<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>9832</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/05/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เศรษฐกิจไทย &#039;ขาขึ้น&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลังสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ ประกาศตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจในไตรมาส 1/2561 ขยายตัวได้สูงถึง 4.8% สูงสุดในรอบ 20 ไตรมาส หรือ 5 ปีนั้น ถือเป็นตัวเลขการเติบโตที่โดดเด่นจริงๆ และหลายฝ่ายก็คงตื่นเต้นไปกับตัวเลขการเติบโตดังกล่าวด้วยเช่นกัน โดยปัจจัยหลักๆ ที่สนับสนุนการเติบโตในครั้งนี้ มาจากการขยายตัวเพิ่มขึ้นของเศรษฐกิจโลก และการปรับตัวดีขึ้นของราคาสินค้าในตลาดโลก ที่เป็นปัจจัยสำคัญในการกระตุ้นให้ภาคการส่งออกของไทยขยายตัวได้ดีอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ภาพการขยายตัวของเศรษฐกิจที่ร้อนแรงในขณะนี้ เป็นสัญญาณที่ดีกับเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศในระยะต่อๆ&amp;nbsp; ไป แต่ก็เป็นเรื่องที่ปฏิเสธได้ยากว่า การขยายตัวดังกล่าวส่วนใหญ่เป็นการเติบโตของเศรษฐกิจระดับบนมากกว่า ขณะที่เศรษฐกิจระดับฐานรากยังต้องเผชิญกับปัญหาต่างๆ&amp;nbsp; มากมาย โดยเฉพาะสถานการณ์การปรับขึ้นราคาในหลาย ๆ&amp;nbsp; สินค้าขณะนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยในช่วงครึ่งแรกของปี 2561 พบว่า มีราคาสินค้าและบริการหลายตัวที่มีทิศทางการปรับขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไล่เรียงมาตั้งแต่ราคาน้ำมัน ที่ภายในเดือน พ.ค.2561 ราคามีการเปลี่ยนแปลงแล้วถึง 5 ครั้ง โดยในจำนวนนี้ 4 ครั้งเป็นการปรับขึ้นราคาขายปลีกอย่างต่อเนื่อง จนปัจจุบันราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลใกล้ทะลุลิตรละ 30 บาทไปแล้ว&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่เพียงเท่านี้ &amp;ldquo;ข้าวถุง&amp;rdquo; ก็คาดว่าจะมีการปรับราคาขายปลีกในปีนี้เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 5-10 บาทต่อกิโลกรัม โดยเฉพาะข้าวหอมมะลิที่น่าจะปรับขึ้นสูงสุดที่ 10 บาทต่อกิโลกรัม ดังนั้นเป็นไปได้สูงว่าในปีนี้เราอาจจะได้เห็นราคาข้าวหอมมะลิ ขนาดบรรจุ 5 กิโลกรัม ปรับราคาขึ้นสูงทะลุ 300 บาท ทุบสถิติกันไปเลย ส่วนราคาข้าวขาวขายปลีกคาดว่าจะปรับเพิ่มขึ้น 1-2 บาท และข้าวปทุมธานีคาดว่าจะปรับราคาเพิ่มขึ้น 7-8 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;วัลลภ มานะธัญญา&amp;rdquo; ประธานกรรมการบริหาร บริษัท บางซื่อโรงสีไฟเจียเม้ง จำกัด ระบุว่า ผลผลิตข้าวในปีนี้ต่ำ แต่ปริมาณความต้องการข้าวในตลาดยังคงสูง โดยเฉพาะตลาดโลก ซึ่งไทยถือเป็นหนึ่งในผู้ส่งข้าวรายใหญ่ของโลก รวมทั้งยังมีเรื่องต้นทุนการผลิตที่สูง ทำให้ผู้ประกอบการข้าวถุงเตรียมขอปรับราคาขึ้นด้วยเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ แก๊สหุงต้มขนาด 15 กิโลกรัม ยังปรับขึ้นราคาอีก 42 บาท จากราคาถังละ 353 บาท เป็น 395 บาทต่อถัง ตรงนี้สร้างความกังวลให้ประชาชนพอสมควร เพราะเป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่าแก๊สหุงต้ม ถือเป็นต้นทุนในการปรุงอาหารสำเร็จรูป จนคาดกันไปว่าหลังจากนี้ผู้ค้าน่าจะมีการขอปรับขึ้นราคาอาหารสำเร็จรูปตามมาด้วย แต่ก็ยังดีที่ &amp;ldquo;กรมการค้าภายใน&amp;rdquo; ออกมาแตะเบรกเรื่องดังกล่าว โดยมองว่า การที่ผู้ค้าจะขอปรับขึ้นราคาขายอีกจานละ 5 บาท ไม่สมเหตุสมผลและเป็นการเอาเปรียบประชาชนมากเกินไป พร้อมยกตัวอย่างให้เห็นภาพชัดเจนขึ้นว่า แก๊สหุงต้ม 1 ถัง ปรุงอาหารได้ 200-300 จาน/ชาม ดังนั้น ก๋วยเตี๋ยวมีต้นทุนแก๊สหุงต้มเพิ่มขึ้นชามละ 1.88 บาท จากเดิมอยู่ที่ 1.68 บาท หรือต้นทุนแก๊สหุงต้มเพิ่มขึ้นชามละ 20 สตางค์ ดังนั้นจึงไม่มีเหตุผลที่ผู้ประกอบการอาหารจานด่วนจะขอปรับราคาขาย เพราะกระทบต้นทุนการผลิตอาหารอย่างน้อยมาก ไม่ถึง 1 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ยังมีค่าโดยสารแท็กซี่ที่ปลายปีนี้จะมีการปรับขึ้นราคาด้วยเช่นกัน โดยจะคิดราคาตามรถติด และมีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 40 บาท และก่อนหน้านี้ &amp;ldquo;เจ๊เกียว&amp;rdquo; นายกสมาคมผู้ประกอบการรถโดยสารขนส่ง ได้เดินทางไปยังกระทรวงคมนาคม เพื่อเรียกร้องให้มีการพิจารณาอนุมัติปรับขึ้นราคาค่าโดยสารอีก 10 สตางค์/กิโลเมตร โดยอ้างว่าเป็นผลจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นจนผู้ประกอบการแบกรับภาระดังกล่าวไม่ไหวอีกต่อไป แต่แว่วๆ ว่า รมว.คมนาคมไม่เห็นด้วยกับเรื่องดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปิดท้ายที่ &amp;ldquo;ค่าไฟฟ้า&amp;rdquo; ที่ส่งสัญญาณมาแล้วว่าอีก 6 เดือนจะปรับขึ้นราคาแน่ๆ ด้วยเหตุผลเดียวกัน คือ ราคาน้ำมันดิบที่ปรับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจนใกล้ระดับ 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งสะท้อนไปยังต้นทุนค่าไฟฟ้าอัตโนมัติ (เอฟที) ที่จะปรับเพิ่มขึ้นในอีก 6 เดือนข้างหน้า หรือประมาณเดือน พ.ย.2561 นั่นเอง ส่วนจะเป็นการปรับขึ้นหรือจะเกลี่ยให้คงที่คงต้องรอการพิจารณาจากคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) พิจารณาอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ต้องยอมรับว่าเศรษฐกิจโดยรวมของไทยอยู่ในช่วงขาขึ้นจริง แต่ยังเป็นขาขึ้นที่ค่อนข้างกระจุกอยู่ในบางอุตสาหกรรม บางส่วนของเศรษฐกิจเท่านั้น ขณะที่เศรษฐกิจฐานรากแม้จะไม่ได้ถึงขั้นลำบาก แต่ก็ไม่ได้ใช้จ่ายคล่องมือเหมือนที่ควรจะเป็น ด้วยราคาสินค้าต่างๆ ที่ปรับขึ้น แม้การขึ้นของราคาสินค้าและบริการจะเป็นผลมาจากปัจจัยภายนอก แต่ก็เป็นเรื่องที่วัดฝีมือของฝ่ายบริหารอยู่เหมือนกันว่าจะช่วยเหลือประชาชนระดับล่างที่ต้องใช้จ่ายในส่วนนี้ให้บรรเทาได้อย่างไร.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9832</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมการค้าภายใน, กระจกไร้เงา, ครองขวัญ รอดหมวน, บริษัท บางซื่อโรงสีไฟเจียเม้ง จำกัด, รมว., วัลลภ มานะธัญญา, สภาพัฒน์, สศช., เจ๊เกียว, แก๊สหุงต้ม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180114/5a5b68b2a156d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7167</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/04/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปชป.เดือดลากไส้งบยุคแม้ว-ปู</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ปชป.สาดน้ำร้อนใส่เพื่อไทย &amp;quot;จุฤทธิ์&amp;quot; ยันต่อสู้งบประมาณเพื่อคนใต้ตลอด แต่ถูกเสียงข้างมากลากไป แฉแม้แต่ถนนเพชรเกษมที่ลงภาคใต้จากชุมพร-เข้าภูเก็ต 4 เลน เริ่มสมัยนายชวน ถูกยกเลิกสมัยทักษิณ ดำเนินการใหม่สมัยอภิสิทธิ์ มาถูกยิ่งลักษณ์ยกเลิกอีกครั้ง &amp;quot;นิพิฏฐ์&amp;quot; ซัด &amp;quot;พิชัย&amp;quot; ปากเสีย &amp;quot;ทีมงานกรณ์&amp;quot; ย้อนเจ็บ หากเอาเงินโกงจำนำข้าวทั้งหมดมาพัฒนาถนน อาจมีถนน 6 เลน 8 เลนครบทั่วประเทศ &amp;quot;ชทพ.&amp;quot; โอดทุกพรรคหนักใจปมยืนยัน-จ่ายค่าสมาชิก จี้ คสช.เร่งแก้ไข หวั่นเป็นเดดล็อก &amp;quot;มีชัย&amp;quot; มั่นใจเลือกตั้งตามโรดแมป เว้นแต่ลูกอุกกาบาตตกใส่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กับพรรคเพื่อไทย (พท.) ยังคงตอบโต้กันอย่างดุเดือด ภายหลังนายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรีและประธานสภาที่ปรึกษาพรรค ปชป. กล่าวขอบคุณรัฐบาล คสช.ที่ซ่อมถนนภาคใต้ ซึ่งได้รับผลกระทบจากรัฐบาลชุดนายทักษิณและ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กลั่นแกล้ง ไม่จัดสรรงบประมาณมาให้ซ่อมแซม โดยนายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ อดีตรองโฆษกพรรค ปชป. กล่าวตอบโต้นายวัฒนา เมืองสุข อดีต ส.ส.พรรค พท. ที่วิจารณ์การให้สัมภาษณ์ของนายชวน หลีกภัย ว่าตนไม่อยากเสียเวลากับวาทกรรมของนายวัฒนาที่ออกปากว่า &amp;quot;ท่านชวน หลีกภัย กล่าวให้ร้ายคุณทักษิณและคุณยิ่งลักษณ์ว่า แกล้งไม่จัดงบซ่อมถนนลงภาคใต้ให้&amp;quot; เพราะเรื่องดังกล่าวที่นายชวนพูดนั้นเป็นเรื่องจริง ไม่ใช่การกล่าวให้ร้าย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เหตุที่นายวัฒนาดิ้นพล่านเหมือนถูกน้ำร้อน เพราะมันเป็นเรื่องจริงที่คนทั้งประเทศรู้ดี จากการที่ทักษิณเคยประกาศไว้ว่า จังหวัดไหนไม่เลือกพรรคไทยรักไทยก็จะไม่ดูแลภาคใต้ ซึ่งไม่เลือกพรรคไทยรักไทยจึงถูกตัดงบประมาณในการปรับปรุงซ่อมแซมถนนมาโดยตลอด แม้กระทั่งถนนเพชรเกษม ที่ลงภาคใต้จากชุมพร ผ่านระนอง มาพังงา เข้าภูเก็ต ซึ่งนับว่าเป็นถนนสายหลักของประเทศ ยังถูกระบอบทักษิณเลือกปฏิบัติ ไม่ได้ขยายเป็นถนน 4 ช่องจราจร&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจุฤทธิ์ระบุว่า ถนนเส้นดังกล่าวเริ่มในสมัยนายชวนเป็นนายกฯ ต่อมาถูกยกเลิกในสมัยรัฐบาลนายทักษิณ และมีการขอให้ดำเนินการใหม่ในสมัยนายอภิสิทธิ์เป็นนายกฯ แล้วมาถูก น.ส.ยิ่งลักษณ์ยกเลิกอีกครั้งเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา เพิ่งจะมีการเริ่มขยายช่องจราจรอีกครั้ง นายชวนจึงได้ขอบคุณ คสช. เมื่อเป็นเช่นนี้ นายวัฒนาจะตอบคนใต้ว่าอย่างไร ฝากไปบอกนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง อดีต รมว.คลังด้วยว่า พรรค ปชป.ต่อสู้ เรียกร้องเรื่องงบพัฒนาภาคใต้มาตลอด แต่ไม่ได้รับการสนองตอบ เพราะพวกท่านเป็นเสียงข้างมากลากไป ตั้งกระทู้ถามหารือ และอภิปรายในสภา แต่งบประมาณก็ไม่ลงภาคใต้อยู่ดี ทุกอย่างเป็นไปตามที่นายทักษิณเลือกปฏิบัติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนประเด็นที่นายวัฒนากล่าวว่า การพูดถึงบุคคลที่สามที่ไม่มีโอกาสตอบโต้เป็นสิ่งไม่พึงกระทำ นายจุฤทธิ์ตอบโต้ว่า นายวัฒนาคงกินยาลืมเขย่าขวด เพราะทั้งสองคนไม่ใช่บุคคลที่สาม แต่เป็นนักโทษหนีคดีที่นายวัฒนาไม่ควรออกมาปกป้อง ทั้งสองทำร้ายประเทศชาติมามาก อย่างที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน และไม่มีใครห้ามไม่ให้ทั้งสองคนชี้แจง เพราะทั้งคู่ก็ไม่ได้เป็นใบ้ แต่ถ้าทั้งคู่จะตอบคนใต้ไม่ได้ เพราะเป็นความจริง ก็อีกเรื่องหนึ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรค ปชป. โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวตอบโต้พรรคเพื่อไทย ระบุว่า เรื่องใช้ภาษีอากรที่เก็บจากคนทั้งชาติมาต่อรองประชาชนให้เลือกพรรคตัวเองเหมือนเป็นเงินส่วนตัวของตัวเอง พรรคเพื่อไทยทำมาตลอด เริ่มตั้งแต่ 1.นายทักษิณพูดที่หอประชุมโรงเรียนบรรพตพิทยาคม จ.นครสวรรค์ เมื่อวันที่ 31 ต.ค.2548 ความว่า &amp;quot;จังหวัดนี้ต้องได้รับสิทธิในการได้รับการดูแลเป็นพิเศษ ผมตรงไปตรงมาไม่อ้อมค้อม จังหวัดไหนมอบความไว้วางใจเรา เราต้องดูแลเป็นพิเศษ&amp;quot; 2.นายปลอดประสพ สุรัสวดี ปราศรัยที่ จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 2 มิ.ย.2556 กรณีการสร้างศูนย์ประชุมนานาชาติจังหวัดภูเก็ตว่า &amp;quot;วันหน้าจะสร้างแน่นอน เมื่อเขาเห็นความดีของพวกเรา แล้วเลือกคนของเรา วันนั้นผมจะไปทำให้ วันนี้ไม่มีอารมณ์..&amp;quot;
&amp;quot;นิพิฏฐ์&amp;quot;ซัด&amp;quot;พิชัย&amp;quot;ปากเสีย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทั้งหมดมีหลักฐาน ท่านที่ไม่เชื่อไปเปิดดูใน google เพราะผมเป็นคนอภิปรายนายกฯ ทักษิณ เรื่องนี้ในสภาผู้แทนราษฎร ดังนั้นที่ใครถามว่าหากเป็นความจริงทำไมพรรคประชาธิปัตย์ไม่พูดเรื่องนี้ ขอบอกว่าผมพูดเรื่องนี้มาแล้ว แต่คนที่ถามความจำสั้นเอง การที่ท่านชวนพูดว่ามีการกีดกันการสร้างถนนในภาคใต้สมัยรัฐบาลเพื่อไทยจึงเป็นเรื่องจริง ความจริงไม่อยากพูดเรื่องนี้แล้ว แต่นายพิชัย นริพทะพันธุ์ พรรคเพื่อไทย ปากเสียเอง นำเรื่องนี้ขึ้นมาพูด ความจริงก็คือความจริง หากในอดีตใครสร้างความเลวร้ายให้บ้านเมือง ก็นำมาปรับปรุงแก้ไขเสีย อย่าให้ความชั่วร้ายนั้นกลับมาปกคลุมประเทศนี้อีก ประชาชนชาวไทยจำไว้บ้างก็ดี&amp;quot; นายนิพิฏฐ์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายพัสณช เหาตะวานิช ทีมงานนายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรค ปชป. โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัวตอบโต้นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงาน หลังกล่าวหารัฐบาลนายอภิสิทธิ์ ใช้งบประมาณไทยเข้มแข็ง 4 แสนล้านบาท แต่ถนนภาคใต้ก็ยังไม่พัฒนาว่า งบประมาณไทยเข้มแข็งเกิดจากภาวะทางเศรษฐกิจของประเทศตอนนั้นได้รับผลกระทบหนักจากวิกฤติการเงินโลกแฮมเบอร์เกอร์ เรื่องแรกที่ต้องเอามาทำคือ หาเงินปิดหีบเงินคงคลังที่รัฐบาลของคุณพิชัยเองทำเละเอาไว้ เหลือจากนั้นก็เอาเงินไปใช้จ่ายสำหรับ &amp;ldquo;การลงทุนระดับเล็ก-กลาง&amp;rdquo; ทำให้ผู้ประกอบการทั่วประเทศ ทุกจังหวัดที่ไม่ว่าเลือก ปชป.หรือไม่เลือก ไทยเข้มแข็งกระจายไปหมด ทุกกระทรวง ทุกหน่วยงาน ทุกภาคส่วนแบบไม่กระจุกอยู่ที่จังหวัดที่ตัวเองหัวคะแนนเยอะเหมือนโมเดลของระบบทักษิณ ทำให้ไทยรอดพ้นจากวิกฤติแฮมเบอร์เกอร์เร็วเป็นอันดับ 2 ของโลก เศรษฐกิจปี 53 พลิกกลับมาโต 7.8% จากปี 51 52 ที่รัฐบาลสมชายทิ้งตัวเลขติดลบเอาไว้ ไทยรอดพ้นจากวิกฤติได้ไวขนาดนี้ เป็นปีเดียวกันกับที่แกนนำพรรคเพื่อไทย รวมถึงอดีตนายกฯ ของระบอบทักษิณทั้งหลายรวมตัวกัน &amp;lsquo;เผาเมือง&amp;rsquo; อยู่กลางกรุงเทพมหานคร ด้วยซ้ำไป &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาระบุว่า งบไทยเข้มแข็งถูกจัดสรรให้กระจายลงไปซ่อมสร้างถนนมากมายทั่วประเทศ รวมถึงภาคใต้ แต่ด้วยระยะเวลาเพียงสองปีเศษ เราซ่อมสร้างได้ไม่ครบ แล้วยังมาถูกชะงักอีก เพราะรัฐบาลถัดมา ล้มหลายโครงการ และล้มกฎหมายดีๆ ของรัฐบาลเราไปมาก (ไม่ว่าจะเป็นกองทุนการออมก็ไม่สานต่อ จนมาถึงรัฐบาลนี้ ไม่ว่าจะภาษีที่ดินที่รัฐบาลเพื่อไทยอ้างว่าสู้เพื่อความเหลื่อมล้ำ แต่กลับตีตกเป็นกฎหมายฉบับแรกๆ ไม่ว่าจะแผนรถไฟเชื่อมจีนถึงสิงคโปร์ก็ปัดตก เพื่อไปสนับสนุนความเร็วสูงไปพื้นที่บ้านเกิดตัวเอง ฯลฯ)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ก็ต้องถามกลับไปว่า รัฐบาลเพื่อไทย พอชนะเลือกตั้งเข้ามาปี 54 นั้น ตัดงบเหล่านี้ทิ้ง ไม่สานต่อได้ลงคอเพราะอะไร เพราะคนใต้ไม่เลือกเพื่อไทยอย่างนั้นหรือ คุณทักษิณพูดเองไม่เลือกก็ไม่ให้งบ คุณปลอดประสพพูดซ้ำ ไม่สร้างศูนย์ประชุมที่ภูเก็ต เพราะคนภูเก็ตไม่เลือก และนอกจากงบซ่อมสร้างถนน ก็ยังมีเคสรวมไปถึงงบรถไฟทางคู่ที่มี รมช.คมนาคมคนหนึ่ง อยู่ๆ ก็ล้มแผนทั้งยวง เพราะรัฐบาล ปชป.เริ่มเอาไว้ หลักคิดบริหารประเทศแบบนี้ หากเพื่อไทยได้บริหารประเทศอีกจะอันตรายมากต่อประเทศชาติ ไม่รู้ว่าหากเอาเงินที่โกงจากจำนำข้าวทั้งหมดมาพัฒนาถนน เราอาจมี 6 เลน 8เลนครบทั้งประเทศแล้วก็เป็นได้&amp;quot; นายพัสณชระบุ
ทุกพรรคหนักใจปมสมาชิก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายนิกร จำนง ผู้อำนวยการพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) กล่าวถึงปัญหาที่ประสบในการดำเนินการรับยืนยันการเป็นสมาชิกพรรคและชำระค่าบำรุงสมาชิกของสมาชิกพรรค ที่กำหนดภายในวันที่ 30 เม.ย.61 นี้ ว่าขณะนี้ทุกพรรคการเมืองประสบปัญหาเหมือนกันหมด ดังนั้นโดยภาพรวมแล้ว เชื่อว่าน่าจะทำกันได้ไม่มาก เนื่องจากประสบปัญหาเรื่องระยะเวลา ที่อยู่ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ที่ผู้คนมีการเดินทางกลับภูมิลำเนาเดิม การจะโอนค่าบำรุงสมาชิกธนาคารก็หยุดยาวหลายวัน การส่งจดหมายตอบกลับทางไปรษณีย์ ก็ประสบปัญหา เพราะระบบไปรษณีย์ที่เขาหยุดหลายวัน แล้วอาจเกิดจดหมายสะสม ก็จะเป็นปัญหาอีก
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;เวลากระชั้นเข้ามาทุกทีแล้ว แต่เหลือเวลาไม่ถึงสองสัปดาห์ คงจะทำอะไรไม่ได้มาก และที่น่าเป็นห่วงคือพรรคการเมืองใหญ่ที่มีสมาชิกพรรคจำนวนมากๆ ขนาดพรรคชาติไทยพัฒนามีเท่านี้เรายังลำบากอยู่เลย ตามกำหนดให้ยืนยันภายในวันที่ 30 เม.ย.61 นี้ จึงถือเป็นเดดล็อกไปเสียแล้ว งาไหม้ไปแล้ว ถั่วจะรอสุกก็ไม่มีประโยชน์ มาถึงตอนนี้เราเอง ก็ไม่กล้าแนะอะไรให้ คสช.แล้ว เพราะแนะไปแล้วตั้งแต่ต้นที่เริ่มออกคำสั่งมาใหม่ๆ แนะหลายหนแล้ว เรื่องนี้มีปัญหาในเชิงระบบมาก ประชาชนเขากลับภูมิลำเนา ก็ไม่ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องการเมืองมากกว่าเรื่องชีวิตความเป็นอยู่ของเขาหรอก จะไปโทษประชาชนไม่ได้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิกรกล่าวว่า กรณีที่ คสช.เตรียมให้นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ เชิญพรรคการเมืองเข้าหารือเรื่องการเลือกตั้งในช่วงเดือนมิถุนายนนี้ หรืออาจจะเร็วกว่านั้น หากเชิญมา พรรคชาติไทยพัฒนาก็จะไปร่วมอย่างแน่นอน เพราะถ้าไม่เข้าถ้ำเสือแล้วจะไปรู้หรือว่าอะไรเป็นอะไร ที่ผ่านมาเมื่อเชิญมาก็ไปทุกครั้ง เช่น เรื่องการปฏิรูป หรือประชุม ป.ย.ป. แต่เราคงไม่พกความหวังอะไรไปมาก เพราะจะได้ไม่ต้องผิดหวังมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธีระ วงศ์สมุทร หัวหน้าพรรค ชทพ. เปิดเผยว่า สถานการณ์การเมืองขณะนี้รู้สึกเหมือนกันทุกพรรคที่ยังไม่สามารถทำกิจกรรมอะไรได้ เพราะจะต้องดำเนินการประชุมพรรค ข้อบังคับพรรคต่างๆ ที่เขียนไว้เดิมก็ไม่ครอบคลุม จึงต้องมีการจัดทำข้อบังคับพรรคขึ้นมาใหม่ ซึ่งต้องผ่านที่ประชุมใหญ่ของพรรค ที่จะต้องมีทั้งผู้เเทนจังหวัดและหัวหน้าสาขาพรรค แต่ในวันนี้ทุกพรรคเหมือนกันหมด คือไม่มีสาขาพรรค แต่เชื่อว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ได้บอกแล้วว่าจะดำเนินการแก้ไขคำสั่ง คสช.ที่ 53/2560 เพื่อให้พรรคการเมืองเดินต่อไปได้ จึงเชื่อว่าตอนนี้ทุกพรรคเหมือนกันหมด คือมีความหนักใจเหมือนกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ยังเชื่อมั่นอยู่หรือไม่ว่าการเลือกตั้งจะเป็นไปตามโรดแมปคือเดือน ก.พ.2562 นายธีระกล่าวว่า ถ้าเราไม่เชื่อผู้นำแล้วเราจะไปเชื่อใคร ในเมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ได้ประกาศไว้แล้ว และพูดชัดเจนว่า ก.พ.62 เราก็ต้องเชื่อว่าเลือกตั้ง ก.พ.62 และในฐานะที่เราเป็นพรรคการเมือง เราก็มีหน้าที่ของเราที่ต้องทำ คือเตรียมความพร้อมของเราให้พร้อมเลือกตั้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสามารถ แก้วมีชัย อดีต ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ในช่วงเทศกาลหยุดยาวฉลองสงกรานต์ ทำให้มีผลกระทบต่อการยืนยันสมาชิกพรรคเพื่อไทยอยู่บ้าง แต่เราคงไม่ร้องขอให้ คสช.ขยายเวลาให้ เราจะทำตามที่กติกากำหนดไว้ เพราะสมาชิกพรรคเพื่อไทยเดิมมีอยู่ประมาณกว่าแสนคน ซึ่งถือว่าไม่มาก ดังนั้นหากมีที่มายืนยันความเป็นสมาชิกจำนวนเท่าไรก็เอาเท่าที่ได้ก่อน แต่หากพื้นที่ไหนสมาชิกขาด ไม่เพียงพอต่อองค์ประกอบ อาทิ ไม่พอต่อการตั้งผู้แทนพรรคประจำจังหวัดก็ค่อยสมัครเพิ่มเติมได้ เชื่อว่าทุกพรรคการเมืองจะใช้แนวทางนี้ เราคงต้องปรับตัวไปตามกติกาที่เขาเขียนเอาไว้อย่างมีอคติ ไม่สอดคล้องกับหลักสากล ทำอย่างไรได้ คนใช้ไม่ได้เขียน คนเขียนไม่ต้องมาใช้ เขียนแบบตีกรอบบอนไซพรรคไปเรื่อยๆ
กกต.ชุดใหม่เจอศึกหนัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ปชป. กล่าวถึงความคาดหวังต่อการทำงาน กกต.ชุดใหม่ ที่กำลังมีการสรรหาอยู่ในขณะนี้ ว่า กกต.ชุดใหม่ต้องทำงานหนักเพราะมีเรื่องใหญ่ๆ ตามกฎหมายใหม่ที่ต้องทำจำนวนมาก ต้องสะสางปัญหาระหว่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมืองกับคำสั่ง คสช.ที่มีความขัดแย้งในตัวเอง ซึ่งผู้ตรวจการแผ่นดินวินิจฉัยแล้วว่าสร้างความเดือดร้อนและภาระเกินความจำเป็น มีปัญหาในทางปฏิบัติมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพรรคใหม่และเก่าต้องดำเนินการหาสมาชิก ตั้งสาขาพรรค ประชุมใหญ่เลือกกรรมการบริหาร ปรับข้อบังคับ ในฐานะที่ กกต.ต้องดูแลก็เป็นงานใหญ่อยู่แล้ว ส่วนร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.และร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. ก็เป็นเรื่องใหม่ หาก คสช.ยืนยันว่าต้องมีการเลือกตั้งท้องถิ่นอีก ก็จะเป็นงานหนักสำหรับ กกต.ชุดใหม่ เมื่อเข้ามาทำหน้าที่ต้องเร่งสร้างความพร้อมรองรับกติกาใหม่ในเวลาอันสั้น ยิ่งเมื่อ คสช.เปลี่ยนบทบาทมาเป็นผู้เล่น ก็จะยิ่งเกิดปัญหา จึงอยากให้ กกต.พร้อมแสดงตนเป็นผู้รักษากฎหมายด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอภิสิทธิ์กล่าวถึงกรณีที่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ระบุว่า เรื่องการตั้งพรรคการเมืองให้ไปถามนายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม และนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์ ว่าถ้าบุคคลทั้งสองมาเป็นผู้บริหารพรรคตามข่าว ก็ลงสมัครรับเลือกตั้งส.ส.ไม่ได้ เพราะคนที่เป็นรัฐมนตรีต้องลาออกภายใน 90 วันนับตั้งแต่วันเริ่มบังคับใช้รัฐธรรมนูญแล้ว แสดงว่ารัฐธรรมนูญต้องการให้การเลือกตั้งเป็นเรื่องการแข่งขันของคนที่ไม่เกี่ยวข้องกับอำนาจรัฐในขณะนี้ แต่ถ้าเป็นผู้บริหารหลักแล้วไม่ลงสมัคร ส.ส.ก็เป็นการเลี่ยงในเชิงกฎหมายตามตัวอักษรเท่านั้นเอง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า วันนี้ยังมั่นใจการเลือกตั้งจะเป็นตามโรดแมป ถ้าไม่มีการเลือกตั้งตอนนั้นก็คงไม่มีใครพูดอะไร เพราะอุกกาบาตคงตกลงมาที่ประเทศไทย และคงไม่มีใครดิ้นรนเลือกตั้ง ส่วนถ้าไม่มีเลือกตั้งจะทำให้เกิดความขัดแย้งหรือไม่นั้น ตนคิดว่าขึ้นอยู่กับลักษณะความขัดแย้ง ถ้าเป็นความขัดแย้งเชิงความคิดการเมือง ก็เป็นของปกติธรรมดา เพราะการเมืองเป็นเรื่องต่างคนต่างความคิด แต่ถ้าเป็นความขัดแย้งแบบจะยกพวกตีกัน ถือว่าไม่ใช่ของดี และเชื่อว่าประชาชนจะไม่ยอมรับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า เป็นห่วงหรือไม่ว่าการเมืองจะกลับไปมีสภาพแบบเก่า นายมีชัยกล่าวว่า คนเปลี่ยนไปมากแล้ว ถ้าดูจากโซเชียลมีเดีย และสิ่งต่างๆ ที่เราเห็นอยู่ในขณะนี้ ที่สำคัญไม่ได้เปลี่ยนเฉพาะในเมือง ดูจากความนิยมแต่งตัวชุดไทยแบบออเจ้าที่กระจายทั่วประเทศ แสดงให้เห็นว่าเมื่อเกิดอะไรขึ้นเพียงเล็กน้อยข้อมูลก็จะกระจาย ซึ่งแตกต่างจากอดีต.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7167</URL_LINK>
                <HASHTAG>40 อดีตส.ส., คสช., จุฤทธิ์, ชทพ., ชวน หลีกภัย, ทักษิณ, ธีระ วงศ์สมุทร, นิพิฏฐ์, ปชป., ประชาธิปัตย์, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พิชัย, มีชัย ฤชุพันธุ์, ยิ่งลักษณ์, รมว., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อภิสิทธิ์, เพื่อไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180415/image_big_5ad354387aec9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
