<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>54475</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/01/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยื่นซักฟอก20ม.ค.‘ทอน’กุนซือ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;วิษณุ&amp;quot; คาด พ.ร.บ.งบ 63 มีผลบังคับใช้เดือน ก.พ. &amp;quot;สิระ&amp;quot; ท้า &amp;quot;เสรีพิศุทธ์-ส.ส.เสรีรวมไทย&amp;quot; ไม่รับเงินเดือนถ้างบผิดกฎหมาย &amp;quot;ธนาธร&amp;quot; ประกาศเป็นกุนซือติว ส.ส.ศึกซักฟอก ฝ่ายค้านจ่อยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ 20 ม.ค. พท.คิดหนักฟัน 3 งูเห่า ไม่กล้าขับออกกลัวเสียงหายเข้าทางรัฐบาล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 13 มกราคม นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความคืบหน้าร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 ภายหลังผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวาระ 3 ว่า ขั้นตอนหลังจากนี้จะเข้าสู่การพิจารณาของสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ที่มีเวลา&amp;nbsp;20&amp;nbsp;วัน โดย ส.ว.นัดกันแล้วว่าจะประชุมในวันที่&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ม.ค.และคงใช้เวลาพิจารณาเพียงวันเดียว เพราะ ส.ว.ได้ตั้งคณะกรรมาธิการศึกษาคู่ขนานมากับสภาผู้แทนราษฎร อีกทั้ง &amp;nbsp;ส.ว.ไม่สามารถแก้ร่าง พ.ร.บ.ได้ ทำได้เพียงมีข้อสังเกตมายังรัฐบาล เมื่อพิจารณาเสร็จแล้วจะส่งมายังรัฐบาล และนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายได้ภายใน&amp;nbsp;7&amp;nbsp;วัน คือภายในเดือน ม.ค.&amp;nbsp;คาดว่าจะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ภายในเดือน ก.พ.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตามทั้ง ส.ส.และ ส.ว.ต่างมีข้อสังเกตมายังรัฐบาลได้ ขึ้นอยู่กับรัฐบาลว่าจะนำมาปรับใช้อย่างไร ซึ่งข้อสังเกตต่างๆ จะดูสำหรับการปรับใช้ในงบประมาณปี&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;และเตรียมทำร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ที่จะเข้าสภาใน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เดือนข้างหน้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ระบุไม่ยอมรับกระบวนการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ 2563 เนื่องจากคณะรัฐมนตรียังถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญ และขู่ว่าจะดำเนินคดีกับ ส.ส.ทุกคนที่ให้ความเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวว่า ขอท้าให้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์เร่งดำเนินคดี ส.ส.ทุกคนตามที่ออกมาพูดโดยเร็ว ตนจะได้ฟ้องกลับฐานแจ้งความเท็จ เนื่องจากมีข้อเท็จจริงปรากฏอย่างชัดแจ้งแล้วว่า คณะรัฐมนตรีมีอำนาจเต็มที่ในการบริหารบ้านเมืองและเสนอกฎหมายต่อสภา ปัญหาการถวายสัตย์ปฏิญาณของนายกรัฐมนตรี ศาลรัฐธรรมนูญก็ชี้แนวทางไว้แล้วว่าเป็นเรื่องระหว่างสถาบันพระมหากษัตริย์กับฝ่ายบริหาร ไม่มีองค์กรตามรัฐธรรมนูญใดมีอำนาจที่จะตรวจสอบได้ เรื่องควรจบแค่นี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมขอฝากถึง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์และ ส.ส.พรรคเสรีรวมไทยทั้งหมดด้วยว่า หากพวกท่านเห็นว่า ร่างกฎหมายงบประมาณปี 2563 ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายฉบับใดก็ตาม ขอให้พวกท่านประกาศให้ชัดเจนเลยว่าจะไม่รับเงินเดือนที่มาจากงบประมาณปี 2563 อย่าทำตัวเป็นพวกเกลียดตัวกินไข่ เกลียดปลาไหลกินน้ำแกง&amp;quot; นายสิระกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้านคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า &amp;quot;ขอฟันธงว่า การจัดทำงบประมาณรายจ่ายของรัฐบาลในปีนี้จะไม่สามารถแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้ &amp;nbsp;ทำได้แค่การเยียวยาระยะสั้น แต่จะไม่สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้ ด้วยเหตุผลดังนี้ 1.จัดงบลงทุนในการสร้างรายได้ใหม่สร้างงานใหม่ไว้น้อยมาก ไม่เพียงพอต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยรัฐบาลจัดสรรงบลงทุนเพียง 20% ของงบประมาณปีนี้ 3.2 ล้านล้านบาท ก็คือประมาณ 6 แสนล้านบาท และจำนวนนี้มีภาระผูกพันไปแล้วกว่า 3 แสนล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.จัดสรรงบประมาณไม่เหมาะสมกับสภาวะเศรษฐกิจที่กำลังทรุดหนัก ทั้งที่ควรจะทุ่มงบประมาณของทุกกระทรวงมากระตุ้นเศรษฐกิจ แก้ไขปัญหาปากท้องให้ประชาชนเป็นลำดับแรกก่อน ในโครงการที่ก่อให้เกิดรายได้ใหม่ สร้างงานใหม่ หรือสร้างสินทรัพย์ใหม่ให้ประชาชน แต่กลับจัดสรรเงินงบประมาณไปซื้อเรือดำน้ำเพิ่มอีก 2 ลำ มูลค่ากว่า 2 หมื่นล้านบาท ในขณะที่เกิดภัยแล้งทั่วประเทศ และ 3.งบประมาณที่จัดมาแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ แต่ละโครงการจัดแบบแค่เยียวยาปัญหาระยะสั้น เปรียบเสมือนคนป่วยเป็นไข้หนักจนปอดติดเชื้อแล้ว แต่กลับให้เพียงยาทิฟฟี่มาลดไข้ สรุปแล้วงบประมาณกระจุกชาวบ้านจนกระจาย&amp;quot;
ชำแหละงบนอกสภา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ห้องอาคารไทยซัมมิท พรรคอนาคตใหม่จัดงานเสวนาวิชาการ &amp;quot;อนาคตงบประมาณไทย อนาคตใหม่ประชาชน&amp;quot;&amp;nbsp;โดยนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กล่าวในหัวข้อ &amp;quot;ภาพรวมและสิ่งที่ไม่มีโอกาสได้พูดในสภา&amp;quot; ตอนหนึ่งว่า งบประมาณคือตัวแทนความฝัน สิ่งที่เราเห็นในงบปี&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;1.จัดสรรนโยบายเพื่อให้กลุ่มผู้มีอำนาจครองอำนาจได้&amp;nbsp;2.ซื้อความภักดีของเครือข่ายที่ยึดโยงกับขั้วอำนาจ ซึ่งแทบจะไม่ได้ยึดโยงกับการพัฒนาประเทศเลย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้หากพรรคอนาคตใหม่ได้เป็นฝ่ายบริหาร จะจัดสรรงบประมาณบนฐานคิดใหม่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ข้อเพื่อแก้ปัญหา&amp;nbsp;1.ตัดงบดำเนินการที่ไม่ตอบสนองความต้องการของประเทศออก โดยใช้หลัก&amp;nbsp;zero-based &amp;nbsp;budgeting&amp;nbsp;คือทุกโครงการต้องตั้งจาก&amp;nbsp;0&amp;nbsp;ไม่ใช้ตั้งจากงบประมาณปีที่ผ่านมา 2.การกระจายอำนาจและงบประมาณจากส่วนกลางไปสู่ส่วนท้องถิ่น 3.เปลี่ยนโครงการเมกะโปรเจกต์เป็นโครงการขนาดเล็ก เพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชนที่หลากหลาย&amp;nbsp;และ 4.สวัสดิการอนาถาที่พิสูจน์ความยากจนต้องเป็นสวัสดิการทั่วหน้า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนาธรกล่าวภายหลังการอภิปรายในงานเสวนาว่า ข้อมูลในครั้งนี้จะถูกนำไปพูดในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล แต่ไม่ใช่ประเด็นหลัก ส่วนการตั้งทีมติดตามการทำงบประมาณปี 2564 ของรัฐบาลซึ่งนำโดย น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายนั้น ตั้งขึ้นมาเพื่อติดตามโดยการทำงบประมาณแบบภาพรวม ไม่เน้นกระทรวงใดเป็นพิเศษ อีกไม่นานจะถึงเวลาทำงบประมาณปี 2564 ดังนั้นเพื่อให้การพิจารณาและข้อเสนอแนะกับรัฐบาลเป็นไปอย่างราบรื่น และจัดสรรงบอย่างมีประสิทธิภาพ เราสามารถเริ่มทำงานได้ตั้งแต่ตอนนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจจะร่วมมือทำงานนอกสภาอย่างไรบ้าง นายธนาธรกล่าวว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจคาดว่าจะเกิดขึ้นช่วงปลายเดือน ม.ค.หรือต้นเดือน ก.พ. ตนคงจะสนับสนุนและเอาใจช่วย ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ทุกคน โดยจะสนับสนุนด้านทรัพยากร ข้อมูลและกำลังใจ สำหรับรายชื่อรัฐมนตรีที่จะถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้น ตอนนี้คงไม่สามารถบอกได้ ขอเก็บไว้อีกสักพักก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่พรรคเพื่อไทย นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร และรองประธานคณะกรรมการกิจการพิเศษ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงความพร้อมในการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลว่า หลังจากพรรคเพื่อไทยมอบหมายให้ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง มาทำหน้าที่ประธานคณะกรรมการกิจการพิเศษ มารับผิดชอบดูแลการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ได้รวบรวมเรื่องราวการบริหารงานของรัฐบาลนี้ ทั้งเรื่องการใช้อำนาจหน้าที่ที่ทำให้สังคมไม่สบายใจ การเอื้อประโยชน์ให้พวกพ้องตัวเอง &amp;nbsp;การบริหารที่ไม่มีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับรัฐมนตรีที่อยู่ในข่ายถูกยื่นอภิปราย&amp;nbsp;4-5 คน เป็นไปตามที่ ร.ต.อ.เฉลิมได้เคยให้ข้อมูลไปก่อนหน้านี้ นายกรัฐมนตรีในฐานะผู้นำที่กำกับดูแลด้านเศรษฐกิจ ด้านความมั่นคง การบริหารที่บกพร่องเกิดขึ้นคงจะปฏิเสธแยกออกจากนายกฯ ไม่ได้ คงจะถูกอภิปรายมากหน่อย ส่วนรัฐมนตรีที่อาจจะถูกอภิปรายเพิ่มนั้น ในฐานะที่ตนเป็นผู้ประสานงานกับพรรคร่วมฝ่ายค้านได้พูดคุยกันอยู่ตลอด&amp;nbsp;
ยื่นญัตติซักฟอก 20 ม.ค.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สิ่งที่พอสรุปได้ชัดเจนคือ จะมีการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจช่วงวันที่ 20 ม.ค.&amp;nbsp;แม้การกำหนดวันอภิปรายเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่ไม่มีการระบุกรอบเวลาเอาไว้ชัดเจน แต่ไม่อยากจะยื่นญัตติเร็ว ไม่เช่นนั้นอาจจะมีการกำหนดวันอภิปรายไม่ไว้วางใจวันที่ 25 ม.ค.&amp;nbsp;ซึ่งตรงกับเทศกาลตรุษจีน อาจทำให้การอภิปรายไม่ค่อยได้รับความสนใจ แต่หากยื่นญัตติช่วงวันที่ 20 ม.ค.&amp;nbsp;ที่อาจจะบวกลบอีกนิดหน่อย &amp;nbsp;จากนั้นมีการบรรจุญัตติ อาจทำให้เวลาของการอภิปรายจะอยู่ในช่วงปลายเดือน ม.ค.หรือต้นเดือน ก.พ.&amp;quot; นายภูมิธรรมระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ พรรคร่วมฝ่ายค้านจะไม่ใช้เวทีดังกล่าวสร้างวาทกรรมมุ่งโจมตี หรือจะมาตีรวน และไม่ใช่เวทีที่ใช้ฝึกพูด พรรคฝ่ายค้านกำลังทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาล ตรวจสอบถึงความไม่ชอบมาพาพล ไร้ประสิทธิภาพการบริหารงาน ส่วนรัฐมนตรีที่จะถูกยื่นอภิปรายจะมีเพิ่มอีกหรือไม่นั้น พรรคเพื่อไทยไม่ได้ปิดกั้น ให้แต่ละพรรคไปดูเรื่องที่จะอภิปรายแล้วมาตกลงกัน นำหลักการเหตุผลมาอธิบายกัน ซึ่งหลังจากนี้จะมีการนัดคุยกันกับพรรคร่วมฝ่ายค้านอีกครั้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับผลการอภิปรายให้สังคมร่วมตัดสินใจ รัฐบาลหากแก้ปัญหาจัดการไม่ได้ก็คงบริหารไม่ได้ &amp;nbsp;เพราะประชาชนไม่ให้ความเชื่อมั่น เมื่อดูจากปรากฏการณ์ที่ประชาชนแสดงออกถึงความไม่พอใจที่มีต่อรัฐบาลยิ่งสะสมมากขึ้น สิ่งที่รัฐบาลแก้ได้โดยเร่งจัดการกับปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน เปลี่ยนคนที่ไร้ประสิทธิภาพ แก้ปัญหาไม่ได้ หากรัฐบาลเร่งทำก่อนอาจทำให้ความรู้สึกประชาชนที่มีต่อรัฐบาลดีขึ้นก็ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าจะมีการควบคุมสมาชิกของพรรคอย่างไร เพื่อให้โหวตไปในทิศทางเดียวกัน นายภูมิธรรมกล่าวว่า ประเด็นนี้เป็นเรื่องที่สังคมให้ความสนใจ ด้วยความที่เป็นพรรคการเมืองต้องยืนหยัดในผลประโยชน์ของประชาชน อย่าทำอะไรที่ฝืนความรู้สึกประชาชน ถ้ามีสำนึกโดยรวม บุคคลหรือนักการเมืองใครก็ตาม หากไม่สบายใจไม่สะดวกใจที่จะอยู่ในพรรคการเมือง ควรพิจารณาตัวเองลาออกไปเลือกหนทางการเมืองของตนใหม่ แต่ถ้ายังอาศัยร่มไม้ชายคาอยู่ หากทำอะไรที่ผิดมติของพรรค ในทางการเมืองถือว่าผิดจริยธรรมทางการเมืองอย่างร้ายแรง ในส่วนของการสอบสวน ส.ส.ของพรรคที่เคยโหวตสวนมติพรรคนั้น พรรคได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบก่อนจะตัดสินใจ จะดูตามข้อมูล สิ่งต่างๆ &amp;nbsp;แล้วพิจารณาออกมาตามเนื้อผ้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานข่าวจากพรรคเพื่อไทยว่า คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณี ส.ส.โหวตสวนมติพรรค ที่มี พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ แกนนำพรรคเป็นประธาน พิจารณาบทลงโทษ 3 ส.ส.ที่โหวตสวนมติพรรค เป็นเรื่องที่แกนนำพรรคต้องคิดหนักว่าจะใช้มาตรการอย่างไรเพื่อเป็นการปรามไม่ให้ ส.ส.คนอื่นกล้าโหวตสวนมติพรรคอีก รวมถึงไม่ให้เข้าทางฝ่ายตรงข้าม เพราะถ้าใช้มาตรการขับออกจากพรรค &amp;nbsp;ส.ส.กลุ่มนี้สามารถย้ายไปสังกัดพรรคร่วมรัฐบาลได้ทันที เหมือนที่พรรคอนาคตใหม่เคยทำมาแล้วและพรรคร่วมฝ่ายค้านส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วย เพราะทำให้โมเมนตัมเสียง ส.ส.พลิกเปลี่ยน ตอนนี้รัฐบาลรอดพ้นจากภาวะเสียงปริ่มน้ำไปแล้ว ยิ่งถ้าพรรคเพื่อไทยขับออกอีก เสียงของรัฐบาลจะยิ่งเพิ่มพูนไปกันใหญ่ เกมต่อรองทางการเมืองจะเสียเปรียบมาก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม มาตรการตัดสิทธิ์ไม่ให้ลงสมัคร ส.ส.ครั้งหน้าค่อนข้างเสี่ยงที่จะเสีย ส.ส.ในเขตนั้นๆ ไป เพราะ ส.ส.ที่ถูกตรวจสอบทั้ง 3 คน คือ น.ส.พรพิมล ธรรมสาร ส.ส.ปทุมธานี, นายขจิตร ชัยนิคม &amp;nbsp;ส.ส.อุดรธานี และนายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ ส.ส.กทม. ต่างก็เป็น ส.ส.ที่ได้รับความนิยมในพื้นที่ชัดเจน ไม่ใช่ ส.ส.ที่พึ่งกระแสนิยมจากพรรคเพียงอย่างเดียว หากไม่ให้ลงสมัครในนามพรรคเพื่อไทยเท่ากับบังคับให้ไปลงสมัครในนามพรรคอื่น อาจทำให้ผู้สมัครคนใหม่ที่พรรคเพื่อไทยส่งลงแพ้ได้ สำหรับผลการสอบสวนได้ข้อสรุปเบื้องต้น ในรายของนายพลภูมิ แกนนำพรรคเข้าใจได้ถึงแนวทางดำเนินการที่มีบุญคุณต่อกันในบางเรื่อง ที่ผ่านมาได้รับอานิสงส์จากคดีจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินอันเป็นเท็จ ที่หลุดจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เพราะคดีขาดอายุความ ส่วน น.ส.พรพิมลเป็นเหตุผลเชิงคดีความเช่นกัน แต่เป็นในส่วนของสามี ขณะที่นายขจิตรค่อนข้างชัดเจนกว่าใคร แกนนำพรรคจึงคาดโทษขั้นเด็ดขาดเอาไว้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54475</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ร.บ.งบ 63, พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563, รยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล, ศึกซักฟอก, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200113/image_big_5e1c7a7e6ed00.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54428</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/01/2020 13:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/01/2020 13:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝ่ายค้านเล็งยื่นซักฟอก20ม.ค.เลี่ยงโดนเล่ห์จัดวันอภิปรายตรงตรุษจีน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ม.ค.63-ที่พรรคเพื่อไทย(พท.) นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร และรองประธานคณะกรรมการกิจการพิเศษ พรรคพท. กล่าวถึงความพร้อมในการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลประยุทธ์ว่า หลังจากพรรคมอบหมายให้ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง มาทำหน้าที่ประธานคณะกรรมการกิจการพิเศษ มารับผิดชอบดูแลการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ได้รวบรวมเรื่องราวการบริหารงานของรัฐบาลนี้ ทั้งเรื่องการใช้อำนาจหน้าที่ที่ทำให้สังคมไม่สบายใจ การเอื้อประโยชน์ให้กับพวกพ้องตัวเอง การบริหารที่ไม่มีประสิทธิภาพ มีรัฐมนตรีที่อยู่ในข่ายถูกยื่นอภิปราย 4-5คน เป็นไปตามที่ร.ต.อ.เฉลิม ได้เคยให้ข้อมูลไปก่อนหน้านี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;นายกรัฐมนตรีในฐานะผู้นำ ที่กำกับดูแลด้านเศรษฐกิจ ด้านความมั่นคง การบริหารที่บกพร่องเกิดขึ้นคงจะปฏิเสธ แยกออกจากนายกฯไม่ได้ คงจะถูกอภิปรายมากหน่อย ส่วนรัฐมนตรีที่อาจจะถูกอภิปรายเพิ่มนั้น ในฐานะที่ผมเป็นผู้ประสานงานกับพรรคร่วมฝ่ายค้าน ได้พูดคุยกันอยู่ตลอด สิ่งที่พอสรุปได้ชัดเจนคือ จะมีการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจช่วงวันที่ 20ม.ค. แม้การกำหนดวันอภิปราย เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่ไม่มีการระบุกรอบเวลาเอาไว้ชัดเจน แต่เราก็ไม่อยากจะยื่นญัตติเร็ว เพราะไม่เช่นนั้น อาจจะมีการกำหนดวัดอภิปรายไม่ไว้วางใจวันที่ 25 ม.ค. ซึ่งตรงกับเทศกาลตรุษจีน อาจทำให้การอภิปรายไม่ค่อยได้รับความสนใจ แต่หากยื่นญัตติช่วงวันที่ 20ม.ค. ที่อาจจะบวกลบอีกนิดหน่อย จากนั้นมีการบรรจุญัตติ อาจทำให้เวลาของการอภิปรายจะอยู่ในช่วงปลายเดือนมกราคมหรือต้นเดือนกุมภาพันธ์&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายภูมิธรรมกล่าวว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจพรรครร่วมฝ่ายค้านจะไม่ใช้เวทีดังกล่าวสร้างวาทกรรม มุ่งโจมตี หรือจะมาตีรวน ขณะเดียวกันเวทีนี้ก็ไม่ใช่เวทีที่จะมีฝึกพูด พรรคฝ่ายค้านกำลังทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาล ตรวจสอบถึงความไม่ชอบมาพาพล ไร้ประสิทธิภาพการบริหารงาน รัฐมนตรีที่จะถูกยื่นอภิปรายจะมีเพิ่มอีกหรือไม่ พรรคเพื่อไทยไม่ได้ปิดกั้น ให้แต่ละพรรคไปดูเรื่องที่จะอภิปรายแล้วมาตกลงกัน นำหลักการ เหตุผลมาอธิบายกัน ซึ่งหลังจากนี้จะมีการนัดคุยกันกับพรรคร่วมฝ่ายค้านอีกครั้ง ในเรื่องของผลการอภิปราย ฝ่ายค้านที่มีเสียงข้างน้อย ในภาวะที่รัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ การอภิปรายของฝ่ายค้านอยู่ในเหตุและผล แล้วให้สังคมร่วมตัดสินใจ รัฐบาลหากแก้ปัญหาจัดการไม่ได้ก็คงบริหารไม่ได้ เพราะประชาชนไม่ให้ความเชื่อมั่น เมื่อดูจากปรากฎการณ์ที่ประชาชนแสดงออกถึงความไม่พอใจที่มาต่อรัฐบาล ยิ่งสะสมมากขึ้น สิ่งที่รัฐบาลแก้ได้ โดยเร่งจัดการกับปัญหาทุจริตคอรัปชั่น เปลี่ยนคนที่ไร้ประสิทธิภาพ แก้ปัญหาไม่ได้ หากรัฐบาลเร่งทำก่อน อาจทำให้ความรู้สึกประชาชนที่มีต่อรัฐบาลดีขึ้นก็ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่าจะมีการควบคุมสมาชิกของพรรคอย่างไร เพื่อให้โหวตไปในทิศทางเดียวกัน นายภูมิธรรมกล่าวว่า ประเด็นนี้เป็นเรื่องที่สังคมให้ความสนใจ ด้วยความที่เป็นพรรคการเมือง เราต้องยืนหยัดในผลประโยชน์ของประชาชน อย่าทำอะไรที่ฝืนความรู้สึกประชาชน ถ้ามีสำนึกโดยรวม บุคคลหรือนักการเมืองใครก็ตาม ถ้าไม่สบายใจไม่สะดวกใจที่จะอยู่ในพรรคการเมือง ก็ควรพิจารณาตัวเองลาออกไปเลือกหนทางการเมืองของตนใหม่ แต่ถ้ายังอาศัยร่มไม้ชายคาอยู่ หากทำอะไรที่ผิดมติของพรรค ในทางการเมืองถือว่าผิดจริยธรรมทางการเมืองอย่างร้ายแรง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ในส่วนของการสอบสวนส.ส.ของพรรคที่เคยโหวตสวนมติพรรคนั้น ทางพรรคได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบ แม้มีบางคนที่ยังติดขัดจะมาให้ข้อมูล เนื่องจากที่ผ่านมาเดินทางไปต่างประเทศ ทางพรรคก่อนจะตัดสินใจก็จะดูตามข้อมูล สิ่งต่างๆ แล้วพิจารณาออกมาตามเนื้อผ้า&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54428</URL_LINK>
                <HASHTAG>-นายภูมิธรรม เวชยชัย, ซักฟอกรัฐบาล, ฝ่ายค้าน, พรรคเพื่อไทย, รยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200113/image_big_5e1c06e8b8af7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
