<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>100500</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/04/2021 22:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/04/2021 22:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;ศิริราช&quot;แจงอาจารย์แพทย์ และนักศึกษา รวม 3 รายเกิดอาการข้างเคียงหลังฉีดวัคซีน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23เม.ย.64-ศิริราชชี้แจงกรณีการเกิดผลข้างเคียงจากการฉีดวัคซีนโควิด-19 ในบุคลากรทางการแพทย์ สืบเนื่องจากมีรายงานการเกิดผลข้างเคียงจากการฉีดวัคซีนโควิด-19 &amp;nbsp;ในบุคลากรของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล จำนวน 3 ราย ซึ่งมีอาการชาบริเวณแขน ขา ใบหน้าด้านซ้ายหลังฉีดวัคซีนนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
รศ. นพ.ยงชัย นิละนนท์ &amp;nbsp;ประธานศูนย์โรคหลอดเลือดสมองศิริราช ชี้แจงว่า กรณีดังกล่าวเกิดขึ้นกับนักศึกษาแพทย์ จำนวน 2 ราย และอาจารย์ จำนวน 1 ราย เป็นเพศชาย อายุระหว่าง 20 - 30 ปี โดยมีอาการหลังเข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด&amp;ndash;19 ในตอนเช้าของวันที่ 22 เมษายน 2564 แล้วเริ่มมีอาการตอนสายถึงค่ำ เมื่อได้รับการตรวจ &amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่ศูนย์โรคหลอดเลือดสมองศิริราช &amp;nbsp;โดยได้รับการตรวจร่างกาย และการตรวจด้วยเครื่องมือพิเศษอื่น ๆ รวมทั้งการตรวจเอกซเรย์สมองด้วยเครื่องตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) แต่ไม่พบความผิดปกติใด ๆ หลังจากนั้นจึงได้รับไว้ในโรงพยาบาลศิริราชเพื่อสังเกตอาการ จนอาการดีขึ้น จึงให้กลับบ้านได้ในวันที่ 23 เมษายน 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
จากกรณีดังกล่าวข้างต้น ศ. พญ.กุลกัญญา &amp;nbsp;โชคไพบูลย์กิจ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยคลินิก และอาจารย์สาขา &amp;nbsp; &amp;nbsp; โรคติดเชื้อ ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมว่า น่าจะเป็นผลข้างเคียงจากการฉีดวัคซีนในประชากรจำนวนมาก (mass vaccination) &amp;nbsp;ดังเช่นเดียวกับรายงานที่เกิดขึ้นที่จังหวัดระยอง โดยอาการเหล่านี้ ได้มีรายงานจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ว่าอาจเกิดขึ้นได้ในการฉีดวัคซีนชนิดอื่น โดยเรียกภาวะนี้ว่า Immunization Stress - Related Response (ISRR) &amp;nbsp;ซึ่งเป็นปฏิกิริยาตอบสนองของร่างกายต่อการได้รับ วัคซีน โดยมักจะเกิดในผู้ที่มีอายุน้อย ซึ่งอาจเกิดผลข้างเคียงได้ 2 อย่าง คือ&amp;nbsp;
1. ผลข้างเคียงจากวัคซีน ที่จะทำให้มีไข้ ปวดเมื่อยตามร่างกาย &amp;nbsp;
2. ปฏิกิริยาของผู้รับวัคซีน ที่ทำให้เกิดอาการทางระบบประสาท หรือระบบหัวใจ โดยจะมีอาการคล้ายจะเป็นลม หรือหน้ามืด&amp;nbsp;
ดังนั้น การเตรียมตัวก่อนการได้รับวัคซีนโควิด-19 จึงเป็นเรื่องที่สำคัญ ประกอบด้วย การพักผ่อนให้เต็มที่ ดื่มน้ำให้เพียงพอ และเตรียมสภาพจิตใจให้ผ่อนคลาย &amp;nbsp;
สำหรับผู้ที่มีอาการมักจะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วขณะได้รับการฉีดวัคซีน และมักจะหายได้เองภายในระยะเวลา &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 24 - 48 ชั่วโมง และได้รับการสืบสวนโรค หรือตรวจด้วยเครื่องมือต่าง ๆ ก็จะไม่พบความผิดปกติใด ๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น การฉีดวัคซีน โควิด-19 จึงมีความปลอดภัยมากกว่าอัตราการเกิดผลข้างเคียง และหากมีผลข้างเคียงก็มักจะหายได้เอง โดยไม่หลงเหลือความผิดปกติใด ๆ จึงขอให้บุคลากรทางการแพทย์ และประชาชนทั่วไปมีความมั่นใจในความปลอดภัย และประสิทธิภาพของวัคซีน หากมีความกังวล หรือข้อสงสัยขอให้ปรึกษาแพทย์ก่อนได้รับวัคซีน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100500</URL_LINK>
                <HASHTAG>#วัคซีน, #โควิด19, รพ.ศิริราช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210423/image_big_6082e0366c35e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96573</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/03/2021 14:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/03/2021 12:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เฮ!รพ.ศิริราชแจ้งข่าวดี&#039;ผู้ว่าฯวีระศักดิ์&#039;อาการดีขึ้น แพทย์อนุญาตกลับไปพักฟื้นที่บ้านได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
19 มี.ค.64&amp;nbsp; -&amp;nbsp; รพ. ศิริราช แจ้งว่า ตามที่นายวีระศักดิ์ วิจิตรแสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร เข้ารับการรักษาใน รพ.ศิริราช ด้วยโรค&amp;nbsp;&amp;nbsp; ติดเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) ตั้งแต่วันที่ 28 ธันวาคม 2563 ขณะนี้อาการดีขึ้น จนสามารถดำเนินชีวิตได้ตามปกติ คณะแพทย์จึงอนุญาตให้กลับไปพักฟื้นที่บ้านได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ทั้งนี้&amp;nbsp; ศ. ดร. นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล จะเป็นประธานแถลงข่าวเรื่อง &amp;ldquo;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ออกจาก รพ. ศิริราช&amp;rdquo; ในวันศุกร์ที่ 19 มีนาคม 2564&amp;nbsp; เวลา 10.00 น. ณ หอประชุมราชแพทยาลัย รพ.ศิริราช&amp;nbsp; โดยมี นายวีระศักดิ์ วิจิตรแสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร&amp;nbsp; รศ.นพ.วิศิษฎ์ วามวาณิชย์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศิริราช&amp;nbsp; รศ.นพ.นิธิพัฒน์ เจียรกุล&amp;nbsp; หัวหน้าสาขาวิชาระบบการหายใจและวัณโรค ภาควิชาอายุรศาสตร์ และทีมแพทย์ที่เกี่ยวข้องร่วมด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96573</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายวีระศักดิ์  วิจิตร์แสงศรี, รพ.ศิริราช, ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์  วัฒนาภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210319/image_big_6054372b3bd95.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61647</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/04/2020 07:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/04/2020 07:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ครูเล็ก-ภัทราวดี&#039;ยกอพาร์ทเม้นท์ให้&#039;แพทย์-พยาบาล&#039;ศิริราชพักจนกว่าภารกิจสู้โควิด-19จบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;01 เม.ย.2563 - &amp;nbsp;ครูเล็ก-ภัทราวดี มีชูธน ศิลปินแห่งชาติสาขาศิลปะการแสดง (ละครเวที ภาพยนตร์) และผู้ก่อตั้งมูลนิธิละครธรรมะในพระสังฆราชูปถัมภ์ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่า คุณแม่ ของฉัน ผูกพันกับโรงพยาบาล ศิริราช มายาวนาน เนื่องในยามวิกฤติเช่นนี้ ครอบครัวจึงขอยกตึก apartment PSB1 ทั้งตึก ซึ่งอยู่ใกล้ รพ.ศิริราชให้แพทย์ และพยาบาล ที่ไม่สามารถกลับบ้านพักผ่อน จนกว่าภารกิจของท่านสิ้นสุด เพื่อตอบแทน ความเสียสละของท่าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณลูกๆ ที่พร้อมใจกันทำสิ่งนี้ ขอบคุณคุณแม่ ขอบคุณ แพทย์และพยาบาลทุกท่าน #covid-19
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61647</URL_LINK>
                <HASHTAG>Apartment, ครูเล็ก, ภัทราวดี มีชูธน, รพ.ศิริราช, เฟซบุ๊ก, โพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200401/image_big_5e83e4b3466a4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25050</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/12/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/12/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ธรรมะข้างเตียง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ผ่านไปวันอังคารหนึ่งที่ รพ.จุฬาฯ เพื่อเยี่ยมเยียนเพื่อนฝูงรุ่นพี่ ก็ไปพบภาพของจิตอาสากลุ่มหนึ่ง ซึ่งสืบเสาะไปก็รู้ว่าเป็นกลุ่ม &amp;ldquo;คิลานธรรม&amp;rdquo; ที่ทำหน้าที่เผยแผ่ &amp;ldquo;ธรรมะข้างเตียง&amp;rdquo; ซึ่งก็คือ กิจกรรมดูแลจิตและสร้างกำลังใจคนไข้ ซึ่งจัดขึ้นมานานกว่า 2 ปี โดยมี &amp;quot;พระมหาสุเทพ&amp;quot; เป็นแกนนำ ซึ่งข่าวว่าท่านจะถูกจับจองด้วยคนไข้จากไม่ต่ำกว่า 5 โรงพยาบาลที่ต้องการแสวงหาที่พึ่งทางใจในยามที่ร่างกายถูกโรคาพยาธิรุมเร้า และจิตถูกทุกข์ครอบงำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่เพียงเฉพาะพระมหาสุเทพเท่านั้น พระสงฆ์อีกไม่ต่ำกว่า 25 รูปที่รวมกลุ่มกันในนาม &amp;ldquo;คิลานธรรม&amp;rdquo; ต่างก็มีภารกิจในรอบสัปดาห์ไม่ต่างกัน คือการทำหน้าที่ของพระอาสาเพื่อถ่ายทอดธรรมแก่ผู้ป่วย อันเป็นความหมายตามตัวอักษรของคำว่า &amp;ldquo;คิลานธรรม&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พระมหาสุเทพ ในฐานะประธานกลุ่ม เล่าว่า คิลานธรรม เกิดจากแนวความคิดของกลุ่มพระนิสิตจิตอาสา ที่ศึกษาหลักสูตรพุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาชีวิตและความตาย ภาควิชาจิตวิทยา คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ที่พร้อมจะนำความรู้และทักษะจากการเรียนรู้ในห้องเรียน ออกรับใช้สังคมเพื่อความสุขแก่ชนหมู่มากที่ทุกข์ทรมานจากอาการป่วยของตนเองและคนที่รัก เนื่องจากมองไม่เห็นความเป็นจริงทางธรรมชาติของกระบวนการแห่งชีวิตที่ &amp;quot;เกิด แก่ เจ็บ และตาย&amp;quot; เป็นสิ่งที่อยู่คู่กับทุกชีวิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ในกระบวนการเรียนมีการปลูกฝังให้เรามีจิตอาสา ดูแลจิตใจตัวเอง เมื่อเรารู้สึกดีเราก็ไปเผื่อแผ่ให้คนอื่นบ้าง&amp;rdquo; พระมหาสุเทพกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คิลานธรรมเริ่มก่อตัวขึ้นอย่างไม่เป็นทางการในปี 2550 เมื่อพระมหาสุเทพ ซึ่งขณะนั้นเป็นพระนิสิตสาขาวิชาชีวิตและความตายอยู่ได้รวมตัวกับเพื่อนๆ ทั้งพระสงฆ์และฆราวาสไปสมัครเป็นอาสาสมัครที่ รพ.ศิริราช ซึ่งกำลังติดประกาศรับสมัครอาสาสมัครดูแลผู้ป่วยแบบ palliative care คือการดูแลคนไข้ระยะสุดท้ายที่ต้องการการดูแลแบบประคับประคอง ผลที่เกิดขึ้นในตอนนั้นคือมีเฉพาะเพื่อนที่เป็นฆราวาสได้รับการเรียกตัวให้เป็นอาสาสมัคร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลาผ่านไป 1 ปี รพ.ศิริราชจึงนิมนต์พระอาสาสมัครเข้าร่วมทีม ภายหลังประเมินผลการทำงานของอาสาสมัครฆราวาสแล้วว่าได้ผลดี ด้วยวิธีการสนทนาให้กำลังใจเชิงลึกอิงหลักธรรมตามหลักการให้คำปรึกษาเชิงพุทธ ผสมผสานกับหลักจิตวิทยาตะวันตก ทำให้ผู้ป่วยและญาติเข้าใจความจริงแห่งชีวิต และกล้าเผชิญกับความทุกข์ที่กำลังเกิดขึ้น คิลานธรรมค่อยๆ ได้รับการยอมรับจากกลุ่มผู้ป่วยและบุคลากรทางการแพทย์ เริ่มต้นที่ รพ.ศิริราช จากนั้นก็ก้าวสู่เตียงคนไข้ในโรงพยาบาลอื่น เช่น รพ.จุฬาฯ, วชิรพยาบาล, สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี, สถาบันประสาทวิทยา, รพ.ภูมิพล เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ธรรมะคือธรรมชาติ การเกิด แก่ เจ็บและตาย เป็นธรรมชาติของมนุษย์ ท่องจำไว้ทุกลมหายใจเข้า-ออก แล้วถึงเวลาของเราก็จะลดความทุกข์ได้ไม่มากก็น้อย จริงไหมคะ.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ป้าเอง&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25050</URL_LINK>
                <HASHTAG>ป้าเอง, มองมุมสูง, รพ.ศิริราช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20171218/5a37680816e92.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24085</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/12/2018 18:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/12/2018 18:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;ศิริราช&quot;ชวนประชุมวิชาการเกี่ยวกับโรคมะเร็ง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล โดยสถานวิทยามะเร็งศิริราชร่วมกับภาควิชาเภสัชวิทยาจัดประชุมวิชาการ Cancer Precision Medicine Academic Conference 2018 ระหว่างวันที่&amp;nbsp;13-15&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2561&amp;nbsp; ณ ห้องประชุมราชปนัดดาสิรินธร อาคารศรีสวรินทิรา รพ.ศิริราช&amp;nbsp;ภายในงานพบกับความรู้จากการศึกษาวิจัยด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ การพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อตรวจกรองและตรวจวิเคราะห์ การผลิตยาและวัคซีนต้านมะเร็งชนิดใหม่ ๆ การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ทางการวิจัย และพัฒนาด้านโรคมะเร็งโดยใช้วิธีการทางชีววิทยาเชิงระบบเพื่อพัฒนาวิธีการวินิจฉัยและการรักษาโรคมะเร็ง ขอเชิญบุคลากรทางการแพทย์ และนักวิจัยที่สนใจเข้าร่วมงานเพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้&amp;nbsp;และสนับสนุนการวิจัยทางการแพทย์เน้นหลักในสาขามะเร็งวิทยา&amp;nbsp;ติดต่อลงทะเบียน ดูข้อมูลได้ที่http://www.si.mahidol.ac.th/th/department/cancer/newsdetail.php?id=36&amp;nbsp; สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 2419 4471-2&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24085</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล, รพ.ศิริราช, ระชุมวิชาการ Cancer Precision Medicine Academic Conference 2018</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20181212/image_mid_5c10f3b4682a9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21552</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/11/2018 16:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/11/2018 16:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เดินตามรอยพ่อปี 2ศิริราชทำกระปุกในหลวงร.9ทรงงานเพิ่มอีก 3แสนใบ ระดมเงินสร้างตึกนวมินทรบพิตร84ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;
&amp;nbsp; เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 7 พ.ย. โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ จัดกิจกรรม ออมเพื่อให้ ตามรอยพ่อ ปีที่ 2 สร้างวินัยการออมให้เกิดพฤติกรรมอย่างต่อเนื่อง ตามรอยพระราชจริยวัตร กษัตริย์นักออม และศาสตร์พระราชา ในการดำเนินชีวิตให้เป็นประโยชน์ต่อสังคมของในหลวงรัชกาลที่ 9 สมทบทุน เพื่อจัดซื้ออุปกรณ์การแพทย์ อาคารนวมินทรบพิตร 84 พรรษา อาคารศูนย์การแพทย์ของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล พระราชปณิธานสุดท้ายของพระองค์เพื่อผู้ป่วยด้อยโอกาส ณ ห้องประชุมชั้น 8 ห้องเจ้าพระยา รพ.ศิริราช ปิยมหาราชการุณย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล กล่าวถึงความคืบหน้าของการก่อสร้างนวมินทรบพิตร 84 พรรษา ซึ่งได้รับพระราชทานนามจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ว่า การก่อสร้างขณะนี้รุดหน้าไปมากแล้ว โครงสร้างอาคารทั้ง 25 ชั้นแล้วเสร็จ อยู่ระหว่างการตกแต่งภายใน ชั้นที่ 1 -2 และชั้นใต้ดิน รวมถึงการติดตั้งครุภัณฑ์ทางการแพทย์บางส่วน ทั้งนี้ การจัดซื้อครุภัณฑ์ทางการแพทย์กำหนดเป้าหมายไว้ที่ 1,800 -2,000 ล้านบาท ขณะนี้ประชาชนได้บริจาคมาแล้ว 1,000 ล้านบาท ซึ่งประชาชนยังสามารถบริจาคเพื่อสมทบทุนได้อย่างต่อเนื่อง คาดว่าในเดือนมีนาคม 2562 จะเปิดให้บริการบางส่วนเพื่อลดความแออัดของคนไข้ที่มาใช้บริการโรงพยาบาลศิริราช และเป็นการทดสอบระบบก่อนเปิดอาคารนวมินทรบพิตรฯ อย่างเป็นทางการ ภายในวันที่ 5 ธันวาคม 2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;ภายในอาคารทั้ง 25 ชั้นนี้ ในแต่ละชั้นจะมีการบันทึกพระบรมราโชวาทของในหลวงรัชกาลที่ 9 ในด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม สุขภาพ และวัฒนธรรม เนื่องจากอีก 40 ปีข้างหน้า คนรุ่นหลังจะได้ระลึกถึงพระองค์ และซึมซาบสิ่งเหล่านี้ร่วมกัน พร้อมกันนี้ยังมีประติมากรรมของเหล่าศิลปินแห่งชาติ พร้อมแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงานที่จะนำมาติดตั้งที่อาคารเพื่อให้ประชาชนได้ชม สำหรับอาคารใหม่นี้จะมีครุภัณฑ์แพทย์ใหม่ เช่น เครื่องฉายแสงสำหรับผู้ป่วยมะเร็ง เดิมมี 3 เครื่องและไม่เพียงพอ ทำให้ผู้ป่วยบางรายต้องรอถึง 6 เดือน และบางรายต้องเดินทางไปรักษาที่ จ.ราชบุรี โดยจะจัดซื้อเพิ่มอีก 5 เครื่อง เพิ่มโอกาสการรอดชีวิตให้ประชาชนได้มาก&amp;ldquo; ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
สำหรับโครงการออมเพื่อให้ ตามรอยพ่อ ปีที่ 2 ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ กล่าวว่า หลังจากที่จัดทำโครงการออมเพื่อให้ ตามรอยพ่อในปีแรกนั้นได้รับเสียงตอบรับดีจากประชาชนกว่า 139,000 คน เป็นเงินบริจาค 113 ล้านบาท ด้วยอยากสานต่อพระราชปณิธานด้านการออม จึงได้ขอพระบรมราชานุญาตจากสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทำกิจกรรมออมเพื่อให้ ตามรอยพ่อ ในปีที่ 2 เพื่อเป็นการร่วมเฉลิมพระเกียรติในหลวงรัชกาลที่ 10 ที่ทรงสืบสานพระราชปณิธาน และพระราชกรณียกิจของพระราชบิดา โดยจะจัดทำกระปุกออมเงินสัญลักษณ์จำลองอุปกรณ์ทรงงาน 3 รูปแบบ ได้แก่ วิทยุสื่อสาร กล้องถ่ายรูป พระราชพาหนะทรงงาน แบบละ 1 แสนชิ้น รวมทั้งหมด 3 แสนชิ้น ซึ่งผลิตขึ้นใหม่ทั้งหมด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ศ.คลินิก นพ.ประดิษฐ์ ปัญจวีณิน ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศิริราชปิยมหาราชการุณย์ กล่าวว่า กิจกรรมออมเพื่อให้ ตามรอยพ่อปีนี้ ต่างจากปีที่ผ่านมา คือ เปิดโอกาสให้คนที่อยู่พื้นที่ห่างไกล ได้เข้าร่วมกับโครงการมากขึ้น โดยมีธนาคารกรุงเทพเข้ามาช่วยเหลือในด้านการจัดการ ตลอดจนกระบวนการเพื่ออำนวยความสะดวก โดยรูปแบบการออมในปีนี้ เน้นให้ประชาชนได้ฝึกฝนการออมทุกวัน ขั้นที่ 1 เริ่มจากการลงทะเบียนที่ธนาคารกรุงเทพฯ ทุกสาขาในวันที่ 16-25 พ.ย. 61 หรือสมัครผ่านช่องทางออนไลน์ ที่เว็บไซต์ www.savingforgiving.com ในวันที่ 23-25 พ.ย. 61 โดยมีเงื่อนไขการสมัครคือ 1 บัตรประชาชนต่อ 1 สิทธิ์ เพื่อแลกรับกระปุกได้ไม่เกิน 3 กระปุก ขั้นที่ 2 ออมเงินทุกวัน โดยสร้างวินัยการออมที่บ้าน โดยมีระยะเวลาในการออม นับตั้งแต่วันนี้ -15 ม.ค. 2562 กำหนดเป้าหมายเงินออม 450 บาทต่อกระปุก ขั้นที่ 3 โอนเงินออมพร้อมรับกระปุกที่ธนาคารกรุงเทพ สาขาที่เลือกไว้วันที่ 16-22 ม.ค. หรือช่องทางไปรษณีย์เริ่มจัดส่งตั้งแต่ 1 ก.พ.2562&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21552</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระปุกทรงงานในหลวงร.9, รพ.ศิริราช, อาคารนวมินทรบพิตร ๘๔ พรรษา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181107/image_big_5be2b40677c50.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11768</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/06/2018 18:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/06/2018 18:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;พี่ตูน&quot; ทำหนังสั้นฉายทั่วปท.หาเงินสร้างอาคาร &quot;นวมินทร์บพิตร84พรรษา&quot;รพ.ศิริราช </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตูนบอดี้สแลม ทำหนังสั้นฉายทั่วประเทศหางบสร้างอาคาร &amp;ldquo;นวมินทร์บพิตร 84 พรรษา&amp;rdquo; รพ.ศิริราช ฉายพร้อมกันทั่วประเทศก.ย.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 มิ.ย.61- ที่ อาคารอิมแพค ฟอรั่ม เมืองทองในงานครบรอบ 50 ปี แพทยสภา ธานี นายอาทิวราห์ คงมาลัย หรือตูน บอดี้สแลม กล่าวในเวที &amp;ldquo;Lunch Talk กับตูนและทีมวิ่งก้าวคนละก้าว&amp;rdquo;ว่า หลังจากได้รับเชิญไปวิ่งมาราธอนเพื่อหางบประมาณในการจัดซื้อเครื่องมือแพทย์ให้กับโรงพยาบาลบางสะพาน พบว่าในโรงพยาบาลยังมีปัญหาอีกมากที่ต้องการการแก้ไข และมีผู้ป่วยต้องรอคิวในการรักษาโรคนานจากที่เคยเป็นโรคระยะแรกๆ กว่าจะถึงคิวรักษาก็เข้าสู่ระยะโรคลุกลามแล้ว และได้รับทราบว่าก่อนหน้านี้เมื่อหลาย10 ปีก่อน มีแพทย์ออกวิ่งจากเชียงใหม่มาถึงกรุงเทพฯเพื่อขอรับบริจาคเงินในการซื้อเครื่องมือทางการแพทย์มาก่อน ทำให้รู้สึกว่าแพทย์ต้องทำเพื่อช่วยเหลือคนไข้ในทุกมิติเลย เพราะฉะนั้น ถ้าเราทำอะไรได้เพื่อช่วยแบ่งเบาคุณหมอและบุคลากรทางการแพทย์ได้ก็ควรทำ โดยสิ่งที่ตนถนัด นั่นคือการวิ่ง และเป็นที่มาของโครงการก้าวคนละก้าว &amp;nbsp;ซึ่งตั้งเป้าได้รับเงินบริจาค 700 ล้านบาท โดยหลักคิดคือคนไทยจำนวน 70 ล้านคน ทุกคนสละคนละ 10 บาท เป็นจำนวนเงินที่สามารถจ่ายได้ไม่เดือน แต่เมื่อรวมกันแล้วเป็นเงินก้อนที่สามารถนำไปซื้อเครื่องมือแพทย์เพื่อให้ผู้ป่วยเข้าถึงการรักษา และลดการรอคิวนานได้ แต่พอปิดโครงการเมื่อวันที่ 31 &amp;nbsp;พ.ค. ที่ผ่านมาก็ได้เงินบริจาคมากกว่า 1.4 พันล้านบาท มากกว่าที่ตั้งใจไว้ ตอนนี้ก็กระจายไปยัง 11 รพ.แล้ว เพื่อต่อชีวิตให้ผู้ป่วยอีกจำนวนมาก จะเห็นว่าถ้าเรารวมกันมันมีพลังมากกว่าที่คิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายอาทิวราห์ กล่าวต่อว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดทำภาพยนตร์สารคดี เกี่ยวกับโครงการก้างคนละก้าว โดยจะเป็นการแสดงให้เห็นตั้งแต่การเริ่มประชุมโครงการ การฝึกซ้อม &amp;nbsp;ช่วงวิ่งจนถึงวันเข้าเส้นชัยที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย เพื่อให้เป็นตัวแทนจุดประกายให้คนไทยวิ่งต่อ โดยตั้งใจว่าจะฉายฟรีทั่วประเทศ เดือนก.ย. ส่วนรายได้ก็แล้วกำลังความสามารถของตนเองที่จะหาผู้สนับสนุนในการฉาย โดยจะมอบเป็นการสมทบทุนก่อสร้างอาคารนวมินทรบพิตร 84 พรรษา ศิริรราชพยาบาลให้สำเร็จ และเพื่อใช้ในการพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์อีกมากมายทั้งนี้ตลอดเส้นทางที่วิ่งตนได้รับคำชมมากมาย ว่าเป็นฮีโร่บ้าง สุดยอดบ้าง แต่ตนคิดมาตลอดว่าเราไม่ใช่ โดยรอวันนี้ที่จะเจอบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อมอบเกียรติ และคำยกย่องว่าเป็นฮีโร่ ว่าสุดยอดให้กับบุคลากรทางการแพทย์ทั้งหมดพวกคุณสุดยอดตนวิ่ง 55 วัน ผมก็หยุด แต่พวกคุณวิ่งกันมานาน และยังจะวิ่งกันอีกต่อไปเพื่อให้ระบบสาธารณสุขได้ดีขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดี คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล กล่าวว่า ขณะนี้การก่อสร้างอาคารนวมินทรบพิตร 84 พรรษา ดำเนินการก่อสร้างคืบหน้าไปมาก คาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการได้กลางปีหน้า แต่ยังต้องการการรับบริจาคเพิ่มเพื่อจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์อีกกว่า 1 พันล้านบาท ซึ่งคุณตูนก็ได้มีการเข้ามาพูดคุยและร่วมกันจัดทำภาพยนตร์สารคดีเพื่อสมทบทุนในครั้งนี้ อย่างไรก็ตามจะเห็นว่าการก่อสร้างอาคารคืบหน้ามากเพราะได้รับเงินบริจาคจากคนไทยจำนวนกว่า 4 พันล้านบาท สะท้อนถึงความรัก และความเอื้ออาทรของคนไทย ยืนยันว่าอาคารเมื่อสำเร็จจะเป็นอาการที่ใช้สำหรับดูแลผู้ป่วยด้อยโอกาสจริงๆ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11768</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตูน บอดี้สแลม, ตูนทำหนังสั้น, รพ.ศิริราช, ระดมเงินสร้างตึกนวมินทรบพิตร 84พรรษา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180620/image_big_5b2a3388f20fa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
