<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>77545</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/09/2020 18:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/09/2020 18:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>  &#039;คลัง&#039;จับมือ18แบงก์ลุยค้ำประกันสินเชื่อเอสเอ็มอีหนุนจ้างงาน3.6แสนคน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ก.ย.2563 นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.การคลัง กล่าวภายหลังการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ โครงการค้ำประกันสินเชื่อ Soft Loan พลัส (Portfolio Guarantee Scheme ระยะพิเศษ Soft Loan พลัส) วงเงินค้ำประกัน 5.7 หมื่นล้านบาท ระหว่างบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) และ 18 ธนาคารพันธมิตร ว่า โครงการดังกล่าวจะนำไปสู่การกระตุ้นเศรษฐกิจ และส่งเสริมการเข้าถึงสินเชื่อของผู้ประกอบการเอสเอ็มอี นำไปสู่การหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจตามนโยบายของรัฐบาล&amp;nbsp;
&amp;quot;มั่นใจว่าโครงการดังกล่าวจะเสริมสร้างบรรยากาศการปล่อยสินเชื่อเอสเอ็มอีให้คึกคัก เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเข้าถึงสินเชื่อ กระตุ้นเศรษฐกิจตลอดไตรมาส 3-4 ของปีนี้ให้เกิดสินเชื่อหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจประมาณ 5.7 หมื่นล้านบาท&amp;quot; นายสันติ กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ได้มอบหมายให้สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ไปดูในรายละเอียดเกี่ยวกับการใช้เงินจาก พ.ร.ก. กู้เงิน 1 ล้านล้านบาท จำนวน 6 หมื่นล้านบาท เพื่อให้ บสย. ใช้ค้ำประกันให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี เพื่อขอกู้เงินจากโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) วงเงิน 5 แสนล้านบาท ที่ปัจจุบันปล่อยกู้ไปได้เพียง 1 แสนล้านบาท ยังมีวงเงินเหลืออีก 4 แสนล้านบาท โดยมองว่า การค้ำประกันอีก 6 หมื่นล้านบาท จะช่วยทำให้เกิดสินเชื่อในระบบอีก 3.6 แสนล้านบาท ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับระบบเศรษฐกิจในปัจจุบัน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนข้อเสนอของภาคเอกชนที่ต้องการให้ บสย. ขยายการค้ำประกันเพิ่มเป็น 50% จากปัจจุบันที่ 30% นั้น คงต้องมาดูว่าหากมีการขยายจะช่วยส่งเสริมธุรกิจใดที่จำเป็นได้หรือไม่ แต่คงเป็นเรื่องอนาคตที่ค่อยมาพิจารณา เพราะกรอบการค้ำประกันในปัจจุบันที่ 30% นั้น ก็ช่วยทำให้สถาบันการเงินสามารถปล่อยสินเชื่อให้ผู้ประกอบการได้อย่างมีประสิทธิภาพแล้ว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางนฤมล ภิณโญสินวัฒน์ รมช.แรงงาน กล่าวว่า โครงการนี้จะช่วยลดปัญหาการว่างงาน และอุ้มการจ้างงานกว่า 3.6 แสนตำแหน่ง โดยคาดว่าจะนำไปสู่การขยายผลต่อเนื่องจากการดำเนินโครงการค้ำประกันสินเชื่อ Soft Loan พลัส สู่การบูรณาการความร่วมมือด้านการสร้างงาน สร้างอาชีพ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายรักษ์ วรกิจโภคาทร กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บสย. กล่าวว่า โครงการ Sofe Loan พลัส ได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 18 ส.ค. ที่ผ่านมา โดย บสย. สามารถรับคำขอค้ำประกันสินเชื่อจากสถาบันการเงินได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป โดยคาดว่าจะช่วยผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ต้องการเสริมสภาพคล่องทางธุรกิจ สามารถเข้าถึงสินเชื่อ 3.4 หมื่นราย และก่อให้เกิดสินเชื่อในระบบเศรษฐกิจไม่ต่ำกว่า 5.7 หมื่นล้านบาท และยังช่วยลดปัญหาการว่างงาน ซึ่ง บสย. จะค้ำประกันสินเชื่อต่อเนื่องจากโครงการ Soft Loan ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ไปอีกเป็นระยะเวลา 8 ปี เริ่มค้ำประกันตั้งแต่ปีที่ 3 จนถึงปีที่ 10&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ บสย. ยังเตรียมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับสถาบันการเงินในโครงการค้ำประกันสินเชื่อ บสย. เอสเอ็มอี ไทยชนะ เพื่อช่วยผู้ประกอบการเอสเอ็มอี โดยมีวงเงิน 2 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นวงเงินค้ำประกันสินเชื่อเพื่อธุรกิจทุกประเภท ค้ำประกันสูงสุด 100 ล้านบาทต่อราย ระยะเวลาค้ำประกันสูงสุด 10 ปี สามารถปรับค่าความเสี่ยงและลักษณะเฉพาะของแต่ละกลุ่มเอสเอ็มอีได้ ซึ่ง บสย. คาดว่าจะก่อให้เกิดสินเชื่อในระบบได้ 4.5 หมื่นล้านบาท ช่วยผู้ประกอบการเอสเอ็มอีได้ 1.2 หมื่นราย และอุ้มการจ้างงานเพิ่มอีก 4.2 แสนตำแหน่ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77545</URL_LINK>
                <HASHTAG>รมช.การคลัง, สันติ พร้อมพัฒน์, เอสเอ็มอี, โครงการค้ำประกันสินเชื่อ Soft Loan พลัส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200915/image_big_5f60a4019b0f0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74460</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/08/2020 18:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/08/2020 18:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ธนารักษ์ลุยสร้างบ้านคนแก่-ข้าราชการวงเงิน3พันล้านบาทเปิดจองพ.ย.63</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ส.ค.2563 นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.การคลัง เปิดเผยว่า กรมธนารักษ์ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงโครงการบูรณาการสวัสดิการที่พักอาศัยผู้สูงอายุ รามา - ธนารักษ์ และบ้านพักข้าราชการ ประจำปีงบประมาณ 2563 จำนวน 5 โครงการ รวมมูลค่าลงทุนกว่า 3,000 ล้านบาท โดยโครงการแรกเป็นโครงการที่พักอาศัยผู้สูงอายุ รามา-ธนารักษ์ ซึ่งได้ร่วมมือกับคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ที่ตำบลบางปลา อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ เนื้อที่ 20 ไร่ จำนวน 900 ห้อง ห้องละ 2 ล้านบาท เพื่อให้สิทธิผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปเข้าพักอาศัย พร้อมมีสิ่งอำนวยความสะดวกรองรับสังคมสูงวัย เริ่มเปิดจองเดือน พ.ย.นี้ และก่อสร้างได้ต้นปี 2564 เข้าอยู่อาศัยได้ปลายปี 2565 ถึงต้นปี 2566&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นอกจากนี้ยังโครงการพัฒนาบ้านพักราชการอีก 4 โครงการ ได้แก่ โครงการ บ้านสวัสดิการกรมธนารักษ์บนที่ราชพัสดุ ตำบลหนองสาหร่าย อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา เนื้อที่ 31 ไร่ โดยสร้างเป็นบ้านเดี่ยว 80 หลัง ราคา 2 ล้านบาท สำหรับเป็นสวัสดิการด้านที่พักอาศัยให้แก่ข้าราชการและลูกจ้างของหน่วยงานภาครัฐ และยังมีโครงการบ้านสวัสดิการในพื้นที่จังหวัดชลบุรี บนที่ราชพัสดุ ตำบลพลูตาหลวง อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เนื้อที่ 46 ไร่ เพื่อเป็นที่พักอาศัยให้กับข้าราชการและลูกจ้างของหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งได้เปิดให้จองแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ส่วนโครงการต่อมาเป็นการบูรณาการโครงการสวัสดิการที่พักอาศัยกับสถานที่ทำงานและศูนย์บริการของข้าราชการพลเรือนสามัญ ซึ่งธนารักษ์ได้ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน สร้างอาคารชุดทำเลทองใจกลางกรุงเทพ 2 แห่ง แถวรถไฟฟ้าสถานีบางจาก และรถไฟฟ้าช่องนนทรี สร้างแห่งละ 78 ห้อง ห้องละ 999,999 บาท แก่ข้าราชการพลเรือน เข้าพักอาศัย ทำงาน และมีศูนย์บริการประชาชนให้อยู่ในพื้นที่เดียวกัน เริ่มเปิดจองตั้งแต่ 1 ก.ย. 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;ldquo;โครงการพัฒนาที่ราชพัสดุทั้ง 4 โครงการจะมีบริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด (ธพส.) เป็นผู้ดำเนินการ โดยเป็นการให้สิทธิเช่าระยะยาว 30 ปีและสามารถต่ออายุได้ โดยตั้งใจให้ผ่อนเริ่มต้นประมาณเดือนละ 4,000 บาท สามารถขอสินเชื่อได้จากทั้งธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคารออมสิน ธนาคารกรุงไทย ในอัตราดอกเบี้ยพิเศษ และในอนาคตยังสั่งให้กรมธนารักษ์ เร่งสำรวจที่ราชพัสดุเพื่อนำมาพัฒนาเป็นที่อยู่อาศัยเพิ่มทั่วประเทศ เพื่อเป็นการพัฒนาเศรษฐกิจผ่านโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์บนที่ราชพัสดุ&amp;rdquo; นายสันติ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายยุทธนา หยิมการุณ อธิบดีกรมธนารัก กล่าวว่า โครงการพัฒนาที่ราชพัสดุทั้ง 4 โครงการดังกล่าว กรมธนารักษ์ได้ตอบสนองนโยบายของรัฐบาลในการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากผ่านโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์บนที่ราชพัสดุที่มีศักยภาพ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ อีกทั้ง ยังช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน เจ้าหน้าที่และบุคลากรของรัฐอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์(ธอส.) กล่าวว่า ในว่วนของธอส.จะปล่อยสินเชื่อให้กับประชาชนรายย่อยที่จะจองซื้อที่อยู่อาศัยในโครงการดังกล่าว วงเงินรวม 2,000 ล้านบาท และผู้ประกอบการที่กรมธนารักษ์คัดเลือกมาก่อสร้างโครงการ 1,000 ล้านบาท เป็นวงเงินรวม 3,000 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
โดยสินเชื่อที่ปล่อยให้กับประชาชนรายย่อยในปีแรก คิดอัตราดอกเบี้ย 2.85% ปีที่ 2 คิดอัตราดอกเบี้ย 3% และปีที่ 3 คิดอัตราดอกเบี้ย 3.50% เฉลี่ย 3 ปี คิดอัตราดอกเบี้ย 3.12% ส่งผลให้ในช่วง 1-3 ปีแรก มีภาระผ่อนชำระต่อเดือน 4,400 บาท ปีที่ 4-5 ผ่อนชำระเดือนละ 5,500 บาท และปีที่ 6 เป็นต้นไป ผ่อนชำระเดือนละ 6,100 บาท โดยมีระยะเวลาการผ่อนชำระ 30 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ส่วนสินเชื่อที่ปล่อยให้กับผู้ประกอบการใน 1 ปีแรก คิดอัตราดอกเบี้ย 4% ปีที่ 2-5 คิดอัตราดอกเบี้ย MLR-1 (ปัจจุบัน MLR เท่ากับ 5.750% ต่อปี)&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74460</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมธนารักษ์, นายสันติ พร้อมพัฒน์, บ้านผู้สูงอายุ, รมช.การคลัง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200814/image_big_5f3671253666b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73359</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/08/2020 09:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/08/2020 09:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สันติ&#039;จี้ธนารักษ์พัฒนาที่ราชพัสดุร้างทั่วประเทศเตรียมเปิดจองที่พักข้าราชการเฟสแรกพันยูนิต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ส.ค. 2563 นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.การคลัง กล่าวภายหลังหารือร่วมกับผู้บริหารกรมธนารักษ์ ว่า ได้มอบนโยบายให้กรมธนารักษ์เร่งดำเนินการนำที่ดินราชพัสดุที่ถูกทิ้งร้างทั่วประเทศมาพัฒนาให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติมากที่สุด เพื่อให้เกิดการหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ ด้วยการเข้าไปพัฒนาที่ดินในรูปแบบโครงการต่าง ๆ และเป็นไปตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในด้านการจัดหาที่อยู่อาศัยให้กับข้าราชการพลเรือนในราคาที่เหมาะสม
ทั้งนี้ กรมธนารักษ์ได้รายงานความคืบหน้าในการดำเนินโครงการบูรณาการสวัสดิการที่พักอาศัยกับสถานที่ทำงาน และศูนย์บริการของข้าราชการพลเรือน เป็นการดำเนินการร่วมกันระหว่างกรมธนารักษ์และสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) โดยได้มีการเตรียมเปิดตัวโครงการและเปิดให้จองที่พักอาศัยช่วงปลายเดือนก.ค. หรือต้นเดือน ส.ค. 2563 ในระยะแรกเปิดให้จอง 800 -1,000 ยูนิต ใน 10 จังหวัด ทั่วประเทศ และในระยะที่ 2 อีก 5,000 - 10,000 ยูนิต ซึ่งได้มอบหมายให้กรมธนารักษ์ไปหาพื้นที่ที่เหมาะสม โดยเร่งให้ไปสำรวจที่ดินราชพัสดุทั้งในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และต่างจังหวัด เพื่อดูว่าพื้นที่ตรงไหนเหมาะสมในการพัฒนาโครงการ ไม่น้อยกว่า 10,000&amp;ndash; 40,000 ยูนิต ซึ่งข้าราชการสามารถอยู่อาศัยระยะยาวได้นาน 30 ปี โดยผ่อนชำระผ่านธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ในอัตราดอกเบี้ยต่ำ 3% ต่อปี ผ่อนชำระราคาไม่เกิน 2,000-3,000 บาทต่อเดือน และสามารถโอนสิทธิเปลี่ยนมือระหว่างข้าราชการด้วยกันได้ซึ่งแนวทางดังกล่าว จะเป็นช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตและถือเป็นสวัสดิการให้กับข้าราชการชั้นผู้น้อยได้มีบ้านพักอาศัยเป็นของตนเอง และถือเป็นทรัพย์สินได้อีกทางหนึ่งด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังมีโครงการพัฒนาที่ราชพัสดุที่น่าสนใจ เช่น ที่ราชพัสดุบนพื้นที่ 500 ไร่ ในอำเภอเมืองนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ อยู่ในการครอบครองของกรมเจ้าท่าแต่ไม่ได้ใช้ประโยชน์แล้ว ซึ่งกรมธนารักษ์ได้ส่งหนังสือเพื่อขอพื้นที่คืน โดยให้นโยบายไปว่าควรพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางน้ำ ตามนโยบายของรัฐบาล เพราะที่ดินแปลงดังกล่าวมีทัศนียภาพดีมาก มีท่าเรือสามารถเชื่อมโยงการท่องเที่ยว เนื่องจากพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์ มีจุดเด่นอยู่บริเวณแม่น้ำ 2 สี คือแม่น้ำ 2 สายมาบรรจบกัน ดังนั้นหากพัฒนาพื้นที่ดังกล่าวเป็นแหล่งท่องเที่ยว และมีกิจกรรมการท่องเที่ยวทางเรือเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวสำคัญในพื้นที่ เช่น บึงบอระเพ็ด ศาลเจ้าพ่อเทพารักษ์-ศาลเจ้าแม่ทับทิม ศาลเจ้าที่มีอายุเก่าแก่ ซึ่งเป็นสถานที่ชาวนครสวรรค์ให้ความเคารพ จะสามารถพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาในพื้นที่ได้ และสามารถสร้างรายได้ให้กับชุมชน รวมทั้งสร้างเศรษฐกิจให้แก่ชุมชนในระยะยาว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสันติ กล่าวอีกว่า ยังได้หารือถึงการเพิ่มศักยภาพ พื้นที่โครงการศูนย์กระจายสินค้าชุมชนและพืชผลทางการเกษตร ตำบลคลองด่าน อำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ เนื้อที่ประมาณ 50 ไร่ ในระยะแรกมีพื้นที่ดำเนินการแล้ว 16 ไร่ ซึ่งเป็นพื้นที่ของทางองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ส่งคืนมาให้กรมธนารักษ์ มีทั้งตัวอาคาร และที่ดิน จึงมีแนวคิดให้ บริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด หรือ ธพส. เข้าไปพัฒนาพื้นที่ และมอบให้กับองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) เข้ามาบริหารงานแทน โดยเบื้องต้นจากการหารือกับ อ.ต.ก. คาดว่าจะพัฒนาให้เป็นตลาดกลางผลไม้และพืชผลทางการเกษตรตามฤดูกาล เพื่อเป็นแหล่งกระจายสินค้าเกษตรของทุกภูมิภาค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับความคืบหน้าในการพัฒนาศูนย์ที่พักอาศัยสำหรับผู้สูงอายุแบบครบวงจรในพื้นที่ตำบลบางละมุง อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี เนื้อที่ 48 ไร่ ซึ่งอยู่ในการครอบครองของกรมกิจการผู้สูงอายุ ที่ปัจจุบันถูกปล่อยทิ้งให้เสื่อมโทรม ในขณะที่พื้นที่ดังกล่าวมีศักยภาพสูง เนื่องจากติดชายทะเล จึงเร่งให้กรมธนารักษ์ไปดำเนินการทำแผนพัฒนาที่ดินในแปลงดังกล่าวให้กลับมาใช้ประโยชน์ในด้านอื่น ๆ เพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาเป็นศูนย์ฝึกอบรมอาชีพในการดูแลผู้สูงอายุ หรือศูนย์เรียนรู้ของผู้สูงอายุ เพื่อให้ผู้สูงอายุจากทั่วประเทศเข้ามาฝึกอบรมสร้างทักษะความรู้ในด้านต่างๆ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73359</URL_LINK>
                <HASHTAG>พัฒนาที่ราชพัสดุ, รมช.การคลัง, สันติ พร้อมพัฒน์, ี่ที่ราชพัสดุ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200117/image_big_5e212219f0292.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
