<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>91560</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/01/2021 18:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/01/2021 18:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;รมว.พม.&#039;ส่งทนายช่วยผู้สุงอายุ เคลียร์ปมเรียกคืนเบี้ยยังชีพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 ม.ค. 64 - นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีการตรวจสอบพบว่ามีผู้สูงอายุบางคนได้รับเบี้ยผู้สูงอายุซ้ำซ้อนจากบำเหน็จบำนาญของญาติที่เสียชีวิต และมีการเรียกเงินคืนนั้น ในสัปดาห์นี้ จะขอให้กรมกิจการผู้สูงอายุ ขอความร่วมมือจากสมาคมบัณฑิตสตรีทางกฎหมายและ พัฒนาสังคมจังหวัดทุกจังหวัดทั่วประเทศ ส่งนักกฎหมายไปให้คำปรึกษาหารือกับผู้สูงอายุทุกคน โดยจะต้องดูรายละเอียดด้วยว่า การให้ข้อมูลทำโดยสุจริตหรือไม่ ได้รับทราบคุณสมบัติข้อนี้มาก่อนหรือไม่ และจะช่วยเจรจากับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและกรมบัญชีกลางต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขอให้คลายความกังวล ทุกอย่างมีทางออก ซึ่งทั้งรัฐบาลและกระทรวง พม.จะร่วมหาทางออกที่ดีที่สุดให้กับทุกฝ่าย&amp;quot; นายจุติ ระบุ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91560</URL_LINK>
                <HASHTAG>จุติ ไกรฤกษ์, ผู้สูงอายุ, รมว.พม., เรียกคืนเบี้ยคนชรา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190702/image_big_5d1b6a3f922b9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72806</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/07/2020 12:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/07/2020 11:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘จุติ ไกรฤกษณ์’  รมว.พม. ลงพื้นที่เยี่ยมประชาชนที่ จ.พิษณุโลก  เพื่อแก้ไขปัญหาชุมชนและผู้ที่เดือดร้อนตามนโยบายรัฐบาล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พิษณุโลก / ระหว่างวันที่ 25 &amp;ndash; 26 กรกฎาคมนี้&amp;nbsp; นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกระทรวง พม. ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนประชาชนที่จังหวัดพิษณุโลก&amp;nbsp; เพื่อแก้ไขปัญหาชุมชนและผู้ที่เดือดร้อนตามนโยบายรัฐบาล &amp;nbsp;โดยให้กำลังใจและมอบความช่วยเหลือแก่ครอบครัวที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 &amp;nbsp;เด็กนักเรียนครอบครัวยากจน&amp;nbsp; ผู้พิการ&amp;nbsp; ผู้สูงอายุ&amp;nbsp; ผู้เดือดร้อนจากปัญหาสังคม&amp;nbsp; มอบเงินสนับสนุนกองทุนสวัสดิการชุมชน 25 กองทุน&amp;nbsp; และมอบบ้านพอเพียงให้แก่ครอบครัวผู้เดือดร้อน&amp;nbsp; 5 ครอบครัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม &amp;nbsp;เวลา 13.00 น.&amp;nbsp; นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกระทรวง พม. &amp;nbsp;และนายสมชาติ&amp;nbsp; ภาระ สุวรรณ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ลงพื้นที่เยี่ยมชมกิจกรรมอบรมการฝึกอาชีพ &amp;ldquo;อาชีพใหม่ ชีวิตใหม่ หลังโควิด-19&amp;rdquo; &amp;nbsp;ที่ตำบลบ้านน้อยซุ้มขี้เหล็ก &amp;nbsp;อำเภอเนินมะปราง จังหวัดพิษณุโลก &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รมว.พม. (ขวา)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น รมว.พม.ได้นำคณะเดินทางไปยังองค์การบริหารส่วนตำบลชมพู &amp;nbsp;อำเภอเนินมะปราง เพื่อเยี่ยมชม &amp;ldquo;โครงการ พม. ออกหน่วยเคลื่อนที่บริการทางสังคม&amp;rdquo; และการบริการหน่วยเคลื่อนที่ One Stop Service สำหรับคนพิการ &amp;nbsp;มอบเงินสงเคราะห์เด็กในครอบครัวยากจน &amp;nbsp;จำนวน 50 ราย &amp;nbsp;ผู้สูงอายุในภาวะยากลำบาก จำนวน 20 ราย &amp;nbsp;เงินสงเคราะห์และฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ &amp;nbsp;จำนวน 50 ราย &amp;nbsp;ผู้ประสบปัญหาทางสังคม &amp;nbsp;จำนวน 100 ราย &amp;nbsp;พร้อมทั้งมอบเงินสนับสนุนกองทุนสวัสดิการชุมชนปี 2563 &amp;nbsp;ในจังหวัดพิษณุโลก จำนวน &amp;nbsp;25 กองทุน &amp;nbsp;รวมเป็นเงิน 5,480,918 บาท &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนในวันนี้ (26 กรกฎาคม) เวลา 09.00 น.&amp;nbsp; นายจุติ &amp;nbsp;ไกรฤกษ์ รมว.พม. &amp;nbsp;นำคณะผู้บริหารกระทรวง พม. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp; ลงพื้นที่ตำบลท่าหมื่นราม &amp;nbsp;อำเภอวังทอง &amp;nbsp;จังหวัดพิษณุโลก &amp;nbsp;เพื่อพบปะเยี่ยมเยียนประชาชน&amp;nbsp; และให้ความช่วยเหลือกลุ่มเป้าหมายที่ประสบปัญหาความเดือดร้อนทางสังคม โดยได้มอบบ้านพอเพียงชนบทจำนวน 5 หลัง สำหรับครอบครัวที่มีฐานะยากจนและประสบปัญหาความเดือดร้อนด้านที่อยู่อาศัย&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีสภาพที่อยู่อาศัยไม่มั่นคงแข็งแรง โดยได้รับเงินสนับสนุนจากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. เพื่อซ่อมแซมบ้านหลังละ 18,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รมว.พม.มอบพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวให้ผู้นำชุมชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังมอบเงินปรับปรุงสภาพบ้านผู้สูงอายุจากกรมกิจการผู้สูงอายุ (ผส.) และเงินช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาทางสังคมในกรณีฉุกเฉินจากสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดพิษณุโลก (พมจ.พิษณุโลก) &amp;nbsp;พร้อมทั้งมอบพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว &amp;nbsp;&amp;nbsp;ถุงยังชีพ &amp;nbsp;และเมล็ดพันธุ์ต้นกล้าผักสวนครัวให้กับผู้นำชุมชน 14 หมู่บ้าน &amp;nbsp;เพื่อนำไปปลูกไว้รับประทานในชุมชนตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจุติ&amp;nbsp; ไกรฤกษ์ &amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ &amp;nbsp;กล่าวว่า &amp;nbsp;เรื่องบ้านทางกระทรวง พม.อยากจะช่วยทุกคน &amp;nbsp;&amp;nbsp;แต่ก็มีกฎกติกาของชุมชนที่ต้องลงความเห็น&amp;nbsp; เพื่อช่วยเหลือบ้านที่ลำบากที่สุด ก่อนตามลำดับ &amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งโครงการนี้เป็นโครงการที่รัฐบาลได้เล็งเห็นความลำบากของพี่น้องประชาชน &amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยในขณะนี้รัฐบาลได้ไปกู้เงินเพื่อมาดูแลช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่มีรายได้น้อยกว่า 50 ล้านคน &amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อให้เงินถึงชุมชนให้มากที่สุด &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;รมว.พม.ร่วมปลูกผักสวนครัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;วันนี้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์&amp;nbsp;&amp;nbsp; พาอธิบดีแต่ละกรมมาเพื่อมารับฟังปัญหาของพี่น้องในทุกๆ&amp;nbsp; ด้าน&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp; อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ&amp;nbsp; ดูแลคนยากไร้&amp;nbsp; คนไร้ที่พึ่งที่ต้องการความช่วยเหลือ &amp;nbsp;อธิบดีกรมกิจการผู้สูงอายุ&amp;nbsp; ดูแลผู้สูงอายุทั้งประเทศ &amp;nbsp;&amp;nbsp;อธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดูแลเด็กและเยาวชนทั่วประเทศ &amp;nbsp;&amp;nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ&amp;nbsp; ดูแลคนพิการทั่วประเทศกว่า 3 ล้านคน &amp;nbsp;&amp;nbsp;และผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน &amp;nbsp;นายสมชาติ&amp;nbsp;&amp;nbsp; ภาระสุวรรณ&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดูแลเรื่องบ้านทั้งหลายทั่วประเทศ &amp;nbsp;&amp;nbsp;วันนี้เราก็มามอบบ้านพอเพียง 5 หลัง &amp;nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้พี่น้อง&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตามเป้าหมายของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ &amp;nbsp;และตามนโยบายของรัฐบาล&amp;rdquo;&amp;nbsp; รมว.พม.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คุณยายวิไล &amp;nbsp;ศรีบุญตา &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คุณยายวิไล &amp;nbsp;ศรีบุญตา &amp;nbsp;อายุ 77 ปี &amp;nbsp;บอกว่า&amp;nbsp; ดีใจที่ได้รับการซ่อมแซมบ้าน&amp;nbsp; เพราะว่าบ้านเก่าผุพังมาก &amp;nbsp;โดนมอดกิน &amp;nbsp;ตัวเองก็ไม่มีปัญญาจะซ่อม &amp;nbsp;ปกติทำอาชีพรับจ้างทั่วไป &amp;nbsp;&amp;nbsp;มีรายได้จากการเก็บมะม่วง &amp;nbsp;ห่อมะม่วง&amp;nbsp; วันละ 60-80 บาท &amp;nbsp;อยู่กับหลาน 2 คน &amp;nbsp;ปกติก็มีเงินแค่พอกินไปวันต่อวัน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขอขอบคุณทุกหน่วยงานที่เข้ามาช่วยเหลือตรงนี้ &amp;nbsp;รู้สึกดีใจและปลื้มใจจนนอนไม่หลับ &amp;nbsp;ไม่เคยคิดว่าตนเองจะได้รับโอกาสแบบนี้&amp;rdquo; คุณยายวิไลบอกความรู้สึก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ป้าวาสนา ใจจันทร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ป้าวาสนา ใจจันทร์ อายุ 57 ปี&amp;nbsp; บอกว่า&amp;nbsp; ตนเองมีอาชีพขายหมูปิ้ง &amp;nbsp;มีรายได้วันละ 300 -400 บาท &amp;nbsp;หารายได้คนเดียว &amp;nbsp;ต้องส่งลูกเรียน 2 คน &amp;nbsp;อายุ 18 ปี และ 15 &amp;nbsp;ปี&amp;nbsp; ต้องกู้ยืมเงิน กยศ. เป็นค่าเรียน&amp;nbsp; ทำให้มีรายจ่ายเยอะ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เมื่อก่อนข้างบ้านพื้นจะเป็นดินทั้งหมด &amp;nbsp;&amp;nbsp;เวลาฝนตก &amp;nbsp;น้ำจะไหลเข้าบ้าน &amp;nbsp;ต้องคอยวิดน้ำไม่ให้เข้าบ้าน&amp;nbsp; ไม่ได้หลับไม่ได้นอน &amp;nbsp;ดีใจที่มีหน่วยงานมาช่วย&amp;nbsp; มาเทปูน &amp;nbsp;มาทำกำแพงให้ &amp;nbsp;เพราะเราไม่มีเงินจะทำ &amp;nbsp;รู้สึกดีใจที่หน่วยงานเข้ามาซ่อมแซมบ้านให้ จะไม่ลืมบุญคุณเลย&amp;rdquo;&amp;nbsp; ป้าวาสนาบอก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72806</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.พิษณุโลก, จุติ ไกรฤกษณ์, รมว.พม., อาชีพใหม่ ชีวิตใหม่ หลังโควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200729/image_big_5f2101909f537.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67283</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/05/2020 16:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/05/2020 16:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บ้านมั่นคงเฮ ! ‘จุติ ไกรฤกษ์’ รมว.พม.แจง  พอช.ยืดพักชำระหนี้เพิ่มอีก 3 เดือน  ช่วยชาวบ้านสู้พิษเศรษฐกิจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;โครงการบ้านมั่นคง&amp;nbsp; ปัจจุบัน พอช.พักชำระหนี้ช่วงแรกแล้ว 3 เดือน&amp;nbsp; มีชาวบ้านที่มีรายได้น้อยได้รับประโยชน์&amp;nbsp; รวม 119,956&amp;nbsp; ครัวเรือน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;กระทรวง พม./ จุติ ไกรฤกษ์&amp;nbsp; รมว.พม. แจง พอช.ยืดพักชำระหนี้สมาชิกโครงการบ้านมั่งคงออกไปอีก 3 เดือนจากช่วงแรกเมษายน-มิถุนายน &amp;nbsp;ไปจนถึงเดือนกันยายน 2563 รวม 6 เดือน&amp;nbsp; เพื่อช่วยเหลือชาวชุมชนโครงการบ้านมั่นคงที่ใช้สินเชื่อสร้างบ้านจาก พอช.ทั่วประเทศ&amp;nbsp; 395 องค์กร&amp;nbsp; รวม 119,956&amp;nbsp; ครัวเรือน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจุติ&amp;nbsp; ไกรฤกษ์&amp;nbsp; รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ทำให้เกิดผลกระทบด้านเศรษฐกิจและรายได้ต่อประชาชนทั่วไป&amp;nbsp; โดยเฉพาะกลุ่มผู้ที่มีรายได้น้อย รัฐบาลจึงมีนโยบายให้หน่วยงานต่างๆ ออกมาตรการช่วยเหลือและลดผลกระทบด้านเศรษฐกิจต่อประชาชนทุกกลุ่มเป้าหมาย&amp;nbsp; ในส่วนของสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. ซึ่งเป็นหน่วยงานในสังกัดกระทรวง พม. &amp;nbsp;ที่ทำงานกับชุมชนและเครือข่ายชาวบ้าน ได้มีมาตรการช่วยเหลือประชาชน&amp;nbsp; โดยผ่อนผันให้สหกรณ์และสมาชิกโครงการบ้านมั่นคงทั่วประเทศที่ใช้สินเชื่อจาก พอช.&amp;nbsp; ไม่ต้องชำระเงินต้นและดอกเบี้ยให้แก่ พอช.เป็นเวลา 3 เดือน ในช่วงแรกเริ่มตั้งแต่เดือนเมษายนถึงเดือนมิถุนายน ได้บรรเทาความเดือดร้อนในช่วง 3 เดือนนี้แก่ขบวนองค์กรชุมชนเกือบ 1.2 แสนครัวเรือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจุติ&amp;nbsp; ไกรฤกษ์&amp;nbsp; รมว.พม.&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;ldquo;ล่าสุดเมื่อวานนี้ (28 พฤษภาคม 2563)&amp;nbsp; พอช.รายงานว่า&amp;nbsp; ที่ประชุมบอร์ด พอช. ได้มีการลงมติเห็นชอบการขยายระยะเวลาการพักชำระหนี้เพิ่มอีก 3 เดือนให้แก่สหกรณ์และสมาชิกโครงการบ้านมั่นคงทั่วประเทศ&amp;nbsp; จากเดิมที่จะครบกำหนดในเดือนมิถุนายนนี้&amp;nbsp; ขยายออกไปเป็นเดือนกันยายน&amp;nbsp; เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่มีรายได้น้อย&amp;nbsp; ให้ได้มีโอกาสฟื้นฟูเรื่องอาชีพและรายได้&amp;nbsp; โดยไม่ต้องชำระเงินต้นและดอกเบี้ย ทำให้มีประชาชนที่ได้รับประโยชน์ในครั้งนี้กว่า 1 แสนครัวเรือน ร่วม 5 แสนคน&amp;rdquo;&amp;nbsp; รัฐมนตรี พม.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;โดยที่ประชุมคณะกรรมการสถาบันฯ ได้พิจารณาว่า&amp;nbsp; สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 น่าจะเข้าใกล้ภาวะปกติตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2563 เป็นต้นไป อย่างไรก็ตาม มีการคาดการณ์ว่าผลกระทบทางเศรษฐกิจจะยังคงมีต่อเนื่องไปอีกประมาณ 2 ปี&amp;nbsp; โดยนอกจากมาตรการช่วยเหลือเร่งด่วนเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนซึ่งกำลังดำเนินการอยู่ &amp;nbsp;รัฐยังมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยออก พ.ร.ก.เงินกู้ &amp;nbsp;วงเงิน 1.0 ล้านล้านบาท ซึ่งมีระยะเวลาการกู้เงินที่รัฐสามารถดำเนินการได้ตามความเหมาะสมจนถึง 30 กันยายน 2564 &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;นอกจากนี้ตลอดระยะเวลา 2 เดือนที่ผ่านมา กระทรวง พม. ยังได้มีมาตรการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน เช่น โครงการ &amp;lsquo;สำรวจให้พบ&amp;nbsp; จบที่ชุมชน&amp;rsquo; นำร่อง 286 ชุมชนใน กทม. ตั้งครัวกลาง 38 ครัว จัดทำอาหารปรุงสุก จำนวน 88,025 กล่อง/ราย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พร้อมทั้งมีการมอบถุงยังชีพ &amp;nbsp;เป็นต้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;โครงการบ้านมั่นคงที่บึงบางซื่อ กรุงเทพฯ&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปัจจุบันดำเนินการทั่วประเทศแล้ว&amp;nbsp; รวม&amp;nbsp; 1,231 โครงการ&amp;nbsp; จำนวน&amp;nbsp; 112,777 ครัวเรือน&amp;nbsp; ทำให้ประชาชนที่มีรายได้น้อยมีที่อยู่อาศัยที่มั่นคง&amp;nbsp; ลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ส่วนการพักชำระหนี้โครงการบ้านมั่นคงช่วงแรก&amp;nbsp; ตั้งแต่เดือนเมษายน-มิถุนายน 2563 &amp;nbsp;สถาบันฯ ได้อนุมัติพักชำระหนี้รวมทั้งสิ้น 395 องค์กร &amp;nbsp;รวม&amp;nbsp; 119,956 ครัวเรือน &amp;nbsp;ต้นเงินคงเหลือ 4,009.77 ล้านบาท &amp;nbsp;ประมาณการดอกเบี้ยที่สถาบันฯ จะไม่ได้รับในปี 2563 รวม 37.25 ล้านบาท &amp;nbsp;&amp;nbsp;และหากขยายเวลาพักชำระหนี้ออกไปอีก 3 เดือน&amp;nbsp; ดอกเบี้ยที่สถาบันฯ จะไม่ได้รับจะเพิ่มเป็น&amp;nbsp; 74.50 ล้านบาท&amp;nbsp; หรือช่วยให้กลุ่มและองค์กรที่ใช้สินเชื่อทั่วประเทศไม่ต้องชำระดอกเบี้ยรวม 74.50 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;องค์กรที่ขอพักชำระหนี้ 395 องค์กร &amp;nbsp;คิดเป็นร้อยละ 79.48 ขององค์กรผู้ใช้สินเชื่อที่อยู่ในเกณฑ์พักชำระหนี้ได้ (497 องค์กร) โดยมีองค์กรที่ไม่ขอพักชำระหนี้ทั้งสิ้น 102 องค์กร ซึ่งเป็นสินเชื่อในโครงการบ้านมั่นคงทั้งหมด ส่วนใหญ่ใกล้ครบกำหนดสัญญาแล้วและมีเงินทุนภายในเพียงพอในการรับภาระการชำระคืนต่อสถาบันฯ &amp;nbsp;จึงไม่ขอพักชำระหนี้ตามมาตรการช่วยเหลือ และมีบางองค์กรซึ่งไม่ขอพักชำระหนี้เนื่องจากไม่ประสงค์จะปรับเปลี่ยนระบบการบริหารจัดการภายใน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;นายสมชาติ&amp;nbsp; ภาระสุวรรณ&amp;nbsp; ผอ.พอช.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมชาติ&amp;nbsp; ภาระสุวรรณ&amp;nbsp; ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ กล่าวว่า สถาบันฯ ได้สนับสนุนสินเชื่อเพื่อการพัฒนาที่อยู่อาศัยแก่องค์กรชุมชนและเครือข่ายองค์กรชุมชนมาอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ&amp;nbsp; โดยเฉพาะสินเชื่อ &amp;lsquo;โครงการบ้านมั่นคง&amp;rsquo; &amp;nbsp;ที่เริ่มดำเนินโครงการตั้งแต่ปี 2546 โดยมีเจตนารมณ์ที่จะทําให้เกิดความมั่นคงในการอยู่อาศัยและพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้มีรายได้น้อยในชุมชนเมืองและชนบท &amp;nbsp;โดยการใช้สินเชื่อที่สามารถแก้ปัญหาหรือพัฒนาตามแผนของชุมชน&amp;nbsp; นําไปสู่การสร้างความเข้มแข็ง&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยให้ประชาชนที่เดือดร้อนรวมกลุ่มกันแก้ไขปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัยในลักษณะต่างๆ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; การซื้อที่ดินเพื่อสร้างบ้านและชุมชนใหม่&amp;nbsp;&amp;nbsp; การปรับปรุงบนที่ดินเดิม ซึ่งอาจเป็นที่ดินเช่าหรือที่ดินสาธารณะที่อยู่ในการดูแลของท้องถิ่น&amp;nbsp; โดยให้สินเชื่อระยะยาว&amp;nbsp; ดอกเบี้ยต่ำ&amp;nbsp; เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ปัจจุบันโครงการบ้านมั่นคงดำเนินการไปแล้วทั่วประเทศ รวม&amp;nbsp; 1,231 โครงการ&amp;nbsp; จำนวน&amp;nbsp; 112,777 ครัวเรือน&amp;nbsp; ทำให้ประชาชนที่มีรายได้น้อยมีที่อยู่อาศัยที่มั่นคง&amp;nbsp; ลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม&amp;nbsp; และมีการพัฒนาคุณภาพชีวิตต่างๆ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ส่งเสริมอาชีพ&amp;nbsp; ปลูกผักสวนครัวเพื่อลดรายจ่าย &amp;nbsp;&amp;nbsp;มีกิจกรรมเด็กและเยาวชน&amp;nbsp; การจัดการขยะ&amp;nbsp; บำบัดน้ำเสีย&amp;nbsp; การดูแลสิ่งแวดล้อม&amp;rdquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผอ.พอช.กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67283</URL_LINK>
                <HASHTAG>บ้านมั่นคง, รมว.พม., สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช., ‘จุติ ไกรฤกษ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200529/image_big_5ed0da99bc02b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63614</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/04/2020 09:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/04/2020 15:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กระทรวง พม.จับมือกรมอนามัยเปิดศูนย์สู้ภัย Covid นำร่อง 286 ชุมชนใน กทม.  ด้าน พอช.พักหนี้บ้านมั่นคง 3 เดือน-มอบงบพัฒนาคุณภาพชีวิตคนจนเมือง 72 ล้านบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจุติ&amp;nbsp; ไกรฤกษ์&amp;nbsp; รมว.พม.เปิดศูนย์ชุมชนสู้ภัย covid-19 ที่ชุมชนรุ่งมณีพัฒนา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เขตวังทองหลาง / รมว.พม. Kick off&amp;nbsp; โครงการ &amp;lsquo;สำรวจให้พบ&amp;nbsp; จบที่ชุมชน&amp;rsquo; นำร่อง 286 ชุมชนใน กทม.&amp;nbsp; โดยบูรณาการการทำงานร่วมกับกรมอนามัย&amp;nbsp; จัดตั้งศูนย์ชุมชนสู้ภัย Covid-19&amp;nbsp; ให้ความรู้การป้องกันโรคโควิด-19 &amp;nbsp;สนับสนุนครัวกลางชุมชนเพื่อช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบด้านเศรษฐกิจ&amp;nbsp; ระยะเวลาดำเนินการ 10 วัน &amp;nbsp;เริ่ม 20-30 เมษายนนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่ พอช.หนุนชุมชนสู้ภัยเศรษฐกิจจากพิษโควิดพักชำระหนี้โครงการบ้านมั่นคงทั่วประเทศ 3 เดือน และสนับสนุนงบพัฒนาคุณภาพชีวิตคนจนเมืองและชนบท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) โดยนายจุติ &amp;nbsp;ไกรฤกษ์ &amp;nbsp;รมว.พม. ได้แต่งตั้ง &amp;lsquo;คณะทำงานขับเคลื่อนมาตรการป้องกัน &amp;nbsp;แก้ไข &amp;nbsp;และช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรนา 2019&amp;nbsp; (โควิด-19) ในชุมชน&amp;rsquo; หรือ &amp;lsquo;คปค. ชุมชน&amp;rsquo; &amp;nbsp;โดยร่วมมือกับกรมอนามัย&amp;nbsp; ด้วยการขับเคลื่อนโครงการ พม. &amp;ldquo;เราไม่ทิ้งกัน&amp;rdquo; ตามแนวคิด &amp;ldquo;สำรวจให้พบ จบที่ชุมชน&amp;rdquo; ในพื้นที่นำร่อง 286 ชุมชนในเขตกรุงเทพมหานครที่อยู่ในความดูแลของการเคหะแห่งชาติ (กคช.) และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช.&amp;nbsp; โดยจะมีการแบ่งทีมงานลงพื้นที่ &amp;nbsp;7 ทีมๆ &amp;nbsp;ละ 4 ชุมชนต่อวัน &amp;nbsp;&amp;nbsp;เริ่มตั้งแต่วันที่ 20-30 เมษายนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รมว.พม.เปิดศูนย์ประสานงานสู้ภัยโควิด-19 แห่งแรกที่วังทองหลาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในวันนี้ (19 เมษายน) &amp;nbsp;เวลา 10.00 น. นายจุติ&amp;nbsp; ไกรฤกษ์&amp;nbsp; รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ &amp;nbsp;&amp;nbsp;เป็นประธานในการเปิดกิจกรรมหรือ Kick off&amp;nbsp; โครงการ &amp;ldquo;เราไม่ทิ้งกัน&amp;rdquo; ตามแนวคิด &amp;ldquo;สำรวจให้พบ จบที่ชุมชน&amp;rdquo; ที่ชุมชนรุ่งมณีพัฒนา&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขตวังทองหลาง &amp;nbsp;&amp;nbsp;กรุงเทพฯ &amp;nbsp;เป็นชุมชนแรก &amp;nbsp;โดยมี พญ.พรรณพิมล&amp;nbsp; วิปุลากร&amp;nbsp; อธิบดีกรมอนามัย&amp;nbsp; นายสมชาติ&amp;nbsp; ภาระสุวรรณ&amp;nbsp; ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) และผู้แทนชุมชนต่างๆ ในเขตวังทองหลางจำนวน&amp;nbsp; 20 &amp;nbsp;ชุมชนเข้าร่วมงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย รมว.พม.เป็นประธานในการเปิด &amp;lsquo;ศูนย์ประสานงานวังทองหลางรวมใจสู้ภัย COVID-19&amp;rsquo; &amp;nbsp;เพื่อใช้เป็นศูนย์ประสานงานในเขตวังทองหลางซึ่งมีเครือข่ายชุมชนจำนวน 20 ชุมชน&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;การเปิดกิจกรรมหรือ Kick off โครงการ &amp;lsquo;พักหนี้บ้านมั่นคงทั่วประเทศระยะเวลา 3 &amp;nbsp;เดือน&amp;rsquo; &amp;nbsp;มอบงบประมาณโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้มีรายได้น้อยในเมือง&amp;nbsp; รวม 300&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมือง&amp;nbsp; งบประมาณรวม&amp;nbsp; 72 ล้านบาท&amp;nbsp;&amp;nbsp; มอบงบประมาณสนับสนุนการจัดทำครัวกลางจำนวน 300,000 บาท&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังมอบเมล็ดพันธุ์ผักและพันธุ์ปลาให้แก่ผู้แทนชุมชนด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รมว.พม.มอบงบประมาณสนับสนุนชุมชนสู้ภัย COVID&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจุติ&amp;nbsp; ไกรฤกษ์&amp;nbsp; รมว.พม.กล่าวว่า&amp;nbsp; โครงการ &amp;lsquo;พม.ไม่ทิ้งกัน&amp;rsquo; เป็นการทำตามนโยบายของรัฐบาลในการทำงานเชิงรุกเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อไวรัส COVID-19&amp;nbsp; โดยกระทรวง พม.ได้บูรณาการการทำงานร่วมกันกับกรมอนามัย&amp;nbsp; กระทรวงสาธารณสุข&amp;nbsp; เริ่มในพื้นที่กรุงเทพมหานครก่อน&amp;nbsp; เนื่องจากเป็นเมืองที่มีชุมชนหนาแน่น&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยเฉพาะในพื้นที่ชุมชนของการเคหะแห่งชาติ&amp;nbsp; และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยกระทรวง พม.จะร่วมกับกรมอนามัยลงไปในพื้นที่ชุมชนต่างๆ รวม&amp;nbsp; 286 ชุมชน&amp;nbsp; เพื่อป้องกันโรค COVID&amp;nbsp; และรับฟังปัญหาของประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขอให้พี่น้องประชาชนมั่นใจว่ารัฐบาลจะทำอย่างเต็มที่เพื่อช่วยเหลือพี่น้อง&amp;nbsp; จะไม่ปล่อยให้คนไทยตายโดยไม่ได้ป้องกัน&amp;nbsp; รัฐบาลจึงต้องเอาเงินจากทุกกระทรวงมาช่วยเหลือประชาชนก่อน&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังมีการพักชำระหนี้&amp;nbsp; การนำอาหารไปให้ชุมชน&amp;nbsp; หรือไปช่วยเหลือตามความต้องการของชุมชนว่าต้องการให้รัฐช่วยเหลือเรื่องอะไรบ้าง&amp;nbsp; และเงินที่ได้รับจากการบริจาคหรือสิ่งของจากภาคเอกชนจะลงไปให้ถึงมือของประชาชนทุกคน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะเดียวกันประชาชนก็จะต้องร่วมมือกันเพื่อต่อสู้กับโควิด&amp;nbsp; และต้องเตรียมความพร้อม&amp;nbsp; ป้องกันตัวเองไม่ให้ติดเชื้อ&amp;nbsp; เพราะขณะนี้ยังไม่มีวัคซีนป้องกันโรค&amp;nbsp; ถ้าเร็วที่สุดอาจจะเป็นต้นปีหน้าที่จะผลิตวัคซีนออกมาได้&amp;nbsp; ดังนั้นจึงต้องรักษาชีวิต&amp;nbsp; รักษาครอบครัวเอาไว้ก่อน&amp;nbsp; เพราะชีวิตคนสำคัญที่สุด&amp;rdquo;&amp;nbsp; รมว.พม.กล่าว&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พญ.พรรณพิมล&amp;nbsp; วิปุลากร&amp;nbsp; อธิบดีกรมอนามัย&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; ในช่วง 10&amp;nbsp;&amp;nbsp; วันนี้กรมอนามัยจะลงพื้นที่ในชุมชนต่างๆ ร่วมกับกระทรวง พม. เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อ COVID-19 โดยนำอุปกรณ์การล้างมือไปให้ชุมชน&amp;nbsp; สอนการล้างมืออย่างถูกต้อง&amp;nbsp; 7 ขั้นตอนเพื่อไม่ให้ติดเชื้อ&amp;nbsp;&amp;nbsp; การใช้หน้ากากอนามัย &amp;nbsp;ฯลฯ&amp;nbsp; &amp;nbsp;และต้องทำอย่างต่อเนื่องระยะยาว&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;และที่สำคัญก็คือการเว้นระยะห่าง&amp;nbsp; เพื่อให้ห่างจากเชื้อโรค&amp;nbsp; เพราะเชื้อโรคไปไหนไม่ได้&amp;nbsp; หากเราไม่พาไป&amp;nbsp; ซึ่งกรมอนามัยจะเข้าไปดูในชุมชนต่างๆ&amp;nbsp; ว่าจะออกแบบระยะห่างได้อย่างไร&amp;nbsp; และทำอย่างไรเพื่อให้เกิดความปลอดภัยแก่ทุกคน&amp;nbsp; โดยเฉพาะผู้สูงอายุ&amp;nbsp; ผู้ป่วยติดเตียงในชุมชนที่เป็นกลุ่มเสี่ยงที่จะติดเชื้อจากคนในครอบครัว&amp;nbsp; ดังนั้นคนในครอบครัวที่ออกไปข้างนอกจะต้องระมัดระวังไม่ให้นำเชื้อเข้ามา&amp;nbsp; โดยจะต้องร่วมกับชุมชนและภาคประชาสังคมในการป้องกันโรค&amp;rdquo;&amp;nbsp; อธิบดีกรมอนามัยกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่กรมอนามัยสาธิตการล้างมืออย่างถูกวิธี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แผนชุมชนเครือข่ายวังทองหลางสู้ภัย COVID&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมบูรณ์&amp;nbsp; จันทร์ชัย&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประธานสภาองค์กรชุมชนเขตวังทองหลาง&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; เครือข่ายสภาองค์กรชุมชนเขตวังทองหลางมีสมาชิกทั้งหมด 20 ชุมชน&amp;nbsp; ประมาณ 5,200 ครอบครัว&amp;nbsp; และมีผู้ได้รับผลกระทบด้านเศรษฐกิจ&amp;nbsp; ต้องตกงาน&amp;nbsp; หรือมีรายได้น้อยลง&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; วินมอเตอร์ไซค์&amp;nbsp; ขับรถแท็กซี่&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; ประมาณ 3,000&amp;nbsp; คน&amp;nbsp; ซึ่งในช่วงสถานการณ์ COVID-19 นี้&amp;nbsp; เครือข่ายฯ ได้จัดตั้งศูนย์ประสานงานขึ้นมา&amp;nbsp; เพื่อให้ความช่วยเหลือแก่พี่น้องในด้านต่างๆ&amp;nbsp; รวมทั้งป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรค&amp;nbsp; โดยมีแผนต่างๆ ดังนี้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;1.แผนระยะสั้น&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำรวจข้อมูลกลุ่มผู้เดือดร้อนและผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ ในระดับชุมชน &amp;nbsp;ส่งเสริมให้สมาชิกชุมชนมีความรู้เท่าทัน &amp;nbsp;เข้าถึงระบบการดูแลจากภาครัฐได้อย่างทั่วถึง&amp;nbsp; ประสานงานจัดหาเครื่องมือป้องกันโรคจากภาคีทุกภาคส่วน &amp;nbsp;&amp;nbsp;การเตรียมและแจกข้าวสารอาหารแห้ง &amp;nbsp;การจัดทำครัวกลาง (เดือนละ 2 ครั้ง)&amp;nbsp; เตรียมพื้นที่รองรับและช่วยเหลือกลุ่มผู้เดือดร้อน พร้อมฝึกอบรมการจัดทำเจลล้างมือ &amp;nbsp;หน้ากากอนามัยให้กับผู้แทนชุมชนแต่ละชุมชน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ครัวกลางในชุมชนทำอาหารแจกผู้ได้รับผลกระทบ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;2.แผนระยะกลาง &amp;nbsp;ส่งเสริมการปลูกผักสวนครัวในระดับครัวเรือน &amp;nbsp;และพื้นที่ส่วนกลาง &amp;nbsp;&amp;nbsp;มีแปลงปลูกผักขนาด&amp;nbsp; 400 ตารางวา&amp;nbsp; (อีก 15 วันเก็บเกี่ยวได้)&amp;nbsp; และบ่อเลี้ยงปลา&amp;nbsp; โดยจะพัฒนาให้เป็นแหล่งอาหารในระดับชุมชนและเมือง &amp;nbsp;สามารถเป็นแหล่งสร้างงาน&amp;nbsp; สร้างรายได้ให้กับผู้ที่ตกงานหรือได้รับผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;3. แผนระยะยาว&amp;nbsp; มีการเชื่อมโยงระบบกองทุนระดับเมือง &amp;nbsp;มีกองทุนสวัสดิการชุมชน&amp;nbsp; สถาบันการเงินชุมชน ฯลฯ เพื่อให้เกิดทุนภายในการแก้ปัญหาของชุมชนด้านต่างๆ &amp;nbsp;&amp;nbsp;รวมถึงการพัฒนาศูนย์ประสานงานของเครือข่ายชุมชนในเมืองให้เกิดการประสานงานร่วมกับหน่วยงานและภาคีอย่างเป็นระบบ &amp;nbsp;&amp;nbsp;นำไปสู่การขยายผลในพื้นที่อื่นๆ ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ &amp;lsquo;ชุมชนรุ่งมณีพัฒนา&amp;rsquo; &amp;nbsp;ถือเป็นชุมชนนำร่องที่จัดทำโครงการ &amp;lsquo;ชุมชนปลอดภัยห่างไกลโควิด-19 ด้วยหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&amp;rsquo; &amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยมีหน่วยงานต่างๆ ร่วมสนับสนุน&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีกิจกรรมต่างๆ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; การประกาศเป็นชุมชนปลอดภัยห่างไกลโควิด-19 &amp;nbsp;ด้วยหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง &amp;nbsp;&amp;nbsp;มีการปลูกผักสวนครัว&amp;nbsp; เลี้ยงปลา&amp;nbsp; สร้างครัวกลาง&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พอช.หนุนชุมชนสู้ภัยเศรษฐกิจพักหนี้บ้านมั่นคง 3 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมชาติ&amp;nbsp; ภาระสุวรรณ&amp;nbsp; ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; จากผลกระทบด้านเศรษฐกิจอันเนื่องมาจากมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัส &amp;nbsp;&amp;nbsp;รัฐบาลมีมาตรการปิดสถานที่ที่อาจเป็นแหล่งแพร่เชื้อโรค&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ห้างสรรพสินค้า&amp;nbsp; สถานบริการต่างๆ&amp;nbsp; ทำให้ประชาชนได้รับผลกระทบ&amp;nbsp; ต้องปิดงาน&amp;nbsp; ขาดรายได้&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ จึงมีมาตรการพักชำระหนี้ให้แก่องค์กรชุมชนที่ใช้สินเชื่อจาก พอช.&amp;nbsp; โดยไม่ต้องชำระเงินต้น &amp;nbsp;ดอกเบี้ย &amp;nbsp;และไม่คิดดอกเบี้ยในระยะเวลา 3 เดือน &amp;nbsp;&amp;nbsp;เริ่มตั้งแต่เดือนเมษายน-มิถุนายนนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยมีองค์กรชุมชนที่ใช้สินเชื่อประมาณ 500 องค์กรทั่วประเทศ&amp;nbsp; มีสมาชิกประมาณ 50,000 ครัวเรือน &amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสินเชื่อด้านที่อยู่อาศัยตามโครงการ &amp;lsquo;บ้านมั่นคง&amp;rsquo; &amp;nbsp;วงเงินดอกเบี้ยที่ลดลงรวมประมาณ 42 ล้านบาท&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งชุมชนรุ่งมณีพัฒนาก็เป็นหนึ่งในชุมชนที่ได้รับการพักชำระหนี้ด้วย&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับเครือข่ายชุมชนเขตวังทองหลาง&amp;nbsp; มีโครงการบ้านมั่นคงที่ขอพักชำระหนี้ 3 เดือน (เมษายน-มิถุนายน 2563) กับสถาบันฯ &amp;nbsp;จำนวน 4 องค์กร &amp;nbsp;คือ &amp;nbsp;1.สหกรณ์เคหสถานบ้านมั่นคงชุมชนรุ่งมณี จำกัด &amp;nbsp;&amp;nbsp;2.กลุ่มออมทรัพย์ชุมชนทรัพย์สินเก่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.กลุ่มออมทรัพย์บ้านมั่นคงชุมชนน้อมเกล้า และ 4. กลุ่มออมทรัพย์ชุมชนร่วมสามัคคี &amp;nbsp;มีสมาชิกรวมทั้งหมด &amp;nbsp;390 ราย ยอดเงินต้นคงเหลือรวมทั้งสิ้น 1,629,480 บาท &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บ้านมั่นคงชุมชนรุ่งมณีพัฒนา &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โครงการ &amp;lsquo;บ้านมั่นคง&amp;rsquo;&amp;nbsp; เป็นโครงการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยของประชาชนที่มีรายได้น้อยทั่วประเทศ&amp;nbsp; ทั้งในเมืองและชนบท&amp;nbsp; โดยชาวชุมชนที่มีความเดือดร้อนด้านที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; ไม่มีความมั่นคงในที่ดิน&amp;nbsp;&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; เช่าที่ดิน&amp;nbsp; ปลูกสร้างบ้านในที่ดินของรัฐหรือเอกชน&amp;nbsp; รวมตัวกันแก้ไขปัญหาและบริหารงานในรูปแบบของสหกรณ์&amp;nbsp; โดยการซื้อที่ดินหรือเช่าอย่างถูกต้อง&amp;nbsp; หรือปรับปรุงบ้านในที่ดินเดิม&amp;nbsp; เพื่อให้มีความมั่นคงในที่ดินและที่อยู่อาศัย &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย พอช. สนับสนุนงบประมาณและสินเชื่อระยะยาวให้แก่กลุ่ม&amp;nbsp; องค์กร&amp;nbsp; หรือสหกรณ์ที่ชาวชุมชนจัดตั้งขึ้นมา&amp;nbsp; แล้วผ่อนชำระคืนเป็นรายเดือนให้แก่ พอช.&amp;nbsp; เริ่มดำเนินโครงการบ้านมั่นคงตั้งแต่ปี 2546&amp;nbsp; ปัจจุบันดำเนินการไปแล้วทั่วประเทศ รวม&amp;nbsp; 1,231 โครงการ&amp;nbsp; จำนวน&amp;nbsp; 112,777 ครัวเรือน&amp;nbsp; ทำให้ประชาชนที่มีรายได้น้อยมีที่อยู่อาศัยที่มั่นคง&amp;nbsp; ลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม&amp;nbsp; และมีการพัฒนาคุณภาพชีวิตต่างๆ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ส่งเสริมอาชีพ&amp;nbsp; ปลูกผักสวนครัว&amp;nbsp; กิจกรรมเด็ก&amp;nbsp; การจัดการขยะ&amp;nbsp; บำบัดน้ำเสีย&amp;nbsp; การดูแลสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สนับสนุนการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนจนเมือง 72 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และเปิดตลาดขายสินค้าชุมชนทางออนไลน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมชาติกล่าวด้วยว่า&amp;nbsp; นอกจากนี้ พอช.ยังมี &amp;lsquo;โครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้มีรายได้น้อยในชุมชนเมืองและชนบท&amp;rsquo; ในช่วงสถานการณ์ไวรัสโควิด งบประมาณรวม 144 ล้านบาท&amp;nbsp;&amp;nbsp; แยกเป็นชุมชนเมือง 72 ล้านบาท&amp;nbsp; และชนบท 72 ล้านบาท&amp;nbsp; เฉพาะโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตชุมชนเมือง &amp;nbsp;มีเป้าหมายเครือข่ายชุมชนเมือง 317 เครือข่าย/เมือง &amp;nbsp;รวมทั้งชุมชนเดี่ยวที่ยังไม่มีเครือข่าย&amp;nbsp; เครือข่ายชุมชนริมคลอง&amp;nbsp; เครือข่ายสลัมสี่ภาค&amp;nbsp; และศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตคนไร้บ้าน 5 ศูนย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การทำครัวกลางของกลุ่มคนไร้บ้านศูนย์สุวิทย์วัดหนู&amp;nbsp; กรุงเทพฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;โดย พอช.จะสนับสนุนงบประมาณโครงการละ 30,000 - 300,000 บาท &amp;nbsp;เน้นเครือข่ายชุมชน&amp;nbsp; ทั้งที่ทำโครงการบ้านมั่นคงและชุมชนรายได้น้อยอื่นๆ ในเมือง&amp;nbsp; เพื่อให้เกิดการทำงานเชื่อมโยงกัน&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีการสำรวจข้อมูลชุมชน &amp;nbsp;วางแผนการพัฒนาคุณภาพชีวิตทั้งกรณีเฉพาะหน้า และระยะยาว&amp;nbsp; เช่น &amp;nbsp;การทำครัวกลาง &amp;nbsp;จัดเตรียมข้าวสาร&amp;nbsp; อาหารแห้ง&amp;nbsp;&amp;nbsp; การปลูกผักสวนครัว &amp;nbsp;การปรับหรือพัฒนาทักษะอาชีพ&amp;nbsp; การจัดตั้งหรือฟื้นฟูกองทุนชุมชน&amp;nbsp; การเชื่อมโยงสินค้าชนบทสู่เมือง&amp;rdquo; &amp;nbsp;ผอ.พอช.ยกตัวอย่างโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนจนเมือง&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ พอช.ได้เปิดตลาดนัดออนไลน์เพื่อให้พี่น้ององค์กรชุมชนต่างๆ ทั่วประเทศเข้ามาขายสินค้าทางออนไลน์ในช่วงเศรษฐกิจตกต่ำ &amp;nbsp;และเกษตรกรบางกลุ่มมีปัญหาส่งสินค้าไปจำหน่ายในตลาดต่างประเทศไม่ได้ในช่วงสถานการณ์โควิด-19&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยใช้ facebook&amp;nbsp; ตลาดนัดองค์กรชุมชน&amp;nbsp; มีสินค้าจากเหนือจรดใต้&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ปลาแห้ง&amp;nbsp; ส้มไข่ปลาจากลุ่มน้ำโขง จ.บึงกาฬ&amp;nbsp; ก๋วยจั๊บสำเร็จรูปจาก จ.อำนาจเจริญ&amp;nbsp; มะม่วงสุกมหาชนกจาก จ.กาฬสินธุ์&amp;nbsp; มะม่วงน้ำดอกไม้สีทองจาก จ.พิษณุโลก&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้าวสาร&amp;nbsp; อาหารแห้ง&amp;nbsp; จาก ต.หนองสาหร่าย&amp;nbsp; จ.กาญจนบุรี&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปลาเค็มจากมหาวิทยาลัยบ้านนอก&amp;nbsp; จ.ระยอง&amp;nbsp; น้ำบูดูสายบุรี&amp;nbsp; จ.ปัตตานี&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผักและผลไม้ปลอดสารเคมีจากสหกรณ์การเกษตรอินทรีย์ปราจีนบุรี&amp;nbsp;&amp;nbsp; สินค้าชุมชนจาก อ.หนองม่วง&amp;nbsp; จ.ลพบุรี&amp;nbsp;&amp;nbsp; และอื่นๆ อีกมากมาย &amp;nbsp;&amp;nbsp;ผู้ที่สนใจสามารถเข้าไปดูสินค้าได้ที่ facebook&amp;nbsp; ตลาดนัดองค์กรชุมชน&amp;nbsp; และสั่งซื้อสินค้าจากผู้ผลิตได้โดยตรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เฟสบุคส์ตลาดนัดองค์กรชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63614</URL_LINK>
                <HASHTAG>covid-19, กรมอนามัย, จุติ  ไกรฤกษ์, รมว.พม., ศูนย์ชุมชนสู้ภัย, สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ ‘พอช.’</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200419/image_big_5e9c0d51313ba.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56784</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/02/2020 11:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/02/2020 11:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จุติ&#039;มอบเงินเยียวยาเหยื่อเหตุกราดยิง พร้อมส่งเจ้าหน้าที่พม.เร่งดูแล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ก.พ. 63 &amp;ndash; นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) โพสต์เฟซบุ๊กว่า &amp;ldquo;เช้าวันนี้เดินทางไปเยี่ยมและให้กำลังใจ คุณอาทิตยา (ท้อง 8 เดือน) หนึ่งในผู้ถูกยิงที่รถ จากเหตุกราดยิงกลางเมืองโคราช แต่โชคดีที่ไม่ได้รับผู้บาดเจ็บ พร้อมมอบของและเงินช่วยเหลือ&amp;rdquo; นอกจากนี้ในช่วงค่ำวันที่ 9 ก.พ.ที่ผ่านมา นายจุติได้เดินทางไปเยี่ยมภรรยาพร้อมให้กำลังใจลูกสาว ร.อ.ศิริวิวัฒน์ แสงประสิทธิ์ ผบ.ร้อย.ทพ.4914 ที่ถูกยิงเสียชีวิตจากเหตุการณ์กราดยิงระหว่างขับรถบนถนน ที่โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจุติ เปิดเผยว่า นายกฯ ได้กำชับให้กระทรวง พม. ดูแลผู้ประสบภัยทุกคน โดยเน้นย้ำว่าให้ความช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว และมอบเงินค่าเยียวยาผู้ประสบเหตุในเบื้องต้น และกำชับด้วยว่าระหว่างการพักฟื้นตัวนั้น หากมีปัญหาติดขัดอะไรให้แจ้งมาที่ พมจ. หรือ กระทรวง พม. ได้ โดยตนได้ให้เบอร์ติดต่อส่วนตัวไว้ หากมีปัญหาในเรื่องการทำงาน หรือเรื่องใดก็ตาม เราพร้อมจะช่วยเหลือ ทั้งนี้ขอเชิญชวนพี่น้องทุกท่าน ช่วยกันเยียวยาบำบัดจิตใจ ร่วมกันส่งกำลังใจให้กับผู้ที่เสียชีวิตและผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์นี้ โดยกระทรวง พม. ได้ส่งเจ้าหน้าที่กระจายไปติดตามดุแลผู้ที่ป่วยและผู้ที่เดินทางกลับบ้านแล้ว รวมถึงนักจิตวิทยาและกรมสุขภาพจิตได้ส่งเจ้าหน้าที่มาร่วมกันดูแลในกรณีนี้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผู้ที่เสียชีวิตเรามีระบบสวัสดิการของรัฐบาลดูแล ซึ่งจะได้รับเงินช่วยเหลือครอบครัวละประมาณ 160,000 บาท รวมถึงดูแลเรื่องทายาทของพวกเขา และหาอาชีพให้กับครอบครัว พวกเรามีความเศร้าโศกและเสียใจกันทุกคน ขอให้เข้มแข็งช่วยกันประคับประคองคนไทยไปด้วยกัน ตนเชื่อว่าเราจะฟันฝ่าภัยที่กระทบกระเทือนจิตใจตรงนี้ไปได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56784</URL_LINK>
                <HASHTAG>จุติ ไกรฤกษ์, จ่าคลั่ง, นครราชสีมา, รมว.พม., เยียวยา, เหตุกราดยิงโคราช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200210/image_big_5e40e04db32b4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46347</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/09/2019 19:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/09/2019 18:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘สากล ม่วงศิริ’ ผู้ช่วย รมว.พม.และ ผอ.พอช.เยี่ยมผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่ จ.อุบลราชธานี  พร้อมเตรียมเคลื่อนแผนระบบการป้องกันภัยพิบัติชุมชนอย่างยั่งยืน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อุบลราชธานี/ นายสากล&amp;nbsp; ม่วงศิริ&amp;nbsp; ผู้ช่วย รมว.พม.และนายสมชาติ&amp;nbsp; ภาระสุวรรณ&amp;nbsp; ผอ.พอช.ลงพื้นที่เยี่ยมผู้ประสบภัยและมอบถุงยังชีพให้ชาวบ้านที่ประสบภัยน้ำท่วม&amp;nbsp; พร้อมเตรียมขับเคลื่อนแผนร่วมกับขบวนองค์กรชุมชน&amp;nbsp; หน่วยงานภาครัฐ&amp;nbsp; และเอกชน&amp;nbsp; โดยจัดทำแผนระยะเร่งด่วน&amp;nbsp; ระยะกลาง&amp;nbsp; และการสร้างระบบการป้องกันภัยพิบัติชุมชนอย่างยั่งยืน&amp;nbsp; เพื่อให้ชุมชนเตรียมรับมือภัยพิบัติทุกด้านได้อย่างรวดเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันอาทิตย์ (22 กันยายน) &amp;nbsp;นายสากล ม่วงศิริ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)&amp;nbsp; และคณะ&amp;nbsp; พร้อมด้วยนายสมชาติ ภาระสุวรรณ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(องค์การมหาชน) ลงพื้นที่เยี่ยมและมอบถุงยังชีพเพื่อเป็นการสร้างขวัญกำลังใจให้แก่ผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่ศูนย์พักพิงผู้ประสบภัยวัดแสนสำราญ อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสากล&amp;nbsp; ม่วงศิริ (ที่ 2 จากขวา)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสากล ม่วงศิริ &amp;nbsp;&amp;nbsp;ผู้ช่วย รมว.พม. กล่าวว่า ในส่วนการช่วยเหลือของกระทรวง พม. นั้น&amp;nbsp; ได้มีการส่งเจ้าหน้าที่ออกสำรวจจำนวนผู้ประสบภัยที่ได้รับความเดือดร้อนในครั้งนี้ &amp;nbsp;&amp;nbsp;พร้อมจัดตั้งศูนย์เพื่อรับแจ้งความช่วยเหลือจากพี่น้องประชาชน &amp;nbsp;&amp;nbsp;ส่วนทางด้าน พอช.ได้จัดตั้งศูนย์ประสานงานเครือข่ายภัยพิบัติภาคประชาชนจังหวัดอุบลราชธานี &amp;nbsp;เพื่อบริหารจัดการสิ่งของที่ได้รับบริจาคให้ถึงมือของผู้เดือดร้อนอย่างทั่วถึง&amp;nbsp; และทำโรงครัวเพื่อเลี้ยงอาหารให้กับผู้ที่อาศัยอยู่ในศูนย์พักพิงผู้ประสบภัยน้ำท่วม &amp;nbsp;2&amp;nbsp; ศูนย์คือ &amp;nbsp;ศูนย์วัดแสนสำราญ &amp;nbsp;อำเภอวารินชำราบ&amp;nbsp; และศูนย์วัดกุดคูณ &amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;&amp;nbsp; จ.อุบลราชธานี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากนั้นนายสากล &amp;nbsp;ม่วงศิริ &amp;nbsp;ได้มอบถุงยังชีพให้กับประชาชนผู้ได้รับความเดือดร้อน &amp;nbsp;จำนวน 300 ถุง &amp;nbsp;นายสมชาติ ภาระสุวรรณ &amp;nbsp;ผอ.พอช.&amp;nbsp; มอบงบประมาณในการจัดตั้งศูนย์ฯ &amp;nbsp;เพื่อจัดกระบวนการฟื้นฟูชุมชนผู้ประสบภัยหลังน้ำลด จำนวน &amp;nbsp;80,000&amp;nbsp; บาท &amp;nbsp;และมอบงบประมาณสมทบการจัดตั้งโรงครัวกลางให้แก่เครือข่ายภัยพิบัติเมืองวารินชำราบจำนวน 100,000&amp;nbsp; บาท&amp;nbsp;&amp;nbsp; พร้อมกับเดินเยี่ยมให้กำลังใจแก่ประชาชนในศูนย์พักพิงฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมชาติ ภาระสุวรรณ &amp;nbsp;กล่าวว่า &amp;nbsp;สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(องค์การมหาชน) หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo; ร่วมกับขบวนองค์กรชุมชนและภาคีเครือข่ายวางแผนงานเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยน่ำท่วม&amp;nbsp; ดังนี้&amp;nbsp; 1. แผนระยะเร่งด่วน คือ &amp;nbsp;จัดตั้ง &amp;lsquo;ศูนย์ประสานงานเครือข่ายภัยพิบัติภาคประชาชนจังหวัดอุบลราชธานี&amp;rsquo; &amp;nbsp;เพื่อการจัดการในช่วงเผชิญเหตุน้ำท่วม&amp;nbsp; เป็นการ สนับสนุนให้ชุมชนได้มีบทบาทสำคัญในการแก้ปัญหาของตัวเองร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ทั้งภาครัฐเอกชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ภารกิจของศูนย์ &amp;nbsp;คือ &amp;nbsp;อพยพประชาชนในพื้นที่ไปในพื้นที่ที่ปลอดภัย &amp;nbsp;จัดระเบียบการอยู่ร่วมกันในช่วงอยู่ในศูนย์ฯ ประสานขอความร่วมมือกับองค์กรช่วยเหลือต่างๆ รับบริจาคสิ่งของช่วยประชาชน &amp;nbsp;จัดระบบเวรยามดูแลทรัพย์สินในพื้นที่น้ำท่วม &amp;nbsp;และจัดตั้งโรงครัวเพื่อประกอบอาหารให้กับผู้ประสบภัยทั้งในศูนย์และนอกศูนย์ เป็นต้น&amp;rdquo;&amp;nbsp; ผอ.พอช.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมชาติ&amp;nbsp; ภาระสุวรรณ มอบน้ำดื่มให้ชาวบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระยะที่ 2 &amp;nbsp;หรือการฟื้นฟูหลังน้ำลด ซึ่งเป็นช่วงน้ำลดแล้ว และประชาชนต้องอพยพกลับบ้าน&amp;nbsp; แต่ผลกระทบจากน้ำท่วมอาจจะทำให้ประชาชนเข้าไปอยู่อาศัยในบ้านเรือนไม่ได้&amp;nbsp; หรือยังไม่มีความปลอดภัย&amp;nbsp; หรือมีปัญหาในด้านสิ่งอำนวยความสะดวกน้ำ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; น้ำประปา ไฟฟ้า &amp;nbsp;ในระยะนี้จึงต้องสำรวจข้อมูลชุมชนในทุกๆ ด้านเพื่อประเมินความเสียหายในด้านต่างๆ ทั้งตัวอาคารบ้านเรือน &amp;nbsp;โครงสร้างพื้นฐาน &amp;nbsp;การประกอบอาชีพ &amp;nbsp;ด้านสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp; และภูมินิเวศน์ชุมชน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากนั้นจะมีกระบวนวิเคราะห์-สังเคราะห์ร่วมกัน&amp;nbsp; ทั้งในส่วนของชุมชนและหน่วยงานภาคีต่างๆ การจัดทำแผนพัฒนาชุมชนในทุกด้านๆ &amp;nbsp;และการปฏิบัติการพัฒนาและฟื้นฟูชุมชน &amp;nbsp;ซ่อมแซมที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; โดยการสร้างการมีส่วนจากทุกภาคส่วน&amp;nbsp; ทั้งรัฐและเอกชน การพัฒนาอาชีพ &amp;nbsp;การฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานในชุมชน &amp;nbsp;การปรับภูมิทัศน์และสิ่งแวดล้อมชุมชน และการออกแบบผังชุมชนให้เกิดความปลอดภัยในการอยู่อาศัยระยะยาว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระยะที่ 3 การสร้างระบบการป้องกันภัยพิบัติชุมชนอย่างยั่งยืน&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยการจัดตั้ง &amp;lsquo;ศูนย์ภัยพิบัติอย่างยั่งยืน&amp;rsquo; &amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยการสนับสนุนให้ชุมชนมีความสามารถในการบริหารจัดการปัญหาด้านภัยพิบัติในทุกๆ ด้าน&amp;nbsp; เพื่อลดความเสี่ยง &amp;nbsp;การสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน &amp;nbsp;&amp;nbsp;ทำให้เกิดความรวดเร็วคล่องตัวในการแก้ปัญหาประชาชน &amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp; การอพยพ &amp;nbsp;การจัดตั้งศูนย์พักพิงที่ปลอดภัย การดูแลความปลอดภัย การช่วยเหลือบรรเทาเบื้องต้น &amp;nbsp;และการสร้างระบบการสื่อสารข้อมูลที่แม่นยำรวดเร็วเข้าถึงจุดผู้เดือดร้อนได้รวดเร็วมีประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับสถานการณ์ระดับน้ำในแม่น้ำมูล &amp;nbsp;&amp;nbsp;ขณะนี้ลดระดับลงโดยเฉลี่ย 10 เซนติเมตรต่อวัน &amp;nbsp;โดยภาพรวมสถานการณ์น้ำท่วมในขณะนี้เริ่มคลี่คลายลง&amp;nbsp; ยังคงเหลือปริมาณน้ำท่วมในพื้นที่ลุ่มต่ำ &amp;nbsp;แอ่งน้ำ &amp;nbsp;ที่น้ำไม่สามารถระบายน้ำออกได้ &amp;nbsp;ประชาชนยังไม่สามารถย้ายกลับเข้าไปอยู่ในบ้านเรือนได้ &amp;nbsp;คาดว่าน้ำแห้งภายในเวลาไม่ต่ำกว่า 20 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46347</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถุงยังชีพ, นายสากล  ม่วงศิริ, ผอ.พอช., ผู้ประสบภัย, รมว.พม., สมชาติ  ภาระสุวรรณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190922/image_big_5d876425791c2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45533</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/09/2019 16:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/09/2019 16:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พอช.จับมือขบวนองค์กรชุมชนทั่วประเทศเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ตั้งเป้าปี 2563 จัดทำแผนธุรกิจเพื่อชุมชน 500   กลุ่ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; กรุงเทพฯ/ พอช.จับมือขบวนองค์กรชุมชนทั่วประเทศขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก&amp;nbsp; เป้าหมายชุมชน &amp;lsquo;กินอิ่ม&amp;nbsp; นอนอุ่น&amp;nbsp; ทุนมี&amp;nbsp; หนี้ลด&amp;rsquo;&amp;nbsp; ใช้ 9 กระบวนการจัดทำแผนธุรกิจเพื่อชุมชน&amp;nbsp; ใช้จุดเด่นของชุมชนสร้างแบนด์หรือผลิตภัณฑ์ของตนเองขึ้นมา&amp;nbsp; ตั้งเป้าปี 2563 สนับสนุนชุมชนทั่วประเทศจัดทำแผนธุรกิจ 500 กลุ่ม&amp;nbsp; ด้านกลุ่มวิสาหกิจเกาะลิบง จ.ตรัง เตรียมนำของดีชุมชน &amp;lsquo;ปลิงกามาต&amp;rsquo; บรรจุแคปซูลเพิ่มมูลค่า ก.ก.ละ 35,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ระหว่างวันที่ 11-12 &amp;nbsp;กันยายนนี้ &amp;nbsp;สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ร่วมกับเครือข่ายขบวนองค์กรชุมชนจัดงาน &amp;ldquo;เวทีสรุปผลการดำเนินงานเศรษฐกิจและทุนชุมชน แผนธุรกิจเพื่อชุมชน คานงัดการพัฒนาที่ยั่งยืน&amp;rdquo; ที่โรงแรมทาวน์อินทาวน์&amp;nbsp; เขตวังทองหลาง&amp;nbsp; กรุงเทพฯ &amp;nbsp;มีกิจกรรมต่างๆ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; เวทีเสวนาแลกเปลี่ยนประสบการณ์-พื้นที่รูปธรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและทุนชุมชน ฯลฯ &amp;nbsp;โดยมีนายสากล &amp;nbsp;ม่วงศิริ &amp;nbsp;ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เป็นประธานในการเปิดงาน&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีผู้แทนชุมชนที่ทำโครงการเศรษฐกิจและทุนชุมชนจาก 5 ภาคเข้าร่วมงานประมาณ&amp;nbsp; 120 คน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;นายสากล&amp;nbsp; ม่วงศิริ&amp;nbsp; ผู้ช่วย รมว.พม. (ขวาสุด) เยี่ยมชมผลิตภัณฑ์ชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; นายสากล&amp;nbsp; ม่วงศิริ&amp;nbsp; ผู้ช่วย รมว.พม.&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; รัฐบาลตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก โดยได้กำหนดไว้ในแผนยุทธศาสตร์ชาติ &amp;nbsp;เพราะเศรษฐกิจฐานรากเป็นเสาหลักความมั่นคงของประเทศ &amp;nbsp;มีเป้าหมายเพื่อเร่งช่วยเหลือประชาชนกลุ่มเศรษฐกิจฐานรากที่มีรายได้ไม่เกิน 5,344 บาทต่อคนต่อเดือน ซึ่งมีถึง 40% หรือ 26.9 ล้านคนจากประชากรทั้งประเทศ &amp;nbsp;&amp;nbsp;ส่วนใหญ่อยู่ในภาคเกษตร &amp;nbsp;รัฐบาลจึงมีนโยบายส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากไปสู่ประชากรกลุ่มเป้าหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;นโยบายส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากของรัฐบาลจะเป็นกลไกขับเคลื่อนเรื่องดังกล่าวให้เป็นรูปธรรม&amp;nbsp; เพื่อลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำของภาคเกษตรและอุตสาหกรรม&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยมีเป้าหมายในการดูแลเศรษฐกิจฐานราก เพื่อทำให้ชุมชนท้องถิ่นสามารถพึ่งตนเองได้ &amp;nbsp;ภายใต้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง &amp;nbsp;ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน &amp;nbsp;มีคุณธรรม และเป็นระบบเศรษฐกิจที่เอื้อให้เกิดการพัฒนาด้านอื่นๆ &amp;nbsp;ทั้งเรื่องสังคม ผู้คน วัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม และทรัพยากรธรรมชาติ&amp;rdquo;&amp;nbsp; ผู้ช่วย รมว.พม.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายอัมพร&amp;nbsp; แก้วหนู&amp;nbsp; รองผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; การจัดงานครั้งนี้เป็นการสรุปบทเรียนประจำปี&amp;nbsp; โดยมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 100 กว่าคน&amp;nbsp; มาจากทุกภาคทั่วประเทศ &amp;nbsp;จำนวน 40-50 ตำบลที่จัดทำแผนพัฒนาธุรกิจชุมชน &amp;nbsp;ซึ่งการจัดทำแผนธุรกิจชุมชนนั้น &amp;nbsp;พอช.ได้สนับสนุนการดำเนินการในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;ldquo;การจัดทำแผนธุรกิจชุมชนจะทำให้ชุมชนเกิดความมั่นคงและยั่งยืน&amp;nbsp; โดย พอช. มีตัวชี้วัด 2 เรื่อง&amp;nbsp; คือ&amp;nbsp; 1.ทำแล้วต้องทำให้ชุมชนพึ่งพาตนเองได้ &amp;nbsp;2.ทำแล้วชุมชนมีความเข้มแข็งขึ้น &amp;nbsp;&amp;nbsp;หากทำกิจกรรมแล้วองค์กรชุมชนอ่อนแอก็ต้องทบทวนตัวเองเช่นกัน&amp;rdquo;&amp;nbsp; นายอัมพรกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;lsquo;แผนธุรกิจเพื่อชุมชน 9 ขั้นตอน &amp;nbsp;คานงัดสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน&amp;rsquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ เริ่มสนับสนุนให้ชุมชนต่างๆ ทั่วประเทศสร้างระบบเศรษฐกิจและทุนชุมชนที่มั่นคง&amp;nbsp; สามารถพึ่งพาตนเองได้มาตั้งแต่ปี 2543 &amp;nbsp;มีเป้าหมายหลัก&amp;nbsp; คือ &amp;ldquo;กินอิ่ม&amp;nbsp; นอนอุ่น&amp;nbsp; ทุนมี&amp;nbsp; หนี้ลด&amp;rdquo;&amp;nbsp; และถือเป็นภารกิจหลักด้านหนึ่งของสถาบันฯ (นอกจากเหนือจากภารกิจอื่น&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; การพัฒนาที่อยู่อาศัย-ที่ดินทำกินผู้มีรายได้น้อยในเมืองและชนบท&amp;nbsp; การส่งเสริมสวัสดิการชุมชน&amp;nbsp; สภาองค์กรชุมชน&amp;nbsp; ฯลฯ) โดยมีแผนการส่งเสริมเศรษฐกิจและทุนชุมชน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; จัดอบรมเพื่อสนับสนุนให้มีการวางแผนธุรกิจชุมชน&amp;nbsp; พัฒนาผู้นำเพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงหรือนำไปขยายผลต่อ&amp;nbsp; ประสานภาคีเครือข่ายเพื่อขยายผลความร่วมมือ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ร่วมมือกับบริษัทประชารัฐรักสามัคคี&amp;nbsp; จำกัด ส่งเสริมการผลิต&amp;nbsp; การแปรรูป&amp;nbsp; การตลาดและจัดจำหน่าย&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นางสุภานิตร&amp;nbsp; จุมผา&amp;nbsp; ผู้จัดการสำนักเชื่อมโยงขบวนองค์กรชุมชนและประชาสังคม&amp;nbsp; พอช.&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; ในปี 2562 ที่ผ่านมา&amp;nbsp; พอช.ได้สนับสนุนให้กลุ่มและองค์กรต่างๆ ทั่วประเทศจัดทำแผนธุรกิจเพื่อชุมชนแล้ว รวม 119&amp;nbsp;&amp;nbsp; กลุ่ม&amp;nbsp; แยกเป็น&amp;nbsp; ภาคเหนือ 16 พื้นที่&amp;nbsp; ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp; 21 พื้นที่&amp;nbsp;&amp;nbsp; ภาคกลางและตะวันตก&amp;nbsp; 39 พื้นที่&amp;nbsp; กรุงเทพฯ ปริมณฑลและตะวันออก 21 พื้นที่&amp;nbsp; และภาคใต้&amp;nbsp; 22 พื้นที่&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังเกิดผู้นำในการเปลี่ยนแปลงทั่วประเทศรวม&amp;nbsp; 119 คน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ส่วนในปี 2563 มีเป้าหมายสนับสนุนให้กลุ่มและองค์กรต่างๆ ทั่วประเทศจัดทำแผนธุรกิจเพื่อชุมชนจำนวน&amp;nbsp; 500 กลุ่ม&amp;nbsp; สนับสนุนการจัดทำแผนธุรกิจฯ ระดับตำบลจำนวน 100 ตำบล&amp;nbsp; สนับสนุนศูนย์บ่มเพาะธุรกิจชุมชน&amp;nbsp; 50 ศูนย์&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังสนับสนุนให้มีการจัดทำชุดความรู้&amp;nbsp; และจัดเวทีการเรียนรู้เชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจชุมชนเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและทุนชุมชนด้วย&amp;rdquo; &amp;nbsp;นางสุภานิตรกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; แผนธุรกิจเพื่อชุมชน&amp;nbsp; มีเป้าหมายให้องค์กรชุมชนนำผลผลิตหรือต้นทุนที่ชุมชนมีอยู่มาเพิ่มรายได้&amp;nbsp; ทำให้ชุมชนมีเศรษฐกิจและทุนที่เข้มแข็ง&amp;nbsp; สามารถพึ่งพาตนเองได้&amp;nbsp; โดยมีกระบวนการจัดทำแผนธุรกิจเพื่อชุมชน&amp;nbsp; 9&amp;nbsp; ขั้นตอน&amp;nbsp; คือ&amp;nbsp; 1.ค้นหาจุดขายที่โดดเด่น หรือแตกต่างของชุมชนเพื่อสร้างแบนด์&amp;nbsp; 2.ค้นหากลุ่มลูกค้าให้ชัดเจนทั้งปัจจุบันและอนาคตว่าเป็นใคร&amp;nbsp; อยู่ที่ไหน&amp;nbsp; 3.มีการสื่อสารการตลาด&amp;nbsp; 4.ปิดการขายและให้กลับมาซื้อซ้ำ ด้วยความประทับใจ&amp;nbsp; 5.ที่มาของรายได้&amp;nbsp; (เพิ่มผลิตภัณฑ์และลูกค้า,ลดค่าใช้จ่าย ฯลฯ) 6.เสริมกิจกรรม เพื่อให้ข้อ 3-5 เป็นจริง&amp;nbsp; 7.(จากข้อ 6) อะไรบ้างที่เราทำได้&amp;nbsp; เพื่อลดรายจ่าย&amp;nbsp; 8.สิ่งที่จำเป็นต้องทำ&amp;nbsp; แต่ทำเองไม่ได้&amp;nbsp; ต้องร่วมมือกับภายนอก&amp;nbsp; และ 9.ค่าใช้จ่ายที่น้อยที่สุด ที่จำเป็นต้องใช้&amp;nbsp; หลังจากนั้นจึงนำข้อมูลที่ได้จากกระบวนการดังกล่าวมาจัดทำแผนระยะสั้น-ระยะยาว&amp;nbsp; เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติจริง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;กลุ่มวิสาหกิจฯ เกาะลิบงชูของดี &amp;lsquo;ปลิงกามาตแคปซูล&amp;rsquo; เพิ่มมูลค่า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;อีสมาแอน (ซ้าย) ฝึกการใช้โดรนหรืออากาศยานไร้คนขับเพื่อดูแลฝูงพะยูนและเพื่อการท่องเที่ยว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;นายอีสมาแอน&amp;nbsp; เบ็ญสอาด &amp;nbsp;ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนการท่องเที่ยวและพัฒนาอาชีพเกาะลิบง&amp;nbsp; อ.กันตัง&amp;nbsp; จ.ตรัง&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; ชาวตำบลเกาะลิบงส่วนใหญ่มีอาชีพทำประมง&amp;nbsp; ทำสวนยางพาราและปาล์มน้ำมัน&amp;nbsp; แต่มีลักษณะต่างคนต่างทำ&amp;nbsp; ในปี 2553 จึงจัดตั้งกลุ่มวิสาหกิจชุมชนฯ ขึ้นมา&amp;nbsp; เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนและพัฒนาอาชีพ&amp;nbsp; มีสมาชิก 60 ครอบครัว&amp;nbsp; มีกิจกรรมหลัก&amp;nbsp; คือ 1.แปรรูปอาหารทะเล&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ปลาอินทรีย์เค็ม&amp;nbsp; ปลาหมึกแห้ง &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;2.ทำเกษตรอินทรีย์และประมงพื้นบ้าน&amp;nbsp; เช่น เลี้ยงกุ้งมังกร&amp;nbsp; ปลิงขาวและปลิงกามาต&amp;nbsp; และ 3.การท่องเที่ยวชุมชน&amp;nbsp; มีสมาชิกโฮมสเตย์&amp;nbsp; จำนวน 10 หลัง&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผลกำไรจากกลุ่มต่างๆ เมื่อหลักค่าใช้จ่ายแล้วจะนำเข้ากลุ่มวิสาหกิจฯ จำนวน 30&amp;nbsp;&amp;nbsp; เปอร์เซ็นต์ &amp;nbsp;เพื่อเป็นทุนในการดำเนินการ&amp;nbsp; เป็นทุนในการพัฒนาชุมชน&amp;nbsp; และช่วยเหลือสวัสดิการสมาชิก&amp;nbsp; ปัจจุบันมีเงินกองทุนประมาณ 80,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;เมื่อก่อนเรายังไม่มีความรู้เรื่องการทำแผนและทำธุรกิจชุมชน&amp;nbsp; เวลาเอาสินค้าจากเกาะลิบงไปขาย&amp;nbsp; บางครั้งก็ขาดทุน&amp;nbsp; เพราะเราไม่ได้คำนวณต้นทุน&amp;nbsp; ไม่ได้คำนวณค่าขนส่ง และยังผลิตสินค้าแบบเดิม &amp;nbsp;เหมือนกับเรามีวัตถุดิบอยู่แล้ว&amp;nbsp; แต่เราไม่ได้ปรุงแต่ง&amp;nbsp; จึงทำให้ขายสินค้าได้ราคาต่ำ&amp;nbsp; แต่เมื่อเรามีความรู้แล้ว&amp;nbsp; เราจึงเอามาใช้วางแผนการผลิตและวางแผนขาย&amp;nbsp; ผลิตสินค้าให้ได้เกรดพรีเมี่ยมสำหรับลูกค้าที่มีเงิน &amp;nbsp;และสินค้าสำหรับตลาดทั่วไป&amp;nbsp; ทำให้เราขายได้เงินเพิ่มมากขึ้น&amp;nbsp; ไม่ต้องขนของเป็นคันๆ รถเพื่อเอาไปขายในกรุงเทพฯ เหมือนแต่ก่อน &amp;nbsp;แต่สามารถขนขึ้นเครื่องบินหรือส่งทางบริษัทขนส่งได้&amp;rdquo;&amp;nbsp; ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนฯ เกาะลิบงยกตัวอย่าง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานกลุ่มฯ ยังบอกถึงแผนธุรกิจที่กำลังดำเนินการขณะนี้ว่า&amp;nbsp; กลุ่มฯ กำลังทำวิจัยร่วมกับมหาวิทยาลัยสงขลา นครินทร์ และสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง&amp;nbsp; วิจัยประโยชน์ของปลิงกามาตซึ่งเป็นปลิงทะเลที่เลี้ยงบนเกาะลิบง&amp;nbsp; จากเดิมที่กลุ่มเลี้ยงปลิงกามาตเพื่อตากแห้งและรมควันขายตลาดต่างประเทศ&amp;nbsp; ราคากิโลกรัมละ 7,000 บาท&amp;nbsp; แต่มีแผนธุรกิจที่จะแปรรูปปลิงกามาตเป็นอาหารเสริมในรูปแบบของแคปซูลเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มได้อีกประมาณ 5 เท่า หรือประมาณกิโลกรัมละ&amp;nbsp; 35,000 บาท&amp;nbsp; เพราะเท่าที่ทราบเบื้องต้นปลิงกามาตมีสารมิวโคโปรตีน ( Mucoprotein) มีสรรพคุณบำรุงข้อต่อ&amp;nbsp; เอ็น&amp;nbsp; ป้องกันโรคกระดูกพรุน &amp;nbsp;ฯลฯ&amp;nbsp; ตามแผนคาดว่าประมาณปีหน้าหลังจากได้ผลจากการศึกษาวิจัยแล้ว&amp;nbsp; จะขอทะเบียนอนุญาตจาก อย.เพื่อผลิตจำหน่ายได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;การเลี้ยงปลิงกามาตที่เกาะลิบงปัจจุบันมีกว่า 10,000 ตัว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;นอกจากนี้เรายังร่วมกับ ม.สงขลานครินทร์ศึกษาเรื่องการตลาดออนไลน์เพื่อเตรียมที่จะขายสินค้าทางออนไลน์คล้ายกับบังฮาซัน&amp;nbsp; แต่เราจะไลฟ์สดทางเฟสบุ๊ค&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ตกปลาอินทรีย์สดๆ เพื่อให้คนซื้อได้เห็นว่าปลาของเราสดจริง&amp;nbsp; รวมทั้งยังมีแผนในการฟื้นฟูการปลูกข้าวไร่&amp;nbsp; ปลูกแตงโมพันธุ์พระยาลิบง&amp;nbsp; ซึ่งเป็นพันธุ์ดั้งเดิม&amp;nbsp; ลูกใหญ่&amp;nbsp; รสชาติหวานกรอบ&amp;nbsp; ทำให้เรามีอาหารบนเกาะครบถ้วน&amp;nbsp; ไม่ต้องซื้ออาหารจากบนฝั่ง&amp;nbsp; วางแผนว่าจะเริ่มหลังมรสุมปีนี้&amp;rdquo;&amp;nbsp; ประธานกลุ่มฯ บอก&amp;nbsp; และขยายความว่า&amp;nbsp; ปัจจุบันกลุ่มฯ มีรายได้จากการขายสินค้าชุมชน&amp;nbsp; (หักค่าใช้จ่ายแล้ว) เข้ากลุ่มประมาณปีละ 300,000-500,000 บาท&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อดำเนินการตามแผนที่วางเอาไว้จะทำให้กลุ่มมีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างน้อยปีละ 10 %&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;กลุ่มเกษตรฯ อ.พบพระ&amp;nbsp; แปรรูป &amp;lsquo;อะโวคาโด้&amp;rsquo; บำรุงผิว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สิริมนตร์&amp;nbsp; กึมรัมภ์&amp;nbsp; ประธานกลุ่มเกษตรยั่งยืน&amp;nbsp; ต.ช่องแคบ&amp;nbsp; อ.พบพระ&amp;nbsp; จ.ตาก&amp;nbsp; บอกว่า&amp;nbsp; กลุ่มจัดตั้งในปี 2547&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีสมาชิกที่ปลูกผักเกษตรอินทรีย์&amp;nbsp; และอะโวคาโด้ จำนวน 35 ราย&amp;nbsp; แต่ยังไม่ได้แปรรูปผลผลิต&amp;nbsp; และเริ่มนำผลอะโวคาโด้ที่สมาชิกปลูกมาแปรรูปเป็นสบู่ตั้งแต่ปี 2559&amp;nbsp; แต่ยังเป็นในลักษณะทำเอง&amp;nbsp; ใช้เอง&amp;nbsp; ยังไม่ได้ผลิตเพื่อขายอย่างจริงจัง&amp;nbsp; เพราะยังขาดความรู้ความมั่นใจ&amp;nbsp; แต่เมื่อได้เข้าอบรมเรื่องการจัดทำแผนธุรกิจชุมชนกับ พอช. ในเดือนเมษายน 2562 ที่ผ่านมา&amp;nbsp; จึงทำให้ตนและสมาชิกกลุ่มเกิดความเข้าใจเรื่องการทำแผนธุรกิจชุมชน&amp;nbsp; และค้นคว้าเรื่องประโยชน์ของอะโวคาโด้จนเกิดความมั่นใจ&amp;nbsp; นำไปสู่การแปรรูปอะโวคาโด้เพื่อจำหน่าย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;สิริมนตร์&amp;nbsp; กึมรัมภ์&amp;nbsp; ประธานกลุ่มเกษตรยั่งยืน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;จากการศึกษาข้อมูลพบว่า&amp;nbsp; อะโวคาโด้มีประโยชน์เรื่องการบำรุงผิวพรรณให้สวยงาม&amp;nbsp; มีน้ำมีนวล&amp;nbsp; มีสารต้านอนุมูลอิสระ&amp;nbsp; ช่วยชะลอความแก่&amp;nbsp; และยังช่วยลดความดันโลหิต&amp;nbsp; ลดไขมันในเส้นเลือด&amp;nbsp; ช่วยลดน้ำหนัก&amp;nbsp; เราจึงเอาผลอะโวคาโด้มาทำสบู่บำรุงผิว&amp;nbsp; เอาเมล็ดมาทำเป็นชาผงบรรจุถุง&amp;nbsp; มีสรรพคุณคุณต่างๆ มากมาย&amp;rdquo;&amp;nbsp; ประธานกลุ่มฯ บอก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปัจจุบันกลุ่มผลิตสบู่อะโวคาโด้จำหน่ายประมาณเดือนละ 400 ก้อน&amp;nbsp; เป็นการผลิตแบบแฮนด์เมด&amp;nbsp; ราคาจำหน่ายก้อนละ 79-89 บาท&amp;nbsp; และมีแผนจะผลิตสบู่เพิ่มขึ้น&amp;nbsp; รวมทั้งขยายไปจำหน่ายในตลาดออนไลน์&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังมีแผนนำอะโวคาโด้มาผลิตเป็นครีมขัดผิว&amp;nbsp; ครีมอาบน้ำ&amp;nbsp; รวมทั้งเครื่องสำอางอื่นๆ&amp;nbsp; ที่มีสรรพคุณในการบำรุงผิวพรรณ&amp;nbsp;&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; เพื่อให้สมาชิกกลุ่มมีรายได้เพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากกลุ่มวิสาหกิจชุมชนฯ ตำบลเกาะลิบง&amp;nbsp; จ.ตรัง&amp;nbsp; และกลุ่มเกษตรยั่งยืนตำบลพบพระ จ.ตาก&amp;nbsp; แล้ว&amp;nbsp; การจัดงาน &amp;ldquo;เวทีสรุปผลการดำเนินงานเศรษฐกิจและทุนชุมชน &amp;lsquo;แผนธุรกิจเพื่อชุมชน คานงัดการพัฒนาที่ยั่งยืน&amp;rsquo;&amp;nbsp; ในครั้งนี้ยังมีกลุ่มธุรกิจชุมชนจากทั่วประเทศที่เข้าร่วมด้วย&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; กลุ่มท่องเที่ยวชุมชนตำบลวันยาว&amp;nbsp; อ.ขลุง&amp;nbsp; จ.จันทบุรี&amp;nbsp; ซึ่งมีจุดเด่นด้านการท่องเที่ยวทางทะเล&amp;nbsp; ดูเหยี่ยวแดง&amp;nbsp; ชิมหอยนางรมสด&amp;nbsp; และอาหารทะเล,&amp;nbsp; กลุ่มวิสาหกิจหมู่บ้านบางกะจะ อ.เมืองจันทบุรี&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45533</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธุรกิจเพื่อชุมชน, รมว.พม., สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช., สากล  ม่วงศิริ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190911/image_big_5d78bb4834cd8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
