<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>30685</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/03/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/03/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;บิ๊กตู่&quot; ซ้อน 3 ผวาขึ้นเขียง กลัว กม.-หวั่นกระแสตก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ได้ไม่คุ้มเสีย&amp;rdquo; เป็นเหตุผลที่ทำให้แกนนำพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ปรับแผนที่เดิมจะเข็น &amp;ldquo;ลุงตู่&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ถือสถานะซ้อน 3 ตำแหน่งประการแรก คือ นายกรัฐมนตรี ประการสอง หัวหน้า คสช. และประการที่สาม แคนดิเดตนายกฯ หนึ่งเดียวของ พปชร. ขึ้นปราศรัยในพื้นที่ 4 ภูมิภาคทั่วประเทศ โดยประเดิมที่แรกเมืองนครราชสีมา ในวันที่ 10 มี.ค. เป็นอันยุติไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยปัญหาแรกที่ได้ไม่คุ้มเสียคือ สถานะ &amp;ldquo;หัวหน้า คสช.&amp;rdquo; ยังเป็นที่เคลือบแคลงสงสัยว่า ตกลงแล้ว &amp;ldquo;ลุงตู่&amp;rdquo; เป็นเจ้าหน้าที่รัฐตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 98 (15) ซึ่งเป็นข้อห้ามการเสนอชื่อเป็นแคนดิเดตนายกฯ หรือไม่&amp;nbsp;
ขณะที่ กกต.ก็ดองเรื่อง และเอาเวลาไปดูงานต่างประเทศ ด้วยงบประมาณ 12 ล้านบาท ท่ามกลางการวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสม แทนที่จะเคลียร์เรื่องนี้ให้จบ และส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้สิ้นกระแสความ &amp;nbsp;
แถมยังสุ่มเสี่ยงอาจขัด พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา &amp;nbsp;78 ห้ามมิให้ &amp;ldquo;เจ้าหน้าที่ของรัฐ&amp;rdquo; ใช้ตําแหน่งหน้าที่โดยมิชอบด้วยกฎหมายกระทําการใดๆ เพื่อเป็นคุณหรือเป็นโทษแก่ผู้สมัครหรือพรรคการเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่จะถูกนักการเมือง และนักร้อง นำขึ้นเขียงไปขยายผล ไม่นับแรงกระเพื่อมทางการเมืองให้รุมกินโต๊ะตลอดช่วงโค้งสุดท้ายการเลือกตั้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถึงขนาดเนติบริกรอย่าง นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ฝ่ายกฎหมาย ยังออกมาเตือนหลายครั้งว่า พล.อ.ประยุทธ์เป็นข้าราชการ ความเป็นข้าราชการมีกฎหมายกำหนดให้ต้องเป็นกลาง จึงมีการแบ่งเรื่องในเวลาและนอกเวลาราชการ ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า หากอยู่นอกเวลาราชการสามารถช่วยหาเสียงได้ใช่หรือไม่ รองนายกฯ ตอบว่า ไม่สมควร &amp;nbsp;เพราะแตกต่างจากนายกฯ คนก่อนหน้าหาเสียงได้นั้น เนื่องจากเขาเป็นผู้สมัคร ประชาชนต้องเลือก แต่กรณีผู้ถูกเสนอชื่อเป็นนายกฯ ไม่มีใครไปเลือกเป็นเรื่องที่พรรคเสนอ จึงไม่ควรและมีโอกาสเสี่ยงต่อความผิดหลายอย่าง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สอดคล้องกับ รศ.ดร.เจษฎ์ โทณะวณิก ที่ปรึกษาคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ชุดนายมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธาน ยังออกมาเตือนว่า &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; เมื่อต้องขึ้นไปยืนอยู่กับ พปชร.บนเวทีปราศรัย แล้วหากยิ่งคนใน พปชร.ทำเหมือนพินอบพิเทานายกฯ บิ๊กตู่ พรรคมีอะไรก็พูดบนเวที ชงกันไปชงกันมา พล.อ.ประยุทธ์ต้องระวัง ถูกร้องเข้าข่ายข้อหาครอบงำจากบุคคลนอกพรรคได้ ถ้าโดนข้อหาครอบงำพรรคขึ้นมาจริง ก็ส่งผลเสี่ยงโดนข้อหายุบพรรคได้
แตกต่างจากพรรคคู่แข่ง และฝ่ายตรงข้าม ต่างไม่กลัว และยุส่งให้ &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; ช่วย พปชร.ปราศรัย หรือขึ้นดีเบต เพราะทราบดีว่าจะทำให้คะแนน พปชร.ตก เพราะขนาดรายการช่วงค่ำวันศุกร์ ประชาชนยังเปลี่ยนช่องหนี &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำคัญยังเปิดประเด็นโจมตีให้พวกเขาทำลายความชอบธรรมแก่ พล.อ.ประยุทธ์ และ พปชร.ไปโดยอัตโนมัติ ฉายภาพซ้ำเป็นแผน &amp;ldquo;สืบทอดอำนาจ&amp;rdquo; ดึงกระแสไปถึงวันเลือกตั้ง 24 มีนาคมนี้ &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเฉพาะข้อกล่าวหาตลอด 4 ปีของรัฐบาลทหาร ที่ถูกมองว่าล้มเหลว ไม่ว่าจะเป็นการปฏิรูปประเทศหรือไม่, ทำชาวบ้านจนลง ขณะที่นายทุนรวยขึ้นหรือไม่, ออกฎหมายเอื้อพวกพ้องหรือไม่, ใช้องค์กรอิสระที่ตัวเองตั้งขึ้น ปกป้องพวกพ้องหรือไม่, ใช้อำนาจรัฐกลั่นแกล้งฝ่ายตรงข้ามหรือไม่, สิทธิเสรีภาพประชาชนถูกคุกคามหรือไม่, รัฐธรรมนูญดีไซน์มาให้ พปชร. โดยมี ส.ว.สรรหา จำนวน 250 คน แต่งตั้งโดย คสช. เพื่อเลือกนายกฯ คนต่อไปหรือไม่&amp;nbsp;
ที่สำคัญหากโชคร้าย &amp;ldquo;ลุงตู่&amp;rdquo; กำลังปราศรัย หรือเดินหาเสียงในพื้นที่ต่างๆ เกิดควบคุมประชาชนไม่ได้ เพราะไม่สามารถใช้อำนาจรัฐได้อย่างเต็มที่ และเกิดปรากฏการณ์คนมาต่อต้านเชิงสัญลักษณ์ หรือตะโกนด่า อย่างเช่น &amp;ldquo;ลุงกำนัน&amp;rdquo; สุเทพ เทือกสุบรรณ ครั้งเดินคารวะแผ่นดินในนามพรรค ให้กับพรรคพลังประชาชาติไทย (รปช.) หลังลุงกำนันกลับคำพูดมาเล่นการเมือง ก็จะทำให้พรรคพลังดูดเสียแต้มไปกันใหญ่ หลังก่อนหน้านี้ลงทุนลงแรงด้วยพลังวิเศษมาตั้งมากมาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ล่าสุด นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค พปชร. ยอมรับว่าเตรียมปรับแผน เนื่องจากไม่อยากให้เกิดข้อโต้แย้งถกเถียงในสังคมและนำไปตีความ เพราะบ้านเมืองต้องเดินหน้า เราจึงคิดจะไปใช้วิธีอื่นแทน และดูว่ารูปแบบใดที่จะไม่สร้างความกังวลต่อตัว พล.อ.ประยุทธ์ และทำให้ พปชร.ชนะเลือกตั้งให้สำเร็จ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้นจึงต้องดูว่า พปชร.จะปรับแผนอย่างไร ดึงคะแนนโค้งสุดท้าย ในสภาวะที่ผลโพลต่างๆ ส่วนใหญ่ยังมองว่าเป็นรองพรรคเพื่อไทย และพรรคประชาธิปัตย์.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30685</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถานการณ์, พรรคพลังประชารัฐ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, รศ.ดร.เจษฎ์ โทณะวณิก, สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190306/image_big_5c7fe2c03d512.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>29730</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/02/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/02/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ระอุ!ยื่นยุบ12พรรค ‘ส้มบูด’พล่านโต้ประวัติเก๊/‘ทษช.’เดินหน้าหาเสียง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; นักกฎหมายชี้เว็บไซต์ อนค.ระบุประวัติ &amp;quot;ธนาธร&amp;quot; คลาดเคลื่อนไม่ถึงขั้นยุบพรรค ระบุต้องดูเจตนา หากจงใจแค่ถูกตัดสิทธิการเมือง &amp;quot;ดร.เจษฎ์&amp;quot; ขอโทษ อนค. ที่ชี้แจงข้อกฎหมายผิดพลาด &amp;quot;ไพร่หมื่นล้าน&amp;quot; ไม่หวั่นลั่นเดินหน้าต่อไป ถือเป็นจุดชี้ขาดระบอบ คสช.จะสืบทอดอำนาจต่อได้หรือไม่ &amp;quot;ปิยบุตร&amp;quot; &amp;nbsp;จวกรัฐประหารรัฐซ้อนรัฐ เขียนกฎหมายสร้างกับดักเชือดฝ่ายตรงข้าม ด้าน ทษช.ไม่ถอย กางตารางปราศรัยหาเสียงทั่ว ปท. ขณะที่พรรครวมใจไทยยื่น กกต.ยุบ 12 พรรค แฉแก้ไขฐานข้อมูลให้เป็นสมาชิกครบ 90 วันเพื่อลงสมัคร ส.ส.ได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันศุกร์ มีความเห็นกรณีที่เว็บไซต์ของพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ระบุประวัติการทำงานของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค ว่าเป็นประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยถึง 2 สมัยติด ระหว่างปี 2551-2555 ซึ่งเป็นข้อความที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ก่อนมีการแก้ไขภายหลัง อาจขัดต่อ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.2561 มาตรา 73 (5) กรณีกระทําการเพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้แก่ตนเองหรือผู้สมัครอื่นโดยหลอกลวง หรือจูงใจให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมของผู้สมัครหรือพรรคการเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยแหล่งข่าวนักวิชาการด้านกฎหมายกล่าวถึงประเด็นนี้ว่า การจะพิสูจน์กรณีดังกล่าวเป็นความผิดหรือไม่ต้องพิสูจน์เจตนา ซึ่งจะต้องดูในเนื้อหาว่าคนที่นำหรือรวบรวมข้อมูลดังกล่าวลงในเว็บไซต์พรรค เป็นตัวนายธนาธรเองหรือทีมงาน หากเป็นทีมงานเข้าใจผิดจากประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัด เป็นประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยหรือไม่ นายธนาธรรู้เห็นเรื่องข้อมูลที่ผิดด้วยหรือไม่ และรู้ในวันใด หลังจากที่รู้การกระทำดังกล่าวแล้วนายธนาธรได้ลงมือแก้ไขเลยหรือไม่ ถ้าได้ลงมือแก้ไขเมื่อทราบเรื่องก็แปลว่าไม่มีเจตนา แต่หากมีการพิสูจน์ทราบว่าตัวนายธนาธรทราบเรื่องนานแล้วปล่อยให้ข้อมูลที่ลงไปผิดล่วงเลยมา อันนั้นก็มองได้ว่ามีเจตนา ตรงนี้ขึ้นอยู่การพิสูจน์ ถ้าเรามองด้วยความเป็นกลาง ถ้าตัวนายธนาธรไม่ได้มีเจตนาจะทำให้คนเข้าใจผิดว่าเคยดำรงตำแหน่งประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ก็อาจเป็นแค่การตีพิมพ์ผิดธรรมดา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ความผิดดังกล่าวจะนำไปสู่การยุบพรรคได้หรือไม่ แหล่งข่าวบอกว่า ไม่น่าจะถึงขั้นนั้น หากพิสูจน์แล้วว่ามีเจตนา ก็อาจเข้าข่ายถูกตัดสิทธิทางการเมือง เพิกถอนสิทธิรับเลือกตั้งเฉพาะตัวบุคคล &amp;nbsp;เพราะเรื่องการพิมพ์ข้อมูลเป็นแค่งานธุรการ แบบนี้ทางพรรคไม่น่าที่จะรับรู้หรือที่จะต้องใช้มติพรรคในการรับรู้เรื่องข้อมูลตัวบุคคลเป็นคนละกรณีกับพรรคไทยรักษาชาติที่เสนอชื่อแคนดิเดตนายกฯ เป็นเรื่องใหญ่จะต้องใช้มติพรรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า ข้อมูลดังกล่าวมีโอกาสผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ด้วยหรือไม่ แหล่งข่าวกล่าวว่า เรื่องนี้ใช้หลักการเดียวกัน คือรู้ว่าเป็นเท็จหรือไม่ จะต้องพิสูจน์ทราบมาก่อนว่าผู้นำข้อมูลลงรู้ว่าข้อมูลเป็นเท็จ หากไม่ทราบย่อมขาดเจตนา แล้วก็จะต้องพิสูจน์ในเรื่องของความเสียหายที่เกิดขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน รศ.ดร.เจษฎ์ โทณวณิก อดีตที่ปรึกษาคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ และ น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ ให้สัมภาษณ์เปิดเผยกับรายการ &amp;ldquo;เป็นเรื่อง เป็นข่าว&amp;rdquo; ทางสถานีโทรทัศน์ PPTV36 กรณีดังกล่าว โดย น.ส.พรรณิการ์ กล่าวว่า ขออภัย ยอมรับความผิดพลาดที่ลงประวัติของนายธนาธรผิด แต่เป็นเรื่องผิดพลาดเชิงเทคนิค และผู้ดูแลเว็บไซต์ก็เร่งแก้ไขทันทีภายใน 2 ชั่วโมงหลังจากได้รับการแจ้ง ไม่ได้มีเจตนาหลอกลวง และตัวนายธนาธรเองก็ไม่เคยมีการพูดโฆษณาว่าตนเองเป็นประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;
&amp;quot;เจษฎ์&amp;quot;ขอโทษ อนค.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน รศ.ดร.เจษฎ์ เชื่อว่าเป็นความผิดพลาดของผู้ดูแลเว็บไซต์ และคุณธนาธรหรือพรรคอนาคตใหม่ไม่ได้มีเจตนาหลอกลวงแต่อย่างใด ขอชี้แจงว่าตนได้รับการติดต่อขอสัมภาษณ์ที่มีการจำผิดพลาดสลับกันกับมาตราความผิดในฐานอื่นๆ ใน พ.ร.ป.ที่มีโทษถึงยุบพรรค จึงต้องขอโทษ เนื่องจากการให้ความเห็นทางกฎหมายครั้งนี้ถือว่าไม่เป็นธรรมต่อพรรคอนาคตใหม่ โดยโทษของการกระทำผิดตามมาตรา 73 ของ พ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส.นั้นคือการปรับ จำคุก หรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ซึ่งผู้กระทำผิดอาจไม่ใช่ตัวคุณธนาธร กรรมการบริหาร หรือพรรคอนาคตใหม่ ถ้าไม่มีส่วนรู้เห็นเกี่ยวข้องด้วย แต่เป็นผู้ดูแลเว็บไซต์ที่อาจมีความเข้าใจผิด และหากพิสูจน์ได้ว่าไม่มีเจตนา ก็อาจจะไม่ถูกลงโทษก็ได้ ตามหลักการพิจารณากฎหมายอาญา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.พรรณิการ์กล่าวว่า ขอขอบคุณ รศ.ดร.เจษฎ์ ที่ออกมายอมรับว่าเข้าใจผิด โดยเชื่อว่า รศ.ดร.เจษฎ์ มีความหวังดี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.ปทุมธานี นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค อนค. พร้อมด้วยผู้สมัคร ส.ส. เดินหาเสียง บริเวณรังสิต ก่อนขึ้นเวทีปราศรัยบริเวณลานข้างห้างสรรพสินค้าเทสโก้โลตัส ตรงข้ามห้างสรรพสินค้าฟิวเจอร์พาร์ครังสิต โดยนายธนาธรกล่าวว่า ตนและทีมงานขอน้อมรับความผิดพลาดนี้ และเมื่อมีการท้วงติงเข้ามา เจ้าหน้าที่ฝ่ายข้อมูลได้เร่งแก้ไขทันที และไม่ได้กังวลว่าจะนำไปสู่การยุบพรรค เนื่องจากไม่ได้มีเจตนาให้ข้อมูลเพื่อหลอกลวงประชาชน และเชื่อว่าไม่มีผลต่อคะแนนเสียง เนื่องจากประชาชนไม่ได้เลือกเพราะธนาธรเป็นประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย แต่เลือกเพราะนโยบายและจุดยืนของพรรค&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ขอบคุณทุกกำลังใจจากพี่น้องประชาชน พรรคอนาคตใหม่จะเดินหน้าทำงานต่อไป กระแสข่าวต่างๆ ไม่ใช่อุปสรรคในการเดินหน้า สมาชิกและแกนนำพรรคยังคงหนักแน่น มุ่งมั่นเพื่อทำงานแนะนำนโยบายต่อประชาชนต่อไป สถานการณ์วันนี้สถานะของพรรคอนาคตใหม่ถือเป็นจุดชี้ขาดของการเมืองหลังการเลือกตั้งว่าระบอบ คสช.จะสืบทอดอำนาจต่อไปได้หรือไม่ นี่จึงเป็นเหตุแห่งการโจมตีสาดโคลนใส่เราอย่างมากมายมหาศาล&amp;rdquo; นายธนาธรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนาธรยังกล่าวถึงกรณีที่ต้องเดินทางไปเข้าพบอัยการสูงสุด (อสส.) วันที่ 27 ก.พ. จากกรณีถูกคณะทำงานฝ่ายกฎหมาย คสช. แจ้งความดำเนินคดีฐานกระทำผิดมาตรา 14 (2) ของ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ต่อ บก.ปอท. กรณีไลฟ์สดวิจารณ์พลังดูด เมื่อวันที่ 29 มิ.ย.61 ที่ผ่านมา ว่าไม่รู้สึกกังวลใจ เนื่องจากพรรคยังมีบุคลากรอีกหลายคนที่พร้อมจะขึ้นมาทำหน้าที่แทนเพื่อผลักดันนโยบายของพรรค คิดไว้แล้วว่าสิ่งนี้ต้องเกิด ผมเตรียมตัวเตรียมใจมาพอสมควร พวกเราชาวอนาคตใหม่ยังหนักแน่น ตัวผมยังหนักแน่น ไม่ได้มีความกังวลอะไร เตรียมตัวเตรียมใจมาแล้ว เชื่อว่า เป็นการข่มขู่ของ คสช. แต่หากเราไม่กลัว เขาต่างหากที่ต้องกลัวเรา
จวก คสช.รัฐซ้อนรัฐ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรค อนค. โพสต์ข้อความผ่านเพจ Piyabutr Saengkanokkul ว่า ต้องยุติกระบวนการนำ &amp;quot;กฎหมาย&amp;quot; เป็นเครื่องมือในทางการเมือง การเมืองแบบประชาธิปไตย คือ อำนาจสูงสุดเป็นของประชาชน พรรคการเมือง คือที่รวมตัวกันของบุคคลที่มีแนวคิดอุดมการณ์แบบเดียวกัน แล้วเสนอตัวให้ประชาชนเลือก แต่การเมืองแบบ &amp;quot;รัฐซ้อนรัฐ&amp;quot; จะแบ่งงานกันทำเป็นระบบ เริ่มจากก่อรัฐประหาร ยึดอำนาจการปกครองเอาอำนาจที่ยึดมาเขียนเป็น &amp;quot;กฎหมาย&amp;quot; เพื่อวางกับดักไว้เสร็จ แล้วเข้าสู่ระบบปกติ มีการเลือกตั้ง ถ้าได้พรรคการเมืองที่พวกตนเองเกลียดกลัว ก็จะเข้าสู่ขั้นตอนต่อไปคนกลุ่มหนึ่งคอยหาช่อง หารู เล่นแร่แปรธาตุเอากับ &amp;quot;กฎหมาย&amp;quot; จ้องจับผิดตั้งตนเป็น &amp;quot;นักร้อง&amp;quot; คอยชงเรื่องเข้าสู่กระบวนการเสร็จแล้วองค์กรที่ครองอำนาจในนามของ &amp;quot;การตรวจสอบ&amp;quot; ก็จะเข้าจัดการ ถ้าจัดการไม่แล้วเสร็จก็จะกลับไปยึดอำนาจการปกครอง แล้วเริ่มกระบวนการนี้ใหม่ คือความต้องการของคนกลุ่มหนึ่งที่ต้องการกำจัดพรรคการเมืองที่เป็นภัยแก่พวกตน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การเมืองไทยเป็นแบบนี้มา 13 ปีแล้ว วิธีการเช่นนี้แก้ไขปัญหาอะไรไม่ได้ รังแต่จะสร้างวิกฤติมากขึ้นอีก แล้วยังลากเอา กฎหมายและกระบวนการยุติธรรมลงเหวไปด้วยกันทั้งหมด เล่นกันแบบนี้จนวันนี้การเมืองไทยหาฉันทามติไม่ได้หา Final say ไม่ได้ สังคมไทยจะยอมให้พวกเขาเล่นกันแบบนี้อีกหรือ&amp;quot; นายปิยบุตรระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกระบวนการตั้งข้อหาเพื่อยุบพรรคในฝั่งประชาธิปไตยหลายพรรค โดยเฉพาะพรรคอนาคตใหม่ ว่าโดนกันหมด อย่างที่บอกว่าตั้งแต่วันแรกที่เข้าสู่สนาม เรารู้ว่าเราจะเจออะไรบ้าง ทั้งกติกา กลไกที่วางไว้อย่างเอียงกระเท่เร่ เอาเปรียบทุกอย่าง ทั้งอำนาจรัฐที่เข้ามาคุกคาม และเอื้ออำนวยให้กับบางพรรค กดดันบางพรรค ดังนั้นสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับพรรคฝ่ายประชาธิปไตยจะเกิดอีกเยอะ ขอให้กำลังใจนายธนาธรและพรรคอนาคตใหม่ เชื่อว่าเขาก็คิดเหมือนกับตน รู้ว่าจะเดินไปสู่อะไร แต่เมื่อเรามีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะเข้ามาสู่เวทีประชาธิปไตยอย่างไร้เส้นแบบพวกเรา เราก็ต้องอดทน ต่อสู้กับความจริง และหวังว่าจะเกิดความยุติธรรม อย่าลืมว่าคนไทยไม่ชอบอะไรที่ไม่ยุติธรรม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่พรรคไทยรักษาชาติ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ประธานคณะกรรมการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง แถลงภายหลังการประชุมยุทธศาสตร์การหาเสียงเลือกตั้ง ว่า แม้ว่าทางพรรคจะกำลังเผชิญกับคดียุบพรรค แต่เรื่องการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งก็ต้องดำเนินกันต่อไป ทางพรรคได้วางกำหนดการทำงานไว้หลายพื้นที่ ทั้งในส่วนของ กทม.และต่างจังหวัด วันที่ 23 ก.พ. ลงพื้นที่ย่านวงเวียนใหญ่ กทม., วันที่ 24 ก.พ. เวลา 07.00 น. ช่วยผู้สมัคร ส.ส.เขต 3 ย่านบางคอแหลม เวลา 15.00 น. ไปพื้นที่ทุ่งครุ ราษฎร์บูรณะ, วันที่ 25 ก.พ. ลงพื้นที่พร้อมเปิดเวทีปราศรัยใหญ่ที่ จ.ชัยนาท, &amp;nbsp;วันที่ 26 ก.พ. ที่ จ.นครปฐม, วันที่ 27 ก.พ. ซึ่งเป็นวันที่ศาลรัฐธรรมนูญ นัดพิจารณาคดียุบพรรคเป็นครั้งแรกจะไม่มีกิจกรรมการเมือง, วันที่ 28 ก.พ. ลงพื้นที่ที่ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 1 มี.ค. เปิดเวทีปราศรัยใหญ่ ลานคนเมือง กรุงเทพฯ, วันที่ 2 มี.ค. เปิดเวทีปราศรัยใหญ่ จ.พิจิตร, &amp;nbsp;วันที่ 3 มี.ค. จ.พิษณุโลก, วันที่ 4 มี.ค. จ.กำแพงเพชร, &amp;nbsp;วันที่ 5 มี.ค. เปิดเวทีปราศรัยใหญ่ 2 จังหวัด &amp;nbsp;2 เวที คือ จ.ภูเก็ต และ จ.พังงา, วันที่ 6 มี.ค.ที่ จ.กระบี่, วันที่ 7 มี.ค. ลงพื้นที่ จ.ยะลา จ.นราธิวาส และช่วงเย็นจะเปิดเวทีปราศรัยใหญ่ที่ จ.สตูล, วันที่ 8 มี.ค. ที่ จ.ระยอง, วันที่ 9 มี.ค.ที่ จ.จันทบุรี, วันที่ 10 มี.ค. ที่ จ.ตราด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; วันที่ 11 มี.ค. ที่ จ.กาญจนบุรี มี 2 เวทีที่ อ.ไทรโยค กับ อ.ท่าม่วง, วันที่ 12 มี.ค. ที่ จ.ตาก มี 2 เวที ที่ อ.แม่สอด และ อ.เมืองฯ, วันที่ 13 มี.ค. ที่ จ.นครศรีธรรมราช, วันที่ 14 มี.ค. จ.สุราษฎร์ธานี มี 2 เวทีคือ อ.เมืองฯ และ อ.บ้านตาขุน, วันที่ 15 มี.ค. ที่ จ.ตรัง, วันที่ 18 มี.ค. เปิดเวทีปราศรัยใหญ่ที่ จ.บุรีรัมย์ มี 2 เวทีคือ อ.เมืองฯ และ อ.ละหานทราย วันที่ 19-21 มี.ค. จะรอดูสถานการณ์เพื่อเตรียมจัดเวทีให้สอดคล้องกับสถานการณ์ แต่ขณะนี้ยังไม่ได้มีการระบุไว้ว่าจะลงพื้นที่หรือเปิดเวทีปราศรัยที่ใด ส่วนวันที่ 22 มี.ค. ถือเป็นเวทีปิดท้ายการหาเสียง จะจัดปราศรัยใหญ่ปิดท้ายใน กทม. ส่วนสถานที่อยู่ระหว่างดำเนินการขออนุมัติ
หลานแม้วโวยบิ๊กโจ๊ก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณัฐวุฒิกล่าวว่า เมื่อทางพรรคส่งผู้สมัคร ส.ส. ก็มีพันธะผูกพันในการทำงาน เมื่อเสนอตัวรับใช้ประชาชน ทุกอย่างก็ต้องเดินหน้าต่อไป ซึ่งในการเปิดเวทีและการปราศรัย จะไม่มีกรรมการบริหารพรรคไปร่วมด้วย แม้ในทางกฎหมายไม่ได้ห้าม แต่เห็นว่าคดีที่ศาลรัฐธรรมนูญมีความสำคัญละเอียดอ่อน จึงขอให้เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการบริหารและทีมกฎหมาย ได้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ดีกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายฤภพ ชินวัตร รองหัวหน้าพรรค ทษช. โพสต์ผ่านเพจเฟซบุ๊ก Knight of Shinawatra ฤภพ ชินวัตร ระบุว่า เมื่อวันที่ 19 ก.พ.ที่ผ่านมา ได้เดินทางไปรับทราบข้อกล่าวหากรณีไลน์แอดวัดค่าฝุ่นกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ &amp;nbsp;ที่ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ กระบวนการสอบสวนเป็นไปตามปกติ โดยมีเจ้าหน้าที่ได้ทำการบันทึกภาพและวิดีโอไว้ ซึ่งผมได้สอบถามพนักงานสอบสวนว่าปกติมีการถ่ายภาพและวิดีโอหรือไม่ พนักงานตอบว่าถ่ายภาพเพื่อใช้เป็นการภายใน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในช่วงเย็นวันนั้น ได้เห็นการสัมภาษณ์ของ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล กับสื่อมวลชนและโซเชียลมีเดีย และพบว่าภาพที่เจ้าหน้าที่ถ่ายไว้เพื่อใช้เป็นการภายในถูกนำออกมาเผยแพร่ โดยที่ผมไม่ได้ยินยอม &amp;nbsp;เสมือนตนเป็นผู้ต้องหาที่กระทำความผิดสำเร็จแล้ว สร้างความเสียหายให้กับตนและพรรคเป็นอย่างมาก &amp;nbsp; เสมือนเป็นไปเพื่อดิสเครดิต หรือเป็นการกระทำที่ส่อไปในทางปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือไม่ ตามคำสั่ง ตร.ที่ 465/2550 เรื่องการปฏิบัติเกี่ยวกับการให้ข่าว &amp;nbsp;เหตุใดแอปพลิเคชันในลักษณะเดียวกันจึงไม่โดนตรวจ เหตุใดจึงเลือกตรวจสอบของผมคนเดียว เป็นเพราะผมเข้ามาเล่นการเมือง หรือเป็นเพราะผมนามสกุลชินวัตร&amp;rdquo; นายฤภพระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม. ในฐานะรองผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ (รองศปอส.ตร.) กล่าวถึงกรณีการติดตามตัวผู้ปลอมแปลงราชกิจจานุเบกษา สั่งปลดผู้บัญชาการ 3 เหล่าทัพ ว่า ยืนยันว่าการสืบสวนยังอยู่ในกรอบการทำงาน 7 วัน ซึ่งทราบตัวผู้กระทำผิดแล้วว่าเป็นใครบ้าง มีทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ซึ่งมีต้นตอเซิร์ฟเวอร์อยู่ในกลุ่มประเทศโซนยุโรป การจับกุมผู้ต้องหากลับมาดำเนินคดีที่ประเทศไทยนั้นต้องใช้ระยะเวลา ต้องประสานกระทรวงการต่างประเทศ และสำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อขออนุมัติออกหมายจับผู้ร้ายข้ามแดนต่อไป &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่มีรายงานว่า กลุ่มบุคคลที่ปลอมแปลงราชกิจจาฯ เป็นกลุ่มเดียวกันกับที่ทำการปลอมแปลงข่าวลวงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กับ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. เรื่องงบประมาณกองทัพและการเกณฑ์ทหาร ซึ่งฝ่ายกฎหมาย คสช.ได้แจ้งความไว้แล้วที่ บก.ปอท. เมื่อวันที่ 21 ก.พ.
ชงยุบ 12 พรรคแก้ฐานข้อมูล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) &amp;nbsp;นายนพดล อมรเวช หัวหน้าพรรครวมใจไทย ได้เดินทางมายื่นหนังสือถึงประธาน กกต. เพื่อขอให้ตรวจสอบการกระทำผิดของพรรคการเมือง และพิจารณามีมติยื่นศาลรัฐธรรมนูญ สั่งยุบพรรคการเมือง 12 พรรค ประกอบด้วย พรรคประชาชนปฏิรูป พรรครวมพลังประชาชาติ &amp;nbsp;พรรคพลังท้องถิ่นไทย พรรคเพื่อแผ่นดิน &amp;nbsp;พรรคเศรษฐกิจใหม่ พรรคไทยศรีวิไลย์ พรรคครูไทยเพื่อประชาชน พรรคประชาธรรมไทย พรรคพลังปวงชนไทย พรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย &amp;nbsp;พรรคถิ่นกาขาวชาววิไล และพรรคภราดรภาพ เนื่องจากพรรคการเมืองต้นสังกัดของผู้สมัครได้เข้าแก้ไขระยะเวลาการเข้าเป็นสมาชิกพรรคของผู้สมัครในระบบฐานข้อมูล &amp;nbsp;เพื่อให้คุณสมบัติในการลงสมัครครบถ้วน &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนพดลกล่าวว่า อย่างกรณีพรรคหนึ่งตามที่มีการเปิดเผยทางสื่อว่าเป็นสมาชิกพรรคอยู่วันที่ 22 ม.ค.2562 ซึ่งถือว่าถ้าเป็นสมาชิกตามระยะเวลาดังกล่าว ก็ไม่มีคุณสมบัติในการลงสมัคร เป็นสมาชิกไม่ครบ 90 วัน แต่ก็มีการไปแก้ไขย้อนหลังให้ไปเป็นสมาชิกตั้งแต่วันที่ 22 พ.ย.2561 ซึ่งอาจเข้าข่ายเป็นการกระทำเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองที่ไม่ได้เป็นไปตามวิถีทางที่รัฐธรรมนูญกำหนดขัด พ.ร.ป.พรรคการเมือง มาตรา 92 &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การดำเนินการครั้งนี้ ผมไม่รู้จักพรรคใด ผมอยากสร้างมาตรฐานทางการเมือง ไม่อยากให้เกิดการโกงตั้งแต่รับสมัคร และถือเป็นบทบาทหนึ่งของการพรรคการเมืองที่เราจะต้องตรวจสอบครอบครัวการเมืองกันเองก่อนที่จะเสนอตัวให้ประชาชนเลือก หลังจากมีข่าวว่าจะมายื่นเรื่องให้ กกต.ก็มี 4-5 พรรค ที่อยู่ใน 12 พรรค ได้ติดต่อว่าขอให้ไม่ยื่นร้องให้ยุบพรรค เพราะเป็นความผิดพลาดของเจ้าหน้าที่ และบางพรรคได้ชี้แจงกับ กกต.ไปแล้ว พร้อมขู่หากยื่นร้องให้ยุบพรรคก็จะดำเนินคดี เพราะอาจเข้าข่ายเป็นการใส่ร้ายป้ายสี&amp;quot; นายนพดลกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายวิญญัติ ชาติมนตรี เลขาธิการสมาพันธ์นักกฎหมายเพื่อสิทธิและเสรีภาพ (สกสส.) ในฐานะผู้ยื่นคำร้องต่อประธาน กกต. ขอให้ยุบพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ว่าเข้าข่ายการกระทำความผิดต่อกฎหมายและขัดรัฐธรรมนูญ กล่าวถึงกรณีที่ พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. ระบุว่าการยื่นเรื่องยุบพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) เร็วกว่ายื่นยุบพปชร. เพราะมีหลักฐานชัดเจนว่า ประเด็นที่มีการอ้างขอให้มีการยุบ พปชร. ทาง กกต.ก็ทราบดีว่าผู้ร้องทั้ง 3 รายต่างก็อ้างเหตุว่าเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยฯ เพราะมีการเสนอชื่อผู้นำคณะรัฐประหารมาเป็นแคนดิเดตนายกฯ ถือเป็นเรื่องเดียวกันประเด็นเดียวกัน มีข้อเท็จจริงรู้กันทั่วไป กกต.ก็ย่อมต้องทราบดี หากอ้างไม่รู้เรื่องนี้ ก็แสดงว่ามาจากดาวอังคารแล้วหรือไม่ หรือมีอีกอย่าง กกต.อาจยอมรับว่าผู้ทำการรัฐประหารไม่ใช่ปฏิปักษ์ต่อการปกครองต่อระบอบประชาธิปไตยหรือไม่ &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การที่เลขาฯ กกต.ชี้แจงไม่สมเหตุสมผล อาจถือเป็นการส่อไปในทางมิชอบ เนื่องจาก กกต.ใช้เวลา 1 วันในการยื่นยุบ ทษช. แต่กับ พปชร. คาดใช้เวลา 1-2 สัปดาห์ค่อยเสนอต่อที่ประชุม กกต. ทำไมกรณีของทษช. จึงไม่มีการใช้หลักเกณฑ์ตามมาตรา 41 ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วย กกต. และตามระเบียบ กกต.ว่าด้วยการสืบสวนการไต่สวน และการวินิจฉัยชี้ขาดฯ กรณียื่นยุบ พปชร. กกต.ก็ต้องไม่เลือกปฏิบัติเช่นเดียวกัน&amp;quot; นายวิญญัติกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายแสวง บุญมี รองเลขาธิการ กกต. กล่าวถึงการตรวจสอบกรณีพรรค พปชร.ถูกร้องเรื่องการจัดระดมทุนโต๊ะจีนว่า เรื่องการระดมทุน และการบริจาค กกต.มีมาตรฐานการตรวจสอบเดียวกันใช้กับทุกพรรค ซึ่งก็ต้องอาศัยเวลาตรวจสอบถึงที่มาของเงิน ใครบริจาคบ้าง มีคนต่างชาติร่วมบริจาคด้วยหรือไม่ ส่วนที่ร้องว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ขาดคุณสมบัติการเป็นแคนดิเนตนายกฯ เพราะเป็นหัวหน้า คสช. เข้าข่ายเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐนั้น ก็ทราบว่าเป็นเรื่องที่มีผู้ร้องอยู่ระหว่างการตรวจสอบของสำนักงาน ขณะที่กรณีพรรคอนาคตใหม่ลงประวัตินายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่เกินความเป็นจริงนั้น ยังไม่ตรวจสอบว่ามีผู้ร้องมาแล้วหรือไม่ แต่ถ้าเป็นกรณีความปรากฏหรือมีเหตุสงสัย กกต.สามารถตรวจสอบเองได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีที่พรรครวมใจไทยยื่นขอให้ กกต.พิจารณายุบ 12 พรรคการเมืองที่มีการแก้ไขฐานข้อมูลสมาชิกพรรคเพื่อให้ผู้สมัครมีคุณสมบัติในการลงสมัคร นายแสวงกล่าวว่า ยังไม่เห็นเรื่อง และยังไม่ขอพูดเรื่องนี้. &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29730</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, ประวัติ, พรรคอนาคตใหม่, รศ.ดร.เจษฎ์ โทณะวณิก, หนังสือพิมพ์, ไพร่หมื่นล้าน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190222/image_big_5c6ffc6eb0ad8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23510</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/12/2018 18:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/12/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เหลว!ดีลป้อมเข็นตู่ &#039;มาร์ค&#039;ไม่เอา-ย้อน&#039;พปชร.&#039; &#039;คสช.&#039;เชื่อสุดท้ายก็จับมือ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ประวิตร-เฉลิมชัย&amp;rdquo; เร่ปัดเกี๊ยะเซียะดัน &amp;ldquo;ลุงตู่&amp;rdquo; นั่งนายกฯ สมัย 2 &amp;ldquo;มาร์ค&amp;rdquo; ย้อนเกล็ดไหนบอกกวาด 350 ส.ส. ทำไมต้องประสาน คสช. เชื่อสุดท้าย ปชป.ต้องมาซบ เพราะไม่มีทางจับมือ &amp;ldquo;เพื่อไทย&amp;rdquo; แน่ &amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; ร่ายยาวแต่กั๊กเรื่องถูกเสนอชื่อบัญชีผู้นำ บอกหลังปลดล็อกชัดเจน ยอมรับ พปชร.มีแนวทางสอดรับรัฐบาล ลั่นเลือกตั้งก่อนพระราชพิธีสำคัญแน่ &amp;ldquo;จตุพร&amp;rdquo; อัดไม่สง่างามนั่งหัวโต๊ะ 7 ธ.ค. เหตุเป็นทั้งผู้เล่นและผู้คุม &amp;ldquo;ธนกร&amp;rdquo; สวน ดร.เหลิมเจ็บ สะกดธรรมาภิบาลได้ด้วย &amp;ldquo;วัฒนา&amp;rdquo; ปูด พท.ส่งแค่ 250 เขต ส่วนตัวลงบางแค
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคาร ยังคงมีความต่อเนื่องกับกระแสข่าว พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ติดต่อประสานนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน อดีตเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เพื่อชวนเป็นพันธมิตรทางการเมืองในการสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นนายกฯ อีกสมัย โดย พล.อ.ประวิตรระบุว่า ไม่จริง ไม่ได้เจอกับนายเฉลิมชัยเลย ไม่ได้พูดอะไรกันเลย ไม่ได้พูดกับใครเลยใน ปชป. พูดเรื่องอะไร ไม่ได้อยู่พรรคการเมือง และไม่ใช่มือประสาน ข่าวที่เกี่ยวกับนายเฉลิมชัยก็เพิ่งทราบ การพูดคุยเป็นของพรรคการเมือง พรรคเขาจะพูดกับใครก็ว่าไป ตนเองไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเมือง
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า หากมีคนขอให้ประสานจัดตั้งรัฐบาล พล.อ.ประวิตรยืนยันว่า ไม่ประสาน จะเกี่ยวอะไร จะไปประสานกับใคร ไม่รู้จักใครเลย ส่วนข่าวที่ออกมาก็ไม่รู้ต้องการดิสเครดิตหรือไม่ แต่ยืนยันไม่ได้พูด และไม่ได้เจอหน้านายเฉลิมชัยเลย ที่ผ่านมาเคยเป็นรัฐบาลร่วมกับ ปชป. 3 ปี ก็รู้จักกัน นายเฉลิมชัยก็รู้จัก แต่วันนี้ไม่มีเบอร์โทร.กันแล้ว
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามต่อว่า หลังเลือกตั้งจะเข้าไปช่วยประสานจัดตั้งรัฐบาลหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า ไม่ต้องช่วย จะไปเกี่ยวอะไรด้วย เพราะออกไปแล้ว ส่วนหลังเลือกตั้งจะเล่นการเมืองต่อหรือไม่นั้น ยังไม่รู้ว่าใครจะเป็นนายกฯ และเขาจะมาขอให้ทำงานหรือไม่ หากมีก็ต้องดูว่าจะให้ช่วยอะไร เป็นสิ่งที่ทำได้หรือไม่ คงต้องรอให้เขามาเชิญก่อน ส่วนถ้านายกฯ เป็น พล.อ.ประยุทธ์นั้น ก็ไม่รู้ว่าเขาจะเชิญหรือไม่ บอกไปตั้งนานแล้วว่าไม่อยากเล่นการเมือง
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายเฉลิมชัยปฏิเสธเช่นกันว่า ไม่ทราบ ไม่ได้รับโทรศัพท์ เพราะเบอร์แปลกๆ ไม่รับอยู่แล้ว ตอนนี้จิตใจสงบมาก ส่วนว่าประสานมาเพื่อให้ ปชป.ไปสนับสนุนเพื่อให้เป็นรัฐบาลก็ไม่รู้เหมือนกัน จึงตอบไม่ได้ เพราะไม่ได้คุยกัน
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ปชป.กล่าวในเรื่องนี้ว่า เห็นเขาว่าจะได้ 350 ที่นั่ง ส.ส. ก็ไม่มีความจำเป็นอะไรอีก ส่วนข่าวที่ออกมาก็ไม่รู้ว่ามีวัตถุประสงค์อะไร แต่ต้องให้ความเป็นธรรม เพราะเป็นรายงานข่าว แต่อย่างที่บอกว่าพรรคจะได้ 350 ที่นั่ง ก็ไม่เห็นความจำเป็นที่ต้องคุยกัน
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอภิสิทธิ์ยังกล่าวว่า ถ้าเป็นไปตามข่าวบอกว่าจะเสนอกระทรวงนั้นกระทรวงนี้ ซึ่งไม่ใช่ประเด็นและเวลา เพราะ 1.ต้องผ่านกระบวนการการเลือกตั้ง ว่าประชาชนต้องให้คำตอบก่อนว่าสนับสนุนแนวทางของพรรคไหน อย่างไร และ 2.ต้องดูว่าตอนหาเสียง แนวทางของพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ยังยืนยันการทำงานในรูปแบบรัฐบาลปัจจุบันหรือไม่ เพราะหากบริหารเศรษฐกิจแบบนี้ ยากที่จะทำงานด้วยกันได้ เพราะประชาชนเดือดร้อนมาก
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมยืนยันว่าการเมืองมี 3 ขั้ว คือ พลังประชารัฐ ประชาธิปัตย์ และเพื่อไทย ผมคิดว่าตอนนี้ 3 แนวทางแตกต่างกันชัดเจน จึงต้องให้ประชาชนพิจารณาก่อนแล้วค่อยมาว่ากัน&amp;rdquo; นายอภิสิทธิ์กล่าว
เชื่อสุดท้ายจับมือกัน
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานข่าวจาก คสช.แจ้งว่า พล.อ.ประวิตรได้ประสานกับนายเฉลิมชัยจริง เพื่อขอลูกทีม 3 คนไปสังกัด พปชร. แต่นายเฉลิมชัยกลัวเหมือนนายธรรมวิชญ์ และนายอรรถพล โพธิพิพิธ บุตรชายของนายประชา โพธิพิพิธ หรือกำนันเซียะ อดีต ส.ส.กาญจนบุรี ปชป. ที่ย้ายไป พปชร. จึงไม่ยอมรับสายโทรศัพท์ และปิดโทรศัพท์ เพราะอย่างน้อยก็ยังรักษาน้ำใจไมตรีระหว่างกันไว้
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานแจ้งว่า การเจรจาน่าจะเกิดขึ้นอีกครั้งหลังการเลือกตั้ง ว่าจะมาร่วมรัฐบาลหรือแบ่งโควตากันอย่างไร เพราะ คสช.ก็ทราบดีว่า ปชป.ไม่สามารถทำงานกับพรรคเพื่อไทย (พท.) ได้ ดังนั้น ปชป.จึงมีทางเลือกเดียวที่จะไปร่วมทำงานได้ก็คือ พปชร.เท่านั้น
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์หลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงความชัดเจนของพรรค พปชร.ในการเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ ในบัญชีพรรคว่า พปชร.เขาชัดเจนแล้ว ทำไมตนเองต้องไปชัดเจนกับเขาด้วย ทำไมอยากรู้เหลือเกิน ทุกพรรคก็เสนอประยุทธ์ทั้งนั้น แต่ไม่เห็นมีใครมาเชิญสักที เขาจะพูดก็พูดไป ยังไม่ตัดสินใจ ทำไมจะเลือกตั้งในวันพรุ่งนี้กันหรืออย่างไร อยากรู้หรือ ก็ยังไม่ให้รู้ ถ้ายิ่งอยากรู้ก็ไม่ให้รู้ ถ้าไม่อยากรู้เดี๋ยวพูดเอง
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า รู้สึกหรือไม่ว่าทำไมพรรคการเมืองถึงเสนอชื่อเป็นนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า &amp;ldquo;ไม่รู้ซิ ไม่รู้เหมือนกัน ผมไม่อาจพิจารณาตัวเองได้ว่าเก่งหรือไม่เก่ง และเขาเลือกผม เพราะอะไรก็ยังไม่รู้เหมือนกัน คงอาจเห็นบ้านเมืองสงบเรียบร้อยดีมั้ง เขาเห็นแค่นั้นหรือเปล่า ผมไม่รู้ หรือจะหมายความอย่างอื่นด้วย&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามต่อว่า รู้สึกดีใจหรือไม่ที่ถูกเลือก พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เขาเรียกว่าบารมี 10 ประการ ขันติบารมี คือไม่ยินดียินร้ายต่อคำชมและคำติฉินนินทา เข้าใจหรือยัง กำลังใช้อยู่&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า 4 รัฐมนตรีที่อยู่ใน พปชร.จะมีส่วนตัดสินใจหรือไม่หากมีการทาบทาม พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวยอมรับว่า &amp;ldquo;เป็นส่วนหนึ่งในการพิจารณา ถ้าพรรคใดก็ตามที่ทำงานแล้วสอดคล้องกับสิ่งที่ทำอยู่ในวันนี้ ถ้าตัดสินใจเข้าไปการเมือง ก็ต้องสนับสนุนพรรคเหล่านี้ เพราะมันทำงานให้ทำต่อ แต่การที่จะเป็นนายกฯ หรือเปล่า ยังไม่รู้เหมือนกัน เพราะกลไกไม่ใช่ว่าเลือกตนเองแล้วจะได้เป็นเลย ต้องมีการพิจารณาในสภา จะยอมรับกันหรือเปล่าก็ยังไม่รู้เหมือนกัน
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ธงของผมคือสนับสนุนพรรคการเมืองที่เดินหน้าประเทศอย่างมียุทธศาสตร์ เอาอย่างนี้แล้วกัน พรรคอื่นก็ว่ามาซิ ยุทธศาสตร์ว่าอย่างไร อาจดีกว่าพรรคพลังประชารัฐก็ได้ เสนอยุทธศาสตร์มาซิ ดีกว่ามาติฉินกันมาเรื่อยๆ อย่างนี้ แต่ไม่เคยพูดมาว่าจะแก้ปัญหาได้อย่างไร มีแต่บอกว่าจะทำตรงนั้นตรงนี้ให้ราคาสูงขึ้น ทั้งยางและข้าว แต่จะทำอย่างไร ผมพูดทุกอย่างว่าจะทำอย่างไร เขาก็ต้องพูดกับผมว่าจะทำอย่างไรด้วย ประชาชนจะได้เกิดข้อเปรียบเทียบ ถ้าพูดไม่ได้ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์กล่าวตอบคำถามมีธงหรือคำตอบในใจอยู่แล้วใช่หรือไม่ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามอีกว่า จะบอกความชัดเจนได้เมื่อไหร่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ปลดล็อกเมื่อไหร่ค่อยว่ากัน ตอนนั้น เดี๋ยวค่อยว่ากัน เดี๋ยวก็ปลดล็อกแล้ว พอปลดล็อกขึ้นมาทุกคนก็จะพูดได้เต็มปากเต็มคำ ก็จะฟังว่ามีประโยชน์ตรงไหน พรรคนี้เสนออะไรมา ถ้าเสนอเหมือนคราวก่อนๆ จะทำอย่างนั้นอย่างนี้ แล้วทำไม่ได้ จะทำให้ราคายางสูงขึ้น 3-4 เท่า ถามว่าโลกขายเท่านั้น คุณจะไปขายใคร
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ยังกล่าวว่า อยากฝากช่วยสร้างความเข้าใจระดับพื้นที่ รัฐบาลกำลังเดินสร้างกลไกการขับเคลื่อนเศรษฐกิจทุกอย่าง โดยเฉพาะด้านการเกษตรที่วันนี้ไม่ว่ารัฐบาลไหนต้องบอกจะทำให้เศรษฐกิจดีขึ้น ดังนั้นไม่อยากให้ไปบิดเบือนว่าสมัยก่อนราคาเท่านี้ สมัยนี้รัฐบาลนี้ทำได้เท่านี้ ประชาชนเลยเกิดความคาดหวังว่าวันข้างหน้าจะดีขึ้น วันนี้รัฐบาลพยายามนำทุกมาตรการมาใช้ ไม่ใช่ดูแลโดยเอาเงินไปให้อย่างเดียวอย่างที่ผ่านมา จนทุกคนเคยชิน อย่าไปจับต้องว่ามาตรการที่ช่วยเหลือไม่มีเหมือนเดิม เราไปแก้บิดเบือนทางการตลาดไม่ได้ วันนี้ขอให้ฟังรัฐบาลนี้บ้าง&amp;nbsp;
เลือกตั้งก่อนพระราชพิธี
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;บางคนบอกรัฐบาลนี้อยู่มา 4 ปี เศรษฐกิจราคาพืชผลเกษตรตกต่ำ อยากถามว่าแล้วจะให้ทำอย่างไร ลองไปถามคนที่พูดว่าจะทำให้ราคาสูงขึ้นได้อย่างไร หลายอย่างที่เป็นมาตรการก่อนหน้ารัฐบาลเข้ามาอยากให้เขาพูดออกมาว่าเขาทำอะไรอย่างอื่นบ้าง นอกจากบอกทำให้ราคาดีแล้วทำไม่ได้ไหม ตรงนี้เป็นนโยบายของพรรคที่ควรจะพูดออกมา มากกว่าโจมตีรัฐบาลนี้&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ ยังกล่าวถึงพระราชพิธีบรมราชาภิเษกที่จะเกิดขึ้นว่า มี 2 ช่วง คือการทำงานของรัฐบาลในการเตรียมงานเพื่อจะเข้าสู่ช่วงพระราชพิธีที่จะทรงโปรดเกล้าฯ และกำหนดลงมา เรื่องนี้รัฐบาลกำหนดเองไม่ได้ ต้องรอให้โปรดเกล้าฯ ลงมา ฉะนั้นมีงาน 2 ช่วง ซึ่งในช่วงนี้ก็ต้องดูว่าจะทำอย่างไรในเรื่องการเดินหน้าและการขับเคลื่อนประเทศ รวมทั้งการเลือกตั้ง จะทำให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อยอย่างไร ซึ่งก็เป็นเรื่องที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะเป็นผู้พิจารณาว่าจะทำอย่างไร สำหรับตนเองยังเหมือนเดิม
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ในส่วนที่ 2 ที่รัฐบาลต้องเตรียมการ คือ การเตรียมการในส่วนของโบราณราชประเพณี ซึ่งเกี่ยวข้องกับหลายๆ เรื่อง และหลายจังหวัด จำเป็นต้องใช้เวลาพอสมควร เพราะทั้งหมดคือความร่มเย็นของประเทศไทย โดยในช่วงที่ 2 นี้จะใช้เวลาหลายวัน และมีการกำหนดเป็นหมายกำหนดการของสำนักพระราชวังที่จะมีการโปรดเกล้าฯ ลงมา
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พิธีสำคัญนี้เป็นเรื่องของเหนือหัว ขอให้จำไว้ ถือว่าวันนี้ผมไม่ได้พูดอะไรทั้งสิ้น เพียงแต่อยากจะเตือนทุกคน ลืมกันไปแล้ว&amp;quot; นายกฯ กล่าว และเมื่อถามย้ำว่า ถ้าเป็นเช่นนี้แสดงว่าต้องจัดการเลือกตั้งก่อนใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า &amp;quot;ไม่พูดๆ ยังไงก็ต้องเลือกตั้งก่อนอยู่แล้วล่ะ&amp;quot;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายอภิสิทธิ์กล่าวถึงกรณี พปชร.จะเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ว่า คงไม่มีใครบังคับได้ แต่ต้องคิดว่าถ้าจะตอบรับนั่นแปลว่า พล.อ.ประยุทธ์มีส่วนได้ส่วนเสียกับการเลือกตั้งครั้งนี้ ซึ่งต้องพิจารณาตามหลักธรรมาภิบาลว่าต้องทำอย่างไร เพื่อให้มั่นใจว่าการเลือกตั้งจะสุจริตเที่ยงธรรม
&amp;ldquo;เรื่องธรรมาภิบาลพูดแค่เรื่องกฎหมายไม่ได้ ตอนผมเป็นนายกฯ เกิดปัญหาขึ้นในเรื่องคุณสมบัติ ส.ส. ต้องลงสมัครเลือกตั้งซ่อม ผมให้ทุกคนออกจากตำแหน่ง เพราะไม่ต้องการให้ใช้ตำแหน่งเอารัดเอาเปรียบคู่แข่งขัน แต่กฎหมายไม่ได้บังคับ แต่ทุกคนในพรรคผมและพรรคร่วมก็ให้ความร่วมมืออย่างดี บรรทัดฐานแบบนี้ถ้าอยากมีธรรมาภิบาลก็ต้องสร้างขึ้น ถ้าท่องเพียงแค่ว่าไม่ได้ทำผิดกฎหมาย การเมืองไทยจะวนเวียนแบบเดิม&amp;rdquo; นายอภิสิทธิ์กล่าว &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้า ปชป. กล่าวว่า หาก พล.อ.ประยุทธ์ลาออกจากนายกฯ และหัวหน้าคสช. จะสง่างามมาก และมาสังกัดในบัญชีรายชื่อ พปชร. แต่หากและยังดันทุรังที่จะอยู่ในตำแหน่งดังกล่าว จะสุ่มเสี่ยงขัดหลักธรรมาภิบาลและจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และขัดเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการประชุมแม่น้ำ 5 สาย และพรรคการเมืองในวันศุกร์ที่ 7 ธ.ค.นั้น พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงหลายพรรคประกาศไม่เข้าร่วมว่า ใครไม่มาก็แล้วแต่ท่าน แต่คิดว่าการจะทำงานเพื่อชาติ เพื่อประชาชน มันต้องเอากติกาต่างๆ มา ไม่ใช่มาสู้กับกติกา มันไม่ใช่ เหมือนนักมวยจะขึ้นชก ก็ต้องฟังกติกา ซึ่งกติกาวันนี้อาจมีความแตกต่างอยู่บ้าง วันนี้กติกามวยกอล์ฟ กีฬาอะไรต่างๆ ก็เปลี่ยนไป หลายอย่างไม่เคยทำได้ก็ทำได้ หลายอย่างเคยทำได้ก็ทำไม่ได้ ไม่เห็นมีใครไฟต์เรื่องพวกนี้เลย ตัวเองก็เตรียมตัวให้พร้อมที่จะเข้ามาสู่การเลือกตั้ง ให้ประชาชนตัดสินดีกว่า อย่ามาอะไรกันเลย มันเสียเวลา ประเทศชาติเดินหน้าลำบาก
&amp;ldquo;บิ๊กป้อม&amp;rdquo;ไม่สน
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตรกล่าวเช่นกันว่า ไม่อยากพูดอะไรมาก พรรคการเมืองไหนอยากมาก็มา ไม่อยากมาก็ไม่ต้องมา เพราะเราเชิญทั้งหมด คนไม่มาก็คงไม่รู้เรื่องว่าเขาพูดอะไรกัน และในวันดังกล่าวจะยังไม่รู้วันเลือกตั้งที่แน่นอน เพราะถือเป็นเรื่องของ กกต. ไปล้วงลูกไม่ได้
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจาตุรนต์ ฉายแสง ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ระบุพรรคการเมืองที่ไม่ไปร่วมประชุมวันที่ 7 ธ.ค. ว่าเป็นพวกไม่เคารพกติกาและไม่อยากเลือกตั้ง ว่า ทษช.ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายอย่างเคร่งครัด ไม่ต้องเป็นห่วง ไม่ใช่ไม่เคารพกติกา แต่การไปประชุมร่วมกับ คสช. เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญและหลักประชาธิปไตยว่าด้วยการเลือกตั้งที่เสรีและเป็นธรรมตามระบบ เพราะ กกต.มีหน้าที่ดูแลการเลือกตั้ง และดูแลบทบาทหน้าที่ของนักการเมือง ไม่ใช่หน้าที่ของ คสช. การที่ คสช.ทำแบบนี้ เท่ากับเป็นการยืนยันว่าจะแทรกแซงการเลือกตั้ง ซึ่งเราไม่เห็นด้วย และจะไม่ไปร่วม&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เป็นที่รู้กันดีว่า พล.อ.ประยุทธ์จะถูกเสนอชื่อในบัญชีของพรรคการเมือง แล้วจะมาทำหน้าที่รับฟังความเห็นและตัดสินใจในเรื่องของพรรคการเมือง ซึ่งเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง แต่เราก็ยังหวังว่าในการพิจารณาดังกล่าว คสช.จะไม่รักษาคำสั่งและอำนาจมากเกินไป ควรปลดล็อกให้เต็มที่&amp;rdquo; นายจาตุรนต์กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) กล่าวเรื่องเดียวกันว่า คนที่กล่าวหาว่าคนอื่นไม่อยากเลือกตั้งกลับเป็นคนที่ทำให้ประเทศไทยไม่มีการเลือกตั้ง ละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานของมนุษย์มามากกว่า 4 ปีแล้ว ประชาชนและพรรคการเมืองหลายพรรคก็เรียกร้องการเลือกตั้งมาโดยตลอด แต่เป็น คสช.เสียเองที่เลื่อนการเลือกตั้งไปเรื่อยๆ ดังนั้น อยากให้ประชาชนลองทบทวนว่าใครกันแน่ที่ไม่อยากให้มีการเลือกตั้ง
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ในฐานะผู้สนับสนุนพรรคเพื่อชาติ (พ.พ.ช.) เฟซบุ๊กไลฟ์ในหัวข้อ &amp;quot;เรียนหัวหน้า คสช. กรณีถกพรรคการเมือง 7 ธ.ค.2561&amp;quot; ว่า พล.อ.ประยุทธ์หมดความสง่างามที่จะนั่งเป็นประธานในที่ประชุม เนื่องจากได้เป็นบุคคลที่ถูกพรรค พปชร.เสนอให้เป็นนายกฯ ซึ่งได้ย้ำมาตลอดว่าถ้ากรรมการประสงค์เป็นผู้เล่นต้องลาออก&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ถ้าเวทีประชุม 7 ธ.ค.นี้ ให้พรรคมารับฟังอย่างเดียว ไม่เปิดโอกาสให้แสดงความเห็นแล้ว ไม่แตกต่างจากการสั่งให้มาฟังคำสั่งมาตรา 44 ซึ่งอยู่ที่ไหนสามารถฟังได้ ไม่จำเป็นต้องเข้ามาร่วมประชุมด้วย&amp;rdquo;นายจตุพรระบุ
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายรยุศด์ บุญทัน รองโฆษก พ.พ.ช. ระบุว่า พรรคมีมติไม่เข้าร่วมประชุมหารือกับ คสช.ในวันที่ 7 ธ.ค. เพราะไม่เกิดประโยชน์อันใด ซึ่งพรรคมองว่าไม่ใช่เวทีที่จะพูดคุยเพื่อที่จะหาทางออกให้กับบ้านเมือง เหมือนเป็นลักษณะของการไปรับฟังการชี้แจง และรับคำสั่งจาก คสช. รวมถึงการที่ พล.อ.ประยุทธ์นั่งเป็นประธานก็ไม่เหมาะสม เนื่องจาก พล.อ.ประยุทธ์เป็นผู้มีส่วนได้เสียกับการเลือกตั้งในครั้งนี้โดยตรง เพราะถูกเสนอชื่อเป็นนายกฯ&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายสาธุ อนุโมทามิ เลขาธิการสหพรรคการเมืองไทย เดินทางเข้ายื่นหนังสือถึงประธาน กกต. เพื่อขอให้กำหนดวันเลือกตั้ง ส.ส.เป็นวันอาทิตย์ที่ 5 พ.ค.2562 โดยเสนอให้ กกต.นำเรื่องหารือในวันที่ 7 ธ.ค.นี้ด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกคณะกรรมการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง พปชร. ได้ตอบโต้ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง แกนนำพรรคเพื่อไทย ที่โจมตี 4 รัฐมนตรีของ พปชร. ว่ายังไม่ลาออกและขาดธรรมาภิบาลว่า เพิ่งรู้ว่า ร.ต.อ.เฉลิมสะกดคำว่าธรรมาภิบาลเป็นด้วย เพราะสมัยที่ ร.ต.อ.เฉลิมเป็นรัฐมนตรี ตอนเลือกตั้งก็ไม่ได้ลาออก แล้วจะมาบีบคั้นเพื่ออะไร ยืนยันว่าพรรคไม่มีใครเป็นอีแอบอย่างที่ท่านกล่าวหา&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ร.ต.อ.เฉลิมเป็นคนที่อภิปรายเก่ง แต่ช่วงหลังๆ ชาวบ้านบอกว่าเสียงแหบเหมือนเป็ด เมาจนฟังไม่รู้เรื่อง แม้ผู้ใหญ่ของพรรคพลังประชารัฐพูดไม่เก่ง แต่เน้นทำงานให้ประชาชนอย่างเดียว ร.ต.อ.เฉลิมยังคงนิสัยเดิมๆ เวลาพูดหลายคนจึงมักจะบอกว่าคล้ายๆ กับจะข่มขู่ข้าราชการหรือเปล่า วันนี้ข้าราชการเขากลัวแต่คนดีๆ และเขาก็รู้ดีว่าควรต้องวางตัวอย่างไรไม่ต้องไปสอน ท่านควรอยู่เงียบๆ เหมือนตอนปฏิวัติใหม่ๆ จะดีกว่า&amp;quot; นายธนกรกล่าว
พท.ส่งแค่ 250 เขต
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนกรกล่าวด้วยว่า ส่วนกรณีเปรียบ พล.อ.ประยุทธ์เป็นลิเกที่ดูไป 3 รอบแล้ว จะให้เล่นรอบที่ 4 อีกคนเขาก็รู้แล้วไม่มีอะไรตื่นเต้นนั้น ถ้าหากชาวบ้านเขาชอบลิเก ดูแล้วมีความสุข จะเล่นอีกกี่รอบเขาก็ยังดู ตรงกันข้าม หากเป็น ร.ต.อ.เฉลิมอาจต้องปิดวิกลิเกหนี และถ้าจะให้ดี ท่านรอคำตอบจากคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์เลือกตั้งพรรคเพื่อไทยก่อนจะดีกว่าไหม ว่าจะได้ลงสมัคร ส.ส.เขตหรือบัญชีรายชื่อ
ส่วนความเคลื่อนไหวในเรื่องการยุทธศาสตร์หาเสียงและการเลือกผู้สมัครนั้น นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า การสรรหาผู้สมัครจะทำให้เสร็จประมาณกลางเดือน ธ.ค.นี้ และปลายเดือน ธ.ค.นี้ น่าจะได้ผู้สมัครครบ
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวัฒนา เมืองสุข สมาชิกพรรค พท. กล่าวในรายการทุบประเด็นว่า จะลง ส.ส.เขตบางแค ส่วนคุณหญิงสุดารัตน์นั้นยังไม่กล้ายืนยันว่าจะลงเขตดอนเมืองหรือไม่ เพราะยังไม่ได้คุยกัน ส่วนเป้าของพรรคนั้นจะส่ง ส.ส.เขต 250 เขต โดยเขตที่เราคิดว่าส่งไปก็ไม่ชนะ ก็อาจไม่ส่ง เพราะจะไม่ได้ประโยชน์ในปาร์ตี้ลิสต์จากสูตรการเลือกตั้งแบบใหม่
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่พรรค ทษช.มีการประชุมสมาชิกพรรคเพื่อหารือและพูดคุยถึงความต้องการในการทำงานด้านต่างๆ และได้ตั้งคณะทำงาน &amp;nbsp;5 คณะ ประกอบด้วย คณะทำงานด้านเศรษฐกิจ คณะทำงานด้านเทคโนโลยี คณะทำงานด้านต่างประเทศ คณะทำงานด้านกฎหมาย การเมืองและความมั่นคง และคณะทำงานด้านสังคม
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รศ.ดร.เจษฎ์ โทณะวณิก อดีตที่ปรึกษาคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวถึงกรณีการตั้งข้อสังเกตว่าพรรค พท.จะฮั้วเลือกตั้งกับ ทษช.เพื่อเอาชนะระบอบจัดสรรปันสวนผสม ว่ายังไม่ถึงขั้นฮั้วกันทางการเมือง ส่วนเงื่อนไขที่จะฮั้วทางการเมืองและนำไปสู่การยุบพรรคนั้น ต้องมีลักษณะมีแบ่งหน้าที่กันชัดเจน เช่น อย่าเลือกพรรคเพื่อไทยเขตนี้และไปเลือก ทษช.แทน หรือมีหลักฐานว่าคนทั้งสองพรรคบงการหรือครอบงำซึ่งกันและกัน มีผลประโยชน์ให้แก่กัน เช่น การให้เงินหรือผลประโยชน์ตอบแทนต่างๆ
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่โรงแรมเคพี อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี พรรคคนธรรมดาแห่งประเทศไทย จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2561 เพื่อแก้ไขกฎระเบียบข้อบังคับพรรค เลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรค และเลือกตั้งคณะกรรมการสรรหาผู้สมัคร ส.ส.ใน จ.อุดรธานี โดยมีนายธนาพร ศรียากูล หัวหน้าพรรค และสมาชิกประชุมกว่า 330 คน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23510</URL_LINK>
                <HASHTAG>จตุพร พรหมพันธุ์, จาตุรนต์ ฉายแสง, นายสาธุ อนุโมทามิ, ประชา โพธิพิพิธ, ปิยบุตร แสงกนกกุล, พรรคประชาธิปัตย์, พรรคพลังประชารัฐ, รยุศด์ บุญทัน, รศ.ดร.เจษฎ์ โทณะวณิก, วัฒนา เมืองสุข, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อรรถพล โพธิพิพิธ, เฉลิมชัย ศรีอ่อน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181204/image_big_5c0690dd46e68.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23483</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/12/2018 18:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/12/2018 18:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อดีตที่ปรึกษากรธ.ชี้พรรคตระกูลเพื่อสับหลีกเขตเลือกตั้งไม่เข้าข่ายฮั้วการเมือง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ธ.ค.61- &amp;nbsp;รองศาสตราจารย์ ดร.เจษฎ์ โทณะวณิก &amp;nbsp; อดีตที่ปรึกษาคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวถึงกรณีมีการตั้งข้อสังเกตว่าพรรคเพื่อไทย (พท.) &amp;nbsp;จะฮั้วเลือกตั้งกับพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) &amp;nbsp;เพื่อเอา ชนะระบอบจัดสรรปั่นสวนผสม ว่า ขณะนี้คิดว่าเป็นการแสดงความเห็นทางการเมืองของทั้งสองพรรคที่คิดว่าจะเป็นพันธมิตรหลังเลือกตั้ง เพื่อให้ได้ ส.ส.ตามรูปแบบการเลือกตั้งจัดสรรปั่นส่วนผสม ในการวางแผนให้ได้จำนวนส.ส. &amp;nbsp; หรือหลังเลือกตั้งอาจจะเข้าไปเป็นรัฐบาลเหมือนกัน หรือเป็นฝ่ายค้านร่วมกัน ซึ่งในหลายประเทศที่ใช้ระบบเลือกตั้งคล้ายกับเรา เช่น ฮังการี อิตาลี &amp;nbsp;และเยอรมัน พรรคการเมืองต่างๆ ก็ประกาศเป็นพันธมิตรกัน ทั้งนี้ในความเห็นส่วนตัวขณะนี้ พท. กับ ทษช. ยังไม่ถึงขั้นฮั้วกันทางการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ปรึกษากรธ. กล่าวว่า สำหรับเงื่อนไขที่จะฮั้วทางการเมืองและนำไปสู่การยุบพรรคตามพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง จะต้องมีลักษณะ มีแบ่งหน้าที่กันชัดเจนเช่นอย่าเลือกพรรคเพื่อไทยเขตนี้และไปเลือกทษช.แทน &amp;nbsp; หรือ มีหลักฐานว่าคนทั้งสองพรรคบ่งการหรือครอบงำซึ่งกันและกัน &amp;nbsp; มีผลประโยชน์ให้แก่กันเช่นการให้เงิน หรือผลประโยชน์ตอบแทนต่างๆ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23483</URL_LINK>
                <HASHTAG>รศ.ดร.เจษฎ์ โทณะวณิก, ส่งผูัสมัครส.ส., ฮั้วการเมือง, ไม่ยุบพรรค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180726/image_big_5b59d9136a15d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21234</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/11/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/11/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปลี่ยน...ผู้ชาย ไม่ทำร้ายผู้หญิง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ค่านิยมในอดีต ผู้หญิงมักตกอยู่ภายใต้อำนาจของฝ่ายชาย ไร้ซึ่งสิทธิ เสรีภาพ และยังเสี่ยงถูกทำร้าย กดขี่ ข่มเหง เอารัดเอาเปรียบทุกรูปแบบ กระทั่งปัจจุบันสถานการณ์กลับทวีความรุนแรงด้วยสิ่งเร้ามากมาย นำไปสู่การเรียกร้องสิทธิ์ความเท่าเทียมอันชอบธรรมจากสังคมที่จะต้องปรับเปลี่ยนทัศนคติ และร่วมกันยุติความรุนแรงเหล่านี้ให้หมดไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับมูลนิธิเพื่อนหญิง สหภาพยุโรป (EU) และภาคเครือข่าย ร่วมกันจัดกิจกรรม โครงการ &amp;ldquo;#MenForchange #เราไม่ทำร้ายผู้หญิง ร่วมสร้างสังคมที่ปลอดภัย&amp;rdquo; เมื่อเร็วๆ นี้ บริเวณสวนลุมพินี กรุงเทพฯ เนื่องในวันยุติความรุนแรงของผู้หญิงสากล ที่ตรงกับวันที่ 25 พฤศจิกายนของทุกปี โดยมีดารา นักการเมือง และภาคีเครือข่ายการทำงานยุติความรุนแรงต่อผู้หญิง ประมาณ 200 คนร่วมกิจกรรม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางภรณี ภู่ประเสริฐ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะประชากรกลุ่มเฉพาะ สสส. กล่าวว่า ผลการสำรวจความชุกของปัญหาความรุนแรงต่อผู้หญิงโดยองค์การอนามัยโลกใน 10 ประเทศ รวมทั้งประเทศไทย พบว่า ผู้หญิงอายุน้อย โดยเฉพาะที่อายุระหว่าง 15-19 ปี มีความเสี่ยงที่จะถูกกระทำรุนแรงทางร่างกายและ/หรือทางเพศโดยคู่รักหรือแฟนมากที่สุด เมื่อเทียบกับผู้หญิงในช่วงอายุอื่น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยความรุนแรงในชีวิตคู่ในลักษณะดังกล่าว พบมากในคู่รักหรือแฟนที่อยู่ร่วมกันโดยไม่ได้แต่งงาน (cohabiting) สะท้อนให้เห็นว่าผู้ชายอายุน้อยมีแนวโน้มจะใช้ความรุนแรงมากกว่าผู้ชายที่มีอายุมากกว่า นอกจากนี้ข้อมูลข่าวในสื่อทุกแขนงพบว่า ผู้หญิงถูกละเมิดทางเพศ ถูกกระทำความรุนแรงทางร่างกาย จิตใจ วันละไม่น้อยกว่า 7 คน และมีตัวเลขของผู้หญิงที่เข้ารับการบำบัดรักษาและแจ้งความร้องทุกข์สูงถึงปีละ 30,000 คน ซึ่งความรุนแรงต่อผู้หญิงมีปัจจัยร่วมจากเหล้า เครื่องดื่มมึนเมา สารเสพติด สื่อลามก พื้นฐานจากครอบครัว และสิ่งแวดล้อมในสังคม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ในการแก้ปัญหา สสส.ทำงานร่วมกับภาคีเครือข่ายขับเคลื่อนงานวิชาการ การทำงานในพื้นที่นำร่อง เพื่อสร้างระบบในการคุ้มครองสวัสดิภาพของบุคคลในครอบครัว รวมถึงสนับสนุนกระบวนการสื่อสารสาธารณะร่วมกันหน่วยงานรัฐ เอกชน และภาคประชาสังคม เพื่อปรับทัศนคติของสังคมต่อการ &amp;ldquo;ไม่เพิกเฉย&amp;rdquo; ต่อความรุนแรง หรือมองว่าความรุนแรง &amp;ldquo;เป็นเรื่องของคนอื่น&amp;rdquo; ดังนั้นการแก้ไขปัญหาความรุนแรงต่อผู้หญิงจึงไม่ใช่การที่ผู้หญิงต้องปกป้องตนเองได้เท่านั้น แต่ต้องสร้างความเข้าใจและปรับฐานคิดให้ผู้ชายเรียนรู้ในการเคารพ ให้เกียรติ และสามารถใช้ชีวิตร่วมกับผู้หญิง ในเพศสภาพของความเป็นมนุษย์ที่มีความเสมอภาคเท่าเทียมกัน&amp;rdquo; นางภรณีกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนางสาวธนวดี ท่าจีน ผู้อำนวยการมูลนิธิเพื่อนหญิง กล่าวว่า จากข้อมูลการสำรวจศึกษาพฤติกรรมของผู้ชายที่ใช้ความรุนแรงต่อผู้หญิง จากกลุ่มผู้หญิงที่เข้ารับบริการคำปรึกษา เพื่อขอให้มีการคุ้มครองสิทธิทางกฎหมายแบบเร่งด่วนฉุกเฉิน และขอบ้านพักพิงชั่วคราวของมูลนิธิเพื่อนหญิง จากหน้าเพจมูลนิธิเพื่อนหญิง จำนวน 1,564 คน และจากการให้คำปรึกษาทางโทรศัพท์ผู้หญิงอีกจำนวน 513 คน ประจำปี 2560-2561 พบว่า พฤติกรรมของกลุ่มผู้ชายที่คิดว่าตัวเองเป็นใหญ่เป็นเจ้าของ มีอำนาจเหนือกว่า และใช้ความรุนแรง ด่าทอ ทุบตี ทำร้าย แย่งลูก คุกคาม ละเมิดทางเพศ ทำให้ทุกข์ทรมาน เจ็บปวดทางจิตใจ บั่นทอนศักยภาพ เพื่อควบคุมผู้หญิง ส่งผลต่อสุขภาพจิต การเจ็บป่วย การเสียชีวิต และการฆ่าตัวตายของผู้หญิง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ พฤติกรรมที่พบมากเป็นอันดับ 1 ถึงร้อยละ 85 ชอบด่าทอ เหยียดเพศ ทุบตี ทำร้าย อันดับ 2 ร้อยละ 75 มีพฤติกรรมชอบดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เสพติดสารเสพติด สูบบุหรี่ อันดับ 3 ร้อยละ 32 ไม่ยอมเลิกรา ผู้หญิงอยากหย่า ตามราวี คุกคาม ข่มขู่ อันดับ 4 ร้อยละ 28 ผู้หญิงร้องทุกข์พฤติกรรมของผู้ชายในที่ทำงาน มีพฤติกรรมชอบแอบส่องภาพผู้หญิงแต่งตัวหวิว อันดับ 5 ร้อยละ 21 ของผู้หญิงเจอหัวหน้างาน เพื่อนร่วมงาน เป็นพวกหมาหยอกไก่ และมักหาโอกาสลวนลามทั้งในที่ลับและที่สาธารณะ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้อำนวยการมูลนิธิเพื่อนหญิงกล่าวต่อว่า ดังนั้นเพื่อสร้างความเข้าใจและปรับฐานคิด รณรงค์ผ่านกลุ่มผู้ชายแถวหน้าไปยังกลุ่มผู้ชายในเมืองและชนบท ได้เรียนรู้ เข้าใจ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และอยู่ร่วมกับผู้หญิงด้วยการเคารพ ให้เกียรติ ไม่ทำร้าย ใช้ความรุนแรง ละเมิด หรือแสวงหาประโยชน์ทางเพศ เพื่อร่วมสร้างสังคมที่มีความปลอดภัยให้กับผู้หญิงทุกคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ภายในกิจกรรมดังกล่าวยังมีเสวนาในหัวข้อ &amp;ldquo;ผู้ชายแถวหน้า #เราไม่ทำร้ายผู้หญิง&amp;rdquo; โดย ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ ประธานมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่, รศ.ดร.เจษฎ์ โทณะวณิก นักวิชาการด้านนิติศาสตร์, นางธนวดี ท่าจีน ผู้อำนวยการมูลนิธิเพื่อนหญิง, พ.ต.ท.รุ่งเลิศ คันธจันทร์ รองผู้กำกับการ (สอบสวน) สถานีตำรวจภูธรเมืองนครปฐม และศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศ.นพ.ประกิตกล่าว่า การสูบบุหรี่ถือเป็นความรุนแรงในบ้าน ในประเทศฟิลิปินส์ประกาศเป็นข้อกฎหมายภรรยาสามารถฟ้องศาลได้ ถือว่าเป็นการทำร้ายร่างกายทางเคมี ซึ่ง สสส.เคยนำแนวคิดนี้มาทำสปอตรณรงค์ โดยใช้พื้นที่ของสวนลุมพินีในการถ่ายทำ สื่อสารว่าการสูบบุหรี่ในที่สาธารณะคือการทำร้ายกันจนเกิดกระแสสังคมต่อต้านคนสูบบุหรี่มาแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ การสูบบุหรี่ในบ้านยังเป็นตัวอย่างให้ลูกเกิดการเลียนแบบ รวมทั้งวงจรความเครียดในบ้าน นอกจากจะป่วยโรคต่างๆ ยังสร้างภาระกับครอบครัว ในอนาคตมีตัวเลขผู้ชายคน 6 แสนคน มีเงินเดือน 6,000บาท เสียค่าบุหรี่เดือนละ 700 บาท จะเป็นวงจรความเครียดในครอบครัว และเมื่อผสมกับการดื่มสุรา ก็จะเป็นต้นเหตุให้เกิดความรุนแรง เช่น การทุบตีภรรยา ตามมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.ท.รุ่งเลิศกล่าวว่า ความรุนแรงที่พบสวนมากคือการที่นำคลิปภาพถ่ายของผู้หญิงมาประจานในสื่อออนไลน์ จึงอยากบอกให้ทุกคนทราบว่า ในสังคมโลกในยุค 4.0 หากพลาดปล่อยคลิปไปแล้ว ไม่มีทางลบได้หมด จะกระจายไปทั่ว จนบางครั้งทำให้ผู้หญิงบางรายคิดจะฆ่าตัวตาย เพราะเป็นบาดแผลบาดลึก เจ็บปวดทางจิตใจ จะใช้ชีวิต หรือเรียนหนังสือก็เป็นเรื่องน่าอาย จึงอยากฝากตรงจุดนี้เอาไว้ ว่าอย่าถ่าย อย่าไว้ใจแฟนมากเกินไป เพราะอนาคตเป็นสิ่งไม่แน่นอน เหมือนจิตใจคนที่วันหน้าอาจแปรผันได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนางธนวดียังให้ความเห็นอีกครั้งผ่านวงเสวนาว่า อยากฝากไปที่ตำรวจต้องดำเนินคดีกับสามีที่ทำร้ายภรรยาอย่างจริงจัง โดยหยุดอ้างว่าเป็นเรื่องในครอบครัว ยอมความกันได้ หรือไม่มีหลักฐานเอาผิด ตราบใดที่พฤติกรรมของสามียังไม่ได้รับการบำบัดหรือแก้ไข เพราะที่ผ่านมาเมื่อภรรยากลับบ้านไปก็ถูกทำร้าย หรือถูกฆ่า &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;จึงขอให้ตำรวจใช้วิจารณญาณปฏิรูปวิธีการ โดยเสนอว่า ถ้าผู้ชายโกรธแล้วไม่สามารถหยุดยั้งตัวเองได้ต้องบำบัด หรือเข้ากระบวนการสร้างความเข้มแข็งให้กับตัวเอง บางครั้งบางเรื่องเราเคยเอาเป็นเอาตายกับตำรวจ ว่าถ้าปล่อยไปเฉยๆ ไม่ทำอะไร จะฟ้องในกฎหมายอาญา มาตรา 157 ถือว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ท้ายที่สุดตำรวจจะเรียกผู้ชายมาคุย และบันทึกข้อตกลงเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในที่สุด&amp;rdquo; ผู้อำนวยการมูลนิธิเพื่อนหญิงกล่าวปิดท้าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เชื่อว่ากิจกรรมดังกล่าวนี้จะส่งตรงไปถึงผู้ชายตระหนักถึงการสร้างสังคมปลอดภัย พร้อมปรับเปลี่ยนทัศนคติ เคารพสิทธิ เสรีภาพ ความเท่าเทียม และหยุดทำร้ายผู้หญิง. &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21234</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนวดี ท่าจีน, พ.ต.ท.รุ่งเลิศ คันธจันทร์, รศ.ดร.เจษฎ์ โทณะวณิก, ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181102/image_big_5bdc256639d0d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
