<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>60772</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/03/2020 19:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/03/2020 18:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พอช.ร่วมกับภาคีเครือข่าย ‘รวมพลังพลเมืองตื่นรู้  หนุนช่วยรัฐสู้ภัย COVID-19’  ขณะที่เครือข่ายกองทุนสวัสดิการฯ ร่วมกับ รพ.สต.-อสม. เฝ้าระวังประชาชนกลุ่มเสี่ยง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ / พอช.ร่วมกับภาคีเครือข่าย &amp;lsquo;รวมพลังพลเมืองตื่นรู้&amp;nbsp; หนุนช่วยรัฐสู้ภัย COVID-19&amp;rsquo; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยใช้เครือข่ายและขบวนองค์กรชุมชนทั่วประเทศร่วมขับเคลื่อนผ่านแผนพัฒนาตำบล&amp;nbsp; เศรษฐกิจชุมชน&amp;nbsp; บ้านพอเพียงชนบท ฯลฯ&amp;nbsp; เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตและรองรับประชาชนที่ได้รับผลกระทบ&amp;nbsp; ขณะที่เครือข่ายกองทุนสวัสดิการชุมชนในพื้นที่ต่างๆ ร่วมใจต้านภัย COVID-19&amp;nbsp; โดยช่วยกันผลิตหน้ากากอนามัย&amp;nbsp; ให้ความรู้ด้านสุขภาพ&amp;nbsp; และเฝ้าระวังประชาชนกลุ่มเสี่ยง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากสถานการณ์เชื้อไวรัส COVID-19 เริ่มแพร่กระจายไปทั่วประเทศไทย&amp;nbsp; ทำให้หน้ากากอนามัยป้องกันเชื้อไวรัสเกิดความขาดแคลน&amp;nbsp; สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo; จึงร่วมกับกองทุนสวัสดิการชุมชนและภาคีเครือข่ายต่างๆ&amp;nbsp; ทั่วประเทศ&amp;nbsp; ผลิตหน้ากากอนามัยป้องกันการแพร่เชื้อเพื่อแจกจ่ายให้แก่ประชาชน&amp;nbsp; ขณะที่กรุงเทพมหานคร&amp;nbsp; และจังหวัดปริมณฑล&amp;nbsp; เริ่มมีมาตรการปิดห้างร้าน&amp;nbsp; ทำให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการดังกล่าวเดินทางกลับภูมิลำเนา&amp;nbsp; กระทรวง มหาดไทยจึงมีคำสั่งให้จังหวัดต่างๆ&amp;nbsp; เฝ้าระวังการแพร่เชื้อ&amp;nbsp; รวมทั้งหน่วยงานด้านสุขภาพต่างๆ&amp;nbsp; ได้ร่วมมือกันต่อสู้กับวิกฤตครั้งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดวันนี้ (24 มีนาคม) มีการประชุมหารือ &amp;lsquo;มาตรการหนุนช่วยรัฐสู้ภัย COVID-19&amp;rsquo; ที่สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) จังหวัดนนทบุรี&amp;nbsp; โดยมีผู้แทนหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; กระทรวงสาธารณสุข (สธ.)&amp;nbsp; สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)&amp;nbsp; สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) เครือข่ายหมออนามัย 7 องค์กร&amp;nbsp; &amp;nbsp;สช.&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; โดยมี นพ.สำเริง แหยงกระโทก &amp;nbsp;ผู้ช่วย รมว.สธ. เป็นประธาน &amp;nbsp;เพื่อกำหนดมาตรการร่วมกันของหน่วยงานด้านสุขภาพและด้านสังคมในส่วนกลาง &amp;nbsp;และเครือข่ายประชาสังคมในพื้นที่ &amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อเตรียมความพร้อมของประชาชนในการดูแลสุขภาพตัวเอง &amp;nbsp;ครอบครัว และหนุนช่วยมาตรการต่างๆ ของภาครัฐเพื่อต่อสู้กับไวรัส COVID-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;การประชุม &amp;lsquo;มาตรการหนุนช่วยรัฐสู้ภัย COVID-19&amp;rsquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.สำเริง แหยงกระโทก &amp;nbsp;ผู้ช่วย รมว.สธ. กล่าวว่า &amp;nbsp;สถานการณ์วิกฤตของประเทศจากภัยดังกล่าว &amp;nbsp;หน่วยงานภาคียุทธศาสตร์ด้านสุขภาพ &amp;nbsp;เช่น &amp;nbsp;สช. &amp;nbsp;สปสช. สสส. สวรส. สรพ. สพฉ. &amp;nbsp;และด้านสังคม &amp;nbsp;เช่น &amp;nbsp;สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) ThaiPBS &amp;nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น &amp;nbsp;ต่างเห็นพ้องกันว่าทุกหน่วยงานจะต้องรวมพลังเป็นเอกภาพร่วมกับเครือข่ายภาครัฐ สถาบันวิชาการ &amp;nbsp;ธุรกิจเอกชน &amp;nbsp;และภาคประชาสังคมในพื้นที่ &amp;nbsp;จับมือรวมพลังแสดงบทบาทร่วมรับผิดชอบและหนุนช่วยมาตรการต่างๆ ของรัฐอย่างเป็นระบบและเป็นเอกภาพ&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพื่อรับมือกับการระบาดของไวรัสนี้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;โดยทุกหน่วยงานจะต้องบูรณาการภารกิจ &amp;nbsp;เครื่องมือ &amp;nbsp;ทรัพยากรและงบประมาณของแต่ละองค์กรเข้าด้วยกันเพื่อไปสนับสนุนบทบาทของภาคีเครือข่ายในพื้นที่ &amp;nbsp;&amp;nbsp;และหนุนช่วยหน่วยงานภาครัฐและองค์กรชุมชนในระดับตำบลและหมู่บ้าน&amp;nbsp; เพื่อ&amp;nbsp; ร่วมกันขับเคลื่อนยกระดับการรับรู้และการมีส่วนร่วมของประชาชน &amp;nbsp;เปลี่ยนจากประชาชนที่ตื่นกลัว &amp;nbsp;เป็นพลเมืองที่ตื่นรู้ในการดูแลตนเอง &amp;nbsp;ครอบครัว &amp;nbsp;สังคม &amp;nbsp;และมีส่วนร่วมกำหนดมาตรการต่างๆ ของชุมชนพื้นที่ในการสู้ภัย COVID-19 &amp;nbsp;เพราะการรับรู้และบทบาทการมีส่วนร่วมของประชาชนเป็นปัจจัยสำคัญสุดที่จะช่วยประเทศไทยให้ผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ได้&amp;rdquo;&amp;nbsp; นพ.สำเริงกล่าว และว่า&amp;nbsp; การขับเคลื่อนร่วมกันในครั้งนี้เป็นไปภายในหลักการ&amp;nbsp; &amp;lsquo;รวมพลังพลเมืองตื่นรู้ &amp;nbsp;หนุนช่วยรัฐสู้ภัย COVID-19&amp;rsquo; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ประทีป &amp;nbsp;ธนกิจเจริญ เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (คสช.) &amp;nbsp;กล่าวถึงการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ &amp;nbsp;&amp;lsquo;รวมพลังพลเมืองตื่นรู้ &amp;nbsp;หนุนช่วยรัฐสู้ภัย COVID-19&amp;rsquo; ว่า&amp;nbsp; จะมีแนวทางและมาตรการต่างๆ ดังนี้&amp;nbsp; คือ &amp;nbsp;1. เครือข่ายหน่วยงานส่วนกลาง &amp;nbsp;ร่วมกันกำหนดแผนงาน &amp;nbsp;และแนวทางดำเนินการร่วมกัน&amp;nbsp; เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนของภาคีเครือข่ายและหน่วยงานในพื้นที่ &amp;nbsp;&amp;nbsp;และจัดตั้งศูนย์ประสานงานสนับสนุนการสู้ภัย COVID-19 &amp;nbsp;โดยมีสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) &amp;nbsp;และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) เป็นหน่วยงานประสานงานกลาง
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. กระทรวงสาธารณสุข &amp;nbsp;และกรมการปกครอง &amp;nbsp;&amp;nbsp;จะสนับสนุนให้คณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ (พชอ.) ของทุกอำเภอภายใต้งบประมาณสนับสนุนเดิมของ สสส. ประชุมร่วมกับภาคีเครือข่ายในพื้นที่ &amp;nbsp;เพื่อกำหนดเรื่องการสู้ภัย COVID-19 &amp;nbsp;เป็นประเด็นสำคัญของอำเภอ &amp;nbsp;และให้มีการสร้างทีมวิทยากรพี่เลี้ยงอำเภอที่ประกอบด้วยสาธารณสุขอำเภอ และแกนนำภาคประชาสังคมในพื้นที่ &amp;nbsp;ทำหน้าที่สนับสนุนการดำเนินการในตำบลและชุมชนหมู่บ้าน &amp;nbsp;โดยมีเครือข่ายหมออนามัย 7 องค์กรเป็นแกนประสานงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;กองทุนคุณธรรมสวัสดิการชุมชนตำบลเมืองแก &amp;nbsp;อ.ท่าตูม&amp;nbsp; จ.สุรินทร์&amp;nbsp; นำหน้ากากอนามัยแจกประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. ทีมวิทยากรพี่เลี้ยงอำเภอ &amp;nbsp;ภายใต้การสนับสนุนวิชาการและงบประมาณเพิ่มเติมจาก สสส. สปสช. และ สช. ดำเนินการและสนับสนุนให้ รพ.สอ. ร่วมกับ อบต./เทศบาล &amp;nbsp;สภาองค์กรชุมชน &amp;nbsp;ภาคประชาสังคม &amp;nbsp;อาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) และอาสาสมัครอื่นๆ &amp;nbsp;ร่วมกันจัดเวทีขับเคลื่อนให้เกิดข้อตกลงร่วมของประชาชนหรือธรรมนูญประชาชนสู้ภัย COVID-19 &amp;nbsp;&amp;nbsp;ของแต่ละตำบลและชุมชนหมู่บ้าน &amp;nbsp;โดยการสนับสนุนงบประมาณจากหมวดบริหารของกองทุนหลักประกันสุขภาพ อบต./เทศบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. ข้อตกลงร่วมของประชาชนหรือธรรมนูญประชาชนสู้ภัย COVID-19 &amp;nbsp;&amp;nbsp;ที่เกิดจากฉันทมติของหน่วยงานและประชาชนของแต่ละตำบลและชุมชนหมู่บ้าน &amp;nbsp;จะประกอบด้วยมาตรการทั่วไปที่ทุกพื้นที่ควรมี และมาตรการเสริมเพิ่มเติมที่สอดคล้องกับบริบทของแต่ละพื้นที่ &amp;nbsp;โดยแต่ละมาตรการจะกำหนดบทบาทและหน้าที่ของหน่วยงาน &amp;nbsp;กลุ่มประชาชน &amp;nbsp;ครอบครัว และประชาชนเป้าหมายไว้อย่างชัดเจนเป็นสัญญาประชาคมที่ง่ายในการปฏิบัติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. หน่วยงานต่างๆ แกนนำองค์กรชุมชน &amp;nbsp;กำนัน&amp;nbsp; ผู้ใหญ่บ้าน &amp;nbsp;และกลุ่มประชาชนในพื้นที่ &amp;nbsp;ร่วมกันขับเคลื่อนกิจกรรมตามมาตรการต่างๆ ที่เป็นสัญญาประชาคมเพื่อสู้ภัย COVID-19 ในพื้นที่ของตน &amp;nbsp;โดยการสนับสนุนงบประมาณจากหมวดป้องกันโรคระบาดหรือภัยพิบัติของกองทุนหลักประกันสุขภาพ อบต./เทศบาล &amp;nbsp;หรือกองทุนอื่นๆ ในพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6. สนับสนุนให้ทุกตำบลและชุมชนหมู่บ้าน &amp;nbsp;&amp;nbsp;มีการสรุปบทเรียนของประชาชนอย่างต่อเนื่อง &amp;nbsp;และพัฒนายกระดับเป็นข้อตกลงร่วมของประชาชนหรือธรรมนูญตำบล และชุมชนหมู่บ้านสู้ภัยพิบัติ&amp;nbsp; และสถานการณ์ฉุกเฉินอื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้การขับเคลื่อนให้เกิดข้อตกลงร่วมของประชาชนหรือธรรมนูญประชาชนสู้ภัย COVID-19 &amp;nbsp;&amp;nbsp;ทุกตำบล&amp;nbsp; ชุมชนหมู่บ้าน &amp;nbsp;&amp;nbsp;จะเริ่มภายในเดือนเมษายนนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp; และในกรุงเทพมหานครอาจดำเนินการนำร่องที่สอดคล้องกับสถานการณ์และบริบทของพื้นที่ &amp;nbsp;เพื่อเป็นตัวอย่างในบางชุมชน&amp;nbsp; พื้นที่&amp;nbsp; หรือบางเขต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปฏิภาณ&amp;nbsp; จุมผา&amp;nbsp; รองผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน)&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; จากสถานการณ์การแพร่กระจายของไวรัส COVID-19 &amp;nbsp;พอช.ซึ่งทำงานในระดับพื้นที่ทั่วประเทศ&amp;nbsp; มีเครือข่ายต่างๆ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; กองทุนสวัสดิการชุมชนที่จัดตั้งทั่วประเทศแล้ว&amp;nbsp; จำนวน&amp;nbsp; 5,997 กองทุน&amp;nbsp; มีเงินกองทุนรวมกันประมาณ&amp;nbsp; 15,000 ล้านบาท&amp;nbsp; เครือข่ายสภาองค์กรชุมชนตำบลทั่วประเทศ&amp;nbsp; จำนวน&amp;nbsp; 7,789 &amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;&amp;nbsp; และเครือข่ายบ้านมั่นคง&amp;nbsp; 1,133&amp;nbsp; โครงการ/พื้นที่&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; จึงได้มีการประชุมผู้แทนเครือข่ายเหล่านี้ในการรับมือกับภัย COVID&amp;nbsp; ตั้งแต่ช่วงต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปฏิภาณ&amp;nbsp; จุมผา&amp;nbsp; รอง ผอ.พอช.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เบื้องต้นเครือข่ายกองทุนสวัสดิการชุมชนทั่วประเทศได้ร่วมกับภาคีต่างๆ ในจังหวัด&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; พมจ.&amp;nbsp; รพ.สต. อสม.&amp;nbsp; อบต.&amp;nbsp; ร่วมกันผลิตหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันเชื้อไวรัส&amp;nbsp; เพราะกองทุนสวัสดิการชุมชนฯ มีกองทุนอยู่แล้ว&amp;nbsp; ไม่ต้องรองบประมาณจากที่ไหน&amp;nbsp; ซึ่งขณะนี้ผลิตหน้ากากอนามัยในพื้นที่ 43 จังหวัด&amp;nbsp; รวม 165&amp;nbsp; กองทุน&amp;nbsp; ผลิตได้แล้ว&amp;nbsp; 446,835 ชิ้น&amp;nbsp; จากเป้าหมายทั้งหมดกว่า 1 ล้านชิ้น&amp;nbsp; โดยเราจะใช้การผลิตหน้ากากอนามัยนี้เป็นเครื่องมือในการรวมพลังชุมชนเพื่อขับเคลื่อนร่วมกับองค์กรอื่นๆ ในการต่อสู้กับภัย COVID ต่อไป&amp;rdquo;&amp;nbsp; นายปฏิภาณกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองผู้อำนวยการ พอช. กล่าวด้วยว่า&amp;nbsp; นอกจากการร่วมกันจัดทำหน้ากากอนามัยดังกล่าวแล้ว&amp;nbsp; พอช.ยังมีแผนงานในการพัฒนาคุณภาพชีวิตในระดับตำบลและท้องถิ่น&amp;nbsp; รวมทั้งแผนงานการสร้างรายได้ให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตในครั้งนี้&amp;nbsp; โดยจะขับเคลื่อนผ่านแผนกิจกรรมต่างๆ ที่กำหนดเอาไว้ในปี 2563 นี้&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; แผนพัฒนาตำบลในพื้นที่ 76 จังหวัดทั่วประเทศ&amp;nbsp; รวม 1,300 ตำบล/สภาองค์กรชุมชน&amp;nbsp; พื้นที่พัฒนาเศรษฐกิจและทุนชุมชน&amp;nbsp; 500 ตำบล&amp;nbsp; พื้นที่รูปธรรม 700 ตำบล&amp;nbsp; บ้านพอเพียงชนบท&amp;nbsp; 1,175 ตำบล&amp;nbsp; โดยเฉพาะโครงการบ้านพอเพียงฯ ซึ่งเป็นการซ่อมสร้างบ้านเรือนให้แก่ครัวเรือนที่ยากจนนั้น&amp;nbsp; สามารถใช้เป็นโครงการจ้างงานให้แก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบได้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp; นอกจากการประชุมร่วมกันของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในส่วนกลางแล้ว&amp;nbsp; ในระดับภูมิภาค&amp;nbsp; โดยเฉพาะกองทุนสวัสดิการตำบลในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในท้องถิ่น&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.)&amp;nbsp; อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน(อสม.) ร่วมกันวางมาตรการในการป้องกันการแพร่กระจายเชื้อไวรัสหลังจากที่กรุงเทพมหานคร และจังหวัดปริมณฑลมีคำสั่งปิดห้างต่างๆ ทำให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบเดินทางกลับภูมิลำเนา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กองทุนสวัสดิการชุมชนเทศบาลตำบลบ้านส้อง นำ อสม.และเจ้าหน้าที่ รพ.สต.ตรวจวัดไข้ประชาชนกลุ่มเสี่ยง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุวัฒน์&amp;nbsp; ดาวเรือง&amp;nbsp; ประธานกองทุนสวัสดิการชุมชนเทศบาลตำบลบ้านส้อง&amp;nbsp; อ.เวียงสระ&amp;nbsp; จ.สุราษฏร์ธานี&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; ขณะนี้กรรรมการกองทุนสวัสดิการฯ ร่วมกับกำนัน&amp;nbsp; ผู้ใหญ่บ้าน&amp;nbsp; และ อสม. ติดตามประชาชนที่เดินทางกลับเข้ามาในตำบล&amp;nbsp; โดยจะเข้าไปพูดคุย&amp;nbsp; จดบันทึก&amp;nbsp; เพื่อส่งรายงานให้กับ รพ.สต.&amp;nbsp; หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่จาก รพ.สต.จะเข้ามาตรวจวัดไข้ประชาชนที่กลับจากพื้นที่เสี่ยง&amp;nbsp; และให้คำแนะนำการใช้ชีวิต&amp;nbsp; การดูแลตัวเอง&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; หากพบผู้ต้องสงสัยว่าติดเชื้อจะส่งรายงานให้ทางอำเภอดำเนินการต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp; ขณะนี้ในเขตเทศบาลตำบลบ้านส้องยังไม่พบผู้ติดเชื้อไวรัส&amp;nbsp; แต่ทุกหน่วยงานได้ร่วมกันป้องกันโดยการให้ความรู้ด้านสุขภาพ&amp;nbsp; และร่วมกันผลิตหน้ากากอนามัย&amp;nbsp; มีเป้าหมายทั้งอำเภอประมาณ&amp;nbsp; 80,000 ชิ้น&amp;nbsp; (แจกจ่ายประชาชนคนละ 2 ชิ้น) ขณะนี้ผลิตได้แล้วประมาณ 50,000 ชิ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เช่นเดียวกับที่ กองทุนคุณธรรมสวัสดิการชุมชนตำบลเมืองแก&amp;nbsp; อ.ท่าตูม&amp;nbsp; จ.สุรินทร์&amp;nbsp; คณะกรรมการกองทุนฯ&amp;nbsp; ร่วมกับ อสม.เข้าไปตรวจเยี่ยมผู้ที่เดินทางกลับจากกรุงเทพฯ และจังหวัดต่างๆ ประมาณ 20 คน&amp;nbsp; โดยการวัดไข้&amp;nbsp; แต่ยังไม่พบผู้ติดเชื้อ&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังได้มอบหน้ากากอนามัยที่กองทุนฯ ร่วมกับ อสม.ผลิตจำนวน 1,500&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชิ้นให้แก่ประชาชนในตำบลด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ตำบลท่าผา&amp;nbsp; อ.แม่แจ่ม&amp;nbsp; จ.เชียงใหม่&amp;nbsp;&amp;nbsp; กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลท่าผา&amp;nbsp; ได้มอบเงินกองทุนฯ&amp;nbsp; จำนวน 20,000 บาท &amp;nbsp;ให้กับ อสม.ตำบลท่าผาทั้ง10หมู่บ้าน &amp;nbsp;เพื่อไปจัดซื้อวัสดุอุปกรณ์ป้องกันไวรัส COVID-19&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60772</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, กระทรวงสาธารณสุข, กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลโนนข่า, นพ.สำเริง แหยงกระโทก, รวมพลังพลเมืองตื่นรู้, สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ ‘พอช.’</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200324/image_big_5e79edda6c372.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
