการเอกซเรย์ปอด ที่ได้ทำไปเมื่อวานเย็น ดูเหมือนจะดีขึ้น ไม่แย่ไปกว่าเดิม แต่ยังไงก็ตามผลเลือดที่ประเมินการทำงานของปอดยังคงใกล้เคียงเดิม ระบบทางเดินอาหารทำงานได้ตามที่ให้อาหารเข้าไป ระบบปัสสาวะอยู่ในระดับปกติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ทั้งนี้หากมีการประคองอาการไปแบบนี้และปอดมีการทำงานดีขึ้น รวมไปถึงการสรุปหลังจากทำการตรวจ RT-PCR มา 3 ครั้ง ออกมาแล้วว่าเชื้อโควิด-19 ในตัวผู้ว่าจังหวัดสมุทรสาครไม่พบแล้ว และการทำงานของปอดยังทรงตัว เพราะฉะนั้นก็ยังไม่สามารถใช้ข้อมูลส่วนนี้ประเมินได้ว่า เนื้อปอดของผู้ว่าฯ เหลืออยู่กี่เปอร์เซ็น และไม่อยากเร่งการประเมินตรงนี้เนื่องจากปอดจะได้มีโอกาสฟื้นตัว ทั้งนี้ไปเป็นได้ว่าจะทำการย้ายออกจากห้องความดันลบ หลังจากการประเมินความพร้อมภายใน 1-2 วันนี้ มาอยู่ที่ห้องไอซียูระบบทางเดินหายใจโดยตรง ซึ่งมีพื้นที่โล่ง และมีการจำกัดเฉพาะครอบครัวสามารถเข้าเยี่ยมได้ ก็จะช่วยลดความกังวลและความเครียดลงได้ในระดับหนึ่ง ซึ่งครอบครัวที่ได้มีการเข้ามาเยี่ยมผ่านห้องกระจก ผู้ว่าฯ ก็ยังคงไม่ปฏิกิริยาตอบสนอง เพราะได้มีการให้ยาคลายกล้ามเนื้อเพื่อไม่ให้มีการต่อต้านกับเครื่องช่วยหายใจ แต่ก็อาจให้ได้ยินเสียงครอบครัว สำหรับการดำเนินการในส่วนอื่นๆ คือ การให้ยาแก้อักเสบต่อเนื่อง&amp;rdquo; ศ.นพ.ประสิทธิ์ กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91181</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, นายวีระศักดิ์  วิจิตร์แสงศรี, รพ.ศิริราฃ, ศ. นพ.ประสิทธิ์ วัีฒนาภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210127/image_big_60111b120dedb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64617</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/04/2020 14:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/04/2020 14:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศิริราช ชวนบริจาคเลือด ขาดแคลนหนัก!!! โดยเฉพาะเลือดกรุ๊ป บี และเอ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
29เม.ย.63- รศ.พญ.ปาริชาติ เพิ่มพิกุล หัวหน้าภาควิชาเวชศาสตร์การธนาคารเลือด คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ทำให้จำนวนผู้บริจาคเลือดลดลง &amp;nbsp; ขณะที่ ทางโรงพยาบาลศิริราชยังมีผู้ป่วยฉุกเฉินที่ต้องรับการผ่าตัด ผู้ป่วยโรคเลือดที่จำเป็นต้องใช้เลือด &amp;nbsp;ส่งผลให้ขณะนี้ &amp;nbsp; &amp;nbsp;(29 เม.ย. 63) เลือดสำรองกรุ๊ป บี และ เอ ขาดแคลนหนัก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ขณะที่เลือดกรุ๊ปอื่นแม้ขณะนี้จะมีเพียงพอ แต่เกรงว่าหากมีผู้บริจาคลดน้อยลงอย่างต่อเนื่อง อาจทำให้เกิดเลือดสำรองไม่เพียงพอเช่นกัน จึงขอเชิญชวนผู้ใจบุญทุกท่าน หากท่านมีสุขภาพดี และไม่มีความเสี่ยง &amp;nbsp;มาร่วมช่วยชีวิตคนไทยด้วยกัน ซึ่งทางธนาคารเลือดศิริราชมีระบบคัดกรองอย่างปลอดภัยและได้มาตรฐาน โดยวัดอุณหภูมิทั้งเจ้าหน้าที่และผู้บริจาค รวมทั้งทำความสะอาดอุปกรณ์และสถานที่อย่างสม่ำเสมอ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
สำหรับท่านที่ต้องการบริจาคเลือด ขอให้เตรียมร่างกายให้พร้อม โดยพักผ่อนเพียงพออย่างน้อย 6 ชั่วโมง น้ำหนัก 48 กิโลกรัมขึ้นไป และต้องไม่มีโรคประจำตัวบางชนิด เช่น โรคลมชัก โรคหัวใจหรือเคยเจ็บแน่นหน้าอก เป็นต้น ทั้งนี้สามารถรับประทานอาหารและน้ำได้ตามปกติ แต่ขอให้หลีกเลี่ยงอาหารประเภทที่มีไขมันสูง งดสูบบุหรี่ งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และไม่เข้าข่ายผู้มีความเสี่ยงติดโควิด-19 &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
สามารถติดต่อบริจาคเลือดได้ทุกวัน ณ ศาลาศิริราช ๑๐๐ ปี รพ.ศิริราช วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 08.30-16.00 น. วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 08.30-16.00 น. สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2419 8081 ต่อ 123, 128&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64617</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชวนบริจาคเลือด, รพ.ศิริราฃ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200429/image_big_5ea92ce3ce98c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59073</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/03/2020 10:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/03/2020 10:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รพ.ศิริราช เชิญชวนบริจาคเลือด หลังพบปริมาณเลือดสำรองไม่เพียงพอจากสถานการณ์โควิด 19 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
7มี.ค.63-รศ.พญ.ปาริชาติ เพิ่มพิกุล หัวหน้าภาควิชาเวชศาสตร์การธนาคารเลือด คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดลเปิดเผยว่า สถานะเลือดสำรองของธนาคารเลือด โรงพยาบาลศิริราช พบว่ามีปริมาณเลือดสำรองหมู่เอ บี และโอไม่เพียงพอ ขณะที่หมู่ AB มีเลือดสำรองเพียงพอ ดังนั้นจึงขอเชิญชวนประชาชนบริจาคเลือดเพื่อให้มีเลือดเพียงพอที่จะรักษาผู้ป่วยสามารถบริจาคได้ที่ธนาคารเลือด โรงพยาบาลศิริราช ตึก 72 ปีชั้น 3 ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 08.30-18.00 น. วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์เวลา 08.30 - 16.00 น. สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 0-2419-8081 ต่อ 123, 128&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
อย่างไรก็ตามสำหรับผู้ที่ต้องการบริจาคเลือดขอให้เตรียมร่างกายให้พร้อม โดยพักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อย 6 ชั่วโมง น้ำหนัก 48 กิโลกรัมขึ้นไป เพื่อที่จะนำเลือดมาปั่นแยกเอาผลิตภัณฑ์ไปใช้อย่างอื่นร่วมด้วย และต้องไม่มีโรคประจำตัว ทั้งนี้สามารถรับประทานอาหารและน้ำได้ตามปกติแต่ขอให้หลีกเลี่ยงอาหารประเภทที่มีไขมันสูง งดสูบบุหรี่ งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมทั้งขอความร่วมมือหากท่านที่มีไข้มีน้ำมูกไอเจ็บคอ หรือมีประวัติการเดินทางจากประเทศกลุ่มเสี่ยงโปรดงดบริจาคเลือดในช่วงนี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59073</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, การบริจาคโลหิต, รพ.ศิริราฃ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200307/image_big_5e63101b25969.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>37619</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/06/2019 16:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/06/2019 16:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ศิริราช’ปลูกถ่ายสเต็มเซลล์เนื้อเยื่อลิมบัส รักษาผิวกระจกตาบกพร่องสำเร็จครั้งแรก ผู้ป่วยสตีเวนส์จอห์นสันกลับมามองเห็นอีกครั้ง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4&amp;nbsp;มิ.ย.62- คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลมหาวิทยาลัยมหิดลจัดแถลงข่าวเรื่อง&amp;ldquo;ศิริราชประสบความสำเร็จในการปลูกถ่ายสเต็มเซลล์รักษาผิวกระจกตาเป็นครั้งแรกของประเทศไทย&amp;ldquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องจุฬาภรณ์&amp;nbsp;ตึกสยามินทร์&amp;nbsp;รพ.ศิริราชศ. นพ.ประสิทธิ์&amp;nbsp;วัฒนาภา&amp;nbsp;คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลมหาวิทยาลัยมหิดล&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;ตลอดระยะเวลา&amp;nbsp;12&amp;nbsp;ปีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลได้พัฒนาวิธีการรักษาด้านจักษุวิทยามาจนประสบความสำเร็จจากงานวิจัยสู่การรักษาช่วยให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นโดยเฉพาะภาวะสเต็มเซลล์ผิวกระจกตาบกพร่อง ซึ่งรักษายาก&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยมีประสบการณ์ตั้งแต่พ.ศ. 2550&amp;nbsp;ทีมจักษุแพทย์ศิริราชได้ปลูกถ่ายสเต็มเซลล์ของผิวกระจกตาสำเร็จเป็นครั้งแรกของประเทศไทยด้วยวิธีเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อลิมบัสCLET&amp;nbsp;ต่อมาพ.ศ. 2551&amp;nbsp;พัฒนาการปลูกถ่ายสเต็มเซลล์ด้วยวิธีเพาะเลี้ยงเยื่อบุปากCOMET&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;จากนั้นพ.ศ. 2557&amp;nbsp;จนถึงปัจจุบันใช้วิธีปลูกถ่ายสเต็มเซลล์จากเนื้อเยื่อลิมบัสโดยไม่อาศัยการเพาะเลี้ยงSLETมาใช้สำเร็จเป็นครั้งแรกของไทยช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายและเวลาในการรักษา ถือเป็นการพัฒนากระบวนการผลิตเซลล์โดยศิริราชเทคนิค&amp;nbsp;&amp;nbsp;การปลูกถ่ายมีประสิทธิภาพและปลอดภัยสูง&amp;nbsp;ส่วนจะรักษาวิธีใดจาก3&amp;nbsp;วิธีนี้ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของผู้ป่วยแต่ละราย ทำให้กลับมามองเห็นภาพได้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพราะการมองไม่เห็นคือทุกข์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รศ.นพ.งามแขเรืองวรเวทย์หัวหน้าภาควิชาจักษุวิทยากล่าวถึงภาวะสเต็มเซลล์ผิวกระจกตาบกพร่องพบได้ในหลายโรคเช่นตาที่ได้รับอันตรายรุนแรงจากสารเคมีเข้าตากลุ่มอาการสตีเวนส์จอห์นสันการอักเสบหรือติดเชื้อที่กระจกตาโรคสเต็มเซลล์ผิวกระจกตาบกพร่องแต่กำเนิดโรคเนื้องอกต้อเนื้อขั้นรุนแรงตาที่ได้รับการผ่าตัดหลายครั้ง&amp;nbsp;&amp;nbsp;เมื่อสเต็มเซลล์บกพร่องทำให้มีเส้นเลือดรุกเข้ามาในกระจกตากระจกตาขุ่นเกิดแผลถลอกที่ผิวกระจกตากระจกตาติดเชื้อทำให้ผู้ป่วยมีสายตามัวลงภาวะสเต็มเซลล์ผิวกระจกตาบกพร่องเป็นภาวะที่รักษายาก&amp;nbsp;ในผู้ป่วยที่มีภาวะสเต็มเซลล์ผิวกระจกตาบกพร่องนั้นเสมือนไม่มีโรงงานที่คอยสร้างเซลล์และไม่มีเขื่อนที่คอยป้องกันเส้นเลือดซึ่งการผ่าตัดเปลี่ยนกระจกตาตามวิธีมาตรฐานไม่สามารถรักษาภาวะสเต็มเซลล์บกพร่องได้และเส้นเลือดยังสามารถรุกเข้ามาในกระจกตาจนบดบังการมองเห็นดังนั้นในผู้ป่วยที่สเต็มเซลล์บกพร่องมากการรักษาจึงจำเป็นต้องทำการปลูกถ่ายสเต็มเซลล์ของผิวกระจกตา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รศ.พญ.ภิญนิตา&amp;nbsp;ตันธุวนิตย์หัวหน้าสาขากระจกตาภาควิชาจักษุวิทยาและหัวหน้าทีมปลูกถ่ายสเต็มเซลล์ของผิวกระจกตาศิริราชทางคลินิกกล่าวว่าผู้ป่วยที่มีสเต็มเซลล์บกพร่องอย่างรุนแรงจำเป็นต้องรักษาโดยการปลูกถ่ายสเต็มเซลล์ของผิวกระจกตาซึ่งวิธีการในปัจจุบันแบ่งเป็น2&amp;nbsp;กลุ่มคือ&amp;nbsp;&amp;nbsp;กลุ่มที่1&amp;nbsp;จากการเพาะเลี้ยงเซลล์ในห้องปฏิบัติการ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ได้จากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อลิมบัส โดยลิมปัสที่นำมาเพาะเลี้ยงได้จากตาที่ดีอีกข้างหนึ่งของผู้ป่วย กรณีผู้ป่วยเป็นโรคใสตาข้างเดียว แต่ถ้าเป็นทั้งสองตา จะใช้ลิมบัสจากญาติสายตรงหรือตาบริจาคของผู้ที่เสียชีวิต ผู้ป่วยต้องได้รับยากดภูมิลดปฏิกริยาต่อต้าน อีกวิธีการเพาะเลี้ยงเยื่อบุปากของผู้ป่วย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพราะมีคุณลักษณะคล้ายเซลล์ผิวกระจกตา ข้อดีเป็นเซลล์ของผู้ป่วย วิธีนี้ไม่ต้องรับยากดภูมิ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;และกลุ่มที่สอง&amp;nbsp;&amp;nbsp;การนำเนื้อเยื่อจากลิมปัสมาปลูกถ่ายให้ผู้ป่วยโดยตรง โดยไม่ต้องเพาะเลี้ยง เป็นวิธีล่าสุดที่นิยมใช้ในปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;&amp;nbsp;วิธีนี้จะตัดเนื้อเยื่อที่มีสเต็มเซลล์ของผิวกระจกตาจากลิมบัสให้เหมาะสมกับตาผู้ป่วยไทยยาว1.5 x 3&amp;nbsp;&amp;nbsp;มิลลิเมตรแล้วนำมาตัดเป็นชิ้นเล็กๆ20-30&amp;nbsp;ชิ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;วางบนกระจกตาผู้ป่วยที่เสื่อมที่มีเยื่อรกคลุมผิวกระจกตาใช้กาวหยอดโดยไม่ต้องเย็บจากนั้นจะปล่อยให้เซลล์เจริญเติบโตจนเต็มผิวกระจกตาประมาณ2-3&amp;nbsp;สัปดาห์&amp;nbsp;&amp;nbsp;ระยะพักฟื้นของผู้ป่วยราว1&amp;nbsp;เดือนวิธีนี้ประสบผลสำเร็จดีมีผู้ป่วยกลุ่มอาการสตีเวนส์จอห์นสันมารักษาและกลับมามองเห็นอีกครั้ง&amp;nbsp;&amp;nbsp;อีกทั้งลดข้อจำกัดวิธีการเพาะเลี้ยงเพราะต้องอาศัยห้องปฏิบัติการที่มีมาตรฐานสูงในโรงพยาบาลหรือสถาบันการศึกษา&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;ldquo;&amp;nbsp;รศ.พญ.ภิญนิตา กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รศ.พญ.ภิญนิตา&amp;nbsp;&amp;nbsp;กล่าวว่า โรงพยาบาลศิริราชได้ทำการรักษาผู้ป่วยภาวะสเต็มเซลล์เยื่อบุผิวกระจกตาบกพร่องด้วยวิธีการทั้ง3&amp;nbsp;วิธีและได้พัฒนาเทคนิคเฉพาะให้เหมาะสมกับผู้ป่วยไทยด้วยวิธีSLET&amp;nbsp;เรียกว่า&amp;ldquo;ศิริราชเทคนิค&amp;rdquo;&amp;nbsp;โดยจะเลือกใช้วิธีSLET&amp;nbsp;โดยใช้เซลล์ผู้ป่วยเองวิธีแรก&amp;nbsp;&amp;nbsp;ปัจจุบันทำการผ่าตัดไปทั้งสิ้น86&amp;nbsp;ตาในผู้ป่วย75&amp;nbsp;รายจากวิธีCLET 24&amp;nbsp;ตาCOMET 27&amp;nbsp;ตาประสบผลสำเร็จร้อยละ70&amp;nbsp;ในขณะวิธีล่าสุดSLET&amp;nbsp;ผ่าตัดแล้ว35&amp;nbsp;ตาประสบผลสำเร็จถึงร้อยละ83&amp;nbsp;อย่างไรก็ตามการรักษาทั้ง3&amp;nbsp;วิธีระยะเวลาของการเจ็บป่วยไม่ใช่ข้อจำกัดแต่ขึ้นอยู่กับสภาพกระจกตาของผู้ป่วยโดยก่อนผ่าตัดใหญ่ต้องประเมินน้ำตาผู้ป่วยยังมีเพียงพอเปลือกตาของผู้ป่วยคุณภาพดีพอหรือไม่&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;รวมถึงใช้ศิริราชเทคนิคพิสูจน์ก่อนว่าเซลล์ผิวกระจกตาเสื่อมหรือไม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;&amp;nbsp;ขณะนี้เป็นงานวิจัยสู่การรักษาวางแผนจะกระจายองค์ความรู้วิธีSLET&amp;nbsp;&amp;nbsp;เดือนสิงหาคมนี้โดยจัดประชุมถ่ายทอดความรู้ให้จักษุแพทย์กระจกตาทั่วประเทศและจัดฝึกอบรมภาคปฏิบัติรวมถึงสาธิตการผ่าตัดวิธีนี้ให้แพทย์ทั่วประเทศจะเกิดประโยชน์อย่างแน่นอนนอกจากนี้ฝ่ายวิจัยจะบริการเพาะเลี้ยงสเต็มเซลล์ให้แก่โรงพยาบาลที่ต้องการปลูกถ่ายสเต็มเซลล์รักษาผิวกระจกตาให้ผู้ป่วยด้วย&amp;ldquo;&amp;nbsp;รศ.พญ.ภิญนิตา กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายประกอบ ขจรฤทธิ์ ผู้ป่วยปลูกถ่ายโดยไม่เพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ SLET กล่าวว่า ก่อนมารักษาป่วยเป็นสตีเวนส์จอห์นสันมาตั้งแต่ปี2540&amp;nbsp;เป็นเวลาร่วม22&amp;nbsp;ปีตนได้รับการรักษามาหลายโรงพยาบาลผ่านการผ่าตัดตาทั้ง2&amp;nbsp;ข้างเกินข้างละ3&amp;nbsp;ครั้ง&amp;nbsp;&amp;nbsp;รวมถึงเปลี่ยนถ่ายท่อน้ำตาแต่หลังการรักษายังไม่ดีขึ้นจนได้รับคำแนะนำมาเข้าโครงการวิจัยที่ศิริราช&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;&amp;nbsp;เหมือนได้ชีวิตใหม่ผมมองไม่เห็นชีวิตแทบจะเป็นศูนย์ทีมแพทย์ช่วยให้ผมกลับมามองเห็นอีกครั้งแม้ไม่เต็มร้อยแต่สามารถดำรงชีวิตเหมือนคนปกติได้กลับมาทำงานอีกครั้งหลังการรักษา1&amp;nbsp;ปี6&amp;nbsp;เดือนความเป็นอยู่ครอบครัวดีขึ้นผมได้ชีวิตใหม่จริงๆ&amp;ldquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายประกอบกล่าวทั้งน้ำตา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกอบ ขจรฤทธิ์ ผู้ได้รับการปลูกถ่ายสเต็มเซลล์ จนกลับมามองเห็นอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37619</URL_LINK>
                <HASHTAG>รพ.ศิริราฃ, รักษาผิวกระจกตาบกพร่องด้วยสเต็มเซลล์สำเร็จครั้งแรก, ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนภา, สเต็มเซลล์, โรคสตีเวนส์จอห์นสัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190604/image_big_5cf63355296d7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
