<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>18478</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/09/2018 14:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/09/2018 14:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รพ.หัวเฉียวทุ่ม300ล.สร้างตึกใหม่ รองรับผู้ป่วยประกันสังคมล้นทะลัก เหตุมีรพ.เอกชนหลายแห่งโบ้ย บอกเลิกเป็นคู่สัญญากับกปส.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26ก.ย.-61-รพ.หัวเฉียว เตรียมขยายพื้นที่ผู้ป่วยประกันสังคม โดยใช้เงินลงทุน200-300ล้านบาท สองแนวคิดเล็งสร้างตึกใหม่กับรีโนเวทอาคารเดิม หลังผู้ป่วยล้นทะลัก &amp;nbsp;เนื่องจากมี รพ.เอกชน หลายแห่งเลิกเป็นคู่สัญญากับกปส. หวังเป็น &amp;quot;ต้นแบบ&amp;quot; ของ&amp;quot;รพ.ไม่แสวงหากำไร&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายสุธี เกตุศิริ กรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารโรงพยาบาลหัวเฉียว &amp;nbsp;เปิดเผยว่า หลังจากที่มีโรงพยาบาลเอกชนหลายแห่งยกเลิกการเป็นคู่สัญญาให้บริการสุขภาพกับสำนักงานประกันสังคม(กปส.) จึงทำให้มีผู้ประกันตนจำนวนมาก ย้ายโอนมาที่รพ.หัวเฉียว &amp;nbsp;ซึ่งขณะนี้ รพ.หัวเฉียวมีผู้ใช้สิทธิ์รักษาพยาบาลกปส.ประมาณ 1.4 แสนคน &amp;nbsp;เพิ่มขึ้นจากเดิมประมาณ 3หมื่นคน ทำให้ตึกใหม่ที่เปิดบริการเมื่อไม่นาน เกิดการแออัด คับแคบ &amp;nbsp; ทำให้คณะกรรมการบริหารรพ. มีแนวคิดว่า อาจจะต้องมีการขยับขยายสถานที่เพื่อรองรับผู้ป่วยกปส.ที่เพิ่มขึ้นในปัจจุบันและอนาคต &amp;nbsp;และเห็นขอบอนุมัติเงินลงทุน ประมาณ 200-300ล้านบาท &amp;nbsp;เพื่อขยับขบายพื้นที่ในส่วนประกันสังคม แต่ยังไม่ได้สรุปว่าจะทำการปรับปรุงอาคารเก่าที่มีอยู่เดิม หรือจะทุบทิ้งตึกเก่าแล้วสร้างอาคารใหม่ขึ้นโดยเฉพาะ แต่โครงการจะต้องเสร็จให้ทันภายในปี2563 &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายสุธี กล่าวอีกว่า ในด้านยุทธศาสตร์การพัฒนารพ า รพ.หัวเฉียว ได้เตรียมงบประมาณ 500 ล้านบาท &amp;nbsp;เพื่อยกระดับ รพ.เฉพาะทาง &amp;nbsp;โรครักษายาก ที่หลากสาขามากกว่าปัจจุบัน &amp;nbsp;ซึ่งตั้งแต่ปี 2558 &amp;ndash; 2560 &amp;nbsp; รพ.ได้พยายามพัฒนา ความเป็นมืออาชีพด้านการรักษา ด้วยการเปิดศูนย์หัวใจและหลอดเลือด &amp;nbsp; &amp;nbsp;ศูนย์ผ่าตัดผ่านกล้องทางศัลยกรรมและนรีเวช &amp;nbsp; ศูนย์แม่และเด็ก &amp;nbsp; และในปี 2561 &amp;ndash; 2562 &amp;nbsp; วางแผนเปิดศูนย์โรคกระดูกและข้อ &amp;nbsp; ศูนย์จักษุ &amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ในปี 2563 &amp;ndash; 2564 &amp;nbsp;มีแผนจะเปิดศูนย์อุบัติเหตุ (Trauma Center) &amp;nbsp;รวมถึงการจัดซื้อเครื่องมือทางการแพทย์ &amp;nbsp;และการปรับปรุงอาคารสถานที่ &amp;nbsp;อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot; 5 ปีที่ผ่านมา เราพยายามปรับปรุงเปลี่ยนแปลงด้านต่างๆค่อนข้างมาก &amp;nbsp;เนื่องจาก รพ.เอกชนปัจจุบันมีการพัฒนาอย่างก้าวกระโดด และมีการแข่งขันสูง เราจึงต้องปรับตัวให้ทัน &amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเฉพาะวิวัฒนาการทางการแพทย์ที่ก้าวหน้าไปมาก หากไม่มีการปรับตัวเราก็จะเสียโอกาสและเสียบุคลากรทางการแพทย์ไป ปัจจุบันเรามีความสามารถทางการแพยท์ ที่ถือว่าโดดเด่น ไม่แพ้รพ.เอกชนใหญ่ๆ ก็คือ การรักษาโรคหัวใจและหลอดเลือด เช่น การทำบอลลูนหัวใจ ซึ่งเราเปิดเป็นศูนย์ ศักยภาพการรักษาเทียบเท่ารพ.เอกชนใหญ่ๆ แต่ราคาค่าบริการต่ำกว่าเขาประมาณ 50% &amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ซีอีโอ ฯ กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาและที่จะก้าวต่อไป รพ.หัวเฉียว ยังคงปณิธาน เป็นรพ.เพื่อสังคม &amp;nbsp;(Social Enterprise ) ที่ไม่แสวงหาผลกำไรหรือเป็นรพ. Non-Profit &amp;nbsp;และตั้งความหวังให้รพ.หัวเฉียว เป็น&amp;quot;ต้นแบบ&amp;quot;ของรพ.ไม่แสวงหากำไรให้กับรพ.อื่นๆ &amp;nbsp;ที่ไม่เน้นการทำกำไรมาก แต่สามารถอยู่รอดได้ &amp;nbsp;ต้องยอมรับว่าปัจจุบันค่ารักษาพยาบาลมีราคาแพงขึ้น ซึ่งเป็นข้อกังวลไม่สบายใจของประชาชน แต่รพ.เอกชนส่วนใหญ่ อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ ทำให้ต้องพยายามทำกำไร เพื่อนำเงินมาจ่ายปันผลให้กับผู้ถือหุ้น แต่สำหรับรพ.หัวเฉียว &amp;nbsp;ที่มีที่มาจากมูลนิธิปอเต๊กตึ๊ง ที่เป็นมูลนิธิเพื่อการกุศล เงินทุกบาททุกสตางค์ที่ได้ นำมาใช้กับรพ.และจ่ายค่าตอบแทนพนักงานให้สามารถอยู่ได้ เลี้ยงครอบครัวได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นอกจากนี้รพ.ยังเน้นความโปร่งใสในการดำเนินงาน ทั้งกับคนไข้และสังคม การตรวจรักษาเป็นไปอย่างสมเหตุสมผล ไม่ได้ Over charge ในด้านต่างๆทั้งการนอนรพ. แล็บ หรือยา อีกทั้ง เงินส่วนหนึ่งที่เราได้รับบริจาคมา ซึ่งเราจะใช้อย่างระมัดระวังไม่ให้เกิดข้อครหา เพราะต้องยอมรับว่า มีรพ.หลายแห่งที่รับบริจาค แต่การที่ประชาชนเลือกบริจาคกับเรา เราต้องสำนึกคุณค่าของเงินที่ได้มา และใช้ให้คุ้มค่าที่สุด &amp;nbsp;เพื่อรักษาศรัทธาที่ประชาชนมอบให้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;เราพยายามเป็นรพ.เพื่อสังคมไปพร้อมๆกับการแข่งขันกับรพ.อื่นๆปีที่แล้วเราเติบโตประมาณ 10% &amp;nbsp;ซึ่งที่ผ่านมาทางรพ.ได้พยายาม พัฒนาคุณภาพการรักษา ให้มีความทันสมัย รักษาโรคได้ในเชิงกว้างมากขึ้น รักษาโรคยาก ที่มีความซับซ้อนได้มากขึ้น จนสามารถยกระดับเป็นรพ.ตติยภูมิได้ &amp;nbsp;โดยขณะนี้มีแพทย์ทั้งที่ประจำและพาร์ทไทม์ 275 คน และมีความโปร่งใส ะพัฒนาเครื่องไม้เครื่องมือ ด้านต่างๆให้มีความครับครันการใช้งานทั้งเครื่อง เอ็มอาร์ไอ ซีทีสแกน การตรวจแมมโมแกรมเต้านมด้วยเครื่องดิจิตอล และแล็บฉีดสีดูเส้นเลือดหัวใจ &amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายสุธีกล่าวอีกว่า ในฐานะเป็นรพ.ไม่แสวงหาผลกำไร ทำให้ปัจจุบันรพ.หัวเฉียว ยังคงมีห้องพักผู้ป่วยที่เป็นแบบระบบ 6เตียง และ 4เตียง มีทั้งที่ติดเครื่องปรับอากาศและไม่มีเครื่องปรับอากาศ เพื่อให้เป็นทางเลือกสำหรับประชาชน และผู้ป่วยส่วนนี้ ยังได้รับส่วนลดค่ารักษาและรายจ่ายอื่นๆจากรพ.ถ้าเป็นผู้ป่วยห้องละ 6เตียง ได้ส่วนลด20% แต่ถ้าอายุเกิน 60ปีจะได้ลดอีก5% &amp;nbsp;ประเภท ห้องละ 4เตียงได้ส่วนลด 15% อายุเกิน60ปีได้ลดอีก 5 % &amp;nbsp; หรือถ้าเป็นห้องแอร์4เตียง จะได้ส่วนลด5 &amp;nbsp;% และบวกอีก5% ถ้าอายุเกิน 60 ปี นอกจากนี้ ถ้าเป็นผู้ป่วยยากไร้ จะได้รับการรักษาฟรี ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบฐานะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;ค่ารักษาเราถูกกว่า รพ.ไม่แสวงหาแห่งอื่นๆประมาณ 30% และถูกกว่ารพ.เอกชนทั่วไปประมาณ 50% &amp;nbsp;อย่างการรักษาโรคหัวใจและทำบอลลูนเห็นได้ชัดของเราประมาณ 1.1แสนบาท แต่ที่อื่นจะแพงกว่านี้มาก สรุปว่า ค่ารักษาของรพ.หัวเฉียว สำหรับคนกลุ่มบนๆไม่เดือดร้อน จะบอกว่าถูก &amp;nbsp;คนระดับกลางบอกว่าไม่แพง และคนมีรายได้ไม่มากบอกว่าพอจ่ายได้ &amp;quot;นายสุธีกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายสุธี กล่าวอีกว่า การเป็น รพ.ไม่แสงหากำไรของรพ.หัวเฉียว &amp;nbsp;ทำให้คณะกรรมการทุกคนที่มาทำงานช่วยรพ. ไม่มีเงินเดือน ไม่มีเบี้ยเลี้ยง รวมทั้งตนเองด้วยเช่่นกัน &amp;nbsp;และในแต่ละปีกรรมการยังบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือรพ.อีกด้วย และด้วยหลักการทำงาน ที่เห็นคุณค่าของเงินบริจาค โปร่งใส มีธรรมาภิบาล ไม่ จึงทำให้รพ.อยู่รอด และอยากให้เป็นต้นแบบแก่รพ.อื่นๆด้วยเช่นกัน ซึ่งถือว่าเป็นการมอบความสุขให้กับประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;&amp;nbsp; &amp;nbsp; สัดส่วนผู้ป่วยขณะนี้ คือ มาจากประกันสังคม 65%ผู้ป่วยที่จ่ายเงิน 35% แต่ด้านรายได้กลับกันคือมาจาก ผู้ป่วยนอกระบบประกันสังคม 65% และมาจากประกันสังคม 35%&amp;quot;&amp;nbsp; ผมอยากให้เราเป็นเหมือนเบลเบี่ยม เขามีระบบประกันสังคม แต่เขาจะจ่ายตามค่าใช้จ่ายตามความเป็นจริง ไม่ใช่แบบเหมาจ่ายเหมือนบ้านเรา และจะจ่ายเฉพาะ รพ.ที่เป็น Non-Profit เท่านั้น ทำอย่างนี้ รพ.ไม่แสวงหากำไรอยู่ได้ และที่เบลเยี่ยมมีรพ.แบบนี้ เยอะมากกว่ารพ.ที่หวังทำแต่รายได้อย่างเดียว &amp;nbsp;ทำอย่างนี้ จะทำให้่คุณภาพการรักษาของผู้ทำประกันสังคม ซึ่งถือว่าเป็นหัวสมอง ขับเคลื่อนประเทศได้รับการบริการที่ดีขึ้น และคนกลุ่มนี้ ยังเป็นกลุ่มที่ต้องจ่ายเงิน ไม่ได้รักษาฟรี ดังนั้น รัฐบาล ควรให้ความสำคัญ เพราะทุกวันนี้ ระบบประกันสังคมที่เป็นเหมาจ่ายทำให้รพ.เอกชนอื่นๆ หนีหมด &amp;nbsp;&amp;quot;นายสุธีกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18478</URL_LINK>
                <HASHTAG>รพ.หัวเฉียว, รพ.หัวเฉียวสร้างตึกรองรับผู้ป่วยประกันสังคมล้นทะลัก, รพ.ไม่แสวงหากำไร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180926/image_big_5bab3ba85387d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
