<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>23004</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/11/2018 15:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/11/2018 15:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฟันธงแล้ว!นักวิชาการชื่อดังชี้&#039;พปชร.&#039;จะชนะเลือกตั้งอย่างเด็ดขาด เปรียบเหมือนพายุกวาดพรรคเพื่อไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 พ.ย.61 - รศ.ดร.สังศิต พิริยะรังสรรค์ คณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต &amp;nbsp;กล่าวว่า จากผลโพลในโครงการสำรวจความนิยมของนักการเมืองที่ประชาชนปรารถนาให้เป็นนายกรัฐมนตรีในการเลือกตั้งเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.2561 วิทยาลัยฯ ได้ทำการรวบรวมประชากรครั้งละ 8,000 ตัวอย่างใน 350 เขตเลือกตั้งใน 77 จังหวัดทั่วประเทศ ทำให้เห็นว่าความนิยมของเครือข่ายพรรคไทยรักไทย ที่ตอนนี้กลายมาเป็นพรรคเพื่อไทย ของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ มีความนิยมลดน้อยลง เพราะมาจากปัจจัยความแตกแยกภายในของพรรคเพื่อไทย ไม่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันอีกต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังมีเรื่องบุคลากรนักคิด นักเขียน เอ็นจีโอ ของพรรคเพื่อไทย กลายมาเป็นฝ่ายตรงข้ามกันไปหมดแล้ว ทำให้ไม่มีการทำนโยบายใหม่ๆ ที่โดนใจประชาชนออกมา อีกทั้งนโยบายที่โดนใจคนที่เขาเคยทำคือ 30 บาทรักษาโรค กับกองทุนหมู่บ้าน &amp;nbsp;ซึ่งไม่ว่าใครมาเป็นรัฐบาลก็ต้องนำไปใช้ทั้งนั้น ทำให้ทุกคนคิดถึงทักษิณ แต่วันนี้พรรคพลังประชารัฐ ได้ทำนโยบายบัตรคนจน ซึ่งมีขอบเขตการให้ประโยชน์แก่คนจนอย่างกว้างขว้าง โดยรวมเอานโยบาย 30 บาท รักษาทุกโรค ผนวกรวมเข้ากับนโยบายอื่นๆ อีก เช่น เบี้ยคนชรา ค่าโดยสารสำหรับผู้ป่วยฯลฯ และพบว่าเป็นนโยบายที่เอาชนะใจกลุ่มคนจนจำนวน 11 ล้านคนมากขึ้นอย่างรวดเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รศ.ดร.สังศิต กล่าวว่า ในทางกลับกันพรรคพลังประชารัฐ ที่มีความได้เปรียบ เนื่องจากเป็นพรรครัฐบาล เขาสามารถออกนโยบาย ใช้มาตรการต่างๆ ในการทำนโยบายให้กับกลุ่มคนได้ทุกอาชีพ ทุกระดับ เขาจึงได้เปรียบ แล้วกลายมาเป็นพรรคการเมืองที่ใหญ่โตขึ้น มีความพร้อมที่จะต่อสู้กับพรรคเพื่อไทย ได้อย่างสบาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมมองว่าพรรคพลังประชารัฐอาจจะชนะเด็ดขาดได้เลย เพราะเขาสามารถจับกลุ่มเป้าหมายคือกลุ่มคนจนประมาณ 11 ล้านคน และผลิตนโยบายมาตอบสนองได้อย่างต่อเนื่อง พูดง่ายบัตรคนจนเอาชนะ 30 บาทรักษาทุกโรค ได้แบบไม่เห็นฝุ่น ซึ่งวาทะกรรมเรื่อง 30 บาทของคุณทักษิณ ที่พูดมาตลอดนั้น มาถึงจุดที่แพ้แล้ว คนรู้สึกว่าบัตรคนจนเป็นประโยชน์มากกว่า&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รศ.ดร.สังศิต กล่าวว่า วันนี้ถ้าดูคะแนนนิยมส่วนตัวพล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งผมสำรวจมา 4 หน ชนะแค่ 3 หน แต่ครั้งสุดท้ายเริ่มชนะเยอะ ส่วนคะแนนนิยมพรรคแพ้มาตลอด แต่วันนี้พลิกกลับมาชนะ เหตุผลที่พลิกกลับมาชนะ คิดว่ามาจากเรื่องบัตรคนจน แล้วจากนี้อีก 90 วัน พรรคพลังประชารัฐ จะออกนำพรรคเพื่อไทยแบบทิ้งห่างมากขึ้น เพราะตอนนี้เขาไม่มีนักคิด ที่จะมาคิดทำนโยบายเหมือนสมัยก่อน ตอนนี้เหลือแต่การสู้ด้วยการปลุกใจ อย่างนี้ในทางการเมืองเขาแพ้แล้ว เพราะว่าเหลือแต่การปลุกใจ สงครามปลุกใจอย่างเดียว ไม่ทำให้ชนะ ต้องมีประชาชนสนับสนุนด้วยถึงจะชนะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ตอนนี้พรรคพลังประชารัฐ กำลังจะทำปรากฎการณ์เป็นพายุที่จะกวาดเพื่อไทย เป็นพรรคแรกตั้งแต่ปี 2544 ที่จะเอาชนะพรรคเพื่อไทยได้เป็นครั้งแรก เพราะฝั่งพรรคประชารัฐ มีประชาชน นักคิดให้การสนับสนุนจำนวนมาก ดังนั้นพรรคพลังประชารรัฐมีแนวโน้มสูงมากที่จะกลับมาเป็นรัฐบาลหลังการเลือกตั้ง&amp;rdquo; รศ.ดร.สังศิต กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี การเมืองย่อมมีการเปลี่ยนแปลงได้เสมอ หากฝ่ายไหนเกิดทำอะไรผิดพลาดอาจจะเป็นฝ่ายแพ้ได้ แต่หากแนวโน้มเป็นอย่างนี้ไปเรื่อยๆ พลังประชารัฐจะชนะเพื่อไทยเยอะ ดังนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ก็ต้องดูแลตัวเองให้ดี เหมือนทีมฟุตบอล ที่มีกองหลังเพื่อช่วยกันป้องกันไม่ให้เสียประตู คือต้องป้องกันการดิสเครดิตตัวนายกฯประยุทธ์ เช่นเรื่องการมาจากเผด็จการ หรือเรื่องบุคลิกส่วนตัว รวมถึงการดิสเครดิตทางนโยบายอื่นๆ &amp;nbsp;ต้องป้องกันให้ดีขณะเดียวกันก็ต้องส่งกองหน้าไปทำประตู เช่นการผลิตนโยบายที่ตอบสนองประชาชน การส่งคนลงไปในพื้นที่เพื่อทำคะแนน ทราบว่ามีการตั้งคณะกรรมการหาเสียงฯ ที่มีนายสมศักดิ์ เทพสุทิน เป็นประธาน เป็นสิ่งถูกต้องแล้ว แต่ต้องนำกระแสนโยบายบัตรคนจนลงไปในพื้นที่ด้วย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อ่านข่าวประกอบเปิดผลโพล4ครั้ง&amp;#39;บิ๊กตู่&amp;#39;ความนิยมนำโด่ง&amp;#39;มาร์ค&amp;#39;อันดับ2&amp;#39;เพื่อไทย&amp;#39;เสื่อม!
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รศ.ดร.สังศิต พิริยะรังสรรค์&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23004</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทักษิณ ชินวัตร, พปชร., พรรคพลังประชารัฐ, รศ.ดร.สังศิต พิริยะรังสรรค์, เพื่อไทย, เลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20181128/image_mid_5bfe52441325b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15595</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/08/2018 18:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/08/2018 14:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ม.รังสิตมอบทุนการศึกษาหน่วยซีลนอกประจำการทำความดีช่วยเหลือทีมหมูป่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ม.รังสิต และ เครือข่ายภาคเอกชน มอบทุนการศึกษาให้แก่บุคลากรหน่วยซีล (นอกราชการ) จำนวน 13 คน ผู้ทำความดีที่ปฏิบัติงานช่วยเหลือทีมหมูป่า ณ ถ้ำหลวง &amp;ndash; ขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย ในหลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาผู้นำทางสังคม ธุรกิจ และการเมือง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ส.ค.61 - ดร.อรรถวิท อุไรรัตน์ รองอธิการบดีฝ่ายแผนพัฒนาและแผนการเงิน มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า จากกรณีเหตุการณ์ทีมหมูป่าอะคาเดมี จำนวน 13 คนติดในถ้ำหลวง ทำให้ข่าวดังกล่าวเป็นที่สนใจและได้รับความช่วยเหลือจากหลายภาคส่วนทั้งในประเทศและต่างประเทศ หน่วยซีลเป็นทีมงานหนึ่งที่มีความสำคัญในภารกิจพาหมูป่ากลับบ้าน ภารกิจดังกล่าวต้องอาศัยความชำนาญ ความเข้มแข็ง และความสามัคคี สุดท้ายก็สามารถนำทุกคนออกมาได้อย่างปลอดภัย ซึ่งผู้ช่วยเหลือทีมหมูป่าออกมาในครั้งนี้คือผู้มีจิตอาสาและเข้ามาช่วยเหลือทำเพื่อส่วนร่วม ในโอกาสนี้มหาวิทยาลัยรังสิต และเครือข่ายภาคเอกชน มีความยินดีที่จะมอบทุนการศึกษาให้แก่ บุคลากรหน่วยซีล ผู้ทำความดีที่ปฏิบัติงานช่วยเหลือทีมหมูป่า เพื่อเป็นกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่และการทำความดีเพื่อสังคม &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รศ.ดร.สังศิต พิริยะรังสรรค์ คณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวเกี่ยวกับการมอบทุนการศึกษาให้แก่บุคลากรหน่วยซีล (นอกราชการ) จำนวน 13 คน ซึ่งเป็นผู้ทำความดีที่ปฏิบัติงานช่วยเหลือทีมหมูป่า ณ &amp;nbsp;ถ้ำหลวง&amp;ndash;ขุนน้ำนางนอน โดยทุนการศึกษาครั้งนี้นอกจากมหาวิทยาลัยรังสิตแล้ว ยังได้รับการสนับสนุนเพิ่มเติมจากเครือข่ายภาคเอกชนอีก 11 แห่ง ได้แก่ บริษัทคาราบาวตะวันแดง จำกัด บริษัทธนอนันต์ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด บริษัทรอยส์ เซอร์วิส จำกัด บริษัทไปรษณีย์ไทย จำกัด บริษัทเทพผดุงพรมะพร้าว จำกัด บริษัทเมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) บริษัทล็อกซเล่ย์ จำกัด (มหาชน) กลุ่มบริษัทสปริงนิวส์ บริษัทสยามแฮนด์ส จำกัด และกลุ่มบริษัทโปลิโฟม จำกัด ซึ่งเป็นทุนการศึกษาในระดับปริญญาโท หลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาผู้นำทางสังคม ธุรกิจ และการเมือง ทั้ง 13 ทุน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สำหรับทุนดังกล่าวเป็นทุนที่ไม่มีเงื่อนไขข้อผูกมัด โดยทางมหาวิทยาลัยรังสิตและเครือข่ายภาคเอกชนได้มอบให้เพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้แก่บุคลากรหน่วยซีล พวกเขาเหล่านี้ได้สร้างคุณงามความดี มีจิตอาสา เสียสละตนเองเพื่อไปช่วยเหลือทีมหมูป่าที่ติดในถ้ำหลวง โดยที่ไม่ได้คำนึงถึงชื่อเสียง เกียรติยศ การยอมรับ ไม่มีใครรู้จักเขา คนกลุ่มนี้นับเป็นคนต้นแบบของคนจิตอาสาที่ทำเพื่อส่วนรวมโดยสมัครใจ ไม่คิดถึงผลตอบแทนใดๆ ทางมหาวิทยาลัยรังสิตจึงเห็นว่าน่าจะช่วยกันหาทุนการศึกษาให้แก่บุคลากรหน่วยซีล (นอกราชการ) ทั้ง 13 คน หากประสงค์จะศึกษาต่อ ซึ่งม.รังสิตมอบให้จำนวน 2 ทุน และภาคเอกชนอื่นๆ อีกจำนวน 11 ทุน นอกจากนี้ ตามดำริอธิการบดี ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ แจ้งความประสงค์ว่าหากมีลูกหลานของหน่วยซีลหรือผู้ปฏิบัติงานที่ไปช่วยเหลือทีมหมูป่าที่ต้องการเข้ามาศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีคณะต่างๆ ของม.รังสิต ก็มีความยินดีที่จะมอบทุนการศึกษาให้ ซึ่งล่าสุดนอกจากทุนในระดับปริญญาโทแล้ว ทางมหาวิทยาลัยรังสิตได้มอบทุนการศึกษาอีกจำนวน 4 ทุน ในระดับปริญญาตรีหลักสูตรผู้นำนักบริหารกิจการเพื่อสังคมให้แก่บุคลากรหน่วยซีลเพิ่มเติมอีกด้วย ซึ่งในส่วนของทุนการศึกษาในหลักสูตรดังกล่าวนี้ทางหน่วยซีลเป็นผู้เลือกเรียนเอง เนื่องจากสามารถปรับใช้ในการทำงานได้เพราะเป็นการเรียนแบบสหวิทยาการ ทำให้มีหลักในการคิด การแก้ปัญหาต่างๆ ในลักษณะที่เป็นบูรณาการมากขึ้น ช่วยเสริมสร้างภาวะความเป็นผู้นำขององค์กรในอนาคตได้ดีขึ้น&amp;rdquo; คณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม &amp;nbsp;ม.รังสิต กล่าวเพิ่มเติม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จ่าเอก วุฒิชาติ บุสุวะ สังกัดหน่วยสงครามพิเศษทางเรือ หนึ่งในบุคลากรหน่วยซีลซึ่งปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือทีมหมูป่า ณ ถ้ำหลวง และได้รับทุนการศึกษาครั้งนี้ กล่าวว่า ขอขอบคุณมหาวิทยาลัยรังสิต รวมทั้งผู้สนับสนุนทุกภาคส่วน ในการมอบทุนการศึกษาให้ตนและบุคลากรในหน่วยงานทั้ง 13 คน ได้มีโอกาสในการศึกษาต่อในระดับปริญญาโท ตลอดระยะเวลาในการทำงานคิดเสมอว่าจะใช้ความรู้ความสามารถที่มีทำประโยชน์เพื่อสังคมให้มากที่สุด และขอสดุดีความเสียสละ ความดีของ จ่าเอกสมาน กุนัน หนึ่งชีวิตที่เสียสละ และทีมจิตอาสาทุกภาคส่วนในการเข้าช่วยเหลือทีมหมูป่าที่ถ้ำหลวง และสัญญาว่าจะนำความรู้เพิ่มเติมที่ได้รับไปใช้ในการทำงานและสร้างประโยชน์เพื่อสังคมต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน จ่าเอก ประสงฆ์สุข นิสัยตรง สังกัดหน่วยสงครามพิเศษทางเรือ หนึ่งในบุคลากรหน่วยซีลซึ่งปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือทีมหมูป่า ณ ถ้ำหลวง และได้รับทุนการศึกษาครั้งนี้ กล่าวเพิ่มเติมว่า รู้สึกดีใจที่ได้โอกาสและได้รับทุนการศึกษาในหลักสูตรดังกล่าว และมั่นใจว่าหลักสูตรการเรียนการสอนทางด้านผู้นำทางสังคม ธุรกิจ และการเมือง จะสามารถนำไปปรับใช้ในการทำงาน และเรียนรู้กระบวนการคิดการวางแผน การแก้ปัญหาในการปฏิบัติในอนาคตได้เป็นอย่างดี.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15595</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.อรรถวิท อุไรรัตน์, ดร.อาทิตย์, ม.รังสิต, มอบทุนการศึกษาให้แก่บุคลากรหน่วยซีล, รศ.ดร.สังศิต พิริยะรังสรรค์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180817/image_big_5b76735c55435.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
