<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>96255</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/03/2021 18:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/03/2021 18:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สช.ยันตรวจแล้ว ครูรร สารสาส์น มีตั๋วสอนครบทุกคน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16มี.ค.64- นายอรรถพล ตรึกตรอง เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาเอกชน (เลขาฯ กช.) กล่าวว่า ตามที่คุรุสภาได้มีการตรวจสอบใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูโรงเรียนสารสาสน์วิเทศ ราชพฤกษ์ หลังมีกรณีพี่เลี้ยงทำร้ายเด็กอนุบาลโรงเรียนดังกล่าว ซึ่งที่ผ่านมาคุรุสภาได้ดำเนินการตรวจใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู จำนวน 98 ราย จากจำนวนครูทั้งสิ้น 411 คนนั้น ตนคิดว่าอาจเป็นความเข้าใจคลาดเคลื่อนของผู้ที่ลงพื้นที่ตรวจสอบหรือเข้าใจผิด เพราะผู้ที่ลงไปตรวจสอบนั้นได้ไปตรวจสอบพบใบอนุญาตประกอบการสอน หรือใบผ่อนผันที่เป็นหนังสืออนุญาตให้ประกอบวิชาชาชีพครูออกให้โดยคุรุสภาสำหรับผู้ที่ไม่ได้จบคณะศึกษาศาสตร์และครุศาสตร์โดยตรง แต่หนังสืออนุญาตดังกล่าวมีศักดิ์และสิทธิ์เท่ากับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู รวมถึงการปูพรมตรวจสอบหลักฐานวิชาชีพครูได้ตรวจสอบบุคลากรทั้งหมด ซึ่งในส่วนนี้อาจรวมไปถึงพี่เลี้ยง วิทยากรพิเศษที่เป็นบุคคลภายนอกรวมไปด้วย หรือยึดแค่เฉพาะใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูฉบับจริงเท่านั้น จึงอาจทำให้มีความเข้าใจคลาดเคลื่อนจนสังคมสับสนได้ ซึ่งไม่ต้องกังวลในเรื่องนี้อีกต่อไป เนื่องจาก สช.มีลิงค์ข้อมูลครูโรงเรียนสารสาสน์ฯ จากคุรุสภาที่เชื่อมโยงกัน ซึ่งหากผู้ที่ไม่มีหลักฐานในการมีใบอนุญาตประกอบการสอน ระบบของ สช.จะตัดการให้เงินอุดหนุนรายหัวบุคคลทันที ดังนั้นครูโรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์จึงมีหลักฐานวิชาชีพครูทุกคน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;โดยหลังจากบริหารจัดการประเด็นต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับโรงเรียนแห่งนี้ รวมถึงกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้ทำความร่วมมือกับโรงเรียนสารสาสน์ฯ ในการร่วมกันแก้ปัญหา เพื่อให้เกิดความสบายใจของทั้งผู้ปกครองและโรงเรียนอย่างเป็นธรรมเรียบร้อยแล้ว ซึ่งในส่วนของประเด็นใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูของโรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์นั้น สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน (สช.) ได้มีการตรวจสอบแล้ว และขอยืนยันว่าครูโรงเรียนแห่งนี้มีหลักฐานด้านวิชาชีพครูทุกคน&amp;quot;เลขาฯ กช.กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96255</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ตั๋วครู, #สช., นายอรรถพล ตรึกตรอง, รร.สารสาสน์วิทยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201026/image_big_5f96956a52efe.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79936</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/10/2020 10:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/10/2020 10:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> โฆษกพท.จวกรัฐแก้ปัญหาเฉพาะหน้าแนะใช้กรณี&#039;สารสาสน์&#039;แก้มาตรฐานการเรียนการสอนทั้งระบบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
9 ต.ค.63 - นส.อรุณี กาสยานนท์&amp;nbsp; โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการที่ฝ่ายรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี อ้างว่ากรณีครูทำร้ายร่างกายและกระทำรุนแรงต่อเด็กได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาแล้วนั้น เป็นเพียงการทำบันทึกความเข้าใจกับโรงเรียนเอกชนที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าที่รัฐบาลชุดนี้ถนัด คือมีเหตุแล้วค่อยแก้ไข ซ้ำยังเป็นการแก้ปัญหาที่ไม่เหมาะสม เพราะสิ่งที่ควรทำทันทีเมื่อเกิดเหตุรุนแรงในเด็กคือ รวบรวมแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางประเมินผลกระทบทางจิตใจและร่างกายกับเด็กทั้งหมด อำนวยความสะดวกให้กับผู้ปกครองในทางคดีความต่างๆ ประเมินสุขภาพจิตครูผู้สอนอย่างต่อเนื่องอย่างเป็นระบบโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทุก 3 เดือน เป็นต้น&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า&amp;nbsp; รัฐบาลปล่อยปละละเลยการพัฒนาและกำหนดมาตรฐานการศึกษาทั้งระบบมาโดยตลอด แม้จะมีสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) กำกับดูแล แต่เลขาธิการสช.ได้ออกมายอมรับว่า ระบบราชการไม่สามารถที่จะเข้าไปดูในรายละเอียดของโรงเรียนเอกชนได้ส่งผลให้โรงเรียนเอกชนมีอิสระในการจ้างครูได้เองและยังสามารถกำหนดมาตรฐานการสอนในแบบของตัวเอง ส่งผลให้ตั้งเป้าผลสัมฤทธิ์ (KPI) ที่ไม่เหมาะสม หรือสอดคล้องกับพัฒนาการของเด็กแต่ละช่วงวัย ดังนั้นรัฐบาลควรใช้โอกาสนี้ในการพัฒนาโครงสร้างการศึกษาทั้งระบบด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;รัฐบาลชุดนี้ไม่มีความรู้ความเข้าใจโครงสร้างของการศึกษาว่าควรพัฒนาและแก้ไขทั้งระบบ เรื่องแบบนี้ไม่ต้องใช้จินตนาการเพราะมันพิสูจน์ได้จากคุณภาพการเรียนการสอนของโรงเรียน&amp;rdquo; น.ส.อรุณี กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79936</URL_LINK>
                <HASHTAG>นางสาวอรุณี กาสยานนท์, มาตรฐานการศึกษาใหม่, รร.สารสาสน์วิทยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201005/image_big_5f7b1f88ad6ff.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79423</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/10/2020 08:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/10/2020 08:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โพลชี้ผู้ปกครองรับไม่ได้ข่าวครูทำร้ายนักเรียนจี้รัฐบาลเร่งแก้ไขเพราะกระทบภาพลักษณ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ต.ค.2563 สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นของประชาชนเรื่อง &amp;ldquo;ครูอนุบาล/ครูพี่เลี้ยง/ครูผู้ดูแลเด็ก&amp;rdquo; จำนวน 1,896 คน วันที่ 29 กันยายน &amp;ndash; 2 ตุลาคม 2563 พบว่า จากกรณีครูทำร้ายนักเรียน กลุ่มตัวอย่างเห็นว่าเป็นการกระทำที่รุนแรงเกินกว่าเหตุ ร้อยละ 84.36 สาเหตุที่มีข่าวในลักษณะนี้บ่อยมากขึ้น เพราะครูขาดจิตสำนึก ร้อยละ 86.77 เรื่องที่ผู้ปกครองห่วงบุตรหลานมากที่สุด คือ การทำโทษของครู ร้อยละ 80.54&amp;nbsp; วิธีป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีก คือ ผู้บริหารโรงเรียนต้องสอดส่องดูแล ร้อยละ 79.80 นอกจากนี้กลุ่มตัวอย่างเคยมีประสบการณ์ตรงในเรื่องความรุนแรง ในชั้นเรียน ร้อยละ 21.10 (โดนตี หยิก ดึงหู ตะคอก ขว้างปาสิ่งของใส่ ฯลฯ)

จากผลการสำรวจจะเห็นได้ว่า กรณีที่เกิดขึ้นประชาชนมองว่า &amp;ldquo;ครู&amp;rdquo; ขาดจิตวิญญาณความเป็นครู ซึ่งเป็นสิ่งที่ครูทุกคนควรจะต้องมี โดยผู้บริหารกระทรวงศึกษาฯ และผู้บริหารโรงเรียนควรเร่งดำเนินการตรวจสอบ แก้ไข และหามาตรการป้องกัน ทั้งนี้รัฐบาลเองก็ควรให้ความสำคัญกับปัญหาที่เกิดขึ้น ใช้โอกาสนี้ในการแก้ปัญหาของครูทั้งระบบ ไม่เช่นนั้นจากปัญหาความรุนแรงในชั้นเรียนอาจเป็นเสียงดังที่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์การทำงานของรัฐบาลได้เช่นกัน

นายสิทธิพร เอี่ยมเสน คณบดีคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต&amp;nbsp; หากมองจากตัวเลข &amp;ldquo;ความรุนแรงในชั้นเรียน&amp;rdquo; ซึ่งเกิดจากครู 21.10% ที่เคยมีประสบการณ์ความรุนแรงไม่ว่าจะเป็นการตีด้วยไม้บรรทัด ไม้เรียว การหยิก หรืออื่น ๆ นั้น นับว่าน่ากลัวมาก แม้ว่า 21.10% อาจมองว่าเพียงแค่ประมาณ&amp;nbsp; 1 ใน 5 นับว่าไม่เยอะ แต่หากมองถึงสิ่งนี้เกิดจากครู มันน่าจะเป็น &amp;ldquo;0&amp;rdquo; (ศูนย์) เพราะคนที่เป็นครูมีหน้าที่ที่ต้องดูแลเอาใจใส่ให้ความเมตตาเด็ก สิ่งนี้ไม่ควรเกิดขึ้น แต่หากมองอีกมุมหนึ่ง การตีหรือหยิก เพื่อการอบรมสั่งสอน ลงโทษเพื่อให้หลาบจำ ไม่ให้ทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้องอีก มีการอธิบายความผิดให้เข้าใจ นักเรียนยอมรับความผิดและยอมรับการลงโทษนั้น ๆ สิ่งนี้อาจไม่ถือว่าเป็นความรุนแรงที่เกิดจากครู

กรณีครูจุ๋ม จะเรียกว่าเป็นครูก็ไม่ถูก เนื่องจากไม่ได้จบปริญญาตรีครุศาสตร์หรือศึกษาศาสตร์ เป็นการกระทำที่ถือว่าผิด ถ้าเป็นข้าราชการก็คือการทำผิดวินัยเลยทีเดียว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79423</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครูจุ๋ม, ครูทำร้ายร่างกาย, รร.สารสาสน์วิทยา, สวนดุสิตโพล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201004/image_big_5f79261780545.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79206</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/10/2020 14:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/10/2020 14:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;ณัฏฐพล&quot; ไม่วิจารณ์การให้สัมภาษณ์ &quot;ประธานเครือรร.สารสาสน์ &quot;ยันศธ.ต้องยึดระเบียบมาตรฐานการศึกษา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1ต.ค.63-นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวถึงการแก้ไขปัญหาของโรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์ จังหวัดนนทบุรี ว่า ขณะนี้กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้เดินหน้าแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะนางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) ในฐานะที่ได้รับมอบหมายให้กำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมศึกษาเอกชน (สช.) ก็ลงพื้นที่ติดตามแก้ไขปัญหาด้วยตนเอง ซึ่งตนทราบว่า ขณะนี้ ศธ.ได้มีการทำบันทึกความร่วมมือการแก้ไขปัญหาร่วมกับโรงเรียนสารสาสน์ฯแล้ว ซึ่งถือว่ามาตาการข้อสรุปต่างๆ ที่ออกมามีความเหมาะสม เพราะโรงเรียนพร้อมที่จะปรับปรุงโครงสร้างการบริหารงานทั้งระบบ เพื่อทำให้การศึกษาเอกชนมีการพัฒนาที่ดีขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สำหรับกรณีที่สังคมมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับบทสัมภาษณ์ของผู้ก่อตั้งโรงเรียนนั้น ผมขอไม่แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ เพราะผมมีหน้าในการรักษากฎระเบียบ และมาตรฐานการศึกษาในทุกภาคส่วน ซึ่งหากพบว่ามีความผิดก็จะต้องดำเนินการไปตามกระบวนการ&amp;rdquo;รมว.ศธ.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ผู้ก่อโรงเรียนในเครือสารสาสน์ได้พูดถึงประเด็นการผ่อนผันต่อใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ซึ่งคุรุสภากำหนดเงื่อนให้ขอผ่อนผันการต่อใบอนุญาตฯได้ถึง 8 ปี ซึ่งมองว่าจะเป็นช่องว่างของคุรุสภาที่เราต้องปรับปรุงหรือไม่ รมว.ศธ. กล่าวว่า ตนได้พูดคุยเรื่องนี้กับคุรุสภาแล้ว ซึ่งเห็นด้วยที่ศธ.จะกลับมาทบทวนช่องโหว่เหล่านั้นและปรับปรุงแก้ไขให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อให้การมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพมีมาตรฐานในอนาคต
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79206</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครูพี่เลี้ยงทำร้ายเด็กอนุบาล, ณัฏฐพล  ทีปสุวรรณ, พิบูลย์ ยงค์กมล, รร.สารสาสน์วิทยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201001/image_big_5f758359aed8e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79130</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/09/2020 19:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/09/2020 19:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;ณัฏฐพล&quot;ย่องเงียบไปรร.สารสาสน์ตอนเย็น พบผู้บริหารด้วยตนเอง บอกห่วงจิตใจเด็ก ต้องรีบเยียวยา </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30ก.ย.63-ช่วงเย็นวันเดียวกัน ด้านนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศธ. &amp;nbsp;ได้เดินทางไปยังโรงเรียนสารสาสน์ด้วยตนเองในช่วงบ่ายวันนี้ (30ก.ย.) โดยไปพบผู้บริหารของโรงเรียนเพื่อต้องการรับทราบข้อเท็จจริงด้วยตนเอง หลังจากซักถามรายละเอียดกับผู้บริหารแล้ว เปิดเผยว่า กรณีที่เด็กๆ ระดับอนุบาล โรงเรียนสารสาสน์ ราชพฤกษ์ ถูกครูกระทำความรุนแรงในครั้งนี้ ตนเองมีความกังวล และมีความห่วงใยเด็กๆ เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเด็กๆ กลุ่มนี้ จะต้องได้รับการดูแล ช่วยเหลือ และเยียวยาทางด้านจิตใจเป็นการเร่งด่วน &amp;nbsp;และต่อเนื่องหากมีความจำเป็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;ldquo;วันนี้ ผมเดินทางมาพบผู้บริหาร เพื่อที่จะมาขอความเชื่อมั่น โดยผู้บริหารจะต้องหามาตรการเยียวยาและฟื้นฟูจิตใจอย่างเหมาะสม&amp;rdquo; นายณัฏฐพล กล่าว และว่า &amp;nbsp;หลังจากศธ. &amp;nbsp;รับทราบเรื่องและปัญหาที่เกิดขึ้นในโรงเรียนดังกล่าวแล้ว ทางศธ. และนางกนกวรรณ วิลาวัลย์ เลขา สช.ก็ได้เข้าไปแก้ไขปัญหาในหลายแนวทางเป็นการเร่งด่วนแล้ว &amp;nbsp; ขณะเดียวกัน โอกาสนี้ก็ได้ขอให้ทางโรงเรียนใช้โอกาสต่อจากนี้ ทำการปรับปรุงโครงสร้างการบริหารจัดการภายในใหม่ทั้งหมด อีกทั้งได้รับการยืนยันว่า โรงเรียนจะให้ข้อมูลทั้งหมดที่เกิดขึ้นภายในโรงเรียนต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผู้บริหารโรงเรียนยืนยันในความจริงใจ ที่จะให้ข้อมูลต่างๆ แก่เจ้าหน้าที่ตามที่เป็นข่าว หากผู้ปกครองมีข้อกังวล หรือมีความห่วงใยเรื่องอะไรที่ติดขัด และต้องการให้กระทรวงศึกษาธิการช่วยเหลือ หรือผลักดันเพิ่มเติม ผมพร้อมและยินดี&amp;rdquo; นายณัฏฐพล กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79130</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครูพี่เลี้ยงทำร้ายเด็กอนุบาล, ณัฏฐพล  ทีปสุวรรณ, รร.สารสาสน์วิทยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200924/image_big_5f6c678d36fdf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76944</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/09/2020 17:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/09/2020 17:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สช. แจง กรณี โรงเรียนสารสาสน์วิเทศศึกษา ประกาศปิด 4 วัน เหตุ มีผู้ปกครองนร.ตรวจพบเชื้อโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
9ก.ย.63-นายอรรถพล ตรึกตรอง เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) กล่าวว่า เบื้องต้นได้รับรายงานจากโรงเรียนสารสาสน์วิเทศศึกษา สาขาประชาอุทิศ ว่า โรงเรียนได้มีการประกาศปิดสถานศึกษาเป็นระยะเวลา 4 วัน ตั้งแต่วันที่ 8-11 กันยายน เรื่องมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 โดยโรงเรียนได้ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานสาธารณสุขอำเภอพระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านคลองนาเกลือน้อย อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ ระดมทำความสะอาดพ่นยาฆ่าเชื้อภายในโรงเรียน พร้อม จัดการเรียนการสอนผ่านกลุ่มไลน์ครูประจำชั้นและผู้ปกครองระดับอนุบาลจนถึงป.4 และ ระดับป.5 ถึง มัธยมศึกษาปีที่6 จัดการสอนผ่านระบบออนไลน์ พร้อมเลื่อนกำหนดสอบภาคเรียนที่ 1 เป็นระหว่างวันที่ 15-18 กันยายน ทั้งนี้หากผู้ปกครองพบนักเรียนคนไหนมีไข้สูงให้หยุดเรียนได้ทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;โดยสาเหตุการปิดโรงเรียนดังกล่าว เป็นการดำเนินการตามมาตรการการรักษาความปลอดภัยของกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เนื่องจากพบว่ามีผู้ปกครองของนักเรียน ตรวจพบเชื้อโควิด-19 ในขณะที่อยู่ในเรือนจำ ดังนั้นเพื่อความสบายใจของทุกฝ่าย ทางโรงเรียนจึงปฏิบัติตามมาตรการดังกล่าว และประสานความร่วมมือกับหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่ ทำความสะอาดโรงเรียน เพื่อคลายความกังวลของผู้ปกครอง อย่างไรก็ตาม การตรวจหาเชื้อโควิด-19 ขณะนี้ผมได้รับรายงาน ว่า ไม่พบการติดเชื้อของนักเรียนและครูภายในโรงเรียนอย่างใด&amp;rdquo;เลขาฯ กช.กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76944</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สช., #โควิด-19, พบผู้ป่วยโควิดในไทย, รร.สารสาสน์วิทยา, รร.สารสาสน์วิเทศศึกษา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200312/image_big_5e6a00fd099ed.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
