<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>114719</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/08/2021 13:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/08/2021 13:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทส. ชู G-Green ตอบโจทย์ BCG Model พร้อมโชว์เคส G ทอง สบู่สมุนไพรไทยรู้รักษ์สิ่งแวดล้อม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ชูโครงการ G-Green ของกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ช่วยตอบโจทย์ วาระแห่งชาติ BCG Model ยุคเทรนด์ธุรกิจรักษ์โลก พร้อมโชว์เคส G ทอง ปี 64 บริษัทผลิตสบู่และแชมพูสมุนไพรไทย สร้างจุดขายจากรู้รักษ์สิ่งแวดล้อม แถมมุ่งเป้ายกระดับสู่มาตรฐานสากล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลได้กำหนดยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศไทยด้วยการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว (Bio Economy Circular Economy Green Economy ) หรือ BCG Model ให้เป็นวาระแห่งชาติ โดยในส่วนของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้มีการผลักดันการพัฒนาดังกล่าวให้ไปสู่ในระดับชุมชน และประชาชน โดยมุ่งให้เกิดเศรษฐกิจหมุนเวียน หรือ Circular Economy ที่มีการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรให้คุ้มค่า และมากที่สุด ตั้งแต่การผลิต การออกแบบ ที่ให้เกิดของเสียน้อยที่สุด การใช้วัสดุทางเลือก ตลอดจนการนำวัสดุมาใช้ซ้ำ และแปรสภาพกลับมาใช้ใหม่ สร้างจิตสำนึกและความตระหนักด้านสิ่งแวดล้อมให้กับประชาชนเป็นหัวใจสำคัญ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวต่อไปว่ากระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม (สส.) ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การทำงานตามนโยบายของรัฐบาลในเรื่องการผลิต การบริการและการบริโภคที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมภายใต้โครงการ G-Green ที่ประกอบด้วย โครงการ Green Product , Green Hotel , Green Office , Green National Park , Green Restaurant, Green Airport และ Green Coffee Shop เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายในภาคการผลิต ได้แก่ สถานประกอบการขนาดเล็ก ภาคบริการ ได้แก่ สำนักงาน โรงแรม ร้านอาหารอุทยานแห่งชาติ และผู้บริโภคระดับประชาชน ปรับพฤติกรรมมุ่งสู่สังคมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม การขับเคลื่อน G - Green ด้วยวิถีชีวิตใหม่ ใส่ใจสิ่งแวดล้อม ตามแนวทางของ Circular Economy&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นับตั้งแต่ปี 2557 จนถึงปัจจุบัน โครงการ G-Green ได้การตรวจประเมินและรับรอง พร้อมมอบตราสัญลักษณ์ G - Green ที่แบ่งเป็น 3 ระดับ คือ ระดับดีเยี่ยม (G ทอง) ระดับดีมาก (G เงิน) และระดับดี (G ทองแดง) ซึ่งมีอายุการรับรอง 3 ปี ให้สถานประกอบการ หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน มากกว่า 1,854 แห่ง ครอบคลุม 76 จังหวัดทั่วประเทศ ส่งผลให้สามารถลดการใช้ พลังงานและทรัพยากร ลดการเกิดของเสีย ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Green House Gases: GHG) ออกสู่บรรยากาศ&amp;nbsp; เห็นผลอย่างชัดเจน ส่งผลให้เกิดการนำแบบอย่างที่ดีสู่การขยายผลไปยังสถานประกอบการ และหน่วยงานอื่นๆ มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ร่วมกัน ต่อยอดยกระดับสู่มาตรฐานในระดับสากล &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รมว.ทส. กล่าวถึงความสำเร็จจากตัวอย่างของโครงการฯ ว่า บริษัท จี เอซ ซัพพลาย จำกัด เป็นผู้ผลิตสบู่ และแชมพูจากสมุนไพรไทย เช่น ขมิ้นและใบบัวบก ภายใต้เครื่องหมายการค้า Goldy Herb เป็นหนึ่งในผู้ประกอบการที่เห็นความสำคัญและได้เข้าร่วมโครงการฯกับกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ดำเนินพัฒนาเพื่อก้าวเป็นองค์กรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ภายใต้เป้าหมายที่ชัดเจน และดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp; จนประสบความสำเร็จ สามารถผ่านการตรวจประเมินและรับรอง จนได้รับตราสัญลักษณ์ G - Green ระดับดีเยี่ยม&amp;nbsp; หรือ G ทอง ปี 2564 นับเป็นแบบอย่างของปรับพฤติกรรมมุ่งสู่สังคมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมตามวัตถุประสงค์ของ G &amp;ndash; Green ทั้งนี้ บริษัทได้ให้ความสำคัญกับนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม &amp;nbsp;โดยกำหนดนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม ทั้งในด้านการควบคุมคุณภาพผลิตตามมาตรฐาน ระบบการจัดการน้ำเสียจากกระบวนการผลิตเพื่อป้องกันผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม พร้อมส่งเสริมให้พนักงานตระหนักและร่วมมือดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเน้นถึงการควบคุมคุณภาพการผลิต&amp;nbsp; พร้อมดำเนินการจัดการน้ำเสียที่เกิดขึ้นในผลิตอย่างได้มาตรฐาน และผ่านกระบวนการบำบัดเพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม &amp;nbsp;เป็นต้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo; พร้อมกันนี้ ทางบริษัทยังได้ตั้งเป้าหมายที่จะพัฒนาการผลิตสู่มาตรฐานสากลต่อไป เป็นการชี้ให้เห็นชัดเจนว่า การเข้าร่วม G &amp;ndash; Green ได้สร้างประโยชน์ให้กับการดำเนินเนินธุรกิจ โดยเฉพาะด้านการเพิ่มภาพลักษณ์องค์กรในการเป็นผู้นำด้านสิ่งแวดล้อม สร้างโอกาสการเข้าถึงและขยายตลาดสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมให้กับผู้บริโภค และที่สำคัญสามารถลดต้นทุนจากการใช้ทรัพยากรและพลังงานอย่างคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพ&amp;rdquo;นายวราวุธ กล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้ สำหรับผู้ประกอบการ และประชาชนที่สนใจ ต้องการเข้าร่วมโครงการ G-Green สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม โทรศัพท์ o 2298 5653, 0 2278 8400 ต่อ 1661 หรือทาง Facebook Fanpage กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม และ เว็ปไซต์กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม www.deqp.go.th &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114719</URL_LINK>
                <HASHTAG>BCG Model, Bio Economy Circular Economy Green Economy, Circular Economy, Green Airport, Green Coffee Shop, Green Hotel, Green National Park, Green Office, Green Product, Green Restaurant, กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม, กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, การบริการและการบริโภคที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม, นายวราวุธ ศิลปอาชา, บริษัท จี เอซ ซัพพลาย จำกัด, บริษัทผลิตสบู่และแชมพูสมุนไพรไทย, ภายใต้เครื่องหมายการค้า Goldy Herb, รมว.ทส., รักษ์สิ่งแวดล้อม, สส., เทรนด์ธุรกิจรักษ์โลก, เศรษฐกิจหมุนเวียน, แชมพูจากสมุนไพรไทย, โครงการ G-Green</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210827/image_big_61288598ca7e5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114402</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/08/2021 18:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/08/2021 18:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“วราวุธ” เดินหน้าต่อ กิจกรรม“กลุ่มเยาวชนรักษ์น้ำ คืนความสดใสให้ลำคลอง”  ไปได้สวย 8 โรงเรียนริมคลองแสนแสบ ส่ง 120 เยาวชน เข้าร่วมเรียนรู้เพื่อดูแลรักษา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; รมว.ทส.&amp;rdquo;วราวุธ ศิลปอาชา&amp;rdquo; ชื่นชมกิจกรรม&amp;ldquo;กลุ่มเยาวชนรักษ์น้ำ คืนความสดใสให้ลำคลอง&amp;rdquo; ที่ กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม จับมือตาวิเศษไปได้สวย 120 เยาวชนจาก 8 โรงเรียนริมคลองแสนแสบและคลองสาขาพร้อมใจเข้าร่วมเรียนรู้ผ่านออนไลน์เป็นเครือข่ายเยาวชนจิตอาสาเฝ้าระวังรักษาคูคลอง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลได้ให้ความสำคัญต่อการพัฒนา อนุรักษ์ และฟื้นฟูคลองแสนแสบ มาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้กลับมามีความสวยงาม น้ำใสสะอาด และการสัญจรมีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น รวมถึงการใช้เป็นคลองระบายน้ำ เพื่อป้องกันน้ำท่วมในพื้นที่กทม. และปริมณฑล กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จึงมีนโยบายให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ โดยมีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม (สส.) ในฐานะคณะอนุกรรมการบริหาร พัฒนา อนุรักษ์และฟื้นฟูคลองแสนแสบ โดยล่าสุดได้ร่วมมือกับสมาคมสร้างสรรค์ไทย (ตาวิเศษ) ดำเนินกิจกรรม &amp;ldquo;กลุ่มเยาวชนรักษ์น้ำ คืนความสดใสให้ลำคลอง&amp;rdquo; เป้าหมายเพื่อส่งเสริมให้เกิดเยาวชนจิตอาสาเฝ้าระวังคูคลอง และดูแลสิ่งแวดล้อมริมฝั่งคลองแสนแสบหรือคลองสาขา เป็นการเตรียมความพร้อมในการสร้าง &amp;ldquo;เครือข่ายโรงเรียนรักคลองแสนแสบ&amp;rdquo; ตามแผนปฏิบัติการพัฒนาฟื้นฟูสภาพแวดล้อมคลองแสนแสบ ระยะกลาง ปี พ.ศ.2565-2570&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;กลุ่มเยาวชนรักษ์น้ำ คืนความสดใสให้ลำคลอง&amp;rdquo; นับเป็นกิจกรรมที่มีประโยชน์และควรแก่การสนับสนุนอย่างยิ่ง เพราะมีแนวทางที่ส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ โดยใช้กระบวนการสิ่งแวดล้อมศึกษาเพื่อสร้างความตระหนัก และจิตสำนึกรักสิ่งแวดล้อมให้แก่เยาวชน รวมถึงส่งเสริมการสร้างเครือข่ายเยาวชนจิตอาสาเฝ้าระวังรักษาคูคลอง ซึ่งกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมได้รายงานว่า มีโรงเรียนที่ตั้งอยู่แนวคลองแสนแสบและคลองสาขา ให้ความสนใจแจ้งความประสงค์เข้าร่วมถึง 8 โรงเรียน คิดเป็นร้อยละ 80 ของกลุ่มเป้าหมายที่ตั้งไว้ในการนำร่อง &amp;nbsp;ประกอบด้วยโรงเรียนวัดบรมนิวาส โรงเรียนสุเหร่าบ้านดอน โรงเรียนสุเหร่าดอนสะแก โรงเรียนสามแยกคลองหลอแหล โรงเรียนวัดปลูกศรัทธา โรงเรียนวัดบำเพ็ญเหนือ โรงเรียนวัดใหม่ลำนกแขวก และโรงเรียนวัดแสนสุข&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายวราวุธ กล่าวต่อไปว่า &amp;nbsp;ล่าสุด ภายใต้กิจกรรม &amp;ldquo;กลุ่มเยาวชนรักษ์น้ำ คืนความสดใสให้ลำคลอง&amp;rdquo; ได้จัดการอบรมตัวแทนเยาวชนจากทั้ง 8 โรงเรียนที่อยู่ในระดับชั้น ป.5-ม.3&amp;nbsp; จำนวน 120 คน ผ่านระบบออนไลน์ &amp;nbsp;จุดประสงค์เพื่อส่งเสริมแนวคิดของกระบวนการสิ่งแวดล้อมศึกษากับการสร้างจิตสำนึก และส่งเสริมความพร้อมแก่เครือข่ายเยาวชนจิตอาสาในการเฝ้าระวัง และดูแลลำคลอง โดยมีหัวข้ออบรมที่น่าสนใจ เช่น ความสัมพันธ์สายน้ำกับชีวิตและสิ่งแวดล้อม, คลองแสนแสบ ความเป็นมา ความสัมพันธ์ ความสำคัญการใช้ประโยชน์ในอดีตและปัจจุบัน, มลพิษทางน้ำ ปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพน้ำ, ขยะและการจัดการขยะ,การเก็บข้อมูลชุมชนอย่างง่าย, การตรวจวัดคุณภาพน้ำ ทางกายภาพ และทางเคมี, แนะนำอุปกรณ์ เครื่องมือและการใช้เครื่องมือในการเก็บข้อมูล, การตรวจวัดคุณภาพน้ำ ทางชีวภาพ, แนะนำอุปกรณ์ เครื่องมือและการใช้เครื่องมือในการเก็บข้อมูล และทักษะการนำเสนอข้อมูล และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo; นอกจากการเสริมสร้างความรู้ให้กับตัวแทนเยาวชนแล้ว ยังมีการจัดประชุมผู้บริหารโรงเรียนผ่านระบบออนไลน์ เพื่อชี้แจงปฏิทินดำเนินงาน รายละเอียดกิจกรรมฯ และบทบาทการมีส่วนร่วม รวมถึงแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และข้อเสนอแนะการดำเนินกิจกรรมที่เอื้อประโยชน์และอำนวยความสะดวกในทางปฏิบัติให้แก่โรงเรียน พร้อมทั้ง จัดอบรมและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ครูพี่เลี้ยง จำนวน 14 คน ผ่านระบบออนไลน์เช่นกัน เพื่อส่งเสริมและแลกเปลี่ยนเรียนรู้วิธีการการจัดกระบวนการเรียนรู้ผ่านกระบวนการสิ่งแวดล้อมศึกษา ที่สำคัญยังได้เปิด Facebook Fanpage&amp;nbsp; &amp;ldquo;เครือข่ายเยาวชนรักคลองแสนแสบ&amp;rdquo; ขึ้น ให้เป็นช่องทางในการสื่อสาร เผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ กิจกรรมของเครือข่ายเยาวชนรักคลองแสนแสบออกไปสู่สาธารณชน อันจะนำมาถึงการรับรู้และความร่วมมือในกิจกรรมดังกล่าวต่อไป&amp;rdquo; นายวราวุธ กล่าวในที่สุด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114402</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม, กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, กลุ่มเยาวชนรักษ์น้ำ คืนความสดใสให้ลำคลอง, คลองระบายน้ำ, ความสัมพันธ์สายน้ำกับชีวิตและสิ่งแวดล้อม, จิตสำนึกรักสิ่งแวดล้อม, นายวราวุธ ศิลปอาชา, ป้องกันน้ำท่วม, ฟื้นฟูคลองแสนแสบ, รมว.ทส., สมาคมสร้างสรรค์ไทย (ตาวิเศษ), เครือข่ายเยาวชนจิตอาสาเฝ้าระวังรักษาคูคลอง, เครือข่ายเยาวชนรักคลองแสนแสบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210824/image_big_6124d7688d0d4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113509</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/08/2021 18:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/08/2021 18:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“วราวุธ”ห่วงใยประชาชน แนะทิ้งชุดตรวจโควิด-19 Antigen Test Kit และหน้ากากอนามัย อย่างถูกวิธี ป้องกันการแพร่ระบาดจากขยะติดเชื้อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;รมว.ทส.&amp;ldquo;วราวุธ ศิลปอาชา&amp;rdquo; ห่วงใยประชาชน กำหนดแนวทางป้องกันการแพร่ระบาดจากขยะติดเชื้อ โควิด - 19 หลังมีการใช้ชุดตรวจโควิด-19 antigen test kid และหน้ากากอนามัยมากขึ้น พร้อมแนะ 3 วิธีกำจัดอย่างถูกต้อง&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.)&amp;nbsp; เปิดเผยว่า ตามที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ได้อนุญาตให้มีการวางขาย Antigen Test Kit ชุดตรวจ COVID &amp;ndash; 19 ให้ประชาชนสามารถซื้อตรวจเองที่บ้านได้ ส่งผลให้ขณะนี้ประชาชนสนใจใช้ชุดตรวจโควิด-19 Antigen Test Kit กันมากขึ้น เพราะมีความสะดวก ปลอดภัย ลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อในการเดินทางไปตรวจที่โรงพยาบาล และลดจำนวนการติดเชื้อให้น้อยลง แต่เมื่อมีการใช้มากขึ้น อาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้เช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากทิ้งและนำไปกำจัดอย่างไม่ถูกวิธี ซึ่งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ตระหนักถึงปัญหาและผลกระทบดังกล่าว จึงได้มีนโยบายให้จัดทำข้อแนะนำเบื้องต้นสำหรับประชาชนในการทิ้งชุดตรวจโควิด-19 Antigen Test Kit รวมถึงหน้ากากอนามัย เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดจากขยะติดเชื้อที่ใช้แล้วดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo; สำหรับแนวทางการจัดการมูลฝอยติดเชื้อจากชุดตรวจโควิด-19 Antigen Test Kit รวมถึงหน้ากากอนามัย ด้วยการจัดทำเป็นข้อแนะนำ และแนวทางดำเนินการไปยังสถานพยาบาลภาครัฐและเอกชน รวมถึงประชาชนอย่างถูกวิธี โดยต้องมีระบบจัดการขยะมูลฝอยติดเชื้ออย่างถูกวิธี และครบวงจร ตั้งแต่การคัดแยก การเก็บรวบรวม การขนส่ง การบำบัด และการกำจัด และประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมดำเนินงานในการจัดการมูลฝอยติดเชื้อ &amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;นายวราวุธ &amp;nbsp;กล่าวต่ออีกว่า เนื่องจากชุดตรวจโควิด-19 Antigen Test Kit &amp;nbsp;เมื่อใช้แล้วถือเป็นขยะติดเชื้อชนิดหนึ่ง ซึ่งอันตรายและเสี่ยงต่อการติดเชื้อ ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบในการจัดการขยะติดเชื้อ และไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp; โดยต้องทิ้งอย่างถูกวิธีใน 3 วิธีการ คือ หนึ่ง แยกชุดตรวจโควิด-19 Antigen Test Kit ที่ใช้แล้ว ในซองยาหรือถุงพลาสติก เขียนระบุ &amp;ldquo;ขยะติดเชื้อ&amp;rdquo; ให้ชัดเจน สอง พ่นหรือราดด้วย แอลกอฮอล์/น้ำยาฆ่าเชื้อ/น้ำยาฟอกขาว เพื่อฆ่าเชื้อและปิดถุงให้สนิท และสาม นำไปทิ้งโดยแยกถุงออกจากขยะทั่วไป เพื่อให้เจ้าหน้าที่แยกไปกำจัดได้อย่างถูกต้อง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;3 วิธีนี้เป็นวิธีที่ง่ายและคล้ายกับการทิ้งหน้ากากอนามัย ดังนั้นประชาชนจึงสามารถทิ้งรวมกับหน้ากากอนามัยใช้แล้วได้ และปิดปากถุงให้แน่น และอาจมีเขียนหรือติดหน้าถุงไว้ เพื่อเจ้าหน้าที่ที่เก็บขนจะได้ทราบและป้องกันความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ไปในตัว รวมถึงไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;นายวราวุธ&amp;nbsp; กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับสถานที่ราชการ สถานที่ทำงานเอกชน สถานประกอบการ อาคารชุด ขอให้มีการจัดให้มีถังขยะสำหรับทิ้ง ชุดตรวจโควิด-19 Antigen Test Kit และหน้ากากอนามัยที่ใช้แล้วโดยเฉพาะ และติดสัญลักษณ์ รูปภาพข้อความที่สื่อถึงชุดตรวจโควิด-19 Antigen Test Kit และหน้ากากอนามัยที่ใช้แล้ว ควรวางไว้ในจุดรวบรวมที่สามารถเห็นได้ชัดเจน พร้อมประชาสัมพันธ์ให้ความรู้การทิ้งชุดตรวจโควิด-19 Antigen Test Kit &amp;nbsp;และหน้ากากอนามัยที่ใช้แล้วในองค์กรอย่างต่อเนื่อง โดยแสดงแผนผังหรือรูปภาพแสดงวิธีการทิ้งที่ถูกต้องไว้บริเวณที่ตั้งถังขยะ และที่สำคัญต้องรวบรวมโดยแยกทิ้งจากขยะอื่น เพื่อส่งให้กรุงเทพมหานคร และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือส่งให้สถานที่กำจัดเอกชนนำไปกำจัดอย่างถูกวิธีต่อไป&amp;rdquo; นายวราวุธ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113509</URL_LINK>
                <HASHTAG>Antigen Test Kit, กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, การทิ้งชุดตรวจโควิด-19, การทิ้งหน้ากากอนามัย, กำจัดอย่างไม่ถูกวิธี, ขยะติดเชื้อ, ชุดตรวจ COVID – 19, ถังขยะสำหรับทิ้ง, นายวราวุธ ศิลปอาชา, ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม, รมว.ทส., แนวทางการจัดการมูลฝอยติดเชื้อ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210816/image_big_611a47f9ba524.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100567</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/04/2021 17:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/04/2021 17:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วราวุธ &#039; ลงพื้นที่วางแนวทางแก้ไขปัญหาการลักลอบตัดไม้หวงห้าม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;เมื่อเวลา 09.00 น. &amp;nbsp;วันที่ 24 เมษายน 2564 &amp;nbsp; นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และ สิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) &amp;nbsp; &amp;nbsp;พร้อมด้วยนายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ปกท.ทส.) ลงพื้นที่ป่าบ้านพุองกะ หมู่ที่ 4 &amp;nbsp;ต.ท่าเสา อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี &amp;nbsp; &amp;nbsp;ลงพื้นที่ตรวจสภาพพื้นที่เกิดเหตุที่มีการดำเนินการตรวจยึดไม้หวงห้าม และ ตรวจติดตามไม้ของกลางที่ยึดได้ ของหน่วยป้องกันและพัฒนาป่าไม้ไทรโยค โดยมีนายชีวะภาพ &amp;nbsp;ชีวะธรรม รองอธิบดีกรมป่าไม้ &amp;nbsp;ตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการฝ่ายพลเรือน ทหาร ตำรวจ &amp;nbsp;หน่วยงานในพื้นที่ ฯ ร่วมให้ข้อมูลและต้อนรับอย่างอบอุ่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวราวุธ &amp;nbsp;ศิลปอาชา &amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) &amp;nbsp;กล่าวว่า &amp;nbsp; &amp;ldquo;เป็นเรื่องที่น่าเห็นใจพี่น้องประชาชนเป็นอย่างยิ่ง &amp;nbsp; เพราะนับวันพื้นที่ทำกินเป็นพื้นที่ที่หายากขึ้นทุกวัน ประกอบกับที่ผ่านมา การประกาศแนวเขตพื้นที่ของส่วนราชการ เนื่องจากมีกฎหมายหลายฉบับ และยังมีมติ ครม. ในหลายห้วงเวลา ทำให้เกิดการทับซ้อนของพื้นที่กันขึ้นมาได้ แต่ที่สำคัญคือถ้าเป็นพื้นที่ที่มีต้นไม้อยู่ เป็นต้นไม้ที่โตตามธรรมชาติ เป็นป่าตามธรรมชาติที่ไม่ใช่ป่าปลูก มีมติ ครม. กำหนดไว้อย่างชัดเจนว่าห้ามตัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น จากนี้ไปจะมีการทำงานร่วมกันของกรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช สปก. ที่ราชพัสดุ และกระทรวงกลาโหม สำรวจพื้นที่ที่มีความทับซ้อนระหว่างกัน และเร่งวางแนวทางการแก้ไขปัญหาร่วมกันต่อไป แต่หัวใจที่สำคัญอีกส่วนคือ ความร่วมมือจากทางจังหวัด จากฝ่ายปกครอง ที่จะต้องเข้ามาร่วมชี้แจงทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนให้เกิดความเข้าใจในการใช้พื้นที่ให้มากยิ่งขึ้นด้วย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับกรณีการตรวจยึดไม้หวงห้าม บริเวณป่าบ้านพุองกะ เป็นการเข้าตรวจสอบและตรวจยึดไม้ของกลาง หลังจากที่ได้รับแจ้งว่า มีการลักลอบตัดไม้หวงห้ามเป็นจำนวนมาก บริเวณพื้นที่รอบเนินเขากว่า 45 ไร่ โดยจากการตรวจยึดพบไม้เบญจพรรณหลายชนิด อาทิ ไม้แดง ไม้ประดู่ ไม้เต็ง ไม้รัง ไม้กระบาก จำนวนกว่า 400 ท่อน และจากการตรวจสอบพื้นที่เบื้องต้น พบว่า เป็นพื้นที่ สปก. ที่ได้ดำเนินการจัดสรรให้ชาวบ้าน ซึ่งตามกฎหมายไม่อนุญาตให้ตัดฟันไม้ธรรมชาติ นอกจากไม้ที่ปลูกขึ้นมาใหม่เท่านั้น ทั้งนี้ ยังพบว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ที่มีการทับซ้อนกันของหน่วยราชการระหว่าง เขตพื้นที่ทหาร พื้นที่ สปก. และ &amp;nbsp;พื้นที่อุทยานแห่งชาติไทรโยค อีกด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100567</URL_LINK>
                <HASHTAG>รมว.ทส., ลักลอบตัดไม้, วราวุธ ศิลปอาชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210424/image_big_6083f59bdb388.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90683</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/01/2021 18:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/01/2021 18:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วราวุธ&#039; เสียใจ 6 กก.ยุทธศาสตร์ไขก๊อก แจงแก้ปัญหาไม่ทันใจใครต้องขออภัย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ม.ค.64 - นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่คณะทำงานยุทธศาสตร์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จำนวน 6 คน ประกอบด้วย นายสุริชัย หวันแก้ว นางเตือนใจ ดีเทศน์ นายเพิ่มศักดิ์ มกราภิรมย์ นางปรีดา คงแป้น น.ส.สิตางศุ์ พิลัยหล้า นายหาญณรงค์ เยาวเลิศ ได้ลาออกจากตำแหน่ง ว่า รู้สึกเสียใจ ที่คณะทำงานทั้ง 6 คนลาออก แต่ก็เข้าใจได้เนื่องจากแต่ละคนมีความถนัดงานแต่ละด้านแตกต่างกันไป ซึ่งปัญหาของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) ตลอด 18 เดือนที่ผ่านมาได้รับการแก้ไขปัญหาในหลายๆมิติ ทั้งทรัพยากรธรรมชาติ ภัยแล้ง มลภาวะ ที่ดินทำกินของประชาชน ดังนั้นการแก้ไขปัญหาในบางครั้งอาจจะทำได้ไม่รวดเร็วทันใจเหมือนที่ คณะทำงานอยากจะให้เป็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ตลอด 18 เดือนที่ผ่านมา ข้าราชการของกระทรวงทำงานกันอย่างไม่หยุด ทำงานอย่างเต็มที่ในทุกมิติ ปัญหาหลายอย่างเป็นเรื่องที่คาราคาซังมาตลอดหลายสิบปี ตั้งแต่ก่อนที่รัฐบาลชุดนี้จะเข้ามาทำงาน ซึ่งทราบได้จากการที่คณะทำงานหลายคนได้พยายามแก้ไขปัญหามาในหลายรัฐบาลแล้วแต่ก็ยังไม่เสร็จเสียที ยืนยันว่า 18 เดือนเราทำงานอย่างเต็มที่แต่ถ้าไม่รวดเร็วพอก็ต้องขออภัย ขณะเดียวกันยืนยันว่าเราจะทำหน้าที่แก้ไขปัญหาต่างๆในทุกมิติ เพราะจะไปมุ่งแก้ไขปัญหาด้านหนึ่งด้านใดด้านเดียวคงทำไม่ได้ กระทรวงทส. เราต้องขับเคลื่อนในทุกมิติไปพร้อมกัน ต้องขอขอบคุณคณะกรรมการแต่ละคนที่ได้ทุ่มเท ให้กับการทำงานของกระทรวงทส. หากมีข้อสังเกตหรือคำแนะนำใดก็ยินดีรับฟังอยู่เสมอ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่าการลาออกพร้อมกันถึง 6 คนจะสะท้อนให้เห็นถึงข้อผิดพลาดในการบริหารงานกระทรวงทส. อย่างไรหรือไม่ นายวราวุธ กล่าวว่า ยืนยันว่าการทำงานตลอด 18 เดือน เนื้องานค่อนข้างครบทุกมิติที่ทำ คณะทำงานยุทธศาสตร์แต่ละคนมีความเชี่ยวชาญ แต่ละด้านแตกต่างกันไป อาจทำให้การทำงานของกระทรวงที่ทำครบทุกมิตินั้นในบางครั้งอาจจะไม่ได้เจาะลงไปในมิติใดมิติหนึ่งเหมือนกับที่คณะทำงานต้องการ ซึ่งต้องขออภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ผ่านมาคณะทำงานยุทธศาสตร์ได้ให้ข้อเสนอแนะและข้อสังเกต ซึ่งต้องขอขอบคุณเป็นข้อมูลที่มีประโยชน์ เพียงแต่บางเรื่องยังไม่สามารถทำได้ในทันที เพราะถ้าแก้ไขได้ง่ายๆ เชื่อว่าคงแก้ไขเสร็จไปก่อนหลายรัฐมนตรีแล้ว คงไม่รอมาถึงรัฐมนตรีที่ชื่อวราวุธ หากไม่ทันท่วงทีก็ต้องขออภัยด้วยเพราะบางครั้งมีข้อจำกัดมากกว่าที่เราเห็นกันอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามพื้นที่ที่มีปัญหาไม่ใช่เฉพาะกรณีปัญหาที่บางกลอย ทั่วประเทศมีปัญหาอย่างนี้ในหลายพื้นที่ ซึ่งการแก้ไขปัญหาของคณะกรรมการ นโยบายที่ดินแห่งชาติ(คทช.) ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ให้ความสำคัญ ก็มีความสำคัญเท่ากัน ไม่ได้มีที่ใดที่หนึ่งมีความสำคัญมากไปกว่ากัน หากจะมุ่งไปที่บางกลอยที่เดียว ก็จะถูกวิจารณ์อีกว่ากระทรวงให้ความสำคัญแต่บางกลอย แต่ที่อื่นไม่สำคัญ หากเป็นเช่นนั้นก็จะเกิดความไม่เป็นธรรมขึ้น ในฐานะที่เป็นรัฐมนตรีมีความเห็นใจคณะทำงานที่ให้ความสำคัญกับพื้นที่บางกลอย แต่ก็ไม่อยากให้ถูกคิดไปว่า เราเลือกที่รักมักที่ชัง ดังนั้นจึงต้องให้ความสำคัญทุกพื้นที่เท่ากัน ตามนโยบายคทช.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90683</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, รมว.ทส., วราวุธ ศิลปอาชา, หาญณรงค์ เยาวเลิศ, เตือนใจ ดีเทศน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201103/image_big_5fa0d150c3874.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45662</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/09/2019 10:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/09/2019 09:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>9 เมืองสีเขียว รับรางวัล “เมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน”</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายยุทธพล อังกินันทน์ ที่ปรึกษา รมว.ทส. กล่าวว่า รัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาชุมชนเมืองสู่ความยั่งยืน โดยกำหนดทิศทางการพัฒนาไว้ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ซึ่งบรรจุไว้ในแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 การพัฒนาเมืองสู่ความยั่งยืน ที่ต้องคำนึงถึงการพึ่งตนเองได้ มีอัตลักษณ์ มีความภูมิใจในท้องถิ่นของตนเอง สร้างชุมชนน่าอยู่ สังคมอยู่ร่วมกันได้อย่างปลอดภัย และที่สำคัญ คือ การพัฒนาเมืองนั้นต้องมีความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่ง กระทรวงฯ ถือเป็นภารกิจสำคัญในการผลักดันนโยบายการปฏิรูปประเทศ และแผนแม่บทสู่การปฏิบัติให้เป็นรูปธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การผลักดันให้เกิดเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืนในทุกจังหวัดของประเทศไทย ภายใน ปี 2563 &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิจารย์ สิมาฉายา ปลัด ทส. กล่าวเสริมว่า เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2560 คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบหลักการและแนวทางการขับเคลื่อนเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน โดยให้กระทรวงฯ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กำหนดแนวทางการขับเคลื่อนเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืนให้มีความชัดเจน เป็นรูปธรรมมากขึ้น ด้วยการกำหนด &amp;ldquo;1 จังหวัด 1 เมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน&amp;rdquo; เป็นเป้าหมายในระดับชาติ เพื่อขยายผลครอบคลุม 76 จังหวัดทั่วประเทศ ภายในปี 2563&amp;nbsp; ซึ่งกระทรวงฯ โดยกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมได้ประสานพลังความร่วมมือในการขับเคลื่อนการดำเนินงานเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน ร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายทั้งในส่วนกลาง และระดับพื้นที่ ทั้ง สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 1-16&amp;nbsp; สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด 76 จังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา แกนนำชุมชน&amp;nbsp; ตลอดจนพัฒนาเครื่องมือ รูปแบบการดำเนินงาน ปรับปรุงเกณฑ์ชี้วัดเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน ภายใต้ 4 องค์ประกอบ 34 ตัวชี้วัด ได้แก่ เมืองอยู่ดี&amp;nbsp; คนมีสุข สิ่งแวดล้อมยั่งยืน และเมืองแห่งการเรียนรู้ และการบริหารจัดการที่ดี เพื่อให้ก้าวทันต่อสถานการณ์ทั้งในเวทีระดับอาเซียนและระดับสากล โดยเฉพาะสถานการณ์ด้านสิ่งแวดล้อมที่รุนแรงเพิ่มมากขึ้น อันเนื่องมาจากการขยายตัวของชุมชนเมือง (Urbanization) และการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศโลก &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายรัชฎา สุริยกุล ณ อยุธยา อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กล่าวเพิ่มเติมว่า&amp;nbsp; สำหรับรางวัลเชิดชูเกียรติเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน ระดับพื้นที่ ประจำปี 2562 มอบให้กับเทศบาลนคร เทศบาลเมือง และเทศบาลตำบล รวม 107 แห่ง แบ่งเป็น ระดับดีเยี่ยม 52 แห่ง ระดับดีมาก 40 แห่ง และระดับดี 15 แห่ง และรางวัลโครงการประกวดพื้นที่สีเขียวในเมือง ประจำปี พ.ศ. 2561&amp;nbsp; จำนวน 9 แห่ง แบ่งเป็น ระดับดีเยี่ยม 1 แห่ง ระดับดีมาก 4 แห่ง และระดับดี 4 แห่ง โดยมีนายยุทธพล อังกินันทน์ ที่ปรึกษา รมว.ทส. เป็นผู้มอบรางวัล ขณะที่ รางวัลเชิดชูเกียรติเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน ระดับประเทศ ประจำปี 2562 มอบให้กับเทศบาลนคร เทศบาลเมือง และเทศบาลตำบล รวม 57 แห่ง โดยมีนายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี ให้เกียรติเป็นผู้มอบรางวัล แบ่งเป็น รางวัลชนะเลิศเทศบาลน่าอยู่&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างยั่งยืนยอดเยี่ยมระดับประเทศ&amp;nbsp; 3 แห่ง ได้แก่ เทศบาลนครลำปาง จ.ลำปาง เทศบาลเมืองลำพูน จ.ลำพูน และ เทศบาลตำบลป่าสัก&amp;nbsp; จ.ลำพูน และ รางวัลชนะเลิศเทศบาลด้านสิ่งแวดล้อมยั่งยืนยอดเยี่ยมระดับประเทศ 3 แห่ง ได้แก่ เทศบาลนครนครสวรรค์ จ.นครสวรรค์ เทศบาลเมืองกาฬสินธุ์&amp;nbsp; จ.กาฬสินธุ์ และ เทศบาลตำบลกำแพง จ.สตูล ซึ่งทั้ง 6 แห่งจะได้เข้ารับถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ต่อไป อีกทั้งจะได้รับการพัฒนาเสริมศักยภาพ ต่อยอด ยกระดับให้เป็นแหล่งเรียนรู้การจัดการสิ่งแวดล้อมเมืองยั่งยืนภูมิภาคอาเซียน (Environmentally Sustainable City)&amp;nbsp; นอกจากนี้ ยังมอบรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 เทศบาลน่าอยู่อย่างยั่งยืน จำนวน 11 แห่ง รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 2 เทศบาลน่าอยู่อย่างยั่งยืน จำนวน 17 แห่ง รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ ๓ เทศบาลน่าอยู่อย่างยั่งยืน จำนวน 10 แห่ง รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1เทศบาลด้านสิ่งแวดล้อมยั่งยืน จำนวน 1 แห่ง และรางวัลชมเชยเทศบาลน่าอยู่อย่างยั่งยืน จำนวน&amp;nbsp; 12 แห่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45662</URL_LINK>
                <HASHTAG>9 เมืองสีเขียว, ยุทธพล อังกินันทน์, รมว.ทส., “เมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน”</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190913/image_big_5d7b071ed2e40.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44460</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/08/2019 10:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/08/2019 10:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รมว.ทส.รับสนองพระราโชบาย อบรมจิตอาสา 904 พัฒนาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายวราวุธ&amp;nbsp; ศิลปอาชา&amp;nbsp; รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวภายหลัง การมอบนโยบายให้จิตอาสา 904 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) หลังผ่านการอบรมหลักสูตรจิตอาสา 094 ซึ่งหน่วยราชการในพระองค์จัดขึ้นว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp; โครงการจิตอาสาพระราชทาน 904 วปร.ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 พระราชทานให้คนไทยทั้งประเทศนั้น เป็นโครงการที่ดี มีประโยชน์มหาศาล ฉะนั้น การที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.)มีข้าราชการเข้ารับการอบรม เพื่อนำแนวคิด พระราชปณิธานของพระองค์ที่อยากเห็นคนไทยมีความสามัคคี มีวินัย มาให้ข้าราชการในกระทรวงนำไปขยายผลต่อในแต่ละพื้นที่ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;วันนี้มีข้าราชการของกระทรวงฯที่เข้าอบรมหลักสูตรจิตอาสา 904 มาจากทั่วประเทศ เป็นทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อมจังหวัด (ทสจ.)ต่างๆ ทำให้เราได้แนวคิดที่ดีหลายอย่าง&amp;nbsp; ซึ่งกระทรวงจะนำแนวคิดจิตอาสา 904 วปร.ไปขยายผล และยังมีอีกหลายโครงการที่คิดว่าจะได้ประโยชน์ ถ้านำแนวทางจิตอาสาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานไปใช้ในการทำงานด้านสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นการปลูกป่า รักษาทรัพยากรธรรมชาติ&amp;nbsp; รณรงค์ลดปริมาณขยะ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นทั่วประเทศ ด้วยพระราชปณิธานของพระองค์ ที่อยากเห็นประเทศไทยร่มเย็น มีความสามัคคี มีวินัยมากขึ้น&amp;nbsp; ดังนั้น&amp;nbsp; การที่มีข้าราชการของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเข้ารับการฝึกอบรมหลักสูตรจิตอาสา 904 มานั้น&amp;nbsp; ผมต้องขอแสดงความชื่นชม ยินดี และขอเป็นกำลังใจให้ในการนำความรู้ ความมีวินัยจากการที่ได้ร่วมฝึกอบรมมา ไปขยายผลต่อในทุกจังหวัด ให้คนรอบข้าง หน่วยงานต่างๆ เพื่อให้คำว่าจิตอาสานั้น มีกันทั่วทุกพื้นที่&amp;rdquo;นายวราวุธกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมกล่าวอีกว่า&amp;nbsp; หลังจากนี้มีความเป็นไปได้มากและเป็นสิ่งที่ต้องผลักดันให้สำเร็จในการทำให้อาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้าน (ทสม.) มาร่วมการฝึก เพราะทสจ.ได้เข้ารับการฝึกอบรมมาในระดับที่สามารถเป็นครูฝึกได้&amp;nbsp; ก็จะนำมาขยายผลกับทสม.ในแต่ละจังหวัดที่แต่ละคนประจำอยู่&amp;nbsp; ทำให้ทสม.เหล่านั้นมีความรู้ มีจิตสำนึก มีวินัย เคียงคู่กับโครงการจิตอาสาพระราชทาน 904 วปร.ที่มีขึ้นมา&amp;nbsp; ซึ่งในอนาคตเมื่อโครงการจิตอาสาฯ เปิดรับสมัครเป็นระยะ เราจะสนับสนุนให้ทสม.แต่ละหมู่บ้านมาสมัครเป็นจิตอาสาด้วยเช่นกัน&amp;nbsp; หลังผ่านการอบรมแล้ว จะได้ทำงานประสานงานอย่างใกล้ชิดกับทสจ.แต่ละจังหวัด เพื่อน้อมนำศาสตร์พระราชาสู่การจัดการทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุลและยั่งยืน มาเป็นแนวทางดำเนินการทั้งด้านอนุรักษ์ ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม การจัดการขยะมูลฝอย พิทักษ์และฟื้นฟูป่าไม้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ปัจจุบัน ทสม. มีสมาชิกในเครือข่ายทั่วประเทศมากกว่า 226,898 คน ทำหน้าที่ประสาน ประชาสัมพันธ์ ปฏิบัติ และประเมินผล ตามหลัก ๔ ป. รวมทั้งขับเคลื่อนกิจกรรมผ่านคณะกรรมการเครือข่าย ทสม. ระดับตำบล อำเภอ จังหวัด และระดับประเทศ ดังนั้นเพื่อให้การขับเคลื่อนการทำงานสนองพระราโชบายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ทส. จึงขยายผลการพัฒนาเครือข่าย ทสม. ไปสู่การเป็น &amp;quot;เครือข่าย ทสม. จิตอาสาพระราชทาน 904 วปร.&amp;quot; ซึ่งขณะนี้มีสมาชิกทั่วประเทศ 85,594 คน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44460</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, จิตอาสา 904, รมว.ทส., วราวุธ  ศิลปอาชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190828/image_big_5d65eefc5efb1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
