<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>77027</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/09/2020 12:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/09/2020 12:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กปั๊ด&#039; สั่งจัดทีมสืบสวนมือปล่อยมัลแวร์เรียกค่าไถ่ รพ.สระบุรี คาดคนร้ายอยู่ยุโรป</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ก.ย.63 -&amp;nbsp;ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ หัวหน้าเพื่อประสานความร่วมมือกับศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม หรือ Anti-Fake News Center เปิดเผยถึงกรณีที่ระบบคอมพิวเตอร์ของโรงพยาบาลสระบุรีถูกโจมตีด้วยมัลแวร์เรียกค่าไถ่ ส่งผลให้ฐานข้อมูลระบบบริการผู้ป่วย และอีกหลายรายการไม่สามารถสืบค้นข้อมูลประวัติเก่าหรือให้บริการออนไลน์ได้ว่า เมื่อวานนี้ (9 ก.ย.)&amp;nbsp;พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ได้สั่งการให้ตนจัดทีมสืบสวนทำคดีติดตามหาตัวผู้กระทำความผิดแล้ว โดยร่วมกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กองบังคับการแราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ ปอท. และศูนย์คอมพิวเตอร์ กองทัพอากาศ ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการ โดยนำเครื่องมือพิเศษไปใช้ตรวจสอบกรณีที่เกิดขึ้นด้วย เบื้องต้นที่โรงพยาบาลสระบุรียังไม่ได้ทีการเรียกค่าไถ่แต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการตรวจสอบพบว่า ก่อนหน้านี้ มีการก่อเหตุแฮกข้อมูลปล่อยมัลแวร์กับโรงพยาบาล และบริษัทแห่งอื่น ทั้งของรัฐบาล และเอกชน มีการเรียกค่าไถ่แลกกับข้อมูลที่ถูกแฮก ซึ่งมีบางรายยอมจ่ายเงินไปแล้วด้วย ในราคาไม่ถึงหลักล้านบาท ซึ่งจะไปตรวจสอบข้อมูลจากผู้เสียหายเหล่านี้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเบื้องต้นจากแผนประทุษกรรม เชื่อว่าคนร้ายน่าจะเป็นชาวต่างชาติที่ก่อเหตุในประเทศแถบยุโรป เนื่องจากในต่างประเทศเคยเกิดเหตุในลักษณะเช่นนี้บ่อยครั้ง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการก่อเหตุของชาวต่างชาติ อีกทั้งยังไม่เคยพบว่ามีแฮ็คเกอร์คนไทยก่อเหตุในลักษณะนี้มาก่อน ยอมรับว่าไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องมีบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถ รวมทั้งระบบคอมพิวเตอร์ที่ และเครื่องมือพิเศษที่มีคุณภาพ ซึ่งในอนาคตครดว่าจะมีการจัดซื้อเพื่อนพมาให้ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77027</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ, มัลแวร์เรียกค่าไถ่โรงพยาบาล, รพ.สระบุรี, โรงพยาบาลสระบุรี, ไวรัสโจมตี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200910/image_big_5f59bc6238327.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76933</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/09/2020 15:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/09/2020 15:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> สธ.ส่งเซิร์ฟเวอร์ ซอฟแวร์ที่จำเป็น ให้ รพ.สระบุรี พร้อมกับนำระบบ manual กลับมาใช้ร่วมด้วย เตือนทุกรพ.สำรองข้อมูล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;
9ก.ย.63-นพ.สุระ วิเศษศักดิ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 4 พร้อมด้วยนพ.อนันต์ กนกศิลป์ ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีโรงพยาบาลสระบุรีถูกโจมตีทางไซเบอร์เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2563 โดยไวรัส (Ransomware) โจมตีในหลายระบบ รวมถึงฐานข้อมูลระบบบริการผู้ป่วย ทำให้ไม่สามารถสืบค้นข้อมูลประวัติเก่าหรือให้บริการออนไลน์ได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นพ.สุระกล่าวว่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และปลัดกระทรวงสาธารณสุข มีความเป็นห่วงต่อการให้บริการประชาชนต้องใช้เวลามากกว่าเดิม ได้สั่งการให้ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข สนับสนุนอุปกรณ์เบื้องต้น เช่น เซิร์ฟเวอร์ ซอฟแวร์ที่จำเป็น เพื่อให้โรงพยาบาลสระบุรีได้สร้างระบบสำหรับให้บริการประชาชนโดยเร็ว ร่วมกับการใช้ระบบ manual ให้บริการผู้ป่วยตามปกติ โดยไวรัสเรียกค่าไถ่ที่โจมตีระบบเป็นการเข้ารหัสล็อกไว้ทำให้โรงพยาบาลไม่สามารถเข้าไปใช้ข้อมูลในระบบคอมพิวเตอร์ได้ จึงขอให้ประชาชนมั่นใจว่าข้อมูลส่วนบุคคลด้านสุขภาพจะไม่ถูกดึงออกไปจากระบบสู่ภายนอก แต่อาจเกิดความล่าช้าในการรับบริการ เนื่องจากไม่สามารถเปิดระบบเชื่อมโยงคอมพิวเตอร์ภายในโรงพยาบาล เพราะอาจทำให้ไวรัสระบาดไปสู่ฐานข้อมูลอื่นที่ยังไม่ถูกโจมตีได้ ขณะนี้ได้ประสานผู้เชี่ยวชาญจากกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว และมอบให้ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ได้เร่งให้ความรู้ วิธีการ และการป้องกันให้กับหน่วยงานและโรงพยาบาลในสังกัดทุกแห่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;ldquo;ประชาชนที่ไปรับบริการที่โรงพยาบาลสระบุรี ขอให้นำบัตรแสดงสิทธิการรักษา สำเนาใบส่งตัว บัตรประจำตัวประชาชน บัตรแพ้ยา และใบรายการยาครั้งสุดท้ายพร้อมยาเดิมมาด้วย เพื่อความสะดวกในการรับบริการ และขอให้ทุกหน่วยงานและโรงพยาบาล เข้มนโยบายการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านไซเบอร์ เนื่องจากมีโอกาสถูกโจมตีทางไซเบอร์ได้ตลอดเวลา จะต้องมีการสำรองข้อมูลไว้เพื่อให้เรียกคืนข้อมูลกลับมาได้&amp;rdquo; &amp;nbsp;นายแพทย์สุระกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นพ.อนันต์ กนกศิลป์ ผอ.ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศฯ กล่าวว่า ได้ประสานไปยังศูนย์ประสานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์ประเทศไทย (ไทยเซิร์ต : ThaiCERT) ทันทีที่ได้รับแจ้งจากโรงพยาบาลสระบุรีเมื่อวันที่ 7 กันยายน 2563 และได้สนับสนุนอุปกรณ์สำหรับจัดทำระบบข้อมูล แนะนำให้เพิ่มการบริหารจัดการภายใน สร้างความตระหนักแก่ผู้ใช้งานในการป้องกันไวรัส โดยเฉพาะช่องโหว่ที่ทำให้ระบบถูกโจมตีจากภายใน ได้แก่ การนำเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนตัวมาเชื่อมกับระบบของโรงพยาบาล การใช้แฮนดีไดรฟ์ อีเมล์ หรือการหาลิงก์จากภายนอกมาใช้ ส่วนการการโจมตีจากภายนอก โรงพยาบาลทุกแห่งมีระบบ Fire Wall ป้องกันอยู่แล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;สำหรับการดำเนินการกับผู้โจมตีนั้นได้แจ้งความไว้เป็นหลักฐานแล้ว โดยกระทรวงสาธารณสุข จะจัดตั้งการดูแลเฉพาะในส่วนของด้านสุขภาพ หรือ เฮลธ์เซิร์ต เพิ่มจากไทยเซิร์ต และขณะนี้ได้ออกแบบระบบระบบฐานข้อมูลกลางด้านสุขภาพ มีข้อมูลสุขภาพที่สำคัญ เช่น โรคประจำตัว การแพ้ยา ยาประจำที่ใช้ การรับวัคซีน เป็นต้น โรงพยาบาลสามารถเข้าถึงข้อมูลได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76933</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สธ., รพ.สระบุรี, โจมตีไซเบอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200909/image_big_5f588fee7fb3e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50646</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/11/2019 15:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/11/2019 15:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รพ.สระบุรีนำร่อง เพิ่มยา 6รายการและยากลุ่มโรคต้อหิน-ตาแห้ง ให้รับได้ที่ร้านขายยาใกล้บ้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
19 พ.ย.62- ที่โรงพยาบาลสระบุรี จ.สระบุรี นายแพทย์ประพนธ์ ตั้งศรีเกียรติกุล คณะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้รับมอบหมายจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สธ. ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจการดำเนินงานโครงการรับยาใกล้บ้าน เริ่มเมื่อ 1 ตุลาคม 2562 เพื่อลดความแออัดในโรงพยาบาล ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญของกระทรวง &amp;nbsp;เป็นทางเลือก ไม่ต้องรอคิวรับยาที่โรงพยาบาล จากการร่วมโครงการฯของ รพ.ลสระบุรี มีผู้ป่วยที่สมัครใจและเข้าเกณฑ์ให้ไปรับยาใกล้บ้านประมาณ ร้อยละ 20 ของใบสั่งยาใน 3 กลุ่มโรค คือ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และจิตเวช ที่มีอาการคงที่ จะได้รับใบสั่งยาและฉลากยาเพื่อไปรับยาที่ร้านยาชุมชนอบอุ่นใกล้บ้าน โดยรพ.สระบุรีมีแผนเพิ่มรายการ ยาโรคไขมันในเลือดสูง โรคไทรอยด์ โรคโลหิตจางอีก 6 รายการ พร้อมขยายบริการเพิ่มที่แผนกจักษุในโรคต้อหิน &amp;ndash; ตาแห้ง &amp;nbsp;เพื่อให้ผู้ป่วยที่มีอาการคงที่ได้เข้าร่วมโครงการฯมากขึ้น ทางโรงพยาบาลจะได้เร่งประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางต่าง ๆ อาทิ Facebook ของรพ. ป้ายประชาสัมพันธ์โครงการรับยาใกล้บ้านหน้าบริเวณห้องตรวจ ให้เจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลช่วยกันประชาสัมพันธ์บอกต่อให้กับผู้ป่วย ญาติ และมีการรวบรวมข้อมูลเพื่อการปรับปรุงพัฒนา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้านนพ.อนันต์ กมลเนตร ผอ.รพ.สระบุรี กล่าวว่า โรงพยาบาล ได้สำรองยาไว้ที่ร้านขายยาเครือข่ายที่เข้าร่วมโครงการทั้งหมด 15 ร้าน กระจายอยู่ในอำเภอต่าง ๆ คือ อำเภอเมือง 8 ร้าน อำเภอหนองแค 4 ร้าน อำเภอวิหารแดง 2 ร้าน และอำเภอแก่งคอย 1 ร้าน ติดต่อสื่อสารผ่านทาง line group และมีโปรแกรมเชื่อมโยงข้อมูลใบสั่งยาไปที่ร้านขายยา โดยสามารถสแกน QR CODE จากใบสั่งยาและฉลากยาที่ผู้ป่วยนำไปรับยา เมื่อผู้ป่วยรับยาเรียบร้อย ข้อมูลจะถูกส่งต่อกลับมาที่โรงพยาบาล รวมทั้งมีระบบ SMS แจ้งเตือนเภสัชกรที่ร้านยา ระบบติดตามสถานะของใบสั่งยา และระบบคลังยา แสดงรายการจำนวนยาที่คงเหลือในร้านยาเครือข่าย ทั้งนี้ โรงพยาบาลมีแผนลงพื้นที่ตรวจสอบร้านยาในเครือข่ายทุก 3 เดือน เพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชนว่าร้านยาในเครือข่ายได้มาตรฐาน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50646</URL_LINK>
                <HASHTAG>รพ.สระบุรี, เพิ่มประเภทรับยาที่ร้านใกล้บ้าน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191119/image_big_5dd3adfbe4a89.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
