<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115607</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/09/2021 15:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/09/2021 15:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เสี่ยต่อ&#039; กวาดเสียงพรรคเล็ก ทำผลโหวตสูงสุด ฝ่ายค้านงดออกเสียง-ไม่ลงมติเพียบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ก.ย.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับผลการลงคะแนนของนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ ที่ได้รับคะแนนไว้วางใจสูงสุดในครั้งนี้ พบว่า การออกเสียงลงคะแนนของส.ส.ฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านแทบจะไม่มีแตกแถว มีเพียงส.ส.ก้าวไกล ลงมติไว้วางใจ ได้แก่ นายเกษมสันต์ มีทิพย์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และนายคารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่พรรคเพื่อไทย นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ ส.ส.อุตรดิตถ์ ลงมติงดออกเสียง และนายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ส.ส.อุบลราชธานี ลงมติไม่ลงคะแนน นอกจากนี้ ยังพบว่าส.ส.พรรคเพื่อไทย ประกอบด้วย นายจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ส.ส.ศรีษะเกษ นายชัยยันต์ ผลสุวรรณ์ ส.ส.ปทุมธานี และนายวุฒิชัย กิตติธเนศวร ส.ส.นครนายก ไม่ลงมติใดๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน ส.ส.จากพรรคเพื่อชาติ ได้แก่ น.ส.ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช นายเพชรวรรต วัฒนพงศศิริกุล นางลินดา เชิดชัย และนายอารี ไกรนรา ลงมติงดออกเสียง ยกเว้นนายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ หัวหน้าพรรคที่ลงมติไม่ไว้วางใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม พรรคขนาดเล็กมีเพียง นายนิคม บุญวิเศษ พรรคพลังปวงชนไทย เท่านั้น ที่ลงมติไม่ไว้วางใจนายเฉลิมชัย ที่เหลือทั้ง 12 เสียง แม้แต่นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยศรีวิไลย์ ก็ลงมติไว้วางใจนายเฉลิมชัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115607</URL_LINK>
                <HASHTAG>รมว.เกษตรและสหกรณ์, อภิปรายไม่ไว้วางใจ, เฉลิมชัย ศรีอ่อน, เสี่ยต่อ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210904/image_big_61332f11ce0fa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50947</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/11/2019 17:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/11/2019 17:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เฉลิมชัย&#039;ลงนาม MOU ซื้อขายน้ำยางข้นกว่า 60,000 ตัน กับ 3 บริษัทยักษ์ใหญ่ของจีน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 พ.ย 62 - นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ของพรรคประชาธิปัตย์ &amp;nbsp;เปิดเผยภายหลังลงนามความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือทางด้านธุรกิจระหว่างการยางแห่งประเทศไทย กับ 3 บริษัทน้ำยางข้นจีน ณ กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชาจีน &amp;nbsp;ซึ่งประกอบด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1) บริษัท GOAMI ZHENGFENG TRADING (บริษัทนำเข้าน้ำยางข้น อันดับ 1 ของจีน)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2) บริษัท NINGBO CHANGHKEN (บริษัทนำเข้าน้ำยางข้นจากไทยเป็นอันดับ 1)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3) บริษัท SANGDONG XINGYU (บริษัทที่ใช้น้ำยางข้นผลิตถุงมือยางอันดับ 1 ของจีน)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ว่าการลงนาม MOU ครั้งนี้จะช่วยเพิ่มศักยภาพปริมาณการส่งออกน้ำยางข้นไปจีนได้เพิ่มขึ้นกว่า 60,000 ตันต่อปี คิดเป็นมูลค่ากว่า 3,000 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยที่ผ่านมาจีนเป็นคู่ค้าที่สำคัญของไทย ซึ่งไทยส่งออกน้ำยางข้นไปจีนปีละกว่า 420,000 ตัน (37.8% ของการส่งออกทั่วโลก) เป็นมูลค่ากว่า 15,500 ล้านบาทต่อปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับในปี 2561 อุตสาหกรรมน้ำยางข้นไทยได้รับผลกระทบอย่างมากไทยส่งออกน้ำยางข้นลดลง14% โดยเฉพาะตลาดจีนลดลงกว่า23%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งการลงนามในวันนี้จะเป็นการรักษาฐานลูกค้าจากประเทศผู้ซื้อยางเดิม อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มมูลค่าทางการค้าให้สินค้ายางพาราของไทยและเพิ่มช่องทางหาตลาดใหม่ๆเพื่อสร้างเสถียรภาพราคายางให้กับพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางของไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;นับเป็นนิมิตหมายอันดีในการตอกย้ำถึงคุณภาพน้ำยางข้นของไทยที่ดีที่สุดในโลกให้กับบริษัทยักษ์ใหญ่ของจีนซึ่งฝ่ายไทยมีศักยภาพส่งออกน้ำยางคุณภาพสูงและพร้อมจะเป็นคู่ค้าที่ดีกับจีนและทุกประเทศทั่วโลก&amp;quot; นายเฉลิมชัย กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50947</URL_LINK>
                <HASHTAG>ยางพารา, รมว.เกษตรและสหกรณ์, เฉลิมชัย ศรีอ่อน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191123/image_big_5dd90dcf805b1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48149</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/10/2019 11:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/10/2019 11:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เฉลิมชัย&#039;ลงนามแจ้งมติแบน3สารเคมีให้คกก.วัตถุอันตรายแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ต.ค. 62 &amp;ndash; นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 15 ต.ค.ที่ผ่านมา&amp;nbsp; ได้ลงนามหนังสือแจ้งมติคณะทำงาน 4 ฝ่าย ประกอบด้วย ภาครัฐ ผู้นำเข้า เกษตรกร และผู้บริโภค ที่มีมติเป็นเอกฉันท์ให้สารเคมี 3 ชนิด คือ คลอร์ไพริฟอส พาราควอต และไกลโฟเซต ปรับจากวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 เป็นชนิดที่ 4 ทั้งนี้ ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2562 เป็นต้นไป ถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในหนังสือระบุว่ากระทรวงเกษตรฯ ได้ตั้งคณะทำงานพิจารณาความเห็นเรื่องนี้ตามบัญชาของนายกรัฐมนตรี เพื่อให้ทุกฝ่ายเข้าใจตรงกันและหาวิธีดำเนินการได้ โดยมอบหมายนางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธาน คณะทำงานได้แสดงความคิดเห็นอย่างกว้างขวางและลงมติอย่างเปิดเผยจนได้ผลสรุปดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมกันนี้มอบหมายให้ปลัดกระทรวงเกษตรฯ ทำหนังสือแจ้งมติคณะทำงานข้างต้นให้ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมในฐานะประธานคณะกรรมการวัตถุอันตรายพิจารณาเสนอคณะกรรมการฯ เพื่อปรับสารเคมีทั้ง 3 ชนิดเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 4 โดยด่วน ซึ่งจะมีผลให้ห้ามผลิต นำเข้า ส่งออก และครอบครอง ดังนั้น จากนี้ไปขึ้นอยู่กับคณะกรรมการวัตถุอันตราย ซึ่งจะประชุมวันที่ 22 ตุลาคม ว่าจะบรรจุเรื่องนี้เข้าสู่วาระการประชุมหรือไม่ และจะมีมติอย่างไร กระทรวงเกษตรฯ ซึ่งเป็นหน่วยปฏิบัติพร้อมทำตามมติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รมว.เกษตรฯ กล่าวด้วยว่า ขณะนี้กำลังเร่งเดินหน้าช่วยเหลือเกษตรกรในการปรับเปลี่ยนวิถีการทำเกษตร โดยสั่งการอธิบดีกรมวิชาการเกษตรให้ดำเนินตามนโยบายส่งเสริมการผลิตพืชปลอดภัยตามมาตรฐาน GAP และเกษตรอินทรีย์ เพื่อเพิ่มมูลค่าของผลผลิตทางการเกษตร รวมทั้งเพื่อความปลอดภัยของทั้งเกษตรกรและผู้บริโภคทั้งประเทศ ซึ่งทุกหน่วยงานของกระทรวงฯ จะเข้าไปให้ความรู้ ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัย และประสานหาตลาดรองรับผลผลิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ระหว่างที่คณะกรรมการวัตถุอันตรายยังไม่ได้ประชุมเพื่อมีมติใหม่ กระทรวงเกษตรฯ ยังคงต้องปฏิบัติตามมติเดิมในการจำกัดการใช้ โดยวันที่ 20 ตุลาคม 2562 ประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 5 ฉบับ จะมีผลบังคับใช้ ประกอบด้วย ฉบับที่ 1 เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการผลิต การนำเข้า การส่งออก การครอบครองวัตถุอันตรายที่เกี่ยวกับไกลโฟเซต คลอร์ไพริฟอส และพาราควอต สาระสำคัญ คือ ผู้ขายต้องการผ่านอบรมตามหลักสูตรที่กรมวิชาการเกษตรกำหนดและต้องเข้าอบรมทุก ๆ 3 ปี ต้องใช้เครื่องวัตถุอันตรายดังกล่าวกับพืชและพื้นที่ตามที่แสดงหลักฐานการซื้อขาย ผู้ที่มีไว้ในครอบครองจะต้องจัดให้มีบุคลากรเฉพาะในการขายวัตถุอันตราย ต้องแยกออกจากวัตถุอันตรายอื่น ๆ และมีป้ายแสดงข้อความว่า &amp;ldquo;วัตถุอันตรายที่จำกัดการใช้&amp;rdquo; อย่างชัดเจน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฉบับที่ 2 เรื่อง การจำกัดการใช้ การกำหนดฉลากและภาชนะบรรจุวัตถุอันตรายที่เกี่ยวกับไกลโฟเซตที่ห้ามใช้ในพื้นที่ปลูกพืชผักหรือพืชสมุนไพร พื้นที่ต้นน้ำ และพื้นที่สาธารณะ ในกรณีอยู่นอกพื้นที่ข้างต้น ให้ใช้เฉพาะเพื่อกำจัดวัชพืชในการปลูกอ้อย ยางพารา ปาล์มน้ำมัน มันสำปะหลัง ข้าวโพด และไม้ผล ส่วนผู้ผลิต หรือผู้นำเข้าวัตถุอันตรายเกี่ยวกับไกลโฟเซต ต้องแสดงข้อความในฉลากว่า เป็นวัตถุอันตรายและระดับความเป็นพิษเพื่อประโยชน์ในการควบคุม ป้องกัน บรรเทา หรือระงับอันตรายที่จะเกิดแก่บุคคล สัตว์ พืช ทรัพย์ หรือสิ่งแวดล้อม ฉบับที่ 3 กำหนดให้ใช้คลอร์ไพริฟอสในไม้ผลเฉพาะเพื่อกำจัดหนอนเจาะลำต้นเท่านั้น ฉบับที่ 4 เกี่ยวกับพาราควอต โดยห้ามใช้ในพื้นที่ปลูกพืชผักหรือพืชสมุนไพร พื้นที่ต้นน้ำ และพื้นที่สาธารณะ รวมถึงมีข้อกำหนดการใช้อื่น ๆ เช่นเดียวกับไกลโฟเซต และฉบับที่ 5 เรื่อง แต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ได้แก่&amp;nbsp; ผู้ใหญ่บ้าน&amp;nbsp; กำนัน และปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลเป็นผู้มีอานาจตรวจสอบการใช้วัตถุอันตรายทั้ง 3 ชนิด ภายในเขตท้องที่รับผิดชอบ ตามมาตรา 54 (1) แห่งพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535&amp;nbsp;
&amp;nbsp;
นายเฉลิมชัย ย้ำว่า กระทรวงเกษตรฯ ต้องปฏิบัติตามกฎหมายจำกัดการใช้ดังกล่าว ไม่เช่นนั้นจะมีความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หากคณะกรรมการวัตถุอันตรายมีมติใหม่อย่างไร ก็พร้อมปฏิบัติตาม ในระหว่างนี้ยินดีรับฟังข้อมูลรอบด้านจากทุกฝ่าย ซึ่งวันที่ 21 ตุลาคมจะมีกลุ่มเกษตรกรที่คัดค้านการยกเลิกสารเคมี 3 ชนิดเข้าพบ โดยในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะดำเนินการให้เกิดประโยชน์และความปลอดภัยสูงสุดทั้งต่อเกษตรกรและประชาชนผู้บริโภคทั้งประเทศ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48149</URL_LINK>
                <HASHTAG>คกก.วัตถุอันตราย, รมว.เกษตรและสหกรณ์, ลงนามแจ้งมติ, อุตสาหกรรม, เฉลิมชัย ศรีอ่อน, แบน3สารเคมี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181204/image_big_5c063f440c661.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41119</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/07/2019 13:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/07/2019 13:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เกษตรกรจี้&#039;เฉลิมชัย&#039;เลิกนโยบายประชานิยม ควรแก้ปัญหายางพาราตามรอย&#039;ลุงตู่&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ก.ค.62- นายอุทัย สอนหลักทรัพย์ ประธานสภาเครือข่ายยางและสถาบันเกษตรกรยางพาราแห่งประเทศไทย (สยยท.) เปิดเผยว่า ปัญหาราคายางตกต่ำเกิดขึ้นจากตลาดการซื้อขายยางล่วงหน้าจากประเทศจีน เกิดการบิดเบือนในราคาต้นทุนที่แท้จริง จึงอยากให้นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ จริงจังกับการแก้ไขปัญหาในระยะยาวมากกว่าการจัดการในระยะสั้น ด้วยนโยบายประชานิยม อาทิ การประกันราคายาง แต่อยากให้สานต่อแนวคิดของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในการส่งเสริมให้แต่ละกระทรวงนำ ยางพารา ไปใช้ในการดำเนินงานต่าง ๆ รวมทั้งนำ พระราชบัญญัติควบคุมยางและพระราชบัญญัติของกระทรวงพาณิชย์ พ.ศ. 2542 เข้ามาบังคับใช้อย่างจริงจัง เพื่อให้สามารถช่วยเหลือเกษตรกร และควบคุมการส่งออกได้อย่างแท้จริง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ภาครัฐ ควรเปลี่ยนแนวคิดใหม่ โดยส่งเสริมให้เกษตรกรพึ่งพาตนเอง ผ่านการอบรมให้ความรู้ สนับสนุนแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ และการนำสินค้าสู่ตลาดราชการ เพื่อให้สินค้าเกษตรเป็นอุตสาหกรรมเพิ่มมูลค่า เช่น การนำยางมาแปรรูป เป็น โต๊ะ เก้าอี้ รองเท้า หรืออื่น ๆ ส่วนมาตรการจำกัดการใช้สารเคมี พาราควอต ไกลโฟเซต และคลอร์ไพรีฟอส นั้น รัฐควรแนะนำให้เกษตรกรใช้อย่างถูกต้อง และมีมาตรการตรวจสอบอย่างเข้มข้น ดีกว่าการยกเลิกใช้ เพราะจะส่งผลกระทบต่อระบบเกษตรกรรม เสียหายหลายแสนล้านบาท แล้วใครจะรับผิดชอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ เกษตรกรกลุ่มอ้อย กำลังประสบปัญหาเรื่องราคาอ้อยตกต่ำ จากเดิมเฉลี่ยตันละ 1,000 บาท เหลือเพียง 700 บาท ภัยแล้งส่งผลกระทบต่อปริมาณการผลิตที่หายไปกว่าร้อยละ 30 และต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น จากกระแสข่าวการแบนที่มีมาเป็นระลอก จนมาถึงข้อสรุปจากคณะกรรมการวัตถุอันตรายที่ให้มีการจำกัดการใช้ 3 สารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืช. &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41119</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน, ประชานิยม, ปัญหาราคายางพารา, รมว.เกษตรและสหกรณ์, อุทัย สอนหลักทรัพย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190716/image_big_5d2d6f1798679.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24411</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/12/2018 12:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/12/2018 12:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สมศักดิ์&#039;แจงไม่เคยต่อรองเก้าอี้รมว.เกษตรฯพ่วงซื้อเฮลิคอปเตอร์ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ธ.ค.61-นายสมศักดิ์ เทพสุทิน &amp;nbsp;ประธานคณะกรรมการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งพรรคพลังประชารัฐ พร้อมด้วย นายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ นายภิรมณ์ พลวิเศษ &amp;nbsp;และนายธนกร วังบุญคงชนะ ร่วมประชุมเพื่อวางแผนรวมถึงสรุปความคืบหน้าในการลงพื้นที่ พร้อมนำปัญหาของประชาชนในจังหวัดต่างๆมารวบรวมก่อนที่จะเสนอเป็นนโยบาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมศักดิ์ กล่าวก่อนประชุมถึงประเด็นที่ถูกโจมตีในเรื่องการดิวเพื่อเป็น รมว.เกษตรและสหกรณ์ว่า เรื่องนี้คนพูดคือนายภิรมณ์ &amp;nbsp;พลวิเศษ และได้ชี้แจงไปแล้ว การที่ลงไปพบปะประชาชนส่วนใหญ่เวลานี้ คือเกษตรกรที่มีความใกล้ชิดและเป็นคนชื่นชอบงานด้านเกษตร ตนยังได้ประกอบอาชีพในด้านนี้ด้วย เช่น ทำนา ทำสวน ทั้งยังเลี้ยง วัว ปลา นก ไก่ดังนั้นเวลาตนไปพบปะกับเกษตรกรจึงเข้าใจในความเป็นตน พูดกันรู้เรื่องเพราะตนรู้และใกล้ชิดตั้งแต่ยังเด็ก ดังนั้นเวลาจะพูดคุยจึงมีความเป็นกันเอง จนทำให้เวลานี้พรรคการเมืองมองเห็นแล้วต้องติดตามและพิจารณา จนเป็นภยาคติสะพรึงกลัว กลัวในสิ่งที่ตัวเองไม่สามารถลงมือหรือทำความเข้าใจกับคนกลุ่มนั้นได้ดีกว่าพรรคพลังประชารัฐที่มีบุคคลากรในด้านต่างๆอย่างยิ่งในภาคเกษตร ก็ทำให้ประเมินล่วงหน้ากันไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การที่ฝ่ายการเมืองอื่น สะพรึงกลัว มันเป็นภยาคติที่มองแล้วจนเป็นความเสื่อมโทรมของการเมืองในวันนี้ หรือวันข้างหน้า อยากให้มองไปไกลๆแล้วมานำเสนอสิ่งที่เกิดประโยชน์กับภาพรวมของประเทศประชาชนบ้าง บางครั้งไม่ควรต่อความยาวสาวความยืดในสาระนั้นๆผมจึงไม่มีความจำเป็นต้องโต้ตอบอะไรมากมายและผมขอยืนยันไม่มีการต่อรองเก้าอี้รัฐมนตรีกับใครทั้งนั้นวันนี้ผมมาทำงานทำนโยบายให้คนเลือกพรรคประชารัฐเท่านั้นผมมีเป้าหมายคือทำจำนวนส.ส.ให้พรรคได้ตามเป้าที่วางไว้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 16 ธ.ค.ที่ผ่านมา นายภิรมย์ พลวิเศษ เลขานุการนายสมศักดิ์ ให้สัมภาษณ์กล่าวถึงกรณีที่ตนระบุนายสมศักดิ์จองซื้อเฮลิคอปเตอร์เพื่อตรวจงานในตำแหน่งรมว.เกษตรและสหกรณ์ว่า เรื่องดังกล่าวตนเป็นคนพูด นายสมศักดิ์ไม่ได้เป็นผู้พูดแต่อย่างใด และตนเป็นคนพูดในตอนสรรหาสมาชิกพรรคที่บัวใหญ่ ต่อกลุ่มเกษตรกรที่มาฟังแนวทางของพรรค โดยการพูดก็เป็นการแนะนำท่านสมศักดิ์ไปในฐานะที่ท่านทำงานให้กับกลุ่มเกษตรกรมาทุกกลุ่ม ไม่ว่าชาวนา สวนปาล์ม เลี้ยงไก่ เลี้ยงโค ยาสูบ อ้อย เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับกลุ่มเกษตรกรว่าพรรคพลังประชารัฐมีบุคคลที่เหมาะสม มีความเข้าใจในการแก้ปัญหาเกษตรกรได้รวดเร็ว เพราะรู้งานจริง แต่ที่สื่อหลายสำนักไปมองว่า เป็นการจองตำแหน่งอะไรแบบนั้น สื่อตีความหมายล้ำหน้าความคิดเห็นของประชาชน ที่เขายังไม่ได้ตัดสินผ่านการเลือกตั้งเลย
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24411</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายสมศักดิ์ เทพสุทิน, พรรคพลังประชารัฐ, รมว.เกษตรและสหกรณ์, เลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181217/image_big_5c173225892e6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23149</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/11/2018 09:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/11/2018 08:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ปชป.จี้ปรับรมต.เกษตร-พาณิชย์ออกเหตุทำงานขัดขาสินค้าเกษตรร่วงแนะดึงคนขยันทำแทน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 พ.ย. 61-นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) กล่าวถึงการแก้ปัญหาพืชผลทางการเกษตรของรัฐบาลตกต่ำว่าพรรคประชาธิปัตย์ใช้เวลาต่อสู้ และเรียกร้องปัญหายางพารา น้ำมันปาล์ม และสินค้าเกษตรตกต่ำมาตั้งแต่ปี 57&amp;nbsp; กระทั่งปี 59&amp;nbsp; พรรคประชาธิปัตย์จึงได้เข้าพบรัฐบาล แต่กว่าจะลงมาแก้ปัญหาอย่างจริงจังก็ช้าไปมาก และลากยาวมาถึงปี 61 เนื่องจากรัฐมนตรี และข้าราชการที่เกี่ยวข้องเหมือนทำงานไม่จริงจังใช่หรือไม่และพอพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ลงมาแก้ปัญหาด้วยตัวเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ในช่วงนี้ก็เปรียบกับถั่วจะสุกงาก็ไหม้ ชาวบ้านเกษตรกร เสียโอกาสมานาน และได้รับความเดือดร้อนจากความล่าช้าของรัฐบาล&amp;nbsp; ขณะเดียวกันรัฐบาลก็เสียแต้มและความเชื่อใจจากพี่น้องประชาชน และยิ่งมาออกมาตรการมาช่วยเหลือเมื่อเร็วๆ นี้ก็ถูกมองว่าเป็นการซื้อใจเพื่อหวังผลการเลือกตั้ง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางมัลลิกา&amp;nbsp; กล่าวต่อว่า จากการติดตามประเด็นนี้ ดูเหมือน รัฐมนตรีเกษตรและสหกรณ์ และ รัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์ทำงานไม่เข้าขากัน เหมือนไม่ใช่ครม.เศรษฐกิจดรีมทีม เพราะทำงานไม่สอดประสานกัน จนงานออกมาไม่มีประสิทธิภาพ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ดังนั้นในช่วงนี้ยังเหลือเวลา ควรปรับครม.เอาคนที่มีความเชี่ยวชาญ และกระตื้อรือร้นมาทำงานแทน&amp;nbsp; เพราะจะส่งผลให้ข้าราชการตื่นตัวทำงาน&amp;nbsp; ก็เชื่อว่าอย่างน้องประชาชนก็จะได้ประโยชน์บ้าง และยังลดงบประมาณจากภาษีประชาชนที่นำไปช่วยเหลือเกษตรกรอีกด้วย&amp;rdquo;นางมัลลิกา กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23149</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์, ดรีมทีมเศรษฐกิจ, นางมัลลิกา บุญมีตระกูล, รมว.เกษตรและสหกรณ์, สินค้าเกษตรตกต่ำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181124/image_big_5bf8fb5f531d8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21425</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/11/2018 08:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/11/2018 08:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เกษตรฯเตรียมชง&#039;ปลากัด&#039;เป็นสัตว์น้ำประจำชาติให้ครม.เคาะ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 พ.ย.61-นายกฤษฎา​ บุญราช​ รมว.เกษตรและสหกรณ์​ ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี​(ครม.)​ กรณีเสนอให้ปลากัดเป็นสัตว์น้ำประจำชาติ​ โดยกรมประมงได้รายงานต่อคณะกรรมการเอกลักษณ์ของชาติ ว่า​ ปลากัดมีต้นกำเนิดในประเทศไทยและมีเอกลักษณ์เฉพาะของสายพันธุ์​ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้น​ในประวัติศาสตร์​คนไทยเลี้ยงปลากัดจำนวนมาก​และดูในเชิงกีฬา​ มีความผูกพันกับประเทศไทยมานาน​ ในขณะที่ทางเศรษฐกิจ​มีการผสมพันธุ์​ปลากัดหลาย​สายพันธุ์​ &amp;nbsp;จึงเป็นเหตุผลที่เสนอให้เป็นสัตว์น้ำประจำชาติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยขั้นตอนต่อไป คณะกรรมการ​เอกลักษณ์จะรวบรวมความคิดเห็นเสนอไปที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) ​ก่อนเสนอ ครม.พิจารณาต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21425</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฤษฎา  บุญราช, ปลากัด, ปลาประจำชาติ, รมว.เกษตรและสหกรณ์, เสนอครม.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181106/image_big_5be0f3f008243.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
