<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>42484</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/08/2019 18:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/08/2019 17:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;มาดามโอ๊ะ&#039; ลงพื้นที่ ร.ร.เอกชน หารือปัญหา พร้อมตั้ง คณะทำงานแก้ไข</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ส.ค.62- &amp;nbsp;ที่โรงเรียนลาซาน &amp;nbsp;นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการบริการจัดการโรงเรียนเอกชนพร้อมทั้งได้ประชุมหารือถึงการแก้ไขปัญหาโรงเรียนเอกชนในประเด็นต่างๆ และกล่าวภายหลังการประชุมตอนหนึ่งว่า โรงเรียนเอกชนหลายแห่งประสบปัญหาทั้งเรื่องสิทธิของครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ได้รับสิทธิ &amp;nbsp;วิทยฐานะ สวัสดิการต่างๆ รวมถึงค่ารักษาพยาบาลที่ขอให้ใกล้เคียงกับหน่วยงานภาครัฐ รวมทั้งการพัฒนาศักยภาพของครู อีกทั้งยังมีการหารือในเรื่องภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งในวันที่ 1 มกราคม พ.ศ.2563 จะมีการเริ่มการจัดเก็บภาษี ตามพระราชบัญญัติ ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ.2562 ในมาตรา 6 วรรคหนึ่ง และมาตรา 8 (12) &amp;nbsp;ที่ไม่ได้ยกเว้นหรือลดหย่อนภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างให้สถานศึกษาเอกชนทั้งในระบบและนอกระบบ ซึ่งตนก็รับเรื่องทั้งหมดที่มีการสะท้อนมาและจะสรุปประมวลผลข้อมูลการศึกษาเอกชนทั้งหมด เพื่อตั้งคณะทำงานแก้ไขปัญหาการศึกษาเอกชน โดยมีนายพะโยม ชิณวงศ์ คณะทำงานตน เป็นประธาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เราตั้งใจที่จะสร้างความมั่นคงให้แก่ครูเอกชนให้ได้รับสิทธิต่างๆเท่าเทียมกับครูของภาครัฐ เพื่อที่จะให้ครูเอกชนไม่ต้องไปสอบครูผู้ช่วย โรงเรียนเอกชนจะได้ไม่ขาดครู และเติมเต็มการเรียนการสอนในห้องเรียนได้อย่างเต็มที่ ขณะเดียยวกันยังได้วางแนวทางแก้ปัญหาวิกฤตโรงเรียนเอกชนทยอยปิดกิจการลงด้วย&amp;rdquo;รมช.ศธ. กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันเดียวกันนางกนกวรรณ ยังได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมวิทยาลัยเทคโนโลยีกรุงเทพ พร้อมทั้งกล่าวภายหลังการตรวจเยี่ยม ว่า ตนต้องการมารับฟังปัญหานักเรียนนักศึกษาทะเลาะวิวาท เพราะเป็นเรื่องสำคัญมาก เนื่องจากเมื่อมีการก่อเหตแต่ละครั้งจะมีผู้บริสุทธิ์ได้รับผลกระทบตามไปด้วย ดังนั้นตนจึงต้องการร่วมมือเพื่อหาทางออกการแก้ปัญหาร่วมกันทั้งกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ผู้บริหารวิทยาลัย ครู และผู้เกี่ยวข้องจากทุกภาคส่วน ซึ่งเท่าที่รับทราบข้อมูลพบว่า ศธ.มีมาตรการบทลงโทษในเรื่องนี้ขั้นสูงสุด คือ การปิดสถาบันการศึกษา แต่ตนไม่ได้ต้องการให้มีการดำเนินการถึงขั้นนั้น ซึ่งเราต้องให้ความเป็นธรรมกับนักศึกษาคนอื่นที่ไม่ได้เกี่ยวข้องในจุดนี้ด้วย ทั้งนี้ในอนาคตอาจมีความเป็นไปได้ที่เราจะเพิ่มบทลงโทษที่เข้มมากขึ้นในกระบวนการทางกฎหมายกับเด็กและเยาวชนที่ก่อเหตุทะเลาะวิวาท แต่ในตอนนี้ที่ตนจะดำเนินการได้ทันทีและทำอย่างเร่งด่วน คือ การเพิ่มนักจิตวิทยาในวิทยาลัยอาชีวศึกษาทั่วประเทศ ซึ่งนักจิตวิทยาหรือการแนะแนวเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมาก รวมถึงจะให้วิทยาลัยอาชีวศึกษาทุกแห่งสร้างกิจกรรมปลุกจิตสำนึกระหว่างรุ่นพี่รุ่นน้องที่ถูกต้อง เพื่อลดปัญหาความรุนแรงในกลุ่มเด็กอาชีวศึกษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมได้มีนางสุภารัตน์ แสงอรุณ ผู้ปกครองนายกมลฉัตร แสงอรุณ หรือน้องเก้า นักเรียนโรงเรียนปทุมคงคา ที่ถูกทำร้ายร่างกายด้วยอาวุธมีดบนรถเมล์สาย 180 ระหว่างเดินทางกลับบ้านจากนักศึกษาอาชีวะ เรื่อง ร้องขอความเป็นธรรมและขอให้มีมาตรการกับการใช้ความรุนแรง โดยนางสุภารัตน์ กล่าวว่า ต้องการให้กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ออกมาตรการหรือบทลงโทษให้วิทยาลัยเทคโนโลยีกรุงเทพ เกิดความเกรงกลัวต่อความผิด เพื่อจะเป็นประโยชน์มากมายต่อสังคม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42484</URL_LINK>
                <HASHTAG>กนกวรรณ วิลาวัลย์, รมช.ศึกษาธิการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190801/image_big_5d42c1d968586.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42284</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/07/2019 10:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/07/2019 10:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;คุณหญิงกัลยา&#039;ผุดไอเดีย&#039;อิเล็กทรอนิกส์บุ๊ค&#039;ไม่ให้เด็กแบกหนังสือหนักหลังโก่งไปโรงเรียน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
30 ก.ค.62- &amp;nbsp;คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รมช.ศึกษาธิการ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีเด็กนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ในจังหวัดขอนแก่นมีอาการป่วยกระดูกสันหลังคดงอ โดยเชื่อว่ามีสาเหตุมาจากต้องสะพายกระเป๋าที่มีน้ำหนักมากไปโรงเรียนทุกวัน จะมีวิธีแก้ไขอย่างไร ว่า คงต้องใช้อิเล็กทรอนิกส์บุ๊คมากขึ้น เพื่อให้เด็กไม่ต้องแบกหนังสือไปโรงเรียน ซึ่งวิธีนี้เป็นทางออกที่ตรงที่สุดแล้ว อย่างไรก็ตาม เรื่องดังกล่าวเพิ่งจะเป็นข่าวได้ไม่นาน แต่เรามีแนวความคิดอยู่แล้วว่าจะให้มีอิเล็คทรอนิกส์บุ๊คมากขึ้น โดยสามารถดาวน์โหลดหนังสือลงโทรศัพท์มือถือได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าได้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงของอาการดังกล่าวหรือไม่ เพราะหมอไม่ได้มีการวินิจฉัย แต่เป็นการสันนิษฐานของแม่เด็กนักเรียน คุณหญิงกัลยา กล่าวว่า ยังพิสูจน์ไม่ได้แต่ก็มีส่วน เช่นเด็กที่ใช้มือถือวันละ 7-10 ชั่วโมง นอกจากต้องใช้สายตาแล้วยังต้องแบกศรีษะของตัวเอง เพราะเมื่อเราก้มหน้ามากร่างกายก็ต้องแบกศรีษะทำให้กระทบกระเทือนต่อสุขภาพ ขึ้นมาเพื่อรับน้ำหนักซึ่งร่างกายของเราไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้รับน้ำหนักตรงนี้โดยธรรมชาติ ส่วนโรงเรียนในชนบทให้เด็กนำหนังสือไปโรงเรียนในทุกวิชา ทั้งที่บางเล่มก็ไม่ได้ใช้เรียนนั้น เราให้ความสำคัญในเรื่องสุขภาพของนักเรียนอยู่แล้ว เมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนี้แล้วเราคงไม่นิ่งนอนใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามย้ำว่าจะดำเนินการตรวจสอบโรงเรียนที่บังคับขายกระเป๋าให้กับนักเรียนหรือไม่ รมช.ศึกษาธิการตอบว่า เรื่องนี้เราจะเข้าไปศึกษาดู&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามอีกว่าโลกโซเชียลมีเดียเรียกร้องให้ยกเลิกการพาผู้ปกครองไปร่วมกิจกรรมของโรงเรียนในวันพ่อและวันแม่ มีเด็กนักเรียนบางคนเป็นเด็กกำพร้า คุณหญิงกัลยา กล่าวว่า ขอบคุณแม่อยู่แล้ว ตามประเพณีไทยเราต้องเคารพพ่อและแม่อยู่แล้ว ในวันหนึ่งของปีหนึ่งใครๆก็อยากแสดงออก แต่ประเพณีที่ดีงามเช่นนี้บางครั้งอาจไม่เข้ากับเด็กสมัยใหม่ แต่ก็เป็นประเพณีและวัฒนธรรมที่ดี ดังนั้นจึงต้องหาจุดที่ดีและเหมาะสม อย่างไรก็ตาม หากพ่อและแม่ไม่ว่างก็ไม่จำเป็นต้องพาไป เพราะการแสดงออกมีหลายรูปแบบ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42284</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช, รมช.ศึกษาธิการ, อิเล็คทรอนิกส์บุ๊</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190730/image_big_5d3fbc5bbc970.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42219</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/07/2019 17:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/07/2019 17:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;คุณหญิงกัลยา&#039;ยกเลิกด่วน!คำสั่งตั้งคณะที่ปรึกษารมช.ศึกษาฯจำนวน 35 คน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ก.ค.62 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ มีคำสั่งกระทรวงศึกษาธิการ เรื่องแต่งตั้งคณะที่ปรึกษารมช.ศึกษาธิการ จำนวน 35 คน ซึ่งมีนายพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล อดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ เป็นประธานที่ปรึกษาฯ เพื่อกำหนดแนวทางและวางยุทธศาสตร์ทางด้านการศึกษา เมื่อวันที่ 25 ก.ค.ที่ผ่านมานั้น ปรากฏว่าทางพรรคแจ้งไปยังคุณหญิงกัลยา ว่า ในคำสั่งนี้มีส.ส.ของพรรครวมอยู่ด้วยซึ่งสุ่มเสี่ยงขัดกฎหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งรัฐธรรมนูญ มาตรา 185 (1) ที่ห้ามส.ส.และส.ว. กระทําการใดๆที่มีลักษณะก้าวก่ายหรือแทรกแซง ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมในการปฏิบัติราชการหรือการดําเนินงานของหน่วยงานของรัฐ จึงเห็นว่าควรแก้ไขรายชื่อดังกล่าว ทำให้คุณหญิงกัลยายกเลิกคำสั่งนี้แล้วในวันเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน คุณหญิงกัลยา ให้สัมภาษณ์ว่า ได้ยกเลิกคำสั่งดังกล่าวไปแล้ว เพราะแม้ผู้ที่ได้ตำแหน่งในคณะนี้จะไม่ได้รับเงินเดือน และเป็นคนละส่วนกับความเป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีซึ่งเป็นตำแหน่งทางการและมีเงินเดือนประจำตำแหน่ง แต่เนื่องจากพบข้อสังเกตเรื่องกฎหมายที่เกี่ยวกับการแต่งตั้งคนมาช่วยงานรัฐมนตรี โดยเฉพาะอย่างยิ่งการตีความบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ มาตรา 184 และมาตรา 185 ซึ่งเป็นเรื่องการขัดกันแห่งผลประโยชน์ ตนจึงต้องปรึกษากับฝ่ายกฎหมายของกระทรวงศึกษาธิการให้ได้ความชัดเจนก่อนว่าการแต่งตั้งคณะที่ปรึกษาของตัวเอง เป็นสิ่งที่ทำได้หรือไม่ ขณะเดียวกัน ทราบว่าในส่วนพรรคกำลังหารือกันถึงข้อกฎหมายเดียวกันด้วย เพราะมีผลต่อการจัดวางคนไปดำรงตำแหน่งทางการเมืองในกระทรวงต่างๆ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42219</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช, รมช.ศึกษาธิการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190723/image_big_5d36eb388bad8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41713</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/07/2019 14:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/07/2019 14:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;คุณหญิงกัลยา&#039;ฟิตจัดเตรียมคนสู่ศตวรรษที่ 21 เดินหน้าภาษาคอมพิวเตอร์ Coding ตั้งแต่ระดับประถมศึกษา </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.ค.62-ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า กระทรวงศึกษาธิการพร้อมแถลงนโยบายรัฐบาลในคณะรัฐมนตรีของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีที่จะต้องแถลงต่อรัฐสภาโดยกระทรวงศึกษาธิการจะต้องเป็นแม่งานในนโยบาย การเตรียมคนไทยสู่ศตวรรษที่ 21 โดยสร้างแพลตฟอร์มการเรียนรู้ใหม่ในระบบดิจิตัล ปรับปรุงรูปแบบการเรียนรู้มุ่งสู่ระบบการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ด้านวิศวกรรม คณิตศาสตร์ โปรแกรมเมอร์ และภาษาต่างประเทศ ส่งเสริมการเรียนภาษาคอมพิวเตอร์ (Coding) ตั้งแต่ระดับประถมศึกษา การพัฒนาโรงเรียนคุณภาพในทุกตำบล ส่งเสริมการพัฒนาหลักสูตรออนไลน์ของสถาบันการศึกษาต่างๆเพื่อแบ่งปันความรู้ของสถาบันการศึกษาสู่สาธารณะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ต้องเชื่อมโยงระบบการศึกษากับภาคปฏิบัติจริงในภาคธุรกิจ และสร้างนักวิจัยใหม่และนวัตกร เพื่อเพิ่มศักยภาพด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมของประเทศ สร้างความรู้ความเข้าใจในการใช้เทคโนโลยีดิจิตอลสื่อออนไลน์และโครงข่ายสังคมออนไลน์ของคนไทยเพื่อป้องกันและลดผลกระทบในเชิงสังคม เพื่อความปลอดภัยป้องกันอาชญากรรมทางไซเบอร์ และสามารถใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือในการกระจายข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องสร้างความสมานฉันท์ สามัคคีในสังคม รวมทั้งปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมที่จำเป็นในการดำเนินชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;โดยในโหมดนโยบายภาษาคอมพิวเตอร์ Coding เราผลักดันจนประสบความสำเร็จในการบรรจุเป็นนโยบายรัฐบาล ทั้งนี้เพื่อให้ทันยุคสมัยเป็นการปฏิรูปการศึกษาให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีและวิถีความเป็นไปของคนไทยในปัจจุบันมุ่งสู่ศตวรรษที่ 21 เราจะมุ่งมั่นตั้งใจทำงานบรรจุหลักสูตรนี้ให้เห็นเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ต้องขอบคุณทุกกำลังใจในสังคมไม่ว่าจะเป็นนักวิชาการ นักการเมือง นักสื่อสารมวลชน นักการศึกษาและเยาวชนทุกคนที่เชียร์นโยบายนี้ค่ะ &amp;quot; ดร.คุณหญิงกัลยา กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41713</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช, ประถมศึกษา, ภาษาคอมพิวเตอร์ (Coding), รมช.ศึกษาธิการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190723/image_big_5d36b26ed7267.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27423</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/01/2019 15:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/01/2019 15:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เคาะแล้วนะเด็กๆ! สอบ GAT/PAT วันที่ 23-26 ก.พ. ตามกำหนดการเดิม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ม.ค.62-นพ.อุดม คชินทร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) กล่าวว่า ได้หารือร่วมกับที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) และสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) กรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกอ.) ได้กำหนดวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ในวันที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2562 ซึ่งที่ประชุมได้มีมติให้กลับไปใช้วันทดสอบความถนัดทั่วไป (GAT) และการทดสอบความถนัดทางวิชาการ/วิชาชีพ (PAT) ตามกำหนดการเดิม คือ วันที่ 23-26 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2562&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเหตุผลสำคัญ คือ เราต้องการให้ผู้เข้าสอบมีเวลาในการเตรียมตัวในการทบทวนหนังสือเพิ่มอีก 1 สัปดาห์ ส่วนประเด็นปัญหาที่หลายฝ่ายมีความกังวลว่าเมื่อกลับมาสอบตามกำหนดวันเดิมจะทำให้มีปัญหาต่างๆ เช่น เรื่องสนามสอบ ครูผู้ควบคุมการสอบ การสอบวิชารักษาดินแดน (ร.ด.) สอบเข้าเรียนระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1 และ 4 นั้น ขอให้ทุกฝ่ายไม่ต้องกังวล เพราะขณะนี้ตนได้มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ไปบริหารจัดการกับปัญหาดังกล่าวแล้ว &amp;nbsp;และ สทศ.เองจะเร่งประชาสัมพันธ์และสื่อสารให้นักเรียนได้รับทราบต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมได้รายงานเรื่องดังกล่าวให้ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) รับทราบแล้ว เนื่องจาก รมว.ศธ.ติดภาระกิจปฏิบัติราชการที่ต่างประเทศ โดย รมว.ศธ.มอบหมายให้ผมดำเนินการเรื่องนี้และบริหารจัดการกับปัญหาต่างๆให้เรียบร้อย รวมถึงสนามสอบและผู้คุมสอบ เพราะเป็นประเด็นสำคัญที่ครั้งแรกเมื่อเราเลื่อนการสอบออกไปเป็นวันที่ 16-19 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2562 ทำให้สนามสอบที่เป็นโรงเรียนอาจไปรับกิจกรรมอื่นแทนแล้ว รวมถึงครูผู้คุมสอบก็อาจไปทำกิจกรรมอย่างอื่น ดังนั้นจึงขอให้ สพฐ.และ สช.ประสานและบริหารจัดการให้เรียบร้อย ซึ่งผมคิดว่าเรื่องนี้ไม่น่ามีปัญหาอะไร&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รมช.ศธ.กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) จะออกประกาศกระทรวง เกี่ยวกับเรื่องวันทดสอบ GAT/PAT เพื่อประชาสัมพันธ์ให้ผู้ที่เข้าสอบได้รับทราบ ภายในวันนี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27423</URL_LINK>
                <HASHTAG>23-26 ก.พ., นพ.อุดม คชินทร, รมช.ศึกษาธิการ, สอบ GAT/PAT</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190124/image_big_5c497309bb80c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23425</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/12/2018 10:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/12/2018 10:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แตะเบรกอย่าเพิ่งออก!&#039;อุดม&#039;เผยให้กก.สภามหาวิทยาลัยรอก่อนอาจไม่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินก็ได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ธ.ค.61- &amp;nbsp;นพ.อุดม คชินทร รมช.ศึกษาธิการ กล่าวถึงกรณีที่ยังมีกรรมการสภามหาวิทยาลัยลาออก แม้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จะมีการขยายเวลาบังคับใช้ประกาศ ป.ป.ช. เรื่องการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินออกไปเป็น 31 ม.ค. 62 ว่า ตนคิดว่าต้องรอประกาศ ป.ป.ช.ฉบับจริงๆ ออกมาก่อนว่าจะเป็นอย่างไร เพราะตอนนี้เราทราบแต่แนวทางตามที่มีข่าวว่าจะให้ยื่นบัญชีทรัพย์สินฯ แต่ไม่ต้องเปิดเผย ซึ่งบางคนอาจจะยังไม่พอใจ และตนยังไม่รู้จะมีทางออกอื่นอีกหรือไม่ ขณะที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กำลังเจรจาอยู่ และบอกให้ใจเย็นๆ คงจะมีทางออก แต่จะปรับกระดานโดยใช้มาตรา 44 อย่างที่ทุกคนหวังเลยหรือไม่ ซึ่งมันยังไม่ลงตัว ตนจึงยังพูดไม่ได้ เพราะไม่รู้จะออกมาอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;กรรมการสภามหาวิทยาลัยยังมีเวลาถึง 31 ม.ค.62 ช่วงนี้จึงยังไม่ควรลาออก เพราะถ้าคุณลาออกไป แล้วปรากฏว่าต่อมามีประกาศ ป.ป.ช.ออกมาว่าไม่ต้องยื่น คุณจะกลับมาก็ลำบาก ขอให้ใจเย็นๆ รอให้มันไปไม่ได้จริงๆ แล้วค่อยลาออก และเมื่อถึงตอนั้นถือเป็นสิทธิ์ เราจะไปบังคับจิตใจกันไม่ได้ แต่ตอนนี้ในเมื่อเขายืดให้แล้วควรจะรอ ไม่อยากให้มันขาดตอน ถ้าออกกันเรื่อยๆ มันจะเสียขวัญ และอาจจะมีปัญหาในการทำงานด้วย&amp;rdquo;นพ.อุดม กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รมช.ศึกษาการ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่เห็นตัวเลขกรรมการสภามหาวิทยาลัยที่ลาออกที่แท้จริงว่ามีจำนวนเท่าไร แต่เท่าที่ทราบยังลาออกกันไม่ถึงครึ่ง ปริมาณเท่านี้ยังถือว่าทำงานได้ แต่อย่าให้ออกไปมากกว่านี้ อย่างไรก็ตาม ทราบว่าส่วนใหญ่ยังไม่ค่อยพอใจแม้จะมีการยืดระยะเวลาออกไป ส่วนเรื่องการสรรหาแทนบุคคลที่ลาออกไปแล้วนั้น ตามกระบวนการสรรหาจะใช้เวลาประมาณ 2-3 เดือน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23425</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฏมายป.ป.ช., กรรมการสภามหาวิทยาลัย, นพ.อุดม คชินทร, ผู้บริหารมหาวิทยาลัยแสดงบัญชีทรัพย์สิน, รมช.ศึกษาธิการ, ลาออก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181113/image_big_5bea7ad9c3da0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23424</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/12/2018 10:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/12/2018 10:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แตะเบรกอย่าเพิ่งออก!&#039;อุดม&#039;เผยให้กก.สภามหาวิทยาลัยรอก่อนอาจไม่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินก็ได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ธ.ค.61- &amp;nbsp;นพ.อุดม คชินทร รมช.ศึกษาธิการ กล่าวถึงกรณีที่ยังมีกรรมการสภามหาวิทยาลัยลาออก แม้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จะมีการขยายเวลาบังคับใช้ประกาศ ป.ป.ช. เรื่องการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินออกไปเป็น 31 ม.ค. 62 ว่า ตนคิดว่าต้องรอประกาศ ป.ป.ช.ฉบับจริงๆ ออกมาก่อนว่าจะเป็นอย่างไร เพราะตอนนี้เราทราบแต่แนวทางตามที่มีข่าวว่าจะให้ยื่นบัญชีทรัพย์สินฯ แต่ไม่ต้องเปิดเผย ซึ่งบางคนอาจจะยังไม่พอใจ และตนยังไม่รู้จะมีทางออกอื่นอีกหรือไม่ ขณะที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กำลังเจรจาอยู่ และบอกให้ใจเย็นๆ คงจะมีทางออก แต่จะปรับกระดานโดยใช้มาตรา 44 อย่างที่ทุกคนหวังเลยหรือไม่ ซึ่งมันยังไม่ลงตัว ตนจึงยังพูดไม่ได้ เพราะไม่รู้จะออกมาอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;กรรมการสภามหาวิทยาลัยยังมีเวลาถึง 31 ม.ค.62 ช่วงนี้จึงยังไม่ควรลาออก เพราะถ้าคุณลาออกไป แล้วปรากฏว่าต่อมามีประกาศ ป.ป.ช.ออกมาว่าไม่ต้องยื่น คุณจะกลับมาก็ลำบาก ขอให้ใจเย็นๆ รอให้มันไปไม่ได้จริงๆ แล้วค่อยลาออก และเมื่อถึงตอนั้นถือเป็นสิทธิ์ เราจะไปบังคับจิตใจกันไม่ได้ แต่ตอนนี้ในเมื่อเขายืดให้แล้วควรจะรอ ไม่อยากให้มันขาดตอน ถ้าออกกันเรื่อยๆ มันจะเสียขวัญ และอาจจะมีปัญหาในการทำงานด้วย&amp;rdquo;นพ.อุดม กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รมช.ศึกษาการ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่เห็นตัวเลขกรรมการสภามหาวิทยาลัยที่ลาออกที่แท้จริงว่ามีจำนวนเท่าไร แต่เท่าที่ทราบยังลาออกกันไม่ถึงครึ่ง ปริมาณเท่านี้ยังถือว่าทำงานได้ แต่อย่าให้ออกไปมากกว่านี้ อย่างไรก็ตาม ทราบว่าส่วนใหญ่ยังไม่ค่อยพอใจแม้จะมีการยืดระยะเวลาออกไป ส่วนเรื่องการสรรหาแทนบุคคลที่ลาออกไปแล้วนั้น ตามกระบวนการสรรหาจะใช้เวลาประมาณ 2-3 เดือน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23424</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฏมายป.ป.ช., กรรมการสภามหาวิทยาลัย, นพ.อุดม คชินทร, ผู้บริหารมหาวิทยาลัยแสดงบัญชีทรัพย์สิน, รมช.ศึกษาธิการ, ลาออก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181113/image_big_5bea7ad9c3da0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
