<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>114993</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/08/2021 08:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/08/2021 08:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;รมว.ดีอีเอส&#039;พร้อมแจงซักฟอกได้ทุกเรื่อง ออกตัวเสียงไว้วางใจคงไม่เท่ากัน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ส.ค. 64 - นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) และรองเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งเป็นหนึ่งในหกรัฐมนตรีที่ถูกยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ กล่าวถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่จะมีขึ้นว่า จากเท่าที่ติดตาม ไม่เชื่อว่าหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงใดๆ ในพรรคร่วมรัฐบาล&amp;nbsp; เพราะตอนนี้งานของรัฐบาลคือการแก้ปัญหาโควิด เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดและการเร่งฉีดวัคซีนให้กับประชาชนให้ได้มากที่สุด เพื่อให้ประเทศไทยมีการเปิดประเทศ ประชาชนออกมาใช้ชีวิตตามปกติเพื่อทำมาหากินกันได้ตามปกติ สิ่งเหล่านี้คือภารกิจสำคัญที่ต้องเร่งทำ มากกว่าเรื่องการเมือง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้หากมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง สิ่งต่างๆ เหล่านี้อาจหยุดชะงัก ทำต่อไปไม่ได้ รัฐบาลก็ต้องรีบผลักดันตรงนี้ แก้ปัญหานี้ให้ผ่านไปให้ได้ก่อน ส่วนปีหน้า หากสถานการณ์ดีขึ้น มีความพร้อมที่จะมีการเลือกตั้ง หรือจะมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ก็ค่อยมาว่ากัน คิดว่าช่วงเวลานี้ไม่ใช่ช่วงเวลาจะมามองเรื่องประเด็นการเมือง เพราะวันนี้ หากจะมีการเปลี่ยนรัฐบาล ก็ไม่ใช่ว่าเข้ามาแล้วจะแก้ปัญหาได้เลย จะทำให้เกิดการทะเลาะกันมากกว่า ควรทำให้ที่มีอยู่ตอนนี้ให้ทำงานต่อไปให้ได้ดีที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชัยวุฒิ กล่าวว่า พร้อมจะตอบฝ่ายค้านทุกเรื่องอยู่แล้ว เพราะที่ทำงานในตำแหน่ง รมว.ดีอีเอส มา 4-5 เดือน ก็รู้ว่าได้ทำอะไรไปแล้วบ้าง และอะไรบ้างที่เป็นปัญหา และประเด็นใดที่ฝ่ายค้านจะอภิปรายไม่ไว้วางใจ ก็พอทราบอยู่ ก็น่าจะตอบได้ทุกเรื่อง เพราะไม่มีอะไรที่ไปทำผิดกฎหมายหรือว่าไปทำทุจริต มีแต่จะไปบังคับใช้กฎหมายกับคนที่ทำผิดกฎหมาย และเขาอาจไม่พอใจก็ชี้แจงไป ส่วนกรณีเรื่องเฟกนิวส์ คิดว่าคงไม่มีประเด็น เพราะก็รู้กันอยู่ว่าเรื่องเฟกนิวส์มีในสังคมไทย ก็ต้องแก้ปัญหาไป ทำตามกฎหมายที่ให้อำนาจ หากไม่ทำตามกฎหมาย เท่ากับละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ จะผิดมาตรา 157 ประมวลกฎหมายอาญา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า คิดว่าเสียงโหวตไว้วางใจรัฐมนตรีทั้งหกคนจะเท่ากันหมดหรือไม่ นายชัยวุฒิกล่าวว่า คงไม่เท่ากัน ก็คงมีกดผิดกดถูกกันบ้างเป็นธรรมดา ซึ่งการที่เสียงจะไม่เท่ากันบ้าง ก็เป็นเรื่องธรรมดา ไม่มีปัญหา แต่ก็ไม่แน่ อาจเท่ากันก็ได้ แต่โดยปกติ จะไม่เท่ากัน ก็ขอให้ผ่านทุกคนก็พอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมเชื่อว่ารัฐบาลอยู่ครบเทอม ไม่มีเหตุผลต้องยุบสภาเลย ยังเชื่อว่าส.ส.ส่วนใหญ่ยังสนับสนุนพลเอกประยุทธ์อยู่ เพราะสภาฯเองตอนนี้ก็ยังทำหน้าที่ของตัวเองได้ พิจารณาผ่านกฎหมายไป ไม่มีปัญหาอะไร&amp;rdquo;รมว.ดีอีเอส ระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114993</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชัยวุฒิ  ธนาคมานุสรณ์, ซักฟอก, ฝ่ายค้าน, ยุบสภา, รมว.ดีอีเอส, อภิปรายไม่ไว้วางใจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210830/image_big_612c30e064582.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103113</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/05/2021 18:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/05/2021 18:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;รมว.ดีอีเอส&#039;ปัดข่าว&#039;บิ๊กตู่&#039;ถกลับ&#039;มิน อ่องหล่าย&#039;ชี้สื่อญี่ปุ่นเสนอคลาดเคลื่อน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 พ.ค.64- นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวถึงกรณีสำนักข่าวชื่อดังของประเทศญี่ปุ่น Nikkei Asia นำเสนอว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีการติดต่อกับพล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้นำทางทหารของเมียนมา ผ่านช่องทางการติดต่อประตูหลัง (Back door diplomacy) ก็สามารถสื่อสารกันได้โดยที่ไม่จำเป็นต้องพบปะกัน โดยมีการถูกแชร์ต่อในโซเชียลมีเดียไทยอย่างกว้างขวางว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมถึงศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม (Anti fake news center) ได้ตรวจสอบข้อมูลแล้วพบว่า ข้อมูลที่สื่อนำเสนอมีความคลาดเคลื่อนในข้อเท็จจริง สร้างความสันสนให้กับผู้รับข่าวสารอย่างมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชัยวุฒิ กล่าวว่า เรากังวลว่าเรื่องนี้จะบานปลาย กระทบถึงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในหลายมิติ ทั้งนี้ขอยืนยันว่าตั้งแต่เกิดสถานการณ์ในประเทศเมียนมา พล.อ.ประยุทธ์ไม่เคยติดต่อกับ พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย ตามช่องทางตามที่สำนักข่าวดังกล่าวนำเสนอ และไม่มีบุคคลระดับสูงที่ใกล้ชิดนายกรัฐมนตรี นำข้อมูลที่เกี่ยวข้องไปบอกกับทางสำนักข่าวต่างชาติอย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ท่านนายกฯ ไม่มีความจำเป็นจะต้องติดต่อกันในทางลับ ตามที่สำนักข่าวญี่ปุ่นนำเสนอ ซึ่งอ้างอิงบุคคลที่เป็นแหล่งข่าวว่าเป็นคนให้ข้อมูล ไม่เปิดเผยหรือระบุตัวตนให้ชัดเจน ดังนั้น การนำเสนอเรื่องที่ละเอียดอ่อนควรระมัดระวังและรับผิดชอบให้มากกว่านี้ เพราะอาจเกิดผลกระทบในเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศได้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชัยวุฒิ กล่าวว่า ประเทศไทยและเมียนมาเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่ชายแดนติดต่อกัน มีความสัมพันธ์ที่ดีในทุกด้าน จึงมีกลไกการหารืออย่างเป็นทางการระหว่างกันในหลายระดับอยู่แล้ว ซึ่งไม่เกี่ยวกับความสัมพันธ์ส่วนตัวระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย แต่อย่างใด และที่ผ่านมานายกฯไทยก็ยืนยันในหลายวาระแล้วว่า การแก้ไขปัญหาของเมียนมา ถือเป็นกิจการภายใน โดยไทยมีจุดยืนต่อสถานการณ์ในเมียนมา ตามกลไกการแก้ปัญหาในระดับภูมิภาคอาเซียนอยู่แล้ว ทั้งนี้จากการตรวจสอบเบื้องต้นยังพบว่าแหล่งข่าวที่สำนักข่าวญี่ปุ่นอ้างอิงนั้น เป็นอดีตข้าราชการในกระทรวงการต่างประเทศไทย เป็นคนของกลุ่มอำนาจเก่าและมีจุดยืนอยู่ตรงข้ามรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ อยู่แล้ว แต่กลับอ้างว่าเป็นแหล่งข่าวระดับสูงในสำนักนายกรัฐมนตรีปัจจุบัน ซึ่งไม่เป็นความจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ต้องถามว่า การปล่อยข่าวและการเสนอข่าวเช่นนี้มีวัตถุประสงค์ใด เป็นความพยายามดิสเครดิตรัฐบาลไทย และ พล.อ.ประยุทธ์ หรือไม่&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103113</URL_LINK>
                <HASHTAG>บิิ๊กตู่, พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย, รมว.ดีอีเอส, สื่อญี่ปุ่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210326/image_big_605d8606995a4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100552</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/04/2021 15:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/04/2021 15:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รมว.ดีอีเอสสั่ง NT ช่วยกรมการแพทย์ ปรับปรุงระบบโทรสายด่วน 1668 แก้ปัญหาโทรติดยาก </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 เมษายน&amp;nbsp; 2564 นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวว่า เช้าวันนี้ (24 เม.ย. 64) ได้ร่วมลงพื้นที่ ปตอ.1 กองพันทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน แจ้งวัฒนะ เพื่อศึกษาโซลูชั่นด้านการติดต่อสื่อสาร และเตรียมพร้อมอำนวยความสะดวกในการติดตั้งใช้งานให้กับ รพ.สนาม จำนวน 300 เตียง เพื่อจัดหาบริการอินเทอร์เนต ฟรีไวไฟ สนับสนุนการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่สาธารณสุข และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการปฏิบัติหน้าที่ ตลอดจนอำนวยความสะดวกให้กับผู้ป่วยโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กระทรวงดิจิทัลฯ โดย บมจ.โทรคมนาคมแห่งชาติ (NT) ได้รับแจ้งจากศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) ว่ามีการใช้พื้นที่ในบริเวณ ปตอ.1 กองพันทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน แจ้งวัฒนะ เป็นโรงพยาบาลสนาม สำหรับผู้ติดเชื้อโควิด-19 ระลอกล่าสุด จำนวน 300 เตียง ปัจจุบันมีผู้ป่วยเข้ามารับการรักษาอยู่ที่นี่ 200 กว่าราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เราจึงได้เร่งประสานงานไปยังทั้งหน่วยงานของเราเองคือ NT และเอกชนผู้ให้บริการมือถือ เรายืนยันจะสนับสนุนอินเทอร์เน็ต ฟรีไวไฟให้ รพ.สนาม เพื่อให้ประชาชนผู้ป่วยทุกคนสื่อสารได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย และอาจต้องมีการติดตั้งซีซีทีวีใน รพ.สนามทุกแห่งด้วย ถือเป็นหน้าที่ของเราในการดูแล&amp;rdquo; นายชัยวุฒิกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการลงพื้นที่สำรวจ พบว่าสัญญาณโดยรวมอยู่ในเกณฑ์ปกติ แต่มีปัญหาในพื้นที่บางจุดซึ่งสัญญาณจะ drop ลง ดังนั้นจะมีการติดตั้งอุปกรณ์เพื่อขยายสัญญาณ และอุปกรณ์ Fixed Wireless Broadband ซึ่งเป็นอุปกรณ์ติดตั้งง่ายทุกที่ไม่ต้องเดินสาย ที่ผ่านมาแม้ดำเนินการไปบ้างแล้ว แต่จากจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้น ทำให้ต้องมีการติดตั้งอุปกรณ์รองรับความต้องการใช้งานที่มากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยได้รับความร่วมมือจากเอกชน เข้ามาสนับสนุนการติดตั้งอุปกรณ์ Fixed Wireless Broadband จำนวน 3 ชุด รองรับบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง 20 Mbps สามารถทำการเชื่อมต่อ 4G/LTE โดยตรงไปยังคอมพิวเตอร์ โทรทัศน์ สมาร์ทโฟน และอุปกรณ์สมาร์ทอื่น ๆ ผ่านการเชื่อมต่อ Wi-Fi ระหว่างประจำที่โรงพยาบาลสนาม&amp;nbsp; อำนวยความสะดวกให้กับผู้ปฏิบัติงานและผู้ป่วยในการติดต่อสื่อสาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ไม่เพียงแต่ให้การสนับสนุนไวไฟเท่านั้น ผมยังมอบหมายให้ NT เข้าไปคุยกับกรมการแพทย์ เพื่อปรับปรุงระบบ 1668 และเพิ่มคู่สายให้สามารถรองรับปริมาณการโทรจำนวนมากได้ เนื่องจากต้องยอมรับว่าจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขี้นระดับหลักพัน ระบบเดิมที่มีคู่สายจำกัดจึงรองรับไม่พอ ดังนั้นถ้าปรับปรุงระบบก็จะแก้ปัญหาโทรศัพท์ติดยากที่ผ่านมาได้&amp;rdquo; นายชัยวุฒิกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชัยวุฒิ กล่าวเพิ่มเติมว่า อยากขอเชิญชวนคนไทย ร่วมกันส่งความห่วงใยไปถึงบุคลากรแถวหน้าในการสู้ภัยโควิด -19 โดยสามารถส่งหน้ากากอนามัยเจล/สเปรย์แอลกอฮอล์ อุปกรณ์ทางการแพทย์ สิ่งของจำเป็นอื่นๆ ผ่านไปรษณีย์ไทยไปยังโรงพยาบาล และ รพ.สนามทั่วประเทศ ด้วยบริการ EMS โดยไม่มีค่าใช้จ่ายในการจัดส่ง ผู้สนใจสามารถบรรจุสิ่งของลงกล่องน้ำหนักไม่เกิน 20 กิโลกรัม พร้อมจ่าหน้าถึงผู้อำนวยการโรงพยาบาลที่ต้องการฝากส่ง นำไปส่งได้ที่ไปรษณีย์ทุกแห่งทั่วประเทศตั้งแต่วันนี้&amp;ndash;31 พ.ค.64&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100552</URL_LINK>
                <HASHTAG>1197สายด่วนจราจร, กรมการแพทย์, ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์, มจ.โทรคมนาคมแห่งชาติ (NT), รมว.ดีอีเอส, สายด่วน1668, โรงพยาบาลสนาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210424/image_big_6083d28bae785.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95796</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/03/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ตรีนุช’ผงาดนั่งรมว.ศธ. ปชป.ส่ง4สส.ใต้ชิงเก้าอี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; โผ ครม.ชัดขึ้น &amp;quot;ชัยวุฒิ&amp;quot; จ่อนั่ง รมว.ดีอีเอส &amp;quot;ตรีนุช&amp;quot;&amp;nbsp; แบ็กดีผงาดนั่ง รมว.ศธ. ขณะที่ดีล &amp;quot;ภท.-ปชป.&amp;quot; ลงตัว สลับ รมช.พาณิชย์-คมนาคม แต่ชื่อ &amp;quot;บุญลือ&amp;quot; โผล่เบียด &amp;quot;วีรศักดิ์&amp;quot; ด้าน &amp;ldquo;เสี่ยหนู&amp;rdquo; อ้าง รมว.-รมช.พรรคเดียวกันประชาชนได้ประโยชน์ กั๊กส่งชื่อ &amp;ldquo;บุญลือ&amp;rdquo; เป็น รมต. ?&amp;ldquo;นาที&amp;rdquo; เข้าทำเนียบฯ ปฏิบัติหน้าที่ที่ปรึกษาอนุทิน &amp;quot;ส.ส.ก้าวไกล&amp;quot; ปูดแวดวงการศึกษากังวล &amp;quot;ชัยวุฒิ&amp;quot; เข้ามาจำกัดสิทธิเสรีภาพนักเรียน หวั่นเป็นยุคมืด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 11 มีนาคม ความเคลื่อนไหวในการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม มีความชัดเจนมากขึ้นแล้ว ภายหลังจาก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ได้ส่ง 2 รายชื่อ ส.ส.ของพรรคให้กับนายกฯ เป็นที่เรียบร้อย ได้แก่ นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองเลขาธิการพรรค พปชร. และ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง ส.ส.สระแก้ว พปชร. โดยก่อนหน้านี้นายชัยวุฒิมีชื่อจะมาดำรงตำแหน่ง รมว.ศึกษาธิการ แต่ความคืบหน้าล่าสุด นายชัยวุฒิเตรียมจะไปดำรงตำแหน่งเป็น รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ขณะที่ น.ส.ตรีนุช ซึ่งก่อนหน้านี้มีชื่อเป็น รมว.วัฒนธรรม โดยจะสลับนายอิทธิพล คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม ไปนั่ง รมว.ดิจิทัลฯ นั้น ปรากฏว่า น.ส.ตรีนุชเตรียมจะไปนั่งในตำแหน่ง รมว.ศึกษาธิการ ซึ่งสร้างความแปลกใจให้กับ ส.ส.ในพรรค พปชร.เป็นอย่างมาก ที่ น.ส.ตรีนุชจะมานั่งในกระทรวงสำคัญ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนเหตุผลสำคัญที่ทำให้ น.ส.ตรีนุชมีชื่อเป็น รมว.ศึกษาธิการ ครั้งนี้ เป็นเพราะความสัมพันธ์อันดีระหว่างพี่น้อง 3 ป. ทั้ง พล.อ.ประวิตร, พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ตั้งแต่ครั้งยังรับราชการทหารที่ จ.ปราจีนบุรี กับคนในตระกูลเทียนทอง โดยเฉพาะกับครอบครัวของ น.ส.ตรีนุช ที่มีนางขวัญเรือน เทียนทอง นายก อบจ.สระแก้ว เป็นมารดา นอกจากนั้น ครอบครัวของ น.ส.ตรีนุชยังมีความสัมพันธ์อันดีกับคนใกล้ตัวพล.อ.ประยุทธ์อีกด้วย จึงมีความไว้ใจ น.ส.ตรีนุชให้มาเป็น รมว.ศึกษาธิการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนความเคลื่อนไหวของพรรคร่วมรัฐบาล ทั้งพรรคภูมิใจไทย (ภท.) และพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ที่ตกลงกันได้ว่าจะสลับเก้าอี้รมช.พาณิชย์ ที่มีนายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล เป็นรัฐมนตรี กับ เก้าอี้ รมช.คมนาคม ซึ่งเป็นเก้าอี้เดิมของนายถาวร เสนเนียม ทั้งนี้ ในพรรคภูมิใจไทยเริ่มมีความเคลื่อนไหวในส่วนของนายบุญลือ ประเสริฐโสภา ส.ส.ราชบุรี ที่มีความพยายามจะเสนอตัวเป็น รมช.คมนาคม เบียดกับนายวีรศักดิ์ ในกรณีที่สามารถแลกกระทรวงกับปชป.ได้สำเร็จ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย? ให้สัมภาษณ์ถึงรายชื่อรัฐมนตรีสัดส่วน ภท. มีการสลับเปลี่ยนกระทรวงหรือไม่ ว่า ต้องรอ ภท.ยื่นก่อน ส่วนจะมีการโยกย้ายหรือสลับปรับเปลี่ยนกันหรือไม่นั้น ขอย้ำว่าทุกอย่างอยู่ที่การพูดคุยเจรจา แต่คุยในหลักการแล้วคล้ายๆ กับข่าวที่ออกมาก่อนหน้านี้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะเลขาธิการพรรค ปชป. ระบุว่ายังอยู่ที่เดิมไม่มีการสลับ นายอนุทินกล่าวว่า &amp;ldquo;ก็คุยกันแล้วนี่ เลขาธิการพรรค ภท.กับเลขาธิการพรรค ปชป.คุยกันแล้ว ในหลักการไม่มีปัญหา? รวมถึงผมก็คุยกับหัวหน้าพรรค ปชป.คร่าวๆ? หลักการก็ไม่มีปัญหา&amp;rdquo; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า การสลับตำแหน่งจะทำให้การทำงานในกระทรวงง่ายขึ้นใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า &amp;ldquo;คนของใครคนนั้นก็มาดูแล? ทำงานได้เต็มที่? เพราะถ้าเกิดแยกกันอยู่อีกฝั่งก็อาจจะทำงานได้ไม่เต็มที่ ดังนั้น?ความรับผิดชอบของใครก็ไปดูแลกัน มันก็มีเหตุมีผล? คนที่ได้ประโยชน์จากการทำงานได้เต็มที่ไม่ใช่รัฐมนตรี? แต่คือประชาชน จึงเป็นเหตุผลที่น่าจะทำได้ แต่คนที่ตัดสินใจคือนายกฯ เราก็เสนอไป&amp;rdquo; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า? ภท.ส่งรายชื่อให้ พล.อ.ประยุทธ์แล้วหรือยัง นายอนุทินกล่าวว่า ยังไม่ได้ส่ง ซองจดหมายอยู่ในตู้ ส่วนที่มีข่าวภท.อาจมีการเปลี่ยนตัวรัฐมนตรีของพรรค โดยมีชื่อของนายบุญลือ ประเสริฐโสภา ส.ส.ราชบุรี จะเข้ามา หัวหน้า ภท.กล่าวว่า &amp;ldquo;ก็อยู่ในซองจดหมาย&amp;quot; เมื่อถามย้ำว่าชื่อนายบุญลืออยู่ในซองจดหมายใช่หรือไม่ เขาบอกว่า &amp;ldquo;จำไม่ได้ เรื่องพวกนี้เราไม่ได้แต่งตั้งเอง มีผู้ใหญ่แต่งตั้ง แต่ที่สำคัญที่สุดต้องมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ลงมา&amp;rdquo; เมื่อถามว่าตามข่าวจะเปลี่ยนกับนายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รมช.พาณิชย์ นายอนุทินกล่าวว่า ไม่จริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน เวลา 07.15 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นางนาที รัชกิจประการ ประธานคณะที่ปรึกษานายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข? ซึ่งได้รับแต่งตั้งโดยมติ ครม.เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2564 ที่ผ่านมา ได้เดินทางเข้าทำงานทำเนียบฯเป็นวันแรก จึงได้ใช้โอกาสนี้สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของทำเนียบรัฐบาล ได้แก่ พระพรหมบนตึกไทยคู่ฟ้า ศาลพระภูมิ ศาลตาศาลยาย และไหว้พระในห้องทำงาน ที่ตึกบัญชาการ 1 โดยนางนาที กล่าวด้วยสีหน้ายิ้มแย้มเพียงสั้นๆ ว่า ตนได้เข้าทำงานที่ทำเนียบฯ วันนี้เป็นวันแรก แต่ยังไม่ได้พูดคุยกับนายอนุทินถึงเรื่องการมอบหมายงานให้ปฏิบัติหน้าที่แต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ นางนาทีเป็นคู่สมรสของนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา และอดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ? พรรค ภท. เคยถูกศาลฎีกาพิพากษากรณีจงใจแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินอันเป็นเท็จ? ห้ามมิให้ผู้ถูกกล่าวหาดำรงตำแหน่งทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี นับแต่วันพ้นจากตำแหน่ง และลงโทษจำคุก 1 เดือน ปรับ 4,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 1 ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นางนาทีให้สัมภาษณ์ว่า ต้องขอบคุณนายอนุทินที่ให้ความสำคัญแต่งตั้งให้ตนมาเป็นประธานคณะที่ปรึกษา ซึ่งมีการแต่งตั้งเมื่อวันที่ 20 ม.ค.ที่ผ่านมา แต่เนื่องจากมีภารกิจเยอะในพื้นที่ภาคใต้ เพิ่งจะมีเวลาว่าง จึงเข้ามาสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำทำเนียบรัฐบาล แต่คงไม่ได้เข้ามานั่งทำงานในทำเนียบรัฐบาลทุกวัน ส่วนใหญ่จะอยู่ในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้มากกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า ห่วงหรือไม่ว่าจะมีการตั้งข้อสังเกตเคยถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช.ชี้มูลความผิด สามารถมาดำรงตำแหน่งนี้ได้หรือไม่ นางนาทีกล่าวว่า ป.ป.ช.ได้กำหนดเวลาตัดสิทธิ์ 5 ปีตั้งแต่ปี 2556 ซึ่งมาถึงตอนนี้เลยเวลาไปแล้ว แต่เนื่องด้วยรัฐธรรมนูญฉบับนี้จะติดคุกจริงหรือไม่จริง ก็ต้องหมดสมาชิกภาพการเป็น ส.ส.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ โฆษกพรรคก้าวไกล กล่าวถึงกรณีกระแสข่าวนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พปชร. จะเป็น รมว.ศึกษาธิการ ว่าหากเป็นเช่นนั้น ก็เป็นเรื่องที่น่าสิ้นหวังมากๆ กับวงการการศึกษาของไทย จากการให้สัมภาษณ์ และการอภิปรายในสภาของนายชัยวุฒิที่ผ่านมา สะท้อนว่านายชัยวุฒิมีทัศนคติที่เป็นปฏิปักษ์กับนักเรียน ไม่ได้เห็นความสำคัญของปัญหาการทำทารุณกรรม กลั่นแกล้งรังแกของนักเรียนเลย ไม่มีทีท่าว่าจะมีความมุ่งมั่นในการเข้ามาปกป้องศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และปรับปรุงคุณภาพชีวิตของนักเรียนเพื่อลดทอนความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาเลย นอกจากนี้ยังไม่ได้ตระหนักว่าผลกระทบทางเศรษฐกิจจากปัญหาการว่างงาน การจ้างงานไม่เต็มเวลา ซึ่งส่งผลทำให้รายได้ครัวเรือนที่ลดลงสวนทางกับหนี้สินครัวเรือนที่เพิ่มขึ้นนั้น อาจทำให้นักเรียนจำนวนไม่น้อยต้องหลุดออกจากระบบการศึกษา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;กับการอภิปรายของคุณชัยวุฒิในสภา ก็มักจะยืนยันแบบหลับหูหลับตาตลอดว่าทุกๆ สิ่งที่รัฐบาลทำนั้นดีอยู่แล้ว ไม่มีปัญหาอะไร ก็ทำให้คุณครูทั้งประเทศมีความกังวลอีกเช่นเดียวกันว่า ปัญหาการแต่งตั้งโยกย้ายที่ไม่เป็นธรรม ความกังวลในเรื่องสวัสดิการในการดูแลคุณภาพชีวิตของคุณครู อาจจะไม่ได้รับการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม จึงไม่แปลกใจว่าการเปลี่ยนตัว รมว.ศึกษาธิการให้มาเป็นคุณชัยวุฒิในครั้งนี้ ผู้คนในแวดวงการศึกษาจึงมีความกังวลว่าจะเข้ามาปฏิบัติภารกิจในการจำกัดสิทธิเสรีภาพของนักเรียนเท่านั้น และสนับสนุนการใช้อำนาจนิยมในการกดทับนักเรียน และเอากรอบที่ล้าหลัง เมื่อเทียบกับบริบทของโลกมาตีเส้นกำกับทิศทางทางการศึกษาของไทย ซึ่งอาจจะถือได้ว่าเป็นยุคมืดของวงการการศึกษาไทยก็ว่าได้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่พรรคประชาธิปัตย์ มีการประชุม ส.ส.ภาคใต้ของพรรคทั้ง 21 คน มีนายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย ในฐานะรองหัวหน้าพรรค ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม โดยนายนิพนธ์เปิดเผยว่า ที่ประชุมได้หารือถึงกรอบข้อบังคับพรรคในการเสนอชื่อบุคคลที่สมควรเป็นรัฐมนตรี ซึ่งมีความเห็นร่วมกันว่าควรเน้นหลักความสามารถและความอาวุโสเป็นหลัก โดยพบว่ามี ส.ส.รุ่นปี 2544 ที่เป็น ส.ส.ติดต่อกัน 5 สมัย จำนวน 4 คน คือ นายสินิตย์ เลิศไกร ส.ส.สุราษฎร์ธานี, นายประกอบ รัตนพันธ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช, นายนริศ ขำนุรักษ์ ส.ส.พัทลุง และนางกันตวรรณ ตันเถียร ส.ส.พังงา โดยได้เปิดโอกาสให้ทั้ง 4 คนได้แสดงวิสัยทัศน์เบื้องต้น รวมถึงหารือกันถึงปัญหาในพื้นที่ภาคใต้ โดยมี ส.ส.บางส่วนเห็นควรว่าคนที่จะขึ้นเป็นรัฐมนตรีควรจะมีบารมีและประสบการณ์ทางการเมืองพอสมควร เพื่อที่จะสามารถนำพาพรรคและรองรับสถานการณ์ในภาคใต้ ซึ่งทุกคนเห็นพ้องต้องกันต่อการนำเสนอรายชื่อ 4 คนนี้ โดยตนจะนำรายชื่อทั้งหมดนำเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ในวันที่ 12 มี.ค. เวลา 14.00 น. และมั่นใจเมื่อที่ประชุม กก.บห.มีมติเลือกใครแล้วจะเป็นที่ยอมรับของทุกคน โดยไม่มีแรงกระเพื่อมเกิดขึ้นภายในพรรคอย่างแน่นอน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวแจ้งว่า ในที่ประชุมโดยกลุ่มเลือดใหม่ได้เสนอว่า ในเมื่อจะมีการปรับ ครม.และครบโอกาส 2 ปีที่ต้องมีการประเมินผลงานรัฐมนตรีในพรรค ก็ขอเสนอให้ปรับรัฐมนตรีโลกลืม ผลงานไม่ปรากฏ เช่น คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รมช.ศึกษาฯ ออกไปในคราวเดียวกันด้วย ซึ่งนายนิพนธ์ก็รับไว้เป็นข้อสังเกต และจะนำไปพิจารณาในที่ประชุม กก.บห. แต่ชี้แจงว่าปรับ ครม.เที่ยวนี้ได้รับสัญญาณจากพรรคหลักว่าไม่ต้องการให้เกิดแรงกระเพื่อมมากเกินไป ทางกลุ่มก็เสนอว่าหากมีการปรับ ครม.ครั้งหน้า ขอให้รับข้อเสนอนี้ไปพิจารณาด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ที่ประชุม ส.ส.ภาคใต้ยังไม่เห็นด้วยที่จะให้มีการแลกกระทรวงระหว่างพรรคภูมิใจไทยกับพรรคประชาธิปัตย์ เพราะจะยิ่งสร้างกระแสต่อสังคมให้จับตามองว่าเป็นช่วงท้ายของรัฐบาล หากเจ้ากระทรวงกับรัฐมนตรีช่วยเป็นพรรคเดียวกัน จะมีการจับมือทำอะไรก็ได้ อีกทั้งตำแหน่ง รมช.คมนาคมยังสามารถทำผลงานให้เห็นในพื้นที่ภาคใต้ได้ดีกว่าไปนั่งกรมทรัพย์สินทางปัญญาที่ไม่มีผลงานปรากฏ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95796</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดีอีเอส, ปรับ ครม., รมว.ดีอีเอส, สลับเก้าอี้รัฐมนตรี, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เก้าอี้รัฐมนตรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210311/image_big_604a2328b87c9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94600</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/03/2021 11:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/03/2021 11:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อนุชา&#039;ปัดต่อรองนั่งศธ.-ดีอีเอส ยันปรับครม.ขึ้นอยู่กับผู้ใหญ่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 มี.ค. 64 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่มีกระแสข่าวว่าจะไปนั่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอีเอส)ว่า ยังไม่มีสัญญาณจาก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) และยังไม่มีการพูดคุยใดๆ เป็นเพียงการคาดเดาของสื่อ ซึ่งการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค ในวันที่ 2 มี.ค. ก็ยังไม่ทราบว่าจะมีการนำเรื่องนี้มาพูดคุยหรือไม่ แต่หากหยิบยกขึ้นมาหารือในที่ประชุมก็ต้องพูดคุยกัน และจนถึงขณะนี้ยังไม่มีสัญญาณใดๆ ว่าจะปรับคณะรัฐมนตรีช้าหรือเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าจะเป็นการปรับคณะรัฐมนตรีใหญ่ หรือไปรับเฉพาะ 3 ตำแหน่งที่ว่างลง และแลกกระทรวงกัน นายอนุชา กล่าวว่า กระแสข่าวก็คือกระแสข่าว ซึ่งทุกอย่างขึ้นอยู่กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และพล.อ.ประวิตร เป็นผู้ดำเนินการ แต่ย้ำว่าขณะนี้ยังไม่มีสัญญาณใดๆ มีเพียงกระแสข่าวเท่านั้น และตนในฐานะเลขาธิการพรรคยังไม่ได้มีการพูดคุยกับนายกฯ และหัวหน้าพรรค ซึ่งทุกครั้งก่อนปรับครม.ก็จะมีกระแสข่าวและการเคลื่อนไหวลักษณะเช่นนี้ออกมา ถือเป็นเรื่องปกติซึ่งไม่ใช่เรื่องที่ต้องวิตกกังวล ไม่มีอะไรนอกเหนือจากสิ่งที่เคยเป็นมาในอดีต ซึ่งอำนาจการปรับครม.เป็นของนายกฯที่จะตัดสินใจ เพื่อประโยชน์ในการทำงานของรัฐบาลให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงกรณี ส.ส.พลังประชารัฐลงชื่อมอบอำนาจให้พล.อ.ประวิตร เป็นผู้ตัดสินใจในการพิจารณาปรับครม.ในโควตาของพรรคพลังประชารัฐ นายอนุชา ปฏิเสธว่า ไม่ทราบข่าวและไม่ทราบว่ามีหนังสือจริงหรือไม่ ส่วนส.ส. ภาคใต้ของพรรคเสนอตัวเข้ามาเป็นรัฐมนตรีในโควตาภาคใต้ของพรรคพลังประชารัฐหรือไม่นั้น ยืนยันว่า ยังไม่มีใครมาพูดอะไรกับตนในฐานะที่เป็นเลขาธิการพรรค เป็นเพียงแค่ข่าว แต่อาจจะมีคนบางกลุ่มที่มีการพูดคุยกัน ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่จะพูดคุยก่อนปรับครม.ทุกครั้ง ส่วนหลังเลือกตั้งซ่อม เพื่อเกลี่ยตำแหน่งตามโควตาส.ส. ทุกอย่างขึ้นอยู่กับนายกฯ พิจารณาว่ากรอบเวลาใดเหมาะสมในการปรับครม. โดยยืนยันว่าตนไม่เคยต่อรองขอหรือเรียกร้องตำแหน่งทุกอย่างขึ้นอยู่กับผู้ใหญ่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกระแสข่าวมีชื่อลุ้นเป็นรมว.ศึกษาธิการด้วยนั้น นายอนุชา กล่าวว่า ทุกอย่างขึ้นอยู่กับผู้ใหญ่ แล้วแต่ผู้ใหญ่จะให้ทำงานในส่วนไหนก็พร้อมอย่างเต็มกำลังความสามารถ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94600</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกฯ, ปรับครม., รมว.ดีอีเอส, รมว.ศธ., อนุชา นาคาศัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210301/image_big_603c6e4f959be.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
