<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>85586</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/12/2020 09:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/12/2020 09:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นักเรียนเลวโชว์สกิลเสรีภาพทะลุเพดาน!&#039;เด็กเกียม&#039;ใส่กางเกงขาก๊วย ลากอีแตะเข้าโรงเรียน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ธ.ค.63- &amp;nbsp;ภาพบรรยากาศหน้าโรงเรียนอุดมศึกษา มีนักเรียนบางคนใส่ชุดไปรเวท บางคนใส่กางเกงขาก๊วย รวมถึงลากรองเท้าเตะ เข้าโรงเรียน หลังกลุ่มนักเรียนเลวได้ประกาศเชิญชวน&amp;#39; บอกลาเครื่องแบบ นัด&amp;#39;แต่งไปรเวท&amp;#39;ไปเรียน วันที่ 1 ธ.ค. &amp;nbsp;อย่างไรก็ตามนักเรียนส่วนใหญ่ยังคงสวมชุดนักเรียนตามปกติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85586</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชุดนักเรียน, ชุดไปรเวท, นักเรียนเลว, รร.เตรียมอุดมฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201201/image_big_5fc5a7618dfac.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76036</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/08/2020 11:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/08/2020 11:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประกาศแชมป์นาฏศิลป์ ดนตรี คีตศิลป์ แห่งชาติ คว้าถ้วยพระราชทานกรมสมเด็จพระเทพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;วันนี้ - สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ กระทรวงวัฒนธรรม จัดการประกวดนาฏศิลป์ ดนตรี คีตศิลป์ แห่งชาติ ประจำปีพุทธศักราช 2563 &amp;ldquo; นาฏยวาทิต กิตติประกาศ &amp;rdquo; ครั้งที่ 5&amp;nbsp;ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี &amp;nbsp; ณ โรงละครวังหน้าสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ กระทรวงวัฒนธรรม&amp;nbsp; เมื่อวันที่ 29-30 ส.ค.ที่ผ่านมา เพื่อส่งเสริมความสามารถในการแข่งขันให้กับเด็กและเยาวชนที่มีทักษะในด้านศิลปะการแสดงอย่างสร้างสรรค์ และพัฒนาต่อยอดทักษะทั้งในด้านดนตรีและนาฏศิลป์ไทย&amp;nbsp;สู่ระดับชาติและนานาชาติ อันนำไปสู่ความภาคภูมิใจในมรดกภูมิปัญญาของชาติและรักษาให้คงอยู่ ทั้งยังเป็นการสร้างชื่อเสียงภาพลักษณ์และเกียรติภูมิของไทยบนเวทีโลก&amp;nbsp;โดยแบ่งเป็นการประกวดดนตรี คีตศิลป์ไทย และการประกวดนาฏศิลป์ไทย รางวัลชนะเลิศจะได้รับพระราชทานถ้วยรางวัลจากพระหัตถ์สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมกันนี้ยังมีถ้วยรางวัล โล่เกียรติยศ และเงินรางวัลกว่า 300,000 บาทให้กับผู้ที่ได้รับรางวัลในแต่ละประเภท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สำหรับปี 2563 นี้ มีโรงเรียนที่สนใจสมัครร่วมประกวดดนตรีไทยประเภทวงปี่พาทย์ไม้นวมกว่า 20 โรงเรียน การประกวดดนตรีไทยประเภทเดี่ยวกว่า 50 คน และการประกวดนาฏศิลป์ไทยกว่า 20 โรงเรียน&amp;nbsp;การประกวดดนตรี คีตศิลป์ไทย มี 2 ประเภทด้วยกัน คือ การประกวดดนตรีไทยประเภทวง ปี่พาทย์ไม้นวมเครื่องคู่ เพลง แปดบท และการประกวดดนตรีไทยประเภทเดี่ยว ซึ่งการประกวดดนตรีไทย ประเภทเดี่ยวในปีนี้ประกวด 3 ประเภทด้วยกัน คือ ขับร้องเพลงไทย (เพลงนางครวญ) ฆ้องวงใหญ่ (เพลงฉิ่งมู่ล่ง ทางเดี่ยว) และ ซอด้วง (เพลงสุรินทราหู สามชั้น) โดยมี วงดนตรีไทยที่ผ่านเข้าไปในรอบชิงชนะเลิศด้วยกัน 5 วง จากทั้งหมด 7 วง&amp;nbsp;&amp;nbsp;และผู้ที่ผ่านเข้าไปประกวดดนตรีไทยประเภทเดี่ยวอีกหลายคน ซึ่งการประกวดนาฏศิลป์ไทย เป็นการประกวดรำมาตรฐาน ชุด เชิดฉิ่งเชิดจีน โดยมีทีมที่ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศด้วยกัน 10 ทีม จากทั้งหมด 13 ทีม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ตลอดสองวันผู้เข้าประกวดแต่ละประเภทได้แสดงความสามารถด้านดนตรีไทยและนาฏศิลป์อย่างเต็มที่ โดยมีคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ประกอบด้วยศิลปินแห่งชาติ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านดนตรีไทยและนาฏศิลป์ พิจารณาตัดสินการประกวดด้วยความบริสุทธิ์ ยุติธรรม และยึดหลักเกณฑ์อย่างเคร่งครัด โดยผลการตัดสินการประกวดแต่ละประเภทในปี 2563 มี ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเภทวงดนตรีไทยปี่พาทย์ไม้นวมเครื่องคู่ รางวัลชนะเลิศ โรงเรียนมัธยมวัดควนวิเศษมูลนิธิ จ.ตรัง รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 โรงเรียนหอวัง รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 โรงเรียนสิงห์บุรี&amp;nbsp;รางวัลชมเชย โรงเรียนราชวินิตบางแก้ว&amp;nbsp;รางวัลชมเชย โรงเรียนทัพทันอนุสรณ์ ,ประเภทเดี่ยวฆ้องวงใหญ่ รางวัลชนะเลิศ โรงเรียนเทพศิรินทร์ รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 โรงเรียนวันเขียนเขต รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 โรงเรียนกาญจนาภิเษกวิทยาลัย จ.ชัยภูมิ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ประเภทเดี่ยวขับร้องไทย&amp;nbsp;รางวัลชนะเลิศ ร.ร. พรหมานุสรณ์ จ.เพชรบุรี รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ร.ร.หาดใหญ่วิทยาลัย รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ร.ร.มัธยมวัดสิงห์,ประเภทเดี่ยวซอด้วง รางวัลชนะเลิศ ร.ร.เตรียมอุดม รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ร.ร.มัธยมวัดสิงห์ รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ร.ร.สวนกุหลาบวิทยาลัย ธนบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;การประกวดนาฏศิลป์ไทย รางวัลชนะเลิศ&amp;nbsp; ร.ร. ชลกันยานุกูล จ.ชลบุรี รางวัลรองชนะเลิศ ระดับเหรียญทองอันดับ 1 ร.ร. ศรัทธาสมุทร จ.สมุทรสงคราม รางวัลรองชนะเลิศ ระดับเหรียญทองอันดับ 2 ร.ร.ศรีอยุธยา ในพระอุปถัมภ์&amp;nbsp;รางวัลรองชนะเลิศ ระดับเหรียญเงิน อันดับ 1&amp;nbsp;ร.ร.วิสุทธิกษัตรี จ.สมุทรปราการ รางวัลรองชนะเลิศ ระดับเหรียญเงิน อันดับ 2&amp;nbsp; ร.ร.ดัดดรุณี จ.ฉะเชิงเทรา รางวัลรองชนะเลิศ ระดับเหรียญเงิน อันดับ 3 ร.ร.รัตนโกสินทร์สมโภชบางขุนเทียน รางวัลรองชนะเลิศ ระดับเหรียญเงิน อันดับ 4 ร.ร.ทองผาภูมิวิทยา จ.กาญจนบุรี&amp;nbsp; รางวัลรองชนะเลิศ ระดับเหรียญเงิน อันดับ 5&amp;nbsp;ร.ร.เทพศิริทร์ พุแค จ.สระบุรี&amp;nbsp;รางวัลรองชนะเลิศ ระดับเหรียญเงิน อันดับ 6 ร.ร.สตรีวิทยา&amp;nbsp;รางวัลรองชนะเลิศ ระดับเหรียญเงิน และอันดับ 7&amp;nbsp;ร.ร.อากาศอำนวยศึกษา จ.สกลนคร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เวทีประกวดครั้งนี้ ถือเป็นการประกวดครั้งยิ่งใหญ่และเป็นที่ยอมรับของวงการนาฏศิลป์ ดนตรีไทย ช่วยสร้างเมล็ดพันธุ์ที่มีคุณภาพพัฒนาวงการศิลปวัฒนธรรมไทย&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งยังส่งเสริมให้เยาวชนไทยมีความรัก ภาคภูมิใจในความเป็นไทย และเสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยมและความเป็นไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76036</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมสมเด็จพระเทพ, คีตศิลป์, นาฏศิลป์ไทย, รร.เตรียมอุดมฯ, สบศ., เครื่องดนตรีไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200831/image_big_5f4c7afbcdd65.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>31900</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/03/2019 15:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/03/2019 15:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สพฐ.แนะรร.เตรียมอุดมฯคืน&quot;รถตู้เจ้าปัญหา &quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21มี.ค.62-นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวถึงกรณีโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา เรื่องความไม่ชอบมาพากลเกี่ยวกับรถตู้จำนวน 2 คัน ที่จอดอยู่ภายในโรงเรียน แต่ไม่มีใครรู้ว่ามีที่มาที่ไปอย่างไรนั้น ว่า &amp;nbsp;เรื่องนี้ตนได้รับทราบว่ามีการตั้งคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริงแล้ว ซึ่งข้อมูลต่างๆ และข้อสรุปทั้งหมดคงต้องให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เป็นผู้ดำเนินการ โดยตนไม่ขอเข้าไปล้วงลูกอะไรให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงกันอย่างเต็มที่ ส่วนจะสอบสวนอดีตผู้อำนวยการโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาในประเด็นไหนนั้นตนไม่ทราบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า มีความกังวลใจหรือไม่หากมีรัฐบาลใหม่เข้ามาปฏิบัติหน้าที่แล้วเรื่องนี้จะยุติและไม่คืบหน้า นพ.ธีระเกียรติ กล่าวว่า ตนไม่รู้สึกกังวล เพราะโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาถือว่ามีความเข้มแข็ง เพราะคณะกรรมการสถานศึกษาส่วนใหญ่เป็นผู้ใหญ่ในบ้านในเมืองเป็นคนมีชื่อเสียง ดังนั้นใครจะทำอะไรก็ถือเป็นเรื่องที่ยาก หรือเป็นเรื่องที่มีการทำไว้ก็จะมีคนจับตาและตรวจสอบเอง แม้ว่าจะเกษียณไปแล้วแต่ตามกฎหมายในระยะเวลา 6 เดือน-1 ปี ยังคงตั้งสอบสวนวินัยร้ายแรงได้อยู่ ก็ไม่ต้องกัลงวล หรือแม้ว่าจะเลยระยะเวลากำหนดไปก็มีกฎหมายเอาผิดได้อยู่ อย่างไรก็ตาม การทำงานของตนที่ผ่านมา ตนได้วางระบบการทำงานไม่ได้วางระบบแบบตัวบุคคล ดังนั้นจึงไม่กลัวว่าหากมีนักการเมืองเข้ามาแล้วจะเข้ามาเปลี่ยนแปลงอะไร เพราะหากทำเช่นนั้นก็ต้องสู้กันด้วยเรื่องระบบการทำงานมากกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายธนารัชต์ สมคเณ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) เขต 1 กรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ตนพร้อมด้วยนายโสภณ กมล ผู้อำนวยการโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ได้เดินทางมารายงานเรื่องดังกล่าวให้นายสนิท แย้มเกสร รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (รองเลขาฯ กพฐ.) รับทราบแล้ว ซึ่งทาง รองเลขาฯ กพฐ.ได้ให้ข้อแนะนำว่า เนื่องจากรถตู้ 2 คันดังกล่าว ถือว่าเป็นรถที่ผิดกฎหมาย ไม่มีในทะเบียนคุรุภัณฑ์ ดังนั้นการจะดำเนินการใดๆ กับรถทั้ง 2 คันนี้ ถือว่าผิดกฎหมาย จึงต้องมีการดำเนินการส่งคืนให้กับที่มาของรถทั้ง 2 คัน โดยให้ผู้บริหารโรงเรียนเป็นผู้ดำเนินการอย่างเร็ว และเท่าที่ตนรับขณะนี้ทาง ผอ.โรงเรียนเตรียมอุดมฯ ได้มีการทำเรื่องเพื่อขอคืนรถให้กับทางสมาคมของโรงเรียนแล้ว ส่วนการดำเนินการทางกฎหมายในกรณีนี้ก็เหมือนกับการรับของเถื่อน ไม่มีที่มาที่ไป ซึ่งโรงเรียนเป็นสถานที่ราชการจะต้องดำเนินการเรื่องนี้ให้ถูกต้อง คือ มาอย่างไรก็ต้องคืนไปเช่นนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;รถตู้ทั้ง 2 คัน มาในช่วงเดือนพฤษภาคม ปีการศึกษา 2560 คันหนึ่งมีการขับรถมาจอดบริเวณโรงเรียนและฝากกุญแจรถที่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของโรงเรียน ส่วนอีกคันหนึ่งได้รับมาจากกรรมการสมาคมของโรงเรียนเตรียมอุดมฯ ซึ่งจากนี้ทางโรงเรียนก็คงต้องดำเนินการส่งคืนรถทั้ง 2 คัน รวมถึงประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย อย่างไรก็ตาม ทางสพม.เขต 1 กทม. จะมีการติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด&amp;ldquo;รองผอ.สพม.เขต 1 กทม. กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31900</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สพฐ., ธนารัตน์ สมคเณ, นพ.ธีระเกียรติ  เจริญเศรษฐศิลป์, รถตู้เจ้าปัญหา, รร.เตรียมอุดมฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190304/image_big_5c7d07270f3a1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>31642</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/03/2019 17:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/03/2019 17:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผอ.รร.เตรียอุดมฯ คนใหม่ งง !รถตู้ปริศนา2คัน จอดทิ้งไว้ที่รร. มาได้ไง ตั้งกก.สืบหาข้อเท็จจริง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18มี.ค.62-ที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา - มีการประชุมคณะกรรมการรับนักเรียนโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา โดยมีนายธนารัชต์ สมคเณ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) เขต 1 กรุงเทพมหานคร และผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ร่วมสังเกตการณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายธนารัชต์ กล่าวว่า ตนได้มาร่วมสังเกตุการณ์เกี่ยวกับการรับนักเรียนของทางโรงเรียน พร้อมทั้งมาติดตามเรื่องความไม่ชอบมาพากลเกี่ยวกับรถตู้จำนวน 2 คัน ที่จอดอยู่ภายในโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา แต่ไม่มีใครรู้ว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร ซึ่งการมาติดตามเรื่องนี้เนื่องจาก ก่อนหน้านี้ทาง สพม.เขต 1 ได้ประสานไปยังโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา เพื่อขอยืมรถมาใช้ในกิจการราชการของ สพม.เขต 1 กรุงเทพฯ แต่ทางโรงเรียนแจ้งว่าไม่มีรถ ตนจึงสอบถามว่ารถที่จอดในโรงรถใช้ไม่ได้เลยหรือ ก็ได้รับแจ้งว่าเป็นรถไม่มีทะเบียนไม่สามารถนำมาใช้ได้ และเป็นรถที่ได้รับบริจาคมาจากผู้ปกครองตั้งแต่ปี 2560 คาดว่าช่วงที่ทางโรงเรียนได้รับบริจาคเป็นช่วงที่มีการรับนักเรียน และทางโรงเรียนไม่กล้านำไปใช้ จึงจอดทิ้งไว้ที่โรงรถแต่ล้างและดูแลอย่างดี ทั้งนี้ ตนเห็นว่าปล่อยไว้ไม่เหมาะสม จึงให้โรงเรียนประสาน สน.ปทุมวัน มายกรถไปไว้ที่ สน. และเนื่องจากในวันนี้ ป.ป.ช.จะมาติดตามการรับสมัครนักเรียนที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา อยู่แล้ว ตนจึงจะประสานให้มีการตรวจสอบเรื่องนี้ไปในคราวเดียวกัน เพราะสงสัยว่าอาจจะเกี่ยวข้องกับการแลกที่นั่งเข้าเรียนหรือไม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายโสภณ กมล ผู้อำนวยการโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา กล่าวว่า หลังจากโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาประกาศผลสอบการคัดเลือกนักเรียนเข้าศึกษาต่อชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ปีการศึกษา 2562 ซึ่งมีที่นั่งรับได้ทั้งหมด 1,520 คน มีผู้เข้ามารายงานตัว 1,306 คน ไม่มารายงานตัว 214 คน ทั้งนี้ในส่วนที่ไม่มารายงานตัว ทางโรงเรียนจะดำเนินการเรียกนักเรียนตามลำดับคะแนนตามบัญชีประเภทวิชาที่เด็กสอบจนเต็มจำนวนรับตามประเภทวิชา ซึ่งมีทั้งหมด 8 ประเภท ได้แก่ วิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์ รับ 1,000 คน รายงานตัว 861 คน ไม่มารายงานตัว 139 คน ภาษา-คณิตศาสตร์ รับ 120 คน รายงานตัว 102 คน ไม่รายงานตัว 18 คน ภาษา-ฝรั่งเศส รับ 80 คน รายงานตัว 79 คน ไม่รายงานตัว 1 คน ภาษา-เยอรมัน รับ 80 คน รายงานตัว 73 คน ไม่รายงานตัว 7 คน ภาษา-ญี่ปุ่น รับ 80 คน มอบตัว 74 คน ไม่รายงานตัว 6 คน ภาษา-จีน รับ 80 คน รายงานตัว 61 คน ไม่รายงานตัว 19 คน ภาษา-สเปน รับ 40 คน รายงานตัว 23 คน ไม่รายงานตัว 17 คน และภาษาเกาหลี รับ 40 คน รายงานตัว 33 คน ไม่รายงานตัว 7 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผอ.รร.เตรียมอุดมฯกล่าวอีกว่า สำหรับสาเหตุที่เด็กไม่มารายงานตัวเนื่องจากโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษามีเด็กที่มาสมัคร 2 ประเภท คือ เด็กที่อยากเรียนในโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา และเด็กที่อยากลองมาสอบว่าตนเองมีความรู้ความสามารถแค่ไหน รวมถึงเด็กที่ไม่อยากทิ้งโรงเรียนเดิมส่วนนี้จะเป็นเด็กต่างจังหวัด ทั้งนี้เด็กที่มาเรียนโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ส่วนใหญ่มุ่งมั่นจะเป็นแพทย์แต่ละปีมีเด็กสอบเข้าเรียนแพทย์ได้ประมาณ 600-800 คน ที่ประชุมคณะกรรมการรับนักเรียนได้พิจารณาในส่วนของนักเรียนเงื่อนไขพิเศษตามประกาศการรับนักเรียนของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ปีการศึกษา 2562 โดยมีเงื่อนไขพิเศษ 4 ประเภท ซึ่งมีเด็กที่สอบผ่านเกณฑ์การคัดเลือกเงื่อนไขพิเศษ เพียง 4 คนโดยเเบ่งเป็นบุตรของครู 2 คน เเละบุตรของผู้เสียสละ 2 คน จึงทำให้ที่นั่งของนักเรียนสำรองเพิ่มขึ้นอีก 19 คน จากเดิม 214 คน เป็น 233 คน โดยจะประกาศรายชื่อนักเรียนอย่างเป็นทางการทางเว็บไซต์ของโรงเรียนคืนนี้ (วันที่ 18 มีนาคม) และมอบตัวพร้อมกันในวันที่ 20 มีนาคม พ.ศ.2562 หากแผนการเรียนใดยังไม่เต็มก็จะเรียกเด็กในลำดับถัดไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายโสภณ กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีเรื่องความไม่ชอบมาพากลเกี่ยวกับรถตู้จำนวน 2 คัน ที่จอดอยู่ภายในโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษานั้น ตนได้ชี้แจงว่า ทาง สพม.เขต 1 ประสานขอใช้รถของทางโรงเรียน ตนจึงได้แจ้งว่ารถตู้ 2 คันไม่ใช่รถโรงเรียนและรถก็ไม่มีเอกสาร ไม่มีทะเบียน คงให้สพม. เขต 1 ยืมไม่ได้ไม่มีใบเสียภาษีใดๆ ทั้งสิ้น เมื่อสอบถามรอง ผอ.สถานศึกษาไม่มีใครรู้ที่มาที่ไปของรถ 2 คันนี้ อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นทราบว่ารถ 1 ใน 2 คันได้รับมาในวันที่ 6 มิถุนายน พ.ศ.2560 ซึ่งเป็นช่วงหลังรับนักเรียนแล้ว ส่วนอีกคันยังไม่รู้ เนื่องจากตนมารับตำแหน่งได้เพียง 5 เดือนพอมาเห็นแบบนี้ก็ตกใจจึงได้ประสานไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ปทุมวัน ว่า ควรทำอย่างไร ซึ่งเจ้าหน้าที่บอกจะช่วยตรวจสอบที่มาที่ไปให้ พร้อมให้คำแนะนำว่าให้นำรถตู้ 2 คันไปไว้ที่ สน.ปทุมวัน ดีกว่าและเพื่อให้เกิดความชัดเจนตนได้ตั้งคณะกรรมการสืบหาข้อเท็จจริงว่ารถตู้ทั้ง 2 คันมีที่มาที่ไปอย่างไร โดยมีรองผอ.โรงเรียนเป็นประธาน คาดว่าใช้เวลาไม่นาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31642</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผอ.รร.เตรียมอุดมศึกษา, รถตู้รร.เตรียมอุดมฯ, รร.เตรียมอุดมฯ, รับนักเรียนรร.เตรียมอุดมฯ, โสภณ กมล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190318/image_big_5c8f77d00883a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
