<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>79638</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/10/2020 12:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/10/2020 12:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอาแล้ว!เกาเหลาปชป.&#039;อลงกรณ์&#039;บี้&#039;นิพนธ์&#039;พ้นเก้าอี้มท.2</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ต.ค.63- นายอลงกรณ์ พลบุตร รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช. )มีมติชี้มูลความผิดนายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย และอดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา ไม่อนุมัติเงินจัดซื้อรถซ่อมบำรุงทางเอนกประสงค์ 2 คัน วงเงินกว่า 50 ล้านบาทว่า ในฐานะที่นายนิพนธ์ เป็นรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ควรลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีและตำแหน่งทางการเมืองในพรรคประชาธิปัตย์ แม้ว่านายนิพนธ์จะมีข้อโต้แย้งคำวินิจฉัยของป.ป.ช. แต่ก็ไม่เป็นเหตุที่จะไม่ปฏิบัติตามหลักปฏิบัติของพรรคในการแสดงสปิริตทางการเมืองเพื่อธำรงรักษาไว้ซึ่งมาตรฐานทางการเมืองของพรรคประชาธิปัตย์
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;quot;บุคลากรของพรรคในอดีตได้ลาออกเพื่อรักษามาตรฐานทางการเมืองและปฐมอุดมการณ์ของพรรคจนได้รับการยกย่องในสปิริตทางการเมือง เช่น นายวิทยา แก้วภราดัย อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายวิฑูรย์ นามบุตร อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์และนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน อดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร การรักษาหลักการของพรรคไม่อาจมีข้อยกเว้นโดยเฉพาะคดีการทุจริตและประพฤติมิชอบ ไม่ว่าในยุคที่นายชวน หลีกภัย นายบัญญัติ บรรทัดฐาน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะเป็นหัวหน้าพรรค รวมทั้งนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคคนปัจจุบัน ประวัติศาสตร์อันดีงามของพรรคในด้านนี้ต้องไม่หายกลายเป็นอดีตเพราะคนใดคนหนึ่งหรือยุคใดยุคหนึ่ง&amp;quot; นายอลงกรณ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอลงกรณ์ กล่าวด้วยว่า วันนี้พรรคประชาธิปัตย์ซึ่งเป็นพรรคการเมืองเก่าแก่ที่สุดอาจไม่ใช่พรรคใหญ่เหมือนในอดีตแต่เราสามารถทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ได้เหมือนในอดีต คือการธำรงรักษามาตรฐานทางการเมืองและอุดมการณ์ทางการเมืองให้เป็นแบบอย่างของความเป็นสถาบันทางการเมืองที่ดีในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขและเป็นผู้นำในการปฏิรูปการเมืองด้วยการเริ่มต้นที่พรรคของเรา วันหนึ่งความศรัทธาของประชาชนจะกลับมาด้วยการทำความดีของพรรคและทุกคนต้องช่วยกันทำให้เป็นจริง ตนเชื่อว่าความศรัทธาเหนือกว่าเงินตราและอำนาจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เขากล่าวต่อว่า มีความสนิทสนมเป็นเพื่อนและทำงานร่วมกับนายนิพนธ์มาเกือบ30ปีและเห็นว่านายนิพนธ์ได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความขยันขันแข็งมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ในระหว่างดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย รองหัวหน้าพรรคและอดีตนายก อบจ.สงขลา แต่ความเป็นเพื่อนย่อมไม่อาจเหนือหลักการของพรรค แม้จะผูกพันกันเพียงใดก็ตาม เมื่อป.ป.ช.ชี้ว่ากระทำผิด ก็ต้องแสดงสปิริตลาออกตามมาตรฐานของพรรค และไม่เหมาะสมที่จะใช้พรรคเป็นพื้นที่ต่อสู้คดีจนทำให้พรรคเสียหลักที่ยึดไว้ อย่างไรก็ตาม โดยส่วนตัวก็พร้อมจะช่วยเหลือคดีนายนิพนธ์ในฐานะเพื่อนคนหนึ่งและในฐานะอดีตประธานตรวจสอบการทุจริตของพรรคฯ เพราะมีหลายประเด็นที่น่าเคลือบแคลงของการจัดซื้อจัดจ้างดังกล่าวตามที่นายนิพนธ์ชี้แจงแสดงหลักฐาน ทั้งนี้ มั่นใจว่าการเสียสละของนายนิพนธ์ในการแสดงสปิริตลาออกจะเป็นผลดีต่ออนาคตทางการเมืองในวันข้างหน้าหากว่าไม่มีความผิดตามข้อกล่าวหาเมื่อคดีทุจริตและประพฤติมิชอบถึงที่สุด.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79638</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซดเกาเหลา, นายนิพนธ์ บุญญามณี, นายอลงกรณ์ พลบุตร, ประชาธิปัตยื, รมช.มหาดไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201006/image_big_5f7bfb6a37a41.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71387</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/07/2020 10:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/07/2020 10:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นิพนธ์&#039;เผย เป็นไปได้เดือนธันวาคมนี้มีเลือกตั้งท้องถิ่น </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 &amp;nbsp;ก.ค.63 - &amp;nbsp;นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช. มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการเลือกตั้งท้องถิ่น ว่า คาดว่าจะมีการเลือกตั้งท้องถิ่น 1 ประเภทก่อนภายในสิ้นปีนี้แน่นอน และยังไม่ได้หารือกันว่าจะเป็นการเลือกตั้งประเภทใดก่อน ต้องรอความพร้อมในการประสานงานกัน ทั้งนี้ กระทรวงมหาดไทยต้องหารือกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จากนั้นกกต.จะกำหนดวันเลือกตั้ง และประกาศในราชกิจจานุเบกษา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม​ ขอให้รอเรื่องการประกาศแบ่งเขตเลือกตั้งในราชกิจจานุเบกษาให้เรียบร้อยก่อน นอกจากนี้ยังมีการแบ่งเขตใหม่ เพื่อให้ประชากรในแต่ละเขตใกล้เคียงกันมากที่สุด โดยได้ทยอยแบ่งเขตการเลือกตั้งท้องถิ่นอยู่แล้ว &amp;nbsp;และเมื่อประกาศแบ่งเขตชัดเจนแล้วทุกฝ่ายจะได้เตรียมตัวไดั คนที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งจะได้รู้ว่ามีพื้นที่ใดบ้าง กี่ตำบล กี่อำเภอ ถือเป็นเรื่องสำคัญ โดยขณะนี้การแบ่งเขตเลือกตั้งยังไม่แล้วเสร็จ แต่ถือว่าทุกฝ่ายน่าจะได้เตรียมความพร้อมในอำนาจหน้าที่ตัวเองแล้ว และฝ่ายการเมืองจะลงพื้นที่ต้องรอการประกาศเขตเลือกตั้งทั้งหมดให้ชัดเจนก่อน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า พรรคก้าวไกลระบุการเลือกตั้งท้องถิ่นจะกิดขึ้นในวันที่ 13 ธ.ค.นายนิพนธ์ กล่าวว่า ตนคิดว่าเดือนธ.ค.มีความเป็นไปได้ แต่วันที่ตนไม่ยืนยันว่าเป็นวันที่เท่าไหร่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71387</URL_LINK>
                <HASHTAG>13 ธันวาคม, การเลือกตั้งท้องถิ่น, นายนิพนธ์ บุญญามณี, รมช.มหาดไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200714/image_big_5f0d20b625dc9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70114</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/06/2020 11:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/06/2020 11:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มท.2ยันเลือกตั้งท้องถิ่นสิ้นปีนี้ งบฯพร้อม แต่โควิดคือตัวแปรสำคัญ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 มิ.ย.63- &amp;nbsp;นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย กล่าวถึงการใช้งบประมาณการเตรียมการเลือกตั้งท้องถิ่นว่า จะต้องพิจารณาในการใช้งบประมาณท้องถิ่นเองในหลายด้าน เช่น มีจำนวนหน่วยเลือกตั้ง ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายประกอบคน เบี้ยเลี้ยง เต็นท์ สถานที่ หรือมีการใช้สถานที่ รวมถึงงบประชาสัมพันธ์การเลือกตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า จะเพียงพอหรือไม่ เมื่อการจัดเก็บรายได้ของท้องถิ่นลดลงในช่วงที่ผ่านมา นายนิพนธ์ กล่าวว่า มีเพียงส่วนท้องถิ่นขนาดเล็กเท่านั้นที่จะต้องเข้าไปดู แต่ท้องถิ่นส่วนใหญ่มีงบประมาณสะสมอยู่ โดยท้องถิ่นขนาดเล็กสามารถของบประมาณไปอุดหนุนได้ ซึ่งจะมีทั้งในส่วนของงบประมาณอุดหนุนเฉพาะกิจหรือทั่วไป ทั้งนี้ งบประมาณท้องถิ่นอุดหนุนทั่วไปท้องถิ่นจะนำไปใช้ในภารกิจใดก็ได้ เชื่อว่าภายใน 3-4 เดือนน่าจะแก้ไขปัญหาเรื่องของงบประมาณได้เสร็จสิ้น ผ่านกลไกข้อบัญญัติ ซึ่งเป็นกฎหมายท้องถิ่น ที่จะต้องเข้าไปดูแลเรื่องของงบประมาณ โดยมองว่าการเลือกตั้งท้องถิ่นคงจะใช้งบประมาณปี 2564 ซึ่งจะเริ่มต้นในช่วงต้นเดือน ต.ค. และยังคิดว่า หาก กกต. ท้องถิ่น บุคคลากร พร้อม ก็เข้าสู่โหมดเลือกตั้งได้โดยไม่มีปัญหา โดย กกต.ทยอยกำหนดเขตเลือกตั้งอยู่ ดังนั้น การเลือกตั้งจะเกิดขึ้นภายในปีนี้ เนื่องจากนายกฯ และ รมว.มหาดไทยส่งสัญญาณที่ชัดเจนแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;แต่นับจากนี้ต้องดูในเรื่องการระบาดของโควิดรอบสองอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเป็นตัวแปรที่สำคัญว่าจะเกิดขึ้นได้หรือไม่ เพราะการเลือกตั้ง ต้องเปิดปราศรัย มีคนร่วมฟังจำนวนมาก หรือต้องวางข้อกำหนดอย่างไร หากเกิดพิสูจน์ได้ว่า การระบาดเกิดขึ้นจากเวทีปราศรัยจะต้องดำเนินการอย่างไร ใครจะรับผิดชอบ ต้องหารือและพูดคุยกันอย่างรอบคอบ และประเมิน ควบคู่กันไป แม้ว่าเรื่องงบประมาณจะแก้ปัญหาได้ แต่สถานการณ์โควิดคือตัวแปรที่สำคัญ และมีการติดตามอย่างต่อเนื่อง&amp;rdquo;นายนิพนธ์ กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70114</URL_LINK>
                <HASHTAG>&gt;โควิด 19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200630/image_big_5efab7508f2a2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59333</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/03/2020 11:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/03/2020 11:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นิพนธ์&#039;โวยลูกพรรคประดิษฐ์ถ้อยคำตำหนิคนอื่นทำให้เสียกำลังใจ ไม่อยากคิดว่าพูดเพราะอยากมีตำแหน่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 มี.ค.63-นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย และแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีแชทไลน์ของพรรค ปชป.ที่ถูกเผยแพร่ออกมา ซึ่งสมาชิกบางคนต้องการให้พรรคถอนตัวจากการเป็นพรรคร่วมรัฐบาล ว่า การที่ ปชป.มาร่วมรัฐบาลเรามาตามมติพรรค เพราะฉะนั้นการมาบอกว่าพายเรือให้โจรนั่งนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ความจริงมีหนังสือให้ทบทวนมติเมื่อคืนวันที่ 17 ก.พ. และวันที่ 24 ก.พ. ประเด็นนี้ตนคิดว่าใน ปชป.ต้องพูดคุยกัน อย่างไรก็ตาม พวกตนที่เข้ามาทำหน้าที่เป็นรัฐมนตรีในรัฐบาลชุดนี้ก็ทำหน้าที่กันเต็มความสามารถ ต้องการทำให้เห็นว่า ปชป.เวลามาร่วมรัฐบาลเราก็ทำงานได้ ทำงานเป็นเหมือนกัน ไม่ใช่ดีแต่พูด ดังนั้น ที่บอกว่ามาพายเรือให้โจรนั่งนั้นต้องทบทวนคำพูดให้ดี พูดแล้วมันบั่นทอนกำลังใจคนทำงานเหมือนกัน คิดว่าถ้ามีปัญหาอะไร ปชป.ควรมานั่งพูดคุยกันในพรรค มากกว่าจะพูดตามสื่อข้างนอก และประดิษฐ์ถ้อยคำตำหนิคนอื่น เพราะคนที่ทำงานเขาก็เสียกำลังใจเหมือนกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า แสดงว่าไม่เห็นด้วยที่ ปชป.จะถอนตัว นายนิพนธ์ กล่าวว่า ส่วนตัวเห็นว่าถ้าพรรคมีมติอย่างไรต้องปฏิบัติตามนั้น เพราะตอนที่ร่วมรัฐบาลตอนนั้นพรรคก็มีมติเสียงข้างมากที่ค่อนข้างจะเด็ดขาดด้วยซ้ำที่ให้มาร่วมรัฐบาล แล้วจะมาบอกว่าคนที่มีเสียงข้างมากลงมติให้ไปพายเรือให้โจรนั่งนั้น ต้องคิดรอบคอบ อย่าประดิษฐ์ถ้อยคำแล้วไปตำหนิคนอื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า คนที่ออกมาพูดจะเป็นกลุ่มเดิมๆ ที่ออกมาตำหนิรัฐบาล คิดว่าเขาต้องการอะไร หรือเป็นเพราะเขาไม่ได้ตำแหน่ง นายนิพนธ์ กล่าวว่า ไม่ทราบเหมือนกันว่าเกิดขึ้นอะไร สำหรับตนพยายามที่จะไม่พูดถึงปัญหาเหล่านี้ในที่สาธารณะ ถ้าพูดในพรรคควรจะจบในพรรค แต่ถ้าพูดต่อหน้าสาธารณะทุกวัน เอาเรื่องภายในมาพูดข้างนอกทุกวัน มันก็สะท้อนให้เห็นว่าต้องมีอะไรที่ผิดพลาดบางอย่าง ต้องมานั่งพูดคุยกัน พรรคเป็นของทุกคน ปชป.อยู่มาได้ทุกวันนี้เพราะมติพรรค ไม่มีคำสั่งของใครคนใดคนหนึ่งที่จะมาสั่งคนทั้งพรรคได้ นอกจากมติพรรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;และไม่อยากคิดว่าคนที่ออกมาพูดเพราะอยากมีตำแหน่งอะไร ผมเคารพความเห็นต่าง ไม่เคยตำหนิว่าเสียงข้างน้อยจะเป็นสิ่งไม่ถูกต้อง ต้องดูว่าเสียงข้างมากเป็นอย่างไรก็ต้องปฏิบัติ ไม่อย่างนั้นเราจะเรียกร้องประชาธิปไตยอย่างไร ที่ผ่านมาเราเคยมีบทเรียนมาแล้วหากไม่เคารพมติเสียงส่วนใหญ่ของพรรคจะเป็นอย่างไร จะเอาเสียงข้างน้อยมาเป็นมติพรรคไม่ได้ คนเราอยู่ด้วยกันต้องให้เกียรติกัน ดังนั้น ปัญหาทุกอย่างต้องคุยกันด้วยเหตุผล อย่าเอาความรู้สึกของคนใดคนหนึ่งที่ไม่ชอบใครคนใดคนหนึ่งมาเป็นมติพรรค ไม่เช่นนั้นพรรคจะอยู่ด้วยกันไม่ได้&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59333</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายนิพนธ์ บุญญามณี, ประชาธิปัตย์ถอนตัว, รมช.มหาดไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200310/image_big_5e6707bcec253.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56870</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/02/2020 14:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/02/2020 14:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นิพนธ์&#039;ระบุคนไทยเสียชีวิตบนท้องถนนกว่า2 หมื่นคน/ ปี มูลค่าเสียหายมหาศาล รายละ 10 ล้านบาท  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;11 ก.พ.63-นายนิพนธ์ &amp;nbsp;บุญญามณี &amp;nbsp;รมช.มหาดไทย &amp;nbsp;กล่าวว่า &amp;nbsp;การเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนโดยแต่ละปีมีผู้เสียชีวิตประมาณ &amp;nbsp;22,000 &amp;nbsp;คน ประมาณ 65 คน / วัน &amp;nbsp;โดยยังไม่รวมถึงผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ และพิการ เมื่อเป็นมูลค่าความสูญเสียถึงรายละ 10 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับอุบัติเหตุบนท้องถนนโดยส่วนใหญ่มาจากการไม่เคารพกฎจราจร &amp;nbsp;1. เมาแล้วขับ 2. ไม่สวมหมวกนิรภัย &amp;nbsp;ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การสร้างความปลอดภัยบนท้องถนนในช่วงเทศกาลและช่วงปกตินั้น จะต้องร่วมมือกันบูรณาการอย่างจริงจัง ระหว่างท้องถิ่นกับท้องที่ เนื่องจากถนนในประเทศไทย มีความยาวประมาณ &amp;nbsp;500,000 &amp;nbsp;กิโลเมตร &amp;nbsp;ในความรับผิดชอบของกรมทางหลวงประมาณ &amp;nbsp;54,000 &amp;nbsp;กิโลเมตร ในความรับผิดชอบของกรมทางหลวงชนบท ประมาณ 57,000 &amp;nbsp;กิโลเมตร &amp;nbsp;และในความรับผิดชอบขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) &amp;nbsp;เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.)ประมาณ &amp;nbsp;400,000 &amp;nbsp;กิโลเมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิพนธ์ กล่าวว่า ทางแก้เพื่อความปลอดภัยบนท้องถนน ต้องร่วมมือบูรณาการระหว่างท้องถิ่นกับท้องที่เพื่อร่วมกันบำบัดทุกข์บำรุงสุข &amp;nbsp; คือการตั้งด่านครอบครัว &amp;nbsp;ด่านชุมชน &amp;nbsp;โดยมีการกล่าวตักเตือนกันตั้งแต่ครอบครัว ทั้งสามี บุตรหลาน เพราะปัจจุบันชนบทหายเกือบหมด กลายเป็นเมืองขนาดเล็ก ขนาดกลาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 25693 ที่ผ่านมาการเกิดอุบัติเหตุ ลดผู้เสียชีวิตไปถึง 90 ราย &amp;nbsp;และอีกประมาณ 60 วัน ก็จะถึงเทศกาลสงกรานต์ปีใหม่ไทย จะมีการเมาสุรามากกว่าเทศกาลปีใหม่ จึงขอส่งสัญญาณและขอความร่วมมือไปยังกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เทศบาล &amp;nbsp;องค์การบริหารส่วนตำบล &amp;nbsp;ออกแบบวางแผนไว้ล่วงหน้า &amp;nbsp;เพราะเป็นเรื่องสำคัญและเรื่องใหญ่มาก&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56870</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายนิพนธ์ บุญญามณี, รมช.มหาดไทย, อุบีติเหตุ เสียชีวิต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190312/image_big_5c87a81eced21.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49498</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/11/2019 08:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/11/2019 13:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นิพนธ์ บุญญามณี’ รมช.มหาดไทยเปิดงานวันที่อยู่อาศัยโลกภาคเหนือที่เชียงราย  มอบบ้านผู้มีรายได้น้อยโครงการบ้านมั่นคง-บ้านพอเพียงรวม  3,636  ครัวเรือน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;เชียงราย/ นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดงานวันที่อยู่อาศัยโลก ภาคเหนือปี 2562 ที่ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ จังหวัดเชียงราย มีผู้แทนขบวนองค์กรชุนชนจาก 17 จังหวัด และหน่วยงานภาคีเข้าร่วมงานกว่า 1,000 คน โดยมอบบ้านให้ผู้มีรายได้ที่ พอช.สนับสนุนตามโครงการบ้านมั่นคง-บ้านพอเพียงชนบทรวม 3,636 ครัวเรือน&amp;nbsp; ขณะที่ภาคประชาชนยื่นข้อเสนอ&amp;nbsp; 7 ข้อแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัย-ที่ดินทำกินโดยเน้นการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;องค์การสหประชาชาติ ได้กำหนดให้วันจันทร์แรกของเดือนตุลาคมของทุกปีเป็น &amp;lsquo;วันที่อยู่อาศัยโลก (World Habitat Day)&amp;rsquo;&amp;nbsp; โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ประเทศต่างๆ ในโลกได้ให้ความสนใจกับสถานการณ์การอยู่อาศัยและการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ ตลอดจนสิทธิพื้นฐานของการมีที่อยู่อาศัยที่เหมาะสม และสร้างความตระหนักในความรับผิดชอบร่วมกันในการจัดการให้มนุษย์ทุกคนมีที่อยู่อาศัยในอนาคต ซึ่งในปี 2562 วันที่อยู่อาศัยโลกได้ตรงกับวันจันทร์ ที่ 7 ตุลาคม 2562&amp;nbsp; ในประเทศไทยมีการรณรงค์เคลื่อนไหวของภาคประชาชนหลายกลุ่มทั้งส่วนกลางและภูมิภาคตลอดช่วงเดือนตุลาคม-พฤศจิกายนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ที่ภาคเหนือมีการจัดกิจกรรมวันที่อยู่อาศัยโลกที่จังหวัดเชียงราย&amp;nbsp; โดยในวันที่ 3 พฤศจิกายน&amp;nbsp; มีการจัดกิจกรรมเดินรณรงค์จากบริเวณหน้าโรงเรียนสามัคคีวิทยาคม ไปยังลานออกกำลังกายสวนตุงและโคมเฉลิมพระเกียรติ&amp;nbsp; อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย&amp;nbsp; มีผู้เข้าร่วมเดินรณรงค์ประมาณ&amp;nbsp; 700 คน&amp;nbsp; และมีการประกาศเจตนารมณ์การขับเคลื่อนนโยบายการพัฒนาที่อยู่อาศัยขององค์กรเครือข่ายการพัฒนาที่อยู่อาศัยภาคเหนือ&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ในพื้นที่ภาคเหนือ&amp;nbsp; ประชาชนที่อาศัยอยู่ในเขตพื้นที่ป่าสงวนฯ หรือทับซ้อนกับที่ดินของรัฐประเภทต่างๆ&amp;nbsp; มีปัญหาความไม่มั่นคงในที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ร่วมกันประกาศเจตนารมณ์การพัฒนาและแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินในภาคเหนือ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-16.5pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0in&quot;&gt;วันที่ 4&amp;nbsp; พฤศจิกายน&amp;nbsp; มีการจัดกิจกรรมที่ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ&amp;nbsp; จังหวัดเชียงราย&amp;nbsp; โดยมีนายนิพนธ์&amp;nbsp; บุญญมณี&amp;nbsp; รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย&amp;nbsp; เป็นประธานในพิธี&amp;nbsp; มีนายประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นายสมชาติ ภาระสุวรรณ&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน)&amp;nbsp; ผู้แทนหน่วยงานต่างๆ และสมาชิกเครือข่ายการพัฒนาที่อยู่อาศัยภาคเหนือเข้าร่วมงานประมาณ 1,000 คน&amp;nbsp; ภายในงานมีการจัดเวทีเสวนา &amp;nbsp;&amp;nbsp;นิทรรศการแสดงผลงานการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยในพื้นที่ต่างๆ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ตำบลดอยยาว-ดอยผาหม่น&amp;nbsp; จ.เชียงราย&amp;nbsp; ชาวบ้านร่วมกันอนุรักษ์ที่ดินและป่าไม้, การแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยกรณีภัยพิบัติที่บ้านห้วยขาบ&amp;nbsp; อ.บ่อเกลือ&amp;nbsp; จ.น่าน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;จากนั้นนายนิพนธ์&amp;nbsp; บุญญามณี&amp;nbsp; รมช.มหาดไทย&amp;nbsp; เป็นประธานในการมอบบ้านให้แก่ประชาชนที่มีรายได้น้อยที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo; ให้การสนับสนุนการแก้ไขปัญหาและพัฒนาที่อยู่อาศัยตามโครงการบ้านมั่นคงเมืองและชนบทจำนวน 3,636&amp;nbsp; ครัวเรือน&amp;nbsp; (บ้านมั่นคงเมืองและชนบท จำนวน 1,182&amp;nbsp; ครัวเรือน&amp;nbsp; บ้านพอเพียงชนบท จำนวน 2,454 ครัวเรือน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;เช่น&amp;nbsp; บ้านมั่นคงเมืองและชนบทตำบลยาบหัวนา อ.เวียงสา จังหวัดน่าน&amp;nbsp; 507 ครัวเรือน&amp;nbsp; บ้านมั่นคงชนบท (กรณีภัยพิบัติดินถล่ม)บ้านห้วยขาบ&amp;nbsp; อ.บ่อเกลือ&amp;nbsp; จ.น่าน&amp;nbsp; 60 ครัวเรือน&amp;nbsp;&amp;nbsp; บ้านพอเพียงชนบทภาคเหนือ จำนวน 2,454 ครัวเรือน&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;รมช.มหาดไทย (ที่ 2 จากขวา) มอบบ้านให้แก่ผู้แทนชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประนอม&amp;nbsp; เชิมชัยภูมิ&amp;nbsp; ประธานคณะทำงานบ้านมั่นคงและการจัดการที่ดินภาคเหนือ กล่าวถึงข้อเสนอของภาคประชาชนที่ยื่นต่อ รมช.มหาดไทยว่า&amp;nbsp; 1. หน่วยงานภาครัฐทุกระดับต้องบูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างเป็นเอกภาพเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินอย่างจริงจัง&amp;nbsp;&amp;nbsp; 2.ขอให้หน่วยงานในระดับจังหวัดบรรจุแผนการพัฒนาที่อยู่อาศัย และการจัดการที่ดินเป็นแผนยุทธศาสตร์หลักของจังหวัด&amp;nbsp; โดยเน้นการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนอย่างจริงจังและเป็นรูปธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.สนับสนุนให้มีการจัดประชุมคณะทำงานการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยของผู้มีรายได้น้อยในระดับจังหวัดอย่างต่อเนื่อง และผลักดันพื้นที่ที่มีประเด็นปัญหาข้อติดขัดต่อคณะกรรมการแก้ไขปัญหาที่ดินแห่งชาติ (คทช.) ทั้งระดับอำเภอ และระดับจังหวัด อย่างสม่ำเสมอ&amp;nbsp; 4.ในเชิงกลไกคณะทำงานการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกิน(คทช.) ให้มีการทบทวนองค์ประกอบ&amp;nbsp; โดยเพิ่มสัดส่วนผู้แทนสภาองค์กรชุมชน&amp;nbsp; กลุ่มผู้เดือดร้อน&amp;nbsp; เป็นส่วนหนึ่งในการร่วมพิจารณาเสนอแนะปัญหาและข้อติดขัดที่เกิดขึ้น เพื่อสะท้อนถึงสถานการณ์ปัญหาที่แท้จริง ตลอดจนรักษาไว้ซึ่งสิทธิการเข้าถึงทรัพยากร ในทุกระดับตั้งแต่ระดับท้องถิ่น ระดับอำเภอ จังหวัด และระดับชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ร่วมกันกล่าวข้อเสนอแก้ไขปัญหาที่ดิน-ที่อยู่อาศัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.ให้มีการจัดตั้งกองทุนกลางสำหรับการพัฒนาที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; ที่ดินทำกิน&amp;nbsp; และการพัฒนาคุณภาพชีวิต โดยให้ผู้มีรายได้น้อยมีส่วนร่วมบริหารจัดการ&amp;nbsp; เพื่อช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยอย่างเป็นธรรม สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริง ทางกายภาพ สังคม และเศรษฐกิจของพื้นที่ เช่น เข้าร่วมโครงการบ้านมั่นคง พอช. ซื้อโครงการที่อยู่อาศัย การเคหะฯ เอกชน หรือกลับภูมิลำเนา ฯลฯ ตลอดจนการสร้างความเข้มแข็งและยกระดับคุณภาพชีวิตชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6.การบูรณาการความร่วมมือของหน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ เอกชน ในการสนับสนุนระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานในพื้นที่โครงการการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยผู้มีรายได้น้อยอย่างทั่วถึง&amp;nbsp; 7.หากเกิดกรณีภัยพิบัติขึ้น ให้มีการอำนวยการก่อสร้างที่อยู่อาศัยและจัดหาที่ดินรองรับให้กับผู้ได้รับผลกระทบที่สอดคล้องกับวิถีการดำรงชีวิตและวัฒนธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;บ้านชาวห้วยขาบ&amp;nbsp; อ.บ่อเกลือ&amp;nbsp; จ.น่าน 60&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลังที่เกิดภัยพิบัติดินถล่มเมื่อปี 2561 กำลังเร่งก่อสร้าง&amp;nbsp; โดยบริษัทไทยเบฟสนับสนุนงบประมาณ&amp;nbsp; หน่วยงานต่างๆ และ พอช.ร่วมกันสนับสนุนการก่อสร้าง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ประธานคณะทำงานบ้านมั่นคงและการจัดการที่ดินภาคเหนือได้ยกตัวอย่างปัญหาที่ดิน-ที่อยู่อาศัยในจังหวัดเชียงรายว่า&amp;nbsp; ขณะนี้ชาวบ้านในพื้นที่ดอยยาว-ดอยผาหม่น&amp;nbsp; อ.เทิง&amp;nbsp; อ.เวียงแก่น&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และ อ.ขุนตาล&amp;nbsp; จ.เชียงราย&amp;nbsp; ประมาณ 32 หมู่บ้าน&amp;nbsp; ประชากรประมาณ&amp;nbsp; 20,000 คน&amp;nbsp; กำลังวิตกกังวลเนื่องจากทางราชการกำลังสำรวจพื้นที่เพื่อประกาศเขตอุทยานแห่งชาติภูชี้ฟ้า&amp;nbsp; พื้นที่ประมาณ 200,000 ไร่&amp;nbsp; ซึ่งหากมีการประกาศเขตอุทยานฯ จะทำให้ชาวบ้านได้รับผลกระทบ&amp;nbsp; เพราะพื้นที่เขตอุทยานฯ จะครอบคลุมที่อยู่อาศัยและทำกินของชาวบ้านรวม 32&amp;nbsp;&amp;nbsp; หมู่บ้าน&amp;nbsp; ทำให้มีข้อห้ามต่างๆ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; เข้า-ออกผ่านเขตอุทยานฯ จะต้องแลกบัตร&amp;nbsp; ห้ามเก็บหน่อไม้&amp;nbsp; เก็บเห็ด&amp;nbsp; หรือห้ามเลี้ยงสัตว์ในเขตอุทยานฯ&amp;nbsp; ห้ามปลูกสร้าง&amp;nbsp; ต่อเติมที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; ฯลฯ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ดังนั้นชาวบ้านจึงได้รวมตัวกันเพื่อยื่นข้อเสนอขอให้ทางราชการยุติการประกาศเขตอุทยานแห่งชาติภูชี้ฟ้า&amp;nbsp; โดยทางชาวบ้านมีข้อเสนอที่จะร่วมกับเจ้าหน้าที่ในการอนุรักษ์และดูแลพื้นที่ป่าไม้ให้มีความสมบูรณ์&amp;nbsp;&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; การร่วมกันปลูกป่า&amp;nbsp; ห้ามตัดต้นไม้&amp;nbsp; ห้ามล่าสัตว์&amp;nbsp; จัดทำเขตป่าชุมชน&amp;nbsp; โดยที่ผ่านมาชาวบ้านได้ยื่นข้อเสนอกับผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายไปแล้วเมื่อเร็วๆ นี้&amp;rdquo;&amp;nbsp; นายประนอมกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิพนธ์&amp;nbsp; รมช.มหาดไทย&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; ขณะนี้รัฐบาลได้ให้ความสำคัญต่อกระบวนการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยของพี่น้องประชาชน&amp;nbsp; โดยทางกระทรวงมหาดไทยมีแนวทางที่จะบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงาน 3 กระทรวงหลัก&amp;nbsp; คือ&amp;nbsp; กระทรวงมหาดไทย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์&amp;nbsp; โดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) เป็นหน่วยงานหลักที่ดำเนินการเรื่องการแก้ไขปัญหาที่ดินและที่อยู่อาศัยอยู่แล้ว &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;โดยจะดำเนินการสำรวจข้อมูลที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; โดยใช้กลไก คทช. (คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ) ซึ่งเป็นนโยบายของรัฐบาลในการจัดสรรที่ดินให้กับประชาชน&amp;nbsp; โดยทดลองใช้ One map มาเป็นเครื่องมือในการกันพื้นที่&amp;nbsp; ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินงาน&amp;nbsp; โดยกระทรวงทรัพยากรฯ และกระทรวงมหาดไทย &amp;nbsp;เพื่อจัดแนวเขตที่ดินให้ชัดเจนว่าพื้นที่ส่วนใหญ่จะสามารถนำมาจัดสรรให้กับพี่น้องประชาชน&amp;nbsp; พื้นที่ส่วนใหนเป็นพื้นที่ป่าอนุรักษ์&amp;rdquo;&amp;nbsp; รมช.มหาดไทยกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมชาติ&amp;nbsp; ภาระสุวรรณ&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo;&amp;nbsp; กล่าวว่า จากปัญหาการขาดแคลนและความไม่มั่นคงในเรื่องที่อยู่อาศัยของประชาชนที่มีรายได้น้อยทั่วประเทศ&amp;nbsp; รัฐบาลจึงมอบหมายให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)&amp;nbsp; โดย พอช. จัดทำ &amp;lsquo;แผนแม่บทการพัฒนาที่อยู่อาศัยระยะ 20 ปี (พ.ศ.2560-2579)&amp;rsquo; โดยมีเป้าหมายให้คนไทยทุกคนเข้าถึงสิทธิในที่อยู่อาศัย มีสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการดำรงชีวิตที่มีคุณภาพ และเสริมสร้างความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัยของประชาชนทุกกลุ่มเป้าหมายและครอบคลุมในทุกมิติ มีวิสัยทัศน์ คือ &amp;ldquo;คนไทยทุกคนมีที่อยู่อาศัยถ้วนทั่ว และมีคุณภาพชีวิตที่ดีภายในปี 2579&amp;rdquo; &amp;nbsp;โดย พอช.มีเป้าหมายสนับสนุนการพัฒนาที่อยู่อาศัยประชาชนที่มีรายได้น้อยทั่วประเทศประมาณ 1,050,000 ครัวเรือน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; โครงการบ้านมั่นคง&amp;nbsp; โครงการบ้านพอเพียงชนบท&amp;nbsp; บ้านประชารัฐริมคลองลาดพร้าว ศูนย์ฟื้นฟูและพัฒนาชีวิตคนไร้บ้าน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;สมชาติ&amp;nbsp; ภาระสุวรรณ&amp;nbsp; ผอ.พอช.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:8.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:8.0pt&quot;&gt;&amp;ldquo;หลักการสำคัญในการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยของ พอช.ก็คือ ให้ชุมชนเป็นแกนนำในการแก้ไขปัญหาของตนเอง&amp;nbsp; โดยมีหน่วยงานต่างๆ ให้การสนับสนุน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; พอช. องค์กรปกครองในท้องถิ่น&amp;nbsp; และภาคีเครือข่ายต่างๆ&amp;nbsp; เปลี่ยนจากการที่หน่วยงานรัฐทำให้เป็นชุมชนที่เดือดร้อนซึ่งเป็นเจ้าของปัญหาดำเนินการเอง&amp;nbsp; โดยชาวบ้านและชุมชนที่เดือดร้อนจะต้องรวมกลุ่มกัน&amp;nbsp; ร่วมกันสำรวจข้อมูลชุมชน&amp;nbsp; ข้อมูลผู้ที่เดือดร้อน&amp;nbsp; กำหนดทางเลือกในการแก้ไขปัญหา&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; เช่าที่ดินอย่างถูกต้อง&amp;nbsp; หรือจัดหาที่ดินแปลงใหม่&amp;nbsp; ร่วมกันออกแบบบ้าน&amp;nbsp; ออกแบบผังชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ร่วมกันออมทรัพย์เพื่อเป็นทุน&amp;nbsp; จนถึงการบริหารงานก่อสร้างบ้านและชุมชน&amp;rdquo;&amp;nbsp; ผอ.พอช.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:8.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:8.0pt&quot;&gt;ทั้งนี้ พอช.ดำเนินการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยตั้งแต่ปี 2546&amp;nbsp; ภายใต้โครงการ &amp;lsquo;บ้านมั่นคง&amp;rsquo; &amp;nbsp;ปัจจุบัน (กันยายน 2562 ) พอช.สนับสนุนโครงการบ้านมั่นคงไปแล้วทั่วประเทศ&amp;nbsp; รวม&amp;nbsp; 1,231 โครงการ&amp;nbsp; ทำให้ประชาชนมีที่อยู่อาศัยที่มั่นคงรวมทั้งหมด&amp;nbsp; 112,610 ครัวเรือน&amp;nbsp; โดยมีการอนุมัติงบประมาณเพื่อสนับสนุนชุมชนในด้านการก่อสร้างสาธารณูปโภค&amp;nbsp; และสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย รวมทั้งหมด &amp;nbsp;6,311 ล้านบาทเศษ &amp;nbsp;ซึ่งสินเชื่อดังกล่าวนี้&amp;nbsp; ชุมชนต่างๆ&amp;nbsp; ได้ทยอยชำระคืนให้แก่ พอช. เพื่อนำไปใช้หมุนเวียนแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยผู้มีรายได้น้อยทั่วประเทศต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;การจัดงานวันที่อยู่อาศัยโลกภาคเหนือที่จังหวัดเชียงราย&amp;nbsp; ภายใต้หัวข้อ &amp;lsquo;การขับเคลื่อนแผนพัฒนาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินระดับจังหวัดให้เกิดรูปธรรม&amp;rsquo;&amp;nbsp; มีเป้าหมายการจัดงาน&amp;nbsp; คือ&amp;nbsp; 1.สร้างความตระหนักต่อการให้ความสำคัญในการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; ที่ดินทำกินและคุณภาพชีวิตผู้มีรายได้น้อยแก่สาธารณะและหน่วยงานต่างๆ&amp;nbsp; 2.ผลักดันให้กลไกในระดับจังหวัดที่มีอยู่ทั้งการพัฒนาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินขับเคลื่อนแผนพัฒนาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินให้เป็นรูปธรรม โดยการเชื่อมโยงและบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานภาคีที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp; 3.ผลักดันให้เกิดการจัดตั้งและพัฒนากองทุนที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินของผู้มีรายได้น้อยในระดับจังหวัด&amp;nbsp; โดยความร่วมมือจากภาครัฐ&amp;nbsp;&amp;nbsp; เอกชน&amp;nbsp; และชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:8.0pt&quot;&gt;บรรยากาศการจัดงานวันที่อยู่อาศัยโลกที่เชียงราย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49498</URL_LINK>
                <HASHTAG>นิพนธ์ บุญญามณี, บ้านมั่นคง, ภาคเหนือ, รมช.มหาดไทย, องค์กรชุนชน, เชียงราย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191104/image_big_5dbfc96628916.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48579</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/10/2019 10:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/10/2019 10:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นิพนธ์&#039;คาดเลือกตั้งท้องถิ่นหลังกุมภาฯ63 รอสภาฯผ่านงบฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ต.ค.62- &amp;nbsp;นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย กล่าวถึงความคืบหน้าการจัดการเลือกตั้งท้องถิ่นว่า จะเกิดขึ้นหลังจากร่าง พ.ร.บ.พิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2563 ผ่านความเห็นชอบจากสภาฯในช่วงประมาณกลางเดือน ก.พ.63 โดยในส่วนของการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯนั้น ส.ส.จะใช้เวลาในการพิจารณา 105 วัน ส.ว.20 วัน รวมเป็น 125 วันหรือประมาณ 4 เดือน นับจากวันที่สภาฯผ่านร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯในวาระแรกเมื่อวันที่ 20 ต.ค. จากนั้นจึงจะสามารถจัดการเลือกตั้งท้องถิ่นได้ คาดว่าจะเกิดขึ้นหลังเดือน ก.พ.63 ส่วนการเลือกตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษอย่างพัทยา กทม. ขึ้นอยู่กับความพร้อมของหน่วยงานและคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีการกำหนดหลังร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯผ่านสภาฯ ใน 1 เดือนหรือ 3 เดือนแล้วจัดการเลือกตั้งหรือไม่ นายพิพนธ์ กล่าวว่า ต้องดูความพร้อมและความเหมาะสมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48579</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเลือกตั้งท้องถิ่น, นายนิพนธ์ บุญญามณี, รมช.มหาดไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191022/image_big_5dae6ff2b0f3d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
