<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>99474</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/04/2021 14:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/04/2021 14:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อว. ลุยเปิดรพ. สนามเพิ่มอีก 6,490 เตียง รวม12,822 เตียงกระจาย 37 แห่งทั่วปท. ถือเป็นภารกิจต้องช่วยชาติยามวิกฤต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14เม.ย.64-นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (รมว.อว.) กล่าวว่า มหาวิทยาลัยและโรงเรียนแพทย์ในสังกัด อว. ยังคงเดินหน้าเตรียมโรงพยาบาลสนามเพิ่มขึ้นอีก รองรับผู้ป่วยโควิด-19 ด้วยต่างสำนึกว่า ต้องสนับสนุนรัฐบาลเพื่อร่วมต่อสู้กับวิกฤติในครั้งนี้ ให้พี่น้องประชาชนได้รับการดูแลรักษาอย่างรวดเร็วที่สุด ตนได้ให้ทุกหน่วยงานของ อว. เตรียมเปิดพื้นที่เพื่อสร้างโรงพยาบาลสนามเพิ่มอีก และกระจายไปทุกจุดทั่วประเทศ ทุกชีวิตของประชาชนมีค่า เราจะดูแลและทำให้ดีที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นพ. สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัด อว. กล่าวว่า ขณะนี้มหาวิทยาลัย โรงเรียนแพทย์ และสถาบันวิจัยต่างๆ ของ อว. ได้เพิ่มโรงพยาบาลสนามขึ้นอีก 14 แห่ง และโรงพยาบาลสนามเดิมได้เพิ่มเตียง 1 แห่ง รวมมีจำนวนเพิ่ม 6,490 เตียง ทำให้ขณะนี้ มีโรงพยาบาลสนามในสังกัด อว. อยู่ทั่วประเทศ รวมเป็น 37 แห่ง จำนวนถึง 12,822 เตียง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้โรงพยาบาลสนามที่ได้จัดเตรียมความพร้อมเพิ่มขึ้นอีก ได้แก่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรุงเทพมหานครและปริมณฑล
1. มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ที่ศูนย์การแพทย์ปัญญานันทภิกขุ ชลประทาน จ.นนทบุรี จำนวน 40 เตียง
2. องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) เทคโนธานี จ.ปทุมธานี จำนวน 70 เตียง
3. สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) เทคโนธานี จ.ปทุมธานี จำนวน 20 เตียง
4. โรงยิมเนเซี่ยมศูนย์ฝึกอบรม เทคโนธานี จ.ปทุมธานี จำนวน 60 เตียง
ภาคกลาง
5. มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ องครักษ์ จ.นครนายก ที่โรงพยาบาลศูนย์การแพทย์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ จำนวน 300 เตียง
ภาคเหนือ
6. มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จ.เชียงใหม่ ที่ศูนย์กีฬากาญจนาภิเษก จำนวน 1,000 เตียง
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
7. มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตอำนาจเจริญ จ.อำนาจเจริญ ที่อาคารศูนย์เรียนรู้ จำนวน 300 เตียง
8. มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ จ.สุรินทร์ ที่หอประชุม และอาคารมหิธราบรรณาลัย จำนวน 60 เตียง
9 มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี จ.อุดรธานี ที่
- หอพักนักศึกษาในเมือง เตรียมไว้เป็นสถานที่กักตัว จำนวน 3,000 เตียง
- หอพักนักศึกษา วิทยาเขตสามพร้าว จำนวน 500 เตียง
- หอพักนักศึกษา วิทยาเขตบึงกาฬ จำนวน 186 เตียง
- อาคารอเนกประสงค์ วิทยาเขตบึงกาฬ จำนวน 50 เตียง
ภาคใต้
10. มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จ.นครศรีธรรมราช จำนวน 100 เตียง
11. มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี จ.ปัตตานี จำนวน 70 เตียง
12. มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ จ.นราธิวาส ที่
- โรงพยาบาลกัลยาณิวัฒนาการุณย์ จำนวน 30 เตียง
- โรงยิมเนเซี่ยมของมหาวิทยาลัยฯ จำนวน 50 เตียง
13. มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา จ.ยะลา ที่
- โรงเรียนการศึกษาพิเศษ จำนวน 60 เตียง
- อาคารกิจกรรมนักศึกษา จำนวน 200 เตียง
14. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ วิทยาเขตวังไกลกังวล จ.ประจวบคีรีขันธ์ จำนวน 144 เตียง
ภาคตะวันออก
15. มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ จ.ฉะเชิงเทรา ที่
- หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ ศูนย์บางคล้า 200 เตียง
- อาคาร 7 มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ ศูนย์บางคล้า 50 เตียง
- สัมมนาคาร บางปะกงปาร์ค บางคล้า สำหรับเป็นศูนย์พักพิงสำหรับผู้มีความเสี่ยงสูง จำนวน 30 ห้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ มีสถาบันอุดมศึกษาที่เพิ่มและลดจำนวนเตียง ตลอดจนเตรียมพร้อมเพียงสถานที่ ได้แก่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต จ.ปทุมธานี ลดจากจำนวน 470 เตียง เหลือ 452 เตียง
2. มหาวิทยาลัยนเรศวร จ.พิษณุโลก ที่โรงพยาบาลพยาบาลพุทธชินราช บึงแก่นใหญ่ เพิ่มจากจำนวน 40 เตียง เป็น 100 เตียง
3. มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง จ.ลำปาง ที่หอประชุม จำนวน 800 เตียง เตรียมพร้อมเพียงสถานที่
4. มหาวิทยาลัยทักษิณ จ.สงขลา ที่สำนักส่งเสริมบริการวิชาการและภูมิปัญญาพนางตุง ลดจากจำนวน 500 เตียง เหลือ 350 เตียง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99474</URL_LINK>
                <HASHTAG>#อว., #โควิด-19, ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์, รพ.เตียงสนาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210414/image_big_6076951a5e765.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63362</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/04/2020 19:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/04/2020 19:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;หมอเหรียญทอง&quot; ทุ่มสุดตัวปรับรพ.มงกุฎวัฒนะ.รักษาผู้ป่วยโควิดเต็มที่ พร้อมเปิดเป็นรพ.เตียงสนาม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 เม.ย.63 -ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ลงพื้นที่ โรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ ตรวจเยี่ยมความพร้อมโรงพยาบาลเอกชนในระบบประกันสุขภาพแห่งชาติเขตพื้นที่กรุงเทพฯ &amp;nbsp;ที่ร่วมให้บริการกรณีการระบาดไวรัสโควิด-19 โดยมีการปรับเปลี่ยนอาคาร(C) เป็นจุดตรวจคัดกรอง รองรับผู้ป่วยโควิด-19 ที่ครอบคลุมการตรวจวิจัย รักษาพยาบาล มีเตียงพร้อมรองรับผู้ป่วยโควิด-19 30 เตียง &amp;nbsp;พร้อมห้องปฏิบัติตรวจเชื้อโควิด-19 ที่รับตรวจได้ถึง 180 ราย/วัน ทั้งนี้ทางโรงพยาบาลยังเดินหน้าบริการคัดกรองในบริเวณชุมชนโดยรอบ เพื่อเร่งค้นหาผู้ติดเชื้อและลดการแพร่ระบาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ศักดิ์ชัย กาญจนวัฒนา เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า ตามที่บอร์ด สปสช. มีมติให้โรคติดต่อไวรัสโรวิด-19 เป็นสิทธิประโยชน์ ที่ครอบคลุมตั้งแต่การคัดกรองผู้ติดเชื้อ การตรวจวินิจฉัยภายในห้องปฏิบัติการ การรักษาพยาบาล และการฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์ เพื่อให้ดูแลประชาชนได้อย่างทั่วถึง ในการคัดกรองโรคโควิด-19 คนไทยทุกคนสามารถเข้ารับบริการได้ทั้งจากโรงพยาบาลรัฐและเอกชน โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ เนื่องจากเป็นสิทธิประโยชน์ด้านการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ จะเป็นไปตามประโยชน์ของแต่ละกองทุนเช่นกองทุนประกันสังคมกองทุนสวัสดิการข้าราชการกองทุน อปท. และกองทุน สุขภาพแห่งชาติ(บัตรทอง) ทั้งที่โรงพยาบาลรัฐ และโรงพยาบาลเอกชนที่ถือเป็นส่วนที่สำคัญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่าง โรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ ที่ให้บริการประชาชนผู้ที่มีสิทธิในบัตรทองอย่างต่อเนื่อง ซึ่งวันนี้ได้มาเยี่ยมชมก็ได้เห็นถึงความพร้อมตั้งแต่การมีจุดคัดกรอง และอาคารที่สามารถรองรับผู้ป่วยในการรักษา มีห้องรองรับ และบุคลากรทางการแพทย์ที่ดูแล นอกจากนี้ยังมีห้องปฏิบัติการที่สามารถทำ PCR หาเชื้อโควิด-19 ได้เอง &amp;nbsp;ซึ่งได้กระจายไปยังบริเวณชุมชนด้วย ซึ่งจะช่วยแก้ไขปัญหาและสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน สะท้อนให้เห็นถึงความร่วมมือ และจากการที่มีผู้ป่วยเข้ามารักษาก็พบว่ายังไม่มีรายใดเสียชีวิต ดังนั้นในทุกโรงพยาบาลก็จะต้องมีมาตรฐานในการดูแลเดียวกันทั้งหมด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านพล.ต.นพ.เหรียญทอง แน่นหนา ผอ.รพ. มงกุฎวัฒนะ กล่าวว่า จากสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 โรงพยาบาลได้จัดเตรียมระบบบริการให้กับประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานครอย่างเร่งด่วน โดยเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับ &amp;nbsp;เริ่มจากเป็นศูนย์สำรองเตียงให้แก่โรงพยาบาลรัฐ จากนั้นก็ได้มีการจัดเตรียมสถานที่อาคารซี (C) ซึ่งเป็นอาคารที่เคยใช้รักษาผู้ป่วยสิทธิหลักประกันสุขภาพ แต่ปัจจุบันย้ายไปใช้ที่ตึกสร้างใหม่ทั้งหมด &amp;nbsp;ภายในได้แบ่งออกเป็น คลินิก ari สำหรับผู้ป่วยโรคติดเชื้อทางเดินหายใจเฉียบพลัน หรือมีอาการเข้าข่ายโควิด-19 ต้องทำการตรวจก่อนส่งไปยัง คลินิก PUIi หรือ ผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรคต้องเฝ้าระวัง และยังได้แยกจุด เอกซเรย์ ที่มีเตรียมไว้เฉพาะ ทั้งนี้ ในการรองรับผู้ป่วยโควิด-19 จึงสามารถทำได้เต็มพื้นที่ ซึ่งสามารถรองรับได้สูงสุดถึง 30 เตียง &amp;nbsp;ที่ผ่านมาได้ให้บริการดูแลผู้ป่วยโควิดไปแล้ว 35 ราย กลับไปพักฟื้นแล้ว 32 ราย อีก3 ราย ยังคงรักษาตัวอยู่โรงพยาบาล ซึ่งมีอาการดีขึ้นตามลำดับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
อย่างไรก็ตามโรงพยาบาลได้เตรียมการเพื่อเป็น ศูนย์สำรองเตียง (RESERVE) ในการสนับสนุนภาครัฐหากสถานการณ์การระบาดเข้าสู่ระยะที่ 3 มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและติดต่อกันเป็นวงกว้าง และยังได้จัดเตรียมลานจอดรถ ที่เป็นพื้นที่โล่งกว้างใช้เป็นพื้นที่สนับสนุนการจัดตั้งโรงพยาบาลสนาม ให้แก่รัฐบาลและกองทัพ หากเกิดสถานการณ์ระบาดรุนแรงสูงสุดตามคาดการณ์ไว้ และยังได้เตรียมจัดห้องพื้น 20 ยูนิต สำหรับผู้ป่วยคัดแยกที่อยู่ระหว่างการสอบสวนอาการ เพื่อหาสาเหตุการติดเชื้อโควิด &amp;nbsp;ยังมีวอร์ดทั่วไปของคนไข้บัตรทอง ในส่วนของผู้ป่วยชายล้วน ที่มีแผนเตรียมไว้หากมีผู้ป่วยโควิด-19 เพิ่มก็จะใช้เป็นพื้นที่รักษาด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.นพ.เหรียญทอง กล่าวต่อว่า ทางโรงพยาบาลยังได้เตรียมเครื่องช่วยหายใจที่มีเพียงพอจำนวน 62 เครื่อง และบุคลากรทางการแพทย์มากกว่า 1,500 คน เพื่อให้บริการคัดกรองเชิงรุก ที่ห้องปฏิบัติการของโรงพยาบาลที่มีศักยภาพสามารถตรวจหาเชื้อได้ถึง 180 รายต่อวัน ซึ่งได้รับการรับรองจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุขแล้วเมื่อวันที่ 10 เมษายน ที่ผ่านมา จึงได้เริ่มลงพื้นที่ชุมชนตั้งแต่เมื่อวาน และในวันนี้ทางโรงพยาบาลได้ลงพื้นที่คัดกรองประชาชนพบผู้ที่มีความเสี่ยงจำนวน 40 คน และได้เจาะเลือดเพื่อส่งห้องปฏิบัติการของโรงพยาบาลแล้ว และจะดำเนินการตรวจอย่างต่อเนื่องทุกวัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63362</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สปสช., #โควิด-19, นพ.ศักดิ์ชัย กาญจนวัฒนา, พล.ต.นพ.เหรียญทอง แน่นหนา, รพ.มงกุฎวัฒนะ, รพ.เตียงสนาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200416/image_big_5e9848a93fd58.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61832</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/04/2020 15:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/04/2020 15:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เตรียมโรงแรมเป็นรพ.สนาม ตั้งเป้าภายในเดือนเมษา ได้ 16,000 ห้อง  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;
&amp;nbsp;2 เม.ย.63- ณ โรงแรมเดอะพาลาสโซ กรุงเทพฯ ดร.สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข&amp;nbsp;กล่าวว่า ตามที่ได้รับมอบหมาย จากนายอนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้ดูแลเรื่องการจัดทำแผนด้านการรักษา โดยรวมศักยภาพโรงพยาบาลภาครัฐทุกสังกัด และโรงพยาบาลเอกชน จัดการเรื่องเตียงรองรับผู้ป่วยโควิด-19 ซึ่งมีโรงพยาบาลราชวิถี กรมการแพทย์ เป็นศูนย์บริหารจัดการ และได้ร่วมกับสมาคมโรงแรมไทย เพื่อที่จะปรับเปลี่ยนโรงแรมให้เป็นโรงพยาบาลสนาม 2 รูปแบบ คือโรงพยาบาลสนามที่ใช้พักฟื้นผู้ป่วยโรคโควิด-19 (Hospitel) และโรงพยาบาลสนามที่ใช้สังเกตอาการของผู้เข้าข่ายเฝ้าระวังฯ (Hotel Isolation) รวมทั้งได้เตรียมทางเลือกให้กับผู้ที่ต้องการแยกกักตัวเองจากครอบครัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับโรงแรมปริ๊นซ์ตัน และโรงแรมพาลาซโซ ได้ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน Hospitel ของ สบส. โดยโรงแรมปริ๊นซ์ตันมีจำนวน 270 ห้อง ขณะนี้รับผู้ป่วยพักฟื้นตามเกณฑ์ปะมาณกว่า 50 คน อยู่ห้องแยกทุกคน และโรงแรมพาลาซโซอีก 439 ห้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า เกณฑ์ 5 ข้อในการรับผู้ป่วยเข้าพักใน Hospitel คือ ผู้ป่วยต้องได้รับการรักษาในโรงพยาบาลมาแล้วไม่น้อยกว่า 7 วัน และมีผลภาพถ่ายรังสีปอด (chest x - ray) คงที่ ผู้ป่วยยินดีให้ความร่วมมือ สื่อสารได้รู้เรื่อง ดูแลตนเองได้ดี ไม่ก้าวร้าว และไม่มีความเสี่ยงทางจิตเวช ผู้ป่วยต้องไม่มีไข้ โรคประจำตัว &amp;nbsp; ควบคุมอาการได้ดี ผู้ป่วยมียามาจากโรงพยาบาลครบตามแผนการรักษา และโรงพยาบาลต้นทางยินดีมารับผู้ป่วยกลับเข้ารักษา &amp;nbsp;หากผู้ป่วยมีอาการเปลี่ยนแปลง โดยมีทีมบุคลากรทางการแพทย์ดูแลติดตามอาการทุกวัน จำนวน &amp;nbsp;3-5 คนต่อผู้ป่วย 100 คน และทุกห้องจะต้องมีเครื่องมือทางการแพทย์อย่างน้อย 2 ชิ้น ซึ่งส่วนใหญ่โรงพยาบาลจะจัดให้ คือ เทอร์โมมิเตอร์แบบอัตโนมัติ และเครื่องวัดออกซิเจนปลายนิ้ว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายแพทย์ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ(สบส.) กล่าวต่อว่า ขณะนี้ มีโรงแรมทั่วประเทศสมัครเข้าเป็นรพ.สนาม แล้ว 132 แห่ง อยู่ระหว่างการตรวจสอบคุณสมบัติ คาดว่าจะขยายจำนวนห้องพักฟื้นผู้ป่วยและผู้เข้าข่ายเฝ้าระวังได้มากกว่า 16,000 ห้อง &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้ เมื่อโรงแรมผ่านการประเมินตนเองครบทุกข้อกำหนดจะมีการจัดทำ Shopping List ให้โรงพยาบาลได้เลือกจับคู่กับโรงพยาบาลสนามที่มีระยะการเดินทางใกล้กัน เพื่อนำผู้ป่วยโรคติดเชื้อโควิด-19 &amp;nbsp;ที่ไม่มีอาการหรืออาการเล็กน้อย หลังจากเข้ารับการรักษาพยาบาลจากสถานพยาบาลเข้าพักฟื้น &amp;nbsp;จึงขอเชิญชวนผู้ประกอบการโรงแรมที่สนใจจะเข้าร่วมลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (www.hss.moph.go.th) พร้อมประเมินตนเองตามเกณฑ์ที่กำหนด สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินโควิด-19 กรม สบส. โทร. 02 193 7024, 7059, 7097 ในวันและเวลาราชการ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61832</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, นายสาธิต ปิตุเตชะ, รพ.เตียงสนาม, แปลงโรงแรมเป็นรพ.เตียงสนาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200402/image_big_5e85a3e7e3388.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61146</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/03/2020 16:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/03/2020 16:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สจล.เสนอตัวเป็นรพ.เตียงสนาม  รองรับผู้ป่วย.โควิดได้  351 ห้อง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
27มี.ค.63-ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) กล่าวว่า สจล. เตรียมเสนอกระทรวงสาธารณสุขพิจารณาเปิดโรงพยาบาลสนาม โดยใช้พื้นที่หอพักนักศึกษาพระจอมเกล้าฯ ลาดกระบัง ซึ่งมีพื้นที่จำนวน 21.5 ไร่ โดยจะใช้หอพัก 3 อาคาร จากทั้งหมด 8 อาคาร รวม 351 ห้อง จัดสรรออกเป็นห้องสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ 75 ห้อง ห้องสำหรับเตรียมอาหาร ห้องซักรีด ห้องเก็บอุปกรณ์ต่างๆ และห้องสำหรับผู้ป่วยจำนวน 276 ห้อง เพื่อรองรับผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่ถูกคัดกรองมาจากโรงพยาบาลต่างๆ โดยภายในโรงพยาบาลสนามจะมีการจัดโซนพื้นที่พักฟื้นของผู้ป่วย ตามระดับความรุนแรงของผู้ติดเชื้อ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศ.ดร.สุชัชวีร์ กล่าวเพิ่มว่า ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้ นักศึกษา สจล. ที่พักอาศัยที่หอพักนักศึกษาเดินทางกลับบ้านเป็นจำนวนมาก เนื่องจาก สจล. มีมาตรการปรับรูปแบบการเรียนการสอนเป็นแบบออนไลน์ทั้งหมด รวมทั้งมีนโยบายให้บุคลากรทำงานจากที่บ้าน (Work from home) เพื่อลดระยะห่างทางสังคม (Social distancing) ด้วยเหตุนี้ทำให้มีพื้นที่ในหอพักว่างสำหรับเตรียมทำโรงพยาบาลสนาม นอกจากนี้ หอพักพระจอมเกล้าฯ ลาดกระบัง ยังมีจุดเด่นในเรื่องที่ตั้งในพื้นที่ฝั่งกรุงเทพฯ ตะวันออก มีพื้นที่กว้างขวาง อยู่ห่างไกลจากชุมชน จึงเป็นพื้นที่ที่ปลอดภัย และมีความเหมาะสมที่จะเปิดเป็นโรงพยาบาลสนามเพื่อรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต โดย สจล. ได้เดินหน้าตรวจสอบ และประเมินความพร้อมของพื้นที่อย่างละเอียดก่อนเปิดรับผู้ป่วย อีกทั้งมีมาตรการทำความสะอาดพื้นที่อย่างดีเยี่ยมทั้งก่อนและหลังใช้งาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สำนักบริหารงานทั่วไปและประชาสัมพันธ์ สจล. โทรศัพท์ 02-329-8111 เฟซบุ๊กแฟนเพจ www.facebook.com/kmitlofficial หรือเว็บไซต์ www.kmitl.ac.th&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61146</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, รพ.เตียงสนาม, ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์, สจล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200327/image_big_5e7dc2c6ab9a6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
