<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>69646</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/06/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/06/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตรวจเยี่ยมสปส.เพชรบุรี จ่ายเงินทดแทนว่างงาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ปรึกษา รมว.แรงงานตรวจเยี่ยม สปส.เพชรบุรี รับทราบการจ่ายประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานจากเหตุสุดวิสัย พร้อมขับเคลื่อนงานเครือข่ายประกันสังคมทั่วไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2563 รศ.ดร.จักษ์ พันธ์ชูเพชร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน &amp;nbsp;ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมการให้บริการของสำนักงานประกันสังคม (สปส.) จังหวัดเพชรบุรี และรับฟังการสรุปผลการจ่ายประโยชน์ทดแทน กรณีว่างงานจากเหตุสุดวิสัยของสำนักงานประกันสังคมจังหวัดเพชรบุรี และสาขาชะอำ พร้อมขับเคลื่อนงานเครือข่ายประกันสังคมทั่วไทยผ่านหลักบวร โดยมีกลุ่มตัวแทน (กลุ่มพระสงฆ์/กลุ่มโรงเรียน/กลุ่มหมู่บ้าน/กลุ่มสถานประกอบการ) และมีนายณัฐวุฒิ เพ็ชรพรหมศร รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี, นายสุรสิทธิ์ ศรีแก้ว ประกันสังคมจังหวัดเพชรบุรี และหัวหน้าส่วนราชการกระทรวงแรงงาน พร้อมเจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รศ.ดร.จักษ์ พันธ์ชูเพชร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้เปิดเผยถึงนโยบายกระทรวงแรงงาน ที่ให้ความสำคัญและติดตามผลการดำเนินงานของหน่วยงานในกำกับ ว่าเมื่อวันที่ 24 มิ.ย.63 &amp;nbsp;ตนได้ลงพื้นที่จังหวัดเพชรบุรีเพื่อรับฟังสรุปผลการจ่ายประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานจากเหตุสุดวิสัย &amp;nbsp;ของสำนักงานประกันสังคมจังหวัดเพชรบุรี และสาขาชะอำ ซึ่งตนได้รับรายงานจากนายสุรสิทธิ์ ศรีแก้ว &amp;nbsp;ประกันสังคมจังหวัดเพชรบุรี ว่าปริมาณงานที่เข้ามาทั้งสิ้น 12,979 ราย ได้เร่งวินิจฉัยจ่ายสิทธิประโยชน์ ไปแล้ว (ณ วันที่ 19 มิ.ย.63) จำนวน 12,451 ราย จ่ายประโยชน์ทดแทนไปแล้ว จำนวน 120,221,595 &amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ขณะนี้สำนักงานประกันสังคมจังหวัดเพชรบุรียังสามารถบริหารจัดการได้และยินดีให้บริการแก่ผู้ประกันตนอย่างเต็มที่ และในการนี้ตัวแทนงานเครือข่ายประกันสังคมทั่วไทย หรือกลุ่มบวร &amp;nbsp;(กลุ่มพระสงฆ์/กลุ่มโรงเรียน/กลุ่มหมู่บ้าน/กลุ่มสถานประกอบการ) ได้เข้าพบตนเพื่อรับทราบนโยบายการดำเนินงาน และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับปัญหาและอุปสรรค นอกจากนี้ยังได้มีการมอบนโยบายให้แก่หัวหน้าส่วนราชการของกระทรวงแรงงาน (5 เสือ) พร้อมทั้งเยี่ยมผู้ประกันตนที่ทุพพลภาพเพื่อมอบสิ่งของและให้กำลังใจ สำหรับในช่วงบ่าย ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานได้เดินทางไปพบปะเยี่ยมชมวิสาหกิจกลุ่มอาชีพ &amp;quot;เกลือทะเลกังหันทอง&amp;quot; ที่ตำบลบางแก้ว อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี เพื่อขยายความคุ้มครองให้กลุ่มอาชีพอิสระดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานกล่าวในตอนท้ายว่า ในการเดินทางมาตรวจเยี่ยมราชการครั้งนี้ ตนได้เน้นย้ำให้สำนักงานประกันสังคมจังหวัดเพชรบุรีจ่ายสิทธิประโยชน์ให้แก่ผู้ประกันตนอย่างรัดกุม รอบคอบ ให้ได้รับสิทธิประโยชน์ทั่วถึง พร้อมกันนี้ตนขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน และตัวแทนกลุ่มเครือข่ายประกันสังคม ที่ร่วมขับเคลื่อนประกันสังคมและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ประกอบอาชีพอิสระเพื่อประโยชน์สูงสุด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69646</URL_LINK>
                <HASHTAG>รศ.ดร.จักษ์ พันธ์ชูเพชร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200624/image_big_5ef3596c87e47.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69593</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/06/2020 15:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/06/2020 15:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ที่ปรึกษา รมว.แรงงาน ตรวจเยี่ยม สปส.เพชรบุรี รับทราบการจ่ายประโยชน์ทดแทนว่างงานจากเหตุสุดวิสัย พร้อมขับเคลื่อนงานเครือข่ายประกันสังคมทั่วไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2563 รศ.ดร.จักษ์ พันธ์ชูเพชร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมการให้บริการของสำนักงานประกันสังคมจังหวัดเพชรบุรี และรับฟังการสรุปผลการจ่ายประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงาน จากเหตุสุดวิสัยของสำนักงานประกันสังคมจังหวัดเพชรบุรี และสาขาชะอำ พร้อมขับเคลื่อนงานเครือข่ายประกันสังคมทั่วไทย ผ่านหลักบวร โดยมีกลุ่มตัวแทน (กลุ่มพระสงฆ์/ กลุ่มโรงเรียน/ กลุ่มหมู่บ้าน/ กลุ่มสถานประกอบการ) โดยนายณัฐวุฒิ เพ็ชรพรหมศร รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี นายสุรสิทธิ์ ศรีแก้ว ประกันสังคมจังหวัดเพชรบุรี และหัวหน้าส่วนราชการกระทรวงแรงงาน พร้อมเจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รศ.ดร.จักษ์ พันธ์ชูเพชร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้เปิดเผยถึงนโยบายกระทรวงแรงงาน ที่ให้ความสำคัญและติดตามผลการดำเนินงานของหน่วยงานในกำกับ ว่าเมื่อวันที่ 24 มิ.ย.63 ตนได้ลงพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี เพื่อรับฟังการสรุปผลการจ่ายประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงาน จากเหตุสุดวิสัย ของสำนักงานประกันสังคมจังหวัดเพชรบุรี และสาขาชะอำ ซึ่งตนได้รับรายงานจาก นายสุรสิทธิ์ ศรีแก้ว ประกันสังคมจังหวัดเพชรบุรี ว่าปริมาณงานที่เข้ามาทั้งสิ้น 12,979 ราย ได้เร่งวินิจฉัยจ่ายสิทธิประโยชน์ ไปแล้ว (ณ วันที่ 19 มิ.ย.63) จำนวน 12,451 ราย จ่ายประโยชน์ทดแทนไปแล้ว จำนวน 120,221,595 บาท อย่างไรก็ตามขณะนี้สำนักงานประกันสังคมจังหวัดเพชรบุรี ยังสามารถบริหารจัดการได้และยินดีให้บริการ แก่ผู้ประกันตนอย่างเต็มที่ และในการนี้ตัวแทนงานเครือข่ายประกันสังคมทั่วไทย หรือกลุ่มบวร (กลุ่มพระสงฆ์/กลุ่มโรงเรียน/ กลุ่มหมู่บ้าน/ กลุ่มสถานประกอบการ) ได้เข้าพบตน เพื่อรับทราบนโยบายการดำเนินงาน และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับปัญหาอุปสรรค นอกจากนี้ ยังได้มีการมอบนโยบายให้กับหัวหน้าส่วนราชการของกระทรวงแรงงาน (5 เสือ) พร้อมทั้ง เยี่ยมผู้ประกันตนที่ทุพพลภาพเพื่อมอบสิ่งของและให้กำลังใจ สำหรับในช่วงบ่าย ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้เดินทางไปพบปะเยี่ยมชมวิสาหกิจกลุ่มอาชีพ เกลือทะเลกังหันทอง ตำบลบางแก้ว อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี เพื่อขยายความคุ้มครองให้กับ กลุ่มอาชีพอิสระดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวในตอนท้ายว่า ในการเดินทางมาตรวจเยี่ยมราชการในครั้งนี้ ตนได้เน้นย้ำให้สำนักงานประกันสังคมจังหวัดเพชรบุรีจ่ายสิทธิประโยชน์ให้กับผู้ประกันตนอย่างรัดกุมรอบครอบให้ได้รับสิทธิประโยชน์ทั่วถึง พร้อมกันนี้ตนขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน และตัวแทน กลุ่มเครือข่ายประกันสังคม ที่ร่วมขับเคลื่อนประกันสังคมและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ประกอบอาชีพอิสระเพื่อประโยชน์สูงสุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69593</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงแรงงาน, ประกันสังคม, รศ.ดร.จักษ์ พันธ์ชูเพชร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200624/image_big_5ef30cf367242.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69094</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/06/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/06/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;กำนัน&#039;เข้าใจหม่อมเต่า ก้าวไกลชง&#039;พรบ.ฉุกเฉิน&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;สุเทพ&amp;rdquo; เผยเข้าอกเข้าใจ &amp;ldquo;หม่อมเต่า&amp;rdquo; ชี้คนอายุ 75-76 ปีย่อมมีความคิดเป็นของตัวเอง &amp;nbsp;การทำงานเป็นพรรคของประชาชนจึงอาจอึดอัด &amp;ldquo;หมอเลี้ยบ-สหายอ้วน&amp;rdquo; ยังกั๊กกลุ่มแคร์จะกลายเป็นพรรคการเมืองหรือไม่ โยนเป็นเรื่องอนาคต &amp;ldquo;จอม&amp;rdquo; โผล่เย้ยระวังเป็นแค่แป้งเด็กแคร์ &amp;ldquo;ก้าวไกล&amp;rdquo; แก้ปัญหาไม่ยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน รวมรายชื่อ 55 ส.ส.ยื่นคลอด พ.ร.บ.ฉุกเฉินแทน บอกทุกเรื่องต้องให้สภาอนุมัติและตรวจสอบได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพฤหัสบดี ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ปฏิเสธการตอบคำถามถึงเรื่องการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ โดยนายกฯ เดินขึ้นไปยังห้องทำงานบนตึกไทยคู่ฟ้าทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะเลขาธิการพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) กล่าวถึงการส่งสัญญาณปรับ ครม.ว่า นายกฯ ยังไม่ได้พูดอะไรทั้งสิ้น ส่วนพรรคเองเราก็ทำงานให้ดีที่สุด &amp;nbsp;ซึ่งเราเป็นพรรคเล็ก ไม่มีอะไรวุ่นวาย ดูแลช่วยเหลือกัน &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศาลอาญา นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตเลขาธิการคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) และผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) เดินทางมาศาลตามนัดสืบพยาน และให้สัมภาษณ์ถึงกรณี ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล รมว.แรงงาน ลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าและสมาชิกพรรค รปช.ว่า &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 17 มิ.ย. นายทวีศักดิ์ ณ ตะกั่วทุ่ง รักษาการหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรคแถลงชัดเจนว่า การลาออกเป็นเหตุผลของ ม.ร.ว.จัตุมงคล ไม่ได้ทะเลาะเบาะแว้ง ไม่ได้มีปัญหาอะไรทั้งนั้น ท่านตัดสินใจของท่านเอง ลาออกจากสมาชิกพรรคด้วย หลังจากนี้ก็เป็นเรื่องของกระบวนการตามกฎระเบียบของพรรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ม.ร.ว.จัตุมงคลพูดทำนองเหมือนไม่สามารถทำตามคอนโทรลได้ มีนัยอะไรหรือไม่ นายสุเทพกล่าวว่า ธรรมดาคนเราอายุกว่า 75-76 ปี มีความคิดเป็นตัวตนของตัวเอง เมื่อมาทำงานกับคนหมู่มากในระบบพรรคก็อาจอึดอัดบ้าง แต่พรรค รปช.เป็นพรรคของประชาชน เราพยายามที่จะให้พรรคของเราเป็นพรรคของประชาชนที่สมบูรณ์แบบ เพราะฉะนั้นเวลาเราส่งคนไปเป็นรัฐมนตรีที่กระทรวง &amp;nbsp;พรรคก็จะมอบนโยบาย มอบแนวทาง ซึ่งมาจากการปรึกษาหารือกับประชาชนฝ่ายต่างๆ สิ่งที่เสนอไปคือเรื่องของการแก้ปัญหาให้ประเทศชาติประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามยืนยันว่าเป็นเรื่องความขัดแย้งหรือไม่ลงรอยในการทำงานหรือไม่ นายสุเทพกล่าวว่า อย่าไปพูดว่าเป็นความขัดแย้งไม่ลงรอย ท่านอาจจะรู้สึกอึดอัดใจ ก็เห็นใจท่าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;จริงๆ ผมก็เจอท่านบ่อยพอสมควรนะ แต่ว่าส่วนใหญ่ก็จะเจอกันในที่ประชุม แล้วก็โตๆ กันแล้ว &amp;nbsp;ไม่ได้พูดคุยอะไรกันมากมาย ธรรมดา&amp;rdquo; นายสุเทพตอบสั้นๆ เมื่อถูกถามว่าพูดจากันหรือเคลียร์ใจกันหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ รศ.ดร.จักษ์ พันธ์ชูเพชร อดีต กก.บห.พรรค รปช.และที่ปรึกษา รมว.แรงงานโพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ &amp;ldquo;ข้อคิดก่อนวันพระ&amp;rdquo; ว่า &amp;quot;สูงสุดของความกล้า คือกล้าที่จะขอโทษ สูงสุดความเข้มแข็ง คือเข้มแข็งที่จะให้อภัย และสูงสุดการยอม คือยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้น&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านความเคลื่อนไหวของกลุ่มก้อนการเมืองต่างๆ นั้น นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี สมาชิกเริ่มต้นกลุ่มแคร์ให้สัมภาษณ์ถึงการขับเคลื่อนกลุ่มหลังเปิดตัวเป็นทางการว่า การทำงานของกลุ่มแคร์ไม่ใช่การทำงานแบบพรรคการเมือง โดยจะเน้นเรื่องประชาสังคมที่ทำให้เกิดการเคลื่อนไหวภาคประชาสังคม เพราะการขับเคลื่อนสังคมที่ผ่านมาจะเน้นประเด็นเฉพาะเรื่อง มองว่าจุดอ่อนการทำงานแบบเดิมคือไม่สามารถเห็นภาพรวม ทำให้ข้อเสนอต่างๆ ไม่รอบด้าน และเมื่อคิดแล้วนำเสนอจบแค่นั้น แต่การทำงานของกลุ่มแคร์จะคิดในองค์รวม เพราะมองว่าคิดเฉพาะเรื่องไม่น่าจะพอ เราจึงคิดคำ &amp;ldquo;คิด เคลื่อน ไทย&amp;rdquo; ขึ้นมา โดยไม่จำกัดแค่เรื่องใดเรื่องหนึ่ง แต่คิดทุกเรื่องที่เป็นองค์ประกอบของสังคม ทั้งเศรษฐกิจ สังคม &amp;nbsp;การเมือง การกระจายอำนาจ การลดความเหลื่อมล้ำ เมื่อถึงเวลาเคลื่อนจะไม่ใช่แค่คิดแล้วเสนอ แต่ต้องขับเคลื่อน อะไรสามารถมีกิจกรรมนำไปสู่การแก้ปัญหา โดยใช้เครือข่ายมาเชื่อมโยงการขับเคลื่อน เกื้อหนุนการทำงานกันในลักษณะเครือข่ายไม่มีลำดับชั้น&amp;nbsp;
แคร์กั๊กพัฒนาเป็นพรรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าการไม่ทำงานแบบพรรคการเมืองเป็นอย่างไร นายสุรพงษ์ตอบว่า พรรคการเมืองจะมีแกนนำพรรค มีลักษณะลำดับชั้น คนตัดสินใจจะเป็นแกนนำพรรค แต่แคร์ไม่มีกรรมการแคร์ สมาชิกเริ่มต้นเป็นลักษณะผู้ประสานงาน และเราบอกตัวเองว่าเราไม่ใช่พรรคการเมือง ไม่ได้บอกทุกคนที่อยู่ในแคร์ห้ามการเมือง ไม่ใช่ คนเป็นนักการเมืองก็มาอยู่ในแคร์ได้ ใครที่อยากให้ประเทศพ้นวิกฤติ เอาความเชี่ยวชาญของตัวเองมาเชื่อมต่อกับคนอื่น แล้วใช้เครือข่ายนี้ขับเคลื่อนเรื่องต่างๆ ในพื้นที่ต่างๆ โดยไม่มีข้อจำกัดต้องขออนุมัติจากใคร เราไม่ได้บอกว่าไม่เกี่ยวข้องการเมือง ใครเป็นนักการเมืองจะนำความคิดไปช่วยผลักดันต่อในสภาผู้แทนราษฎร หรือประสานกระทรวงต่างๆ ก็จะทำให้งานต่างๆ บรรลุผลได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าต่อไปกลุ่มแคร์จะกลายเป็นพรรคการเมืองหรือไม่ นพ.สุรพงษ์ตอบว่าเป็นสิ่งที่ต้องการทำให้เกิดความชัดเจน ตอนที่ทำพรรคไทยรักไทย ช่วงคิดทำนโยบายมีความคิดต่างๆ มากมาย แต่พอเป็นรัฐบาลทุกคนภารกิจรัดตัว ทำให้ไม่ได้มานั่งคิดเรื่องใหม่ๆ เป็นจุดอ่อนไม่สามารถมีความคิดใหม่ๆ &amp;nbsp;ที่มองไปข้างหน้า ฉันใดฉันนั้น ถ้าหากจะมีคนบางคนในแคร์ผลักดันสร้างพรรคก็เป็นเรื่องของเขา แต่เราต้องการองค์กรที่เป็นพื้นที่ความคิดใหม่ๆ ที่มองไกลไปข้างหน้า เป็นความคิดที่หลากหลาย รู้จริงแต่ละเรื่องมองทุกอย่าง แต่ไม่ว่าจะอย่างไรกลุ่มแคร์ก็ยังคงอยู่ และถ้าพรรคการเมืองใดเห็นประโยชน์ก็สามารถนำความคิดของกลุ่มแคร์ไปใช้ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายภูมิธรรม เวชยชัย สมาชิกพรรคเพื่อไทย (พท.) ที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้าน และสมาชิกเริ่มต้นกลุ่มแคร์ กล่าวว่า เราคือภาคประชาสังคม เป็นเครือข่ายที่ดึงคนทุกส่วนเข้ามาทำงานร่วมกัน ผู้ประสานงานกลุ่มจากที่เดิมมี 4 คนก็เพิ่มขึ้นเป็น 10 คน หลังจากเสร็จการเปิดตัวแล้วท่านเหล่านี้ก็ได้ไปออกรายการต่างๆ เพื่อบอกกล่าวในสิ่งที่เราจะดำเนินการต่อไป สิ่งสำคัญที่สุดจากวันนี้ไปจะเดินหน้าสร้างเวที หรือพื้นที่พบประชาชนในพื้นที่ต่างๆ และกลุ่มวิชาชีพต่างๆ ส่วนจะเป็นพื้นที่ใดกลุ่มใดบ้างจะหารือกันอีกครั้งในสัปดาห์นี้ วันนี้เราเชิญชวนประชาชนมาร่วมสร้างพื้นที่ความคิด เพราะเชื่อว่าสังคมวันนี้ไม่สามารถอยู่ได้ในโลกยุคใหม่โดยผู้นำเดี่ยวคนเดียว แต่ต้องระดมความคิดคนจำนวนมากเพื่อเข้ามาร่วมกันขับเคลื่อนประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ช่วงเดือน ก.ค.เราจะเดินหน้าจัดแคร์การท่องเที่ยววิถีใหม่ โดยเป็นเวทีใช้ความคิดในสังคมไทยทั้งหมดมาช่วยกัน โดยไม่ต้องแบ่งแยกความคิดเหล่านี้ไป หากใครนำไปสู่การปฏิบัติเรายินดี ส่วนที่ถามว่าที่สุดแล้วกลุ่มแคร์จะเป็นพรรคการเมืองหรือไม่นั้น จุดเริ่มต้นของพวกเราเริ่มจากปัญหาที่มีอยู่ในสังคม &amp;nbsp;ส่วนทางออกจากนี้เป็นเรื่องของอนาคต เป็นเรื่องที่สมาชิกกลุ่มและสังคมต้องช่วยกันกำหนด&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายจอม เพชรประดับ สื่อมวลชนอิสระที่ลี้ภัยในประเทศสหรัฐอเมริกา โพสต์เฟซบุ๊กถึงกลุ่มแคร์ว่า &amp;quot;เป็นกลุ่มการเมืองใหม่ที่น่าจับตา แต่ถ้าถามว่าชวนตื่นเต้น เร้าใจต่อการสร้างพลังไปสู่การเปลี่ยนแปลงประเทศมากน้อยแค่ไหน คำตอบคือเฉยๆ เพราะความตื่นเต้นที่จะได้เห็นนักการเมือง หรือกลุ่มการเมืองจุดชนวนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างสำคัญนั้นได้ถูกพิสูจน์มาแล้วว่า การเมืองภายใต้บริบทนี้ ยิ่งมากกลุ่ม มากพรรค มากแนวคิด มากอุดมการณ์ ก็ไม่อาจสร้างมวลชนให้ก่อพลังไปสู่การเปลี่ยนแปลงได้มากเหมือนเช่นที่ผ่านมาและเป็นอยู่ หากเป็นกลุ่มที่คอยตรวจสอบ ท้วงติง ตั้งคำถาม ต่อกระบวนการแก้ปัญหา หรือพัฒนาประเทศของภาครัฐ รวมทั้งเสนอแนะเชิงนโยบาย แนวทางแก้ปัญหาแต่ละด้าน อันนี้อาจจะส่งผลได้มากกว่า&amp;quot;&amp;nbsp;
เย้ยแค่แป้งเด็กแคร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;หากเป็นกลุ่มการเมืองใหม่ที่หวังจะสร้างชาติด้วยพลังประชาชนโดยเชื่อมโยงแตะมือเข้ากับยุทธศาสตร์ทางการเมืองใหม่ของเผด็จการทหารในขณะนี้ อันนี้ก็อาจหวังได้ว่าสุดท้ายก็กลายเป็นเพียงแป้งเด็กแคร์ แต่ก็ให้กำลังใจนะครับ&amp;rdquo; นายจอมโพสต์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับกระแสข่าวการผลักดันกฎหมายนิรโทษกรรมนั้น นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส.นครพนม พรรค เพื่อไทย กล่าวว่า ดีใจได้เพียงข้ามคืนเพราะโฆษกรัฐบาลปฏิเสธข่าวดังกล่าวแล้ว ซึ่งการรัฐประหารเมื่อ &amp;nbsp;22 พ.ค.57 ข้ออ้างประการหนึ่งนอกเหนือจากการรักษาความสงบเรียบร้อยในบ้านเมือง คือการสร้างความปรองดองของคนในชาติ พล.อ.ประยุทธ์ที่บัดนี้มาเป็นนายกฯ รอบที่สองควรแสดงภาวะผู้นำ เมื่อเรียนผูกก็ควรเรียนแก้ ไหนๆ ก็มีผู้จุดประเด็นสร้างความปรองดองขึ้นมาอีกครั้ง ก็ควรที่จะสานต่อ เพราะคุณธรรมทางศาสนาที่สำคัญนั้น ได้แก่ อภัยและเมตตา จึงควรให้อภัยและเมตตาแก่บุคคลที่ต้องคดีการเมือง และคดีอาญาที่เกี่ยวเนื่องกับการเมือง ยกเว้นคดีทุจริต ซึ่งการสร้างความปรองดองของคนในชาติในช่วงเวลานี้ถือเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสิระ พิมพ์กลาง อดีตหัวหน้าพรรคเพื่อนไทย หนึ่งในแกนนำคนเสื้อแดงสกลนคร กล่าวประเด็นนี้ว่า พร้อมสนับสนุนเพราะนายกฯ มีความตั้งใจดี ตั้งใจทำความดี ทำให้บ้านเมืองเกิดความสงบ &amp;nbsp;ทำให้คนเกิดความรักความสามัคคี ขอให้เป็นนายกฯ ต่อ การนิรโทษกรรมเป็นแนวทางที่แกนนำเสื้อแดงภาคอีสานต้องการ เพราะบ้านเมืองตอนนี้มีปัญหา ทั้งเรื่องเศรษฐกิจ ไวรัสโควิด-19 เรื่องภัยพิบัติ ที่น่าเป็นห่วง จึงอยากให้ทุกฝ่ายหันหน้ามาร่วมมือกันในภาวะแบบนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ที่บริเวณประตู 3 ทำเนียบรัฐบาล กลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย, คณะประชาชนเพื่ออิสรภาพ (คปอ.), แนวร่วมนิสิต นักศึกษา และประชาชน นำโดยนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข, นายโชติศักดิ์ อ่อนสูง และนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ ทำกิจกรรมอ่านแถลงการณ์เรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจอย่างเร่งด่วน โดยนายพริษฐ์และสมาชิกได้ตะโกนพร้อมกัน 3 ครั้งว่า &amp;ldquo;ยกเลิก &amp;nbsp;พ.ร.ก.ฉุกเฉิน&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมากลุ่มแอมแนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล จำนวน 10 คน ร่วมแจกจ่ายเอกสารและอ่านแถลงการณ์เรียกร้อง ให้นายกรัฐมนตรีกัมพูชาสอบสวนและนำตัวผู้ต้องสงสัยเข้าสู่กระบวนการพิจารณาอย่างเป็นธรรม และปฏิบัติตามอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองบุคคลมิให้สูญหายเกี่ยวกับการหายตัวไปของนายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ ก่อนเดินทางกลับ
ชงผุด พ.ร.บ.ฉุกเฉิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล พร้อมคณะร่วมกันแถลงถึงการเสนอร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. .... โดยมี ส.ส.พรรค 55 คนเข้าชื่อเสนอต่อนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร โดยนายรังสิมันต์กล่าวว่า เมื่อรัฐบาลยังคงการใช้ พ.ร.ก.ฉุนเฉินเอาไว้ พรรคไม่เห็นด้วยจึงได้เตรียมเสนอร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว เพราะการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิทธิเสรีภาพ แม้จะอ้างเรื่องคุมโควิด แต่วันนี้ไม่มีตัวเลขผู้เสียชีวิต แสดงให้เห็นว่าไม่มีความชอบธรรม การคง พ.ร.ก.ฉุกเฉินไว้ไม่ใช่การแก้ไขโควิด แต่เป็นการป้องกันไม่ให้ประชาชนวิจารณ์รัฐบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;อยากทราบว่าการคง พ.ร.ก.มีไว้เพื่อใครกันแน่ ยังไม่นับเรื่องการเลือกตั้งท้องถิ่น ลึกๆ แล้วคงไว้เพื่อการเลือกตั้งท้องถิ่นหรือไม่ วันนี้สภาทำอะไรไม่ได้เลย เป็นแค่เสือกระดาษที่ตรวจสอบการใช้อำนาจตาม พ.ร.ก.ของรัฐบาล ในเมื่อรัฐบาลไม่ยกเลิก พรรคจึงเสนอร่างพระราชบัญญัติเพื่อแก้ไขพระราชกำหนด&amp;rdquo; นายรังสิมันต์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวต่อไปว่า ร่าง พ.ร.บ.จะมีผลให้ยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 และมีสาระสำคัญ 4 &amp;nbsp;ประการ ดังนี้ 1.ให้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินโดยฝ่ายบริหารสามารถใช้บังคับได้ไม่เกิน 30 วัน โดยต้องได้รับความเห็นชอบจากสภาภายใน 7 วันนับแต่วันประกาศ รวมถึงการขยายเวลาแต่ละครั้งต้องได้รับความเห็นชอบจากสภา และหลังสิ้นสุดการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินแล้ว นายกฯ ต้องทำรายงานผลการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินต่อสภา 2.ยกเลิกอำนาจในการออกข้อกำหนดห้ามนำเสนอข่าวสาร &amp;nbsp;เพื่อให้สื่อมีอิสระในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร 3.ยกเลิกข้อยกเว้นที่ให้ข้อกำหนด ประกาศ คำสั่ง หรือการกระทำภายใต้การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินไม่ให้อยู่ในเขตอำนาจของศาลปกครอง และยกเลิกข้อยกเว้นให้พนักงานเจ้าหน้าที่ไม่ต้องรับผิดทั้งทางแพ่ง อาญา และวินัย เพื่อให้การใช้อำนาจภายใต้การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินถูกตรวจสอบได้โดยองค์กรตุลาการ และ 4.ในการจับกุมและควบคุมตัวบุคคลที่ต้องสงสัยภายใต้การประกาศสถานการณ์ที่มีความร้ายแรง จะต้องดำเนินการด้วยกระบวนการปรกติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา เช่น ควบคุมตัวได้ไม่เกิน 48 ชั่วโมง และต้องควบคุมตัวภายในสถานีตำรวจที่ญาติและทนายความเข้าถึงได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69094</URL_LINK>
                <HASHTAG>จอม เพชรประดับ, ชวลิต วิชยสุทธิ์, พริษฐ์ ชิวารักษ์, ภูมิธรรม เวชยชัย, รศ.ดร.จักษ์ พันธ์ชูเพชร, รังสิมันต์ โรม, สิระ พิมพ์กลาง, สุเทพ เทือกสุบรรณ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200618/image_big_5eeb671c15d09.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
