<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>29951</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/02/2019 08:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/02/2019 07:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อาจารย์เศรษฐศาสตร์จุฬาเตือน&#039;ธนาธร&#039;เลิกหาเสียงน้ำเน่า บิดเบือนข้อมูลเศรษฐกิจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ก.พ.62- ดร.ปิติ ศรีแสงนาม อาจารย์เศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Piti Srisangnam ถึงการหาเสียงของพรรคอนาคตใหม่ว่า ผมได้ชม FB live การปิคนิกอนาคตใหม่ ของ #พรรคอนาคตใหม่ แล้วครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมขอชื่นชมพรรคอนาคตใหม่มากในเรื่องของการสร้างมิติการมีส่วนร่วมของประชาชนที่มำให้การปราศรัยแบบเดิมๆ ได้พัฒนารูปแบบเป็นการปราศรัยชิวๆ ในสวน ที่คนรุ่นใหม่ชื่นชอบ ทำให้คนรุ่นใหม่สนใจการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมชื่นชม #คุณธนาธร หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ มากครับ เพราะคุณธนาธรสามารถนำเอาข้อมูลและเรื่องราวประเด็นเศรษฐกิจที่หลายๆคนมองว่าเป็นเรื่องยุ่งยากซับ มาอธิบายให้เข้าใจได้ง่ายๆ ผมขอชื่นชมครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ในขณะเดียวกันผมก็มีเรื่องจะขอแสดงความคิดเห็นเพื่อประโยชน์ในการหาเสียงครั้งต่อๆไป รวมถึงน่าจะเป็นประโยชน์ต่อการทำงานบริหารประเทศในอนาคตด้วยครับ นั่นคือ #อย่าใช้ข้อมูลมาบิดเบือนเพื่อหาเสียง ครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คุณธนาธรมีป้ายหาเสียงที่บอกว่า #5ปีรวยกระจุกจนกระจาย และก็ปราศรัยชิวๆ ว่า 5 ปีที่ผ่านมาการกระจายรายได้เลวลง แต่ตัวเลขจริงๆ เหมือนอย่างที่ผมเอาข้อมูลที่มีแหล่งอ้างอิงมาให้ดูข้างล่างครับ นั่นคือ GINI coefficient ของไทยเราปรับตัวลดลงมาโดยตลอดครับ จากระดับ 0.508 สมัย #คุณทักษิณ ลงมาเป็น 0.484 สมัย #คุณอภิสิทธิ์ ลดเป็น 0.465 สมัย #คุณยิ่งลักษณ์ และเป็น 0.453 สมัย #คุณประยุทธ์ นั่นแปลว่าการกระจายรายได้ของเราดีขึ้นตลอดในช่วงที่ผ่านมาครับ ไม่ใช่ 5 ปี รวยกระจุก จนกระจาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คุณธนาธรยังบอกอีกครับว่า เพราะเราไม่เป็นประชาธิปไตย การกระจายรายได้เราถึงแย่ แต่ไปดูประเทศที่เป็นคอมมิวนิสต์เลยครับ GINI ของจีนอยู่ที่ 0.422 การกระจายรายได้ดีกว่ประเทศประชาธิปไตยหลายๆ ประเทศครับ หรือประเทศเวียดนามก็ปกครองโดยพรรคคอมมิวนิสต์ GINI ของเขาอยู่ที่ 0.353 การกระจายรายได้ก็ดีกว่าหลายๆ ประเทศ ทั้งที่เขาไม่ใช่ประชาธิปไตยครับ (ข้อมูลจาก ธนาคารโลก)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แล้วจริงๆ แล้วสาเหตุที่ทำให้รวยกระจุก จนกระจาย จริงๆ น่าจะมาจาก การที่ประเทศของเราไม่เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีครับ โดยเฉพาะในช่วง Industry 3.0 ซึ่งเกิดขึ้นตั้งแต่ทศวรรษ 1970 แล้วครับ (ผมเคยเล่าเรื่องนี้ไว้อย่างละเอียดแล้ว ไปตามอ่านได้ที่ https://www.facebook.com/piti.srisangnam/posts/10156256037917225 )&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมเขียนข้อแนะนำด้วยความหวังดีจริงๆครับ อยากเห็นพรรคการเมืองรุ่นใหม่ ของคนรุ่นใหม่ เลิกหาเสียง เลิกบิดเบือน แบบการเมืองเก่าๆ แบบที่พรรคอนาคตใหม่ต้องการมากำจัดน้ำเสีย ด้วยน้ำดี ดังนั้นต่อไปต้องระวังตัวให้มากครับ ไม่งั้นพรรคใหม่ๆ จะก็จะกลายเป็นพรรคน้ำเน่าไปครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าใครอยากชมการปราศรัยชิวๆ รูปแบบใหม่ๆ แบบที่ผมชื่นชมและเตือนด้วยความหวังดี ไปดูได้ที่ link นี้เลยครับ
https://www.facebook.com/FWPthailand/videos/305645993357963/&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เตือนด้วยความหวังที่ดีต่อพรรคอนาคตใหม่ครับ
ปิติ ศรีแสงนาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เกือบลืมเดี๋ยวจะหาว่าไม่เชียร์จริง #ฟ้ารักพ่อ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29951</URL_LINK>
                <HASHTAG>จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, ประชาธิปไตย, ปิติ ศรีแสงนาม, รวยกระจุก จนกระจาย, หาเสียง, อนาคตใหม่, อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190225/image_big_5c7416ad3c651.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25409</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/12/2018 09:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/12/2018 09:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปชป.อัดรัฐบาลทำบัตรคนจนเสียของ สร้างความรวยให้นายทุน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ธ.ค. 2561 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ &amp;nbsp;กล่าวถึงนโยบายพรรคประชาธิปัตย์ที่จะใช้ชูธงการหาเสียงเลือกตั้งในครั้งนี้ว่า พรรคจะเริ่มทยอยออกมาเสนอต่อประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยนโยบายส่วนใหญ่เป็นปัญหาที่อยู่ในใจประชาชน ทั้งเรื่องปากท้อง คอร์รัปชั่น อย่างไรก็ตามคิดว่าประชาชนอยากเห็น 3 อย่างคือ 1.ทำอย่างไรให้เศรษฐกิจดีขึ้น และหวังว่าจะยั่งยืน และลดความเหลื่อมล้ำ 2. ไม่อยากเห็นบ้านเมืองเป็นวัฎจักรวนเวียน ทุจริต ปฏิวัติ และเลือกตั้ง และ3. เรื่องคุณภาพชีวิตที่จะทำให้ชีวิตของประชาชนตลอดจนลูกหลานดีขึ้นกว่าปัจจุบัน ดังนั้นหลักการเหล่านี้จะอยู่ในนโยบายของพรรคที่ได้เตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว เช่น การปราบปรามการทุจริตคอรัปชั่น การสาธารณสุข การศึกษา เช่น คืนครูให้กับนักเรียนและเรื่องอื่นๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เท่าที่พรรคได้ทยอยปล่อยนโยบายออกไปบ้างแล้วนั้นก็ได้รับความสนใจเสียงตอบรับจากประชาชนพอสมควร เช่น การดูแลเด็กเล็ก ขนาดนายกรัฐมนตรียังให้ความสนใจวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่าพรรคมีความจริงจังที่จะทำสิ่งใหม่ๆ ส่วนเรื่องปากท้องเรายังชูมาตรการประกันรายได้ ซึ่งที่ผ่านมาก็มีประชาชนได้ประโยชน์ และมองว่าเป็นมาตรการที่สร้างความอุ่นใจและมั่นคงให้ชีวิตได้ โดยรอบนี้เราจะขยายครอบคลุมถึงกลุ่มทำงาน และกลุ่มผู้ใช้แรงงานด้วย ถือเป็นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าในเรื่องปากท้อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นโยบายทั้งหมดสามารถจับต้องได้เป็นรูปธรรม เพราะที่ผ่านมาแม้ใครจะเว้นวรรคทางการเมือง แต่ผมเดินทางไปพบกับกลุ่มต่างๆตลอดเวลา5 ปี ศึกษาปัญหาประชาชนไม่เคยหยุด ผมว่าเราพร้อมจริงๆ เราไม่ได้เพิ่งจะมาสนใจปัญหาเหล่านี้ในตอนเลือกตั้ง ปัญหาในแต่ละกลุ่มอย่างเรื่องประมงที่เจอปัญหาด้านกฎหมายซ้ำแล้วซ้ำเล่า โดยรัฐบาลยอมจำนนกับต่างชาติอย่างง่ายดาย เราติดตามปัญหาทุกเรื่องอย่างต่อเนื่องและมั่นใจว่าเรามีทางออกให้กับประชาชน อีกทั้งทั้งมั่นใจว่าจะสามารถทำงานแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็ว&amp;rdquo; หัวหน้าพรรคปชป. กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวถึงการบริหารประเทศของรัฐบาลคสช.ที่ทำให้เกิดปัญหา &amp;rdquo;รวยกระจุก จนกระจาย&amp;rdquo; ว่า ต้องให้ความเป็นธรรมก่อนว่าปัญหานี้เกิดขึ้นทั่วโลก เพราะระบบทุนนิยม และกลไกบางอย่างมีปัญหามากขึ้น อีกทั้งยังมีปัจจัยหลายอย่างมาซ้ำเติม แต่รัฐบาลนี้เหมือนจะไม่เข้าใจสภาพปัญหาที่เกิดขึ้น อีกทั้งยังพึ่งมากลไกธุรกิจใหญ่ในการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจ ภายใต้แนวความคิดประชารัฐจึงทำให้รัฐบาลได้แต่มุมมองของธุรกิจขนาดใหญ่ และสุดท้ายนโยบายหลายเรื่องจะเจตนาหรือไม่ ไม่ทราบ แต่นโยบายซ้ำเติมปัญหา&amp;rdquo;รวยกระจุก จนกระจาย&amp;rdquo; หรือแม้กระทั้งการจะช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่อุตส่าห์ให้เงินผู้มีรายได้น้อยแล้ว แต่ก็ห้ามไม่ให้ซื้อของจากผู้มีรายได้น้อยด้วยกัน ทำให้คนขายของประสพปัญหาหนักเข้าไปอีก เรื่องนี้ตนพูดมาเป็นปีจนทำให้รัฐบาลแก้ให้เงินผู้มีรายได้น้อยเป็นเงินสด เชื่อว่าหลังจากนี้ก็จะกลับเข้าสู่สภาพเดิมที่อยู่ดีๆก็ทุ่มเงินให้คนจำนวน 14 ล้านคน เพื่อให้เงินไปกองอยู่ที่ร้านประชารัฐเหมือนเดิม ซึ่งในแง่การกระตุ้นเศรษฐกิจถือว่าการทำลักษณะนี้ไม่ค่อยฉลาด และในแง่การลดความเหลื่อมล้ำก็แย่เข้าไปใหญ่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;โครงการนี้ถ้าอยู่ในมือประชาธิปัตย์ เราจะช่วยผู้มีรายได้น้อยได้มากกว่านี้โดยใช้เงินเท่าเดิม ซึ่งเรามีนโยบายระบบประกันรายได้อยู่แล้ว&amp;rdquo; นายอภิสิทธิ์ ระบุ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามย้ำว่า แสดงว่าพรรคประชาธิปัตย์จะยังทำโครงการลักษณะแบบนี้ใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตัวนี้ก็จะเป็นตัวหนึ่งที่มีไว้สำหรับผู้ยากไร้ เพียงแต่ว่าเราจะไม่บังคับให้เขาซื้อของจากร้านประชารัฐอีกต่อไป หากผู้ยากไร้อุดหนุนกับผู้ยากไร้ด้วยกันเองก็จะสร้างรายได้ให้กับคนจำนวนมาก
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25409</URL_LINK>
                <HASHTAG>บัตรคนจน, พรรคประชาธิปัตย์, รวยกระจุก จนกระจาย, อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, อัดรัฐบาล คสช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181215/image_big_5c14b22e8d76d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20757</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/10/2018 09:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/10/2018 09:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปชป.ฟังไว้ทำไมต้องเปลี่ยน&#039;ถาวร&#039;ห่วงพรรคตามโลกไม่ทันชูเส้นทางที่สามทุนนิยมสวัสดิการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26ต.ค.61-นายถาวร เสนเนียม อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.)ผู้สนับสนุนนพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีตส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ชิงหัวหน้าพรรคฯ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว หัวข้อ &amp;quot;ทำไมต้องเปลี่ยน&amp;quot; ระบุว่า
พรรคประชาธิปัตย์ตั้งมา 72 ปีได้รับการยอมรับว่าเป็นพรรคเชิงสถาบันเป็นพรรคเด่น (Dominant Party) พรรคหนึ่งเป็นพรรคเก่าแก่และประชาชนรู้จักกล่าวขวัญถึงมากทุกครั้งที่มีการเลือกตั้ง ประกอบกับพรรคประชาธิปัตย์เคยมีบทบาทต่อสู้กับเผด็จการมาอย่างยาวนานและยึดมั่นมั่นคงตลอดมาแต่อีกด้านหนึ่งกลับมีภาพลักษณ์ไม่ก้าวหน้าไม่มีอะไรใหม่และผลโพลเมื่อเร็ว ๆ นี้พบว่าผู้นำพรรคประชาธิปัตย์ได้รับความนิยมน้อยลงเรื่อย ๆ เมื่อเทียบกับผู้นำพรรคอื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
สาเหตุที่เป็นเช่นนี้ ผมคิดว่าเป็นเพราะพรรคประชาธิปัตย์วางตำแหน่งนโยบายไม่ถูกกับสถานการณ์ อีกทั้งขาดความทันสมัย และตามการเปลี่ยนแปลงของโลกไม่ทัน ตำแหน่งนโยบายที่พรรคประชาธิปัตย์วางอยู่ในปัจจุบัน เสรีประชาธิปไตย ซึ่งเคยได้ผลในการต่อสู้กับเผด็จการแต่ใช้ไม่ได้กับสถานการณ์ปัจจุบันเนื่องจากการเมืองไม่ได้แบ่งขั้วสุดโต่งเป็นซ้ายกับขวางอย่างในอดีต ประกอบกับลัทธิเสรีนิยมเชื่อระบบตลาดมากเกินไปจึงปล่อยให้ตลาดลอยตัว เกิดผู้แพ้จากการแข่งขันในระบบตลาดเสรีมากมาย โดยเฉพาะคนจนและคนอ่อนแอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ที่ถูกนั้น พรรคประชาธิปัตย์ต้องเปลี่ยนตำแหน่งนโยบายใหม่ หันเข้าสู่เส้นทางที่สาม (The Third Way) หรือทุนนิยมสวัสดิการ (Welfare Capitalism) หรือบางครั้งก็เรียกว่า &amp;ldquo;ทุนนิยมดูแลกัน&amp;rdquo; เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่าทุกวันนี้ &amp;ldquo;คอมมิวนิสต์&amp;rdquo; หรือแนวทาง มาร์กซิสต์ ไปไม่รอด ขณะเดียวกัน &amp;ldquo;เสรีนิยม&amp;rdquo; หรือเสรีประชาธิปไตย อย่างเดียว ก็เข็นไม่ขึ้น กำแพงเบอลินพังเป็นสัญลักษณ์ของการแพ้ &amp;ldquo;คอมมิวนิสต์&amp;rdquo; จนปรากฎว่าปัจจุบันคอมมิวนิสต์ เกือบทุกประเทศเปิดหมดแล้ว ขณะเดียวกัน เสรีนิยมอย่างเดียวก็ไปไม่รอดเพราะปล่อยให้ปลาใหญ่กินปลาเล็กและเกิดปรากฎการณ์ &amp;ldquo;รวยกระจุก จนกระจาย&amp;rdquo; มีผู้พ่ายแพ้จากการแข่งขันเต็มไปหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;ldquo;เสรีประชาธิปไตย&amp;rdquo; อย่างเดียวมีแต่อุดมการณ์จึงมองไม่เห็นและกินไม่ได้ ทุกคนถือว่าเป็นนโยบายพื้น ๆ เพราะในระบอบประชาธิปไตย เพราะในระบอบประชาธิปไตยก็ก็ต้องมีประชาธิปไตยเป็นพื้นฐานอยู่แล้ว ทุกวันนี้คนส่วนใหญ่ไม่ได้สู้กับคอมมิวนิสต์หรือเผด็จการ ศัตรูของคนส่วนใหญ่เป็นเรื่องของปากท้องและปัญหาทางเศรษฐกิจ คนส่วนใหญ่จึงต้องการ &amp;rdquo;ประชาธิปไตยกินได้&amp;rdquo; มากกว่ายกตัวอย่างจำนวนผู้สูงอายุของประเทศเราเริ่มมีมากขึ้นเรื่อย ๆ ดังที่ทราบกัน คาดว่าจะถึง 20% ของประชากรทั้งหมดในเร็ว ๆ นี้ แต่สวัสดิการที่ผู้สูงอายุได้รับ มีเพียงเงินช่วยเหลือจากรัฐบาลนิดหน่อย และมีคนอีกไม่กี่เปอร์เซ็นต์ ได้บำเหน็จบำนาญจากข้าราชการ ส่วนระบบประกันสังคมไทย ก็ดูแลเฉพาะค่ารักษาพยาบาลของคนอายุไม่เกิน 60 ปี ถ้าเกิน 60 ปีก็ไม่มีสิทธิเบิกเงินรักษาพยาบาล&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
แต่ถ้าไปดูของต่างประเทศ ผู้สูงอายุกลับได้รับบำเหน็จบำนาญจำนวนมาก และมีฐานะความเป็นอยู่ที่ดีกว่าประเทศเรา เช่น ออสเตรเลีย 54% ฝรั่งเศษ 61% อิตาลี่ 61% นอเวย์ 53% สวีเดน79% อังกฤษ 67% ซึ่งบำเหน็จบำนาญเหล่านี้ส่วนใหญ่มาจากระบบประกันสังคม ทำให้น่าคิดว่าเราจะเข้าถึงระบบประกันสังคมของประเทศเราเป็นอย่างนี้บ้าง นอกจากนั้นผู้สูงอายุยังต้องการทำงานและสามารถทำงานได้อีกจำนวนมาก ปัจจุบัน รัฐบาลยังไม่มีกลไกอะไรสนับสนุนผู้สูงอายุซึ่งจะกลายเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งกลุ่มใหม่และกลุ่มใหญ่อีกกลุ่มหนึ่งในอนาคตอันใกล้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นี่คือตัวอย่างที่ผมคิดว่าสิ่งแรกที่เราต้องเปลี่ยน คือจุดยืนของพรรคและนโยบายของพรรค ซึ่งจะทำให้พรรคประชาธิปัตย์ &amp;ldquo;ไม่ย่ำอยู่กับที่&amp;rdquo; เหมือนคนไม่รู้จักสรุปบทเรียน จึงไม่กล้าเปลี่ยน ผมคิดว่าเราต้องหาจุดยืนและนโยบายใหม่ เพื่อยกระดับพรรคให้ทันสมัยและตามกระแสโลกได้ทัน
#เลือกหมอวรงค์เป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์
#เบอร์2&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20757</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทุนนิยมสวัสดิการ, นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม, นายถาวร เสนเนียม, ประชาธิปไตยกินได้, ผู้สมัครชิงหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์, รวยกระจุก-จนกระจาย, เสรีนิยมประชาธิปไตย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181026/image_big_5bd279f363e24.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6402</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/04/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จากคนจนเมืองจีนถึงคนจนเมืองไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แอบแวะเข้าไปเยี่ยมเพื่อนเก่า เพื่อนร่วมกรง อย่าง คุณพี่แอ่น-มงคล วุฒิสิงห์ชัย (ทางเฟซบุ๊ก) เมื่อสองวันก่อน นอกจากได้เจอกับ อารมณ์ขัน แบบชนิดฮาขี้แตก-ขี้แตนของคุณพี่ท่านแล้ว ยังได้มีโอกาสเห็น คลิป ที่คุณพี่ แอ่น ท่านไปแอ่นเอามาจากไหนก็มิอาจทราบได้ มาโพสต์ มาแชร์ ไว้ในเฟซบุ๊กของท่าน ซึ่งต้องยอมรับว่า...เป็นอะไรที่น่าสนใจ น่าคิด น่าสะกิดใจ มิใช่น้อย นั่นคือคลิปที่ว่าด้วยหัวข้อเรื่อง รัฐบาลจีนช่วยเหลือคนจนอย่างไร...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;------------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คือเรื่องการ ช่วยเหลือคนจน หรือ การขจัดความยากจน ของรัฐบาลจีนนั้น...น่าจะเป็นเรื่องที่รับรู้กันชนิดทั่วทั้งโลกไปแล้ว ณ บัดนี้ เพราะเป็นเรื่องที่ถูกนำมาโจษจัน เล่าขาน ในฐานะตัวอย่าง แบบอย่าง ระดับไม่เพียงแต่เลขาธิการสหประชาชาติ ต้องออกมายกย่อง สรรเสริญ ประเทศคอมมิวนิสต์จีน อย่างเป็นทางการ หรืออย่างเป็นกิจการ กระทั่ง สื่อตะวันตก ในประเทศทุนนิยมทั้งหลายแท้ๆ แม้แต่หนังสือพิมพ์ นิวยอร์ก ไทม์ ของคุณพ่ออเมริกา ยังอดไม่ได้ที่จะแสดงความ ซูฮก ต่อรัฐบาลจีน ภายใต้การนำของประธานาธิบดี สีทนได้ (สีจิ้นผิง) ที่ได้วางเข็มมุ่ง นโยบาย จะเอาชนะความจนในประเทศจีนให้จงได้ ภายในปี ค.ศ.2020 จนทำให้ผลแห่งการปฏิบัติ (ที่ไม่ใช่แค่การพูดเรื่อยๆ เจื้อยๆ ไปตามเรื่อง ตามราว) ส่งผลให้โลกทั้งโลกต้องหันมาให้ความยอมรับอย่างมิอาจปฏิเสธได้ รวมทั้งส่งผลให้บรรดากุมารจีนทั้งหลาย พร้อมที่จะ ทนสีได้ ไม่ว่าสีคิดจะ อยู่ยาวว์ว์ว์ ไปอีกซักกี่ปีต่อกี่ปีก็ตาม...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -------------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อันที่จริง...นอกจาก คลิปวิดีโอ ที่ว่านี้ สำนักข่าว Thaipublica ของบ้านเรา ก็ได้นำเอาเรื่องราวเหล่านี้มาเสนอไว้เป็นรายงานตั้งแต่เมื่อปลายปีที่แล้วโน่นเลย โดยคุณพี่ ปรีดี บุญซื่อ ท่านได้เจาะ เกาะ ติด นำเอาความเคลื่อนไหวของนโยบายขจัดความยากจนในประเทศจีน มาเสนอไว้เป็นตอนๆ&amp;nbsp; ตั้งแต่ช่วงปลายปีที่แล้ว และช่วงต้นปีนี้ โดยให้รายละเอียดเอาไว้น่าสนใจเอามากๆ ใครที่อยากจะรับรู้ รับทราบ คงต้องไปหาอ่านกันเอาเอง แต่โดยสรุปคร่าวๆ...จุดที่ถือเป็น ความสำเร็จ ในการเอาชนะความยากจนของประเทศจีนนั้น นักคิด นักวิชาการ จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ชื่อว่านาย Nara&amp;nbsp; Dillon ผู้เขียนบทความเรื่อง What Can China Teach Us About Fighting Poverty ได้สรุปเอาไว้แบบสั้นๆ ง่ายๆ แม้จะต้องอาศัยความยากลำบากในการปฏิบัติมิใช่น้อย นั่นก็คือการอาศัยองค์ประกอบทางยุทธศาสตร์ 3 ประการ คือ 1.ข้อมูล 2.กระบวนการพัฒนา และ 3.การจัดสรรสวัสดิการ...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -------------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และดูเหมือนว่าภายใน 3 องค์ประกอบที่ว่านี้...ประการแรกคือ ข้อมูล นั้น น่าจะเป็น จุดเริ่มต้น ที่สำคัญที่สุด โดยจะต้องผ่านกระบวนการสืบเสาะ ค้นหา ไล่มาตั้งแต่การพิสูจน์อัตลักษณ์ ด้วยการเปิดให้ลงทะเบียนคนจนทั่วประเทศ สั่งการให้เจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือของท้องถิ่นเข้าไปจับเข่า จับหัวหน่าว&amp;nbsp; พูดคุยกับคนจนกันถึงที่ ก่อนที่จะนำมาวิเคราะห์จัดลำดับให้กลายเป็นโครงการแต่ละโครงการที่เหมาะสม สอดคล้อง กับสภาพแวดล้อมและตัวตนของผู้คนเหล่านั้นกันจริงๆ เสร็จแล้วยังต้องนำไปประเมินผล&amp;nbsp; ตั้งแผนกประเมินผลขึ้นมาติดตามผลงานกันในแต่ละระยะ ฯลฯ สิ่งที่เรียกว่า ข้อมูล อันถือเป็นจุดเริ่มต้นของยุทธศาสตร์ขั้นแรก ว่าไปแล้ว...จึงแทบไม่ต่างไปจากสิ่งที่ล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 9 ของเรา ท่านทรงใช้คำว่า เข้าใจและเข้าถึง นั่นเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; --------------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดังนั้น...เมื่อ เข้าใจ และ เข้าถึง แล้ว สิ่งที่ตามมาคือ กระบวนการพัฒนา มันจึงค่อนข้างไหลลื่น ตรงเป้า ตรงวัตถุประสงค์แถมตรงใจกับบรรดาผู้ได้รับความช่วยเหลือทั้งหลาย อีกทั้งยังตรงกับสภาวะแวดล้อม ไม่ได้ออกไปทางยังไงๆ ต้องสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินให้จงได้ อะไรประมาณนั้น แต่เป็นกระบวนพัฒนาที่อาศัยข้อเท็จจริงตามสภาพแวดล้อมของผู้คนในพื้นที่นั้นๆ หรืออาศัยผู้คนในพื้นที่นั้นๆ เป็นผู้กำหนดสิ่งที่สอดคล้อง เหมาะสม กับตัวของตัวเองเป็นหลัก โดยที่บรรดา สวัสดิการ ต่างๆ ซึ่งถูกแจกจ่ายไปยังคนจนในแต่ละพื้นที่ ไม่ว่าการที่รัฐเข้าไปแบกรับค่ารักษาพยาบาล 70 เปอร์เซ็นต์ เพื่อประกันสุขภาพของผู้คน การยกเลิกการเก็บค่าเล่าเรียนของบรรดาโรงเรียนในชนบท โดยรัฐเป็นผู้จ่ายเงินชดเชยให้โรงเรียนแต่ละโรงเรียน ฯลฯ จึงไม่ได้ออกไปทาง ประชานิยม ใดๆ ทั้งสิ้น การแก้ปัญหาคนจนในเมืองจีน เลยกลายเป็นแบบอย่าง ตัวอย่าง ที่ทำให้โลกทั้งโลก อดทึ่ง อดประทับใจ ขึ้นมามิได้...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ---------------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนประเทศไทยแลนด์ แดนสยาม ของหมู่เฮา...ที่เคยมีพระมหากษัตริย์ผู้ทรงมีสถานะไม่ต่างอะไรไปจาก ภูมิปัญญาแห่งสังคม เคยได้ทรงชี้แนะ ชี้นำ อะไรต่อมิอะไรเอาไว้เยอะแยะ มากมาย ไม่ใช่แค่เฉพาะเรื่อง เข้าใจ-เข้าถึง-และพัฒนา เท่านั้น แต่ยังมีเรื่อง เศรษฐกิจพอเพียง ที่ตรัสเอาไว้ตั้งแต่เมื่อเกือบ 40 ปีที่แล้ว แต่ทุกวันนี้...ยังคงไม่ไปไหน ไม่ว่าโลกจะยอมรับแทบจะทั่วทั้งโลกไปแล้วก็ตาม จุดที่น่าสนใจและน่าติดตามอยู่ไม่น้อย ก็คือรัฐบาลปัจจุบัน อย่างรัฐบาล คสช.ท่านก็ดูจะเริ่มต้นเอาจริงเอาจัง หลังจากผ่านไปแล้วประมาณ 3 ปี คือเริ่มจะ เอาแบบจีน หรือจะ เอาตามแนวทางพระราชดำริ ในเรื่อง เข้าใจ-เข้าถึง-และพัฒนา ก็แล้วแต่ ด้วยการเปิดให้ลงทะเบียนคนจน เริ่มคิดจะส่งเจ้าหน้าที่&amp;nbsp; (กระทรวงการคลัง) เข้าไปจับเข่า จับหัวหน่าว บรรดาผู้ที่ลงทะเบียนคนจนขึ้นมามั่งแล้ว...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ---------------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ที่ออกจะน่าหวั่นใจอยู่บ้างตามสมควร...ก็คือบรรดาคนไทยทั้งหลาย ไม่ว่ายาก ดี มี จน จะเกิดอาการ ทนตู่ได้ เหมือนอย่างที่ ทนสีได้ แบบบรรดาชาวจีนไปอีกซักนานขนาดไหน อีกทั้งบรรดา ข้าราชการไทย ที่แม้ถูกสั่งให้ไปจับเข่า จับหัวหน่าว ชาวบ้าน ชาวช่อง แต่ถ้าจับไป-จับมา ดันหันไปจับเงินสงเคราะห์คนจน คนไร้ที่พึ่ง เงินชาวเขา เงินเด็ก ฯลฯ เอามาเข้ากระเป๋าตัวเองซะยังงั้น!!! จะไล่ตบ ไล่บี้ ไล่ขจัดกวาดล้างแบบที่ผู้นำจีนกวาดล้าง แมลงวัน ไปจนถึง เสือ นับเป็นล้านๆ ราย ก็อาจต้องเจอกับ เพื่อน-พ้อง-น้อง-พี่ หรือเจอกับ แหวนแม่-นาฬิกาเพื่อน เข้าอีกจนได้ โอกาสที่ ต้นตำรับเศรษฐกิจพอเพียง อย่างประเทศไทย จะสามารถบรรลุเป้าหมาย ได้เหมือนอย่าง สังคมพอเพียง ของประเทศจีน สามารถขจัดอาการ รวยกระจุก-จนกระจาย ขณะที่คนจนต้อง รูดบัตร ตามร้านธงฟ้าต่อไปเรื่อยๆ จึงเป็นอะไรที่หนักไปทางวอต เอฟเวอร์ วิลบี วิลบี นั่นแล...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -----------------------------------------------------------&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก C.S. Lewis...&amp;ldquo;What you see and hear depends a good deal on&amp;nbsp; where you are standing; it also depends on what sort of people you are.- ท่านได้เห็นและได้ยินอะไร ขึ้นอยู่กับว่าท่านยืนอยู่ ณ จุดจุดใด รวมทั้งขึ้นอยู่กับว่า...ท่านเป็นคนประเภทใด...&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ---------------------------------------------------------------&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6402</URL_LINK>
                <HASHTAG>ช่วยเหลือคนจน, ท่านขุนน้อย, ปรีดี บุญซื่อ, รวยกระจุก-จนกระจาย, เข้าใจ-เข้าถึง-และพัฒนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180113/5a59fd579d53a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6401</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/04/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จากคนจนเมืองจีนถึงคนจนเมืองไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แอบแวะเข้าไปเยี่ยมเพื่อนเก่า เพื่อนร่วมกรง อย่าง คุณพี่แอ่น-มงคล วุฒิสิงห์ชัย (ทางเฟซบุ๊ก) เมื่อสองวันก่อน นอกจากได้เจอกับ อารมณ์ขัน แบบชนิดฮาขี้แตก-ขี้แตนของคุณพี่ท่านแล้ว ยังได้มีโอกาสเห็น คลิป ที่คุณพี่ แอ่น ท่านไปแอ่นเอามาจากไหนก็มิอาจทราบได้ มาโพสต์ มาแชร์ ไว้ในเฟซบุ๊กของท่าน ซึ่งต้องยอมรับว่า...เป็นอะไรที่น่าสนใจ น่าคิด น่าสะกิดใจ มิใช่น้อย นั่นคือคลิปที่ว่าด้วยหัวข้อเรื่อง รัฐบาลจีนช่วยเหลือคนจนอย่างไร...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;------------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คือเรื่องการ ช่วยเหลือคนจน หรือ การขจัดความยากจน ของรัฐบาลจีนนั้น...น่าจะเป็นเรื่องที่รับรู้กันชนิดทั่วทั้งโลกไปแล้ว ณ บัดนี้ เพราะเป็นเรื่องที่ถูกนำมาโจษจัน เล่าขาน ในฐานะตัวอย่าง แบบอย่าง ระดับไม่เพียงแต่เลขาธิการสหประชาชาติ ต้องออกมายกย่อง สรรเสริญ ประเทศคอมมิวนิสต์จีน อย่างเป็นทางการ หรืออย่างเป็นกิจการ กระทั่ง สื่อตะวันตก ในประเทศทุนนิยมทั้งหลายแท้ๆ แม้แต่หนังสือพิมพ์ นิวยอร์ก ไทม์ ของคุณพ่ออเมริกา ยังอดไม่ได้ที่จะแสดงความ ซูฮก ต่อรัฐบาลจีน ภายใต้การนำของประธานาธิบดี สีทนได้ (สีจิ้นผิง) ที่ได้วางเข็มมุ่ง นโยบาย จะเอาชนะความจนในประเทศจีนให้จงได้ ภายในปี ค.ศ.2020 จนทำให้ผลแห่งการปฏิบัติ (ที่ไม่ใช่แค่การพูดเรื่อยๆ เจื้อยๆ ไปตามเรื่อง ตามราว) ส่งผลให้โลกทั้งโลกต้องหันมาให้ความยอมรับอย่างมิอาจปฏิเสธได้ รวมทั้งส่งผลให้บรรดากุมารจีนทั้งหลาย พร้อมที่จะ ทนสีได้ ไม่ว่าสีคิดจะ อยู่ยาวว์ว์ว์ ไปอีกซักกี่ปีต่อกี่ปีก็ตาม...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -------------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อันที่จริง...นอกจาก คลิปวิดีโอ ที่ว่านี้ สำนักข่าว Thaipublica ของบ้านเรา ก็ได้นำเอาเรื่องราวเหล่านี้มาเสนอไว้เป็นรายงานตั้งแต่เมื่อปลายปีที่แล้วโน่นเลย โดยคุณพี่ ปรีดี บุญซื่อ ท่านได้เจาะ เกาะ ติด นำเอาความเคลื่อนไหวของนโยบายขจัดความยากจนในประเทศจีน มาเสนอไว้เป็นตอนๆ&amp;nbsp; ตั้งแต่ช่วงปลายปีที่แล้ว และช่วงต้นปีนี้ โดยให้รายละเอียดเอาไว้น่าสนใจเอามากๆ ใครที่อยากจะรับรู้ รับทราบ คงต้องไปหาอ่านกันเอาเอง แต่โดยสรุปคร่าวๆ...จุดที่ถือเป็น ความสำเร็จ ในการเอาชนะความยากจนของประเทศจีนนั้น นักคิด นักวิชาการ จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ชื่อว่านาย Nara&amp;nbsp; Dillon ผู้เขียนบทความเรื่อง What Can China Teach Us About Fighting Poverty ได้สรุปเอาไว้แบบสั้นๆ ง่ายๆ แม้จะต้องอาศัยความยากลำบากในการปฏิบัติมิใช่น้อย นั่นก็คือการอาศัยองค์ประกอบทางยุทธศาสตร์ 3 ประการ คือ 1.ข้อมูล 2.กระบวนการพัฒนา และ 3.การจัดสรรสวัสดิการ...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -------------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และดูเหมือนว่าภายใน 3 องค์ประกอบที่ว่านี้...ประการแรกคือ ข้อมูล นั้น น่าจะเป็น จุดเริ่มต้น ที่สำคัญที่สุด โดยจะต้องผ่านกระบวนการสืบเสาะ ค้นหา ไล่มาตั้งแต่การพิสูจน์อัตลักษณ์ ด้วยการเปิดให้ลงทะเบียนคนจนทั่วประเทศ สั่งการให้เจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือของท้องถิ่นเข้าไปจับเข่า จับหัวหน่าว&amp;nbsp; พูดคุยกับคนจนกันถึงที่ ก่อนที่จะนำมาวิเคราะห์จัดลำดับให้กลายเป็นโครงการแต่ละโครงการที่เหมาะสม สอดคล้อง กับสภาพแวดล้อมและตัวตนของผู้คนเหล่านั้นกันจริงๆ เสร็จแล้วยังต้องนำไปประเมินผล&amp;nbsp; ตั้งแผนกประเมินผลขึ้นมาติดตามผลงานกันในแต่ละระยะ ฯลฯ สิ่งที่เรียกว่า ข้อมูล อันถือเป็นจุดเริ่มต้นของยุทธศาสตร์ขั้นแรก ว่าไปแล้ว...จึงแทบไม่ต่างไปจากสิ่งที่ล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 9 ของเรา ท่านทรงใช้คำว่า เข้าใจและเข้าถึง นั่นเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; --------------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดังนั้น...เมื่อ เข้าใจ และ เข้าถึง แล้ว สิ่งที่ตามมาคือ กระบวนการพัฒนา มันจึงค่อนข้างไหลลื่น ตรงเป้า ตรงวัตถุประสงค์แถมตรงใจกับบรรดาผู้ได้รับความช่วยเหลือทั้งหลาย อีกทั้งยังตรงกับสภาวะแวดล้อม ไม่ได้ออกไปทางยังไงๆ ต้องสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินให้จงได้ อะไรประมาณนั้น แต่เป็นกระบวนพัฒนาที่อาศัยข้อเท็จจริงตามสภาพแวดล้อมของผู้คนในพื้นที่นั้นๆ หรืออาศัยผู้คนในพื้นที่นั้นๆ เป็นผู้กำหนดสิ่งที่สอดคล้อง เหมาะสม กับตัวของตัวเองเป็นหลัก โดยที่บรรดา สวัสดิการ ต่างๆ ซึ่งถูกแจกจ่ายไปยังคนจนในแต่ละพื้นที่ ไม่ว่าการที่รัฐเข้าไปแบกรับค่ารักษาพยาบาล 70 เปอร์เซ็นต์ เพื่อประกันสุขภาพของผู้คน การยกเลิกการเก็บค่าเล่าเรียนของบรรดาโรงเรียนในชนบท โดยรัฐเป็นผู้จ่ายเงินชดเชยให้โรงเรียนแต่ละโรงเรียน ฯลฯ จึงไม่ได้ออกไปทาง ประชานิยม ใดๆ ทั้งสิ้น การแก้ปัญหาคนจนในเมืองจีน เลยกลายเป็นแบบอย่าง ตัวอย่าง ที่ทำให้โลกทั้งโลก อดทึ่ง อดประทับใจ ขึ้นมามิได้...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ---------------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนประเทศไทยแลนด์ แดนสยาม ของหมู่เฮา...ที่เคยมีพระมหากษัตริย์ผู้ทรงมีสถานะไม่ต่างอะไรไปจาก ภูมิปัญญาแห่งสังคม เคยได้ทรงชี้แนะ ชี้นำ อะไรต่อมิอะไรเอาไว้เยอะแยะ มากมาย ไม่ใช่แค่เฉพาะเรื่อง เข้าใจ-เข้าถึง-และพัฒนา เท่านั้น แต่ยังมีเรื่อง เศรษฐกิจพอเพียง ที่ตรัสเอาไว้ตั้งแต่เมื่อเกือบ 40 ปีที่แล้ว แต่ทุกวันนี้...ยังคงไม่ไปไหน ไม่ว่าโลกจะยอมรับแทบจะทั่วทั้งโลกไปแล้วก็ตาม จุดที่น่าสนใจและน่าติดตามอยู่ไม่น้อย ก็คือรัฐบาลปัจจุบัน อย่างรัฐบาล คสช.ท่านก็ดูจะเริ่มต้นเอาจริงเอาจัง หลังจากผ่านไปแล้วประมาณ 3 ปี คือเริ่มจะ เอาแบบจีน หรือจะ เอาตามแนวทางพระราชดำริ ในเรื่อง เข้าใจ-เข้าถึง-และพัฒนา ก็แล้วแต่ ด้วยการเปิดให้ลงทะเบียนคนจน เริ่มคิดจะส่งเจ้าหน้าที่&amp;nbsp; (กระทรวงการคลัง) เข้าไปจับเข่า จับหัวหน่าว บรรดาผู้ที่ลงทะเบียนคนจนขึ้นมามั่งแล้ว...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ---------------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ที่ออกจะน่าหวั่นใจอยู่บ้างตามสมควร...ก็คือบรรดาคนไทยทั้งหลาย ไม่ว่ายาก ดี มี จน จะเกิดอาการ ทนตู่ได้ เหมือนอย่างที่ ทนสีได้ แบบบรรดาชาวจีนไปอีกซักนานขนาดไหน อีกทั้งบรรดา ข้าราชการไทย ที่แม้ถูกสั่งให้ไปจับเข่า จับหัวหน่าว ชาวบ้าน ชาวช่อง แต่ถ้าจับไป-จับมา ดันหันไปจับเงินสงเคราะห์คนจน คนไร้ที่พึ่ง เงินชาวเขา เงินเด็ก ฯลฯ เอามาเข้ากระเป๋าตัวเองซะยังงั้น!!! จะไล่ตบ ไล่บี้ ไล่ขจัดกวาดล้างแบบที่ผู้นำจีนกวาดล้าง แมลงวัน ไปจนถึง เสือ นับเป็นล้านๆ ราย ก็อาจต้องเจอกับ เพื่อน-พ้อง-น้อง-พี่ หรือเจอกับ แหวนแม่-นาฬิกาเพื่อน เข้าอีกจนได้ โอกาสที่ ต้นตำรับเศรษฐกิจพอเพียง อย่างประเทศไทย จะสามารถบรรลุเป้าหมาย ได้เหมือนอย่าง สังคมพอเพียง ของประเทศจีน สามารถขจัดอาการ รวยกระจุก-จนกระจาย ขณะที่คนจนต้อง รูดบัตร ตามร้านธงฟ้าต่อไปเรื่อยๆ จึงเป็นอะไรที่หนักไปทางวอต เอฟเวอร์ วิลบี วิลบี นั่นแล...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -----------------------------------------------------------&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก C.S. Lewis...&amp;ldquo;What you see and hear depends a good deal on&amp;nbsp; where you are standing; it also depends on what sort of people you are.- ท่านได้เห็นและได้ยินอะไร ขึ้นอยู่กับว่าท่านยืนอยู่ ณ จุดจุดใด รวมทั้งขึ้นอยู่กับว่า...ท่านเป็นคนประเภทใด...&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ---------------------------------------------------------------&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6401</URL_LINK>
                <HASHTAG>ช่วยเหลือคนจน, ท่านขุนน้อย, ปรีดี บุญซื่อ, รวยกระจุก-จนกระจาย, เข้าใจ-เข้าถึง-และพัฒนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180113/5a59fd579d53a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
