<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>88341</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/12/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/12/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประยุทธ์วางเป้า2564 รุก‘รวมไทยสร้างชาติ’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; รัฐบาล VERY กู้สุดคึก ประชุม ครม.นัดสุดท้ายอำลาปี 63 เปิดเพลงช่วงพักการประชุม อัดไปสามเพลงรวด&amp;nbsp; คนดีไม่มีวันตาย-ศรัทธา-รักเธอไม่มีวันหยุด &amp;quot;ตู่ไม่รู้ล้ม&amp;quot; ปลุกลูกทีม ปีหน้าทำงานเชิงรุก ยังฝันเห็นรวมไทยสร้างชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 29 ธ.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งมีการประชุมคณะรัฐมนตรีนัดสุดท้ายของปี 2563 โดยภายหลังการประชุม ครม.เสร็จสิ้นลง น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆกประจำสำนักนายกฯ แถลงหลังการประชุม ครม.ว่า ก่อนการประชุม ครม. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้เป็นตัวแทน ครม. มอบกระเช้าดอกไม้และกล่าวอวยพรปีใหม่แก่นายกฯ โดยได้อวยพรให้นายกฯ สุขภาพร่างกายแข็งแรง ปลอดโรค ปลอดภัย พร้อมกันนี้ ครม.ได้เป็นกำลังใจให้นายกฯ ในการทำงานเพื่อประชาชนคนไทย และประเทศชาติต่อไป ซึ่งนายกฯ ได้อวยพรพร้อมขอบคุณครม. ที่ได้ช่วยกันทำงานเพื่อพี่น้องประชาชนคนไทย และร่วมมือร่วมใจกันเป็นอย่างดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ไตรศุลีกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ก่อนการประชุม ครม.ได้มีการเปิดวีดิทัศน์เพื่อเชิญชวนพี่น้องประชาชนคนไทยสวดมนต์ข้ามปีออนไลน์ผ่านโทรทัศน์ โดยจะมีการถ่ายทอดสดผ่านช่อง 5 ช่อง 7 ช่อง 11 และไลฟ์สดผ่านเพจเฟซบุ๊กของวัดที่จัดกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปี โดยนายกฯ ขอให้พี่น้องประชาชนอยู่บ้านสวดมนต์ออนไลน์กัน พร้อมกับเปิดเผยว่า ในช่วงเบรกพักการประชุม ครม. มีการเปิดเพลงคนดีไม่มีวันตาย ของธีร์ ไชยเดช, ศรัทธา ของหินเหล็กไฟ&amp;nbsp; และรักเธอไม่มีวันหยุด ของอ้อน เกวลิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านแกนนำรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวติดตลกกับสื่อมวลชนถึงการทำงานในปีหน้าว่า &amp;ldquo;ไม่ไหวแล้ว แต่ถึงอย่างไรก็ต้องทำต่อในปีหน้า เพราะยังไม่จบ&amp;rdquo; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เลือกที่จะแถลงข่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีผ่านเพจไทยคู่ฟ้า โดยไม่ได้มีการออกมาแถลงต่อสื่อมวลชนเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา และกล่าวตอนหนึ่งว่า ได้วางแนวทางการดำเนินงานในวันข้างหน้าไว้ว่า ได้ขอร้องและขอความร่วมมือจาก ครม.ทั้งคณะในการทำงาน เพราะสถานการณ์โลกเปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา จึงต้องทำตัวเองให้พร้อมรับกับสถานการณ์ต่างๆ ได้ตลอดเวลา ทั้งวันนี้และวันหน้า จึงได้ฝาก ครม.ทุกคนให้ทำงานเชิงรุก บูรณาการกันให้มากยิ่งขึ้น หลักการสำคัญต้องยึดหลักโปร่งใส มีประสิทธิภาพ ตรวจสอบได้เสมอ ต้องฟันฝ่าต่อสู้ไปด้วยกันทั้ง ครม. รัฐบาล และประชาชนทุกภาคส่วน เราต้องเดินหน้าไปด้วยกันที่เรียกว่า รวมไทยสร้างชาติ และตรวจสอบได้เสมอ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการแถลงผ่านไลฟ์สดผ่านเพจไทยคู่ฟ้า โดยไม่มีสื่อมวลชนอยู่ในห้องแถลงครั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ได้ให้เจ้าหน้าที่เปิดเพลงศรัทธา ของวงหินเหล็กไฟ พร้อมกับมีมิวสิกวิดีโอการทำงานของรัฐบาลประกอบเพลงไปด้วย เพื่อให้เห็นการทำงานในช่วงที่ผ่านมา&amp;nbsp; &amp;nbsp;
เสมาฯ 1 ยันมีผลงานการศึกษา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านความเห็นจากรัฐมนตรีและนักการเมืองต่อฉายาทางการเมืองที่สื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาลตั้งให้ก็มีออกมาหลากหลาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาทิ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ที่ได้ฉายา &amp;quot;ไฮเตอร์เซอร์วิส&amp;quot; กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ไม่รู้สึกงอนที่ได้รับฉายานี้ เพราะถือเป็นการหยอกล้อเล่นกันสนุกปีละหนคนกันเอง อยากถามว่าเคยอ่านเรื่องอิเหนาหรือไม่ ช่วงตอนที่กระเซ้าเย้าแหย่&amp;nbsp; อิเหนาบอกว่าพี่รักดอกจึงหยอกเล่น เพื่อให้เป็นประเพณีเสน่หา&amp;nbsp; ไม่รู้เลยว่าเจ้าจะโกรธา รู้กระนี้พี่ยาจะหยอกไย ดังนั้น ผู้สื่อข่าวก็อยากจะพูดหยอกอย่างเดียวกันกับอิเหนา ฉะนั้นปีหน้าตั้งใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าจะตั้งฉายาให้สื่อด้วยหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า เรื่องอะไรจะไปต่อปากต่อคำ ไม่รู้จักสื่อมากพอ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวถึงฉายาที่ได้รับคือ &amp;ldquo;หวีดดับ&amp;rdquo; ว่า ถือเป็นเรื่องจริง เพราะรับรู้ตลอดว่าพื้นฐานของตนมาอย่างไร ต่อสู้เพื่ออะไร เพียงแต่บริบทและสถานะเปลี่ยนไป แต่ไม่ได้บอกว่าเมื่อมาเป็น รมว.ศึกษาธิการแล้วจะไม่ต่อสู้กับความไม่ถูกต้อง ส่วนที่มองว่าไม่มีผลงานนั้น ไม่กังวล เพราะมั่นใจในแนวทางที่วางเอาไว้ เช่น เมื่อเร็วๆ นี้ที่ประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) เห็นชอบร่างมาตรฐานตำแหน่งและมาตรฐานวิทยฐานะของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งมีความสำคัญทำให้ครูได้เห็นช่องทางการเจิรญเติบโตที่ชัดเจนมากขึ้น ทำให้ครูที่อยู่ในสายการสอนไม่ต้องกังวลว่าต้องเข้าสู่สายบริหาร และระยะเวลาการขยับเลื่อนตำแหน่งเป็นไปด้วยความเหมาะสม ถือเป็นแนวทางหนึ่งในการสร้างความสบายใจให้กับครูได้เห็นเส้นทางอาชีพ และการแก้ไขปัญหาหนี้สินของครู เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมมั่นใจในแนวทางที่กำลังเดิน นอกจากจะส่งเสริมครูแล้ว ผมวางแผนพัฒนาโรงเรียน คุณภาพชุมชน ที่เป็นแนวทางลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา และการจัดสรรงบประมาณ ในปัจจุบันมีความเข้าใจในการใช้งบมากขึ้น โดยสามารถผสมผสานเพื่อความเหมาะสม และทำให้ใช้งบประมาณได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผมมองว่าต้องมีคนเข้าใจเรื่องนี้ เพราะการศึกษาไม่ได้แก้ได้ปีเดียว หากแก้ไขได้ภายในปีเดียวเราคงแก้ไขปัญหาได้ทุกๆ ปี ไม่ได้ทำงานเพื่อให้คนเข้าใจ แต่ผมวางแนวทางไว้เพื่อให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการคนต่อไปดำเนินการต่อ ผมมองว่าการศึกษามีความซับซ้อน มีปัญหาเชื่อมโยงในกระบวนการแก้ไข เช่น การแก้ไขส่วนหนึ่งอาจจะไปกระทบส่วนอื่นๆ ซึ่งเราต้องระมัดระวัง และมีความเข้าใจในการแก้ไขปัญหา&amp;rdquo; นายณัฏฐพลกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ความเคลื่อนไหวทางการเมืองอื่นๆ &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางพรพิศ เพชรเจริญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้ออกหนังสือด่วนมากที่ สผ 0014/ผ 69 ถึงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เรื่องนัดการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เนื่องด้วยนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้มีคำสั่งนัดประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 25 ปีที่ 2 ครั้งที่ 12 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) ในวันพุธที่ 6 ม.ค. 64 ครั้งที่ 13 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) ในวันพฤหัสบดีที่ 7 ม.ค.64 และครั้งที่ 14 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) เป็นพิเศษ ในวันศุกร์ที่ 8 ม.ค.64 เวลา 09.30-19.00 น. ที่ห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร อาคารรัฐสภา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันนี้ นายภูมิสรรค์ เสนีวงค์ ณ อยุธยา กรรมการและผู้อำนวยการสำนักงานประสานงานเครือข่ายองค์กรภายนอกพรรค กล่าวว่า ในปี 2564 ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานเครือข่ายองค์กรภายนอกพรรค จะรื้อฟื้นสภากาแฟการเมืองข้างถนนในรูปแบบโมบายเคลื่อนที่ เตรียมลงพื้นที่ กทม. โดยการนำของนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค พร้อมยุวประชาธิปัตย์ ผสมผสานคนทุกรุ่น ทุกกลุ่ม ส.ส. ส.ก. ส.ข. ผู้สมัคร สาขา ผู้เเทนจังหวัด เพื่อเตรียมความพร้อมในการเลือกตั้งทุกระดับ เพื่อรับฟังพี่น้องประชาชน นำมาจัดทำนโยบายร่วมกัน ทั้งนโยบายระดับชาติและเฉพาะถิ่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายภูมิสรรค์กล่าวว่า หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์จะไปลงรับฟังประชาชนด้วยตัวเอง ร่วมคิดกับประชาชน เเละนำไปสู่นโยบาย ทำได้ไว ทำได้จริง ดังผลงานในฐานะรองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ได้ออกมาอย่างต่อเนื่อง เช่น ประกันรายได้ ซาเล้งเพื่อนยาก เป็นต้น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88341</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทำงานเชิงรุก, ประชุม ครม., รวมไทยสร้างชาติ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201229/image_big_5feb3254c2afd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74367</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/08/2020 00:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/08/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชูคนไทยด้วยกันต้องไม่แบ่งแยก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; นายกฯ นำ ครม.ประยุทธ์ 2/2 ถ่ายภาพหมู่ก่อนปฏิบัติหน้าที่ &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; ออกแถลงการณ์ ชูรวมไทยสร้างชาติ ลั่นแนวคิดแบบพวกเขา-พวกเรา ไม่ควรจะมีที่ยืนอีกต่อไปในโลกปัจจุบัน ควรจะมีแต่คำว่าคนไทยด้วยกัน ขอพูดต่อหน้าคนไทยทุกคนว่า กรุณา &amp;ldquo;ปฏิเสธ&amp;rdquo; ความเกลียดชัง เมืองแบบเก่า ที่แพร่กระจายเชื้อโรคของความแตกแยก ระหว่างความเชื่อที่แตกต่าง คนรุ่นใหม่-คนรุ่นเก่า คนรวย-คนจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 08.10 น. วันที่ 13 สิงหาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เดินทางมาถึงทำเนียบรัฐบาล เพื่อนำคณะรัฐมนตรีชุดที่ 63 หรือ ครม.ประยุทธ์ 2/2 ถ่ายภาพหมู่ก่อนเข้าปฏิบัติหน้าที่ บริเวณด้านหน้าตึกไทยคู่ฟ้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับบรรยากาศช่วงก่อนที่จะมีการถ่ายภาพหมู่ บรรดารัฐมนตรีได้ทยอยมายืนประจำจุด โดยนายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้เดินทางมาถึงเป็นคนแรก ทั้งนี้ เมื่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เดินทางมาถึง นายอนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ลุกจากเก้าอี้และไปก้มกราบแทบตัก พล.อ.ประวิตรทันที ส่วนรัฐมนตรีคนอื่นๆ ได้เข้าไปทักทายและแสดงความยินดีกับรัฐมนตรีใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ในระหว่างรอรัฐมนตรีที่ยังเดินทางมาไม่ถึง พล.อ.ประวิตรได้กระเซ้า พล.อ.ประยุทธ์ว่า &amp;quot;ให้คนแก่มารอแต่เช้า&amp;quot; รวมถึงช่วงหนึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ยังได้หยอกล้อกับ พล.อ.ประวิตร แล้วชี้ไปที่เข็มนาฬิกาและแหวนที่ พล.อ.ประวิตรสวมใส่อยู่ พร้อมทั้งชี้มาที่กลุ่มสื่อมวลชน นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ได้เดินทักทายคณะรัฐมนตรีคนอื่นๆ เพื่อรอเวลา โดยคนสุดท้ายที่เดินทางมาถึงคือ นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.การคลัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังถ่ายภาพเสร็จ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวกับ ครม.ว่า &amp;quot;ขอบคุณครับ ขอให้โชคดี&amp;quot; แล้วเดินทางไปเป็นประธานการประชุม ครม.ที่ตึกสันติไมตรี หลังจากที่เลื่อนมาจากวันอังคารที่ 11 ส.ค.ที่ผ่านมา โดยได้เปิดให้ช่างภาพได้บันทึกภาพการประชุมครั้งแรกของ ครม.ประยุทธ์ 2/2
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ได้สั่งการให้สำนักโฆษกสำนักนายกรัฐมนตรีทำมิวสิกวิดีโอเพลง &amp;ldquo;คนดีไม่มีวันตาย&amp;rdquo; ความยาว 3.25 น. โดยใช้ภาพประกอบเป็นภาพเคลื่อนไหวและภาพนิ่งช่วงที่คณะรัฐมนตรีชุดใหม่ถ่ายภาพหมู่ในช่วงเช้าของวันเดียวกัน? และเตรียมนำไปเผยแพร่ในช่องทางของรัฐบาลและสื่อโซเชียลมีเดียต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์แถลงภายหลังการประชุม ครม.ถึงการนำรัฐมนตรีที่ได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเข้าถวายสัตย์ปฏิญาณเมื่อวันที่ 12 ส.ค. ว่าการถวายสัตย์ปฏิญาณเป็นไปด้วยความเรียบร้อย เป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ที่พระองค์ทรงมีพระเมตตากับคณะรัฐมนตรีใหม่ที่เข้าถวายสัตย์ปฏิญาณ พระองค์ทรงให้กำลังใจ ให้ทุกคนปฏิบัติหน้าที่ให้ดีที่สุด เพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชน และเกิดประโยชน์สูงสุดกับประเทศชาติ ประชาชนโดยรวม ทุกคนมีความสุข มีความพึงพอใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;รัฐบาล คณะรัฐมนตรีทั้งเก่าและใหม่พร้อมที่จะน้อมนำกระแสพระราชดำรัสดังกล่าวมาเป็นแนวปฏิบัติในการทำงานอย่างเคร่งครัด เต็มขีดความสามารถ และเมื่อช่วงเช้าก่อนการประชุม ครม. ได้มีการถ่ายรูปร่วมกัน ตนจึงได้บอกทีมงานนำเพลงเข้าไปสักเพลง เรารู้ ไม่มีใครจะรู้ เรารู้ ถึงจะไม่มีใครรู้ก็ตาม เรารู้ตัวเราเองว่าเราทำอะไร ไม่ทำอะไร อะไรดี อะไรไม่ดี เรารู้ทั้งหมด แต่จะทำอย่างไรให้มันทำงานได้ ทำให้เกิดประสิทธิผลประสิทธิภาพได้ นั่นคือความยากง่ายในการบริหารราชการแผ่นดิน มันไม่ได้ง่ายมากนัก เพราะมีกฎหมายอยู่หลายฉบับ หลายตัว หลายอย่างบางทีคิดชั้นเดียวไม่ได้ ต้องคิดหลายชั้น การทำโครงการต่างๆ มีหลายชั้น หลายกฎหมาย และมีความต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมาตั้งแต่รัฐบาลก่อนจนถึงรัฐบาลนี้ หลายโครงการมีความต่อเนื่องกัน ฉะนั้นเราต้องแก้ปัญหาได้โดยเร็วที่สุด&amp;quot;
รวมไทยสร้างชาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า นายกฯ มอบหมายงานให้กับรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจเร่งดำเนินการเรื่องใดเป็นอันดับแรก พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ทุกคนทราบดีอยู่แล้วว่าปัญหาลำดับแรกๆ คือการที่ประชาชนมีรายได้ลดลง หรือไม่มีรายได้ การไม่มีงานทำอะไรทำนองนี้ ธุรกิจเอสเอ็มอี การส่งออกซึ่งมีปัญหาทั้งสองด้าน ทั้งเราในฐานะผู้ส่งออกและคนรับซื้อเราจากภายนอก รวมถึงการท่องเที่ยว แม้เราจะเปิดประเทศอย่างไรก็ตาม แต่หลายประเทศยังไม่เข้ามา เพราะเขาต้องการสนับสนุนการท่องเที่ยวภายในประเทศเช่นเดียวกัน ประเทศจีนมีนโยบายส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากในประเทศของเขาก่อน และเขาทำมาก่อน พร้อมๆ กับเราด้วย ขณะที่ปริมาณการท่องเที่ยวคนของเรามีน้อย มีประมาณ 2 ล้านเท่านั้นที่ท่องเที่ยว แต่ของเขามีเป็นพันล้าน ดังนั้น ที่ผ่านมาเราพึ่งพาการท่องเที่ยวต่างประเทศเกือบ 20 ล้านคน ฉะนั้นตัวเลขตอนนี้ลดลงแน่นอน แต่ก็ต้องค่อยๆ ขยับขยายไปบนพื้นฐานความเชื่อมั่นด้านสุขภาพ มาตรการที่ออกไปเพียงแต่ขอความร่วมมือแค่นั้น หากทำได้ก็จะค่อยๆ ดีขึ้นตาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ กล่าวว่า วันนี้ไม่ต้องเตรียมอะไรมาก เพราะได้สั่งการในที่ประชุม ครม.ไปหมดแล้ว เป็นเรื่อง ครม.ใหม่ กล่าวต้อนรับ รับงาน มอบนโยบาย ซึ่งมีรายละเอียดหลายอย่างที่ตนได้มอบเป็นเอกสาร เป็นนโยบายรัฐบาลในช่วงปีที่ 2 และนโยบายทั่วไปของนายกฯ ว่าจะทำงานอย่างไร ให้สอดประสานกับยุทธศาสตร์ชาติระยะที่ 1 ระหว่างปี 2561-2565 ซึ่งจะมีแผนดำเนินการแม่บทในทุกเรื่องของทุกกระทรวง เพื่อให้ตอบสนองต่อเป้าหมายในระยะแรก เป็นการเดินหน้าตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ล่วงหน้า แต่ทั้งนี้ จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนในรายละเอียดในการจัดทำแผนโครงการการใช้จ่ายงบประมาณที่มีอยู่ให้เหมาะสม และสถานการณ์โควิด-19 นอกจากนั้นยังมีอีกหลายเรื่อง ซึ่งยังไม่สำเร็จในวันนี้ แต่เป็นเรื่องการเดินหน้า ทั้งเรื่องกฎหมายแม่ กฎหมายลูก วิธีการปฏิบัติ กลไกต่างๆ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ได้ตัวโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีคนใหม่แล้วหรือยัง พล.อ.ประยุทธ์เอามือชี้ไปที่หน้าอกตัวเอง พร้อมกับกล่าวว่า &amp;ldquo;ผมนี่แหละโฆษก&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ยังออกแถลงการณ์นายกรัฐมนตรีเรื่อง ครม. ใหม่ และการเดินหน้าประเทศ โดยระบุว่า ในแถลงการณ์ครั้งก่อนที่ผมพูดว่า เราต้องให้คนที่เก่งที่สุด จากทุกภาคส่วน และจากทุกระดับของสังคม ได้มีโอกาสใช้ความรู้ความสามารถ ทำงานร่วมกัน เพื่อผ่านพ้นวิกฤติโควิดนี้ไปให้ได้ และมากกว่าแค่ผ่านพ้นวิกฤติโควิด คือตอนนี้เราต้องทำงานร่วมกันเพื่อวางแผน และขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่อนาคตที่ดีขึ้น ด้วยวิธีการทำงานแบบ new normal ที่ผมเรียกว่า รวมไทยสร้างชาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทุกท่านคงทราบดีว่า ในโลกประชาธิปไตย เราต้องทำงานด้วยกันแบบถ้อยทีถ้อยอาศัย ซึ่งผมยินดีที่จะทำงานกับพรรคร่วมรัฐบาลให้ได้อย่างดีที่สุด แต่งตั้งคณะรัฐมนตรีจากพรรคร่วม มาช่วยกันทำงานรับใช้ประเทศ แต่อย่างไรก็ตาม ผมดีใจที่ทุกคนเห็นตรงกันว่า เราต้องเปิดกว้าง ในสถานการณ์นี้ เพราะเราต้องให้ความสำคัญกับเรื่องเศรษฐกิจ ซึ่งถือเป็นภัยร้ายแรงต่อการดำรงชีวิตของประชาชน ไม่แพ้เรื่องสาธารณสุข ผมจึงตัดสินใจเลือกแต่งตั้งผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้ความสามารถเหมาะสมกับสถานการณ์ที่สุด โดยไม่ได้มองว่าอยู่ในการเมืองหรือไม่ ให้เข้ามาบริหารงานด้านเศรษฐกิจ ท่านเป็นบุคคลที่เป็นที่เคารพในเรื่องเป็นผู้มีจริยธรรม และมีประวัติการทำงานที่โดดเด่น ในฐานะมืออาชีพมาอย่างยาวนาน
กรุณาปฏิเสธความเกลียดชัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในช่วงเดือนนี้ และเดือนหน้า ผมจะเริ่มทำ workshops กับภาคส่วนต่างๆ ซึ่งจะเข้ามานำเสนอวิสัยทัศน์ในการขับเคลื่อนภาคส่วนของเขา นำเสนอมุมมองเกี่ยวกับโอกาสที่เขามองเห็น และมุมมองเกี่ยวกับบทบาทของรัฐบาลในการสนับสนุนภาคส่วนนั้นๆ ให้เดินหน้าได้เร็วยิ่งขึ้น โดยผมจะเข้าร่วมรับฟังการนำเสนอของทุกภาคส่วนด้วยตัวเอง สิ่งที่ผมต้องการสำหรับประเทศไทย คือเมื่อถึงเวลาที่วิกฤติโควิดเริ่มหายไป ประเทศไทยของเราจะไปอยู่ในจุดที่จะกลับมารุ่งเรืองอีกครั้งได้อย่างรวดเร็ว สร้างโอกาสการจ้างงานมหาศาล และทำให้ประเทศไทยอยู่ในจุดที่ดีขึ้นกว่าก่อนที่โควิดจะเกิดด้วยซ้ำ บทบาทของผมคือ ผมต้องการเข้าใจประเด็นต่างๆ ด้วยตัวเอง เพื่อสั่งการให้ภาครัฐให้การสนับสนุนภาคส่วนต่างๆ ได้อย่างเหมาะสม และให้ภาครัฐช่วยกำจัดอุปสรรคที่ดึงรั้งภาคส่วนต่างๆ เอาไว้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การแบ่งฝักแบ่งฝ่ายทางการเมือง ซึ่งกีดขวางการร่วมแรงร่วมใจกันอย่างเป็นหนึ่งเดียวของคนไทยในการแก้ปัญหาต่างๆ เป็นสิ่งที่ควรจะมีอยู่แค่ในอดีต เราต้องหยุดพูดคำว่า &amp;ldquo;พวกเขา&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;พวกเรา&amp;rdquo; คนที่พูดว่า &amp;ldquo;ฉันไม่ฟังเขา เพราะเขามีความเชื่อต่างกับฉัน&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;ฉันจะไม่ไปเจอเขา เพราะเขามีความเชื่ออีกทางหนึ่ง&amp;rdquo; เป็นคนที่ยังติดอยู่ในโลกการเมืองของเมื่อวาน เป็นยุคที่ผ่านไปแล้ว แนวคิดแบบ พวกเขา-พวกเรา ไม่ควรจะมีที่ยืนอีกต่อไป ในโลกปัจจุบัน ควรจะมีแต่คำว่า &amp;ldquo;คนไทยด้วยกัน&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เราต้องมองไปในอนาคตข้างหน้า อนาคตที่จะเป็นยุคสมัยของคนที่ปัจจุบันนี้มีอายุ 15 ปี 20 ปี หรือ 30 ปี สิ่งสำคัญของทุกวันนี้ คือ ความยุติธรรมในสังคม ความเสมอภาคภายใต้กฎหมายเดียวกัน ความเท่าเทียมกันในการเข้าถึงโอกาสที่จะทำชีวิตของตัวเองให้ดีขึ้นได้ และมีโอกาสที่จะแสดงศักยภาพของตัวเอง โดยไม่เกี่ยวกับนามสกุล ฐานะทางการเงินของครอบครัว หรืออายุ เราต้องเชื่อว่า คนทุกคนเกิดมามีแต่ความดีอยู่ในตัว ซึ่งผมเองก็เชื่อแบบนั้นเช่นเดียวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โลกยุคใหม่ ต้องการให้พวกเราเรียนรู้ที่จะทำงานด้วยกันอย่างเป็นหนึ่งเดียว เป็นทีมเดียวกัน แม้ว่าเราอาจจะมีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน เราต้องร่วมกันให้คำนิยามการเมืองแบบใหม่ และทำลายการเมืองแบบเดิมที่แบ่งแยก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นี่คือสิ่งที่ควรอยู่ในความคิดของพวกเรา และนี่คือสิ่งที่อยู่ในความคิดของผม และนี่คือสิ่งที่ผมเชื่อว่า ลึกๆ แล้วก็อยู่ในความคิดของคนไทยทุกคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ เราต้องแบ่งปันความคิดซึ่งกันและกันได้ และเราต้องเปิดโอกาสให้ทุกคนได้แสดงมุมมองและสิ่งที่ตัวเองคิดออกมา เพื่อช่วยประเทศ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นี่คือแนวทางที่ผมได้มอบให้คณะรัฐมนตรีใหม่ของผม คณะรัฐมนตรีที่ต้องรวมไทยสร้างชาติ ซึ่งวันนี้ผมขอพูดต่อหน้าประชาชนคนไทยทุกคนว่า กรุณา &amp;ldquo;ปฏิเสธ&amp;rdquo; ความเกลียดชัง และการแบ่งแยกทางการเมือง ขอให้ปฏิเสธการเมืองแบบเก่า ที่แพร่กระจายเชื้อโรคของความแตกแยก ระหว่างความเชื่อที่แตกต่าง คนรุ่นใหม่-คนรุ่นเก่า คนรวย-คนจน หรือความแตกต่างอะไรก็ตามที่ถูกใส่เข้ามาในสังคมของเรา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อนาคตเป็นของคนรุ่นใหม่ และอนาคตก็อยู่ในมือคนรุ่นใหม่ ให้คนรุ่นใหม่แสดงออกมาให้ทุกคนเห็นว่า เขามีพลังที่จะเดินหน้าประเทศ ไปในเส้นทางที่จะร่วมแรงร่วมใจกันทุกคนทุกฝ่าย ก้าวข้ามความคิดเห็นที่อาจจะแตกต่างกันบ้าง เพื่อช่วยแก้ปัญหาปากท้องในปัจจุบัน และก้าวไปสู่อนาคตที่ดีขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เราต้องอยู่เหนือการโต้เถียงกัน และเราต้องอยู่เหนือการเมือง เพราะเรามีสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญอย่างมากรออยู่ตรงหน้า นั่นคือความอยู่รอดในการหาเลี้ยงชีวิตของคนนับล้านๆ ที่กำลังเดือดร้อนจากหายนะของโควิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เราลดปัญหาของเราไปได้ ด้วยการไม่ปล่อยให้เกิดการล้มตายเป็นจำนวนมาก แต่ตอนนี้เราต้องมุ่งไปที่ความอยู่รอดของปากท้อง เพราะเรากำลังอยู่ในสถานการณ์ที่เลวร้ายมาก และเลวร้ายไปทั่วโลก แต่พวกเราต้องมีความหวัง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อเราได้เห็นว่าการร่วมแรงร่วมใจกัน ลงมือทำงานด้วยกัน ได้ช่วยพวกเราให้กลายเป็นหนึ่งในประเทศที่จัดการกับโควิดได้ดีที่สุดในโลก และไม่มีการล้มตายของผู้คน ผมเชื่อว่าเราก็สามารถทำแบบเดียวกันนั้นได้ กับการจัดการวิกฤติเศรษฐกิจ ซึ่งหนทางเดียวก็คือการจับมือกัน และทำงานด้วยกัน เพื่อสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับประเทศของเรา เพื่อความเจริญรุ่งเรือง เพื่อลูกหลานของเรา นั่นคือภารกิจที่สำคัญที่สุดของเราในตอนนี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74367</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครม.ประยุทธ์ 2/2, งความเชื่อที่แตกต่าง, ปรับครม., พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, รวมไทยสร้างชาติ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200813/image_big_5f354defb8770.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74339</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/08/2020 18:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/08/2020 18:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯแถลงปลุกรวมไทยสร้างชาติ หยุดความเกลียดชัง แบ่งแยก ปฏิเสธการเมืองแบบเก่าที่แพร่กระจายเชื้อโรคของความแตกแยก </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ส.ค.63 - เมื่อเวลา 18.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม แถลงผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ว่า เมื่อวานนี้รัฐมนตรีใหม่ได้เข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญานตนเพื่อเข้ารับตำแหน่งเป็นที่เรียบร้อย โดยรัฐมนตรีใหม่เข้ามาทำหน้าที่ในช่วงเวลาที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับทุกคนในประเทศไทย ที่ผ่านมา พวกเราได้ร่วมแรงร่วมใจกัน ต่อสู้กับโควิดจนสำเร็จได้เป็นอย่างดี แต่ก็ยังต้องสู้กันต่อไปอีก เพราะปัญหาโควิดในโลกยังไม่จบ อย่างไรก็ตาม ความร่วมมือกันของทุกคนในช่วงที่ผ่านมา ได้รักษาชีวิตของผู้คนเอาไว้นับหมื่นชีวิตก็ว่าได้ และที่มากไปกว่านั้น ก็คือ ปกป้องไม่ให้ครอบครัวจำนวนมากต้องสูญเสียเสาหลักของครอบครัวไป นอกจากนั้น ความร่วมมือกันของพวกเราทุกคน ยังช่วยรักษาเงินของประเทศเอาไว้ เป็นพันๆ หมื่นๆ ล้าน ไม่ต้องถูกเอาไปใช้กับการจัดหายาและอุปกรณ์ทางสาธารณสุขมารักษาผู้ป่วย ทำให้ตอนนี้ เราสามารถนำเงินนั้นมาช่วยเรื่องเศรษฐกิจ และแก้ปัญหาปากท้องของประชาชนได้หลายล้านครอบครัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ประเทศไทยเรา คงรับไม่ไหวหากมีการล้มตายของคนเป็นหมื่นๆ เหมือนที่เกิดในหลายประเทศ นั่นคือเหตุผลที่ผมยังต้องให้ความสำคัญกับการดูแลและป้องกันวิกฤตสาธารณสุขต่อไปอีก เพราะนั่นก็ส่งผลต่อเรื่องเศรษฐกิจด้วย ตอนนี้ การจัดการกับวิกฤตเศรษฐกิจ เป็นเรื่องที่สำคัญมาก วิกฤตเศรษฐกิจที่เรากำลังเผชิญอยู่ จะไม่หายไปได้ในเร็ววัน พวกเราต้องอยู่บนโลกของความเป็นจริง ในเมื่อผู้เชี่ยวชาญทั้งในและต่างประเทศจำนวนมาก ต่างคาดการณ์ว่า ทุกคนคงจะต้องทนทุกข์กับวิกฤตนี้ ไปจนถึงปลายปีหน้า เมื่อทั้งโลกต้องเจ็บหนักกับวิกฤตเศรษฐกิจที่เลวร้ายกว่าครั้งไหน ประเทศไทยก็ได้รับความเดือดร้อนแสนสาหัสนี้ด้วย เพราะเศรษฐกิจไทย เชื่อมอยู่กับเศรษฐกิจโลกอย่างมาก เราพึ่งพานักท่องเที่ยวจากทั่วโลก และเราทำการค้าขายกับทั่วทุกมุมโลก เมื่อเราอยู่ในพายุวิกฤตเศรษฐกิจที่กำลังโหมกระหน่ำ เราเองก็ไม่สามารถหนีไปไหนได้ ซึ่งดูแล้วว่า เศรษฐกิจประเทศไทยจะเริ่มกลับมาเป็นปกติได้ ก็ต่อเมื่อประเทศอื่นๆ ในโลกเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติด้วย&amp;quot; นายกฯ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯ กล่าวว่า สิ่งที่เราทำได้ คือการให้คนที่มีความรู้ความสามารถเข้ามาทำงานช่วยเหลือประชาชนให้อยู่รอดได้ ในช่วงเวลาที่เลวร้ายนี้ นี่คือสิ่งที่ผมรับปากกับทุกคนในประเทศ ในแถลงการณ์ครั้งก่อนที่ผมพูดว่า เราต้องให้คนที่เก่งที่สุด จากทุกภาคส่วน และจากทุกระดับของสังคม ได้มีโอกาสใช้ความรู้ความสามารถ ทำงานร่วมกัน เพื่อผ่านพ้นวิกฤตโควิดนี้ไปให้ได้ และมากกว่าแค่ผ่านพ้นวิกฤตโควิด คือ ตอนนี้เราต้องทำงานร่วมกันเพื่อวางแผน และขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่อนาคตที่ดีขึ้น ด้วยวิธีการทำงานแบบ new normal ที่ผมเรียกว่า รวมไทยสร้างชาติ ผมจึงได้ตัดสินใจเชิญผู้มีความสามารถ ซึ่งเป็นคนนอก ที่ไม่ได้มาจากภาคการเมือง เข้ามาเป็นรัฐมนตรีใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ในโลกประชาธิปไตย เราต้องทำงานด้วยกันแบบถ้อยทีถ้อยอาศัย ผมยินดีที่จะทำงานกับพรรคร่วมรัฐบาลให้ได้อย่างดีที่สุด แต่งตั้งคณะรัฐมนตรีจากพรรคร่วม มาช่วยกันทำงานรับใช้ประเทศ ผมดีใจที่ทุกคนเห็นตรงกันว่า เราต้องเปิดกว้าง ในสถานการณ์นี้ เพราะเราต้องให้ความสำคัญกับเรื่องเศรษฐกิจ ซึ่งถือเป็นภัยร้ายแรงต่อการดำรงชีวิตของประชาชน ไม่แพ้เรื่องสาธารณสุข ผมจึงตัดสินใจ เลือกแต่งตั้งผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้ความสามารถเหมาะสมกับสถานการณ์ที่สุด โดยไม่ได้มองว่าอยู่ในการเมืองหรือไม่ ให้เข้ามาบริหารงานด้านเศรษฐกิจ ท่านเป็นบุคคลที่เป็นที่เคารพในเรื่องเป็นผู้มีจริยธรรม และมีประวัติการทำงานที่โดดเด่น ในฐานะมืออาชีพมาอย่างยาวนาน โดยแนวทางที่ผมมอบให้รัฐมนตรี ไม่มีอะไรซับซ้อน มี 5 อย่าง ที่ต้องทำ เพื่อดูแลพี่น้องประชาชนคนไทย&amp;quot; นายกฯ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า งานที่ 1: เราต้องเยียวยาความเจ็บปวดที่ประชาชนกำลังเผชิญอยู่ต่อไปอีกโดยเฉพาะกลุ่ม SME และประชาชนในภาคส่วนต่างๆ ที่ต้องตกงานในช่วงที่ผ่านมา
&amp;nbsp;
งานที่ 2: เราต้องแก้ปัญหาต่างๆ ในแนวทางที่จะช่วยประเทศ อย่างยั่งยืน โดยต้องตระหนักอยู่เสมอว่าปัญหาเศรษฐกิจโลกจะยังคงอยู่ต่อไปอีกนาน ซึ่งผมรู้ดีว่า เป็นไปไม่ได้ที่จะให้เงินเยียวยากันไปตลอด ดังนั้น เราต้องเริ่มทำโครงการที่จริงจัง ทำให้ได้ ที่จะช่วยแก้ปัญหาปัจจุบัน นอกจากนั้น ต้องเตรียมการที่จะสร้างความเจริญรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจให้ได้อย่างยั่งยืน เมื่อโลกกลับเข้าสู่ภาวะปกติ เราต้องทำโครงการที่ถูกต้อง ตอบโจทย์ปัญหาต่างๆ และเราจะต้องใช้เงินที่มีอยู่อย่างเหมาะสม และให้ความช่วยเหลือไปถึงคนที่ต้องการจริงๆ โดยใช้กลไก โครงสร้าง คณะกรรมการ และศูนย์บริหารสถานการณ์ที่มีการทำงานบูรณาการกัน ในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;งานที่ 3: เราต้องสร้างแรงจูงใจให้ธุรกิจต่างๆ ยังคงการจ้างงานลูกจ้างของเค้าต่อไป และให้ธุรกิจต่างๆ ใช้ช่วงเวลานี้ พลิกองค์กรของตัวเองให้กลายเป็นองค์กรที่มีประสิทธภาพและสามารถแข่งขันได้ดีขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;งานที่ 4: เราต้องมีแผนเรื่องการจ้างงานคนรุ่นใหม่ นักศึกษาจบใหม่จำนวนมากกำลังเข้าสู่ตลาดแรงงาน พวกเค้าจำเป็นต้องมีงานทำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และงานที่ 5: คือ งานที่เกี่ยวกับการทำงานต่างๆ เหล่านี้ จะต้องทำด้วยความซื่อสัตย์ โปร่งใส่ และรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ทุกคนในสังคมมีบทบาทหน้าที่ ที่จะช่วยกันนำพาประเทศ ก้าวผ่านความท้าทายนี้ไปให้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า การแต่งตั้งบุคคลที่มีความรู้ความสามารถที่เหมาะสมกับสถานการณ์ที่สุด โดยไม่ได้มองว่าอยู่ในการเมืองหรือไม่ ให้เข้ามาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี เป็นส่วนหนึ่งของรวมไทยสร้างชาติ และตอนนี้ ผมกำลังเดินหน้า ดึงผู้ที่มีความรู้ความสามารถที่อยู่ในภาคส่วนอื่นๆ ของสังคม ให้มาช่วยกันคิดและขับเคลื่อนประเทศด้วย ในช่วงเดือนนี้ และเดือนหน้า ผมจะเริ่มทำเวิร์คช็อปกับภาคส่วนต่างๆ ซึ่งจะเข้ามานำเสนอวิสัยทัศน์ในการขับเคลื่อนภาคส่วนของเค้า นำเสนอมุมมองเกี่ยวกับโอกาสที่เค้ามองเห็น และมุมมองเกี่ยวกับบทบาทของรัฐบาลในการสนับสนุนภาคส่วนนั้นๆ ให้เดินหน้าได้เร็วยิ่งขึ้น โดยผมจะเข้าร่วมรับฟังการนำเสนอของทุกภาคส่วนด้วยตัวเอง สิ่งที่ผมต้องการสำหรับประเทศไทย คือ เมื่อถึงเวลาที่วิกฤตโควิดเริ่มหายไป ประเทศไทยของเราจะไปอยู่ในจุดที่จะกลับมารุ่งเรืองอีกครั้งได้อย่างรวดเร็ว สร้างโอกาสการจ้างงานมหาศาล และทำให้ประเทศไทยอยู่ในจุดที่ดีขึ้นกว่าก่อนที่โควิดจะเกิดด้วยซ้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การแบ่งฝักแบ่งฝ่ายทางการเมือง ซึ่งกีดขวางการร่วมแรงร่วมใจกันอย่างเป็นหนึ่งเดียวของคนไทยในการแก้ปัญหาต่างๆ เป็นสิ่งที่ควรจะมีอยู่แค่ในอดีต เราต้องหยุดพูดคำว่าพวกเค้าหรือ พวกเรา คนที่พูดว่า ฉันไม่ฟังเค้า เพราะเค้ามีความเชื่อต่างกับฉัน หรือ ฉันจะไม่ไปเจอเค้า เพราะเค้ามีความเชื่ออีกทางหนึ่งเป็นคนที่ยังติดอยู่ในโลกการเมืองของเมื่อวาน เป็นยุคที่ผ่านไปแล้ว แนวคิดแบบ พวกเค้า-พวกเรา ไม่ควรจะมีที่ยืนอีกต่อไป ในโลกปัจจุบัน ควรจะมีแต่คำว่าคนไทยด้วยกัน เราต้องมองไปในอนาคตข้างหน้า อนาคตที่จะเป็นยุคสมัยของคนที่ปัจจุบันนี้มีอายุ 15 ปี 20 ปี หรือ 30 ปี สิ่งสำคัญของทุกวันนี้ คือ ความยุติธรรมในสังคม ความเสมอภาคภายใต้กฏหมายเดียวกัน ความเท่าเทียมกันในการเข้าถึงโอกาสที่จะทำชีวิตของตัวเองให้ดีขึ้นได้ และมีโอกาสที่จะแสดงศักยภาพของตัวเอง โดยไม่เกี่ยวกับนามสกุล ฐานะทางการเงินของครอบครัว หรืออายุ เราต้องเชื่อว่า คนทุกคนเกิดมามีแต่ความดีอยู่ในตัว ซึ่งผมเองก็เชื่อแบบนั้นเช่นเดียวกัน&amp;quot; นายกฯ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า โลกยุคใหม่ ต้องการให้พวกเราเรียนรู้ที่จะทำงานด้วยกันอย่างเป็นหนึ่งเดียว เป็นทีมเดียวกัน แม้ว่าเราอาจจะมีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน เราต้องร่วมกันให้คำนิยามการเมืองแบบใหม่ และทำลายการเมืองแบบเดิมที่แบ่งแยก นี่คือนี่คือสิ่งที่ผมเชื่อว่า ลึกๆ แล้วก็อยู่ในความคิดของคนไทยทุกคน สิ่งสำคัญที่สุด เราต้องแบ่งปันความคิดซึ่งกันและกันได้ และเราต้องเปิดโอกาสให้ทุกคนได้แสดงมุมมองและสิ่งที่ตัวเองคิดออกมา เพื่อช่วยประเทศ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;จิตวิญญาณที่ทำให้ประเทศของเรายิ่งใหญ่ และทำให้เราอยู่บนเส้นทางที่จะก้าวไปสู่ความยิ่งใหญ่ ยิ่งขึ้นได้ ไม่ใช่จิตวิญญาณแบบที่จะนำไปสู่การลุกขึ้นมาตะโกนด่าทอ หรือต่อสู้กัน เส้นทางของคนที่พูดว่า ฉันไม่ฟังเค้า เพราะเค้าไม่เห็นด้วยกับฉัน เป็นเส้นทางที่จะพาประเทศไปสู่ความมืดมน จิตวิญญานของความเป็นไทยจะพูดว่า แม้เราจะมีความคิดเห็นที่แตกต่าง แต่เราให้โอกาสเราต้องฟัง และประนีประนอมกัน และเราต้องลงมือทำสิ่งต่างๆ ให้สำเร็จ ตอนนี้ เราต้องมุ่งความสนใจของเราไปที่ความอยู่รอดของปากท้องของคนหลายสิบล้านคน เราต้องทำงานร่วมกัน ช่วยกันดันเศรษฐกิจให้พลิกฟื้นกลับมาให้ได้ก่อนเป็นอันดับแรก แล้วหลังจากนั้นเราค่อยจัดการแก้ไขปัญหาในประเด็นอื่นๆ ด้วยกันต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น เพื่อแสดงให้เห็นว่า เรากำลังทำตามที่พูดว่า รวมไทยสร้างชาติ วันนี้ ผมได้ให้คำแนะนำกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังท่านใหม่ ให้ท่านเชิญมันสมองชั้นยอดของประเทศเข้ามาพบกัน เพื่อพูดคุยมุมมองความคิดของแต่ละท่าน ในการบริหารจัดการสถานการณ์เศรษฐกิจที่ประเทศเรากำลังเผชิญอยู่ โดยท่านต่างๆ ที่จะเชิญเข้ามานั้น ควรจะมีคนที่เคยอยู่ในรัฐบาลอื่น หรือเป็นคนที่อาจจะมีแนวทางทางการเมืองที่แตกต่างกัน นี่คือแนวทางที่ผมได้มอบให้คณะรัฐมนตรีใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมขอพูดต่อหน้าประชาชนคนไทยทุกคนว่า กรุณาปฏิเสธความเกลียดชัง และการแบ่งแยกทางการเมือง ขอให้ปฏิเสธการเมืองแบบเก่า ที่แพร่กระจายเชื้อโรคของความแตกแยก ระหว่าง ความเชื่อที่แตกต่าง คนรุ่นใหม่ คนรุ่นเก่า คนรวย คนจน หรือความแตกต่างอะไรก็ตามที่ถูกใส่เข้ามาในสังคมของเรา อนาคตเป็นของคนรุ่นใหม่ และอนาคตก็อยู่ในมือคนรุ่นใหม่ ให้คนรุ่นใหม่แสดงออกมาให้ทุกคนเห็นว่า เขามีพลังที่จะเดินหน้าประเทศ ไปในเส้นทางที่จะร่วมแรงร่วมใจกันทุกคนทุกฝ่าย ก้าวข้ามความคิดเห็นที่อาจจะแตกต่างกันบ้าง เพื่อช่วยแก้ปัญหาปากท้องในปัจจุบัน และก้าวไปสู่อนาคตที่ดีขึ้น เราต้องอยู่เหนือการโต้เถียงกัน และเราต้องอยู่เหนือการเมือง เพราะเรามีสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญอย่างมากรออยู่ตรงหน้า นั่นคือความอยู่รอดในการหาเลี้ยงชีวิตของคนนับล้านๆ ที่กำลังเดือดร้อนจากหายนะของโควิด&amp;quot; นายกฯ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74339</URL_LINK>
                <HASHTAG>รวมไทยสร้างชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200813/image_big_5f351f6c4bcda.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71001</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/07/2020 09:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/07/2020 09:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บุญผ้าป่าสามัคคีธรรม!&#039;ประสาร&#039;เสนอรัฐสภา-รัฐบาลร่วมกันเป็นเจ้าภาพสร้างความปรองดอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
10 ก.ค.63 - นายประสาร มฤคพิทักษ์ อดีตกรรมการศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดอง สภาปฏิรูปแห่งชาติ เผยแพร่ความเห็น เรื่อง ถึงเวลาบุญผ้าป่าสามัคคีธรรม มีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.ประเทศไทยสร้างความปรองดองสมานฉันท์
เป็นผลสำเร็จมาแล้วในยุคพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรี ด้วยการ ออกคำสั่งนายกรัฐมนตรีฉบับที่ 66/2523 ใช้แนวทางการเมืองนำการทหาร ต้อนรับนักศึกษาประชาชนที่เข้าป่าร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยคืนกลับสู่เมืองโดยปราศจากความผิดทางอาญาและทางแพ่งใดๆ
ผมเองเป็นหนึ่งในจำนวนนับพันคนที่ได้รับอานิสงส์จากคำสั่งฉบับนี้สามารถกลับมาใช้ชีวิตอย่างปกติชนได้ คำว่า&amp;rdquo;ผู้ก่อการร้าย&amp;rdquo;ที่ผมถูกตีตราไว้ ลบเลือนหายไปแล้ว
คำสั่งนั้นมีผลทั้งทางการเมืองและการทหาร การเมืองคือสภาพที่นักศึกษาปัญญาชนและประชาชนที่เคยสู้รบด้วยกำลังอาวุธกับรัฐบาลกลับมาประกอบสัมมาชีพได้ บางคนเข้าสู่เวทีการเมือง บางคนเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย เป็นสื่อมวลชน เป็นนักธุรกิจ เป็นเกษตรกร เป็นนักวิชาชีพต่างๆโดยปราศจากข้อรังเกียจเดียดฉันท์ใดๆ
นี่คือหมุดหมายทางประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญแห่งการสร้างสรรค์สามัคคีธรรมของประชาชนไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ประเทศไทยไม่ควรจมปลักอยู่กับความขัดแย้งด้วยความเชื่อทางการเมืองที่แตกต่างกันโดยไม่เห็นแสงสว่างว่าจะจบสิ้นลงเมื่อไรและอย่างไร เพราะความขัดแย้งที่ผ่านมาส่งบั่นทอนบ้านเมืองในทุกทิศทาง
15 ปีมานี้ ผู้ที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ความขัดแย้ง หลายคนเสียชีวิตแล้ว บางคนเจ็บไข้ได้ป่วย บางคนยังต้องโทษอยู่ในที่คุมขัง บางคนพ้นโทษแล้ว บางคนยังอยู่ในการกระบวนการพิจารณาของศาลยุติธรรม ทุกคนต่างเก็บรับบทเรียนกันไปด้วยกันทั้งหมด&amp;nbsp; ในต่างจังหวัดทั้งภาคเหนือและภาคอิสานที่เคยมีหมู่บ้านเสื้อแดง ก็สลายไปหมดแล้ว
จึงถึงเวลาอันเหมาะสมที่ประเทศไทยจะได้รังสรรค์บรรยากาศแห่งความรักความสามัคคีตามพระราชกระแสรับสั่งของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และตามแนวทาง&amp;ldquo;รวมไทยสร้างชาติ&amp;rdquo;ของนายกรัฐมนตรี เพื่อรวมศูนย์พลังร่วมไปสู่การฟื้นฟูบ้านเมืองในทางเศรษฐกิจและชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของชาวไทยทั้งมวล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.อย่างไรก็ตาม การดำเนินการเพื่อการปรองดองนี้ จะต้องไม่ใช่การนิรโทษกรรมสุดซอยดังที่เกิดมาแล้วในปี 2556แต่จะต้องเป็นการดำเนินการบนพื้นฐานที่สังคมส่วนต่างๆสามารถจะยอมรับได้ เราอาจเรียกว่าเป็นการอำนวยความยุติธรรมในระยะเปลี่ยนผ่าน หรือ สร้างสานความยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ก็ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.จึงขอเสนอให้รัฐสภาและรัฐบาลร่วมกันเป็นเจ้าภาพแบกรับภารกิจอันมีเกียรตินี้ให้เกิดผลที่เป็นจริงในทางปฏิบัติ เปรียบเสมือนเป็นงาน&amp;rdquo;บุญผ้าป่าสามัคคีธรรม&amp;rdquo;ของคนไทยทั้งมวล
นับเป็นโอกาสที่คนไทยทั้งประเทศจะได้ร่วมกันปิติในผลบุญร่วมกัน ทั้งยังเป็นงานที่ถวายพระเกียรตินับเป็นพระบรมเดชานุภาพแห่งเมตตาธรรมของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวอีกด้วย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71001</URL_LINK>
                <HASHTAG>การสร้างความสามัคคีปรองดอง, นิรโทษกรรม, บุญผ้าป่าสามัคคีธรรม, ประสาร มฤคพิทักษ์, รวมไทยสร้างชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190522/image_big_5ce4f151ed7ac.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70951</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/07/2020 16:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/07/2020 16:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;สุวิทย์&quot;ชงโครงการ 1ตำบล 1มหา&#039;ลัย ลั่นเป็นการปฎิรูปประเทศแท้จริง จิ๊กซอว์สำคัญรวมไทยสร้างชาติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
9 ก.ค.63-ที่โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ คอนเวนชั่น - กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้จัดการประชุมปรึกษาหารือกรอบและแนวทางการขับเคลื่อนโครงการ 1 ตำบล 1 มหาวิทยาลัย โดยนายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (รมว.อว.) กล่าวถึงกรอบนโยบายการขับเคลื่อนโครงการ 1 ตำบล 1 มหาวิทยาลัย ตอนหนึ่งว่า หลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 นั้น ครั้งนี้ถือเป็นอีกครั้งที่ประเทศกำลังเผชิญกับวิกฤตเชิงซ้อน ทั้งเรื่องสุขภาพและเรื่องเศรษฐกิจ ซึ่งในวิกฤตตนมองว่ามีโอกาสเสมอ และหัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนประเทศจะต้องจะดำเนินต่อไป โดยเฉพาะพลังของเยาวชน ประชาชน ซึ่งตนมีความเชื่ออยู่เสมอว่านิสิต นักศึกษา บัณฑิตของพวกเรา เป็นผู้ที่กำหนดอนาคตของประเทศ จะขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้า ดังนั้นสิ่งที่สำคัญหลังการแพร่ระบาดของโควิด-19 คือ การสร้างความเข้มแข็งจากภายในประเทศ ผ่านเศรษฐกิจท้องถิ่น (Local Economy) ดังนั้นมหาวิทยาลัยจึงกำลังหลักในการขับเคลื่อนครั้งนี้ ด้วยพลังของคณาจารย์ บุคลากร นิสิต นักศึกษา จะเป็นพลังที่ขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้าอย่างแท้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุวิทย์ กล่าวต่อว่า จากนี้ อว.จะต้องทำให้มหาวิทยาลัยสามารถตอบโจทย์ประเทศและตอบโจทย์พื้นทีควบคู่กันไปในเวลาเดียวกัน ใช้พลังของมหาวิทยาลัยผ่าน พรก.เงินกู้ 4 แสนล้าน โดยโครงการ 1 ตำบล 1 มหาวิทยาลัย จะนำเข้าสู่การพิจารณาในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัปดาห์หน้า ทั้งนี้จากการที่ตนได้รายงานให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ทราบถึงโครงการดังกล่าว นายกฯ ก็ให้ความสนใจเป็นอย่างมาก เพราะโครงการนี้เป็นการจ้างงานนิสิต นักศึกษา บัณฑิตในพื้นที่ต่างๆ เพื่อให้คนกลุ่มนี้ได้ใช้พลัง ปัญญา ศักยภาพ ให้ลงไปสู่พื้นที่และคนกลุ่มนี้จะได้ใช้ความรู้ ความสามารถที่เรียนมาพัฒนาพื้นที่บ้านเกิดของตนเอง และสิ่งที่สำคัญอีกประการหนึ่ง คือ เป้าหมายของตำบลควรจะเป็นอย่างไร อว.ได้มีการกำหนด 16 เป้าหมายที่จะตอบโจทย์ตำบลที่ยั่งยืนในอนาคต ว่า ควรจะมีหน้าตาอย่างไร และการที่จะสร้างตำบลให้มีความยั่งยืนได้ ก็ควรที่จะเข้าถึงปัญหาอย่าง
แท้จริงว่าคืออะไร โอกาสของชุมชนคืออะไร เพื่อที่จะสร้างแนวทางในการขับเคลื่อนชุมชน อว.จึงได้มีการระดมนักศึกษาและบัณฑิต จัดทำระบบข้อมูลพื้นฐานของชุมชน และใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานที่ครอบคลุม 7,900 ตำบล ดังนั้นโครงการนี้จึงเป็นเหมือนการถักทอทุน 4 ทุน เข้าด้วยกัน คือ ทุนมนุษย์ คือ บัณฑิต นักศึกษาสร้างพลังติดถิ่น ทุนสังคม คือ การทำงานร่วมมือสร้างเครือข่าย ทุนกายภาพ คือ ดูข้อจำกัดและโอกาสในแต่ละชุมชนที่แตกต่างกัน และทุนข้อมูล ที่จะเป็นพลังในการบ่งชี้การจัดสรรทรัพยากร ทิศทางการพัฒนาชุมชนในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;โครงการ 1 ตำบล 1 มหาวิทยาลัย เป็นจิ๊กซอร์ตัวสำคัญของรวมไทยสร้างชาติ ที่จะขับเคลื่อนงานภายใต้ความปกติใหม่ (New Normal) ถือเป็นความท้าทายครั้งใหญ่ของ อว.ที่เราต้องเชื่อในศักยภาพของบัณฑิต และดึงออกมาใช้ในตอบโจทย์กับพื้นที่บ้านเกิดอย่างเต็มกำลัง และผมต้องขอขอบคุณมหาวิทยาลัยทุกแห่ง เพราะเชื่อว่าทุกมหาวิทยาลัยต้องเหนื่อยกับการขับเคลื่อนโครงการนี้อย่างแน่นอน ซึ่งผมเชื่อว่าจะเป็นโอกาสครั้งสำคัญที่อาจารย์จะได้ทำงานวิจัยบนโลกแห่งความเป็นจริง และจะเกิดคุณค่ามหาศาลครั้งใหญ่ของประเทศ และภารกิจของ อว.ขณะนี้คือการสร้างคน สร้างองค์ความรู้ที่จับต้องได้ เป็นองค์ความรู้ในระดับชุมชนอย่างแท้จริง การสร้างนวัตกรรมต่างๆ ก็จะต้องตาบโจทย์ชุมชน การแก้จน และผมเชื่อว่าโครงการนี้เป็นการปฏิรูปประเทศอย่างแท้จริง&amp;rdquo;รมว.อว.กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70951</URL_LINK>
                <HASHTAG>#อว., 1ตำบล 1มหาวิทยาลัย, ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์, รวมไทยสร้างชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200709/image_big_5f06dd1e348c6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70449</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/07/2020 00:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/07/2020 00:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เสื้อแดงปลื้มประยุทธ์ทำให้อยู่ดีกินดี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ย้อนถามนโยบายรวมไทยสร้างชาติจะให้นิรโทษกรรมใคร ขณะที่อดีตรอง ผอ.สำนักข่าวกรองฯ แนะนายกฯ-สภา&amp;nbsp;&amp;nbsp; ออกกฎหมายนิรโทษกรรมเหลือง-แดง แต่ไม่รวมคนผิด ม.112 ความผิดอาญาคดีคอร์รัปชัน มุ่งเน้นมวลชน ไม่ใช่แกนนำ เพื่อสลายสีเสื้อ &amp;quot;แรมโบ้&amp;quot; ต้อนรับ &amp;quot;ทอม ดันดี&amp;quot; กลับใจ อดีตประธานหมู่บ้านเสื้อแดงซาบซึ้งรัฐบาลประยุทธ์ช่วยพี่น้องกินดีอยู่ดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงนโยบายรวมไทยสร้างชาติ ว่าแค่รวมใจพวกเราให้ได้ก่อนไหม ส่วนการพบกับภาคส่วนต่างๆ ได้ไปคุยมาหมดแล้ว วันนี้คือการรวมใจคนทุกกลุ่มทุกฝ่าย ร่วมกันสร้างชาติ แม้แต่ที่สภาผู้แทนราษฎรก็ต้องรวมใจกัน แต่ถ้าทุกคนมีแต่ปัญหาอุปสรรคมา แล้วเอางบประมาณมาพูดกัน จะทำได้สักอันหรือไม่ ขณะเดียวกันจะทำให้เกิดความล่าช้า หน่วยงานต่างๆ จะเอาเงินที่ไหนไปดูแลประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;วันนี้ภารกิจพื้นฐานมีเยอะแยะ ทั้งการดูแลประชาชน เกษตรกร การประกันราคาสินค้า ที่ผ่านมาเราใช้งบประมาณไปมาก วันนี้ต้องยอมรับว่าเรื่องที่ต้องดูแลประชาชนมีจำนวนมาก&amp;nbsp; เพราะฉะนั้นอย่ามัวแต่ไปจับจ้องกระทรวงนั้นกระทรวงนี้ หลายกระทรวงได้ชี้แจงไปแล้ว และผมคิดว่าเป็นการชี้แจงที่ละเอียดและรอบคอบ แต่สมาชิกบางครั้งก็มีการนำมาพูดและถามซ้ำตีกันใหม่ ส่วนเรื่องแบบนี้คงไม่ต้องชี้แจงทุกครั้ง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าแนวคิดตามนโยบายรวมไทยสร้างชาติ มีเรื่องการเมืองและนิรโทษกรรมหรือไม่ นายกฯ ย้อนถามว่า นิรโทษกรรมใครล่ะ ก่อนจะเดินออกจากวงสัมภาษณ์ทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ ระบุว่า ผลเลือกตั้งซ่อมพรรคฝ่ายรัฐบาลชนะทุกพื้นที่ แม้แต่ในพื้นที่ที่เคยเป็นเขตของคนเสื้อแดง แต่เริ่มมีการเลิกหมู่บ้านเสื้อแดงในอีสาน แกนนำเสื้อเหลือง เสื้อแดงที่เดินเข้า-ออกเรือนจำน่าจะได้บทเรียนว่าการต่อสู้เพื่อคนเพียงคนเดียวระทมทุกข์เพียงใด โดยที่คนนั้นไม่เคยเหลียวแล 10&amp;nbsp; กว่าปีคดียังค้างคาอีกมาก&amp;nbsp; พระราชดำรัสของในหลวง ร.9 ความสามัคคี ปรองดอง เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน กับความรักใคร่ เผื่อแผ่ช่วยเหลือกันฉันพี่น้อง สองประการนี้คือคุณลักษณะสำคัญของไทยที่ช่วยให้ชาติบ้านเมืองอยู่รอด เป็นอิสระ และเจริญมั่นคง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอเสนอให้ลุงตู่และสภาออกกฎหมายนิรโทษกรรมคนเสื้อเหลืองเสื้อแดง แต่ไม่รวมคนที่มีคดีความผิด ม.112 ความผิดอาญาคดีคอร์รัปชัน มุ่งเน้นมวลชน ไม่ใช่แกนนำ เพื่อสลายสีเสื้อ ทลายกำแพงแบ่งเขาแบ่งเรา เพื่อสันติสุขภายในประเทศ ลุงตู่และคนไทยคิดเห็นอย่างไรครับ&amp;quot; อดีตรอง ผอ.สำนักข่าวกรองแห่งชาติเผย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี เปิดเผยกรณีนายพันทิวา ภูมิประเทศ หรือทอม ดันดี นักร้องชื่อดังที่พ้นโทษออกมาว่า ขอยินดีกับคุณทอม และทราบว่าได้กลับไปร่วมงานกับวงซูซูอีกครั้ง ตนเป็นคนหนึ่งที่ชื่นชอบเพลงเพื่อชีวิตและติดตามผลงานของคุณทอม ดันดี มาตลอด
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า เรื่องการเมืองเป็นสิทธิเสรีภาพของแต่ละบุคคล ใครคิดอย่างไรเชื่ออย่างไร ก็จะทำตามนั้น คุณทอมไม่ต่างจากผม ในอดีตผมก็มีความคิดเห็นทางการเมืองอีกแบบ แต่พอเวลาผ่านไป เราก็หูตาสว่างขึ้นว่าการสร้างแต่ความขัดแย้งจะทำให้เกิดแต่ปัญหาและอุปสรรคในการพัฒนาประเทศ ผมจึงเปลี่ยนแปลงแนวคิดของตนเอง แล้วมาร่วมงานกับรัฐบาลนายกรัฐมนตรีพลเอกประยุทธ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมดีใจที่ได้ทราบข่าวว่าคุณทอมประกาศไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมืองแล้ว และได้ร่วมงานกับวงซูซูอีกครั้ง ขณะที่น้าซู หัวหน้าวงซูซู ก็มีความตั้งใจจะนำบทเพลงไปในทางสร้างสรรค์ สลายความขัดแย้ง สลายสีเสื้อ เป็นสิ่งที่น่ายินดีมาก&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุภรณ์ยังเผยว่า ช่วงนี้ได้เดินทางประสานงานกับอดีตแกนนำหมู่บ้านเสื้อแดงที่เปลี่ยนแนวคิดมาร่วมมือเป็นหมู่บ้านเรารักประเทศไทย สร้างวิสาหกิจชุมชนตามแนวทางทฤษฎีใหม่เศรษฐกิจพอเพียงที่เป็นแนวนโยบาย รัฐบาลให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่องตลอดมา และภายใต้แนวคิด รวมไทยสร้างชาติของนายกฯ ด้วย จึงอยากเชิญชวนคุณทอมและวงซูซูมาร่วมกันเพื่อทำให้ประเทศเป็นปึกแผ่น เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สุดท้ายนี้ ผมขอเชิญชวนทุกคนทุกอาชีพมาร่วมกันเพื่อให้ไทยเป็นหนึ่งเดียว เป็นทีมประเทศไทย ฝ่าวิกฤติและก้าวข้ามความขัดแย้งทางการเมือง ตามเจตนารมณ์ของนายกฯ ที่ให้แนวทาง รวมไทย สร้างชาติ เพื่อสร้างความรักความสามัคคีของคนไทยให้หัวใจเป็นหนึ่งเดียวกัน เพื่อปกป้องชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ให้คงอยู่คู่แผ่นดินไทยอย่างมั่นคงยั่งยืนตลอดไป&amp;quot; นายสุภรณ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายอานนท์ แสนน่าน อดีตประธานหมู่บ้านเสื้อแดงแห่งประเทศไทย ในฐานะประธานเครือข่ายหมู่บ้านวิสาหกิจชุมชนท้องถิ่น เรารักประเทศไทย เผยว่า ภายหลังได้เปลี่ยนจากหมู่บ้านเสื้อแดงมาเป็นหมู่บ้านวิสาหกิจชุมชนท้องถิ่นเรารักประเทศไทย เพื่อขับเคลื่อนประสานงานกับกลุ่มวิสาหกิจชุมชนช่วยเหลือเกษตรกรหลังจากสภาวะวิกฤติไวรัสโควิด-19 ระบาด โดยตนและคณะเดินทางลงพื้นที่ทั้งภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคตะวันออก ภาคกลาง ภาคตะวันตก และภาคใต้ ได้เสียงตอบรับจากอดีตประธานหมู่บ้านเสื้อแดงแต่ละจังหวัดทั้ง 6 ภาคเป็นอย่างดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยโครงการพัฒนาหมู่บ้านวิสาหกิจชุมชนท้องถิ่นเรารักประเทศไทย จะขอรับการสนับสนุนช่วยเหลือจากนายสุภรณ์เพื่อผ่านไปทาง พล.อ.ประยุทธ์ พร้อมกับเสนอของบประมาณจัดสรรช่วยเหลือกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกว่า 28,850 หมู่บ้าน ครอบคลุมพื้นที่ภาคเหนือ 17 จังหวัด และภาคอีสาน 20 จังหวัด รวม 37 จังหวัด จาก&amp;nbsp; 3,058 วิสาหกิจชุมชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมดีใจและซาบซึ้งเป็นอย่างยิ่งที่สมาชิกและอดีตประธานหมู่บ้านเสื้อแดงในแต่ละจังหวัดพร้อมขับเคลื่อนไปด้วยกันตามนโยบายรัฐบาล ที่ต้องการเพื่อพี่น้องประชาชนจะได้อยู่ดีกินดี สร้างอาชีพ เสริมรายได้ ชีวิตมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ในอนาคตต่อไป&amp;quot; อดีตประธานหมู่บ้านเสื้อแดงแห่งประเทศไทยกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ อดีตผู้สมัคร ส.ส.กทม.เขตจอมทอง-ธนบุรี กล่าวถึงกรณีที่นางสาวพรรณิการ์ วานิช แกนนำคณะก้าวหน้า ออกมาตั้งข้อสังเกตต่อการดำเนินคดีทางกฎหมายต่อกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องของกิจกรรมพฤษภา 35/53 ความจริงต้องปรากฏที่ทางคณะก้าวหน้าเป็นผู้จัดขึ้นนั้น แสดงให้เห็นว่าเป็นข้อสังเกตที่ไม่มีความรู้ความเข้าใจกฎหมาย ไม่มีสติและขาดเหตุผล หยุมหยิมงอแงในเรื่องที่ไม่ใช่ประเด็น โดยสักที่จะตั้งข้อกล่าวหาและพยายามบิดเบือนประเด็นว่าการกระทำดังกล่าวเป็นเสรีภาพของกลุ่มศิลปินที่แสดงออกและรัฐต้องการลิดรอนเสรีภาพ ทั้งที่ความจริงคือศิลปินและผู้เกี่ยวข้อง ดำเนินกิจกรรมภายใต้การจัดการจัดจ้างของคณะก้าวหน้า และกิจกรรมดังกล่าวเป็นกิจกรรมที่เข้าข่ายผิดกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หลายๆ เรื่องที่ผ่านมา เมื่อทราบเหตุผลและข้อมูล ความรู้ทางกฎหมายแล้ว คุณพรรณิการ์ควรหลีกเลี่ยงการแสดงข้อสังเกตที่อาจมีความอคติ เอาแต่ใจตน กล่าวอ้างลอยๆ ไม่มีหลักฐาน ส่อไปในทางบิดเบือน และดำเนินการรับผิดชอบอย่างเต็มที่ต่อผู้ที่ถูกหมายเรียกที่กระทำกิจกรรมที่อาจฝ่าฝืนกฎหมาย โดยมีคณะก้าวหน้าเป็นตัวการ ริเริ่มจัดการจัดจ้างบุคคลดังกล่าว และนอกจากนี้ ควรรีบดำเนินการแสดง หลักฐาน พิสูจน์ ความโปร่งใสของรายรับรายจ่ายกิจกรรมเมย์เดย์ด้วย ว่าเงินบริจาคอยู่ตรงไหน อย่างไร ไม่ควรปล่อยให้สังคมวิพากษ์วิจารณ์ว่านำเรื่องใหม่มากลบเรื่องเก่า&amp;quot; รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐกล่าว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70449</URL_LINK>
                <HASHTAG>นิรโทษกรรม, นิรโทษกรรมเหลือง-แดง, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, รวมไทยสร้างชาติ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200703/image_big_5eff34c1c287a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70415</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/07/2020 15:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/07/2020 15:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สลายสีเสื้อ!&#039;แรมโบ้&#039;ยินดี&#039;ทอม ดันดี&#039;คืนสู่วงการเพลงเพื่อชีวิต เชิญชวนทุกคนรวมไทยสร้างชาติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ก.ค.63 - นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี เปิดเผยกรณี นายพันทิวา ภูมิประเทศ หรือ ทอม ดันดี นักร้องชื่อดังที่พ้นโทษออกมาว่า ขอยินดีกับคุณทอม และทราบว่าได้กลับไปร่วมงานกับวงซูซู อีกครั้ง ตนเป็นคนหนึ่งที่ชื่นชอบเพลงเพื่อชีวิตและติดตามผลงานของ คุณทอม ดันดีมาตลอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เรื่องการเมืองเป็นสิทธิเสรีภาพของแต่ละบุคคล ใครคิดอย่างไรเชื่ออย่างไร ก็จะทำตามนั้น คุณทอม ไม่ต่างจากผม ในอดีตผมก็มีความคิดเห็นทางการเมืองอีกแบบ แต่พอเวลาผ่านไป เราก็หูตาสว่างขึ้นว่า การสร้างแต่ความขัดแย้งจะทำให้เกิดแต่ปัญหาและอุปสรรคในการพัฒนาประเทศ ผมจึงเปลี่ยนแปลงแนวคิดของตนเอง แล้วมาร่วมงานกับรัฐบาลนายกรัฐมนตรีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุภรณ์ กล่าวว่า ตนดีใจที่ได้ทราบข่าวว่า คุณทอม ประกาศไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมืองแล้ว และได้ร่วมงานกับวงซูซูอีกครั้ง ขณะที่น้าซู หัวหน้าวงซูซู ก็มีความตั้งใจจะนำบทเพลงไปในทางสร้างสรรค์ สลายความขัดแย้ง สลายสีเสื้อ เป็นสิ่งที่น่ายินดีมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ช่วงนี้ผมได้เดินทางประสานงานกับอดีตแกนนำหมู่บ้านเสื้อแดงที่เปลี่ยนแนวคิดมาร่วมมือเป็นหมู่บ้าน&amp;quot;เรารักประเทศไทย&amp;quot;สร้างวิสาหกิจชุมชนตามแนวทางทฤษฎีใหม่เศรษฐกิจพอเพียงที่เป็นแนวนโยบายรัฐบาลให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่องตลอดมา และภายใต้แนวคิด &amp;quot;รวมไทยสร้างชาติ&amp;quot;ของนายกฯด้วย จึงอยากเชิญชวน คุณทอม และวงซูซู มาร่วมกันเพื่อทำให้ประเทศเป็นปึกแผ่นเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สุดท้ายนี้ ผมขอเชิญชวนทุกคนทุกอาชีพ มาร่วมกัน เพื่อให้ไทยเป็นหนึ่งเดียว เป็นทีมประเทศไทย ฝ่าวิกฤติและก้าวข้ามความขัดแย้งทางการเมือง ตามเจตนารมณ์ของนายกฯที่ให้แนวทาง&amp;quot; รวมไทย สร้างชาติ&amp;quot; เพื่อสร้างความรักความสามัคคี ของคนไทยให้หัวใจเป็นหนึ่งเดียวกัน เพื่อปกป้องชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ให้คงอยู่คู่แผ่นดินไทยอย่างมั่นคงยั่งยืนตลอดไป&amp;quot;นายสุภรณ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70415</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทอม ดันดี, นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์, รวมไทยสร้างชาติ, วงซูซู, สลายสีเสื้อ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200703/image_big_5efeed16c406f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
