<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>48471</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/10/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/10/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ม็อบ3สารเคมี พาเหรดชุมนุม สายหนุน-ต้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สมาพันธ์เกษตรฯ&amp;quot; จับมือ &amp;quot;สมาคมเกษตรกรฯ ปลูกพืช ศก. 6 ชนิด&amp;quot; บุก ก.เกษตรฯ 21 ต.ค.นี้ ยืนขอรัฐชะลอเลิก 3 สารเคมี อ้างรอแนวทางช่วยเหลือเกษตรกรก่อน ส่วน &amp;quot;เครือข่ายหนุนแบนสารเคมี&amp;quot; ร่วมกับ สธ.เตรียมแถลงจุดยืนให้ กก.วัตถุอันตรายเลิกใช้สารพิษเด็ดขาดวันจันทร์นี้ &amp;quot;มนัญญา&amp;quot; รอลุ้น ลั่นทำดีที่สุดแล้ว &amp;quot;นักวิชาการ&amp;quot; แนะฝ่าย &amp;quot;หนุน-แบน&amp;quot; สู้กันด้วยข้อมูลให้ความรู้ ปชช.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 20 ต.ค. นายสุกรรณ์ สังขวรรณะ เลขาธิการสมาพันธ์เกษตรปลอดภัย กล่าวถึงกรณีการส่งเรื่องยกเลิกการใช้ 3 สารเคมีทางการเกษตร ทั้งคลอร์ไพริฟอส, พาราควอต และไกลโฟเซต เข้าที่ประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตรายพิจารณาว่า ในวันจันทร์ที่ 21 ต.ค.นี้ ช่วงเช้าสมาพันธ์ฯ จะร่วมกับผู้แทนสมาคมเกษตรกรผู้ปลูกพืชเศรษฐกิจ 6 ชนิด คือ อ้อย ปาล์มน้ำมัน ยางพารา มันสำปะหลัง ข้าวโพด และไม้ผล แถลงจุดยืนที่โรงแรมเอเชีย เพื่อให้รัฐชะลอการพิจารณายกเลิกสาร 3 ชนิดออกไป โดยหานวัตกรรมและแนวทางการช่วยเหลือเกษตรกรให้ได้ก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราเห็นว่าการยกเลิกสารเคมีทั้ง 3 ชนิด จะทำให้เกษตรกรได้รับผลกระทบทั้งต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ปริมาณและคุณภาพผลผลิตต่ำลง จากงานวิจัยของ รศ.พูนพิภพ เกษมทรัพย์ ภาควิชาพืชสวน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ระบุแปลงมันสำปะหลังนั้น หากควบคุมวัชพืชไม่ได้ ภายใน 2 เดือน ผลผลิตจะเสียหายถึงร้อยละ 80 ส่วนตนเองนั้นปลูกอ้อยกว่า 400 ไร่ หากไม่ป้องกันกำจัดหญ้า ผลผลิตจะลดน้อยลงเช่นกัน&amp;quot; นายสุกรรณ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เลขาฯ สมาพันธ์เกษตรปลอดภัยกล่าวว่า ในช่วงบ่ายจะไปพบกับนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะผู้บริหารสูงสุด ให้รับทราบถึงความเดือดร้อนของเกษตรกร อีกทั้งจะเสนอทางออกจากปัญหาที่สังคมสับสนว่าข้อมูลฝ่ายใดจริง ฝ่ายใดเท็จ รัฐสามารถให้มีการนำเสนอข้อมูลทางวิชาการและข้อมูลเชิงประจักษ์ให้ประชาชนรับทราบอย่างทั่วถึง หากยังมีประเด็นใดไม่ชัดเจน สามารถวิจัยใหม่ได้ จากนั้นจึงค่อยพิจารณาแก้ปัญหาให้ตรงจุด เนื่องจากการเลิกใช้สารเคมีชนิดใดชนิดหนึ่งแล้วให้ใช้สารเคมีชนิดใหม่ทดแทนไม่ได้ทำให้ผู้บริโภคปลอดภัยขึ้น ผู้ได้ประโยชน์คือผู้ค้าสารเคมี ซึ่งไม่ว่าจะใช้สารใดก็ขายได้ทั้งนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การยกเลิกสารเคมี 3 ชนิดไม่ใช่ทางออก เพราะมีความสุ่มเสี่ยงที่เกษตรกรบางส่วนที่จำเป็นต้องใช้ เนื่องจากยังไม่มีนวัตกรรมใดที่มีประสิทธิภาพทัดเทียมมาทดแทน จะแอบซื้อแอบใช้ ตลอดจนหาสารเคมีชนิดอื่นมาใช้ แต่มาตรการจำกัดการใช้ที่สอนให้เกษตรกรรู้วิธีป้องกันตัวเองขณะฉีดพ่น ใช้ในปริมาณที่เหมาะสม เก็บเกี่ยวผลผลิตหลังฉีดพ่นสารเคมีตามข้อกำหนด จะทำให้ทุกฝ่ายปลอดภัย ส่วนที่รัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทยระบุว่าหากยกเลิกสารเคมี 3 ชนิดไม่ได้จะลาออกทั้งหมดนั้น กลุ่มเกษตรกรต้องการให้ลาออกเสียก่อนที่จะมีการพิจารณา&amp;quot; เลขาฯ สมาพันธ์เกษตรปลอดภัยกล่าว
ลุ้นมติ กก.วัตถุอันตราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ น.ส.ปรกชล อู๋ทรัพย์ ผู้ประสานงานเครือข่ายสนับสนุนการแบนสารเคมีการเกษตรอันตราย 3 ชนิด กล่าวว่า พาราควอต, &amp;nbsp; ไกลโฟเซต และคลอร์ไพริฟอส มีพิษร้ายแรงเป็นอันตรายต่อสุขภาพของประชาชนเกินกว่าที่จะยอมรับได้ ในช่วงเช้าวันที่ 21 ต.ค.นี้ จะร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข ประกาศจุดยืนให้คณะกรรมการวัตถุอันตรายยกเลิกการใช้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ ยืนยันว่า กระทรวงเกษตรฯ ต้องดำเนินมาตรการจำกัดการใช้สารเคมี 3 ชนิด ได้แก่ คลอร์ไพริฟอส, พาราควอต และไกลโฟเซต ตามประกาศกระทรวงเกษตรฯ 5 ฉบับ ที่คณะกรรมการวัตถุอันตรายมีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ 14 ก.พ. โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 20 ต.ค. จนกว่าคณะกรรมการวัตถุอันตรายจะมีมติอื่นใด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเฉลิมชัยกล่าวว่า ไม่ทราบในการประชุมวันที่ 22 ต.ค. จะมีวาระพิจารณาเรื่องสารเคมีดังกล่าวหรือไม่ หากมีต้องรอดูว่าจะมีมติให้จำกัดการใช้ต่อไปหรือยกเลิก ซึ่งการประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตรายไม่ได้แจ้งมาที่ รมว.เกษตรฯ แต่จะแจ้งไปที่กรรมการโดยตรง ซึ่งผู้แทนของกระทรวงเกษตรฯ เป็นกรรมการ 5 คน จากทั้งหมด 29 คน ได้แก่ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร อธิบดีกรมปศุสัตว์ อธิบดีกรมประมง และเลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ไม่ว่าคณะกรรมการวัตถุอันตรายจะมีมติอย่างไร กระทรวงเกษตรฯ ในฐานะหน่วยงานปฏิบัติต้องทำตาม แต่ขณะนี้ยังคงต้องดำเนินมาตรการจำกัดการใช้ตามมติเดิม ไม่เช่นนั้นกระทรวงเกษตรฯ จะผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งได้เตรียมมาตรการช่วยเหลือและสนับสนุนเกษตรกรด้านต่างๆ ไว้แล้ว&amp;rdquo; รมว.เกษตรฯกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า วันที่ 22 ต.ค. จะมีการประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตราย ที่กระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งได้บรรจุวาระพิจารณาเกี่ยวกับสารเคมีวัตถุอันตราย 3 ชนิด ได้แก่ พาราควอต, ไกลโฟเซต และคลอร์ไพริฟอส ซึ่งตรงกับวันประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ทำเนียบรัฐบาล หลังจากเสร็จสิ้นประชุม ครม.อาจจะไปติดตามผลมติจากที่ประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตราย หากคณะกรรมการฯ ยังพิจารณาวาระนี้ไม่เสร็จสิ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ลุ้นระทึกนาทีต่อนาที เพราะทุกเรื่องที่ทำไปนั้นสุดมือแล้ว ขณะนี้รอดูคณะกรรมการวัตถุอันตรายรับไม้ต่อไป ซึ่งทางนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข ทำสุดตัวเช่นกัน โดยเฉพาะกระทรวงสาธารณสุขนั้น กรมต่างๆ เดินหน้าแบน 3 สารตลอดทุกนาที แต่เมื่อทำมาถึงขนาดนี้มีความหวัง 90% ที่คณะกรรมการวัตถุอันตรายจะมีมติยกเลิก ซึ่งขอความกรุณาปรานีจากคณะกรรมการฯ ให้เห็นใจคนเจ็บ คนป่วย และอย่าให้คนไทยต้องมาเจ็บป่วยมากกว่านี้เลย&amp;rdquo; น.ส.มนัญญากล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รมว.เกษตรและสหกรณ์กล่าวว่า จากนี้จะสั่งให้กรมวิชาการเกษตรนำบัญชีพืชสมุนไพรไทยมาผสมทำสูตรกำจัดวัชพืชและศัตรูพืชแมลงโรค รวมทั้งสูตรทำปุ๋ยอินทรีย์และน้ำหมักชีวภาพที่มีจำนวนมากให้เข้าสู่ขั้นตอนการขึ้นทะเบียน เพื่อสามารถจำหน่ายได้ ซึ่งที่ผ่านมาการขึ้นทะเบียนปุ๋ยอินทรีย์ น้ำหมักชีวภาพในไทยยังขึ้นทะเบียนยาก นอกจากนี้สั่งกรมวิชาการเกษตรและกรมส่งเสริมการเกษตรระงับการอบรมเกษตรกรที่ใช้สารเคมีไว้ก่อน แม้ประกาศกระทรวงเกษตรฯ 5 ฉบับเกี่ยวกับการจำกัดการใช้สารเคมีทางการเกษตร 3 ชนิด จะมีผลวันที่ 20 ต.ค. โดยให้รอมติคณะกรรมการวัตถุอันตรายอีก 2 วัน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่ากลุ่มเกษตรกรที่ต้องการใช้สารเคมี 3 ชนิดต่อไป ระบุมีความพยายามยกเลิกครั้งนี้เป็นทฤษฎีสมคบคิด เพราะมีผู้ผลิต/ค้าสาร นักการเมือง และเอ็นจีโอได้ผลประโยชน์จากนำเข้าสารเคมีชนิดใหม่ น.ส.มนัญญากล่าวว่า ไม่ใช่อาชีพของตน และไม่เคยมีผลประโยชน์ มาดูได้ทั้งปูมหน้าปูมหลัง ถ้ามีเรื่องผลประโยชน์ การยกเลิกสารเคมีก็เงียบไปนานแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การหาสารทดแทนเป็นหน้าที่ของกรมวิชาการเกษตร ซึ่งสารเคมียังมีอีกเป็นร้อยชนิดในท้องตลาดที่เกษตรกรเลือกใช้ได้ ต้นทุนไม่สูงอย่างที่พูดกัน อีกทั้งได้ปรับตัวมาทำเกษตรปลอดภัยกันก่อนหน้านี้จำนวนมาก&amp;quot; น.ส.มนัญญากล่าว
นักวิชาการชี้สู้ด้วยข้อมูล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายเชิดชัย จิณะแสน กรรมการอำนวยการขับเคลื่อนการจำกัดการใช้สารเคมีทางการเกษตร และประธานคณะกรรมการศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) ระดับประเทศ กระทรวงเกษตรฯ กล่าวว่า ได้ทำหนังสือแจ้งประธาน ศพก. 882 อำเภอทั่วประเทศ ระบุเกษตรกรที่มีความจำเป็นต้องใช้สารเคมีให้ใช้ต่อไปได้ แต่ต้องปฏิบัติตามกฎการใช้และข้อห้ามอย่างเคร่งครัดตามประกาศ 5 ฉบับของกระทรวงเกษตรฯ ซึ่งภาคการเกษตรของไทยมี 3 กลุ่ม คือ กลุ่มเกษตรเคมี, กลุ่มเกษตรปลอดภัย และกลุ่มเกษตรอินทรีย์ แต่ละกลุ่มเลือกวิถีเกษตรกรรมตามสภาพพื้นที่ ทุนดำเนินการ และปัจจัยแวดล้อม แต่ขอให้สมาชิก ศพก.อย่าเปรียบเทียบว่าสินค้าเกษตรของกลุ่มใดดีกว่ากัน จะทำให้เกิดความขัดแย้งและนำไปสู่การแบ่งข้างตามกระแสโซเชียลมีเดีย &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อีก 2 วันข้างหน้าจะมีการประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตราย หากมีมติยกเลิกสารเคมีทั้ง 3 ชนิด อาจสร้างความเสียหายให้แก่กลุ่มเกษตรไร่อ้อย ปาล์มน้ำมัน มันสำปะหลัง ยางพารา ข้าวโพด และไม้ผล รวมถึงอื่นๆ เกษตรกรเกรงว่าการช่วยเหลือของภาครัฐจะล่าช้าจนนำไปสู่การขาดความเชื่อมั่นรัฐบาล จึงขอให้ทุกภาคส่วนโปรดพิจารณาข้อมูลทางวิชาการอย่างรอบด้าน และหันมาพูดคุยกัน เพื่อหาทางออกที่เหมาะสม ไม่เช่นนั้นจะทำให้เกษตรกรต้องขาดเครื่องมือในการประกอบอาชีพ และยังสร้างความแตกแยกทางความคิดในสังคมอีกด้วย&amp;quot; ประธาน ศพก.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน รศ.สุขุม นวลสกุล อดีตอธิการบดี ม.รามคำแหง กล่าวถึงกลุ่มหนุนและกลุ่มแบน 3 สารเคมีเกษตรว่า เรื่องแบนสารเคมีน่าจะแบนได้ วิเคราะห์จากการให้ข่าวของทั้ง 2 ฝ่าย ฝ่ายหนึ่งบอกว่ามีอันตรายต่อชีวิต ทำให้เกิดโรค ทำให้เกิดผลกระทบต่างๆ ต่อสุขภาพของผู้ใช้และผู้บริโภค ขณะที่อีกฝ่ายมาพูดเรื่องราคาถูก แต่ไม่ได้ประกันเรื่องสุขภาพให้กับประชาชนเลย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จะเห็นว่าข้อมูลของฝ่ายแบนมีเหตุผลดีกว่า เรื่องสุขภาพมันไม่สมควรจะเอาอะไรมาต่อรองทั้งสิ้น ของบางอย่างต้องกลบฝังดินเลย ไม่ใช่ว่าเหลือแล้วต้องใช้ให้หมด เรื่องนี้ถ้าภาครัฐไปโอนอ่อนผ่อนตาม กลับไปบอกว่าให้แบนอย่างค่อยเป็นค่อยไป ยิ่งจะโดนสังคมวิพากษ์วิจารณ์ โดนตั้งคำถามว่าเห็นชีวิตคนเป็นอะไร&amp;quot; รศ.สุขุมกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน รศ.ดร.ยุทธพร อิสรชัย อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ ม.สุโขทัยธรรมาธิราช กล่าวว่า ตอนนี้สังคมได้เดินมาไกลแล้ว คนที่กลัวสารเคมี เป็นสิทธิ์ของเขา อย่าไปปรามาสว่ารู้น้อย ไม่หาข้อมูล เพราะหากจะเปลี่ยนใจ ก็ต้องให้ข้อมูลแก่อีกฝ่าย ซึ่งขอให้สู้กันด้วยข้อมูล.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48471</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปรกชล อู๋ทรัพย์, มนัญญา ไทยเศรษฐ์, รศ.ดร.ยุทธพร อิสรชัย, รศ.สุขุม นวลสกุล, สุกรรณ์ สังขวรรณะ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เฉลิมชัย ศรีอ่อน, เชิดชัย จิณะแสน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191020/image_big_5dac501ac908f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20400</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/10/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/10/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บี้4กก.ยุทธศาสตร์ 99%ชี้สังกัดพรรคควรออก พลเดชเมินลั่นรธน.ไม่ห้าม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โพลเขย่า คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติสังกัดพรรคการเมืองไขก๊อก สร้างบรรทัดฐานต้นแบบผู้นำ นักวิชาการชี้แค่หุ่นเชิด คสช. หากนั่งรากงอก ส่อประเทศเป็นรัฐราชการ ด้านเด็กเพื่อไทยควันออกหู &amp;nbsp;3บิ๊ก พปชร.ลอยหน้าลงพื้นที่หาเสียง สวดยับยังกินภาษี &amp;nbsp;ปชช. บี้ถอดหัวทุกตำแหน่งก่อนเข้าถนนการเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) นำเสนอผลโพล เรื่อง ลักษณะต้นแบบผู้นำประเทศที่ดี จำนวนทั้งสิ้น 1,061 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 15-20 ตุลาคม พ.ศ.2561 ที่ผ่านมา โดยพบข้อมูลที่น่าพิจารณาว่า ประชาชนส่วนใหญ่ หรือร้อยละ 99.2 ระบุกรรมการยุทธศาสตร์ชาติที่แสดงตนอยู่กับพรรคการเมือง ควรลาออก มีเพียงร้อยละ 0.8 เท่านั้นที่เห็นว่า ไม่ควรลาออก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 29 ส.ค.2560 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ลงนามในประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีเรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ และประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 134 ตอนพิเศษ 214 ง โดยคำสั่งดังกล่าวได้ประกาศแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติจำนวน 12 คน นอกเหนือจากกรรมการโดยตำแหน่งที่มีอยู่แล้ว ประกอบด้วย 1.นายกานต์ ตระกูลฮุน 2.นายชาติศิริ โสภณพนิช 3.นายเทียนฉาย กีระนันทน์ 4.นายบัณฑูร ล่ำซำ 5.พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง 6.นายพลเดช ปิ่นประทีป 7.นายวิษณุ เครืองาม 8.นายศุภชัย พานิชภักดิ์ 9.นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ 10.นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ 11.พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา และ 12.นายอุตตม สาวนายน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยพระราชบัญญัติการจัดทํายุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ.2560 ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษาเล่ม 134 ตอนที่ 79 ก เมื่อวันที่ 31 ก.ค.2560 ในหมวด 2 คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ มาตรา 13 ได้กำหนดวาระกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิไว้ว่า มีวาระการดํารงตําแหน่งคราวละ 5 ปี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับกรรมการในยุทธศาสตร์ชาติโดยตำแหน่งที่มีทั้งสิ้น 18 ตำแหน่ง และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ 12 ตำแหน่ง รวม 30 คนนั้น มีจำนวน 4 รายที่ได้ประกาศลงเล่นการเมือง ได้แก่ กรรมการโดยตำแหน่ง คือ นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ แกนนำพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ส่วนกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิประกอบด้วย นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ว่าที่รองหัวหน้าพรรค พปชร., นายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม ว่าที่หัวหน้าพรรค พปชร. และ นพ.พลเดช ปิ่นประทีป อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) สมาชิกพรรค พปชร.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รศ.ดร.ยุทธพร อิสรชัย อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช กล่าวว่า คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ มีวาระดำรงตำแหน่งต่ออีก 5 ปี ซึ่งหมายความว่า การทำงานของคณะกรรมการชุดนี้จะครอบคลุมระยะเวลาการบริหารงานของรัฐบาลชุดต่อไปอย่างแน่นอน ซึ่งการทำงานยังครอบคลุมไปถึงข้าราชการส่วนต่างๆ ที่ในภาพรวมฝ่ายที่ทำหน้าที่ควบคุมและตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล ส่วนใหญ่มาจากการแต่งตั้งของ คสช.เกือบทั้งสิ้น ทั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ คณะกรรมการปฏิรูปฯ สมาชิกวุฒิสภา หรือแม้แต่สมาชิกขององค์กรอิสระบางแห่ง ทำให้ภาพรวมของระบบเกือบทั้งหมดถูกกำกับโดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นอกจากนี้ การแต่งตั้งข้าราชการมาดำรงตำแหน่งในหน่วยงานเหล่านี้ มีแนวโน้มที่อาจทำให้ประเทศไทยกลายเป็นรัฐราชการ เพราะข้าราชการจะเป็นส่วนที่อำนาจมากในการต่อรอง และมีอิทธิพลเหนือภาคส่วนอื่น ทำให้การบริหารอาจไม่ตรงกับความต้องการของประชาชน&amp;quot; รศ.ดร.ยุทธพรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักวิชาการผู้นี้ระบุด้วยว่า ผู้ที่มาดำรงตำแหน่งคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ ควรมีที่มาจากการคัดเลือกด้วยกระบวนการประชาธิปไตยผ่านระบบรัฐสภา โดยให้ ส.ส.ที่ได้รับเลือกมีส่วนร่วมด้วย ในการแต่งตั้ง โดยผู้ที่ดำรงตำแหน่งต้องเข้าใจปัญหาที่แท้จริงของประชาชน และเข้าใจว่าเรื่องใดควรพัฒนาก่อน เพื่อการยอมรับของทุกฝ่ายมากกว่า ขณะที่คณะกรรมการชุดปัจจุบันทั้งหมดควรดำรงตำแหน่งเพียงชั่วคราวเท่านั้น แต่หากจะให้มีการเลือกตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาตินั้นคงเป็นเรื่องที่ซับซ้อนเกินไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.พลเดช ปิ่นประทีป เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) และกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ กล่าวปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็น โดยระบุว่า ส่วนงานที่ตนเองทำอยู่ จะยังทำต่อ ไม่ว่าจะเป็นเลขาธิการ สช. และกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ เพราะไม่ได้มีกติกาหรือรัฐธรรมนูญข้อไหนห้ามว่าข้าราชการ เจ้าหน้าที่รัฐจะเป็นสมาชิกพรรคการเมืองไม่ได้ ที่สำคัญ ตนเองจะไม่แสดงปฏิกิริยาอะไรในเรื่องการเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ที่ อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นำโดยนายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม ในฐานะว่าที่หัวหน้าพรรค, นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์ ในฐานะว่าที่เลขาธิการพรรค, &amp;nbsp;นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในฐานะว่าที่รองหัวหน้าพรรค ลงพื้นที่ร่วมกิจกรรม &amp;ldquo;สร้างเครือข่าย SME ต่อยอดธุรกิจเกษตร&amp;rdquo; ที่เลม่อน มี ฟาร์ม ฟาร์มมะนาวยุคใหม่ของนายธงชัยพัฒน์ ดีสวัสดิ์ ซึ่งมีการนำแนวคิดเกษตรแบบใหม่มาบูรณาการจนประสบความสำเร็จ โดยแกนนำ พปชร.ได้พบปะแลกเปลี่ยนความรู้กับเครือข่ายเกษตร เพื่อหาแนวทางต่อยอดส่งเสริมธุรกิจกับเครือข่ายภาคเกษตรด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายสนธิรัตน์กล่าวกับเครือข่ายภาคเกษตรตอนหนึ่งว่า มาวันนี้ไม่มีตำแหน่งอะไร ไม่ได้มาในนามรัฐมนตรี ขออย่าเรียกว่ารัฐมนตรี ถ้าเรียกก็จะโกรธ เรามาเพื่อรับฟัง แลกเปลี่ยนความคิดเห็น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอุตตมระบุว่า การมารับฟังและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นครั้งนี้ พรรค พปชร.ได้รับการเชิญชวน ซึ่งแกนนำทั้ง 3 คนมีความสนใจอยู่แล้ว เมื่อเกษตรกรรวมกลุ่มกัน ชวนเรามา เราก็ยินดี เพื่อมาดูว่าควรจะนำไปใช้ประโยชน์อย่างไร แต่เชื่อว่าสิ่งเหล่านี้เป็นประโยชน์แน่นอน ส่วนเสียงวิพากษ์ว่าพรรค พปชร.เอาเปรียบพรรคการเมืองอื่นนั้น เรื่องนี้ไม่ว่าจะเป็นในนามรัฐบาล หรือในนามรัฐมนตรี เราปฏิเสธเสียงวิพากษ์วิจารณ์ไม่ได้ และห้ามไม่ได้ เป็นเรื่องของความคิดเห็นของแต่ละคน เรื่องแบบนี้ต้องให้คนไทยฟังและตัดสินด้วยตัวเอง คงไม่ต้องอธิบายมาก เพราะสังคมจะพิจารณาและตัดสินเอง ว่าใครพูดอย่างไร และที่ผ่านมาเคยปฏิบัติอย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า นายชวน ชูจันทร์ ว่าที่กรรมการบริหารพรรค ระบุว่าพรรค พปชร.จะเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นนายกฯ นั้น นายอุตตมกล่าวว่า ยังไม่ได้อ่านรายละเอียด วันนี้เราไม่ได้มาเพื่อพูดเรื่องการเมือง และเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องที่มีคนพูดกันนานแล้ว และยังอีกไกลมาก เมื่อถึงเวลา เราจะมาหารือร่วมกัน แต่วันนี้พรรคยังไม่เกิดขึ้น เมื่อเกิดขึ้นแล้ว เราก็จะมาพูดคุยกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายสามารถ แก้วมีชัย อดีต ส.ส.เชียงราย และคณะทำงานติดตามการร่างรัฐธรรมนูญพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า ถ้าอยากจะหาเสียงได้ทุกวันก็ลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรี แล้วมาลงพื้นที่หาเสียงเสีย &amp;nbsp;เพราะทุกวันนี้ไม่ว่าจะวันเสาร์-อาทิตย์ หรือวันไหนๆ ท่านก็ยังกินเงินเดือนที่มาจากภาษีประชาชน และอยู่ในตำแหน่งที่สามารถให้คุณให้โทษได้ ดังนั้น ทุกพื้นที่ที่ท่านลงไป เจ้าหน้าที่รัฐต่างก็ต้องเกรงกลัวท่าน ทั้งเรื่องของการกินเงินเดือนจากภาษีประชาชนและตำแหน่ง ที่ท่านมีสิ่งเหล่านี้ติดตัวท่านไปด้วยในทุกที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทุกวัน ไม่ว่าท่านจะบอกว่าท่านถอดหัวโขนหรืออะไรแล้วก็ตาม ท่านไม่ต้องมาโวยวายคนอื่นเขาว่าท่านเสียเปรียบที่หาเสียงได้เพียงวันเสาร์-อาทิตย์ เพราะท่านสามารถลาออกแล้วลงมาสู่ถนนการเมืองให้เต็มที่ได้ ทุกวันนี้ไม่ว่าจะมองอย่างไรก็ไม่แฟร์อยู่แล้ว&amp;quot; นายสามาร ถกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า รัฐมนตรีจากพรรคพลังประชารัฐลงพื้นที่จังหวัดนครปฐม โดยบอกว่าเป็นการลงพื้นที่เพื่อรับฟังปัญหาของประชาชน ไม่ได้ไปหาเสียง นายสามารถ กล่าวว่า ตรงนี้เป็นปัญหาความได้เปรียบเสียเปรียบ เนื่องจากพอถึงเวลาท่านก็อ้างว่าท่านไปรับฟังปัญหาของพี่น้องประชาชน ทั้งที่ก็ลงไปหาคะแนนความนิยมในพื้นที่นั่นเอง เพียงแต่ถ้าเป็นพรรคอื่นลงไปจะเท่ากับเป็นการหาเสียงเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การแก้ปัญหาง่ายๆ เพื่อให้เกิดความเท่าเทียม คือ คสช.ควรปลดล็อกให้พรรคการเมืองดำเนินกิจกรรมทางการเมืองได้ และ 4 รัฐมนตรีที่มาเป็นกรรมการบริหารพรรคการเมืองควรลาออกเสีย เพียงเท่านี้ก็หมดปัญหาทุกอย่าง ไม่ต้องมายึกยักเจตนาให้ฝ่ายหนึ่งได้เปรียบ&amp;quot; นายสามารถระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20400</URL_LINK>
                <HASHTAG>กานต์ ตระกูลฮุน, ชวน ชูจันทร์, ชาติศิริ โสภณพนิช, ดร.นพดล กรรณิกา, ดร.ศุภชัย พานิชภักดิ์, นพ.พลเดช ปิ่นประทีป, นายอุตตม สาวนายน, บัณฑูร ล่ำซำ, พรรคพลังประชารัฐ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา, รศ.ดร.ยุทธพร อิสรชัย, วิษณุ เครืองาม, สมคิด จาตุศรีพิทักษ์, สุวิทย์ เมษินทรีย์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เทียนฉาย กีระนันทน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181021/image_big_5bcc8df684025.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
