<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>17286</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/09/2018 10:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/09/2018 10:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อาจารย์ยักษ์&#039;ไม่น้อยใจหากถูกปรับออกยันตั้งใจช่วยงาน&#039;บิ๊กตู่&#039;1ปีจะครบกำหนดแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ก.ย.61- &amp;nbsp;นายวิวัฒน์ ศัลยกำธร รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงกระแสข่าวจะถูกปรับออกจากตำแหน่ง รมช.เกษตรและสหกรณ์ ว่า &amp;nbsp;ไม่ทราบเรื่องดังกล่าว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ยังระบุเลยว่าใครเป็นคนลือและปล่อยข่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนนายกฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์ ได้สอบถามว่าไปพบนายกฯเรื่องนี้แล้วหรือ ตนยืนยันว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น นายกฯย้ำว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นและการทำงานภายในกระทรวงเองก็ดีขึ้นไปมาก มีหนักใจตรงว่างานที่ได้รับมอบหมายนั้นจะไม่สำเร็จ โดยเฉพาะการทำเกษตรแบบยั่งยืนเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ ซึ่งนายกฯย้ำเสมอว่าจะต้องทำให้สำเร็จ โดยมีเป้าหมายจะทำให้ได้ 5 ล้านไร่ เพราะวันนี้เกษตรกรเป็นหนี้สินจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิวัฒน์ &amp;nbsp;กล่าวว่า ข่าวที่จะปรับ ครม.นั้น มีการวิเคราะห์กันมากมาย แต่อย่าไปซีเรียส ส่วนที่มีข่าวว่าตนจะถูกปลดเพราะคัดค้านการนำเข้าสารเคมีเพื่อการเกษตรนั้น การจะทำเกษตรอินทรีย์จำเป็นต้องคัดค้านสารเคมีทุกชนิดอยู่แล้ว ไม่ใช่เฉพาะสารเคมีอันตราย 3 ชนิดคือ พาราควอต คลอร์ไพริฟอส และไกลโฟเซต เพราะวิธีการทำเกษตรแบบอินทรีย์นั้นสามารถทำได้ ไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแต่ต้องสร้างความเข้าใจให้เกษตรกร ถือเป็นเรื่องยากและหน้าหนักใจที่สุด จึงคิดว่าตนไม่น่าจะมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว เพราะหน้าที่ของตนคือ การพาเกษตรกรออกจากหนี้สิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ไม่น้อยใจถ้าโดนปรับออก ผมจะไปน้อยใจทำไม เพราะตั้งใจจะมาช่วยนายกฯปีหนึ่ง นี่ก็จะครบปีอยู่แล้ว อยู่ข้างนอกผมก็ทำอย่างเดียวกันนี้ เพียงแต่อยู่ข้างในทำได้มากขึ้น ผมได้ลาออกจากราชการไปทำสิ่งเหล่านี้ ถ้าต้องกลับไปทำในสถานะเดิมผมจะน้อยใจทำไม ไม่มีปัญหาอะไร และในการประชุมครม.แต่ละครั้งนายกฯไม่ได้ว่าอะไรผม แต่กลัวว่าจะถูกว่า ว่าทำงานไม่ได้ผลสักที ย้ำว่าไม่กังวลว่าจะถูกปรับออกหรือไม่ เพราะมีความตั้งใจจริงที่จะเข้ามาช่วยเหลือ ถ้าให้ออกก็สบายขึ้น ถ้าอยู่ก็ทำงานเหมือนเดิม ข่าวที่ออกมาไม่ได้ทำให้รู้สึกท้อและไม่มีเหตุผลที่จะลาออกเมื่อตั้งใจเข้ามาช่วยแล้ว จะช่วยให้ถึงที่สุด แต่การจะอยู่หรือไปนั้น อยู่ที่นายกฯคนเดียว&amp;rdquo;นายวิวัฒน์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องยากถ้าจะให้คะแนนของตัวเอง แต่เชื่อว่าในช่วงนี้การทำงานทุกอย่างเริ่มดีขึ้น และต้องขอบคุณคนที่ปล่อยข่าวว่าจะถูกปลด เพราะหลังจากนั้นสื่อฯก็ช่วยเหลือจนทำงานได้ง่ายขึ้น ส่วนเรื่องพาราควอต เรายืนยันว่าจะเอาเรื่องสุขภาพมาก่อน แต่อยู่ที่การตัดสินใจของคณะกรรมการที่ตั้งขึ้นมา ซึ่งนายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการ ซึ่งบ่นอยู่ว่าเครียด.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17286</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.วิวัฒน์ ศัลยกำธร, ทำงาน1ปี, ปรับครม., รมช.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์การเกษตร, สารเคมี 3ชนิด, ไม่น้อยใจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180911/image_big_5b972dac2dc35.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16341</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/08/2018 15:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/08/2018 15:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รมช.เกษตรฯฮึดสู้ ตั้งกก.อีกชุด จัดทำข้อมูลพิษภัย 3สารเคมีรอบด้าน เสนออนุกก.ชุดนายกฯตั้งพิจารณา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28ส.ค.61-รมช.กระทรวงเกษตรฯ &amp;nbsp;ตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจ 19คนตัวแทนหลายกระทรวง จัดทำข้อมูลสารเคมีอย่างรอบด้านครบถ้วนภายใน 30 วัน เพื่อเสนอให้คณะกรรมการชุดใหม่ ที่นายกฯ และมีนายสุวพันธุ์ เป็นประธานพิจารณาตัดสินใจแบนหรือไม่แบนก่อน ครบ 60 วัน &amp;quot;หมอธีระวัฒน์&amp;quot; ชี้ เป็นการวัดใจรัฐบาลว่าทำเพื่อประชาชนจริงหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายธีระ วงษ์เจริญ ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงความคืบหน้าการพิจารณาให้มีการแบนหรือไม่แบนสารเคมี 3 ชนิด คือ พาราควอต คลอร์ไพริฟอส และไกลโฟเซต ตามมติของกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) ว่า ทาง นายวิวัฒน์ ศัลยกำธร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (รมช.กระทรวงเกษตรฯ)ได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจ มาศึกษาเรื่องสารพิษ โดยการหาข้อมูลอย่างรอบด้านครบถ้วน ภายใน 30 วัน โดยมีตนเป็นประธาน และมี ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา หัวหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เป็นกรรมการ ซึ่งในวันนี้ทางรมต.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะมีการลงนามแต่งตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจดังกล่าว เพื่อให้เริ่มดำเนินการได้ โดย จะมีการลงพื้นที่ไปที่ จ.หนองบัวลำภู ม.นเรศวร เพื่อตรวจสอบหาข้อมูลทางวิชาการและข้อเท็จจริงเกี่ยวกับผลกระทบต่อเกษตรกรในพื้นที่ เพื่อเสนอ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ และเสนอคณะกรรมการแก้ไขปัญหาการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชที่มีความเสี่ยงสูง ที่นายกรัฐมนตรี แต่งตั้งขึ้นเพื่อให้พิจารณาเรื่องการแบนหรือไม่แบนสารพิษทั้ง 3 ชนิด ภายใน 60 วัน &amp;nbsp;โดยมี นายสุวพันธ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกฯเป็นประธาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ปรึกษารมช.กล่าวอีกว่า ในเชิงนโยบายต้องมีหลายฝ่ายร่วมกันตัดสินใจ ดังนั้น ก็ได้มีการเสนอรายชื่อคณะกรรมการจาก กระทรวงเกษตรฯ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; จำนวน 19 คน เพื่อเข้าร่วมในคณะกรรมการเฉพาะกิจที่ รมช.กระทรวงเกษตรฯ แต่งตั้งขึ้น ส่วนของการลงพื้นที่หาข้อมูลนั้นโดยจะดูที่สุขภาพเป็นหลัก ตามข้อสั่งการของนายกฯ ที่ได้บอกไว้ว่า ต้องเอาสุขภาพประชาชนเป็นหลัก โดยตนเชื่อมั่นว่าหากมีข้อมูลเชิงประจักษ์ ท่านนายกฯ ที่มีอำนาจสั่งการให้ยกเลิกการใช้สารเคมีทั้ง 3 ชนิด จะยกเลิกการใช้ตามที่มีข้อเสนอ &amp;nbsp;การที่ตั้งกรอบเวลาไว้ใน 30 วัน ก็เพื่อให้ได้ข้อมูลเสนอคณะกรรมการชุดนายสุวพันธ์ให้พิจารณา ก่อน 60 วันตามกรอบเวลา เพราะคิดว่าหากไม่มีข้อเสนอก็จะกินเวลาถึง 60 วัน หากนานขนาดนั้นจะเป็นการยืดเยื้อ ซึ่งจะมีผลกระทบตามมา คือ 700 องค์กรจะต่อต้านต่อไป ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อรัฐบาลและสุขภาพของเกษตรกร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศ.นพ.ธีระวัฒน์ กล่าวว่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประกาศชัด ว่าต้องมีการประกาศเลือกใช้สารเคมีเหล่านี้โดยเร็วที่สุดจะมาจำกัดการใช้ไม่ได้เด็ดขาดเพื่อสุขภาพของประชาชน และจะต้องมีกระบวนการทดแทนการใช้สารเคมีโดยไม่กระทบเกษตรกร ซึ่งใน 2 ส่วนนี้ต้องทำควบคู่กัน ซึ่งในการตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจ โดย รัฐมนตรีช่วยฯ เพื่อเป็นหน่วยรุกหาวิธีการทดแทน และมีตนเป็นฝ่ายสนับสนุนด้านสุขภาพ ส่วนภายใน 1-2 วันนี้ จะมีการเสนอรายชื่อ คัดค้านการแต่งตั้งอนุกรรมการที่เป็นกลางของคณะกรรมการแก้ไขปัญหาการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชที่มีความเสี่ยงสูง โดยตรงนี้จะเป็นการวัดใจรัฐบาลว่าการที่ประกาศว่า จะดำเนินการตามศาสตร์พระราชา โดยยุทธศาสตร์ชาติต้องเน้นประชาชนเป็นหลัก และการที่ นายกฯ บอกว่าจะเอาสุขภาพประชาชนเป็นหลัก จะทำจริงหรือไม่ เพราะหากไม่ยกเลิกพร้อมกับการที่มีมาตรการทดแทนการใช้สารเคมีออกมา ถือว่ารัฐบาลไม่มีความจริงใจ และหากเป็นเช่นนี้ ที่ยังมีสารเคมีอยู่คณะกรรมการปฏิรูปสาธารณสุขก็ไม่สามารถปฏิรูปได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16341</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะอนุกรรมการพิจารณา3สารเคมี, ธีระ วงษ์เจริญ, นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ, รมช.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์การเกษตร, สารเคมี 3ชนิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180820/image_big_5b7a26abec02d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
