<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>21818</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/11/2018 14:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/11/2018 14:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทนายอัจฉริยะ พาครอบครัวสาวถูกสาดน้ำกรดร้อง กรมสนับสนุนสุขภาพ รพ.เอกชนย่านพระราม2 ปฎิเสธคนไข้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12พ.ย.61-ทนายอัจฉริยะ พร้อมด้วย ครอบครัวของผู้เสียชีวิตกรณีสามีหึงโหดสาดน้ำกรดใส่หน้า &amp;nbsp;มาที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เพื่อยื่นหนังสือร้องขอให้มีการดำเนินคดีกับผู้บริหารโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งกระทำความผิดตามพ.ร.บ.สถานพยาบาลพ.ศ.2541โดยปฏิเสธการรักษาทำให้ผู้ป่วยถึงแก่ชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) จากกรณีสามีหึงโหดสาดน้ำกรดใส่หน้า นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม พร้อมด้วย ครอบครัวของผู้เสียชีวิต ได้เดินทางมายังกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เพื่อยื่นหนังสือร้องขอให้มีการดำเนินคดีกับผู้บริหารโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งกระทำความผิดตามพ.ร.บ.สถานพยาบาลพ.ศ.2541โดยปฏิเสธการรักษาทำให้ผู้ป่วยถึงแก่ชีวิต ซึ่งมี นพ.ประภาส จิตตาศิรินุวัตร รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ(สบส.) เป็นผู้รับมอบหนังสือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายอัจฉริยะ กล่าวว่า อยากให้ สบส.มีการดำเนินคดีกับผู้บริหารโรงพยาบาลเอกชน และขอให้ดำเนินการให้เร็วที่สุดภายใน 3 วัน พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าทำไมไม่มีแพทย์มาวินิจฉัยโรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า ต้องให้กระทรวงแก้ปัญหาเรื่องนี้อย่างไรบ้าง นายอัจฉริยะ กล่าวว่า กรณีนี้ไม่ใช่กรณีแรกในประเทศไทย เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นมานับหมื่นชีวิตกับโรงพยาบาลเอกชนที่ไม่ได้มาตรฐานที่ต้องสูญเสียเช่นนี้ อยากให้เป็นกรณีตัวอย่างของประเทศไทย การที่รพ.เอกปฏิเสธการรักษาคนไข้ โดยระบุว่าไม่ฉุกเฉิน เป็นเรื่องที่ไร้คุณธรรมมาก และผู้ป่วยได้ออกจากรพ.ประมาณ 10นาทีก็เสียชีวิต ส่วนคำถามว่าเมื่อไปถึงรพ.นั้นๆ ได้มีแพทย์มาวินิจฉัยหรือไม่ เพราะจากข้อมูลเบื้องต้นทราบว่า เป็นพยาบาลมาให้บริการ ซึ่งยังมีคำถามว่า พยาบาลสามารถแยกอาการของผู้ป่วย ระหว่างถูกน้ำร้อนหรือน้ำกรดได้หรือไม่ อันไหนมีผลต่อร่างกายอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ส่วนการที่พยาบาลให้เงินเด็ก 40 บาท เพื่อให้พาแม่ไปรักษาต่อที่รพ.บางมดที่เป็นประกันสังคมของผู้ป่วย เด็กแค่นี้จะรู้อะไร ส่วนความผิดนั้นน่าจะผิดหลายข้อ ตั้งแต่ผู้เสียชีวิตจะไปขึ้นรถอยู่ในสภาพไหน ถ้าสุจริตจริงเอากล้องวงปิดมาเปิดทุกอย่างก็จบ อยู่ที่ สบส.จะทำหรือไม่ ในขณะที่มีการประเมินหมอคนไหนเป็นคนประเมินว่าไม่ใช่ฉุกเฉิน นอกจากเอาผิดโรงพยาบาลจะเอาผิดหมด ไม่ว่าจะหมอเวร พยาบาล ผู้ประกอบการตามพ.ร.บ.สถานพยาบาล ต้องดำเนินการให้ถูกต้อง&amp;rdquo; นายอัจฉริยะ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนพ.ประภาส กล่าวว่า เสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น ในวันที่ 12 พฤศจิกายน สบส. ได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงไปตรวจสอบ ว่า สถานพยาบาลมีการดำเนินตามเงื่อนไขสถานพยาบาลหรือไม่ หากพบว่าไม่ได้ดูแลช่วยเหลือผู้ป่วยอย่างเต็มความสามารถ ถือว่าผิดพ.ร.บ.สถานพยาบาล พ.ศ. 2541 มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปีปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท แต่ทั้งนี้ต้องตรวจทางมาตรฐานว่าสถานพยาบาลทำไปตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ โดยต้องแบ่งเป็น 2 ขั้น เรื่องทางปกครองเพิกถอนใบอนุญาต ทางแพ่งต้องดูว่ามีความเสียหายอย่างไรต่อไป อย่างไรก็ตาม กรณีนายอัจฉริยะให้เวลาตรวจสอบภายใน 3 วันนั้นจะทำได้จริงหรือไม่ ทาง สบส. จะดำเนินการให้เร็วที่สุด .&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21818</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงสาธารณสุข, ทนายอัจฉริยะ, รพ.ปฎิเสธคนไข้, รพ.เอกชนพระราม 2, สบส., สาวถูกสาดน้ำกรด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181112/image_big_5be929b61e81c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
