<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119199</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/10/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/10/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัฐบาลเริ่มเต้น พศ.เตรียมแจง เหตุ‘มส.’ปลดดุ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;วิษณุ&amp;quot; เผย พศ.เตรียมแจงปม มส.ถอดถอน 3 เจ้าคณะจังหวัดต้นสัปดาห์หน้า &amp;quot;อนุชา&amp;quot; ขอให้มั่นใจเสาหลักชาติ แกนนำกาฬสินธุ์ขู่คว่ำบาตรหากตอบข้อกฎหมายไม่ได้ &amp;quot;ไพศาล&amp;quot; สะกิด &amp;quot;ลูกศิษย์เจ้าคุณบัวศรี&amp;quot; พ้นตำแหน่งดีกว่าพ้นผ้าเหลือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 8 ต.ค. ยังมีความเคลื่อนไหวคัดค้านกรณีมหาเถรสมาคม (มส.) มีคำสั่งแต่งตั้งและถอดถอนพระสังฆาธิการ (เจ้าคณะจังหวัด) 3 จังหวัด ประกอบด้วย เจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์, เจ้าคณะจังหวัดฉะเชิงเทรา, เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี โดยที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องดังกล่าวว่า ไม่เป็นไร เดี๋ยวรอคำชี้แจงของทางสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) คาดว่าอาจจะแถลงในวันที่ 11 หรือ 12 ต.ค.นี้ เนื่องจากในวันที่ 11 ต.ค. จะมีการประชุม มส.ตามปกติอยู่แล้ว ดังนั้น รอให้เขาชี้แจงแล้วกัน เขาจะบอกเองว่าจะเป็นอย่างไร ถ้าสงสัยไปถามกันตรงนั้น
ผู้สื่อข่าวถามว่า พศ.ได้มาปรึกษาบ้างหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ได้มาเล่าให้ฟัง ซึ่งตนไม่ได้แนะนำอะไรไป เพราะเรื่องนี้เป็นอำนาจของคณะสงฆ์ ส่วนหลังจากที่ชี้แจงแล้วความเคลือบแคลงใจของประชาชนจะจบหรือไม่นั้น ตนไม่ทราบ
นายอนุชา​ นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี​ ในฐานะกำกับดูแล พศ. กล่าวว่า ตนยืนยันว่าเรื่องดังกล่าวเป็นมติของที่ประชุม มส.​ ตนเป็นฆราวาส อยู่ในฐานะที่ไม่สามารถพูดอะไรได้มาก ส่วนกรณีที่มีผู้จะร้องเรียนหรือคัดค้าน ถือเป็นเรื่องปกติ เพราะอาจจะมีทั้งความไม่เข้าใจและเข้าใจเกิดขึ้นได้ ขอให้รอดู และทางคณะสงฆ์จะต้องทำเรื่องนี้ให้เป็นที่กระจ่างในเร็วๆ นี้ เพราะไม่มีอะไรเป็นเรื่องพิเศษหรือพิสดาร และไม่มีข้อผิดพลาดอะไร&amp;nbsp;
&amp;ldquo;คณะสงฆ์จะทำให้เรื่องดังกล่าวปรากฏความชัดเจนอย่างแน่นอน ขอให้ทุกคนมั่นใจในเสาหลักของประเทศ อย่าคิดกันไปเอง เพราะจะหาคำตอบที่แท้จริงไม่ได้ ขอให้ประชาชนอดใจรอ มส.มีคำตอบให้แน่นอน&amp;rdquo; นายอนุชากล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ที่ จ.กาฬสินธุ์ ยังมีการเคลื่อนไหวคัดค้านมติ มส.ที่ถอดถอนพระเทพสารเมธี หรือเจ้าคุณบัวศรี เจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ (ธ) โดยบรรยากาศที่วัดประชานิยม เขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ อ.เมืองกาฬสินธุ์ จ.กาฬสินธุ์ มีการลงชื่อคัดค้านมติ มส. รวมถึงผ่านทางระบบออนไลน์ พบว่ามีผู้เดินทางมาลงลายมือชื่อพร้อมบัตรประชาชนอย่างต่อเนื่อง ทำให้ยอดลงชื่อวันนี้สูงขึ้นใกล้แตะ 130,000 คน แม้ว่าจะมีกลุ่มญาติธรรมได้ไปยื่นหนังสือต่อคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร และถวายฎีกาไปตั้งแต่เมื่อวันที่ 7 ต.ค.แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.อิงค์ณภัจฉร์ ชินวัตรนุวงศ์ ประธานชมรมรักพุทธศาสน์นานาชาติ จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า คาดหวังที่จะให้คณะ กมธ.การศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรมฯ เข้ามาตรวจสอบปัญหานี้อย่างจริงจัง ไม่ปล่อยให้เรื่องนี้เลยตามเลย ประชาชนทุกคนพร้อมที่จะปกป้องเจ้าคุณบัวศรี และเรียกร้องขอให้พุทธศาสนิกชนทุกคนได้มาร่วมลงชื่อคัดค้านคำสั่งของ มส. ที่ดูแล้วอาจจะมิชอบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฤตชญา วิเชียรเพริศ ลูกศิษย์พระเทพสารเมธี เปิดเผยว่า ขณะนี้ทราบว่ามีการติดต่อมาอย่างไม่เป็นทางการจากฝ่าย มส. หรือแม้แต่ พศ. ว่าจะเดินทางมาชี้แจงต่อชาวกาฬสินธุ์ว่ามีมติถอดถอนเจ้าคุณบัวศรีด้วยสาเหตุอะไร เราทุกคนพร้อมที่จะรับฟัง แต่หากมาเพียงชี้แจง แต่ตอบข้อซักถามทางกฎหมายไม่ได้ โดยไม่ได้รับความเป็นธรรม พุทธศาสนิกชนคงจะคว่ำบาตรต่อไป นอกจากนี้ คณะศิษยานุศิษย์กำลังพูดคุยกันว่าจะเข้าไปขอกราบเจ้าคุณบัวศรี ให้มอบอำนาจเพื่อดำเนินการฟ้องศาลปกครองและศาลคดีทุจริตกับ มส.และ พศ.ต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายไพศาล พืชมงคล นักกฎหมาย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Paisal Puechmongkol ตอนหนึ่งระบุว่า &amp;ldquo;ปลดจากตำแหน่งดีกว่าปลดจากผ้าเหลือง!!! ตั้งสติไตร่ตรองดูสักนิด ว่าระดับมหาเถรสมาคมนั้น ไหนเลยจะปลดเจ้าคณะจังหวัด 3 คนโดยไม่มีเหตุไม่มีผล!!! 1.การปลดเจ้าคณะจังหวัด 3 จังหวัดนั้น เป็นเรื่องของมหาเถรสมาคมที่มีการตรวจสอบไต่สวนเงียบมาสักระยะหนึ่งแล้ว ไม่เกี่ยวกับสถาบันแต่ประการใด 2.เบื้องลึกเบื้องลับเกี่ยวข้องกับเรื่องอะไร? เจ้าตัวและลูกศิษย์ที่เกี่ยวข้องย่อมรู้แก่ใจดี!!! ดังนั้น บรรดาลูกศิษย์ลูกหาที่ทำอะไรไว้ จนพระต้องเดือดร้อน ต้องหยุดได้แล้ว!!!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายไพศาลระบุอีกว่า เพราะถ้ากดดันมากไป คณะสงฆ์ซึ่งท่านมีเมตตา และไม่ต้องการให้เกิดความเสียหายแก่พระศาสนา ก็อาจต้องตีแผ่ความจริงในเรื่องนี้ ไปถึงขั้นนั้นก็อาจมีคนผสมโรงเรียกร้องให้ปลดผ้าเหลืองและดำเนินคดีกับพวกทำมาหากินกับวัดอีก จะวุ่นมากไปกว่านี้!!! 3.สำหรับพวกที่ฉวยโอกาสบิดเบือนว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับสถาบันนั้น ไม่เป็นความจริงเลยแม้แต่น้อย พวกที่ใกล้เหี้ยนกระหือรือขยายความขัดแย้งเรื่องนี้ ลองไปสืบหาความจริงดูสิครับ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119199</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายอนุชา​ นาคาศัย, รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์, เจ้าคณะจังหวัดฉะเชิงเทรา, เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211005/image_big_615c4adf8272f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57061</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/02/2020 10:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/02/2020 10:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เทวัญ&#039; วอนฝ่ายค้านเห็นใจประเทศกำลังแย่ ร่วมมือผ่านร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ก.พ.63 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะที่ปรึกษาคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (วิปรัฐบาล) กล่าวถึงกรณีฝ่ายค้านจะมาร่วมเป็นองค์ประชุม แต่จะไม่ลงมติร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 ในวาระ 2 และ 3 ว่า คงจะต้องรอดูในที่ประชุมสภาฯว่าจะเป็นอย่างไร แต่อยากให้เห็นใจ เพราะตอนนี้เศรษฐกิจเรากำลังรองบประมาณส่วนนี้อยู่ ยิ่งช้าไปจะยิ่งมีผลกระทบต่อประเทศ เนื่องจากเราเองเจอปัญหาหลายอย่าง ทั้งความไม่สงบที่ จ.นครราชสีมา การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด - 19 ทุกภาคส่วนกำลังรอกันอยู่ หากงบส่วนนี้สามารถผ่านออกมาได้ เชื่อว่าจะกระตุ้นเศรษฐกิจได้ส่วนหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ฝ่ายค้านจะอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯใหม่หรือไม่นั้น อยู่ที่ฝ่ายค้าน แต่รัฐบาลจะไม่มีใครอภิปรายแล้ว โดยนายกรัฐมนตรีฝากว่าให้คุยกันให้ดีแล้วกัน ทั้งในวิปรัฐบาลและวิปฝ่ายค้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า การพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯจะจบในวันเดียวได้หรือไม่ นายเทวัญ กล่าวว่า ทราบว่าจะใช้เวลา 2 วัน ซึ่งต้องหารือกันในช่วงเช้าวันเดียวกันก่อน เราเองอยากให้เร็ว เพราะเห็นว่าเมื่อมีการอภิปรายไปแล้วก็ไม่น่าที่จะอภิปรายอีก แต่ขึ้นอยู่กับฝ่ายค้านจะว่าอย่างไร ต้องหารือกัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57061</URL_LINK>
                <HASHTAG>รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, ลงมติร่างพรบ.งบประมาณ, เทวัญ ลิปตพัลลภ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200121/image_big_5e26bc2c0ccae.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40703</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/07/2019 12:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/07/2019 12:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เทวัญ&#039; รอถกนโยบายเศรษฐกิจ-ท่องเที่ยว ดันรถไฟเร็วสูงฟื้นอีสาน มั่นใจเสถียรภาพรัฐบาล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ก.ค.62 - ที่หอประชุมใหญ่ทีโอที นายเทวัญ ลิปตพัลลภ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคชาติพัฒนา และรมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เมื่อนายกฯไว้วางใจ ก็จะทำงานอย่างเต็มที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ซึ่งยังไม่ได้รับมอบหมายว่าต้องดูแลอะไรบ้างในสำนักนายกฯ ช่วงบ่ายนี้จะนำนโยบายของพรรคชาติพัฒนาไปหารือกับแกนนำพรรครัฐบาลเพื่อรวมเป็นนโยบาย ทั้งเรื่องปากท้อง เศรษฐกิจรากหญ้า การท่องเที่ยวซึ่งเป็นรายได้หลัก ผลักดันรถไฟความเร็วสูง กรุงเทพฯ-โคราช ต่อไปจ.ขอนแก่น จ.หนองคาย ก็จะพลิกฟื้นภาคอีสานได้ พรรคชาติพัฒนาทำงานกับใครก็ได้ไม่มีปัญหา ส่วนเสถียรภาพรัฐบาลนั้น เสียงอาจจะเหลื่อมล้ำนิดหน่อย แต่ก็มั่นใจในวิป และความมั่นคงของรัฐบาล ส่วนจะลาออกจากส.ส.หรือไม่ พรรคจะหารือกันหลังจากถวายสัตย์ฯอีกครั้ง เพราะหากมีการประชุมสภาแล้วมีงานจะทำอย่างไร ถ้าจำเป็นจริงๆก็ต้องพิจารณาว่าการลาออกจะเหมาะสมขนาดไหน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40703</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายเทวัญ ลิปตพัลลภ, นโยบายรัฐบาล, พรรคชาติพัฒนา, รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190711/image_big_5d26cd4e89125.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13437</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/07/2018 15:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/07/2018 15:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &quot;กอบศักดิ์&quot;ชี้เลือก &quot;อุบลฯ-อำนาจเจริญ&quot; ประชุมครม.เพราะพร้อม ไม่มีเรื่องการเมือง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;กอบศักดิ์&amp;quot; ย้ำเหตุผลเลือก &amp;quot;อุบลฯ-อำนาจเจริญ&amp;quot; ประชุมครม.สัญจรแทน เพราะมีความพร้อม ไร้การเมืองแฝง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 15 ก.ค. นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวชี้แจงถึงกรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์การประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)สัญจร ที่ จ.อุบลราชธานีและ จ.อำนาจเจริญ ในระหว่างวันที่ 23-24 ก.ค.นี้ อาจจะแฝงนัยทางการเมืองว่า ข่าวที่ออกมาไม่เป็นความจริง เพราะปัจจัยสำคัญที่ทำให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ตัดสินใจเลือก จ.อุบลราชธานี และจ.อำนาจเจริญ เป็นที่ประชุม ครม.สัญจรในครั้งนี้คือความพร้อมของพื้นที่ เพราะปกติแล้วการเตรียมการจะใช้เวลาประมาณ 1 เดือน เพื่อให้พื้นที่ระดมทุกฝ่ายจัดเตรียมข้อเสนอโครงการสำคัญเพื่อเสนอ ครม.พิจารณา โดยจะเริ่มจาก 1.การจัดทำข้อเสนอระดับจังหวัด 2.นำมาคัดเลือกรวมกันเป็นข้อเสนอเด่นของกลุ่มจังหวัด ที่สอดประสานมีพลัง สร้างอนาคต และ 3.การคัดเลือกพื้นที่ที่เหมาะสม ที่ท่านนายกรัฐมนตรีจะลงไปเยี่ยมพี่น้องประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รมต.ประจำสำนักนายกฯ กล่าวต่อว่า ด้วยเหตุนี้ เมื่อชัดเจนว่า การประชุม ครม.สัญจร ควรย้าย จากที่เดิมกำหนดไว้ที่จ. เชียงรายและจ.พะเยา เพื่อไม่สร้างภาระเพิ่มเติมแก่ข้าราชการและหน่วยงานที่ต้องอดหลับอดนอนฟันฝ่าอุปสรรค ต่อสู้กับเวลา เพื่อนำน้อง &amp;quot;13 หมูป่า&amp;quot;กลับบ้าน ดังนั้นทีมงานของท่านนายกรัฐมนตรี จึงพยายามหาจังหวัดอื่นมาเป็นทางเลือก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ความจริงเราได้มีการพิจารณาในหลายทางเลือก ในหลายจังหวัด โชคดีที่บังเอิญผมเพิ่งไปเยี่ยมกลุ่มจ.อุบลราชธานี จ.ยโสธร จ.อำนาจเจริญ และจ.ศรีษะเกษ พอดี ในฐานะผู้กำกับดูแลกลุ่มจังหวัดดังกล่าว จึงเห็นว่าข้าราชการและหน่วยงานมีความพร้อมอยู่แล้ว เนื่องจากได้ทำงาน เตรียมงานทุกอย่างไว้หมดแล้ว จึงได้เสนอให้จังหวัดทั้งสอง เป็นทางเลือกหลักในการประชุม ครม.สัญจรในครั้งนี้ และน่าจะพร้อมกว่าทางเลือกอื่นๆ ที่จะมีเวลาเตรียมการแค่ 2 สัปดาห์ ซึ่งจะทำให้ขลุกขลักมาก&amp;quot; รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13437</URL_LINK>
                <HASHTAG>กอบศักดิ์ ภูตระกูล, ครม.สัญจร, ครม.สัญจรอุบลฯ, รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, อำนาจเจริญ, อุบลราชธานี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180409/image_big_5acb3230ba957.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10100</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/05/2018 13:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/05/2018 13:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพราะเป็นเมืองพุทธจึงต้องขอโทษ!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 พ.ค.2561 - นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์การควบคุมตัวอดีตพระพุทธะอิสระ อดีตเจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย จ.นครปฐม ของเจ้าหน้าที่ตำรวจรุนแรงกว่าเหตุ &amp;nbsp;ว่า นายกรัฐมนตรี และรองนายกฯ ได้พูดถึงเรื่องนี้อย่างชัดเจนแล้ว โดยเฉพาะการกำชับตำรวจที่จะต้องดำเนินการในระยะต่อไป ส่วนการปฏิบัติดังกล่าวได้มีการหารือกับรัฐบาลก่อนหรือไม่นั้น ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับคดี รัฐบาลได้มอบหมายให้ตำรวจเป็นเจ้าของเรื่องในการดำเนินการไปตามข้อมูลและพยานหลักฐานที่มีอยู่ แต่สิ่งที่รัฐบาลเน้นย้ำคือ การให้ความเป็นธรรมและทำตามข้อเท็จจริง ดำเนินการโดยไม่มีอคติใดๆทั้งสิ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สิ่งที่กำลังดำเนินการในขณะนี้คือ การสอบสวนเกี่ยวกับการใช้งบประมาณของรัฐ โดยเริ่มที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.)ในส่วนของรัฐบาลจะดำเนินการอย่างเต็มที่ ขณะนี้มีข้าราชการของ พศ.ที่อยู่ระหว่างการสอบสวนและดำเนินคดีทางอาญา 15 คน มี 4 คนถูกไล่ออกจากราชการไปแล้ว&amp;rdquo;นายสุวพันธุ์ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า กระแสสังคมมีการตั้งคำถามว่าทำไมนายกรัฐมนตรีและรองนายกฯ ต้องออกมาขอโทษอดีตพระพุทธะอิสระ นายสุวพันธุ์กล่าวว่า คิดว่า เป็นการเผยแพร่ข้อมูลออกมาเพียงเรื่องเดียว ไม่ได้เผยแพร่เรื่องอื่นๆ และนายกฯ ก็ให้ความสำคัญกับการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ในฐานะที่เราเป็นเมืองพุทธ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามต่อว่า เป็นเพราะนายกฯ รองนายกฯ และ รมว.มหาดไทย เคารพพระพุทธะอิสระด้วยหรือไม่ นายสุวพันธุ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องดูทั้งบริบท อย่าดูแยกส่วน และเชื่อว่ารัฐบาลอยากทำสิ่งที่ดีที่สุดให้กับพระพุทธศาสนา ในฐานะเป็นคนพุทธ เราพยายามทำสิ่งที่ดีที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า การสึกโดยที่เจ้าตัวไม่มีการเปล่งวาจาจะถือว่าขาดจากความเป็นพระหรือไม่ นายสุวพันธุ์ กล่าวว่า ส่วนตัวตอบไม่ได้ ต้องไปดูกฎของสงฆ์ แต่ในครั้งนี้ พระที่ถูกดำเนินการก็เหมือนท่านได้ลาสิกขาบทไปแล้ว แต่ไม่ทราบรายละเอียด เพราะไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ตรงนั้น
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10100</URL_LINK>
                <HASHTAG>นครปฐม, นายกรัฐมนตรี, พระพุทธะอิสระ, รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, รองนายกฯ, วัดอ้อน้อย, สุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180510/image_big_5af3de91cf1de.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5870</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/03/2018 09:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/03/2018 09:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สายด่วนไทยนิยม&#039; ช่องทางร้องทุกข์ผ่านโซเชียลฯเปิดตัว 3 เม.ย.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 มี.ค.61 - นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่าเร็วๆนี้รัฐบาลจะเปิดช่องทางใหม่ &amp;ldquo;สายด่วนไทยนิยม&amp;rdquo; ในรูปแบบแอปพลิเคชั่นบนมือถือ เว็บไซต์ และเฟซบุ๊ก เพื่อเป็นช่องทางเพิ่มในการรับเรื่องราวร้องเรียนจากประชาชน นอกเหนือจากช่องทางอื่นๆทั้งสายด่วน 1111 ของรัฐบาล &amp;nbsp;สายด่วน 1567 ของกระทรวงมหาดไทย หรือสายด่วน 1299 ของคสช.และศูนย์ดำรงธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขณะนี้สายด่วนไทยนิยมพร้อมหมดแล้ว รอเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 3 เม.ย.ที่ทำเนียบรัฐบาล&amp;quot; นายกอบศักดิ์ &amp;nbsp;ระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5870</URL_LINK>
                <HASHTAG>3 เม.ย., กอบศักดิ์ ภูตระกูล, ช่องทางร้องทุกข์, รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, ร้องทุกข์, สายด่วนไทยนิยม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180312/image_big_5aa685b3a992e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4565</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/03/2018 17:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/03/2018 16:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัฐบาลจ่อยกเลิกขอใบอนุญาตทำธุรกิจหลายพันฉบับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐบาลเร่งปฏิรูปกฎหมาย จ่อโละการขอใบอนุญาตทิ้งเกือบ 5,000 ฉบับ หวังลดขั้นตอน และเชฟต้นทุนในการทำธุรกิจ ฟาก กพร. เตรียมเปิดให้ขอใบอนุญาตผ่านออนไลน์กว่า 300 ฉบับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 มี.ค. 2561 นายกอบศักดิ์ &amp;nbsp;ภูตระกูล &amp;nbsp;รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยในงานสัมมนา executive forum on competitiveness 2018 จัดโดยสมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย หรือ ทีเอ็มเอ ว่า &amp;nbsp;รัฐบาลให้ความสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยมีเป้าหมายที่จะผลักดันในไทย ติด 20 อันดับแรกของประเทศที่มีขีดความสามารถในการแข่งขันสูงที่สุด &amp;nbsp;จากปัจจุบันไทยอยู่ในอันดับ &amp;nbsp;27 จากการจัดของ international Institute for Management Development หรือ ไอเอ็มดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับแนวทางการดำเนินงาน &amp;nbsp;จะเน้นไปที่การปฏิรูปกฎหมายที่จะช่วยอำนวยความสะดวกและลดต้นทุนให้กับภาคธุรกิจ &amp;nbsp;โดยรัฐบาลมีเป้าหมายที่จะ ยกเลิกใบอนุญาตต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการประกอบอาชีพของประชาชนที่ในปัจจุบันมีอยู่กว่า 5,000 เรื่อง แต่ในอนาคต จะลดให้เหลือไม่เกิน 1,000 ฉบับ ซึ่งเชื่อว่าการดำเนินการดังกล่าว จะช่วยลดขั้นตอน และลดต้นทุนให้กับภาคธุรกิจเป็นอย่างมาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot; หากต้องการสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน เราจำเป็นต้องปฏิรูปกฎหมายครั้งใหญ่ เพราะกฎหมายหลายฉบับของไทย ค่อนข้างล้าสมัย บางเรื่องประกาศใช้มากว่า 70ปี และยังเป็นอุปสรรคต่อการทำธุรกิจ โดยเฉพาะการขออนุญาตประกอบธุรกิจที่ซับซ้อน หลายขั้นตอน ซึ่งมีต้นทุนที่สูง เราต้องดูแนวทางของประเทศเหมือนเกาหลีใต้ ที่สะสางกฎหมายลดลงไปได้ถึง 50% ทำให้ลดค่าใช้จ่ายให้ประชาชนได้ประมาณปีหนึ่งถึงหลายแสนล้านบาทต่อปี แน่นอนมันทำให้ภาครัฐเสียรายได้บ้าง แต่จะส่งผลดีต่อการแข่งขันในระยะยาว&amp;quot; นายกอบศักดิ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนางอารีย์พันธ์ เจริญสุข &amp;nbsp;รองเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) &amp;nbsp;เปิดเผยว่า รัฐบาลมีเป้าหมายที่ยกระดับความยากง่ายในการทำธุรกิจ (doing Business) ให้เพิ่มขึ้นจากปัจจุบันอยู่ในอันดับที่ 26 &amp;nbsp; ซึ่งยังตามหลังมาเลเชียที่อยู่ในอันดับที่ 24 &amp;nbsp;โดยรัฐบาลไทยคาดหวังว่า จะสามารถแซงมาเลเชียได้ในปีนี้ โดยสิ่งที่รัฐบาล ดำเนินการก็คือ การปฏิรูปกระบวนการทำงานของราชการ ที่จะต้องอำนวยความสะดวกในการทำธุรกิจเพิ่มขึ้น &amp;nbsp;โดยเฉพาะในเรื่องเกี่ยวกับการขอใบอนุญาตการประกอบธุรกิจ ซึ่งรัฐบาลเตรียมรวบรวมการขอใบอนุญาตที่สำคัญกว่า 300 ฉบับ มาให้บริการในอินเทอร์เน็ตภายในปี 2562 &amp;nbsp;เพื่อลดเวลา และลดต้นทุนให้กับผู้ประกอบการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4565</URL_LINK>
                <HASHTAG>doing Business, ก.พ.ร., กอบศักดิ์ ภูตระกูล, ขีดความสามารถในการแข่งขัน, ปฏิรูปกฎหมาย, รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, ใบอนุญาต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180308/image_big_5aa101c3066dd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
