<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>111911</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/08/2021 08:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/08/2021 08:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;รพ.สนามมธ.&#039;รับมือผู้ป่วยพีกสุดเดือนนี้! ห่วงยาฟาวิพิราเวียร์ไม่พอ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ส.ค. 64 - เพจ&amp;quot;โรงพยาบาลสนามธรรมศาสตร์&amp;quot; โพสต์ข้อความว่า วันอาทิตย์ที่ 1 สิงหาคม วันที่ 113 ของโรงพยาบาลสนามธรรมศาสตร์ และวันที่ 52 ของศูนย์รับวัคซีนธรรมศาสตร์รังสิต จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ยังคงมากกว่า 18,000 คน และมีผู้เสียชีวิตรวม 133 คน จำนวนผู้ป่วยรายวันที่จะแตะสองหมื่นคนต่อวัน และมีแนวโน้มว่าจะอยู่แถวๆ นี้ไปอีกอย่างน้อยหนึ่งหรือสองสัปดาห์ ทำให้จำเป็นต้องคิดและกำหนดแผนการอะไรบางอย่างในระดับประเทศแน่นอน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันก่อน สภาเภสัชกรรมออกแถลงการณ์เตือนมาแล้วว่า ต่อให้องค์การเภสัชกรรมของเราจะผลิต Favipilavir ได้เองแล้ว แต่ในหลายเดือนจากนี้ไป ศักยภาพการผลิตของเราจะอยู่ที่เดือนละ 2-3 ล้านเม็ด และหากผู้ป่วยใหม่อยู่ในระดับนี้ และมีนโยบายให้ผู้ป่วยเข้าถึงยาอย่างเร็วตามที่ สธ.กำหนด เราจะต้องใช้ยาถึงวันละหนึ่งล้านเม็ด (ผู้ป่วยคนหนึ่งใช้ยาโดสละ 50 เม็ด) และภายในสัปดาห์หน้า ประเทศจะขาดยา Favi อย่างแน่นอน ถ้าหากรัฐบาลไม่เร่งดำเนินการให้โรงงานผลิตยาของเอกชนที่มีมาตรฐานสูงในระดับเดียวกันเข้ามาช่วยผลิตยาเพิ่มจากที่องค์การเภสัชกรรมทำอยู่&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำเตือนของสภาวิชาชีพเภสัชกรรมนี้ เป็นการประเมินความต้องการใช้ยาของประเทศที่น่าเชื่อถือมากที่สุด เพราะยา Favi ซึ่งเป็นยาต้านไวรัสชนิดเดียวที่มีใช้อยู่ในประเทศ ที่ใช้กับผู้ป่วยโควิดทุกๆ เม็ดในทุกๆ โรงพยาบาล ถูกสั่งจ่ายออกไปโดยสมาชิกของสภาวิชาชีพนี้ทั้งสิ้น เราหวังว่ารัฐบาลจะตัดสินใจเรื่องนี้อย่างรวดเร็วที่สุด และการตัดสินใจว่าจะไม่ตัดสินใจ ก็จะต้องมีคำอธิบายที่ดีสำหรับประชาชนด้วยนะ เพราะถ้าไม่ได้ทำอะไรเลย&amp;nbsp; ประมาณกลางเดือนสิงหาคม&amp;nbsp; ~อีกสักสองสัปดาห์~เราก็จะได้ยินเพิ่มว่า นอกจากวัคซีนขาด เตียงขาดแล้ว ยารักษาโควิดยังขาดอีกด้วย ที่น่าเศร้าก็คือ เรื่องนี้จะเกิดขึ้นในประเทศที่เคยถูกยกย่องว่า มีระบบสาธารณสุขที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลกติดต่อกันมาหลายปีแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;
วันนี้ (1 ส.ค.) เป็นวันแรกของเดือนสิงหาคม เดือนที่สถานการณ์ที่ผู้ป่วยด้วยโรคระบาด จะหนักที่สุดเท่าที่เราเคยเผชิญกันมา ระบบโรงพยาบาลที่พอจะผ่อนสั้นผ่อนยาวและดูแลผู้ป่วยมาได้อย่างสะบักสะบอมในช่วงที่ผ่านมา จะเผชิญกับจำนวนผู้ป่วยที่ถึงจุด Peak ในเดือนนี้แหละ ~ตามทฤษฎีระบาดวิทยาทุกทฤษฎี ~ดังนั้นเราจึงจะต้องเสริมแนวป้องกัน ขุดสนามเพลาะและเตรียมอาวุธที่เหลืออยู่ในทุกโรงพยาบาล เพื่อรบในสงครามไวรัสที่โหดร้ายที่สุดที่กำลังจะมาถึงตัวพวกเราแล้วให้ได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;
ที่ธรรมศาสตร์ เรารู้อยู่แล้วว่าเราจะเผชิญกับอะไรบ้าง&amp;nbsp; วันที่ 2 ส.ค. ER ของเราจะเปิดปกติเพื่อรองรับผู้ป่วยฉุกเฉินและอุบัติเหตุ ห้อง Negative Pressure สองห้องใหญ่และ Nurse Station ที่เป็น Positive Pressure ในโซน ER พร้อมด้วยชุดอุปกรณ์ป้องกันคนของเราที่ดีที่สุดที่เราจะหามาได้ เตรียมพร้อมอยู่แล้วสำหรับผู้ป่วยที่จะมากขึ้นกว่าเดือนที่ผ่านมา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;
เราคงจะรับผู้ป่วยได้มากพอสมควร เท่าที่ศักยภาพ เตียง และแพทย์พยาบาลของเราเท่าที่มีอยู่จะทำให้ถึงที่สุด และถ้ามันเลวร้ายจนถึงขนาดต้องมีคนไข้ล้นไปอยู่ที่จอดรถหน้า ER หลาย ๆ รายในบางหน เราก็อาจจะจำเป็นหยุดรับ และขอเคลียร์คนไข้ขึ้นตึกให้เสร็จสัก 8 ชั่วโมงหรือ 12 ชั่วโมง ก่อนที่จะกลับมาเปิดรับอีกครั้งเมื่อเคลียร์ ER ได้ เหมือนกับที่เพื่อนร่วมรบของเราในหลายโรงพยาบาลทำอยู่ เพราะจำนวนคนป่วยใหมที่มีแต่ละวันในเคสโควิดนั้น มากเกินกว่าศักยภาพของทุกโรงพยาบาลรวมกันมากกว่าสิบเท่าจริง ๆ นะ
&amp;nbsp;
สัปดาห์หน้า ราววันพฤหัส เราจะติดตั้งเตนท์พลาสติกความดันลบแบบเตนท์สนาม สำหรับทำหัตถการผู้ป่วยโควิดในวอร์ดโรคไตสองเตนท์ และในวอร์ดอายุรกรรมอีกสี่เตนท์ โดยความช่วยเหลือจากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย วันอังคารมะรืนนี้ ในวอร์ดสูตินรีเวชห้องคลอดที่เป็น Negative Pressure สองยูนิตของเราน่าจะเปิดใช้งานได้ สำหรับผู้คลอดวันละราว 10 ราย ซึ่งครึ่งหนึ่งเป็นผู้ติดเชื้อหรือเป็น PUI เราคิดว่า เราเตรียมพร้อมแล้วนะ ที่จะทำสงครามใหญ่ในเดือนสิงหาคม
&amp;nbsp;
วันที่ 2 ส.ค. การปรับปรุงศูนย์ Home Isolation ของเราจะเสร็จสิ้น เราน่าจะมีห้องที่ใช้นัดหมายทำความเข้าใจและ Orientation ผู้ป่วยโควิดที่ยังมีอาการไม่มาก ที่จะมารับยาและเวชภัณฑ์เองได้คราวละ 20 คนในห้อง Orientation ที่เป็น Negative Pressure ตอน 11 นาฬิกาวันจันทร์พรุ่งนี้&amp;nbsp; หลังการประชุมวอร์รูมของโรงพยาบาล เรานัดประชุมแนวทางการส่งผู้ป่วยเข้า HI ของเรากับนายแพทย์ สสจ.จังหวัดปทุมธานี กับสสอ.และผอ.รพ. คลองหลวง, ธัญบุรี, สามโคกและ ลำลูกกา ซึ่งเป็นโรงพยาบาลที่ได้ส่งต่อผู้ป่วยโควิดเข้า HI ของ รพ.ธรรมศาสตร์ เป็นจำนวนมาก
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
ในโครงการ HIของธรรมศาสตร์ ที่วันนี้มีผู้ป่วยสะสมเกือบแปดร้อยคนแล้ว เราสามารถดูแลผู้ป่วยได้อย่างต่อเนื่อง และรับดูแลผู้ป่วยได้ไปจนถึงการรับผู้ป่วยกลับเข้านอนในโรงพยาบาลในกรณีที่มีอาการเปลี่ยนแปลงไปในทางลบ จนถึงขณะนี้ ผู้ป่วยในโครงการ HI ของเราที่มีอาการมากขึ้นได้ถูกส่งตัวกลับมารักษาในรพ.ธรรมศาสตร์ และใน รพ.สนามธรรมศาสตร์มากกว่า 20 คนแล้วนะ แม้ว่าในช่วงต้นเราจะไม่มีผู้ป่วยในโครงการมากนักก็ตาม ตัวเลขผู้ป่วยที่เรารับเข้ามานอนรักษาตัวในโรงพยาบาลเมื่ออาการรุนแรงมากขึ้นนี่เอง ที่เป็นสิ่งที่พิสูจน์ว่าโครงการ Home Isolation สามารถทำงานช่วยผู้ป่วยในภาวะขาดแคลนเตียงได้อย่างมีประสิทธิภาพและโดยไม่ได้ทอดทิ้งผู้ป่วย เพราะหากมีอาการเลวร้ายลง เรารับกลับมาดูแลทุกรายจริง ๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่โรงพยาบาลสนามธรรมศาสตร์ วันนี้เราหารือกันและตัดสินใจว่า เราจะเพิ่มห้องและเพิ่มเตียงสำหรับดูแลผู้ป่วยเคสสีเหลืองที่จะต้องทำ close monitorในรพ.สนาม จากเดิมที่เคยมีอยู่ในชั้น 2 ของอาคารDLuxxเพียง 22 เตียง ให้กลายเป็น 44 เตียงใน 44 ห้อง สำหรับดูแลผู้ป่วยที่มีอาการมากขึ้นในระดับที่ต้องใช้ออกซิเจนช่วยหายใจ เราจะต้องจัดหาเครื่องทำออกซิเจนเพิ่มขึ้นสำหรับอีก 22 ห้องในชั้นที่ 3 พร้อมกับจัดหาชุดมอนิเตอร์สัญญาณชีพของผู้ป่วยในทุกเตียงและทุกห้อง ซึ่งจะต้องเตรียมจัดหาให้เสร็จภายในกลางเดือนนี้ให้ได้ เพื่อเผชิญวิกฤตรอบใหม่ที่เรารู้อยู่แล้วว่ากำลังจะมาถึง เพราะโอกาสที่จะส่งผู้ป่วยเหล่านี้กลับไปดูแลรักษาใน รพ.หลัก ก็จะมีน้อยลงด้วย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
จนถึงสามทุ่มคืนนี้ ที่ รพ.สนาม เรารับผู้ป่วยใหม่เข้ามาดูแลได้อีก 39คน และส่งผู้ป่วยที่รักษาหายกลับบ้านได้ 27 คน คืนนี้มีคนนอนรักษาตัวอยู่ที่นี่จำนวน 335 คน&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
สถานการณ์ในวันนี้ที่ศูนย์รับวัคซีนที่ยิม 4 เราให้ Astra ให้กับผู้คนที่รอคอยวัคซีนได้อีก 2,432คน และจะให้วัคซีนไปเรื่อยๆ ทุกวันไม่มีวันหยุด ด้วยพละกำลังจากคนธรรมศาสตร์และบรรดาอาสาสมัครทั้งหลายที่ไม่ได้รับค่าตอบแทนใดๆ แต่เต็มใจที่จะมาช่วยเหลือพี่น้องร่วมชาติของเราที่กำลังเดือดร้อนและเป็นทุกข์&amp;nbsp; ธรรมศาสตร์เองก็ควักกระเป๋าจ่ายค่าไฟฟ้า ค่าน้ำ ค่าทำความสะอาด และค่าดำเนินการต่างๆ วันละมากกว่าหนึ่งแสนบาทในทุกวันที่มีการฉีดวัคซีน จากเงินของมหาวิทยาลัยเอง แต่เงินจำนวนนี้ไม่มีความสำคัญเลยถ้าแลกกับภูมิต้านทานโรค ความปลอดภัยและชีวิตของผู้คนจำนวนมากที่เป็นพี่น้องร่วมแผ่นดินของเรา เรายืนยันว่าเรายินดีจะจัดการฉีดวัคซีน Astra ที่นี่ไปอีกทุกๆ วัน จนถึงสิ้นปี ถ้าหากสธ.ยังคงมีและส่งวัคซีนมาให้เราช่วยฉีดให้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
มีข่าวที่หลายคนแจ้งเรามาว่า มีนายหน้ารับจองลัดคิวฉีดวัคซีนให้โดยเรียกเก็บเงินตอบแทนคนละหลายพันบาท และมีคนจำนวนไม่น้อยที่ได้จ่ายเงินไป เราจะตรวจสอบเรื่องนี้ต่อไปโดยเร็ว ถ้าท่านใดมีข้อมูลเรื่องนี้ช่วยแจ้งกับเราในเพจ รพ ธรรมศาสตร์ หรือบอกมาที่ผอ.รพ ธรรมศาสตร์ด้วยนะ&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
เตรียมรับสถานการณ์ของเดือนสิงหาให้ดี อย่าตระหนกกับตัวเลขมากนัก ไม่ว่ามันจะสูงขึ้นเท่าใดก็ตาม ดูแลตัวเองและครอบครัวให้ดี รักษาระยะห่างและอย่าออกจากบ้านถ้าไม่จำเป็น แต่ถ้าจำเป็นจริงๆ และมีอะไรเกิดขึ้นก็มาหาพวกเราที่ธรรมศาสตร์ได้นะ&amp;nbsp; เรายังพอไหวอยู่ และจะพยายามดูแลช่วยชีวิตผู้คนจนสุดกำลังความสามารถ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111911</URL_LINK>
                <HASHTAG>ติดเชื้อ, ยาฟาวิพิราเวียร์, รพ.สนามมธ., โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210802/image_big_61074915bbc31.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111504</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/07/2021 12:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/07/2021 12:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;รพ.สนามมธ.&#039;ฉีดแอสตร้า1.1หมื่นคนถึงสิ้นส.ค. เปิดจองคิวใหม่ฉีดก.ย.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ก.ค. 64 - เพจ&amp;quot;โรงพยาบาลสนามธรรมศาสตร์&amp;quot; โพสต์ข้อความว่า วันพุธที่ 28 ก.ค.วันที่ 109 ของโรงพยาบาลสนามธรรมศาสตร์ วันที่มีผู้ป่วยโควิดรายใหม่สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ที่ 16,533 คน ที่ศูนย์รับวัคซีน ยิมเนเซียม 4 เราจัดกิจกรรมรับวัคซีนถวายเป็นพระราชกุศลในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา โดยฉีดวัคซีน SV + AZ ให้กับผู้ที่ขาดโอกาสเข้าถึงวัคซีนจำนวนกว่า 2000 คน&amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
ตั้งแต่วันที่ 29 ก.ค.เป็นต้นไป เราจะเปิดยิม 4 เพื่อฉีด Astrazenecaให้กับผู้ที่จองวัคซีนไว้ 110,000คน ในแอปTUH ทุกวันต่อเนื่องไปโดยไม่มีวันหยุดจนถึงสิ้นเดือนสิงหาคม วันละไม่น้อยกว่า 3,000 คน เราเชื่ออยู่แล้วว่าพวกเรารบไม่ชนะในสงครามคราวนี้ และนี่คงเป็นวิธีเดียวที่จะทำให้พวกเราสูญเสียน้อยที่สุดจากนี้ไป ใครที่ยังไม่มีคิวฉีดวัคซีน มาจองคิวต่อของเดือนกันยาได้อีกนะ&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
วันนี้ (28 ก.ค.) ผู้เสียชีวิตจากโควิดในโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เพิ่มสูงสุดด้วยเช่นกัน มีผู้ป่วยโควิดเสียชีวิตรวมห้ารายในวันเดียวกัน สำหรับผู้ป่วยรายใหม่ที่ รพธ ที่มาจากการ swab และตรวจเชื้อด้วย RT-PCR ในรอบวันที่ผ่านมา 201คน พบว่ามีผลเป็นบวกที่ต้องรับแอดมิดเช้านี้เลย 37คน และในจำนวนนี้ เป็นบุคลากรของรพ.ธรรมศาสตร์เองอีก 4 คน เป็นเจ้าหน้าที่พยาบาลสอง และบุคลากรอื่นอีกสองคน เราเองก็ถูกโจมตีภายในแนวตั้งรับของเราเองไม่ต่างจากที่อื่นๆเหมือนกัน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
อยากจะวิงวอนผู้คนที่เกี่ยวข้องให้เข้าใจภาระงานที่หนัก เสี่ยงและยืดเยื้อยาวนานมากว่าสามเดือน ที่เกิดในโรงพยาบาลทุกแห่ง เพราะคนไข้โควิดมีมากเพิ่มขึ้นเกือบสิบเท่าภายในหนึ่งเดือน ขณะที่บุคลากรทางการแพทย์ที่จะรับมือมีจำนวนเท่าเดิม หรือลดน้อยไปเรื่อยๆ จากการติดเชื้อหรือการถูกกักตัว ใน ER ซึ่งเป็นประตูทางเข้าหลักของโรงพยาบาล ถ้าหากมีคนไข้อาการหนัก และถูกสันนิษฐานว่าอาจจะติดเชื้อนอนรอให้ช่วยชีวิตอยู่สัก แปดรายสิบราย และไม่สามารถส่งขึ้นวอร์ดคนไข้ในเพื่อไปรักษาต่อได้ เพราะวอร์ดข้างบนก็มีคนไข้เต็มล้น ความกดดันก็จะมาอยู่ที่แพทย์และพยาบาลที่มีผลัดละสิบกว่ายี่สิบคนในโรงพยาบาลขนาดใหญ่ ที่จะต้องช่วยอย่างเต็มที่เพื่อให้ทุกคนรอด&amp;nbsp; และถ้าถึงจุดที่แทบไม่มีที่ว่างเหลือให้เดินใน ER ไม่มีไปป์ออกซิเจนหรือไม่มีอุปกรณ์ช่วยชีวิตเหลืออีก&amp;nbsp; ห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลก็อาจจะต้องถูกปิดชั่วคราวไปสักระยะหนึ่ง8, 12หรือ 24 ชม.อย่างที่เคยเกิดขึ้นที่รามาธิบดีหรือที่ รพ.ธรรมศาสตร์เอง&amp;nbsp; &amp;nbsp;จนกว่าจะใช้เวลาที่หยุดรับรายใหม่ไปนั้น เคลียร์คนไข้ใส่ tubeที่ค้างอยู่ใน ER ส่งขึ้นวอร์ดไปได้&amp;nbsp; แล้วERจึงจะเริ่มกลับมาเปิดรับคนไข้ใหม่ได้อีก.&amp;nbsp; นี่เป็นวิกฤตการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นในระบบสาธารณสุขของประเทศเรามาก่อนเลย ขอได้โปรดเข้าใจและเห็นใจพวกเราในรพ.ต่างๆ เท่าๆ กับที่ท่านมีความกังวลและห่วงใยชีวิตของผู้ป่วยที่ถูกส่งมายังโรงพยาบาลด้วยนะ&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
วันนี้ (28 ก.ค.) ถึงจะเป็นวันหยุดราชการ แต่เราก็มาช่วยกันเร่งรัดเพิ่มศักยภาพและแก้ปัญหาให้โครงการ Home Isolationของเรา เพื่อให้ขยายขีดความสามารถการรับผู้ป่วยออกไปอีก เพราะถ้าผู้ป่วยใหม่อยู่ในระดับหมื่นกว่าไปอีกเพียงสองสัปดาห์ ก็จะไม่มีเตียงที่ไหนเหลือเลยแม้แต่เตียงเดียวที่จะรับผู้ป่วยโควิดรายใหม่เข้ารักษาในโรงพยาบาลอีกได้ ไม่ว่าจะเปิดโรงพยาบาลสนามใหม่อีกมากเท่าใดก็ตาม ก็เหลือแต่เพียงที่จะใช้&amp;rdquo;เตียงทิพย์&amp;rdquo;ในโครงการนี้เท่านั้นแหละ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
พวกเราได้หารือกับท่าน ผวจ. และ สสจ.ปทุมธานี ที่จะรับผู้ป่วยโควิดจากอำเภอคลองหลวงและลำลูกกาของปทุมธานีหลายร้อยคนที่ยังไม่สามารถหาเตียงได้ เข้าสู่โครงการ HI ของโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ วันพรุ่งนี้ตัวเลขผู้ป่วยใหม่ในโครงการคงเพิ่มอีกมาก&amp;nbsp; จากที่มีตัวเลขผู้ป่วยในโครงการสะสมอยู่มากกว่า 500 คนแล้วในวันนี้ และเป็นตัวเลขผู้ป่วยที่ยังแอคทีฟอยู่เกือบ 300 คนที่พวกเราต้องติดตามดูแลอาการผ่านแชทบอร์ด อยู่ทุกๆวัน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
ความกังวลของพวกเราในโครงการนี้ไม่ใช่เรื่องการจัดระบบรองรับเรื่องกำลังคน เรื่องการจัดส่งอาหารหรือการดูแลติดต่อกับผู้ป่วยทั้งหมดในแต่ละวัน&amp;nbsp; เรื่องเหล่านี้พวกเราช่วยกันดูแลจัดการได้ทั้งหมด&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ที่จะเป็นปัญหาที่พวกเราอาจจะแก้ด้วยตัวเองไม่ได้ก็คือ ความพอเพียงของยาต้านไวรัส Favipilavir และการขาดแคลนของฟ้าทลายโจร ซึ่งใช้เป็นยาช่วยแก้ปัญหาในระยะแรกที่อาการของผู้ป่วยยังไม่ปรากฏหรือไม่รุนแรง อีกสัปดาห์เดียวอาจจะมีเรื่องนี้เกิดขึ้นเป็นปัญหาเรื่องใหญ่ของโครงการ Home Isolation หรือ Community Isolation&amp;nbsp; ทั่วประเทศได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
มาที่โรงพยาบาลสนาม ซึ่งดูจะเป็นที่เดียวที่ยังพอรับผู้ป่วยโควิดรายใหม่ที่อาการไม่หนักมากเข้ามาได้บ้าง แต่ว่า ในแต่ละวัน เราก็รับผู้ป่วยผลบวกที่ swab พบจาก รพ.ธรรมศาสตร์เข้ามาโดยตรงวันละสิบกว่าคน&amp;nbsp; &amp;nbsp; และรับรีเฟอร์ผู้ป่วยจากวอร์ดโควิดต่างๆของโรงพยาบาลมาอีกรวมวันละ 30 รายอยู่แล้วนะ วันนี้ที่ รพ.สนามเรารับผู้ป่วยใหม่เข้ามาได้อีก 27ราย และส่งผู้ป่วยที่หายแล้วกลับบ้านได้ 43 ราย กับส่งผู้ป่วยที่อาการรุนแรงมากขึ้นกลับไปดูแลที่รพ.ธรรมศาสตร์อีก 4 ราย จำนวนผู้ป่วยสุทธิที่พักอยู่กับเราคืนนี้คือ 355คน นี่ยังไม่ได้นับเคส PUI ที่มากักตัวที่นี่ด้วยนะ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
เราคิดว่า พวกเราทำงานหนักมากแล้วนะ แต่ว่า มันคงยังไม่หนักเพียงพอที่จะช่วยชีวิตผู้คนที่ล้มตายมากขึ้นเรื่อยๆ ไว้ได้ พวกเราจะพยายามทำให้มากขึ้นอีก&amp;nbsp; จะทำจนสุดกำลังความสามารถที่เราจะทำได้&amp;nbsp; อยากจะให้พวกเราต้องสูญเสียน้อยที่สุด ในสงครามที่พวกเราไม่มีโอกาสชนะแล้วครั้งนี้&amp;nbsp; #พวกเราจะเข้มแข็ง #เราสัญญา.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111504</URL_LINK>
                <HASHTAG>รพ.สนามมธ., วัคซีน, ส.ค., แอสตร้าฯ, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210729/image_big_610236d1a4fc6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111110</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/07/2021 07:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/07/2021 07:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;รพ.สนามมธ.&#039;เปิดศูนย์ฉีดวัคซีนอีกครั้ง แม้ความหวังชนะสงครามคราวนี้ไม่มีแล้ว! </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ก.ค. 64 - เพจ&amp;quot;โรงพยาบาลสนามธรรมศาสตร์&amp;quot; โพสต์ข้อความในช่วงดึกวันที่ 25 ก.ค.ว่า วันอาทิตย์ที่ 25 ก.ค.วันที่ 106 ของโรงพยาบาลสนามธรรมศาสตร์ วันที่มีผู้ป่วยโควิดรายใหม่สูงสุดทำลายสถิติของประเทศที่ 15,335 ค
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
วันนี้มีบุคลากรในโรงพยาบาลมีผลตรวจเชื้อเป็นบวกอีกสามราย ในนี้เป็นพยาบาลอีกหนึ่งคน จำนวนคนที่มา Swab ทั้งหมดเมื่อวานมีรวมทั้งสิ้น 191 คน มีผลเป็นบวกที่เราต้องรับเข้ามาดูแลรักษาอีก&amp;nbsp; 48 คน และมีผู้ป่วยโควิดเสียชีวิตในโรงพยาบาลเพิ่มอีกหนึ่งคน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
ที่รพ.สนามวันนี้ เรารับผู้ป่วยเข้ามาเพิ่มอีก 26 คนและส่งผู้ป่วยที่หายแล้วกลับบ้านได้รวม 27 คน ผลรวมของวันนี้อยู่ที่ 390 คน ในจำนวนเกือบ 400 คนนี้มีผู้ป่วยเด็กอายุน้อยอยู่มากถึง 51 คน เกือบทั้งหมดติดเชื้อจากผู้ปกครองและมารักษาอยู่ร่วมห้องพักกับพ่อแม่ วันนี้เป็นคิวเอกซเรย์ปอดของผู้ป่วยเด็ก ห้องเอ็กซเรย์ที่ รพ สนามจึงกลายเป็นเหมือนสนามเด็กเล่นไปโดยปริยาย น่าจะไปช่วยหยอกล้อเล่นสนุกกับเด็กเหล่านี้ได้ ถ้าไม่นึกถึงว่าทุกคนที่เข้าไป จะต้องใส่ชุดPPE หลายชั้น ใส่หน้ากาก N 95 ครอบด้วยเฟซชิลด์และหมวกคลุมศรีษะ และ Leg cover เหมือนกับเจ้าหน้าที่เอกซเรย์ของเราด้วย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
Home Isolation ของเรายังทำงานได้ดีแม้ในวันหยุดยาว เพราะเชื้อไวรัสไม่ยอมหยุดทำงานด้วย มีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอีกหลายสิบ คนในวันนี้&amp;nbsp; ตัวเลขเพิ่มอาจจะอยู่เพียงวันละ 30 -40 คนในช่วงนี้ แต่สัปดาห์หน้าเมื่อตัวเลขผู้ป่วยใหม่ไปอยู่ที่หมื่นห้าอย่างที่เป็นอยู่วันนี้แล้ว เราคงหนีไม่พ้นที่จะต้องรับผู้ป่วยเข้าระบบอีกไม่น้อยกว่าร้อยคนต่อวันแน่
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
วันหยุดยาวสองสามวันนี้ยังคงเป็นการซ้อมใหญ่ของระบบ&amp;rdquo;เตียงทิพย์&amp;rdquo;อยู่เลย พวกเราคงจะเผชิญกับวิกฤตของจำนวนผู้ป่วยจริงๆตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไปแน่นอนละ เอาเถอะ เรารู้อยู่แต่ต้นแล้วว่าเรากำลังจะเจอกับอะไร&amp;nbsp; ขอให้พวกเราสามารถประคองสถานการณ์ไปให้ได้สักหนึ่งหรือสองอาทิตย์โดยระบบไม่ล่มสลายไปทันทีท่ามกลางคลื่นผู้ป่วยที่กำลังจะถาโถมเข้ามา&amp;nbsp; เท่านี้ เราก็จะถือว่าความพยายาม &amp;ldquo;ช่วยชาติ&amp;rdquo;ของพวกเราในเรื่องนี้ไม่สูญเปล่าแล้วละ&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
เราตัดสินใจกันเรื่องศูนย์รับวัคซีนแล้วนะว่าตั้งแต่วันที่ 29 ก.ค.เป็นต้นไป เราจะเปิดศูนย์ฉีด Astrazenecaไปตลอดโดยไม่มีวันหยุดจนหมดเดือนสิงหาคม ปรับกระบวนการใหม่ และจะนัดฉีดไม่ต่ำกว่าวันละ 3,000 คน วันพรุ่งนี้เราจะ upload รายชื่อผู้ที่จองวัคซีนกับเราที่เหลืออยู่ราว 90,000 คนเข้าไปในคิวจองทั้งหมด เพื่อทุกคนจะได้ทราบกำหนดวันที่ตัวเองมีคิวที่จะต้องมาฉีด และจะได้เตรียมตัวเตรียมใจกันไว้แต่เนิ่นๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
ทว่า เรามีวัคซีนที่มาอยู่ในมือแล้วเพียงพอจนถึงประมาณวันที่ 10 ส.ค.เท่านั้นนะ แต่เราก็เชื่อ ตามที่รัฐบาลและ สธ. รวมไปถึงบริษัทที่ขายวัคซีนให้เราออกมายืนยันหลายครั้งในช่วงสัปดาห์นี้นะ ที่ว่า&amp;nbsp; สิ้นเดือนนี้วัคซีน AZจะมาเพิ่มอีกมากเพียงพอ และเราคงจะได้รับวัคซีนสำหรับมาฉีดให้อีกประมาณ 60,000 คนที่เหลือในเดือนหน้าอย่างครบถ้วนด้วย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
ถ้าควบคุมการระบาดไม่ได้ ลดจำนวนผู้ป่วยใหม่รายวันไม่ได้ ก็ขอให้ใช้วิธีการฉีดวัคซีนให้ผู้คนมากที่สุดและเร็วที่สุดนี้เท่านั้น ที่จะช่วยบรรเทาผลกระทบร้ายแรงจากการมีผู้ป่วยจำนวนมหาศาลที่อาการหนักหลั่งไหลเข้ามาที่โรงพยาบาลได้บ้าง และช่วยลดจำนวนคนตายลงได้บ้าง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
ความหวังในการชนะสงครามคราวนี้ของพวกเราไม่มีแล้ว&amp;nbsp; ขอแต่เพียงอย่าให้พวกเราแพ้เร็วเกินไปเท่านั้น&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วยส่งวัคซีนมาให้พวกเราให้มาก และให้เร็วที่สุดเลย ขอร้องเถอะนะ&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
ที่จริง เรามีกำหนดจะเปิดฉีดวัคซีนตั้งแต่วันที่ 28 แล้วแหละ เพื่อเป็นกิจกรรมถวายเป็นพระราชกุศลในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาของในหลวง เดิมเราได้ตกลงกันกับกลุ่ม ปตท. ว่าทาง ปตท. จะจัดวัคซีนอีกชนิดหนึ่งจากจีนที่ได้จองซื้อไว้กับหน่วยงานของรัฐแห่งหนึ่งมาให้ธรรมศาสตร์ฉีดให้กับ พระภิกษุสงฆ์ แม่ชี ผู้สอนศาสนา และผู้ด้อยโอกาสที่เข้าไม่ถึงวัคซีน ในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 ก.ค. โดยขอให้ทางจังหวัดปทุมธานีรับผิดชอบไปจัดทำบัญชีรายชื่อผู้รับวัคซีนมาให้ แต่การประสานงานกับหน่วยงานที่เป็นผู้นำวัคซีนเข้ามามีขั้นตอนมากมายที่ยุ่งยากมากกว่าระบบราชการปกติด้วยซ้ำ จนในที่สุดเราก็ต้องถอดใจ และขอไม่ยุ่งเกี่ยวด้วยอีกแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
พวกเราตัดสินใจกันว่า จะจัดกิจกรรมฉีดวัคซีนเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลสำหรับผู้ที่ขาดโอกาสเข้าถึงวัคซีนจำนวน 2,500 คนในวันที่ 28 ก.ค.ต่อไปตามเดิม แต่จะเปลี่ยนชนิดวัคซีน โดยจะฉีดเข็มที่ 1 จะเป็นซิโนแวค และเข็มที่ 2 ในอีก 3-4 สัปดาห์ต่อมาจะเป็น Astrazeneca ทั้งหมดนี้จะดำเนินการที่ศูนย์รับวัคซีนธรรมศาสตร์รังสิต ที่ยิม 4 ทั้งหมด&amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
วันหยุดยาวที่ไวรัสไม่หยุดระบาด บุคลากรทางการแพทย์ก็หยุดไม่ได้ด้วยเช่นกัน ไม่เป็นไรหรอกนะ พวกเราลืมไปแล้วล่ะ ว่ารบอยู่ในสงครามนี้มานานเท่าไหร่แล้ว.. แต่ถ้าผู้คนยังคงเจ็บป่วย ล้มตายและต้องการความช่วยเหลือ พวกเราทุกทุกคนก็พร้อมที่จะยืนอยู่ และสู้ต่อไปโดยไม่ยอมแพ้ จนกว่าวันสุดท้ายจะมาถึง.. # รักเธอ ประเทศไทย??.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111110</URL_LINK>
                <HASHTAG>ติดเชื้อ, รพ.สนามมธ., สงคราม, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210726/image_big_60fdff1a886d7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110857</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/07/2021 16:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/07/2021 16:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;รพ.สนามมธ.&#039;กัดฟันสู้ต่อ! สัญญาจะยืนอยู่ให้ได้ ขอล้มเป็นคนสุดท้าย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.ค. 64 - เพจ&amp;quot;โรงพยาบาลสนามธรรมศาสตร์&amp;quot; โพสต์ข้อความว่า วันพฤหัสที่22 กรกฎาคม วันที่ 103 ของโรงพยาบาลสนาม วันที่สี่สิบห้าของศูนย์รับวัคซีนธรรมศาสตร์รังสิต วันที่มีผู้ป่วยใหม่เพิ่มขึ้นสูงสุดเป็นมากกว่า 13,600 คน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
เช้านี้ก็ยังไม่ค่อยมีแสงสว่างเหมือนกับหลายวันที่ผ่านมา นอกจากตัวเลขผู้ป่วยใหม่ทำลายสถิติของวันที่ผ่านๆมาแล้วเช้านี้เราเห็นรายงานว่าบุคลากรในโรงพยาบาลติดเชื้อเพิ่มขึ้นอีก 7 คน เป็นเเพทย์fellowหนึ่งและพยาบาลสามคน เจ้าหน้าที่อีกสาม บางวอร์ดเจ้าหน้าที่อาจต้องถูกกักตัวและอาจจะต้องกระทบไปถึงคนไข้ในวอร์ดที่บุคลากรเหล่านี้รับผิดชอบอยู่ เราถูกโจมตีภายในโรงพยาบาลและสูญเสียกำลังคนเพิ่มมากขึ้นทุกวัน สวนทางกับภาระงานที่มีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นโดยตลอด
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
เมื่อวานทั้งวัน เราตรวจ swab ผู้สงสัยว่าจะติดเชื้อไป 251ราย เช้านี้พบว่ามีผลบวกอีก 37ราย ที่จะต้องรอเข้ารับการรักษาตัว เมื่อรวมกับผลบวกที่ค้างมาจากเมื่อวาน วันนี้เรามีคนรอคิวอยู่ที่ประตูโรงพยาบาลอีก 51 ราย ไม่นับที่มีคำขอส่งคนไข้อาการหนัก กลับมาจากโรงพยาบาลสนาม หรือบุคลากรและนศ.ของมหาวิทยาลัยที่ตรวจพบผลบวกจากที่อื่นๆ ที่ขอเข้ารับการรักษา
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
มีคนถามว่า เราจะรู้ได้อย่างไรว่าระบบโรงพยาบาลและระบบสาธารณสุขล่มแล้ว&amp;nbsp; คำตอบง่ายๆ ก็คือ ถ้าผู้ป่วยที่ป่วยหนักแล้วได้ติดต่อไปยังโรงพยาบาลต่างๆ แต่ไม่ได้ถูกรับเข้ารักษา และถ้าเหตุการณ์นี้เกิดกับผู้ป่วยเป็นจำนวนมาก ก็หมายความว่าระบบของเราไม่สามารถรองรับดูแลผู้ป่วยที่มีอาการหนักได้ จนมีผู้เสียชีวิตในบ้านหรือตามท้องถนน ทั้งไที่ได้ร้องขอความช่วยเหลือมาเป็นเวลานานผ่านช่องทางต่างๆแล้ว นั่นคือสภาพของระบบโรงพยาบาลที่ทำงานต่อไปอีกไม่ได้แล้ว และระบบสาธารณสุขที่ล่มสลายลงแล้วจริงๆ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
แปดโมงเช้าวันนี้ที่หน้าห้องฉุกเฉินที่ รพ.ธรรมศาสตร์ เรายืนดูด้วยความสะเทือนใจที่เห็นรถปิกอัพบรรทุกผู้ป่วยผู้หญิงมีอายุนอนมาท้ายรถและยื่นนิ้วมือออกมาให้พยาบาลER ตรวจวัดออกซิเจนในเลือด และรถเก๋งคันเล็กๆที่บรรทุกคุณยายผมขาว ร่างผอมเกร็งนอนมาในที่นั่งตอนหลังและได้เห็นลูกหลานเปิดประตูลงมาขอความช่วยเหลือจากอาการไข้สูงของญาติผู้ใหญ่&amp;nbsp; เห็นสภาพคนไข้และแววตาของคนที่เป็นญาติแล้ว เราต้องกลั้นน้ำตาเพื่อฟังคำตอบที่รู้อยู่แล้วจากพยาบาลเวรว่า หอผู้ป่วยอายุรกรรมของเราถูกปิด จากการมีผู้ติดเชื้อไปถึงครึ่งวอร์ด และกำลังอพยพคนไข้ทุกเตียงไปที่วอร์ดอื่น โดยยังไม่สามารถทำได้หมดในวันนี้ เราจึงไม่สามารถรับคนไข้มาเสี่ยงเพิ่มเติมจากที่เราต้องดูแลอยู่แล้วได้อีกในวันสองวันนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
เรามองรถทั้งสองคันที่ขับออกไปช้าๆ เพื่อไปหาโรงพยาบาลอื่น อย่างที่เขาได้รับคำตอบจากพยาบาลของเรา แล้วก็สะทกสะท้อนใจในความทุกข์ทรมานของเพื่อนร่วมชาติ เรารู้อยู่แล้วว่าเขาทั้งสองครอบครัวจะได้รับคำตอบอย่างไรจากโรงพยาบาลอื่น.. ถ้าไปถึง และรู้อยู่แล้วว่าเรื่องนี้จะจบลงอย่างไร&amp;nbsp; แต่ก็ได้แต่ทอดถอนใจ และปฏิญานกับตัวเองว่า พวกเราจะทำให้มากที่สุด และจะช่วยเหลือชีวิตผู้คนให้ได้มากที่สุด เท่าที่ศักยภาพของพวกเราจะทำให้ได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
ประเทศของเราเดินมาถึงจุดนี้แล้ว อะไรเป็นสาเหตุของความล่มสลายอย่างรวดเร็วของระบบสาธารณสุขที่พวกเราเคยภาคภูมิใจนะ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
พวกเราเป็นคนตัวเล็กๆ ในสนามรบ เราไม่ได้กำหนดนโยบาย เราไม่ได้มีส่วนในการวางยุทธศาสตร์ แต่พวกเราต้องมารับผลกระทบที่เกิดขึ้นโดยตรง ในอีกหลายสัปดาห์ต่อไปนี้ ถ้าพวกเรายังไม่ล้มลงตามไปด้วย เราก็จะฝืนยืนต่อสู้ต่อไป เพื่อช่วยรักษาความหวังและรักษาชีวิตของผู้คนเอาไว้ให้มากที่สุดเท่าที่พวกเราจะสามารถทำได้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
เราสู้นะ พวกเราสัญญา สัญญาว่าจะพยายามยืนให้อยู่ให้ได้ และถ้าจะล้ม เราจะขอล้มตามไปเป็นคนสุดท้าย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
ในมุมที่จะเป็นกำลังใจให้ได้บ้าง วันนี้เราฉีดวัคซีน Astraให้กับผู้คนที่รอคอยไปได้อีก 1776 คน ที่ยิม 4 ยอดรวมวันสุดท้ายของ Astra ที่เราให้กับผู้คนไปใน 45 วันติดต่อกันที่ผ่านมา มีมากกว่า 80,000 เข็มแล้ว&amp;nbsp; พรุ่งนี้จะเป็นวันสุดท้ายก่อนเราจะปิดศูนย์ชั่วคราว ซึ่งเราจะฉีดซิโนแวคเข็มที่สองให้กับคนที่ได้รับเข็มแรกไปที่โรงพยาบาลแล้ว และเป็นเข็มแรกของอีกหลายๆคนที่คอยอยู่ จากนั้นเราคงจะกลับมาจัดระบบและเริ่มต้นการฉีด Astraที่นี่ใหม่ในช่วงปลายเดือนเป็นต้นไป อย่าลืมตรวจดูคิวนัดของทุกคนใน#หมอพร้อมด้วยนะ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
ที่รพ สนาม วันนี้ตัวเลขผู้ป่วยโควิดใหม่ที่รับมาอยู่ที่ 24 ราย ผู้ป่วยที่รักษาหายและกลับบ้านได้มี 21คน ยอดผู้ป่วยรวมยังอยู่ที่ 392 ราย โดยไม่รวมเคส PUI ที่ต้องกักตัวที่นี่ ที่น่าสังเกตก็คือ เรามีผู้ป่วยเด็กตัวเล็กๆรักษาตัวอยู่ที่ รพ สนาม มากถึง 50คน&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
สำหรับโครงการ Home Isolation ตัวเลขผู้ป่วยในโครงการนี้ของเมื่อวานอยู่ใกล้ 300 คน แต่ถึงตอนเย็นตัวเลขสะสมน่าจะเกิน 300 คนไปแล้ว เราหวังและจะพยายามทำให้โครงการนี้ เติบโตมากขึ้นโดยเร็วที่สุด เพราะอาจจะเป็นทางรอดทางเดียวของเราที่จะช่วยดูแลรักษาผู้ป่วยโควิดจำนวนมากมายในสถานการณ์ที่เลวร้ายและไม่มีเตียงรองรับได้พอในโรงพยาบาลเช่นนี้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
การงดให้บริการผู้ป่วยนอกที่ไม่จำเป็นเร่งด่วน หรือการเลื่อนวันนัดพบแพทย์ ทำให้โรงพยาบาลต้องหาทางดูแลผู้ป่วยที่ยังมีความจำเป็นต้องรับยาหรือปรึกษาแพทย์ตามรอบระยะเวลาอยู่ วันนี้ จำนวนยาที่ฝ่ายเภสัชกรรมต้องจัดส่งทางไปรษณีย์ให้กับคนไข้จึงมีมากถึงกว่า 500 กล่องแล้ว และอาจจะมากขึ้นเรื่อยๆต่อไป เพราะเรายังคงมีหน้าที่ต้องดูแลผู้ป่วยที่ไม่ใช่โควิดไปพร้อมๆกัน โดยกำลังคนกลุ่มที่มีอยู่เดิมนี้ด้วย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;แต่พวกเรายังพอไหวอยู่ ใจยังสู้ และพร้อมที่จะเดินหน้าต่อไป จนกว่าจะถึงวันนั้นนะ&amp;nbsp; #อนาคตจะต้องมีประเทศไทย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110857</URL_LINK>
                <HASHTAG>ติดเชื้อ, รพ.สนามมธ., วัคซีน, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210723/image_big_60fa8b259eb3c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110262</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/07/2021 08:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/07/2021 08:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เสียงสะท้อนจาก&#039;รพ.สนามมธ.&#039; ใกล้ปิดฉากหลังรบโควิดมากว่า100วัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ก.ค. 64 - เพจ&amp;quot;โรงพยาบาลสนามธรรมศาสตร์&amp;quot; โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า เรารบมากว่าร้อยวันแล้ว มีบุคลากรแนวหน้าล้มหายตายจากและบาดเจ็บไปกักตัวมากกว่าสามร้อยคน มีความอ่อนล้า มีความเหน็ดเหนื่อย มีหยาดเหงื่อและน้ำตาของผู้คนมากมายที่มาช่วยกันรบ กับศัตรูที่มองไม่เห็น ทั้งที่มีหน้าที่และไม่มีหน้าที่ และที่ทำเกินกว่าหน้าที่มากมายมหาศาล เพราะเพื่อบางสิ่งบางอย่างที่พวกเรายึดมั่น เพราะอุดมการณ์ เพราะสำนึกและเพราะเพื่อปกป้องพี่น้องชาวไทยที่ฝากความหวังไว้กับพวกเรา พวกเรารบ รอความหวังและเชื่อว่า ถ้าประวิงสถานการณ์ไว้ให้ได้นานที่สุด เราจะได้รับความช่วยเหลือ เราจะหน่วงเวลาไว้จนกว่าผู้คนของเราจะได้รับการปกป้อง โดยการให้วัคซีนอย่างกว้างขวางและทั่วถึง และทุก ๆ คนจะปลอดภัย สามเดือนเศษมาแล้วที่เราทำงานต่อเนื่องไม่มีวันหยุด และจะทำต่อไปเรื่อย ๆ จนเราอาจจะจำต้องหยุดไปเอง เพราะไม่มีกำลังคนเหลือพอ เพราะไม่มีการสนับสนุนจากผู้คนที่รับผิดชอบบริหารประเทศและเพราะไม่มีการตัดสินใจใด ๆ ในทางนโยบายที่จะทำให้พวกเราไม่แพ้ในสงครามครั้งนี้ได้
&amp;nbsp;
ในสถานการณ์ที่คับขันและในวันที่มีผู้ป่วยใหม่วันละกว่าหมื่นคน และจะมีเพิ่มมากขึ้นไปเรื่อย ๆ จำนวนผู้เสียชีวิตจะเพิ่มจากร้อยคนไปที่สองร้อยคนในอีกไม่นาน เราก็คงยังรบอยู่ในแนวตั้งรับของพวกเรา&amp;nbsp; แต่เราคิดว่า ถ้าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงและสถานการณ์ยังคงเป็นไปอย่างที่เป็นมา เราคงจะมีกำลังสู้รบต่อไปได้อีกเพียงสัปดาห์เดียว ก่อนที่ระบบทั้งหมดของเราจะพังทลายลง พวกเราคงจะเสียใจมากหากว่าพวกเราจะไม่สามารถทำงานช่วยชีวิตผู้คนต่อไปอีกได้ แต่ว่าจนถึงขณะนี้ พวกเราก็ได้ช่วยเหลือปกป้องผู้คนกันมาจนถึงที่สุดแล้วจริง ๆ เข้าใจพวกเรานะ
&amp;nbsp;
ในสัปดาห์ที่อาจจะเป็นสัปดาห์สุดท้ายของพวกเราที่จะมาถึงนี้ เราอยากจะบอกเล่ากับผู้คนในรุ่นต่อไปให้ได้รู้ว่า พวกเราที่ธรรมศาสตร์ได้ทำอะไรลงไปบ้าง ในระหว่างวิกฤตร้ายแรงของสังคมไทย เพื่อจะบอกเล่าสิ่งที่พวกเราได้ทำมาด้วยกำลัง ด้วยแรงกาย ด้วยหัวใจและด้วยสองมือของคนธรรมศาสตร์ที่นี่เอง เพื่อเป็นประวัติศาสตร์อีกส่วนหนึ่งของมหาวิทยาลัยนี้ในการช่วยประคับประคองสังคมไทย ดังที่มีมาในอุดมการณ์ตั้งแต่ตันของธรรมศาสตร์
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
เริ่มแต่เมื่อมีวิกฤตร้ายแรงของการระบาดของไวรัสโควิด พวกเราที่นี่ได้ร่วมกันลงมือลงแรงเพื่อช่วยดูแลรักษาสังคมและผู้คนชาวไทยในเรื่องใหญ่ๆอย่างน้อยสี่เรื่องด้วยกัน
&amp;nbsp;
(1)โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ 800 เตียง ของเราเริ่มรับมือกับการระบาดของโควิดด้วยห้องความดันลบที่มีเพียงสองห้องเมื่อปีเศษที่แล้ว เราขยายหอผู้ป่วยและเตียงโควิดเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จาก 24 เตียงในสองเดือนแรก ไปเป็น 42 เตียง ไปเป็น 55 เตียง ไปเป็น 65 เตียง ไปเป็น 77 เตียง ไปที่ 101 เตียง และไปจนถึง 109 เตียงในวันนี้ โดยมีเตียงผู้ป่วยวิกฤตรวมอยู่ถึง 55 เตียง เราระดมสรรพกำลังทุกสิ่งอันที่มีอยู่มาเพื่อทำงานที่เสี่ยงภัย งานที่ต้องการอุปกรณ์และเครื่องไม้เครื่องมือเพื่อความปลอดภัยอย่างสูงมาก และใช้ทรัพยากรของเราเองบริหารจัดการโรงพยาบาลที่มีคนไข้นอกวันละกว่า 4,000 คน เพื่อให้ดูแลผู้ป่วยโควิดได้ ด้วยการลดการนัดหมายผู้ป่วย ลดการตรวจที่ไม่จำเป็น และปรับลดการดูแลผู้ป่วยปกติไปกว่า 70% เราเหลือคนไข้ที่นัดหรือจำเป็นต้องมาเพียงพันคนต่อวัน และปิดห้องผ่าตัด 28 ห้องของเราให้เหลือเพียง 6 ห้อง และจัดการหอผู้ป่วยที่อาจยุบรวมกันได้ให้ยุบรวมไปทั้งหมด เพื่อเอาแพทย์ พยาบาล และบุคลากรมาช่วยกันรับมือผู้ป่วยโควิด แพทย์ทุกสาขา ไม่ว่าจะเป็น สูติ ศัลย์ Med เด็ก ออร์โธรังสี วิสัญญี ถูกขอร้องให้มาช่วยผลัดกันมารับมือกับโควิด และหยุดการเรียนการสอนทางคลินิกทั้งหมดมาเพื่อการนี้&amp;nbsp; เพราะเรามีบุคลากรที่บาดเจ็บจากการรบ ที่ติดเชื้อจากผู้ป่วย หรือที่ต้องกักตัวกันวันละหลายสิบคนเกือบทุกวันจนแทบจะดูแลระบบงานปกติไม่ได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;
วันนี้ ห้องเก็บศพของโรงพยาบาลเต็มแล้ว เราเติมคอนเทนเนอร์เก็บศพเพิ่มมาอีกสองตู้เพื่อให้เรามีศักยภาพเก็บร่างผู้เสียชีวิตได้เพิ่มอีกสามเท่า วันนี้เริ่มเตรียมอุปกรณ์และเครื่องมือทุกอย่างครบแล้วที่จะทำ ER ให้มีโซนNegative Pressure ขนาด 150 ตรม. เพื่อจะให้รับมือสถานการณ์ของผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤติได้ดีขึ้น ปลอดภัยมากขึ้น และการปรับปรุงนี้จะเสร็จใช้งานได้ในวันพุธ จากนั้นปลายสัปดาห์นี้เราจะทำห้อง Negative Pressure อีกสามห้อง สำหรับ&amp;nbsp; &amp;nbsp;Palliative care ผู้ป่วยโควิดระยะสุดท้าย ซึ่งเป็น service ที่พวกเราในวงการสาธารณสุขไม่อยากทำ แต่ก็คงต้องทำอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ พร้อม ๆ กับการทำห้องคลอดที่เป็น Negative Pressure อีกสองห้อง เพื่อให้ใช้ได้ในปลายอาทิตย์นี้ เพื่อรองรับผู้คลอดซึ่งในขณะนี้มากกว่าครึ่งหนึ่งเป็น PUI หรือเป็น + เราเพิ่งจัดตั้ง ICU โควิดสำหรับเด็กและทารกเพิ่มอีก 8 เตียง เพื่อพยายามช่วยเหลือรักษาชีวิตเด็กและทารกแรกคลอดเอาไว้ให้ได้ เราใช้ทรัพยากรของเราเองที่มีจากการบริจาคสนับสนุนของผู้คนในสังคมไทยไปเพื่อการนี้หลายสิบล้านบาท และต้องใช้กำลังบุคลากรของเราเองเพิ่มขึ้นในทุก ๆ งานที่พวกเราคิดอ่านและตัดสินใจทำกันขึ้นเองทั้งหมด
&amp;nbsp;
(2)เราประกาศและได้จัดตั้งโรงพยาบาลสนามแห่งแรกและเป็นโรงพยาบาลสนามที่ดีที่สุดของประเทศขึ้นในมหาวิทยาลัยตั้งแต่เป็น 307 เตียงในเดือนมีนาคม 2563 จนมาถึงเวฟที่ 2 ในเดือนกุมภาพันธ์ และเวฟที่ 3 &amp;ndash; 4 ในเดือนเมษายน ที่ขยายเป็น 470 เตียง เราช่วยดูแลผู้ป่วยโควิดจากโรงพยาบาลต่าง ๆ ที่เข้าตาจน ไม่มีเตียงคนไข้ใหม่เพิ่มและช่วยแก้ปัญหาเตียงไม่พอในรพ.หลักโดยทรัพยากร วัสดุอุปกรณ์ เครื่องมือและกำลังบุคลากรของเราเองทั้งหมด วันนี้ รพ.สนามธรรมศาสตร์มีผู้ป่วยที่เรารับมาดูแลสะสมมากกว่า 3,200 คนแล้ว และเรายังไม่หยุดรับ ไม่หยุดให้ความช่วยเหลือ ทั้ง ๆ ที่สถานการณ์รุนแรงมากขึ้น และผู้ป่วยซึ่งควรจะเป็นเคสเขียวไม่มีอาการเปลี่ยนเป็นเคสเหลืองที่ต้องใช้ยาต้านไวรัส ยารักษาปอดอักเสบที่นี่หลายสิบคน จนโรงพยาบาลสนามของเราคล้าย รพ.หลักเข้าไปทุกที แต่ที่ต่างก็คือมีอัตรากำลังแพทย์พยาบาลน้อยกว่าโรงพยาบาลหลักเกือบสิบเท่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp;
(3)เราประกาศจัดตั้งศูนย์รับวัคซีนธรรมศาสตร์ รังสิต ซึ่งเป็นศูนย์ฉีดวัคซีนเพียงแห่งเดียวในโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยขึ้นเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 64 และฉีดวัคซีนต่อเนื่องมา 41 วันแล้ว และมีศักยภาพในการฉีดวัคซีนไม่น้อยกว่าวันละ 2,000 คน และปลายเดือนนี้เราจะเพิ่มศักยภาพการฉีดวัคซีนเป็นวันละ 3,000 คนโดยใช้ทรัพยากรและบุคลากรของ รพ.ธรรมศาสตร์และอาสาสมัครทั้งหมด ขณะนี้เราฉีดวัคซีน Astra Zeneca&amp;nbsp; &amp;nbsp;ให้กับผู้ที่รอโอกาสและความหวังในการได้รับภูมิคุ้มกันไปได้กว่า 73,000 คน และตั้งใจจะฉีดไปเรื่อย ๆ ทุกวันจนกว่าไม่มีวัคซีนจะให้ฉีดอีก เพราะพวกเราเชื่อว่า การมีวัคซีนสร้างภูมิคุ้มกันให้ผู้คนเป็นทางรอดเดียวของสังคมไทยจากสงครามโควิดนี้ น่าเศร้าใจที่เราคงจะฉีดต่อเนื่องไปได้อีกเพียง 4 วัน และวันที่ 23 กรกฎาคมก็จะเป็นวันสุดท้ายที่เราจะมีโอกาสช่วยเหลือผู้คนได้ เพราะไม่มีวัคซีนส่งมาให้เราฉีดอีกแล้ว อาสาสมัครและบุคลากรวันละ 150 คน ที่ทำงานติดต่อกันมาจนครบ 45 วันคงจะเศร้าใจที่ประเทศไม่มีวัคซีนให้กับประชาชนอีกแล้ว แต่ผู้คนที่ลงทะเบียนรอวัคซีนอยู่อีกกว่าห้าหมื่นคนไว้ที่เราที่ยังไม่ได้รับวัคซีนเลยคงจะรู้สึกเหมือนกับฟ้าถล่มลงต่อหน้าต่อตา ที่โอกาสของพวกเขาที่จะได้รอดพ้นจากการคุกคามของโรคระบาดนี้ จะสูญสลายไปในทันที เมื่อได้รับทราบข่าวการปิดศูนย์รับวัคซีน เพราะไม่มีวัคซีนอีกแล้วจากพวกเรา
&amp;nbsp;
(4)นอกจากการขยายเตียงโควิดและเพิ่ม Negative Pressure อย่างไม่หยุดหย่อนแล้ว เราก็ได้วางแผนจัดเตรียมสถานที่และเตรียมแพทย์ พยาบาลเฉพาะทางสำหรับดูแลผู้ป่วยโควิดในลักษณะ Palliative Care&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขึ้นที่โรงพยาบาล เราคงเป็นโรงพยาบาลไม่กี่แห่งในประเทศนี้ที่เตรียมทีมแพทย์ พยาบาล และจัดสถานที่ทำเป็น Negative Pressure สำหรับการดูแลผู้ป่วยโควิดแบบประคับประคองในประเทศ บุคลากรทางการแพทย์ทราบดีอยู่แล้วว่า Palliative Care สำหรับโควิดคืออะไร แต่สำหรับบุคลากรภายนอก เราคงอธิบายได้เพียงว่าการดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคองนี่คือสิ่งที่บุคลากรทางการแพทย์มีความยากลำบากใจที่จะดำเนินการ เพราะมันคือการดำเนินการบริหารจัดการเตียง ICU โควิดที่มีความจำเป็นสูงสุดในภาวะนี้ โดยพยายามบริหารจัดการเตียง ICU โควิดที่มีจำนวนจำกัดให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด โดยพูดคุยกับญาติของผู้ป่วยที่มีโอกาสรอดชีวิตต่ำมากหรือไม่มีเลย ให้ยอมรับการดูแลแบบประคับประคองโดยไม่มีการ CPR หรือเจาะเส้นเลือดดำที่คอเพื่อช่วยยืดชีวิตอีก เพื่อให้เวลาอีกสามสี่วันที่จะยืดชีวิตของผู้ป่วยรายนั้นไว้ชั่วคราว กลายเป็นสามสี่วันที่อาจจะช่วยผู้ป่วยวิกฤตรายอื่นให้ได้มีโอกาสรอดชีวิตไปได้ เป็นเรื่องเศร้าถ้าจะบอกว่าเราจะต้องขอให้อาจารย์แพทย์ทางด้าน Palliative Care มาดูแลผู้ป่วยโควิดวิกฤตไปหลายรายแล้วในสัปดาห์ที่ผ่านมา&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
ทั้งหมดที่บอกเล่ามาโดยสังเขปนี้ คืองานที่พวกเราชาวธรรมศาสตร์ช่วยกันแบกหามทำกันมาเอง ด้วยกำลังบุคลากร เครื่องไม้เครื่องมือและทรัพยากรของพวกเราเองทั้งหมด ปีนึงมานี้เราใช้งบประมาณของเราเองไปแล้วมากกว่าหนึ่งร้อยล้านบาทสำหรับโควิด ถ้าไม่มีศิษย์เก่าและผู้สนับสนุนที่เห็นคุณค่าของงานของเรามาช่วยบริจาคสบับสนุนให้ โรงพยาบาลคงล้มละลายไปนานแล้ว และที่สำคัญก็คือพวกเราทำเรื่องเหล่านี้มาได้ด้วยความเชื่อมั่น ในสิ่งที่ใครบางคนที่พวกเรารักและศรัทธา เคยบอกไว้ว่า ให้ทำหน้าที่ของพวกเราต่อไปในภาวะวิกฤติ และให้คิดเอาเองว่าหน้าที่ของพวกเราคืออะไร
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
พวกเราต่างล้วนเชื่อว่าหน้าที่ของพวกเราคือการดูแลพี่น้องประชาชนคนไทยที่เจ็บป่วยทุกข์ทรมานด้วยโรคร้ายนี้ ให้ดีที่สุด ให้มากที่สุด และพวกเราจะทำจนเต็มกำลังความสามารถ&amp;nbsp; และแล้วพวกเราก็ได้ทำเต็มกำลังความสามารถในรอบนี้มากว่าสามเดือนติดต่อกันโดยไม่หยุดเลย ด้วยความเชื่อมั่นว่า การรบหน่วงเวลาช่วยดูแลผู้คนที่ทุกข์ทรมานอยู่ในแนวรบของเรา จะช่วยทำให้ประเทศและประชาชนไม่แพ้สงครามนี้ในท้ายที่สุด ด้วยนโยบายของรัฐบาลเรื่องการจัดสรรและกระจายวัคซีนอย่างกว้างขวางและเร่งด่วนให้แก่ผู้คนทั้งประเทศ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
เราเพิ่งได้ทราบว่าวัคซีนจะไม่มีมาอีกแล้ว และอีกนานจนกำหนดไม่ได้ที่ผู้คนที่พวกเราดูแลอยู่จะได้รับภูมิคุ้มกันเพียงพอ จะต้องรอคอยวัคซีนต่อไป
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
เราร้องขอมากเกินไปหรือเปล่านะ ที่จะขอให้รัฐบาลรับประกันสิทธิที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไปของคนไทย โดยการจัดหาวัคซีนที่ผลิตในประเทศไทย มาฉีดให้คนไทย ตามที่รัฐบาลสัญญาไว้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
เราได้แต่ถามตัวเองว่าทำไม! ทำไมรัฐบาล ทำไมกระทรวงซึ่งมีหน้าที่โดยตรงในเรื่องนี้หลอกลวงเรา หลอกลวงผู้คนทั้งประเทศให้อดทน รอคอยและมีความหวัง ซึ่งท้ายที่สุดก็ปรากฎว่าไม่มีทางเป็นจริงได้เลย!?
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
ทำไมนะ รัฐบาลของเรา จึงไม่สามารถจัดหาวัคซีนที่ผลิตในประเทศไทย โดยเงินที่จ่ายจากภาษีของคนไทยมาช่วยป้องกันชีวิตและดูแลรักษาผู้คนร่วมแผ่นดินเอาไว้ก่อน ให้ได้ภายในสัปดาห์หรือสองสัปดาห์ข้างหน้าที่เหตุการณ์จะวิกฤติร้ายแรงที่สุดนี้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
เราอดรำพึงรำพันกับตัวเองอีกไม่ได้ว่า ถ้ารัฐบาลไม่มีสติปัญญาและไม่มีความสามารถที่จะช่วยรักษาชีวิตของคนไทยไม่ให้ล้มตายเป็นใบไม้ร่วงอย่างที่เป็นมาตลอดสัปดาห์ด้วยการฉีดวัคซีนที่มีประสิทธิภาพเพียงพอที่จะไว้วางใจได้ และเป็นวัคซีนที่ผลิตในประเทศ บนแผ่นดินไทย และอยู่ในเขตอธิปไตยของชาติเราเองแล้วรัฐบาลจะยังคงจากหน้าเป็นรัฐบาลอยู่ต่อไปเพื่ออะไร!? แต่ช่างเถอะ พวกเราเป็นเพียงบุคลากรด่านหน้า&amp;nbsp; เป็นมดงานตัวเล็กๆที่จะยอมเสียสละตัวเองเพื่อดูแลประชาชน และคงต้องก้มหน้า กัดฟันและยืนหยัดทำภารกิจที่พวกเราคิดเอาเองว่าเป็นความรับผิดชอบของเราต่อไป โดยไม่มีสิทธิตั้งคำถาม&amp;nbsp; แม้จะรู้ว่าอาทิตย์นี้ อาจจะเป็นการรบป้องกันครั้งสุดท้าย ก่อนที่พวกเราและระบบสาธารณสุขของเราจะหมดกำลังและล่มสลายลงก็ตาม #เราจะสู้จนวันสุดท้ายมาถึง #อนาคตจะต้องมีประเทศไทย??.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110262</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปิดฉาก, รพ.สนามมธ., โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210719/image_big_60f4d7b83cecc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
