<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>97771</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/03/2021 15:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/03/2021 15:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คุรุสภา รับลูก “รมว.ศธ.” รุกกระตุ้นจิตวิญญาณครู หวังเรียกศรัทธาวิชาชีพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
30เม.ย.64-นายดิศกุล เกษมสวัสดิ์ เลขาธิการคุรุสภา กล่าวว่า ตามที่นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) มีนโยบายเร่งด่วนต้องการทำให้โรงเรียนทุกแห่งเป็นพื้นที่ปลอดภัย (Safe Zone) สำหรับนักเรียน และดำเนินมาตรการขั้นเด็ดขาดกับผู้กระทำความผิดต่อนักเรียน เนื่องจากมีข่าวในเชิงลบของผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาเกิดขึ้นบ่อยครั้งนั้น ในส่วนของคุรุสภาซึ่งกำกับดูแลมาตรฐานวิชาชีพและจรรยาบรรณก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ และได้ทำงานเชิงรุกเพื่อเรียกศรัทธากลับคืนมา เช่น การกำหนดให้หน่วยงานต้นสังกัดของครูที่ถูกลงโทษทางวินัยอย่างร้ายแรง ไล่ออก หรือปลดออก จะต้องส่งข้อมูลมาให้คุรุสภา เพื่อดำเนินการทางจรรยาบรรณของวิชาชีพ โดยเสนอคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ (กมว.) หาก กมว.มีคำวินิจฉัยชี้ขาดให้เพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพแล้ว &amp;nbsp;ก็จะบันทึกลงในฐานข้อมูลเสมือนการขึ้นบัญชีดำ (Blacklist) เพื่อป้องกันการกลับเข้าสู่วิชาชีพ แม้เปลี่ยนชื่อสกุลก็สามารถตรวจสอบได้จากหมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน ซึ่งจะทำให้สังคมเกิดความมั่นใจในผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษามากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันประชาชนก็ต้องช่วยเป็นหูเป็นตา หากพบเห็นผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาประพฤติผิดจรรยาบรรณ โดยเฉพาะความผิดทางเพศ การทุจริต และพัวพันยาเสพติด ก็สามารถแจ้งกล่าวโทษมาได้ที่สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายดิศกุล กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาคุรุสภายังได้ปรับปรุงข้อบังคับต่างๆ เช่น ลดกระบวนการสอบสวนทางจรรยาบรรณให้เสร็จจากภายใน 180 วัน เป็น 90 วัน หรือการพักใช้ใบอนุญาตจากเดิมที่พักได้แค่ 60 วัน ก็ให้พักไว้จนกว่าการสอบสวนจะเสร็จสิ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังมีการส่งเสริมและพัฒนาด้านคุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณอีกหลากหลาย เช่น การสร้างความร่วมมือกับสถาบันผลิตครูเข้าร่วมชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อพัฒนาจรรยาบรรณของวิชาชีพผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ (Ethics in Professional Learning Community) หรือ E-PLC ซึ่งเป็นกระบวนการที่ส่งเสริมให้นิสิต/นักศึกษาครูได้เรียนรู้การเป็นครูที่ดีจากครูพี่เลี้ยงครูต้นแบบในระหว่างการฝึกสอนทั้งการออกแบบการเรียนรู้และจรรยาบรรณวิชาชีพ ซึ่งตั้งแต่ปี 2560 มีผู้ผ่านการพัฒนาไปแล้วกว่า 60,000 คน รวมถึงการผลิตสื่อส่งเสริมจรรยาบรรณในรูปแบบคลิปวิดีโอและภาพยนตร์สั้นมากกว่า 40 ชิ้น เผยแพร่ผ่านสื่อออนไลน์ เช่น เว็บไซต์คุรุสภา ช่องยูทูปคุรุสภา เฟซบุ๊กแฟนเพจคุรุสภา เพจครูดี 360 องศา และเพจ Trainflix และยังจัดทำ 9 บทเรียนจรรยาบรรณวิชาชีพออนไลน์ ซึ่งมีสถาบันผลิตครูและสถานศึกษาจำนวนมากนำไปใช้ และเมื่อปี 2563 กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) ก็ให้ความสนใจขอนำบทเรียนไปใช้ประกอบการจัดกิจกรรมเสริมสร้างหลักสูตรเพื่อพัฒนาคุณลักษณะที่พึงประสงค์ให้แก่นิสิต/นักศึกษาครูในโครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น จำนวน 3,099 คน และในอนาคตยังจะเปิดให้ผู้สนใจทั่วไปเข้ามาเรียนออนไลน์ได้อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นอกจากนี้เรายังมีการจัดหลักสูตรผู้นำจรรยาบรรณให้แก่ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ไปกว่า 1 หมื่นคนแล้ว และยังมีกิจกรรมรณรงค์ต่างๆ อีกอย่างต่อเนื่อง เพื่อกระตุ้นให้ตระหนักถึงการเป็นต้นแบบที่ดีให้แก่ศิษย์และสังคม และในอนาคตยังอาจจะมีรายการทางสื่อสังคมออนไลน์ หรือรายการโทรทัศน์เพื่อนำข่าวเชิงบวกออกไปสู้กับข่าวเชิงลบ &amp;nbsp; และเป็นเวทีกลางให้ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาทุกสังกัด ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน เพื่อช่วยกันพัฒนาและส่งเสริมจรรยาบรรณวิชาชีพให้ปรากฎผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม และเป็นกำลังสำคัญหลักในการพัฒนาประเทศได้ต่อไปในอนาคต&amp;rdquo;เลขาฯ คุรุสภา กล่าว
------------------------
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97771</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุรุสภา, จรรยาบรรณครู, ดิศกุล เกษมสวัสดิ์, รมว.ศธ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210330/image_big_6062e0582b143.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97644</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/03/2021 12:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/03/2021 12:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;ตรีนุช&quot; ประกาศนโยบาย 4เรื่องเร่งด่วน ที่ต้องทำ ลั่นสานต่อแผนพัฒนาการศึกษาจังหวัด&quot;ครูตั้น&quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
29มี.ค.64- เมื่อเวลา 07.42 น. ที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เดินทางมาปฏิบัติหน้าที่ โดยมีนายสุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ปลัด ศธ.) นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) นายสุเทพ แก่นสันเทียร เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (เลขาฯ กอศ.) นานอำนาจ วิชยานุวัตร เลขาธิการสภาการศึกษา (เลขาฯ สกศ.) และข้าราชการ ศธ.รอต้อนรับ ซึ่ง รมว.ศธ.คนใหม่ ได้มีการหารือร่วมกับผู้บริหาร ศธ.ในห้องดำรงราชานุภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และเมื่อเวลา 08.09 น.สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงศึกษาธิการ ได้แก่ พระพุทธบารมีศักดิ์สิทธิ์สยามิศรจักรีสัฏฐีอนุสรณ์ ศึกษาทรรังสรรค์ พร้อมสักการะเครื่องบูชาศาลพระภูมิ รวมทั้งถวายสักการะ พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันเมื่อเวลา 08.05 น. มีต้องแทนกลุ่มนักเรียนเลว เดินทางมามอบของที่ระลึกให้แก่ รมว.ศธ.คนใหม่ โดยภายของที่ระลึกดังกล่าวในเป็นเค้กรูปอาคารราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ แสดงออกเชิงสัญลักษณ์ถึงการเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ รมว.ศธ.ว่า เป็นการแบ่งเค้กเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นเมื่อนางสาวตรีนุช ได้สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงศึกษาธิการเรียบร้อยแล้ว จึงรับของที่ระลึกจากกลุ่มนักเรียนเลว พร้อมทั้งกล่าวตอนหนึ่งว่า กลุ่มนักเรียนเลว ถือเป็นเยาวชนและเป็นประชาชนคนไทย ดังนั้นสิ่งไหนที่ต้องการเสนอแนะเรื่องใด และเยาวชนส่วนรวมได้ประโยชน์ด้วย ตนก็ยินดีรับไปขับเคลื่อน ทั้งนี้ทุกคนเปรียบเสมือนเหมือนลูก เหมือนหลาน หากมีเรื่องอะไรก็สามารถพูดคุยกันได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้นางสาวตรีนุช ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ตอนหนึ่งว่า ตนมีวาระเร่งด่วน 4 เรื่องหลัก ได้แก่ 1.การผลักดันโรงเรียนคุณภาพของชุมชนและการพัฒนาเด็กปฐมวัย ซึ่งเป็นการสานต่อนโยบายเดิมของศธ.ที่ต้องการขับเคลื่อนให้แต่ละชุมชนได้มีโรงเรียนที่มีคุณภาพอย่างน้อย 1 โรงเรียนขึ้นไป ซึ่งจะช่วยลดความเหลื่อมล้ำของโอกาสในการศึกษา 2.ความปลอดภัยของสถานศึกษา โรงเรียนทุกแห่งในประเทศไทยถือเป็น พื้นที่ปลอดภัย จากการบูลลี่และการทารุณกรรมเด็ก 3.ความรู้เรื่องดิจิทัลและทักษะที่จําเป็นในศตวรรษที่ 21 โดยจะประสานความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อพัฒนาแพลตฟอร์มการเรียนรู้ด้วยดิจิทัลแห่งชาติ และระบบฐานข้อมูลการศึกษา (Big Data) และ 4.การขับเคลื่อนภาพลักษณ์ที่ดีของการอาชีวศึกษา โดยจะมุ่งเน้นการประชาสัมพันธ์สถาบันอาชีวศึกษาที่มีมาตรฐานชั้นนําในระดับประเทศให้เป็นที่รับรู้ในวงกว้าง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวตรีนุช กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ตนมีนโยบายการทำงานในรูปแบบของ TRUS คือ ความไว้วางใจที่จะทำให้ครูและบุคลากรทางการศึกษา ผู้ปกครอง ผู้เรียน และประชาชน กลับมาให้ความไว้วางใจการทํางานของ ศธ.อีกครั้งด้วยการสร้างความรับผิดชอบ มีความโปร่งใสในการทำงาน ทำงานเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน และยึดผู้เรียนเป็นเป้าหมายแห่งการพัฒนา ซึ่งผ่านความพร้อมด้วยการมีเทคโนโลยีทางการศึกษาที่ทันสมัย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ดิฉันยืนยันว่าจะมีการสานต่อแผนการศึกษาจังหวัด ซึ่งเป็นนโยบายเดิมของนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ อดีต รมว.ศธ. เพราะเป็นนโยบายที่ดีและสร้างโรงเรียนให้มีคุณภาพอย่างเท่าเทียม ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้ส่งกำลังใจและฝากให้มีการสานต่อโครงการของ ศธ.ที่ทำไว้เดิมให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งนโยบายต่างๆ ดิฉันคงไม่สามารถกำหนดได้ว่าจะวางระยะเวลา ว่า จะดำเนินการให้จับต้องได้ภายในกี่เดือน แต่จะทำงานด้านการศึกษาให้ดีที่สุด ซึ่งต้องขอประชุมร่วมกับผู้บริหารศธ.ก่อน ส่วนการทำงานร่วมกับ รมช.ศธ.ทั้งสองคนนั้น ดิฉันไม่มีปัญหาหรือข้อกังวลอะไร และพร้อมร่วมทำงานกับข้าราชการทุกคน ซึ่งจะเปิดรับฟังทุกข้อเสนอแนะจากทุกฝ่ายทีเกี่ยวข้อง&amp;rdquo;รมว.ศธ. กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับประเด็นที่สังคมมองว่าตนได้รับตำแหน่งในกระทรวงที่ใหญ่และเป็นรัฐมนตรีฝึกหัดนั้น นางสาวตรีนุชกล่าวว่า &amp;nbsp;ไม่หนักใจและมองว่า ศธ.เป็นกระทรวงใหญ่ที่มีความท้าทาย และมีปัญหาหลากหลาย ซึ่งเรื่องใดที่ต้องการให้แก้ไขอย่างเร่งด่วนคงทำไม่ได้ในทันที แต่จะมีวิธีบริหารจัดการแก้ไขปัญหอย่างเป็นระบบแน่นอน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97644</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ศธ., ตรีนุช เทียนทอง, รมว.ศธ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210329/image_big_6061649cc38ef.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97256</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/03/2021 14:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/03/2021 14:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รองปลัดศธ.โต้&quot;นักเรียนเลว&quot; เห็นต่าง  ไม่ว่าใครมาเป็นรมว.ศธ.ก็โดน หาถ้อยคำมาด้อยค่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25มี.ค.64- นายวีระ แข็งกสิการ รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (รองปลัด ศธ.) ในฐานะโฆษกกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวถึงกรณีที่กลุ่มนักเรียนเลวได้แสดงความคิดเห็นในเชิงลบ เกี่ยวกับนางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) คนใหม่ ที่ระบุว่า อนาคตนักเรียนไทย คือเค๊กก้อนใหญ่ นั้น ว่า ตนไม่แปลกใจที่กลุ่มนักเรียนเลว ซึ่งมีความเห็นต่างทางการเมืองจะออกมาวิพากษ์วิจารณ์ผู้ที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่ง รมว.ศธ. เพราะถึงแม้จะเป็นใครมา คนเห็นต่างก็สามารถหาถ้อยคำมาด้อยค่าได้ทุกคน ทั้งนี้โดยส่วนตัวตนมองว่า รมว.ศธ. มีความเป็นคนรุ่นใหม่ มีประวัติการศึกษาด้านเศรษฐศาสตร์ ด้วยความเป็นนักการเมืองที่ใกล้ชิดพี่น้องประชาชนมายาวนาน ผ่านการเลือกตั้ง ผ่านประสบการณ์การบริหารงานมาหลากหลายด้าน รมว.ศธ.จะสามารถนำพา ศธ. ไปข้างหน้าได้อย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นานวีระ กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม เมื่อเร็วๆ นี้ นายสุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ได้เรียกผู้รับผิดชอบในการจัดทำนโยบายและยุทธศาสตร์ ของทุกส่วนราชการ ทั้งจากสำนักปลัดกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันยกร่างนโยบายเพื่อนำเสนอ รมว.ศธ. พิจารณาต่อไป โดยให้นำนโยบายของที่ คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช และนางนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) รวมถึงนโยบายของ นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ อดีต รมว.ศธ.เพื่อประมวลเป็นภาพกระทรวงศึกษาธิการต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การแต่งตั้งนางสาวตรีนุช เทียนทอง ให้ดำรงตำแหน่ง รมว.ศธ. ในครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของ ศธ. ที่ผู้หญิงได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง รมว.ศธ. และเป็นหน้าประวัติศาสตร์ครั้งแรกอีกเช่นกัน ที่รัฐมนตรีของ ศธ. ทั้ง 3 คนเป็นผู้หญิง จึงเป็นมิติใหม่ที่น่าติดตามผลงานต่อไป&amp;quot;โฆษก ศธ.กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97256</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.วีระ แข็งกสิการ, ตรีนุช เทียนทอง, นักเรียนเลว, รมว.ศธ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210114/image_big_600010e6e426c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95758</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/03/2021 16:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/03/2021 16:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กก.ปฎิรูปการศึกษา ฝากการบ้าน ว่าที่รมว.ศธ.ยึดแนวพัฒนารูปแบบ Active Learning</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11มี.ค.64-นายศักดิ์สิน โรจน์สราญรมย์ กรรมการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา กล่าวว่า เนื่องจากขณะนี้ตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) ได้ว่างลง และอยู่ระหว่างการพิจารณาของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาผู้ที่เหมาะสมเข้ามาดำรงตำแหน่งดังกล่าว ซึ่งตนเชื่อว่าไม่ว่าใครจะเข้ามาดำรงเป็น รมว.ศธ. ก็ไม่น่าจะต้องกังวลอะไร เพราะขณะนี้ นายวิษณุ เครืองงาม รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งกำกับดูแลงานด้านการศึกษา ได้มีการกำหนดแนวทางการพัฒนาด้านการศึกษาในรูปแบบ Active Learning ไว้อย่างชัดเจนแล้ว ที่สำคัญแนวทางดังกล่าวสามารถตอบโจทย์รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 มาตรา 258 จ.(4) ที่มุ่งเน้นกระบวนการจัดการเรียนรู้ และพหุปัญญา คือความถนัดที่แตกต่างกันของผู้เรียน ทั้งยังตอบโจทย์แผนแม่บทภายใต้แผนยุทธศาสตร์ชาติ ซึ่งขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้ขานรับและนำแนวทางดังกล่าวไปนำร่องแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ไม่ว่าใครจะเข้ามานั่งในตำแหน่ง รมว.ศธ. ผมอยากให้เดินหน้าขับเคลื่อนแนวทางการพัฒนาการศึกษาที่ นายวิษณุ ได้วางเอาไว้นี้ ไม่จำเป็นต้องไปเรียนรู้ใหม่ให้เสียเวลา เนื่องจากมีการศึกษาวิจัยจนตกผลึกแล้ว การปฏิรูปการศึกษาเรารอไม่ได้ ไม่ควรชักช้าเสียเวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ที่ไม่ปกติ ประเทศมีการแพร่ระบาดโควิด19 เรายิ่งต้องเร่งรีบส่งเสริมและสร้างให้เด็กสามารถช่วยเหลือตัวเองได้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายศักดิ์สิน กล่าวอีกว่า หาก ศธ.เร่งขับเคลื่อนการพัฒนาเด็กอย่างเร่งด่วน จริงจัง และต่อเนื่อง ต่อไปเราจะได้เห็นเด็กประถมศึกษาตอนต้นสามารถสร้างกระบวนการและสร้างความรู้ได้เอง ขณะที่เด็กประถมศึกษาตอนปลายและมัธยมศึกษาตอนต้นต้องสามารถนำความรู้ไปยกระดับคุณภาพชีวิตได้เอง และเข้าถึงนวัตกรรม สามารถขายไอเดียและโปรเจคงานได้ด้วยตัวเอง ส่วนเด็กมัธยมศึกษาตอนปลายจะต้องได้เรียนรู้แบบปฏิบัติการเชิงวิจัย เด็กสามารถวิจัยในสถานศึกษา หรือในชุมชนได้ โดยไม่ต้องรอไปถึงระดับอุดมศึกษา ซึ่งจะช่วยสร้างความเข้มแข็งให้กับสังคม และประเทศชาติได้อย่างรวดเร็ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95758</URL_LINK>
                <HASHTAG>#การปฎิรูปการศึกษา, ACTIVE LEARNING, รมว.ศธ., ศักดิ์สิน โรจน์สราญรมย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210311/image_big_6049e73accfb0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95004</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/03/2021 15:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/03/2021 15:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;ณัฏฐพล&quot; โพสต์การศึกษาไทย กำลังเดินไปข้างหน้า  หวังคนมาเป็น รมว.ศธ.คนใหม่ จะขับเคลื่อนให้ดียิ่งขึ้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
4มี.ค.64- ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจ Nataphol Teepsuwan - ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ โพสต์ข้อความระบุว่า วันที่ 10 กรกฎาคม​ 2562 พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งรัฐมนตรี ซึ่งผมได้รับพระมหากรุณา​ธิคุณ​ ให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในช่วงเวลา 1 ปีครึ่ง ผมได้รับเกียรติจากข้าราชการผู้ใหญ่ในกระทรวง ทั้งในและนอกราชการ พี่ๆน้องๆข้าราชการ ทั้งครูและบุคลากรทางการศึกษา ตลอดจนความร่วมมือของภาคเอกชนและผู้ทรงคุณวุฒิทั้งหลาย ผมสัมผัสได้ถึงความมุ่งมั่น ตั้งใจจริงที่จะยกระดับคุณภาพการศึกษาไทย หลายคนบอกผมว่า กระทรวงศึกษาขับเคลื่อนยาก ระบบการศึกษาไทยคงไปไม่ถึงไหน ผมขอยืนยันตรงนี้ว่า &amp;ldquo;ไม่จริงครับ&amp;rdquo; กระทรวงศึกษาและการศึกษาไทย &amp;ldquo;กำลังเดินไปข้างหน้า&amp;rdquo; ด้วยความร่วมมือร่วมใจของข้าราชการกระทรวงและภาคีเครือข่ายอย่างเข้มแข็ง อาจจะใช้เวลาหน่อย เพราะมีปัญหามากมายหลายมิติ ที่ต้องแก้ ต้องใช้เวลา แต่เรามาถูกทางแล้วครับ และเชื่อมั่นว่ารมต.คนต่อไปจะขับเคลื่อนให้ดียิ่งขึ้นอย่างแน่นอน...ผมหวังอย่างนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ปี 6 เดือนที่ผ่านมา ผมเดินทางไปแทบทุกจังหวัด ไปเยี่ยมโรงเรียนเกือบ 1,000โรงเรียน ได้พบเจอน้องๆนักเรียนเยอะมาก ได้เข้าใจจิตใจ ความรู้สึก และความต้องการของน้องๆ ได้เห็นโอกาสและแนวทางขับเคลื่อน ถึงแม้วันนี้ผมไม่ได้อยู่ในตำแหน่งแล้ว แต่ผมยังมั่นใจข้าราชการ ครูและบุคลากรทางการศึกษาทั้งกระทรวง จะมุ่งมั่นพัฒนาการศึกษาไทยให้เจริญรุ่งเรืองต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมขอถือโอกาสนี้ขอบคุณท่านนายกฯที่ให้โอกาสผมได้ทำงานอันมีเกียรตินี้ ขอบคุณพรรคที่สนับสนุน ขอบคุณข้าราชการกระทรวงศึกษาธิการที่ต้อนรับผมอย่างอบอุ่นตั้งแต่วันแรกจนวันสุดท้าย ขอบคุณภาคเอกชนทุกภาคีที่รวมพลังกันอย่างเข้มแข็ง ขอบคุณน้องๆสื่อมวลชนที่ช่วยสื่อสารงานของผมตลอดมาด้วยมิตรไมตรีต่อกัน ผมโชคดีมากๆที่ได้สัมผัสความจริงใจของทุกๆคนที่มีต่อการศึกษาไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณความทรงจำดีๆในช่วงที่ผ่านมาซึ่งจะเป็นพลังให้ผม &amp;ldquo;คิดดีทำดี&amp;rdquo; เพื่อประเทศชาติต่อไปในบริบทที่เราสามารถทำได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณอีกครั้งที่ให้เกียรติกัน ผมจะจำเวลาที่มีค่าที่สุดช่วงนึงในชีวิต...ตลอดไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95004</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณัฏฐพล  ทีปสุวรรณ, รมว.ศธ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210304/image_big_6040a0e371bfe.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94600</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/03/2021 11:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/03/2021 11:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อนุชา&#039;ปัดต่อรองนั่งศธ.-ดีอีเอส ยันปรับครม.ขึ้นอยู่กับผู้ใหญ่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 มี.ค. 64 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่มีกระแสข่าวว่าจะไปนั่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอีเอส)ว่า ยังไม่มีสัญญาณจาก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) และยังไม่มีการพูดคุยใดๆ เป็นเพียงการคาดเดาของสื่อ ซึ่งการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค ในวันที่ 2 มี.ค. ก็ยังไม่ทราบว่าจะมีการนำเรื่องนี้มาพูดคุยหรือไม่ แต่หากหยิบยกขึ้นมาหารือในที่ประชุมก็ต้องพูดคุยกัน และจนถึงขณะนี้ยังไม่มีสัญญาณใดๆ ว่าจะปรับคณะรัฐมนตรีช้าหรือเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าจะเป็นการปรับคณะรัฐมนตรีใหญ่ หรือไปรับเฉพาะ 3 ตำแหน่งที่ว่างลง และแลกกระทรวงกัน นายอนุชา กล่าวว่า กระแสข่าวก็คือกระแสข่าว ซึ่งทุกอย่างขึ้นอยู่กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และพล.อ.ประวิตร เป็นผู้ดำเนินการ แต่ย้ำว่าขณะนี้ยังไม่มีสัญญาณใดๆ มีเพียงกระแสข่าวเท่านั้น และตนในฐานะเลขาธิการพรรคยังไม่ได้มีการพูดคุยกับนายกฯ และหัวหน้าพรรค ซึ่งทุกครั้งก่อนปรับครม.ก็จะมีกระแสข่าวและการเคลื่อนไหวลักษณะเช่นนี้ออกมา ถือเป็นเรื่องปกติซึ่งไม่ใช่เรื่องที่ต้องวิตกกังวล ไม่มีอะไรนอกเหนือจากสิ่งที่เคยเป็นมาในอดีต ซึ่งอำนาจการปรับครม.เป็นของนายกฯที่จะตัดสินใจ เพื่อประโยชน์ในการทำงานของรัฐบาลให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงกรณี ส.ส.พลังประชารัฐลงชื่อมอบอำนาจให้พล.อ.ประวิตร เป็นผู้ตัดสินใจในการพิจารณาปรับครม.ในโควตาของพรรคพลังประชารัฐ นายอนุชา ปฏิเสธว่า ไม่ทราบข่าวและไม่ทราบว่ามีหนังสือจริงหรือไม่ ส่วนส.ส. ภาคใต้ของพรรคเสนอตัวเข้ามาเป็นรัฐมนตรีในโควตาภาคใต้ของพรรคพลังประชารัฐหรือไม่นั้น ยืนยันว่า ยังไม่มีใครมาพูดอะไรกับตนในฐานะที่เป็นเลขาธิการพรรค เป็นเพียงแค่ข่าว แต่อาจจะมีคนบางกลุ่มที่มีการพูดคุยกัน ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่จะพูดคุยก่อนปรับครม.ทุกครั้ง ส่วนหลังเลือกตั้งซ่อม เพื่อเกลี่ยตำแหน่งตามโควตาส.ส. ทุกอย่างขึ้นอยู่กับนายกฯ พิจารณาว่ากรอบเวลาใดเหมาะสมในการปรับครม. โดยยืนยันว่าตนไม่เคยต่อรองขอหรือเรียกร้องตำแหน่งทุกอย่างขึ้นอยู่กับผู้ใหญ่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกระแสข่าวมีชื่อลุ้นเป็นรมว.ศึกษาธิการด้วยนั้น นายอนุชา กล่าวว่า ทุกอย่างขึ้นอยู่กับผู้ใหญ่ แล้วแต่ผู้ใหญ่จะให้ทำงานในส่วนไหนก็พร้อมอย่างเต็มกำลังความสามารถ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94600</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกฯ, ปรับครม., รมว.ดีอีเอส, รมว.ศธ., อนุชา นาคาศัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210301/image_big_603c6e4f959be.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94579</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/03/2021 08:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/03/2021 08:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;ปลัด ศธ.&quot; เตรียมชงแผนเดินหน้าอควาเรียมสงขลาฉบับสมบูรณ์ ให้รมว.ศธ.คนใหม่ พิจารณา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1มี.ค.64-นายสุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ปลัด ศธ.) กล่าวถึงความคืบหน้าการเดินหน้าโครงการก่อสร้างศูนย์ศึกษาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ หรือ อควาเรียม ทะเลสาบสงขลา ของวิทยาลัยประมงติณสูลานนท์ จังหวัดสงขลา ว่า ขณะนี้ตนได้สรุปแนวทางแผนการเดินหน้าก่อสร้างต่อเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว ซึ่งคณะทำงานด้านอควาเรียมสงขลาที่มีผู้เชี่ยวชาญจากสภาสถาปนิกร่วมเป็นคณะทำงาน ได้ลงพื้นที่เก็บข้อมูลรายละเอียด เพื่อนำมาสรุปความพร้อมในการเดินหน้าก่อสร้างอควาเรียมให้เสร็จ ซึ่งมีไอเดียเพิ่มเติมจากการนำเทคโนโลยีเสมือนจริง หรือ เอไอ มาบริหารจัดการอควาเรียม การจัดทำเป็นศูนย์การเรียนรู้ อาคารนิทรรศการ และการให้บริการเช่าอบรมประชุมสัมนา รวมถึงข้อเสนอให้ปรับเป็นศูนย์ธุรกิจแบบครบวงจร ซึ่งในไอเดียนี้จะต้องไปศึกษาข้อกฎหมายทรัพยากรชายฝั่งที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมอย่างรอบด้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุภัทร กล่าวต่อว่า นอกจากนี้สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ยังได้สรุปการนำเสนอที่จะเดินหน้าสร้างอควาเรียมมาให้ตนพิจารณาด้วยเช่นกัน ซึ่งในส่วนแผนงานของ สอศ.ที่เสนอมานั้นต้องการที่จะสร้างอควาเรียมต่อให้จบในรูปแบบเดิม ซึ่งตนยังไม่ได้ลงลึกในรายละเอียดการนำเสนอของ สอศ.แต่ก็จะนำมาเขียนสรุปเป็นแผนงานเดียวกัน ดังนั้นรูปแบบการเดินหน้าอาคารอควาเรียมจะมีแผนการดำเนินงานอย่างหลากหลาย เช่น พื้นที่ข้างในอาคารบางส่วนอาจเป็นพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำของจริง และอีกส่วนอื่นๆอาจจะอยู่ในรูปแบบแอนิเมชั่นสามมิติ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ถือว่าแผนงานเดินหน้าก่อสร้างอควาเรียมสงขลานั้นเสร็จสิ้นแล้ว ซึ่งตนจะเสนอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) คนใหม่เป็นผู้พิจารณาและสานต่องานให้เดินหน้าต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94579</URL_LINK>
                <HASHTAG>#อควาเรียม, รมว.ศธ., สุภัทร จำปาทอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201230/image_big_5fec3a67b14fc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
