<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>101524</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/05/2021 17:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/05/2021 17:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ปริญญา&#039;ร่ายยาวโต้&#039;รมว.อว.&#039;ไม่มีอำนาจสอบอาจารย์ประกันตัวนศ.คดี112</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 พ.ค.64-ผศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์เฟซบุ๊ก Prinya Thaewanarumitkul เรื่อง โต้แย้งรัฐมนตรี การเป็น#นายประกันให้ผู้ต้องหาในคดีอาญาไม่มีความผิด ทั้งทางกฎหมายและทางวินัย เพราะ ผู้ต้องหาและจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษา ระบุว่า ตามที่เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) ได้ทำหนังสือถึงอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และมหาวิทยาลัยมหิดล แจ้งว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. &amp;ldquo;ได้มีบัญชาให้อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดลชี้แจง&amp;rdquo; เรื่องการ &amp;ldquo;สอบจรรยาบรรณ&amp;rdquo; คณาจารย์ 8 คนที่เป็นนายประกันให้นักศึกษาในคดีตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ตามที่ศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน (ศปปส.) ยื่นร้องเรียน (ตามภาพประกอบ) โดยนายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า &amp;ldquo;เป็นการตรวจสอบตามขั้นตอนปกติ ซึ่งหากใครไม่ได้ทำอะไรผิดกฎหมาย ก็ไม่ต้องไปกลัว ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอน เมื่อมีคนร้องเข้ามาตนก็สอบถามมหาวิทยาลัยไปตามขั้นตอนเท่านั้น&amp;rdquo; (จากข่าวที่เผยแพร่ทางสื่อมวลชน)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมในฐานะอาจารย์สอนกฏหมาย เห็นว่าหนังสือจากเลขานุการท่านรัฐมนตรีกระทรวง อว. และคำให้สัมภาษณ์ของท่านรัฐมนตรีกระทรวง อว. น่าจะมีความผิดเพี้ยนไปจากรัฐธรรมนูญและกฎหมายในหลายประการ จึงใคร่ขอเสนอความเห็นในทางกฎหมาย เพื่อประโยชน์ต่อสาธารณะในการทำความเข้าใจในเรื่องนี้ ดังต่อไปนี้
1.รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 มาตรา 29 วรรคสอง บัญญัติไว้ว่า &amp;ldquo;ในคดีอาญา #ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้ต้องหาหรือจำเลยไม่มีความผิด&amp;rdquo; หลักนี้เรียกว่า #หลักสันนิษฐานไว้ก่อนว่าบริสุทธิ์ หรือ presumption of innocence ทั้งนี้เป็นไปตาม #หลักการแบ่งแยกอำนาจ เพื่อคุ้มครองสิทธิของประชาชนจากการกล่าวหาฟ้องร้องของฝ่ายบริหารหรือฝ่ายบังคับใช้กฎหมาย โดยให้เฉพาะแต่ฝ่ายตุลาการหรือศาลเท่านั้นที่จะพิพากษาว่า ประชาชนคนใดทำผิดกฎหมายหรือไม่ ซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกฉบับนับตั้งแต่ปี พ.ศ.2492 เป็นต้นมา ล้วนแต่บัญญัติหลักนี้ไว้โดยถ้อยคำเดียวกันนี้ทั้งสิ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ทั้งนี้ มาตรา 29 วรรคสอง ได้บัญญัติแนวทางปฏิบัติของหลักสันนิษฐานไว้ก่อนว่าบริสุทธิ์ไว้ในประโยคที่สองว่า &amp;ldquo;#ก่อนมีคำพิพากษาถึงที่สุด อันแสดงว่าบุคคลใดกระทำความผิด #จะปฏิบัติต่อบุคคลนั้นเสมือนเป็นผู้กระทำความผิดมิได้&amp;rdquo;&amp;nbsp; นั่นคือเมื่อผู้ใดยังไม่ถูกศาลพิพากษาว่าผิด ผู้นั้นจะถูกปฏิบัติแบบที่ถูกพิพากษาแล้วว่าผิดไม่ได้ แล้วศาลก็ไม่อาจมีคำพิพากษาได้ถ้าไม่ได้มีการพิจารณาคดีโดยรับฟังพยานหลักฐานและการแก้ข้อกล่าวหาของโจทก์จำเลยจนครบถ้วนกระบวนความเสียก่อน&amp;nbsp; ว่าง่ายๆ คือตามรัฐธรรมนูญมาตรา 29 วรรคสอง ก่อนที่ศาลจะพิพากษาไม่ว่าใครก็ไม่อาจที่จะปฏิบัติกับผู้ต้องหาหรือจำเลยเสมือนเป็นผู้กระทำผิด หรือพิพากษาล่วงหน้าได้ ไม่ว่าจะเป็นตัวศาลเอง หรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงใด หรือประชาชนกลุ่มไหน ซึ่งเป็นหลักการที่คุ้มครองผู้ต้องหาหรือจำเลยในคดีอาญา #ทุกคดี และคุ้มครอง #ทุกคน รวมถึงท่านรัฐมนตรีด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ตามหลักสันนิษฐานไว้ก่อนว่าบริสุทธิ์นี้ การได้รับการประกันตัว หรือที่ #ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ใช้คำว่า &amp;ldquo;ปล่อยชั่วคราว&amp;rdquo; จึงเป็นเรื่องหลัก #การไม่ให้ประกันตัวจึงเป็นเรื่องยกเว้น โดยตามรัฐธรรมนูญมีเหตุที่จะไม่ให้ประกันตัวเพียงเหตุเดียวคือ เพื่อป้องกันไม่ให้มีการหลบหนีเท่านั้น ดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 29 วรรคสามว่า &amp;ldquo;การควบคุมหรือคุมขังผู้ต้องหาหรือจำเลยให้กระทำได้เพียงเท่าที่จำเป็น เพื่อป้องกันไม่ให้มีการหลบหนี&amp;rdquo;&amp;nbsp; ดังนั้น การได้รับการประกันตัวจึงเป็นสิทธิพื้นฐานของผู้ต้องหาและจำเลย ซึ่งตามมาตรา 29 วรรคสามนี้ ถ้าไม่มีเหตุว่าจะหลบหนีก็ต้องให้ประกันตัว ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาจึงบัญญัติเป็นหลักไว้ในมาตรา 107 ว่า &amp;ldquo;ผู้ต้องหาหรือจำเลย #ทุกคน พึงได้รับอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว&amp;rdquo; นั่นคือไม่มีใครควรจะต้องติดคุกก่อนศาลพิพากษา และทุกคนต้องสามารถสู้คดีนอกคุกได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.ในเมื่อรัฐธรรมนูญอันมีฐานะเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ (มาตรา 5) รับรองว่าผู้ต้องหาและจำเลยยังไม่ใช่ผู้กระทำความผิดจนกว่าศาลจะพิพากษา และประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาก็กำหนดให้ผู้ต้องหาและจำเลยทุกคน ไม่ว่าจะต้องข้อหาใด พึงได้รับอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว ดังนั้น #การเป็นนายประกันไม่ว่าจะเป็นคดีใด เช่นเดียวกับการเป็นทนายความให้ผู้ต้องหาหรือจำเลยในคดีอาญา ก็ย่อมที่จะ #ไม่มีความผิดแต่ประการใดทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นในทางอาญาหรือในทางวินัย&amp;nbsp; การที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. ให้เลขานุการของท่านทำหนังสือ #บัญชาให้อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดลชี้แจงเรื่องการสอบจรรยาบรรณอาจารย์ที่เป็นนายประกันนักศึกษา จึงเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง สิ่งที่กระทรวง อว.พึงกระทำมากกว่าคือ ทำหนังสือตอบผู้ร้องเรียนท่านรัฐมนตรีว่า การเป็นนายประกันให้นักศึกษาในคดีอาญานั้น ไม่มีความผิดใดทั้งทางอาญาและทางวินัย เพราะนักศึกษาที่เป็นผู้ต้องหายังเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่ตามรัฐธรรมนูญและมีสิทธิที่จะได้รับการประกันตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.นอกจากนี้แล้ว ตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ.2558 มาตรา 5 วรรคสอง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ &amp;ldquo;#มีฐานะเป็นหน่วยงานในกํากับของรัฐ&amp;rdquo; เช่นเดียวกับพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ.2550 มาตรา 5 วรรคสอง ที่บัญญัติให้มหาวิทยาลัยมหิดล &amp;ldquo;#มีฐานะเป็นหน่วยงานในกํากับของรัฐ&amp;rdquo;
รัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. #จึงไม่มีอำนาจบังคับบัญชา มหาวิทยาลัยทั้งสองแห่ง เช่นเดียวกับไม่มีอำนาจบังคับบัญชามหาวิทยาลัยในกำกับอื่นๆ ทั้งหมดด้วย โดยตามพระราชบัญญัติอุดมศึกษา พ.ศ.2562 รัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. มีอำนาจเพียงแค่ &amp;ldquo;#ควบคุมกำกับ&amp;rdquo; คือกำกับดูแลหรือควบคุมมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐเพียงให้เป็นไปตามกฎหมายเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#โดยสรุป ผมขอเรียนท่านอธิการบดีทั้งสองมหาวิทยาลัยว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว.ไม่มีอำนาจบัญชาในเรื่องการสอบจรรยาบรรณของอาจารย์ที่เป็นนายประกันให้นักศึกษา เพราะนักศึกษายังเป็นผู้บริสุทธิ์ตามรัฐธรรมนูญ และมีสิทธิได้รับการประกันตัวตามกฎหมาย อาจารย์ที่ไปประกันตัวจึงไม่มีความผิดให้ต้อง &amp;ldquo;สอบจรรยาบรรณ&amp;rdquo; แต่อย่างใด หนังสือจากเลขานุการรัฐมนตรีฉบับนี้จึงเป็นการใช้อำนาจที่เกินเลยไปจากรัฐธรรมนูญและกฎหมาย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และมหาวิทยาลัยมหิดลจึงควรที่จะทำหนังสือให้กระทรวง อว.ต้องชี้แจงว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว.มีอำนาจอะไรจึงมี &amp;ldquo;บัญชา&amp;rdquo; เช่นนี้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ไม่ใช่เพียงเพื่อปกป้องอาจารย์ที่เป็นนายประกันให้นักศึกษาเท่านั้น แต่ยังเป็นการ #ปกป้องสถานะการเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับ ว่าไม่ใช่หน่วยงานใต้บังคับบัญชาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. ดังที่ท่านรัฐมนตรีเข้าใจครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101524</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประกันตัว, ผศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล, ม.112, รมว.อว.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210220/image_big_6030831ad35af.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72103</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/07/2020 15:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/07/2020 15:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม. ตั้ง “ณัฏฐพล” รักษาการ “รมว.อว.”</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21ก.ค.63-นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้แต่งตั้งให้ตนรักษาการ ในตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (รมว.อว.) หลังจากที่นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ ได้ยื่นจดหมายลาออกจากตำแหน่งดังกล่าว โดยนายกฯ ได้ขอให้เข้าไปช่วยงานเพียงระยะสั้นๆ เท่านั้น คาดว่าไม่เกินกลางเดือน สิงหาคมก็น่าจะมีผู้เข้ามาดำรงตำแหน่ง รมว.อว.ตัวจริง ซึ่งสิ่งที่ตนจะเข้าไปช่วยดูแลและผลักดันงานของ อว.คงไม่มีอะไรมาก ซึ่งจะเป็นเรื่องการจัดเตรียมแผนงบประมาณปี 2564 ที่จะต้องเร่งดำเนินการ รวมถึงการสานต่อเรื่องการวิจัยวัคซีนไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ที่ อว.กำลังเดินหน้าเรื่องนี้อยู่ และหากมีเรื่องอื่น ๆ ที่เร่งด่วนก็จะต้องช่วยดำเนินการให้ทันทีเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหาย หรือเสียโอกาสได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฏฐพล กล่าวต่อว่า ส่วนการพิจารณาแต่งตั้งข้าราชการระดับสูงของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ซึ่งปีนี้มีผู้บริหารระดับ 11 เกษียณอายุราชการถึง 2 ตำแหน่ง คือ ปลัด ศธ. และตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (เลขาฯ กอศ.) และข้าราชการระดับ 10 อีกเกือบ 10 ตำแหน่งนั้น ขณะนี้ตนอยู่ระหว่างการพิจารณา และมีหลายคนที่อยู่ในใจบ้างแล้ว ทั้งนี้คิดว่าน่าจะเป็นคนในทั้งหมด เพราะ ศธ.มีคนที่มีความรู้ความสามารถมากอยู่แล้ว โดยปีนี้จะไม่มีการเรียกมาสัมภาษณ์เหมือนปีที่ผ่านมา เนื่องจาก 1 ปีที่ตนเข้ามานั่งในตำแหน่ง รมว.ศธ. พอจะเห็นความสามารถ และความถนัดของผู้บริหารแต่ละคนแล้ว อย่างไรก็ตามในส่วนของตำแหน่งเลขาธิการ กอศ.นั้นอาจจะเป็นตำแหน่งสุดท้ายที่จะพิจารณาแต่งตั้ง เนื่องจากเป็นตำแหน่งสำคัญที่จะต้องเข้ามาช่วยผลักดันการผลิตกำลังคนสนองนโยบายรัฐบาล ซึ่งในปีที่ผ่านมาอาจจะทำได้ในระดับหนึ่งแต่ก็ยังไม่ถึงจุดที่เป็นที่ต้องการ ดังนั้นคนที่จะเข้ามานั่งในตำแหน่งนี้จึงต้องดูอย่างละเอียดรอบคอบ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72103</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงอุดมศึกษา วิจัยและนวัตกรรม, ณัฏฐพล  ทีปสุวรรณ, รมว.อว.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200721/image_big_5f16aa130385c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43858</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/08/2019 15:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/08/2019 15:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;สุวิทย์&quot; มอบ โจทย์คณะทำงานพัฒนาระบบ TCAS หา แพลตฟอร์มกลาง แก้ซ้ำซ้อน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
20 ส.ค.62-นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (รมว.อว.) กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ คณะทำงานพัฒนาระบบการรับสมัครคัดเลือกกลางบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา (TCAS) จากที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ได้เข้าพบตน เพื่อรับนโยบายแนวทางการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาต่อในสถาบันการศึกษา โดยทีมงานได้มีการนำเสนอแนวทางการดำเนินงานระบบ TCAS ให้ตนทราบ ซึ่งเป็นการรับฟังข้อมูลในเบื้องต้นเท่านั้น และยังไม่ได้มีข้อยุติอะไร อย่างไรก็ตาม ตนได้เสนอคณะทำงาน ว่า ควรคิดเรื่องนี้ให้ครบทั้งระบบ เพราะระบบขณะนี้มีหลายช่องทางในการคัดเลือก จึงอยากให้ช่วยคิดหาแพลตฟอร์มที่เป็นแพลตฟอร์มกลางจริงๆ ที่ทุกฝ่ายอยากมีส่วนร่วม &amp;nbsp;และความจริงแล้วก็ยังมีหลายอย่างที่ยังซ้ำซ้อนกันอยู่ ซึ่งในที่สุดแล้วระบบการคัดเลือกจะต้องตอบโจทย์เรื่องสมรรถนะ ซึ่งคณะทำงานฯก็บอกว่าต้องใช้เวลา ตนจึงให้คณะทำงานฯ กลับไปหาวิธีการก่อน ซึ่งก็ต้องให้เวลาทำการบ้าน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43858</URL_LINK>
                <HASHTAG>TCAS, ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์, รมว.อว.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190819/image_big_5d5a60d948f47.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41193</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/07/2019 10:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/07/2019 10:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>3ทปอ .จ่อพบรมว.อว.ขอรู้แนวบริหารอุดมศึกษา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;


17ก.ค.62-นายเรืองเดช วงศ์หล้า อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฎอุตรดิตถ์ ในฐานะประธานที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฎแห่งประเทศไทย (ทปอ.มรภ.) กล่าวว่า นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (รมว.อว.) ได้นัดหมายที่จะขอพบ ทปอ.มรภ. และ ทปอ.กลุ่มมหาวิทยาลัยอื่นๆ ภายหลังจากที่คณะรัฐมนตรีเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทเพื่อถวายสัตย์ปฎิญาณ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ทั้งนี้ ทปอ.มรภ. กำลังรวบรวมข้อมูลเพื่อนำเสนอต่อนายสุวิทย์ รวมทั้งรับฟังนโยบายว่าภายใต้โครงสร้างกระทรวง อว. กลุ่ม มรภ. จะเข้าไปมีบทบาทอย่างไรหรือจะมีการเชื่อมโยงระหว่าง อว.กับ กลุ่ม มรภ. อย่างไร เนื่องจาก อว.เพิ่งจัดตั้งเป็นกระทรวง และรัฐมนตรีก็เพิ่งเข้ารับงานใหม่ คงต้องใช้เวลาในการจัดระบบต่างๆ ให้เรียบร้อยก่อน อย่างไรก็ตามขณะนี้คณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปอุดมศึกษา ได้ขอข้อมูลและรับฟังความคิดเห็น จาก กลุ่ม มรภ.เพื่อประมวลเป็นข้อมูลเสนอต่อคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปอุดมศึกษาต่อไป

ด้านนายวิโรจน์ ลิ้มไขแสง อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) อีสาน ในฐานะประธานที่ประชุมคณะกรรมการอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (ทปอ.มทร.) กล่าวว่า ตัวแทน ทปอ.มทร.จะเข้าพบเพื่อหารือร่วมกับ นายสุวิทย์ ในวันที่ 19 กรกฎาคมนี้ที่ อว. เพื่อรับทราบนโยบายของ อว.ที่จะกำหนดทิศทาง มทร. อย่างไรก็ตาม จากการพูดคุยนอกรอบกับนายสุวิทย์&amp;nbsp;ตนได้รายงานต่อนายสุวิทย์ว่า กลุ่ม มทร.ได้กำหนดยุทธศาสตร์ของ มทร.​โดยจะขับเคลื่อนตามยุทธศาสตร์ชาติตามนโยบายประเทศไทย 4.0 เมื่อ มทร.เข้ามาอยู่ใน อว. แล้ว ก็จะเดินหน้าต่อตามยุทธศาสตร์ที่ได้วางไว้ รวมทั้งการเน้นการผลิตบัณฑิตที่เป็นนักปฏิบัติ ซึ่งเรื่องนี้ นายสุวิทย์ ได้รับทราบและเข้าใจดี แต่เนื่องจากนายสุวิทย์ มีจุดเน้นเรื่องงานวิจัยและนวัตกรรม โดยวางแพลตฟอร์มของมหาวิทยาลัยไว้ 3-4 ด้าน ในส่วนของกลุ่ม มทร. จะอยู่ในกลุ่มของมหาวิทยาลัยที่ขับเคลื่อนด้านเทคโนโลยีให้กับประเทศร่วมกับกลุ่มมหาวิทยาลัยเดิม ได้แก มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ , มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ขณะเดียวกับ กลุ่มมทร.ก็จะช่วยเติมเต็มพื้นที่ต่างๆ โดยช่วยเสริมงานวิจัยของกลุ่มมหาวิทยาลัยราชภัฎด้วย

ด้านนายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดี สจล. ในฐานะประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) กล่าวว่า ทปอ.จะเชิญนายสุวิทย์ เข้าร่วมประชุมกับ ทปอ.ในเดือนสิงหาคมนี้ ที่ มจพ. ซึ่งในส่วนของ ทปอ. ก็จะนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับอุดมศึกษา ได้แก่ การปฏิรูปการอุดมศึกษาในยุคดีสรัปชั่น ซึ่งมหาวิทยาลัยจะต้องเน้นที่คุณภาพ ซึ่งมหาวิทยาลัยต้องได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ 2.ระบบการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษา ซึ่งขณะนี้ ทปอ.กำลังดำเนินการระบบการคัดเลือกกลางบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา (TCAS) โดยมีจุดมุ่งหมายที่จะลดภาระการสอบของเด็กและลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครอง ดังนั้นมหาวิทยาลัยต่างๆ ควรจะร่วมกันอยู่ในระบบทีแคส ไม่เช่นนั้นเด็กๆ ก็จะวิ่งรอกสอบเหมือนเดิม นอกจากนี้ยังต้องขอให้ นายสุวิทย์ ช่วยประสานกับกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อร่วมมือกันพัฒนาเด็กและส่งต่อเด็กเข้าสู่ระดับอุดมศึกษาอย่างมีคุณภาพ ซึ่งจำเป็นที่ อว.ต้องร่วมมือกับกระทรวงศึกษาธิการ และ ทปอ.จะขอเน้นย้ำกับ รมว.อว.ว่า ในเรื่องการสนับสนุนงบฯวิจัยนั้น จะต้องให้ความสำคัญกับงบฯวิจัยด้านสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ ไม่น้อยกว่างบฯ ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41193</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทปอ., ที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฎ (ทปอ.มรภ., รมว.อว., อว., เรืองเดช วงศ์หล้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190625/image_big_5d11e9094d56c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>36875</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/05/2019 09:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/05/2019 09:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คาดโครงสร้าง&quot;อว.&quot;เสร็จพร้อมรับ&quot;รมว.&quot;คนแรกของกระทรวง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
27พ.ค.62-&amp;quot;สรนิต&amp;quot;คาดโครงสร้าง อว. เสร็จ กลางเดือน มิ.ย.นี้ มาพร้อมกับรมว.ใหม่ คนแรกของกระทรวง หลังจากนั้นพร้อมขับเคลื่อนการทำงานทันที&amp;nbsp;

นพ.สรนิต ศิลธรรม อดีตปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) ทำหน้าที่รักษาราชการแทนปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวถึงความคืบหน้าการจัดการโครงสร้างของ อว. ว่า ขณะนี้คณะทำงานอยู่ระหว่างการจัดทำรายละเอียดในส่วนงานต่างๆ ของสำนักงานปลัด อว. สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) และสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วงกลางเดือนมิถุนายน ซึ่งเป็นไปตามกฎหมายว่าจะต้องดำเนินการภายใน 90 วัน อย่างไรก็ตาม เนื่องจากคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม ขาดตำแหน่งประธาน ดังนั้นเมื่อมีการตั้งแต่งประธานใหม่ เราก็มีความพร้อมที่จะก็จะเสนอแผนการดำเนินงานดังกล่าวได้ทันที

&amp;ldquo;ตอนนี้ในส่วนของงานประจำ อว.มีการขับเคลื่อนอยู่ตลอดไม่ได้หยุดดำเนินการแต่อย่างใด ดังนั้นหากได้รัฐบาลใหม่และรัฐมนตรีเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ ผมก็เชื่อว่าจะสามารถวางนโยบายและเดินหน้าการทำงานของกระทรวงต่อไปได้ ซึ่งผมได้เตรียมเรื่องที่มีความจำเป็นเร่งด่วน เช่น โครงสร้าง อว. ยุทธศาสตร์ของ อว. และงบประมาณประจำปี 2563 เป็นต้น&amp;rdquo;รักษาราชการแทนปลัด อว.กล่าว

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกลุ่มมหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) ที่จะต้องเน้นเรื่องการเชื่อมโยงการพัฒนาพื้นที่กับความต้องการของประเทศนั้น นพ.สรนิต กล่าวว่า กลุ่ม มรภ.มีการดำเนินการในเรื่องเหล่านี้อยู่โดยตลอด พร้อมทั้งได้รับยุทธศาสตร์ของประเทศ เพื่อที่จะทำให้การดำเนินการสอดคล้องกับความต้องการของประเทศ ซึ่งตนก็มีการหารือร่วมกัน มรภ. อย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/36875</URL_LINK>
                <HASHTAG>รมว.อว., สรนิต ศีลธรรม, อว.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190508/image_big_5cd29b9ca9eee.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
