<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119603</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/10/2021 09:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/10/2021 09:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘อนุทิน’ยันรัฐบาลทำทุกวันให้ดีที่สุดอยู่แล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ต.ค.2564 - นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวถึงกรณี น.ส.พรพิมล ธรรมสาร ส.ส.ปทุมธานี ที่ถูกขับออกจากพรรคเพื่อไทย (พท.) ได้มาสมัครพรรค ภท.หรือยังว่า &amp;quot;ยังๆ&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม ระบุในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ร่วมกันทำงานประชุมเอเปกที่ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพในปี 2565 หมายความว่ารัฐบาลจะอยู่ครบเทอมใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า เราทำให้ดีที่สุดตราบใดที่ยังมีหน้าที่มีภารกิจอยู่ ก็จะทำให้ดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามย้ำว่าอย่างนี้ภาพที่ออกมาจึงเห็นพรรคการเมืองลงพื้นที่กันหนักมาก นายอนุทินกล่าวว่า เราลงพื้นที่ตลอดเวลาอยู่แล้วไม่เคยหยุด ทั้งตนเองและสมาชิกพรรคภูมิใจไทยทุกคนลงพื้นที่ตลอดไม่ว่าจะสถานการณ์อะไร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามย้ำว่าสบายใจขึ้นหรือไม่ที่สถานการณ์รัฐบาลจะอยู่ครบเทอมแน่ นายอนุทินกล่าวว่า &amp;quot;ทำทุกวันให้มันดีที่สุด&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้แจ้งยอดบริจาคเงินให้พรรคการเมืองจากผู้เสียภาษีที่พรรคก้าวไกลได้รับบริจาคมากเป็นอันดับหนึ่ง สะท้อนความนิยมอะไรหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ยังไม่ได้ดู ยังไม่ได้รับรายงาน เป็นเรื่องของพรรคใครพรรคมันอยู่แล้ว ตามสไตล์ของตน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119603</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายอนุทิน ชาญวีรกูล, พรพิมล ธรรมสาร, ยุบสภา, รมว.สาธารณสุข, รองนายกรัฐมนตรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211005/image_big_615bc6a4c707c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116846</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/09/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/09/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปรับเข็ม3เร็วขึ้น ฉีดวัคซีนล้านโดส เนื่องในวันมหิดล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;อนุทิน&amp;rdquo; ปรับฉีดกระตุ้นเข็ม 3 เร็วขึ้นก่อน ต.ค. ส่งวัคซีนพื้นที่ภูเก็ตเพิ่ม สธ.ตั้งเป้าวันเดียว 1 ล้านโดส ถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในวันมหิดล 24 ก.ย.นี้ รพ.วชิระภูเก็ตโชว์ผลวิจัยฉีดใต้ผิวหนัง &amp;nbsp;ใช้วัคซีนเพียง 20% ภูมิสูงกว่าเข้ากล้ามเนื้อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 15 กันยายน นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน &amp;nbsp;โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค. แถลงว่า ยอดฉีดวัคซีนวันที่ 14 ก.ย. จำนวน &amp;nbsp;694,076 โดส ฉีดวัคซีนสะสม 41,647,101 โดส โดยเป็นเข็มที่ 1 จำนวน 27,769,059 ราย คิดเป็นร้อยละ 38.5 ของจำนวนประชากร เข็มที่ 2 จำนวน 13,260,456 ราย คิดเป็นร้อยละ 18.4 ของประชากร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่โรงพยาบาลปิยะเวท กทม. นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข กล่าวภายหลังเป็นประธานพิธีมอบใบประกาศขอบคุณผู้บริจาค 11 ราย ในการสร้างโรงพยาบาลสนามปิยะเวทไอซียู 120 เตียง เพื่อรองรับผู้ป่วยโควิด-19 อาการรุนแรงว่า ภาคเอกชนมีส่วนร่วมอย่างมากทั้งการดูแลรักษาและการควบคุมโรคโควิด-19 เช่นการฉีดวัคซีน ที่ขณะนี้ทั่วประเทศฉีดไปแล้วกว่า 40 ล้านโดส จากศักยภาพการฉีดวัคซีนแต่ละวันเชื่อว่าภายในสิ้นปี 2564 จะฉีดวัคซีนได้มากกว่า 100 ล้านโดส ส่วนปี 2565 รัฐบาลได้เจรจาจัดหาวัคซีนเพื่อฉีดเป็นเข็มกระตุ้น ซึ่งการบริหารจัดการจะง่ายขึ้นเนื่องจากฉีดเพียงเข็มเดียว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับผู้ที่ได้รับวัคซีนซิโนแวคครบ 2 เข็มตั้งแต่ มี.ค.-พ.ค.64 &amp;nbsp;ประมาณ 3 ล้านคน จะฉีดวัคซีนกระตุ้นเข็มที่ 3 ด้วยแอสตร้าเซนเนก้า &amp;nbsp;ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นบุคลากรทางการแพทย์และบุคลากรด่านหน้าที่ได้รับเข็ม 3 ไปแล้ว คาดว่าจะเหลือประมาณกว่า 2 ล้านคน กรมควบคุมโรคกำลังเร่งวางแผนการฉีด โดยพิจารณาทั้งพื้นที่และกลุ่มเสี่ยง คาดว่าจะเริ่มได้ก่อนเดือน ต.ค.ซึ่งเร็วกว่าที่กำหนดไว้ ส่วนกรณีภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ที่รับนักท่องเที่ยวต่างชาติ มีรายงานการติดเชื้อในจังหวัดเพิ่มขึ้นนั้น จะส่งวัคซีนไปเพิ่มเติม รวมถึงจังหวัดใกล้เคียงด้วย เพื่อให้เกิดความปลอดภัยมากขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทินยังกล่าวถึงแนวทางการฉีดวัคซีนเข้าชั้นผิวหนังแทนกล้ามเนื้อว่า หลังจากทดลองฉีดในบางกลุ่มพบอาการผื่นแดงบริเวณที่ฉีด ผู้เชี่ยวชาญจึงเห็นสมควรให้ฉีดตามวิธีเดิม ประกอบกับขณะนี้วัคซีนมีเพียงพอจึงยังไม่จำเป็น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ได้ประชุมวิดีโอทางไกลกับนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด ผู้อำนวยการโรงพยาบาลในสังกัดทั่วประเทศ ให้ทุกจังหวัดเตรียมแผนการฉีดวัคซีนและรวมพลังนัดหมายประชาชนเข้ารับการฉีดวัคซีนให้ได้ 1 ล้านเข็ม (รวมวัคซีนทุกชนิดทั้งเข็มที่ 1, 2 และ 3) พร้อมกันทั่วประเทศในวันที่ &amp;nbsp;24 ก.ย.นี้ เนื่องในวันมหิดล เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่องค์สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก &amp;ldquo;พระบิดาแห่งการแพทย์แผนปัจจุบัน&amp;rdquo; ที่ทรงมีคุณูปการอันใหญ่หลวงต่อปวงชนชาวไทยอย่างหาที่สุดมิได้ ในด้านการแพทย์การสาธารณสุขและเพื่อประโยชน์แก่ประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.เกียรติภูมิกล่าวว่า สถานการณ์โควิด-19 ของประเทศขณะนี้มีแนวโน้มการติดเชื้อลดลงชัดเจน และมี 25 จังหวัดที่ฉีดวัคซีนในกลุ่มผู้สูงอายุได้เกิน 50% แล้ว ได้แก่ ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา &amp;nbsp;สิงห์บุรี ประจวบคีรีขันธ์ สมุทรสาคร จันทบุรี ตราด ฉะเชิงเทรา ชลบุรี &amp;nbsp;ระยอง สมุทรปราการ บุรีรัมย์ อำนาจเจริญ กระบี่ ชุมพร นครศรีธรรมราช พังงา ภูเก็ต ระนอง สุราษฎร์ธานี ตรัง พัทลุง ยะลา สงขลา &amp;nbsp;และ กทม. สามารถขับเคลื่อนฉีดวัคซีนแบบปูพรมฉีดให้ประชาชนทุกกลุ่มได้ทันที นอกจากนี้ได้ให้ 5 จังหวัด ได้แก่ กทม. เชียงใหม่ &amp;nbsp;ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี และชลบุรี เตรียมความพร้อมรองรับตามแผนการเปิดประเทศระยะที่ 2 ได้กำหนดให้ผู้ตรวจราชการ สธ.เลือกจังหวัดที่ประชาชนได้รับวัคซีนเข็ม 1 ครอบคลุม 50% มา 1 อำเภอ ซึ่งเป็นอำเภอที่ฉีดวัคซีนครอบคลุม 70% และมีตำบลหรือพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวที่ฉีดได้ครอบคลุม 80% รวมทั้งประชาชนในพื้นที่ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันตนเองขั้นสูงสุด และสถานประกอบการดำเนินการตามแนวทาง Covid Free Setting&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.ภูเก็ต นพ.เฉลิมพงษ์ สุคนธผล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต แถลงผลงานวิจัยการฉีดวัคซีนใต้ผิวหนังว่า รพ.วชิระภูเก็ต ประสบความสำเร็จในการทำวิจัยฉีดวัคซีนเข็ม 3 ด้วยวัคซีนแอสตร้าฯ &amp;nbsp;แบบฉีดเข้าผิวหนัง โดยใช้ปริมาณวัคซีนเพียง 20% นำโดย พญ.ศุภลักษณ์ ละอองเพชร และ พญ.วิทิตา แจ้งเอี่ยม ได้ริเริ่มงานวิจัยนี้เพื่อเป็นทางเลือกในการบริหารวัคซีนของจังหวัดภูเก็ต และน่าจะเป็นทางเลือกของประเทศไทยในการใช้วัคซีนเข็มที่ 3 ที่ใช้ปริมาณน้อยลงถึง 5 &amp;nbsp;เท่า ขณะนี้อยู่ในช่วงดำเนินการขอเป็นลายลักษณ์อักษรกับ สธ.ในการฉีดใต้ผิวหนัง ซึ่งภูเก็ตอาจเริ่มฉีดวัคซีนใต้ผิวหนังเป็นแห่งแรกทันทีที่ สธ.อนุมัติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พญ.วิทิตา แจ้งเอี่ยม รองผู้อำนวยการ รพ.วชิระภูเก็ต กล่าวว่า การวิจัยนี้มีอาสาสมัครอายุระหว่าง 18-60 ปี จำนวน 242 คนที่เคยได้รับวัคซีนซิโนแวคแล้ว 2 เข็มเข้าร่วมโครงการ โดยแบ่งอาสาสมัครเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มที่ 1 ได้รับการฉีดแบบทั่วไป (แบบเข้ากล้ามเนื้อ) &amp;nbsp;จำนวน 120 คน โดยได้รับวัคซีน 0.5 ml. และกลุ่มที่ 2 ได้รับการฉีดแบบใต้ผิวหนัง จำนวน 122 คน โดยได้รับวัคซีน 0.1 ml. หรือ 1 ใน 5 &amp;nbsp;ของการฉีดแบบทั่วไป ผลการทดลองพบว่าภูมิต้านทานของผู้ที่รับการฉีดวัคซีนแบบใต้ผิวหนังมีค่าเฉลี่ยสูงกว่าผู้ที่รับการฉีดวัคซีนแบบทั่วไปเล็กน้อย โดยผู้ที่รับการวัคซีนแบบใต้ผิวหนังมีภูมิคุ้มกันเฉลี่ย 17,662.3 &amp;nbsp;AU/ml และผู้ที่รับการฉีดวัคซีนแบบทั่วไปมีภูมิคุ้มกันเฉลี่ย 17,214.1 &amp;nbsp;AU/ml โดยผู้รับวัคซีนทั้งสองกลุ่มมีค่าภูมิคุ้มเกินเกณฑ์ขั้นต่ำที่กำหนด &amp;nbsp;(840 AU/ml) ซึ่งผลข้างเคียงในการฉีดวัคซีนแบบใต้ผิวหนังมีน้อยกว่าการฉีดแบบทั่วไป เช่น มีไข้หรือปวดศีรษะเพียง 70 ราย เมื่อเทียบกับ การฉีดแบบทั่วไป 98 ราย แต่การฉีดวัคซีนแบบใต้ผิวหนังจะมีผลข้างเคียงบริเวณที่ฉีด เช่น ระคายเคืองและบวมแดงมากกว่า แต่ไม่เป็นที่น่าวิตกกังวล โดยภูเก็ตจะนำร่องในการฉีดวัคซีนแอสตร้าฯ แบบใต้ผิวหนังให้ชาวภูเก็ตจำนวน 200,000 คนที่ได้รับวัคซีนซิโนแวค 2 เข็มไปก่อนหน้านี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116846</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน, นายอนุทิน ชาญวีรกูล, ปรับฉีดกระตุ้นเข็ม 3 เร็วขึ้น, รมว.สาธารณสุข, รองนายกรัฐมนตรี, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210812/image_big_6114b04dd2962.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>107617</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/06/2021 17:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/06/2021 17:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘พรรคกล้า’จี้รมว.สาธารณสุข อย่าจมอยู่กับระบบราชการล้าหลังเร่งปรับแผนสู้โควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 มิ.ย.2564 ทพ.กันตพงศ์ ดีชัยยะ คณะทำงานด้านสาธารณสุข พรรคกล้า และนายณัฐนันท์ กัลยาศิริ ทีมกฎหมาย พรรคกล้า โดยนายณัฐนันท์ กล่าวถึงสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19 ว่า สถานการณ์น่าเป็นห่วง การแพร่ระบาดโควิด-19 สูงต่อเนื่อง ผู้ติดเชื้อใหม่ยังคงสูง 3,000-4,000 กว่าคน ผู้เสียชีวิตยังคงอยู่ที่ 30 ถึง 50 คน เสียงเรียกร้องเตียงรักษามากขึ้นเรื่อยๆ นายแพทย์จากโรงพยาบาลรามาธิบดี ยังบอกว่าสถานการณ์เตียงในกรุงเทพฯและปริมณฑลอยู่ในขั้นวิกฤต อธิบดีกรมการแพทย์ ลดวันรักษาในโรงพยาบาลเหลือ 10 วัน หวังจะเพิ่มเตียงว่างอีก 40 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ศูนย์กล้าสู้โควิด ของพรรคกล้า ได้รับแจ้งหาเตียงด่วน เมื่อวานนี้วันเดียวเกือบ 20 ราย และในพื้นที่ต่างๆ อีกหลายสิบราย เหตุการณ์เหล่านี้สะท้อนว่าจำนวนเตียงเพื่อเข้ารับการรักษา เข้าขั้นวิกฤตแล้วจริงๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ตอนนี้เข้าสู่สถานการณ์ หมอไม่พอ เตียงไม่มี บุคลากรทางการแพทย์ 1 คน ต้องรองรับผู้ป่วย เฉลี่ยถึง 60 คน บางพื้นที่ผู้ป่วยรอ ไม่ได้เตียง จนเสียชีวิตคาบ้าน คนในครอบครัวทั้งติดเชื้อ ทั้งทุกข์ระทม ที่ต้องสูญเสียคนที่รักไป แต่กลับมีข่าวจากรัฐมนตรีสาธารณสุขว่า ไม่ได้รับการรายงานเรื่องเตียงไม่พอ เรื่องแบบนี้สะท้อนระบบราชการล้าหลัง สถานการณ์แบบนี้ ไม่ใช่จะบอกเล่าเพื่อตำหนิการทำงานของบุคคลใด แต่อยากจะสะท้อนให้รัฐบาล โดยเฉพาะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ยอมรับข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น และหาทางแก้ไขโดยเร็ว&amp;quot; นายณัฐนันท์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฐนันท์ ยังย้ำข้อเสนอของพรรคกล้า ที่พยายามบอกมากกว่า 2 สัปดาห์แล้วว่า หากพบผู้ป่วยติดเชื้อ ให้นำไปกักตัวแยกจากครอบครัวทันที เพื่อป้องกันการระบาดแบบทวีคูณภายในครอบครัว จาก 1 ไป 5 ไป 10 ไป 20 โดยรัฐบาลควรเร่งหาสถานที่กักตัวจำนวนมาก เพื่อแยกผู้ที่ทราบผลติดเชื้อออกมาเร็วที่สุด โดยใช้อาสาสมัครดูแลแทนหมอและพยาบาลไปก่อน และควรให้ยาต้านไวรัสทันทีที่เข้าหลักเกณฑ์ โดยไม่ต้องรอเข้าสู่กระบวนการรักษาในโรงพยาบาลหรือโรงพยาบาลสนาม เพราะทางแก้ที่ดีที่สุดคือการได้รับการรักษาให้เร็วที่สุด แต่ทุกวันนี้ผู้ป่วยนอนรอเตียงหลายวัน ไม่ได้รับการจ่ายยาตามหลักเกณฑ์ จึงเกิดปัญหาขึ้นอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน ทพ.กันตพงศ์ ย้ำว่า มาตรการนี้จะลดการติดเชื้อทวีคูณได้ จะลดจำนวนผู้ป่วยหนักที่ต้องเข้ารักษาในโรงพยาบาลได้ ลดภาระของแพทย์ พยาบาลและบุคลากรที่เกี่ยวข้องได้ จึงอยากให้ ศบค. และกระทรวงสาธารณสุข เปลี่ยนวิธีคิด เร่งปรับระบบราชการดำเนินการโดยเร็ว ให้ตอบสนองทันต่อสถานการณ์ เพื่อป้องกันการระบาดทวีคูณและนำไปสู่สถานการณ์ที่วิกฤตกว่านี้ อย่าให้สถานการณ์บานปลาย ที่ต้องเลือกว่าใครจะอยู่ใครจะไป เหมือนอิตาลีกับอินเดีย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107617</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทพ.กันตพงศ์ ดีชัยยะ, พรรคกล้า, รมว.สาธารณสุข, สถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210625/image_big_60d5b16d7a520.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96316</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/03/2021 10:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/03/2021 10:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘อนุทิน’ซัด’ธนาธร’อย่ากลัวตกเทรนด์คนลืมจนเอาประชาชนมาเป็นตัวประกัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 มี.ค.2564 - นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุขกล่าวถึงกรณีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้าโจมตีเรื่องของวัคซีนโดยระบุว่านำข้อมูลเก่ามาชี้แจง ว่าเขาไม่เคยทันอะไรอยู่แล้วเขาเคยทันอะไรรัฐบาลบ้าง มีแต่เรื่องเก่าพูดแล้วเป็นวาทกรรม พูดแล้วสนุกในกลุ่มของตัวเอง แต่พอออกมาสาธารณะก็โป๊ะแตกทุกที ฉะนั้นอย่าให้ความสนใจคนไม่หวังดีกับชาติบางเมือง เรื่องบ้านเมืองและชีวิตของประชาชน เป็นสิ่งที่พวกตนและข้าราชการทุกคนคิดว่าสูงสุด ต้องทำให้ปลอดภัยในทางสุขภาพ ดังนั้นคนที่มีวุฒิภาวะทางการเมืองต้องไม่นำเรื่องนี้มาเล่น ไม่นำประชาชนมาเป็นตัวประกัน ถ้าอยากรู้อะไรให้ถามมา อันไหนบอกได้จะบอก อันไหนมีขั้นตอนก็ต้องว่าไปตามขั้นตอน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;อย่ามาสร้างชื่อเสียงเพราะกลัวตกเทรนด์ หรือกลัวคนจะลืม แล้วนำเรื่องที่รุนแรงมาทำลายขวัญกำลังใจประชาชนโดยเฉพาะช่วงสงกรานต์ที่ควรจะทำให้ประชาชนมีกำลังใจ ว่ารัฐบาลสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ถ้าไม่มีม็อบบ้านเมืองก็ผ่านสงกรานต์ไปได้ด้วยดี จึงขอให้รักชาติบ้านเมือง อย่าไปชังชาติ&amp;ldquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96316</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, นายอนุทิน ชาญวีรกูล, รมว.สาธารณสุข, รองนายกรัฐมนตรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210317/image_big_605177440218b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96315</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/03/2021 10:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/03/2021 10:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘หมอหนู’ชี้คลัสเตอร์บางแคแนวโน้มบวก </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 มี.ค.2564 - &amp;nbsp;นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการฉีดวัคซีนให้กับประชาชนโดยเฉพาะการกระจายให้กับกลุ่มเสี่ยง ว่าเป็นไปตามแนวทางและแผนที่กระทรวงสาธารณสุขตั้งไว้ส่วนกรณีการแพร่ระบาดที่บางแค จะไม่กระทบกับยอดวัคซีนเดิมที่มีการจัดสรรเอาไว้โดยในวันที่ 20 มี.ค.นี้ วัคซีนจะมาถึงอีก 8 แสนโดส ใช้เวลา 3-4 วันในการเตรียมการตรวจมาตรฐานและเอกสารทั้งหมด เมื่อเสร็จแล้วก็สามารถนำมาใช้ได้ ทั้งนี้ในช่วงเดือนเม.ย.นี้ วัคซีนจะมาถึงอีกประมาณ 1 ล้านโดส และขณะนี้ปลัดกระทรวงสาธารณสุขกำลังเจรจานำเข้าวัคซีนยี่ห้ออื่นเข้ามาอีกเพื่อรองรับสถานการณ์และช่วงนี้ถือว่าเราอยู่ในสภาวะที่มีเครดิตดี เพราะเราจัดซื้อและนำมาใช้จริงแล้วได้ผลก็จะทำให้มีอำนาจในการเจรจาต่อรองดีขึ้น ทั้งนี้ทางบริษัทแอสตราเซเนกา เปิดเผยว่าขั้นตอนการผลิต การทดสอบคุณภาพและมาตรฐานวัคซีนที่ผลิตโดยบริษัทสยามไบโอไซแอนซ์ได้มาตรฐานดีกว่าประเทศอื่น ส่วนการส่งมอบจะทยอยส่งให้ไทยได้ภายในเดือนมิ.ย.นี้ตามข้อตกลงเพื่อฉีดให้ประชาชนทั่วไปได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าจะมีการเจรจาบริษัทวัคซีนอื่นเพื่อนำเข้าเพิ่มเติมหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่าขณะนี้เจรจาได้บริษัทเดียว เพราะมีความพร้อมมากที่สุดในการส่งวัคซีนได้ในระยะเวลาที่เราต้องการ และในเดือนมิ.ย.ก็จะได้จากบริษัทแอสตราเซเนกา ส่วนที่มีการจัดซื้อในช่วงนี้ไปจนถึงเดือน มิ.ย.จึงเป็นไปเพื่อนำมาใช้รองรับสถานการณ์การแพร่ระบาดเฉพาะหน้า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามถึงการแพร่ระบาดในช่วงใกล้กับเทศกาลสงกรานต์จะกระทบต่อมาตรการที่จะคลายล็อกหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ในการประชุม ศบค. ชุดใหญ่ จะพิจารณาทุกอย่างโดยนำเรื่องความปลอดภัยของประชาชนเป็นหลัก ส่วนจะมีมาตรการอะไรเป็นพิเศษต้องฟังจากการประชุมเพราะจะต้องมีการสรุปและประเมินสถานการณ์ โดยคำนึงถึงความปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อถามถึงคลัสเตอร์บางแค สามารถขีดวงจำกัดแพร่ระบาดได้แล้วหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า พยายามจะไม่ให้แพร่ออกไป แต่อาจจะมีบ้างที่เล็ดลอดออกไปบ้าง โดยหลุดไปที่ จ.ศรีสะเกษ 1 คน แต่ก็ติดตามตัวได้แล้ว แต่ในปีนี้เรามีประสบการณ์ มียา มีความพร้อมของระบบมากขึ้น น่าจะดูแลสถานการณ์ได้ และพอมีวัคซีนเข้ามาก็ถือว่าเป็นปัจจัยบวกที่จะควบคุมได้ แต่สิ่งที่จะช่วยได้มากที่สุดคือความร่วมมือของประชาชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงกรณีที่มีรัฐมนตรีบางคนไม่ฉีดวัคซีนโดยอ้างเหตุผลกังวลผลข้างเคียงเพราะต้องการจะมีบุตรจะส่งผลต่อความเชื่อมั่นของประชาชนหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เป็นสิทธิ์ของแต่ละคนและต้องเคารพ จึงต้องเคารพสิทธิ์ส่วนบุคคลใครจะฉีดหรือไม่ฉีดก็ต้องเคารพ แต่ถ้าใครไม่ฉีดแล้วเกิดติดเชื้อขึ้นมา ก็ต้องตอบสังคมให้ได้ ส่วนจะมีผลข้างเคียงต่อการมีบุตรหรือไม่ก็ไม่รู้ อยากให้ประชาชนยึดหลักการแพทย์ และกระทรวงสาธารณสุขที่ทำหน้าที่ฉีดวัคซีนให้ และเชิญชวนให้มาฉีดวัคซีนนั้น ใครจะฉีดหรือไม่ฉีดก็เป็นเหตุผลของคนนั้น เราไม่สามารถไปบังคับได้ ดังนั้นอย่าไปเชื่อเหตุผลของคนโน้นคนนี้ เพราะทุกคนก็มีเหตุผลของตัวเอง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96315</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายอนุทิน ชาญวีรกูล, รมว.สาธารณสุข, รองนายกรัฐมนตรี, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210317/image_big_605177367cc74.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94484</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/02/2021 11:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/02/2021 11:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อนุทิน&#039;ขอให้มั่นใจสธ.จัดวัคซีนปลอดภัยให้คนไทย​ ย้ำ นายกฯฉีดแน่ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
28 ก.พ. 2564 เมื่อเวลา 09.00 น.ที่สถาบันบําราศนราดูร &amp;nbsp;นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ภายหลังฉีดวัคซีนโควิด-19 เป็นคนแรกของประเทศไทย ว่า วันแรกของการฉีดวัคซีนถือว่าผ่านไปด้วยดี และสามารถฉีดไปได้หลายคน จากนี้ตนจะเดินทางไปโรงพยาบาลสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาครเพื่อติดตามการฉีดวัคซีนที่นั่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขอให้คำยืนยันว่าวัคซีนทุกชนิดไม่ว่าจะเป็นยี่ห้ออะไร ที่กระทรวงสาธารณสุขจัดมาให้คนไทยมีความปลอดภัยและมีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับ สามารถป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อโควิค-19ได้ ทั้งนี้ การสั่งวัคซีนเข้ามานั้นยังไม่มีอะไรหลุดจากแผน มีแต่คนที่เอาไปพูดให้เกิดความสับสนอลหม่าน &amp;quot;นายอนุทิน กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า นายกฯจะฉีดยี่ห้อแอสตราเซเนกาใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า​ ถูกต้อง แต่ตอนนี้ทางบริษัทแอสตราเซเนกา กำลังอยู่ในขั้นตอนตรวจสอบและจัดทำเอกสารให้ถูกต้อง ตรงนี้คือมาตรฐาน เรื่องของวัคซีนจะบอกว่าให้เอามาฉีดก่อนแล้วค่อยจัดการเรื่องธุรการทีหลังมันไม่ได้ ซึ่งตอนนี้ผู้ผลิตยังไม่สามารถทำเอกสารให้ครบตามขั้นตอนได้ เพื่อที่จะส่งมอบให้กับผู้ซื้อ เราก็ต้องรอเขา ที่แจ้งมาว่าประมาณ 8-10 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;หากทุกอย่างเรียบร้อยจะเชิญนายกฯมารับการฉีด ซึ่งไม่ได้เป็นความผิดพลาดของฝ่ายเรา แต่ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนของแอสตราเซเนกา ที่เขามีความต้องการจะจัดส่งมาให้ถึงเมืองไทยก่อน เพราะกลัวว่าถ้าให้เวลาผ่านไปเรื่อยๆ หากมีกฎเกณฑ์อะไรมาห้ามไม่ให้ออกนอกประเทศของเขา ก็จะเกิดความวุ่นวาย ซึ่งขณะนี้วัคซีนแอสตราเซเนกา ยังเป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัท แอสตราเซเนกาอยู่ ไม่ใช่กรรมสิทธิ์ของรัฐบาลไทย ไม่เหมือนซิโนแวคที่เป็นกรรมสิทธิ์ของรัฐบาลไทยแล้ว เพราะเราเป็นผู้ซื้อและนำเข้า&amp;quot;นายอนุทิน​ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุทิน กล่าวว่า สาเหตุที่นายกต้องฉีดของ แอสตราเซเนกาเพราะว่ามีอายุเกิน 60 ปี และวัคซีนของเขาไม่มีข้อจำกัดเรื่องนี้นายกฯจึงต้องฉีดตัวนี้ วันนี้เรายังไม่ถึงขั้นวิกฤตที่ไม่ว่ายี่ห้ออะไรเข้ามาต้องรีบฉีดไปก่อน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94484</URL_LINK>
                <HASHTAG>จัดหาวัคซีนโควิด, ฉีดวัคซีนโควิด-19, รมว.สาธารณสุข, อนุทิน ชาญวีรกูล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210228/image_big_603b175314925.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>93316</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/02/2021 10:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/02/2021 10:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘หมอหนู’โยนกก.วัคซีนตัดสินฉีด’ลุงตู่’เข็มแรกหรือไม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ก.พ.2564 - นายอนุทิน​ ชาญวีรกูล​ รองนายกรัฐมนตรี​ และรมว.สาธารณสุข​ ให้สัมภาษณ์ถึงการจัดส่งวัคซีนโควิด-19​ ของซิโนแวค​ ล็อตแรกที่จะมาถึงไทยในวันที่​ 24​ ก.พ.ว่า เขากำหนดเวลานี้​ โดยเราได้รับแจ้งจากผู้ผลิตวัคซีนว่าจะจัดส่งมาวันไหน​ เครื่องบินไฟลท์ไหน เมื่อมาถึงจะรีบนำเข้าสู่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เพื่อตรวจมาตรฐานการผลิต เราได้มีการเตรียมพร้อมเอาไว้แล้ว ส่วนบุคคลที่จะได้รับวัคซีนเป็นกลุ่มแรกจะเป็นกลุ่มใดนั้น คณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติจะเป็นผู้พิจารณา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า​ นายกฯ จะเป็นกลุ่มแรกที่ได้รับวัคซีนด้วยหรือไม่​ นายอนุทิน​ กล่าวว่า​ ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของคณะกรรมการฯ เพราะในการฉีดวัคซีนจะมีคำแนะนำบางส่วนอยู่ หากทำไม่ได้ก็ไม่ควรทำ ไม่ควรเอาชีวิตคนมาเสี่ยง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงกรณีนายอนุทินเคยระบุว่าจะเป็นผู้ฉีดวัคซีนเข็มแรก​ นายอนุทิน​ กล่าวว่า หากแพทย์ยินดีที่จะฉีดให้ตนก็ยินดี​ แต่ไม่สำคัญว่าต้องเป็นเข็มแรก​ เข็มสอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่า จะยังไม่มีการฉีดวัคซีนให้กับคนที่มีอายุ 60 ขึ้นไปหรือไม​่​ นายอนุทิน​ กล่าวว่า วัคซีนจากบริษัทซิโนแวคมีการระบุว่า ยังไม่เคยทดลองกับมนุษย์ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปมากเพียงพอ เรื่องนี้จึงไม่ควรใช้สปิริตหรือความแกร่งมาวัด แต่ต้องทำให้ดีที่สุด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93316</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายอนุทิน​ ชาญวีรกูล, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, รมว.สาธารณสุข, วัคซีน, อภิปราย, ​ รองนายกรัฐมนตรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210217/image_big_602c86396e362.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
