<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>61118</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/03/2020 11:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/03/2020 11:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดราม่าไม่จบ!&#039;อ.อ๊อด&#039;ฟ้อง&#039;สิระ&#039;หมิ่นประมาทต่อว่าปมหน้ากากอนามัยเรียกค่าเสียหาย5ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27มี.ค.63-เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก รศ.ดร.วีรชัย พุทธวงศ์ หรืออาจารย์อ๊อด อาจารย์ประจำภาควิชาเคมี คณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์&amp;nbsp; พร้อมทนายความ เดินทางมาเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.เขตหลักสี่ พรรคพลังประชารัฐ เป็นจำเลย ในความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา, ดูหมิ่นซึ่งหน้า และดูหมิ่นโดยการโฆษณา&amp;nbsp; พร้อมเรียกร้องค่าเสียหาย จำนวน 5 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รศ.ดร.วีรชัย เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากกรณีเมื่อวันที่ 13 มี.ค. 2563 ที่ สน.ทุ่งสองห้อง เกิดเหตุการณ์ที่ตนคิดว่าควรจะปกป้องสิทธิของตนเอง ตนได้รับหมายเรียกไปที่ สน.ทุ่งสองห้อง ในฐานะพยาน จากกรณีเมื่อวันที่ 4 มี.ค. 2563 นายสิระได้แจกหน้ากากอนามัยให้กับประชาชนและมีผู้หวังดีส่งมาตรวจ โดยส่งมา 2 ยี่ห้อ ตนก็ตรวจตามปกติและยังดีใจที่นายสิระจะตรวจสอบกับผู้จำหน่ายให้ ในวันที่ 13 มี.ค. จึงเดินทางไปตามหมายเรียกพยานตามปกติ ไม่ได้คิดอะไร จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์ที่นายสิระ เข้ามาต่อว่าตนเองกลางโรงพักทุ่งสองห้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมคิดว่าทุกอาชีพมีศักดิ์ศรี โดยเฉพาะตนเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย มีหน้าที่ตามขอบเขต 4&amp;nbsp; หลักที่อาจารย์พึงกระทำคือ การสอน การวิจัย บริการวิชาการ ทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมแห่งชาติ&amp;nbsp; ซึ่งสิ่งที่ตนเองได้ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับหน้ากากอนามัยของนายสิระ ก็ถือเป็นงานด้านบริการวิชาการ ซึ่งไม่ได้คิดอะไร แต่ก็ไม่คาดคิดว่า จะนำมาสู่เหตุการณ์เมื่อวันที่ 13 มี.ค. ที่ผ่านมา ตอนแรกก็ยังลังเลว่าจะทำอย่างไร แต่สุดท้ายได้ปรึกษากับผู้ใหญ่หลายฝ่าย ผู้บังคับบัญชา รวมถึงคนที่ให้กำลังใจ จึงจำเป็นต้องปกป้องศักดิ์ศรี&amp;nbsp; ด้วยการมายื่นฟ้องในวันนี้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาจารย์อ๊อด ระบุด้วยว่า ใครจะผิดจะถูกอย่างไรก็ให้ศาลเป็นผู้พิจารณา ในส่วนของตนเองก็จะรวบรวมพยานหลักฐานให้ได้มากที่สุด เพื่อที่จะทำคดีนี้ให้เป็นบรรทัดฐาน เพราะทุกคนคือประชาชนคนไทยที่ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน ไม่มีใครมีอภิสิทธิ์ทั้งสิ้น แม้แต่ตัวอาจารย์อ๊อด รวมถึงนายสิระ ด้วย ดังนั้นก็ว่ากันไปตามพยานหลักฐาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังยื่นฟ้องแล้ว ศาลรับคดีไว้ในสารบบ นัดไต่สวนมูลฟ้องวันที่ 20 ก.ค. 2563 เวลา 13.00 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61118</URL_LINK>
                <HASHTAG>#หน้ากากอนามัย, นายสิระ เจนจาคะ, รศ.ดร.วีรชัย พุทธวงศ์, สน.ทุ่งสองห้อง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200327/image_big_5e7d8588407cb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58821</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/03/2020 09:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/03/2020 09:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สิระซวยแล้ว!ศรีสุวรรณชี้แจกหน้ากากอนามัยไร้คุณภาพผิดแพ่ง-อาญา-จริยธรรม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 มี.ค.2563 - นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ตามที่ รศ.ดร.วีรชัย พุทธวงศ์ อาจารย์ประจำภาควิชาเคมี คณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์ ได้นำหน้ากากอนามัย ที่มี ส.ส. พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นำมาแจกประชาชนมาตรวจสอบคุณภาพแล้วพบว่า เป็น ผ้าสปันบอนด์ ที่เกิดจากเส้นใยสังเคราะห์ของโพลิเมอร์ ที่เป็น &amp;ldquo;Polypropylene ( PP )&amp;rdquo; ซึ่งมีกลิ่นเหม็นพลาสติก มีขนาดบางมากๆ เส้นใยสีฟ้าเป็นการย้อมสีเพื่อให้ดูรู้สึกดี แต่ทั้ง 3 ชั้นบางมากและเป็นพอลิเมอร์ชนิดเดียวกัน ที่สำคัญมีกลิ่นฉุน แตกยุ่ยได้ง่าย ซึ่งจะก่อให้เกิดฝุ่นละอองขนาดเล็กที่เรียกว่า ไมโครพลาสติก หากสูดดมเข้าไปในร่างกาย มีความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งหากนำไปล้างน้ำและไหลลงไปในระบบนิเวศ เช่น แม่น้ำลำคลอง สัตว์น้ำ สัตว์ทะเลจะได้รับไมโครพลาสติกพวกนี้กลับเข้ามาสู่ระบบและมนุษย์ก็ไปกินสัตว์น้ำเหล่านี้ก็จะเข้ามาสู่ร่างกายได้เช่นกัน ในระยะยาวพลาสติกเหล่านี้ย่อยสลายได้ยากมาก และเป็นกลุ่มเสี่ยงซึ่งมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีที่เกิดขึ้น ส.ส.คนดังกล่าวต้องรีบเรียกคืนหน้ากากทั้ง 10,000 ชิ้นนำกลับมาทำลายให้หมด และจะต้องเร่งรีบกลับไปดำเนินการเอาผิดกับเจ้าของสินค้าหรือผู้ที่ขายมาให้โดยเร็ว เพราะถือได้ว่าเป็น &amp;ldquo;สินค้าที่ไม่ปลอดภัย&amp;rdquo; เพราะผู้ที่ได้รับแจกนำไปใช้แล้วหากเกิดความเสียหายภายใน 3 ปีสามารถเรียกค่าเสียหายในทางละเมิดได้ ตาม พ.ร.บ.ความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย 2551 นอกจากนั้นยังมีความผิดในทางอาญาด้วย ในข้อหากระทำการด้วยประการใดๆ ให้ผู้ซื้อหลงเชื่อในแหล่งกำเนิด สภาพคุณภาพหรือปริมาณแห่งของนั้นอันเป็นเท็จต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6 พันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ แต่หาก ส.ส.คนดังกล่าวไม่ดำเนินการใด ๆ ก็อาจเข้าข่ายความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ตาม ป.อ.157 และการฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรม 2561 ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้น นายกรัฐมนตรีในฐานะเป็นผู้รักษาการตาม พ.ร.บ.สินค้าที่ไม่ปลอดภัย ต้องเรียก ส.ส.คนดังกล่าวมาภาคทัณฑ์หรือลงโทษ เพื่อมิให้เป็นเยี่ยงอย่างในการทำงานเกินหน้าที่จนอาจก่อให้เกิดความเดือดร้อนและเสียหายต่อประชาชนได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้กรณีดังกล่าวคือ นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กรุงเทพมหานคร พรรค พปชร. ที่ได้เปิดบ้านทรงไทย ถนนแจ้งวัฒนะ โดยนำเงินเดือน ส.ส.ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซื้อหน้ากากอนามัย แจกให้ตำรวจ เจ้าหน้าที่เทศกิจ และประชาชนในพื้นที่ 10,000 ชิ้นเมื่อวันที่ 3 มี.ค.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58821</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะศิลปะศาสตร์และวิทยาศาสตร์, รศ.ดร.วีรชัย พุทธวงศ์, ศรีสุวรรณ จรรยา, สิระ เจนจาคะ, อาจารย์ประจำภาควิชาเคมี, เกษตรศาสตร์, เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200224/image_big_5e53c6ed50fe5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>38775</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/06/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/06/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตรวจบัตรพลังงาน รังสีเกิน350เท่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติตรวจบัตรพลังงาน พบระดับรังสีสูงกว่าขีดจำกัดที่ประชาชนจะได้รับ 350 เท่า เตือนหากนำบัตรไปแช่น้ำดื่มมีโอกาสเพิ่มความเสี่ยงเป็นมะเร็ง นอกจากนี้ผู้ครอบครองบัตรอาจมีความผิดตามกฎหมายพลังงานนิวเคลียร์ เตรียมดำเนินคดีผู้ขายบัตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 17 มิถุนายนนี้ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม แจ้งว่า ตามที่ รศ.ดร.วีรชัย พุทธวงศ์ หรืออาจารย์อ๊อด อาจารย์ภาควิชาเคมี คณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้ส่งบัตรสมาร์ทการ์ดที่คล้ายบัตรเอทีเอ็ม อ้างว่าเป็นบัตรพลังงาน มีสรรพคุณในการรักษาโรค โดยเฉพาะอาการปวดเมื่อยต่างๆ ตามร่างกาย โดยใช้วิธีการนำบัตรไปแกว่งในแก้วน้ำแล้วนำมาดื่ม หรือนำแก้วน้ำวางทับบัตรแล้วดื่ม รวมทั้งมีการนำบัตรสัมผัสกับร่างกายในจุดที่ปวดเมื่อยนั้น &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปส. ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลความปลอดภัยทางนิวเคลียร์และรังสีของประเทศ ได้เร่งตรวจสอบด้วยกระบวนการและเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ที่ทันสมัย ล่าสุดวันที่ 17 มิ.ย.62 เวลา 12.00 น. ปส.ได้ผลการวิเคราะห์ ดังนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.ไม่พบการเปรอะเปื้อนทางรังสีที่วัสดุห่อหุ้มและพื้นผิวของแผ่นการ์ด สำหรับการ์ดตัวอย่างที่สมบูรณ์ไม่แตกหัก 2.การวัดธาตุองค์ประกอบของแผ่นการ์ดด้วยเทคนิคการเรืองรังสีเอ็กซ์ (X-ray Fluorescence: XRF) พบธาตุยูเรเนียมและทอเรียม 3.การวิเคราะห์ไอโซโทปรังสีในแผ่นการ์ดด้วยระบบวิเคราะห์แกมมาสเปกโตรสโคปี (Gamma Spectroscopy) พบนิวไคลด์กัมมันตรังสีของอนุกรมทอเรียมและยูเรเนียม 4.การวัดค่าระดับรังสี (Dose rate) เทียบกับค่ารังสีพื้นหลัง พบว่าระดับรังสีของแผ่นการ์ดสูงกว่าระดับรังสีพื้นหลังประมาณ 200 เท่า ที่ระยะห่างจากแผ่นการ์ด 1 เซนติเมตร ซึ่งระดับรังสีที่วัดได้อยู่ที่ประมาณ 40 ไมโครซีเวิร์ตต่อชั่วโมง หรือเทียบเป็น 350 เท่าของขีดจำกัดการได้รับปริมาณรังสีสำหรับประชาชนทั่วไปในระยะเวลา 1 ปี ซึ่งเป็นไปตามกฎกระทรวงความปลอดภัยทางรังสี พ.ศ.2561
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;5.การวัดค่าการกระจายตัวของสารกัมมันตรังสีในแผ่นการ์ดด้วยเทคนิค Imaging plate พบว่าสารกัมมันตรังสีกระจายอยู่ทั่วทั้งแผ่นการ์ดอย่างสม่ำเสมอ 6.การถ่ายภาพเพื่อดูลักษณะภายในของแผ่นการ์ดด้วยรังสีเอ็กซ์ ไม่พบชิ้นส่วนอื่นใดประกอบอยู่ภายในแผ่นการ์ด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ หากยูเรเนียมและทอเรียมเข้าสู่ร่างกายจะก่อให้เกิดการแผ่รังสีต่ออวัยวะภายใน และเกิดอันตรายต่อร่างกายได้ ซึ่ง ปส.เตรียมการวิเคราะห์การปนเปื้อนของวัสดุกัมมันตรังสีเมื่อนำแผ่นการ์ดแช่ในน้ำในลำดับต่อไป และเมื่อมีข้อมูลครบถ้วน ปส.อาจดำเนินคดีกับบริษัทผู้จำหน่ายต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปส.จึงแนะนำให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการครอบครองและใช้สินค้าที่มีส่วนผสมของวัสดุกัมมันตรังสี วัสดุนิวเคลียร์ หรือวัตถุอันตรายดังกล่าว เพราะนอกจากจะไม่เกิดประโยชน์หรือความคุ้มค่าแล้ว ยังอาจได้รับรังสีโดยไม่จำเป็น ซึ่งมีปริมาณสูงกว่าระดับรังสีที่มีอยู่ตามธรรมชาติทั่วไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ หากประชาชนผู้ใช้สินค้ามีข้อกังวลใจประเด็นที่ไม่ทราบว่าจะนำการ์ดดังกล่าวไปกำจัดที่ไหน สามารถประสานไปยังสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สทน. เพื่อจัดการต่อไป สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กลุ่มส่งเสริมเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ กองยุทธศาสตร์และแผนงาน สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ โทรศัพท์ 0-2596-7600 ต่อ 1123-4
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เปิดเผยความคืบหน้าการดำเนินคดีบริษัทตัวแทนจำหน่ายบัตรพลังงาน ว่า ขณะนี้ตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่นได้ตั้งชุดทำงาน โดยมี พ.ต.อ.สุทธิพงษ์ เป๊กทอง รอง ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น เป็นหัวหน้าชุด และมี 3 อำเภอที่เกี่ยวเนื่องกับคดี คือ อ.อุบลรัตน์ อ.เขาสวนกวาง และ อ.น้ำพอง ซึ่งใน อ.น้ำพอง จากข้อมูลพบว่ามีชาวบ้านเสียชีวิต และมีความเกี่ยวเนื่องกับการใช้บัตรพลังงานมารักษาอาการเจ็บป่วย ตำรวจชุดสืบสวนได้ลงพื้นที่สอบถาม เก็บข้อมูลมาประกอบสำนวนคดีแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ นพ.สมชายโชติ ปิยวัชร์เวลา นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น พร้อมกับทีมเจ้าหน้าที่ เข้าให้ปากคำพนักงานสอบสวนเพื่อแจ้งความดำเนินคดีในฐานะพนักงานของรัฐซึ่งเป็นผู้เสียหาย ตามความผิด พ.ร.บ.เครื่องมือแพทย์ พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ร.บ.ยา และประมวลกฎหมายอาญา โดยในภาพรวมของคดี การดำเนินการสืบสวนสอบสวนและหาพยานหลักฐานถือว่ามีความคืบหน้าไปมาก ขอให้ประชาชนสบายใจว่าเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการอย่างรัดกุม เพื่อพิทักษ์ประโยชน์ให้กับประชาชน และเอาผิดบริษัทตัวแทนจำหน่าย รวมทั้งผู้ที่รีวิวสินค้าด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ที่กรมสอบสวนพิเศษ (ดีเอสไอ) นายศาสตรา ศรีปาน ส.ส.สงขลา เขต 2 พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เข้าพบ พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดีพิเศษ และรองโฆษกดีเอสไอ เพื่อหาแนวทางดำเนินคดีผู้ค้าบัตรพลังงาน พร้อมกล่าวว่า ในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่และจังหวัดสงขลา หากประชาชนได้รับความเสียหาย ขอให้ร้องเรียนกับตนหรือดีเอสไอ จะจ่ายเงินชดเชยให้ก่อนรายละ 2 หมื่นบาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.ท.อานนท์ อุนทริจันทร์ รอง ผอ.กองคดีธุรกิจการเงินนอกระบบ กล่าวว่า พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ ได้สั่งการให้กองคดีเร่งรัดกระบวนการตรวจสอบ และบูรณาการข้อมูลกับกองคดีพิเศษภาค รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ โดยให้ข้อมูลกับประชาชนในเชิงป้องปราบด้วย ในส่วนของการตรวจสอบเบื้องต้นเป็นลักษณะธุรกิจเครือข่ายที่กระทบต่อประชาชนวงกว้าง จะตรวจสอบให้พิจารณาว่าจะรับเป็นคดีพิเศษหรือไม่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38775</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.สมชายโชติ ปิยวัชร์เวลา, พ.ต.ท.อานนท์ อุนทริจันทร์, รศ.ดร.วีรชัย พุทธวงศ์, สมศักดิ์ จังตระกุล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190617/image_big_5d079a04881aa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>38496</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/06/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/06/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อดีตตร.เจ้าของ ขายบัตรพลังงาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แฉบริษัทขายบัตรพลังอยู่ในหาดใหญ่ เคยถูกจับเมื่อ 2 ปีที่แล้ว แต่ก็ยังเปิดดำเนินการ เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้น ผู้บริหารหายหัว ผู้จัดการเป็นอดีตตำรวจ พบร่องรอยรื้อค้นเอกสาร ทิ้งแผ่นพับโอ้อวดบัตรวิเศษช่วยประหยัดน้ำมันรถได้อีกต่างหาก อาจารย์เคมีเผยตรวจสอบแล้วไม่พบประจุไฟฟ้าใดๆ ส่งตรวจสารกัมมันตภาพรังสี ชี้อันตรายห้ามแช่น้ำดื่มเด็ดขาด ผู้ว่าฯ ขอนแก่นสั่งตำรวจตั้งชุดเฉพาะกิจตรวจสอบ ฟันหลอกลวงประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 13 มิถุนายนนี้ ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังบริษัท เอ็กซ์เพิร์ทโปรเน็ทเวิร์ค จำกัด เลขที่ 335 ถนนนิพัทธ์สงเคราะห์ 4 ต.หาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งเป็นบริษัทที่ถูกระบุว่าทำธุรกิจขายบัตรพลังงานรักษาโรค ปรากฏเป็นข่าวที่ จ.ขอนแก่น ว่าจะชาวบ้านซื้อไปใช้รักษาอาการปวดเมื่อยตามร่างกาย&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการตรวจสอบบริษัทแห่งนี้เป็นตึกแถว 2 ชั้น 3 คูหา มีชื่อป้ายบริษัทใหญ่โต แต่บรรยากาศเงียบเหงา ถูกปิดตายไม่มีใครอยู่ และจากการตรวจสอบข้อมูลของบริษัทจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสงขลา ทราบว่าเมื่อ 2 ปีที่แล้วบริษัทเคยถูกจับมาแล้วครั้งหนึ่ง เพราะมีการร้องเรียนเรื่องบัตรพลังงาน ตรวจสอบพบว่าได้ขึ้นทะเบียนเป็นบริษัทผลิตเครื่องสำอาง จึงถูกสั่งปิด และส่งเรื่องให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ดำเนินคดี โดยอยู่ระหว่างตรวจสอบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บ่ายวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องใน จ.สงขลา รวม 6 หน่วยงาน ทั้งสาธารณสุขจังหวัดสงขลา สคบ. ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสงขลา ทหาร ตำรวจ และเทศบาลหาดใหญ่ นำโดย เภสัชกรธรรมชน ฉายบุญชยภัทร หัวหน้าฝ่ายสถานพยาบาลและบริหารเวชภัณฑ์สำนักงานสาธารณสุข จ.สงขลา เข้าตรวจสอบที่ตั้งของบริษัทและสาขาของบริษัทแห่งนี้รวม 2 จุดใน อ.หาดใหญ่ จุดแรกคือที่ตั้งของบริษัท เอ็กซ์เพิร์ทโปรเน็ทเวิร์ค จำกัด พบว่าประตูบริษัทปิดตายมาหลายวัน ด้านนอกมีรถเบนซ์จอดอยู่ 1 คัน เจ้าหน้าที่ต้องใช้วิธีตัดกุญแจประตูเข้าไป ภายในมีร่องรอยการรื้อค้นเอกสารและมีรถจักรยานยนต์จอดอยู่ 1 คัน โดยภายบริษัทมีการจัดรูปแบบของบริษัทขายตรง ชั้นล่างมีผังโครงสร้างรายได้จากพนักงานแต่ละระดับ ทั้งรายวัน รายเดือน และรายปี รวมทั้งมีบอร์ดแสดงการจัดประชุมสัมมนาเครือข่ายตามจังหวัดต่างๆ ส่วนชั้นบนเป็นห้องประชุมและห้องผู้บริหาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ยังพบบัตรพลังงานที่เป็นสินค้าอวดอ้างสรรพคุณวิเศษ แผ่นพับบรรยายสรรพคุณบัตร เช่น เป็นเทคโนโลยีจากเยอรมนี ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง เบนซิน ดีเซล แอลพีจี เอ็นจีวี ปรับค่าความเสถียรของกระแสไฟฟ้า ลดค่าใช้จ่ายส่วนเกิน เพิ่มพลังงานเสริมสร้างและซ่อมแซมสุขภาพ และบัตรนี้มีอายุการใช้งานขั้นต่ำ 5 ปี รับประกันประจุ 3 ปี นอกจากนี้ยังพบผลิตภัณฑ์ประเภทอาหารเสริมสุขภาพจำนวนหนึ่งด้วย และที่สำคัญ พบสำเนาบัตรประชาชนของนายธนัช สุรินทร์ อายุ 46 ปี ซึ่งเป็นเจ้าของห้องที่ตั้งบริษัท โดยมีเครื่องแบบตำรวจยศจ่าสิบตำรวจ พร้อมหมวกตำรวจวางอยู่บนตู้ มีข้อมูลว่านายธนัชเป็นอดีตตำรวจ นอกจากนี้ยังพบใบอนุญาตประกอบธุรกิจการค้าของบริษัท เอ็กซ์เพิร์ทโปรเน็ทเวิร์ค จำกัด 3 ใบ มีชื่อนายธนัช สุรินทร์ เป็นผู้ยื่นขอใบอนุญาต&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บริษัทแห่งนี้ ระบุในแผ่นพับว่ามี 2 สาขา คือ สาขาหาดใหญ่ เลขที่ 84/45 หมู่ 3 ถนนลพบุรีราเมศวร์ ต.คลองแห อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา และสาขากรุงเทพฯ เลขที่ 2539 ห้างอิมพีเรียลลาดพร้าว ชั้น 4 ห้อง C9-C10 ถนนลาดพร้าว แขวงคลองเจ้าคุณสิงห์ เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่อายัดเอกสารและหลักฐานที่พบภายในบริษัทไว้ทั้งหมด และห้ามมีการเข้า-ออกมาบริษัทชั่วคราวจนกว่าผลการตรวจสอบและการดำเนินการทางกฎหมายจะสิ้นสุด รวมทั้งจะออกหมายเรียกนายธนัชมาสอบปากคำก่อนพิจารณาแจ้งข้อหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จุดที่ 2 เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบสาขาของบริษัท เลขที่ 84/45 หมู่ 3 ถนนลพบุรีราเมศวร์ ต.คลองแห อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เป็นอาคารพาณิชย์ 3 ชั้น แต่บริษัทได้ปิดสาขานี้ไปแล้วราว 1 ปี ปัจจุบันกลายเป็นบริษัทของสำนักงานบัญชี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เภสัชกรวิไลวรรณ สาครินทร์ หัวหน้าฝ่ายคุ้มครองผู้บริโภคด้านอาหารและยา สำนักงานสาธารณสุข จ.สงขลา เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ได้ยึดผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพื่อสุขภาพไปตรวจสอบ เนื่องจากแสดงฉลากไม่ถูกต้อง หมายเลขทะเบียน อย.ไม่ตรงกับผลิตภัณฑ์ สถานที่ผลิตไม่ถูกต้อง ส่วนเรื่องบัตรพลังงานจะต้องมอบหมายให้ทาง สคบ.เข้ามาช่วยดูในเรื่องนี้ เพราะในบริษัทพบเพียงแค่บัตรพลังงานเพียง 1 ใบ และแผ่นประชาสัมพันธ์ ซึ่งยังไม่มีหลักฐานที่ชัดเจนในการเอาผิดทางคดี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.ต.อ.นรวัตน์ คำภิโล ผกก.สภ.เขาสวนกวาง จ.ขอนแก่น เปิดเผยว่า ได้มีคำสั่งด่วนจาก พล.ต.ต.พรหมณัฏฐเขต ฮามคำไพ ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น &amp;nbsp;ให้ลงพื้นที่ตรวจสอบการใช้สถานที่ภายในสวนสัตว์ขอนแก่น เป็นสถานที่จัดการประชุมของเครือข่ายบริษัทจำหน่ายบัตรพลังที่กำลังระบาดอยู่ใน จ.ขอนแก่นขณะนี้ จากการตรวจสอบทราบว่า เมื่อวันที่ 8-9 มิ.ย.ที่ผ่านมา มีตัวแทนบริษัท เอ็กซ์เพิร์ทโปรเน็ทเวิร์ค จำกัด มาขอใช้สถานที่เพื่อจัดงานเลี้ยงพบปะสังสรรค์ สวนสัตว์ก็จัดการให้ตามปกติเหมือนกับลูกค้ารายอื่นๆ ส่วนรายละเอียดได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบเรียบร้อยแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ได้มีการประสัมพันธ์ไปยังตำรวจชุมชน ผู้นำชุมชน ให้เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อว่าบัตรดังกล่าวจะใช้บำบัดรักษาโรคได้จริง หากพบการขายหรือมีการชักชวนให้เข้าร่วมเป็นสมาชิก ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผวจ.ขอนแก่น กล่าวว่า ได้สั่งการให้ฝ่ายปกครองสนธิกำลังร่วมสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตรวจสอบบัตรดังกล่าว โดยพบว่าเป็นบัตรสมาร์ทการ์ดธรรมดาทั่วไป เป็นการทำขึ้นมาเพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อ เข้าข่ายหลอกลวงประชาชน จึงได้แจ้งไปยังนายอำเภอทุกอำเภอให้แจ้งเตือนประชาชน อย่าหลงเชื่อบุคคลที่แอบอ้างเรื่องบัตรพลัง ว่าใช้รักษาโรคหรือใช้เพื่อการใดก็ตาม และได้ประสานให้ตำรวจตั้งชุดเฉพาะกิจขึ้นมาทำการตรวจสอบในเรื่องดังกล่าว และให้สืบสวนถึงตัวบุคลที่เกี่ยวข้อง ซึ่งขณะนี้รู้ตัวแล้ว 1 ราย จะเชิญตัวมาสอบสวน จากนั้นจะขยายผลไปถึงผู้ที่เกี่ยวข้องว่าเป็นใครอยู่ที่ใดบ้าง เพื่อจะได้ดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รศ.ดร.วีรชัย พุทธวงศ์ อาจารย์ภาควิชาเคมี คณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เปิดเผยว่า ได้วัดดูกระแสไฟฟ้าบัตรสมาร์ทการ์ดดังกล่าว วัดความต้านทาน วัดการนำไฟฟ้า ก็ไม่มีปฏิกิริยาใดๆ จะได้ส่งไปที่ศูนย์กัมมันตภาพรังสี เพื่อตรวจสอบสารกัมมันตรังสี และจะผ่าดูอีกครั้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน ดร.วีรชัยยังได้แชร์ข้อมูลว่า &amp;quot;เรียนพี่น้องประชาชนที่ใช้บัตรเวทมนตร์พลังงานบัตรสีแดงฉบับนั้นซึ่งเป็นของบริษัทมาเลเซีย นำเข้ามาจากอินโดนีเซีย อาจารย์อ๊อดได้เอกสารฉบับนี้จากผู้ประกอบการที่เอาบัตรนี้ไปแจก หากเอกสารฉบับนี้เป็นจริง ในบัตรนั้นมีสารกัมมันตรังสีนะครับ? ประชาชนจุ่มต้มน้ำกินจุ่มน้ำดื่มห้ามรับประทานโดยเด็ดขาดนะครับ พี่น้องเครือข่าย Social ทั้งหลายแชร์เพื่อเตือนด้วยครับ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ผศ.นพ.ชัชวาล ศานติพิพัฒน์ อาจารย์ประจำภาควิชาออโธปิดิกส์ โรงพยาบาลศรีนครินทร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า การปวดเมื่อยตามร่างกายของมนุษย์นั้น เกิดจากความเสื่อมของกระดูกสันหลังกระทบกล้ามเนื้อรอบๆ ข้อต่อ โดยเฉพาะผู้สูงอายุ รายที่เป็นหนักอาจจะกระทบเนื้อเยื่อมุมกระดูกกดทับไขสันหลัง ทับเนินประสาท ทำให้มีอาการปวดหนัก เพราะอายุมากกระดูกเริ่มเสื่อม แต่ยังทำงานหนักอยู่ ดังนั้นผู้สูงอายุที่มีอาการเหล่านี้จะต้องมารับการรักษาตามอาการ ไม่ว่าจะเป็นการทานยา กายภาพบำบัด หรือใส่เสื้อพยุงและฝึกกล้ามเนื้อ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ตามหลักวิชาการยังไม่พบว่าจะมีวิธีการใช้พลังรักษาได้ ขอให้พิจารณาด้วยหลักเหตุและผล ว่าเหตุของการปวดเกิดจากอะไร แล้วการใช้การรักษาด้วยบัตรพลังผลที่ได้ทำให้อาการปวดทุเลาลงจริงหรือไม่ มีผลการทดลองหรือการวิจัยใดมายืนยันหรือไม่ ส่วนการที่ประชาชนซื้อบัตรพลังมาใช้ โดยได้ข้อมูลจากคนขายอ้างว่าใช้แล้วอาการทุเลาลง จากที่เคยปวดหลังเดินไม่ได้ก็เดินได้นั้น ส่วนใหญ่อาการปวดตามร่างกายจะมีอาการปวดเป็นพักๆ ปวดมากน้อยเป็นช่วงๆ ซึ่งช่วงที่นำบัตรพลังมาทาบจุดที่ปวดแล้วหาย อาจจะเป็นช่วงที่อาการทุเลาลงเองได้&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38496</URL_LINK>
                <HASHTAG>บริษัท เอ็กซ์เพิร์ทโปรเน็ทเวิร์ค จำกัด, ผศ.นพ.ชัชวาล ศานติพิพัฒน์, พ.ต.อ.นรวัตน์ คำภิโล, พล.ต.ต.พรหมณัฏฐเขต ฮามคำไพ, รศ.ดร.วีรชัย พุทธวงศ์, สมศักดิ์ จังตระกุล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เภสัชกรวิไลวรรณ สาครินทร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190613/image_big_5d02500464bef.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
