<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118360</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/09/2021 17:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/09/2021 17:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เทพไท&#039; โวยน้ำมันขึ้นราคามหาโหด จี้ รมว.พลังงาน สนใจปัญหาพร้อมชี้แจงข้อเท็จจริงด้วย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ก.ย.64 - นายเทพไท เสนพงศ์ อดีตส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์เฟซบุ๊กว่า &amp;quot;ช่วงนี้ถ้าใครติดตามข่าวในโลกโซเชียล ไม่ว่าจะเป็นแอพพลิเคชั่น ไลน์ อินสตาแกรม เฟซบุ๊ก ก็จะเห็นการแชร์ข่าว ราคาน้ำมันขึ้นราคา จนเกิดการผวาไปตามๆกัน เพราะมีการขึ้นราคาน้ำมันเกือบทุกวัน สำหรับภายในเดือนนี้ มีการขึ้นราคาน้ำมันอย่างต่อเนื่อง ในลักษณะวันเว้นวัน จนต้องควักกระเป๋าจ่ายค่านำ้มันเพิ่มขึ้นทุกวัน สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนเป็นอย่างมาก นับว่าเป็นการซ้ำเติมปัญหาค่าของชีพของประชาชน ในยามที่ต้องประสบกับปัญหาการระบาดของโควิด-19 ไม่มีรายได้ธุรกิจต้องหยุดกิจการ ตกงาน ถูกเลิกจ้าง สารพัดปัญหา สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนเป็นอย่างมาก&amp;quot;

&amp;quot;แม้ว่าในตอนนี้ผู้คนในสังคมจะให้ความสนใจกับข่าวการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 และข่าวน้ำท่วมเป็นส่วนใหญ่&amp;nbsp;จนทำให้ข่าวการขึ้นราคาน้ำมันขาดความสนใจ ไม่มีใครเหลียวแลก็ตาม ผมจึงขอใช้โอกาสนี้บอกกล่าวถึงรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้หันมาให้ความสนใจปัญหาน้ำมันขึ้นราคาอย่างมหาโหด โปรดได้ชี้แจงข้อเท็จจริง และหามาตรการช่วยเหลือเยียวยาให้กับประชาชนด้วย&amp;quot; นายเทพไท ระบุ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118360</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรรคประชาธิปัตย์, รมว.พลังงาน, ราคาน้ำมัน, เทพไท เสนพงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210930/image_big_6155930c7ada0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97840</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/03/2021 08:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/03/2021 08:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘พิชัย’โชว์กึ๋นอดีตรมว.พลังงานแนะ6แนวทางลดราคาน้ำมันได้จริง!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 มี.ค.2564 - นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) ด้านเศรษฐกิจ อดีต รมว. พลังงานโพสต์เฟซบุ๊กว่า ตามที่ได้เสนอแนวทางการปรับโครงสร้างราคาน้ำมันเพื่อลดราคาน้ำมันก่อนหน้านี้ ล่าสุดกรรมาธิการพลังงานของสภาผู้แทนราษฏร นำโดย นายกิตติกร โล่ห์สุนทร ส.ส. ลำปาง พรรคเพื่อไทย ประธาน กมธ.พลังงาน และนายสมเกียรติ วอนเพียร ส.ส.กาญจนบุรี พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ประธานอนุกรรมการเรื่องราคาน้ำมัน &amp;nbsp;ได้เชิญเข้าให้ข้อมูลเรื่องพลังงาน โดยเฉพาะเรื่องราคาน้ำมันที่ควรปรับโครงสร้างเพื่อลดราคาน้ำมันและให้ความเป็นธรรมแก่ประชาชนผู้บริโภคกับคณะอนุกรรมการกรรมการด้านราคาน้ำมันที่ห้องประชุม กมธ.ที่รัฐสภา &amp;nbsp;ซึ่งได้ชี้แจงว่าไม่อยากให้มีการใช้เรื่องพลังงานเป็นเรื่องการเมือง เพราะจะทำให้ประเทศเสียหายอย่างมากได้ และอยากให้มีหลักการในการกำหนดนโยบายพลังงานให้เข้ากับทิศทางของโลกในอนาคต โดยแม้ว่าราคาน้ำมันในตลาดโลกจะปรับลดลงมาแล้ว ไทยก็ควรจะต้องปรับโครงสร้างราคาน้ำมันให้ยุติธรรม อย่าให้บริษัทพลังงานเอาเปรียบประชาชนได้ โดยได้เสนอแนวทางการลดราคาน้ำมัน 6 แนวทางดังนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. เรื่องราคาหน้าโรงกลั่นของไทยให้มีราคาเท่ากับราคาหน้าโรงกลั่นสิงคโปร์ ซึ่งทราบว่าเมื่อปีที่แล้วมีการปรับราคาหน้าโรงกลั่นลดลงมาแล้วครั้งหนึ่งตามที่ตนได้แนะนำและพูดเรื่องนี้มาตลอด แต่ก็ยังคงมีราคาสูงกว่าอยู่ อีกทั้งราคาหน้าโรงกลั่นที่ขายในประเทศควรต้องเท่ากับราคาส่งออก จะคิดเหมือนราคาพืชผลเกษตรที่บางครั้งขายราคาสูงในประเทศไม่ได้ เพราะราคาพืชผลเกษตรมีราคาสูงจะช่วยเหลือเกษตรกร แต่ราคาน้ำมันสูงผู้ที่ได้ประโยชน์คือบริษัทน้ำมัน อีกทั้งยังมีการขยายโรงกลั่นเพื่อการส่งออกเพิ่มขึ้นอย่างมาก แสดงว่ากำไรจากราคาส่งออกน้ำมันที่กลั่นแล้วต้องมีมากอยู่แล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. การปรับลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลที่เก็บอยู่ในปัจจุบันที่ลิตรละ 5.99 บาท รวมภาษีมูลค่าเพิ่มอีกเท่ากับ 6.41 บาท ซึ่งน่าจะปรับลดลงได้อย่างน้อยครึ่งหนึ่ง หรือลดลงลิตรละ 3 บาท แบบคนละครึ่ง ตามแนวทางรัฐบาล ทั้งนี้เพราะในอดีตมีการเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมันน้อยมากเพียงลิตรละ 0.01 บาทหรือเกือบไม่เก็บเลย แต่มาทยอยเก็บเพิ่มขึ้นมากตอนช่วงที่ราคาน้ำมันลดลงหลังการปฏิวัติ ดังนั้นเมื่อราคาน้ำมันขึ้นราคาก็ควรจะลดการเก็บภาษีลง ทั้งนี้ เพราะน้ำมันดีเซลเป็นต้นทุนของการผลิตและต้นทุนของการขนส่งของสินค้า อย่างไรก็ดี มีการให้ข้อมูลที่ผิดๆ ของนักการเมืองที่บอกว่าประเทศไทยไม่เคยมีการเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลมาก่อนเลย และขอให้ยกเลิกการเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมันนี้ ซึ่งไม่เป็นความจริง ประเทศไทยมีการเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลมาตลอด เพราะต้องใช้ภาษีนี้ในการสร้างถนนและซ่อมแซมถนน และมาลดการเก็บลงแต่ไม่ได้ยกเลิกเมื่อราคาน้ำมันเพิ่มสูงขึ้น อีกทั้งการยกเลิกการเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมันจะเป็นเรื่องใหญ่ต้องผ่านหลายขั้นตอน และไม่น่าจะทำได้ที่จะยกเลิกเฉพาะภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลอย่างเดียว ดังนั้นจึงอยากให้นักการเมืองได้ศึกษาข้อมูลก่อนจะนำเสนอ เพราะจะทำให้ดูไม่ดีว่านักการเมือง เอาแต่พูดเพื่อหาเสียงแต่ไม่เคยศึกษาหาข้อมูลเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.การลดการเก็บเงินเข้าเก็บกองทุนน้ำมัน ทั้งนี้เพราะราคาน้ำมันในอนาคตไม่น่าจะผันผวนมากแล้ว เพราะแหล่งน้ำมันในสหรัฐมีการพบแหล่งใหม่เป็นจำนวนมาก และแนวโน้มการใช้น้ำมันจะลดลงเรื่อยๆ ทดแทนโดยการใช้พลังงานไฟฟ้า จากการใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้า เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นจึงไม่จำเป็นที่ต้องจัดเก็บเงินเข้ากองทุนมากนัก อีกทั้งไม่ควรจะนำกองทุนน้ำมันไปสนับสนุนราคาสินค้าเกษตรที่นำมาทำเป็นพลังงานอีกแล้ว การสนับสนุนราคาสินค้าเกษตรควรเป็นเรื่องของกระทรวงเกษตร และในช่วงราคาน้ำมันในตลาดโลกผันผวน รัฐบาลควรนำเงินกองทุนน้ำมันเข้าแทรกแซงราคาเพื่อไม่ให้ประชาชนเดือดร้อน ซึ่งราคาน่าจะผันผวนในระยะสั้นๆเท่านั้น ถ้าไม่ใช้เงินกองทุนเพื่อเรื่องนี้ที่เป็นเรื่องหลัก ก็ไม่รู้จะเก็บเงินเข้ากองทุนไปทำไม เมื่อราคาน้ำมันปรับลดลงก็สามารถจะเก็บเงินเข้ากองทุนมาทดแทนได้ นอกจากนี้รัฐควรที่จะนำเงินกองทุนน้ำมันที่เก็บมากเกินในอดีตจำนวนเป็นหมื่นล้านบาทที่รัฐบาลโอนไปให้นำมาคืนกองทุนน้ำมัน เพราะเป็นเงินของประชาชนไม่ใช่เป็นเงินภาษี โดยเงินกองทุนนี้สามารถนำมาใช้สนับสนุนราคาน้ำมันในช่วงราคาที่ผันผวนได้ จนกว่าราคาน้ำมันจะกลับเข้าสู่ราคาปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.การลดราคาเอทานอลที่ผสมในแก๊สโซฮอล์ ปัจจุบันราคาเอทานอลที่ผสมในแก๊สโซฮอล์มีราคาที่สูงมากถึงลิตรละ 24.83 บาท ในขณะที่ราคาเนื้อน้ำมันที่กลั่นแล้วอยู่ที่ 14.58 บาท และราคาเอทานอลในตลาดโลกก็อยู่ในราคาใกล้เคียงกับราคาเนื้อน้ำมันที่กลั่นแล้ว ดังนั้นจึงควรเจรจาเพื่อลดราคาเอทานอลลงเพื่อลดราคาน้ำมันแก๊สโซฮอล์ลง ทั้งนี้รวมถึงการเจรจาลดราคาน้ำมันปาล์มที่ผสมอยู่ในไบโอดีเซลด้วยเพราะราคาสูงถึงลิตรละ 36.96 บาท หรือไม่ก็ควรผสมไบโอดีเซลในสัดส่วนที่ลดลงเพื่อลดราคาน้ำมันดีเซล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.ลดราคาค่าการตลาด ซึ่งก่อนหน้านี้ค่าการตลาดของน้ำมันได้พุ่งขึ้นสูงมากถึงลิตรละ 2.28-4.31 บาท แต่หลังจากที่ตนได้ออกมาเรียกร้องให้มีการลดราคาค่าการตลาด ทำให้มีการลดค่าการตลาดลงเหลือเพียงลิตรละ 1.98 -3.52 แต่ก็ยังถือว่ามีค่าการตลาดที่สูงอยู่ ค่าการตลาดที่เหมาะสมควรมีค่าเฉลี่ยไม่เกิน 1.50-1.80 บาท ปัจจุบันค่าการตลาดเฉลี่ยอยู่ที่ 2.36 บาท ซึ่งผู้แทนจากสถาบันปิโตรเลียมที่ร่วมประชุมด้วยได้มีความเห็นตรงกับตน และได้แจ้งว่าต้นทุนค่าการตลาดที่จริงอยู่ที่ 1.44 บาทเท่านั้น ดังนั้นจึงสามารถลดลงมาได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6.การลดการเก็บกองทุนส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ซึ่งปัจจุบันมีการใช้เงินกองทุนอย่างสะเปะสะปะ มีการนำเงินไปแจกให้ กองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ ตำรวจ ศอ.บต และ กอ.รมน และมีการใช้อย่างไม่มีประสิทธิภาพ จัดซื้ออุปกรณ์ที่มีราคาแพง และยังใช้การไม่ได้ แถมบางแห่งอุปกรณ์ยังล่องหน แสดงว่าน่าจะมีทุจริตคอร์รัปชันกันมาก ดังนั้น ถ้าหากไม่สามารถปรับปรุงการดำเนินงานของกองทุนให้มีประสิทธิภาพได้ ก็ควรจะต้องยกเลิกการเก็บเงินเข้ากองทุนส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานนี้ไปเลย หรือ ลดการเก็บเงินเข้ากองทุนเหลือเพียงลิตรละ 0.001 บาท เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้ง 6 แนวทางนี้ ทางอนุ กมธ.พลังงานด้านราคาน้ำมัน ได้สรุปความเห็นได้ใกล้เคียงกับตนและจะนำเสนอต่อรัฐบาลเพื่อปรับเปลี่ยนโครงสร้างราคาน้ำมัน เพื่อลดภาระของประชาชนในภาวะเศรษฐกิจที่ย่ำแย่นี้ โดยหวังว่าการปรับเปลี่ยนดังกล่าว จะสามารถเป็นประโยชน์กับทุกฝ่าย ทั้งบริษัทพลังงานที่ต้องมีกำไรของธุรกิจที่อยู่ได้แต่ต้องไม่เอาเปรียบประชาชน และ ประชาชนก็สามารถลดค่าใช้จ่ายได้ อีกทั้งอนุ กมธ.ก็ได้ทำหน้าที่แนะนำให้รัฐบาลทำเรื่องที่เป็นประโยชน์กับประชาชนซึ่งจะเป็นประโยชน์กันทุกฝ่าย โดยทั้งนี้อยากให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ศึกษาเรื่องพลังงานและแนวทางทั้ง 6 ให้ละเอียด จะได้ไม่ถูกบริษัทพลังงานให้ข้อมูลที่บิดเบือน หรืออาจถูกครอบงำโดยกลุ่มบุคคลที่มาจากบริษัทพลังงานใหญ่ที่มีผลประโยชน์มหาศาล และต้องอย่าถูกหลอกว่าราคาน้ำมันแพงแล้วดีเพราะคนจะใช้น้อยลง ซึ่งเป็นข้ออ้างที่มั่วและไม่จริง โดยราคาน้ำมันที่ถูกลงจะช่วยลดภาระประชาชนและยังจะช่วยฟื้นเศรษฐกิจได้
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97840</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายพิชัย นริพทะพันธุ์, น้ำมัน, พท., พรรคเพื่อไทย, รมว.พลังงาน, เฟซบุ๊ก, โพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210331/image_big_6063d34ef0993.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>82878</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/11/2020 12:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/11/2020 12:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปปช. เปิดทรัพย์สิน &#039;สุพัฒนพงษ์&#039; อู้ฟู่ 154 ล้าน &#039;ส.ส.ภูมิใจไทย&#039; รวย 149 ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกฯและรมว.พลังงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5&amp;nbsp;พ.ย.63 - สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เปิดเผยรายการแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน และเอกสารประกอบของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองของ นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ กรณีเข้ารับตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี และตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เมื่อวันที่&amp;nbsp;16&amp;nbsp;ต.ค.63&amp;nbsp;โดยนายสุพัฒนพงษ์ และนางฐิติมา พันธ์มีเชาว์ คู่สมรส แจ้งว่า มีทรัพย์สินทั้งหมด&amp;nbsp;154,768,728&amp;nbsp;บาท ไม่มีหนี้สิน แบ่งเป็นทรัพย์สินของนายสุพัฒนพงษ์&amp;nbsp;97,839,673&amp;nbsp;บาท ทรัพย์สินของนางฐิติมา&amp;nbsp;56,929,055&amp;nbsp;บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ทรัพย์สินส่วนใหญ่เป็นเงินฝาก&amp;nbsp;97,778,719&amp;nbsp;บาท โดยเป็นเงินฝากในหลายธนาคารและสถาบันการเงิน อาทิ สหกรณ์ออมทรัพย์ ปตท.จำกัด ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด ประเทศไทย ธนาคารออมสิน ส่วนเงินลงทุน&amp;nbsp;31,136,007&amp;nbsp;บาท ส่วนใหญ่เป็นการถือครองหลักทรัพย์ พันธบัตร ของ บมจ.ธนาคารไทยพาณิชย์ มีทั้งหุ้น,&amp;nbsp;ตราสารหนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังมีที่ดินในพื้นที่ อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี และที่ดินในพื้นที่ อ.บางกอกน้อย (บางซื่อ) กทม. มูลค่ารวม &amp;nbsp;7,000,000 บาท ขณะที่รายการทรัพย์สินอื่นๆ ที่มีมูลค่าตั้งแต่สองแสนบาทขึ้นไป นายสุพัฒนพงษ์ และคู่สมรสแจ้งว่า มีนาฬิกา&amp;nbsp;8&amp;nbsp;เรือน มูลค่ารวม&amp;nbsp;6,110,000&amp;nbsp;บาท แหวนเพชรและแหวนทอง&amp;nbsp;9&amp;nbsp;วง มูลค่านรวม&amp;nbsp;4,100,000&amp;nbsp;บาท ต่างหูเพชร&amp;nbsp;1&amp;nbsp;คู่&amp;nbsp;800,000&amp;nbsp;บาท รูปภาพแขวนผนัง&amp;nbsp;8&amp;nbsp;รูป มูลค่ารวม&amp;nbsp;1,050,000&amp;nbsp;บาท รูปปั้นสัมฤทธิ์&amp;nbsp;4&amp;nbsp;รูป&amp;nbsp;530,000&amp;nbsp;บาท เหรียญบูชาและพระเครื่อง&amp;nbsp;7&amp;nbsp;องค์ มูลค่ารวม&amp;nbsp;700,000&amp;nbsp;บาท สร้อยพระและสร้อยคอทองคำ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เส้น มูลค่า&amp;nbsp;170,000&amp;nbsp;บาท ทองคำแท่ง&amp;nbsp;4&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;84,000&amp;nbsp;บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังเปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของนายสุชาติ โชคชัยวัฒนากร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย กรณีเข้าตำแหน่ง ส.ส. เมื่อวันที่&amp;nbsp;21&amp;nbsp;ต.ค.63&amp;nbsp;โดยนายสุชาติ และนางนงลักษณ์ โชคชัยวัฒนากร คู่สมรส แจ้งว่า มีทรัพย์สินทั้งสิ้น&amp;nbsp;149,574,312&amp;nbsp;บาท ไม่มีหนี้สิน เป็นทรัพย์สินของนายสุชาติ&amp;nbsp;35,962,065&amp;nbsp;บาท และของนางนงลักษณ์&amp;nbsp;113,612,246&amp;nbsp;บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ทรัพย์สินส่วนใหญ่เป็นที่ดินในชื่อของนางนงลักษณ์ถึง&amp;nbsp;93,925,500&amp;nbsp;บาท โดยมีจำนวน&amp;nbsp;6&amp;nbsp;แปลง ใน อ.เมือง จ.มหาสารคาม และอ.เมือง จ.ขอนแก่น และเป็นของนายสุชาติ&amp;nbsp;23,952,950&amp;nbsp;บาท จำนวน&amp;nbsp;11&amp;nbsp;แปลง โดยเป็นที่ดินใน อ.พยัคฆภูมิพิสัย จ.มหาสารคาม นายสุชาติยังแจ้งว่า ยานพาหนะ&amp;nbsp;13&amp;nbsp;คัน ประกอบด้วย รถยนต์&amp;nbsp;6&amp;nbsp;คัน และรถจักรยานยนต์&amp;nbsp;7&amp;nbsp;คัน แต่แจ้งมูลค่ามาเพียงรายการเดียวคือ รถยนต์ส่วนบุคคลไม่เกิน&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ที่นั่ง มูลค่า&amp;nbsp;200,000&amp;nbsp;บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนในรายทรัพย์สินอื่นที่มีมูลค่าตั้งแต่สองแสนบาทขึ้นไป นายสุชาติแจ้งว่า นาฬิกาหรู&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เรือน&amp;nbsp;800,000&amp;nbsp;บาท แหวนเพชรเจ็ดกระรัต&amp;nbsp;1&amp;nbsp;วง มูลค่า&amp;nbsp;2,000,000&amp;nbsp;บาท และอาวุธปืน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;กระบอก มูลค่ารวม&amp;nbsp;180,000&amp;nbsp;บาท ส่วนนางนงลักษณ์แจ้งว่า มีเครื่องประดับเพชร แหวน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;กระรัต สร้อยคอ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เส้น มูลค่ารวม&amp;nbsp;3,500,000&amp;nbsp;บาท เครื่องประดับเพชร สร้อยคอ แหวน ต่างหู สร้อยแขน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ชิ้น มูลค่ารวม&amp;nbsp;1,500,000&amp;nbsp;บาท เครื่องประดับมุก และเพชร สร้อยคอ กำไล ต่างหู&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ชิ้น มูลค่ารวม&amp;nbsp;500,000&amp;nbsp;บาท เครื่องประดับทองคำ สร้อยคอ สร้อยแขน แหวน ต่างหู&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ชิ้น มูลค่ารวม&amp;nbsp;700,000&amp;nbsp;บาท และเครื่องประดับทองคำ น้ำหนักประมาณ&amp;nbsp;100&amp;nbsp;บาท มูลค่า&amp;nbsp;2,800,000&amp;nbsp;บาท &amp;nbsp;&lt;/p&gt;


	เปิดรายชื่อ อดีตนายกฯ-อดีตประธานสภาฯ-อดีตประธานวุฒิสภา&amp;nbsp;
	ห้าวนักก็จัดให้! &amp;#39;พุทธะอิสระ&amp;#39; ฟาด &amp;#39;ธนาธร-แกนนำม็อบ&amp;#39;&amp;nbsp;
	เทม็อบ3นิ้ว! &amp;#39;แกนนำภาคีนศ.ศาลายา&amp;#39; ร่อนจดหมายประกาศลาออกยุติเคลื่อนไหวแล้ว
	&amp;#39;อุ๊ หฤทัย&amp;#39; ขำกลิ้ง! ม็อบ3นิ้วอ่อนหัดไม่รู้ข้อมูลลึกซึ้งมีต่างชาติบงการแก้ รธน.ไทย
	&amp;#39;พี่ศรี&amp;#39; จัดหนักม็อบร่าน&amp;nbsp;
	3 นิ้วมามุกใหม่ ถามมวลชน &amp;#39;เจ้าเซื่อเรื่องสุกรีบ่?&amp;#39; ลั่นเที่ยงนี้รู้กัน
	รู้ยัง 3 นิ้วจะ &amp;#39;ประกาศศักดา&amp;#39; แล้ว!นัด 17.00 ที่ศาลายา


&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุชาติ โชคชัยวัฒนากร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82878</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ, ป.ป.ช., รมว.พลังงาน, รองนายกฯ, สุชาติ โชคชัยวัฒนากร, สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์, เปิดบัญชีทรัพย์สิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201012/image_big_5f845bc696245.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74903</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/08/2020 12:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/08/2020 12:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สุพัฒนพงษ์&#039;แย้มชงยุบประชุมครม.เศรษฐกิจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ส.ค.2563 - &amp;nbsp;นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พลังงาน กล่าวว่า การมีคณะกรรมการบริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบของการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบศ. แล้ว อาจไม่จำเป็นที่จะต้องมีการประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจดังเช่นที่ผ่านมา เนื่องจากองค์ประกอบของที่ประชุมนี้ ครอบคลุมทุกภาคส่วนแล้ว แต่อย่างไรก็ตาม จะต้องรอให้นายกรัฐมนตรียืนยันอีกครั้ง ว่าจำเป็นต้องมีอยู่หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการเดินสายมอบนโยบายหน่วยงานในกำกับ นายสุพัฒนพงษ์ กล่าวว่า ในวันพรุ่งนี้จะเริ่มที่กระทรวงพลังงาน ซึ่งจะหารือทุกภาคส่วน รวมถึงผู้ประกอบการ เพื่อส่งเสริมเรื่องการลงทุน และ ความร่วมมือกับมาตรการของรัฐ โดยเฉพาะเรื่องแรงงาน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74903</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครม.เศรษฐกิจ, รมว.พลังงาน, รองนายกรัฐมนตรี, ศบศ., ศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจ, สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200819/image_big_5f3cb388445e1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74902</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/08/2020 12:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/08/2020 12:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศบศ.นัดแรกถกหนักเรื่องหางานให้เด็กจบใหม่!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ส.ค.2563 - &amp;nbsp;นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พลังงาน เปิดเผยว่า ในที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจ หรือ ศบศ. นัดแรกวันนี้ ประเด็นหารือจะเป็นมาตรการในภาพรวม แต่ที่น่าสนใจ คือ เรื่องการจ้างงาน โดยเฉพาะกับแรงงาน พี่เพิ่งจะสำเร็จการศึกษา หรือเด็กจบใหม่ ส่วนผู้ว่างงาน มีโครงการจาก พ.ร.ก.กู้เงิน วงเงิน 4 แสนล้านบาทเตรียมจัดสรรสำหรับช่วยเหลือในด้านนี้อยู่แล้ว รวมถึงการปรับปรุง โครงการเราเที่ยวไปด้วยกัน เพื่อให้ตอบโจทย์และกระตุ้นนักท่องเที่ยวภายในประเทศมากขึ้น หลังพบว่าส่วนใหญ่ยังคงท่องเที่ยวในระยะที่สามารถเดินทางได้ด้วยรถยนต์เป็นหลัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขณะเดียวกันจะเร่งให้คณะกรรมการที่เกี่ยวข้องดูแล เรื่องวางมาตรการระยะสั้นสำหรับการเปิดรับนักท่องเที่ยวที่มีกำลังซื้อสูง และมีความเชื่อมั่นในศักยภาพของประเทศไทย หลังพบว่า ผู้บริหารโรงแรมในเครือระดับโลกหลายแห่ง ต้องการทราบมาตรการของไทยในเรื่องนี้ รวมทั้งการทบทวนอุตสาหกรรมเป้าหมาย ผ่านการรับฟังความเห็นจากนักลงทุนต่างชาติด้วย&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74902</URL_LINK>
                <HASHTAG>รมว.พลังงาน, รองนายกรัฐมนตรี, ศบศ., ศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจ, สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200806/image_big_5f2be8d981f8f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74276</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/08/2020 09:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/08/2020 09:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สุพัฒนพงษ์&#039; เผยอยู่เอกชนมารู้ปัญหาสมควร หวังช่วยทีมเศรษฐกิจชุดใหม่ฝ่าวิกฤติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ส.ค.63 - เมื่อเวลา 07.15 น. นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พลังงาน ได้เดินทางมาถึงทำเนียบรัฐบาล เพื่อสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำทำเนียบรัฐบาล เริ่มจากการสักการะท้าวมหาพรหม บนตึกไทยคู่ฟ้า ก่อนลงมาสักการะศาลพระภูมิเจ้าที่ ศาลตา-ยาย เพื่อเป็นสิริมงคล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นนายสุพัฒนพงษ์ ให้สัมภาษณ์ว่า เป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงโปรดเกล้าฯ ให้ตนดำรงตำแหน่งรองนายกฯ และรมว.พลังงาน ส่วนการทำงานวันนี้จะได้รับทราบว่านายกฯจะมอบหมายให้ดูแลในเรื่องใดในฐานะรองนายกฯ ตนได้ศึกษางานมาเบื้องต้นบ้างแล้ว และจะมีกำหนดการเข้ากระทรวงพลังงานต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงการเตรียมรับมือในภาวะคนตกงานมากขึ้น นายสุพัฒนพงษ์ กล่าวว่า ขอรอดูการมอบหมายก่อน และสัปดาห์หน้าคงจะได้มีการพูดคุยกันอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ตอนนายกฯทาบทามได้มีการพูดคุยถึงกรอบการทำงานอย่างไรไว้บ้าง นายสุพัฒนพงษ์ กล่าวว่า มีการพูดคุยในภาพกว้าง ยังไม่ได้ลงรายละเอียด ตนจึงไม่อยากพูดอะไรมากเพราะเมื่อแบ่งงานแล้วไม่ตรงกับที่พูดวันนี้ การสื่อสารกับสื่อมวลชนก็อาจจะผิดพลาดไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า งานรองนายกฯ และงาน รมว.พลังงาน เป็นความท้าทายแบบใหม่อะไรบ้างที่ต้องปรับตัว นายสุพัฒนพงษ์ กล่าวว่า ตนคิดว่าระบบราชการที่จะต้องปรับตัว เพราะตนอยู่กับภาคเอกชนมา ก็จะพยายามเต็มที่และทุ่มเท ขอรอเวลาสักนิดนึงในการทำความรู้จักกันเสียก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า เหตุผลที่ตัดสินใจเข้ามารับตำแหน่งเพราะอะไร นายสุพัฒนพงษ์ กล่าวว่า เข้าใจปัญหาและเชื่ออย่างหนึ่งว่าถ้ามีโอกาสช่วยประเทศชาติได้ก็จะช่วย และตนเพิ่งเกษียณมาได้ 1 ปี ได้รับฟังปัญหามาพอสมควร คิดว่าเราพอจะช่วยเหลือได้ เนื่องจากช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาพิเศษ ไม่ใช่เฉพาะประเทศไทยที่เกิดปัญหา ทั่วโลกก็มีปัญหา มีความไม่แน่นอน ตนจะทำหน้าที่อย่างดีที่สุดเพื่อแก้ปัญหาให้ประเทศ และตนเชื่อมั่นในตัวนายกฯในฐานะหัวหน้ารัฐบาลและหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า คิดว่าทีมเศรษฐกิจชุดใหม่จะเป็นที่เชื่อมั่นของคนในประเทศและต่างประเทศหรือไม่ นายสุพัฒนพงษ์ กล่าวว่า ทุกคนประจักษ์เห็นแล้วว่าในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ประเทศไทยสามารถบริหารจัดการได้เป็นอย่างดี พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าของเราดีกว่าประเทศอื่นอย่างไร เราเลือกเส้นทางอย่างระมัดระวัง บางประเทศที่เดินอีกแบบหนึ่งเขาก็เจอการระบาดรอบสอง ณ วันนี้เราถือว่ารับศึกด้านเดียว บางประเทศเข้ายังต้องการแก้ปัญหาการแพร่ระบาดและเศรษฐกิจถดถอย จึงถือว่าเป็นความสามารถของนายกฯ และครม.ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ปัจจัยการชุมนุมหรือปัจจัยทางการเมืองจะทำให้เศรษฐกิจได้รับผลกระทบอย่างไร นายสุพัฒนพงษ์ กล่าวว่า ตนเชื่อว่าวันนี้ทุกคนต้องร่วมมือกัน และมีการให้ข้อมูลที่ถูกต้อง ซึ่งรายละเอียดตนยังไม่ได้ศึกษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ความขัดแย้งและความวุ่นวายภายในพรรคการเมืองจะส่งผลกระทบต่อการทำงานหรือไม่ นายสุพัฒนพงษ์ กล่าวว่า อันนี้ถือว่ายังไม่ได้เริ่ม ต้องไปดูกระทรวงที่ได้รับมอบหมายว่าเกี่ยวข้องในเรื่องใด ถ้าไม่ใช่เรื่องพวกนี้ก็มีผู้ที่ได้รับมอบหมายอยู่แล้ว เราก็เพียงให้ความร่วมมือ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74276</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครม.ใหม่, ทำเนียบรัฐบาล, รมว.พลังงาน, สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200813/image_big_5f349ea691c27.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72435</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/07/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/07/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หึ่ง!สุพัฒนพงษ์คว้ารมต. ป๊อกเผยสัมพันธ์3ป.ซี้ปึ้ก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;สุพัฒนพงษ์&amp;quot; บิ๊กพีทีทีโกลบอลเคมิคอล-อดีตซีอีโอเครือ ปตท. ผงาดนั่ง รมว.พลังงาน ลาออกทุกบริษัทเอกชน เตรียมตัวเสริมทัพทีมเศรษฐกิจ &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ทำขรึมไม่ตอบ &amp;quot;ไพรินทร์&amp;quot; ไร้ชื่อร่วม ครม. แบ่งเค้กเก้าอี้ ปธ.อนุ กมธ.งบฯ 64 ลงตัว พรรคร่วมรัฐบาลฟาดเรียบ เตรียมเปิดศึกกองทัพ ขู่หั่นงบเรียบทั้งเรือดำน้ำ- รถถัง-เครื่องบินหรู&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความเคลื่อนไหวการปรับคณะรัฐมนตรี &amp;quot;ประยุทธ์ 2/2&amp;quot; ก่อนเข้าสู่ช่วงวันหยุดยาวจนถึงวันที่ 28 ก.ค. เริ่มมีความชัดเจนมากขึ้นตามลำดับ หลังมีกระแสข่าวว่าเมื่อผ่านพ้นช่วงวันสำคัญของประเทศไทยในสัปดาห์หน้า รายชื่อเกือบทุกตำแหน่งน่าจะลงตัวหมด&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเมื่อวันที่ 24 ก.ค.ที่ผ่านมา มีความเคลื่อนไหวจากฝ่ายต่างๆ เริ่มที่ท่าทีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวนายไพรินทร์ ชูโชติถาวร อดีต รมช.คมนาคม ขอถอนตัวออกจากการถูกทาบทามเข้าร่วมคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ โดยนายกรัฐมนตรีส่ายหัวพร้อมกล่าวกับสื่อว่า &amp;quot;กลับบ้านกันได้แล้ว&amp;quot; ก่อนเดินขึ้นรถกลับออกไปทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันนี้ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)หรือ PTTGC แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ตั้งแต่ช่วงเช้าวันที่ 24 ก.ค. ว่านายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ กรรมการและกรรมการกำกับดูแลกิจการ ได้ขอลาออกจากการเป็นกรรมการของ บริษัท โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 23 ก.ค.2563 เป็นต้นไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เป็นที่คาดหมายกันว่าการลาออกของนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ ในครั้งนี้ เพื่อไปรับตำแหน่งรัฐมนตรีในรัฐบาล หลังได้รับการทาบทามให้ไปดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน แทนนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ ที่ลาออกไปก่อนหน้านี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ ปัจจุบันอายุ 60 ปี เป็นบุคลากรที่มีความรู้และเชี่ยวชาญในธุรกิจพลังงาน และเป็นหนึ่งในทีมที่ปรึกษาเศรษฐกิจของนายกรัฐมนตรี ซึ่งคาดว่าได้รับการทาบทามจากนายกรัฐมนตรีให้มานั่งเก้าอี้กระทรวงพลังงาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุพัฒนพงษ์ จบการศึกษาวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต (วิศวกรรมเคมี) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผ่านการอบรมหลักสูตร &amp;ldquo;การปฏิรูปและสร้างเครือข่ายนวัตกรรม&amp;rdquo; รุ่นที่ 2/2561 สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) หลักสูตรผู้บริหารระดับสูง (วตท.) รุ่นที่ 23/2559 สถาบันวิทยาการตลาดทุน หลักสูตรผู้บริหารระดับสูงด้านวิทยาการพลังงาน รุ่นที่ 4 (วพน. 4) สถาบันวิทยาการพลังงาน หลักสูตร Oxford&amp;nbsp; Energy Seminar 2013, United Kingdom
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุพัฒนพงษ์เป็นผู้มีประสบการณ์การทำงานด้านพลังงาน 5 ปีย้อนหลัง เคยเป็นประธานกรรมการบริษัท โกลบอลกรีนเคมิคอล จำกัด (มหาชน), กรรมการบริหารความเสี่ยง บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน), รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน), อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน), อดีตประธานกรรมการบริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน), อดีตกรรมการบริษัท PTTGC International Private Limited เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านท่าทีพรรคร่วมรัฐบาล นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์&amp;nbsp; ยืนยันว่าขณะนี้ยังไม่ได้รับสัญญาณจากนายกรัฐมนตรีเรื่องของเปลี่ยนกระทรวงในสัดส่วนของพรรค และขณะนี้ยังไม่มีการเปลี่ยนตัวรัฐมนตรีของพรรคทั้ง 7 ตำแหน่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หัวหน้าพรรค ปชป.กล่าวอีกว่า ที่มีข่าวว่ากลุ่ม ส.ส.ของพรรคออกมาเคลื่อนไหวเพื่อกดดันให้เปลี่ยนตัวคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รมช.ศึกษาธิการ จากเหตุการณ์งานเลี้ยงมื้อค่ำที่คุณหญิง กัลยาเป็นเจ้าภาพ และกลุ่ม ส.ส.ดังกล่าวไม่เข้าร่วมงานเลี้ยงนั้น ได้สอบถามแล้วว่าไม่ได้เป็นไปตามข่าว แต่ได้ให้เหตุผลว่าที่ไม่มาร่วมงานเนื่องจากติดนัดส่วนตัวที่ไม่สามารถยกเลิกได้ และได้มีการนัดหมายมาก่อนหน้านี้แล้ว โดยยืนยันว่าไม่มีประเด็นทางการเมือง ทั้งนี้ หากจะมีการปรับคณะรัฐมนตรีในสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ต้องเริ่มนับหนึ่งจากนายกรัฐมนตรีก่อน ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีสัญญาณการปรับเปลี่ยนจากนายกรัฐมนตรีแต่อย่างใด มีเพียงการกำชับให้รัฐมนตรีแต่ละกระทรวงชี้แจงผลงานการทำงานที่ผ่านมา เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบและเร่งรัดประชาสัมพันธ์ผลงานให้ประชาชนได้รับทราบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สอดรับกับการเปิดเผยจากนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงเรื่องที่นายกรัฐมนตรีจะปรับ ครม. ว่าไม่ได้รับแจ้งจากนายกรัฐมนตรีเรื่องจะเปลี่ยน รมว.เกษตรฯ ซึ่งในทางการเมือง หากไม่มีการแจ้งจากนายกฯ แสดงว่าจะไม่เปลี่ยนแปลงใดๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ นายเฉลิมชัยยังได้กล่าวระหว่างเป็นประธานการประชุมเพื่อกำหนดวิสัยทัศน์ของการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ซึ่งมีคณะกรรมการฯ และผู้บริหารระดับสูงของการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ร่วมงานว่า &amp;quot;นายกรัฐมนตรีจะปรับ ครม. ซึ่งคาดว่าประมาณกลางเดือนสิงหาคมนี้ แต่ตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไม่เปลี่ยนแปลง ดังนั้นผมจะยังทำงานกับพวกท่านอีกนานพอสมควร&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวถึงกระแสข่าวการปรับคณะรัฐมนตรีในส่วนของ รมว.มหาดไทย ว่า การปรับคณะรัฐมนตรีอยู่ที่อำนาจของนายกรัฐมนตรีเป็นผู้พิจารณาตัดสินใจ โดยส่วนตัวเห็นว่าหากมีการปรับแล้วจะต้องทำงานให้กับประเทศชาติได้ ซึ่งการจะปรับในตำแหน่งใด เป็นความรับผิดชอบที่ขึ้นอยู่กับนายกรัฐมนตรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ส่วนตัวหากใครที่ทราบประวัติความสัมพันธ์ระหว่างผมกับนายกรัฐมนตรี ที่อยู่ด้วยกันมานาน มีความผูกพันกัน อยู่บ้านหลังเดียวกัน กินข้าวหม้อเดียวกันเป็นสิบปี หากจะปรับกันอย่างไรผมไม่เป็นปัญหา และไม่มีอะไรในใจแม้แต่สักนิด หากนายกรัฐมนตรีเห็นความจำเป็นว่าจะให้บุคคลใดเข้าหรือออกในการปรับคณะรัฐมนตรี รวมถึงผมด้วย เพราะนายกรัฐมนตรีต้องแบกรับการทำงานของรัฐบาล ที่ต้องรับผิดชอบต่อประเทศชาติ รวมถึงต้องแก้ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น หากปรับเอาคนที่มีความสามารถมาทำงานก็เป็นหน้าที่ของนายกรัฐมนตรี ส่วน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นทั้งผู้บังคับบัญชา และตนเคารพเหมือนพี่ชาย ถ้ามาทำหน้าที่แทน ก็ไม่เป็นปัญหา และผมเองไม่ติดใจ และผมจะสบายใจ ขอให้นายกรัฐมนตรีบริหารประเทศได้&amp;quot;&amp;nbsp; พล.อ.อนุพงษ์เล่าถึงความสัมพันธ์ของพี่น้อง 3 ป.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันนี้ การจัดสรรเก้าอี้ต่างๆ ในคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564 ที่เคยเกิดปัญหาขึ้นภายในพรรคร่วมรัฐบาล จนทำให้การประชุมล่ม เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมาเกิดความลงตัวแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรื่องนี้ นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 แถลงถึงการแต่งตั้งคณะอนุ กมธ. จำนวน 8 ชุด ชุดละ 10 คนใน กมธ.วิสามัญฯ ประกอบด้วย 1.คณะอนุ กมธ.ฝึกอบรม สัมมนา ประชาสัมพันธ์ ค่าจ้างเหมาบริการ ค่าจ้างที่ปรึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและการถ่ายทอดเทคโนโลยี ค่าเช่า ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการต่างประเทศ งบดำเนินงาน งบเงินอุดหนุน และงบรายจ่ายอื่น โดยมีนายเอกราช ช่างเหลา ส.ส.ขอนแก่น พรรคพลังประชารัฐ เป็นประธาน 2.คณะอนุ กมธ.ครุภัณฑ์ ไอซีที รัฐวิสาหกิจและทุนหมุนเวียน มีนายสุพล ฟองงาม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ เป็นประธาน 3.คณะอนุ กมธ.ที่ดินและสิ่งก่อสร้าง มีนายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย เป็นประธาน 4.คณะอนุกมธ.จังหวัด กลุ่มจังหวัดและแผนบูรณาการพัฒนาพื้นที่ระดับภาค มีนายภิญโญ นิโรธ ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ เป็นประธาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายยุทธพงศ์กล่าวต่อว่า 5.คณะอนุ กมธ.ท้องถิ่น องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาลนคร เทศบาลเมือง กทม. พัทยาและเงินอุดหนุนที่จัดสรรให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (เทศบาลตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล) ของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น&amp;nbsp; มีนายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์&amp;nbsp; ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ เป็นประธาน&amp;nbsp; 6.คณะอนุ กมธ.ด้านการศึกษา มีนายสมศักดิ์ พันธ์เกษม ส.ส.นครราชสีมา พรรคพลังประชารัฐ เป็นประธาน 7.คณะอนุ กมธ.แผนงานบูรณาการ 1 มีนายมณเฑียร สงฆ์ประชา ส.ส.ชัยนาท พรรคพลังประชารัฐ เป็นประธาน และ 8.คณะอนุ กมธ.แผนงานบูรณาการ 2 มี น.ส.แนน&amp;nbsp; บุญย์ธิดา สมชัย ส.ส.อุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ เป็นประธาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษก กมธ.งบประมาณรายจ่ายฯ กล่าวว่า การแบ่งสัดส่วนและตำแหน่งประธานอนุ กมธ.ทั้ง 8 ชุด ถือว่ามีการจัดสรรตามสัดส่วน ส.ส.ที่พึงมีในสภาของแต่ละพรรคการเมือง โดยตำแหน่งประธานอนุ กมธ.เป็นของพรรคร่วมรัฐบาลทั้งหมด โดยมีฝ่ายค้านเป็นรองประธาน ทั้งนี้ กมธ.ชุดใหญ่ได้ให้หลักการว่า ให้อนุ กมธ.ทั้ง 8 ชุด ปรับลดงบประมาณอย่างเต็มที่ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน โดยเฉพาะโควิด-19 พร้อมทั้งกำชับว่าสิ่งที่ไม่จำเป็น โดยเฉพาะงบกระทรวงกลาโหม อาทิ ยุทโธปกรณ์ต่างๆ&amp;nbsp; เช่น เรือดำน้ำ รถถัง เครื่องบินหรู โดย กมธ.จะทำงานอย่างเข้มข้นและจะแจ้งความคืบหน้าให้ทราบเป็นระยะๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า เมื่อมีการแบ่งโควตาลงตัวแล้ว จะไม่เกิดเหตุการณ์การประชุม กมธ.งบฯ ปี 64 ล่มอีกแล้วใช่หรือไม่ นายยุทธพงศ์กล่าวยืนยันว่า การแบ่งสัดส่วน บรรยากาศเป็นไปอย่างราบรื่น การทำงานใน กมธ.งบฯ ก็ไม่ได้มี ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้านอยู่แล้ว เพราะถือเป็นตัวแทนของ ส.ส.ทั้งสภาที่เข้ามาปรับลดงบประมาณ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72435</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.งบประมาณ 64, ทีมเศรษฐกิจ, ปรับครม., พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, รมว.พลังงาน, สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200724/image_big_5f1aea4003dbf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
