<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>92211</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/02/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/02/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อะไรกันนักกันหนากับมาตรา 112</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งพรรคการเมือง ทั้งกลุ่มการเมือง และประชาชนปลดแอก เขามีอะไรกับมาตรา 112 จึงพยายามที่จะให้มีการยกเลิกมาตราดังกล่าว และมีคำพูดบิดเบือนเกี่ยวกับมาตรานี้หลายประเด็น
&amp;middot;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หาว่ามาตรา 112 เป็นกฎหมายที่ถูกนำมาใช้ปิดปากประชาชนที่คิดต่าง ซึ่งไม่ใช่เลย มาตรา 112 เป็นกฎหมายที่ปกป้องพระมหากษัตริย์ที่เป็นประมุขแห่งรัฐ
&amp;middot;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หาว่ากฎหมายแบบนี้เป็นกฎหมายล้าหลัง ไม่มีที่ไหนเขามีกันแล้ว ทั้งๆ ที่ความจริงแล้วกฎหมายที่ปกป้องผู้เป็นประมุขแห่งรัฐยังคงมีอยู่ในหลายประเทศ
&amp;middot;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หาว่ากฎหมายนี้ถูกนำมาใช้เพื่อกลั่นแกล้งคู่ต่อสู้ทางการเมือง ซึ่งไม่จริงเลย ถ้าหากไม่มีใครทำผิดตามเนื้อความของกฎหมายแล้ว ก็คงไม่มีการนำเอากฎหมายมาตรานี้มาใช้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;ด้วยความพยายามที่จะให้มีคนเห็นด้วยกับการที่จะให้มีการยกเลิกมาตรา 112 พวกเขาจะทำกันทุกวิถีทาง มีการให้สัมภาษณ์ มีการปาฐกถา มีการอภิปราย มีการเขียนบทความ ไปจนถึงมีการนำเอาเรื่องการยกเลิกมาตรา 112 เข้าไปเป็นญัตติที่จะถกกันในสภา ความพยายามที่แสดงออกมาหลากหลายรูปแบบอย่างเอาเป็นเอาตายเช่นนี้ ทำให้คนบางคนออกมาตั้งคำถามว่า &amp;ldquo;มาตรา 112 นี้หนักส่วนไหนของพ่อแม่ใคร&amp;rdquo; ถึงจะต้องยกเลิก เพราะถ้าหากไม่จาบจ้วงล่วงละเมิด ไม่ดูหมิ่น ไม่อาฆาตมาดร้ายองค์พระมหากษัตริย์และพระราชวงศ์ ก็ไม่มีใครจะต้องถูกลงโทษตามบทบัญญัติของกฎหมายมาตรานี้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้ว่าขณะนี้ยังมีมาตรา 112 อยู่ในรัฐธรรมนูญ ก็ยังมีคนจำนวนหนึ่ง ออกมาพูดจาจาบจ้วงล่วงละเมิดองค์พระมหากษัตริย์ด้วยข้อความที่เป็นเท็จ ด้วยข้อความที่บิดเบือน และด้วยข้อความที่หยาบคายต่ำตม ทำตัวเป็นหมูไม่กลัวน้ำร้อน จนเจ้าหน้าที่ต้องออกหมายเรียกให้มารับทราบข้อกล่าวหา แต่ละคนโดนกันหลายคดี เพราะมีพฤติกรรมทำผิดซ้ำแล้ว ซ้ำอีก และทุกครั้งที่ถูกหมายเรียกหมายจับก็จะมี ส.ส.ออกหน้าเป็นนายประกัน จนมีคนตั้งคำถามว่าที่ไปช่วยประกันเด็กๆ ที่ทำผิดกฎหมายมาตรา 112 นั้น เป็นเพราะว่าเห็นด้วยกับการกระทำของเด็กๆ มีแนวคิดทางการเมืองเหมือนเด็กๆ ใช่หรือไม่
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;มีคนตั้งคำถามว่า &amp;ldquo;นอกจากประเทศไทย มีประเทศไหนในโลกที่ ส.ส.สามารถใช้ตำแหน่งประกันตัวผู้ต้องหาได้บ้าง&amp;rdquo; โดยเฉพาะอย่างยิ่งการประกันคนที่ทำผิดตามมาตรา 112 ซึ่งเป็นกฎหมายในหมวดความมั่นคงของประเทศ และไม่ใช่ประกันคนเดียว แต่จะประกันหลายคน และแต่ละคนก็หลายครั้งด้วย น่าจะต้องมีกฎหมายกำหนดว่าความผิดมาตราใดที่ไม่อนุญาตให้ ส.ส.ใช้ตำแหน่งประกัน หรือถ้าหากไม่มีการกำหนดความผิดตามมาตราใดๆ ก็น่าจะมีกฎหมายกำหนดว่า ส.ส.แต่ละคน ถ้าหากจะใช้ตำแหน่งประกันผู้ต้องหา จะสามารถทำได้กี่คน และถ้าหากผู้ต้องหาที่ได้รับการประกันตัวจากการประกันของ ส.ส. ไปทำความผิดแบบเดิมซ้ำอีก ส.ส.ที่เป็นผู้ประกันควรจะต้องรับผิดชอบอะไรบ้าง ณ เวลานี้ยังไม่มีการกำหนดดังกล่าว จึงเป็นเหตุให้ ส.ส.บางคนใช้ตำแหน่งประกันตัวให้ผู้ต้องหาคดี 112 ที่เป็นความผิดที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของประเทศ เรื่องนี้ถ้าหากพรรคก้าวไกลและคณะก้าวหน้าเรียกร้องให้มีการลดการใช้ตำแหน่งประกันผู้ต้องหาก็คงจะดีไม่น้อย และประชาชนก็คงจะพากันแซ่ซ้องสรรเสริญ เวลานี้ดูเหมือน ส.ส.ของไทยจะมีอภิสิทธิ์และเอกสิทธิ์มากมาย และผู้ที่ได้รับอภิสิทธิ์เหล่านี้ก็รวมทั้งกลุ่มนักการเมืองที่เรียกหาความทัดเทียมเพื่อลดความเหลื่อมล้ำด้วย นักการเมืองเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ ก็ไม่น่าจะเข้ามาวุ่นวายกับกระบวนการยุติธรรมที่เป็นอำนาจตุลาการ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่น่าแปลกใจและเป็นความงงงวยของหลายคนก็คือ นักการเมืองที่อ้างว่าต้องการปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ทั้งๆ ที่วาจาและพฤติกรรมที่แสดงออกมานั้นเป็นการแสดงตนเป็นปฏิปักษ์กับสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างชัดเจน มีการลงชื่อขอรับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ มันดูช่างย้อนแย้งสิ้นดี พวกเขาจะมีวาทกรรมด่าว่าผู้คนว่าเป็นอำมาตย์บ้าง เป็นศักดินาบ้าง แล้วที่พวกเขารับเครื่องราชอิสริยาภรณ์นั้น ไม่ใช่การแสดงตนเป็นอำมาตย์ของตนเองหรอกหรือ เวลาได้ผลประโยชน์ก็จะเอา โดยไม่สนใจความเชื่อตามลัทธิของพวกพ้องที่ทำตนเป็นปฏิปักษ์กับสถาบันพระมหากษัตริย์ พฤติกรรมของพวกเขาทั้งทางกายและวาจาเป็นการสร้างความชิงชังและบ่อนทำลายความมั่นคงของสถาบันพระมหากษัตริย์ ในขณะที่ถ้อยคำและข้อความที่พวกเขาพูดถึงสถาบันพระมหากษัตริย์นั้นเป็นการดูหมิ่นอย่างชัดเจน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;คนไทยกว่า 99% ของประเทศต่างก็ยอมรับว่าสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นกำลังของการพัฒนาประเทศ และเป็นสิ่งที่มีคุณอนันต์กับความผาสุกของปวงชนชาวไทย พระมหากษัตริย์ของไทยตั้งแต่ครั้งกรุงสุโขทัยจวบจนปัจจุบันเป็นผู้ทรงทศพิธราชธรรม ทรงใช้พระปรีชาสามารถและพระวิริยอุตสาหะที่จะทำให้ประชาชนที่เป็นพสกนิกรของพระองค์มีความผาสุก ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่อาณาประชาราษฎร์มาโดยตลอด พระมหากษัตริย์ของไทยไม่ใช่เผด็จการ ไม่ได้ทรงใช้อำนาจเพื่อความผาสุกส่วนพระองค์ ในทางตรงกันข้าม ทรงใช้การปกครองแบบพ่อปกครองลูกมาโดยตลอด และหลายพระองค์ทรงวางรากฐานระบอบประชาธิปไตยมาก่อนที่จะมีการปฏิวัติเพื่อเปลี่ยนแปลงการปกครองในปี 2475 ด้วยซ้ำไป แต่ละพระองค์ทรงสนพระราชหฤทัยในการเปลี่ยนแปลงของโลก และมีพระจริยวัตรที่เหมาะสมกับยุคสมัยเสมอมา ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องปฏิรูปตามที่กลุ่มประชาชนปลดแอกเสนอ (ทั้งๆ ที่เนื้อหาที่เสนอนั้นไม่ใช่การปฏิรูปเลย แต่เป็นการลิดรอนพระราชอำนาจเสียมากกว่า)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถึงเวลาแล้วที่นักการเมืองจะต้องปฏิรูป เพราะประชาชนจำนวนมากเบื่อหน่ายพฤติกรรมของนักการเมือง (บางคน) และหลายคนก็มองว่าปัญหาของประเทศไทยในเวลานี้ ส่วนหนึ่งก็มาจากนักการเมืองที่ไม่รู้จักทำหน้าที่ของตน แต่เข้ามาแสวงประโยชน์ บางคนเข้ามาสร้างความร่ำรวย บางคนเข้ามาแสวงอำนาจ และล่าสุดนี้ก็มีคนที่เข้ามาพยายามที่จะเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้มีระบอบการปกครองตามที่ตนเองต้องการ โดยไม่ฟังเสียงของคนส่วนใหญ่ในประเทศ คนพวกนี้ต้องการจาบจ้วงล่วงละเมิดสถาบันพระมหากษัตริย์ จึงมีความพยายามที่จะยกเลิกมาตรา 112 ถ้าหากมีการยกเลิกจริง คนพวกนี้คงจะมีการกระทำที่เป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศเป็นแน่แท้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเทศชาติจะเจริญรุ่งเรืองได้ยาก ถ้าหากเรายังมีนักการเมืองที่ไม่เข้าใจบริบทของประเทศไทย ปฏิเสธรากเหง้าของความเป็นไทย และทำตัวเป็นปฏิปักษ์กับสถาบันพระมหากษัตริย์ ไปจนถึงมีความมุ่งมั่นที่จะล้มล้างหรือลดทอนพระราชอำนาจ ดูจากพฤติกรรมของนักการเมืองกลุ่มนี้แล้ว เรามั่นใจว่าเรายังต้องมีมาตรา 112 ไว้ปกป้องคุ้มครองสถาบันพระมหากษัตริย์ให้เป็นความมั่นคงของประเทศสืบไป การคงรักษามาตรา 112 ไว้จึงเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลและมีความจำเป็นอย่างยิ่งยวด เพื่อป้องกันไม่ให้นักการเมืองบางกลุ่มบางพวกมาทำลายความมั่นคงของสถาบันหลักของประเทศ เราคนไทยทุกคนต้องไม่ลืมเนื้อร้องที่อยู่ในเพลงสรรเสริญพระบารมีที่บอกกับพวกเราว่า &amp;ldquo;เย็นศิระเพราะพระบริบาล&amp;rdquo; นะคะ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92211</URL_LINK>
                <HASHTAG>คิดเหนือกระแส, รศ.ดร.เสรี วงษ์มณฑา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e089fe009ecd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>81656</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/10/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/10/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ป้าละมุนบ่นแบบละม่อม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีพี่ที่รักกันมากส่งข้อความมาให้ทางไลน์ หัวข้อ &amp;ldquo;ป้าละมุนบ่นไปถุยไป&amp;rdquo; โดยที่ป้าตั้งคำถามกับเด็กๆ ที่ออกมาเรียกร้องประชาธิปไตยว่า &amp;ldquo;พวกเอ็งต้องการอะไรกันวะ&amp;rdquo; แล้วป้าก็สาธยายความดีของประเทศไทยว่าดีกว่าประเทศอื่นๆ ในหลายๆ ประเด็น ขออนุญาตเอาวาทะของป้าละมุนมาแบ่งปันให้ท่านทั้งหลายได้อ่านกันหน่อย มาดูค่ะว่าป้าบ่นว่าไงบ้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;middot; เปิดน้ำ น้ำก็มา เปิดไฟไฟก็ติด 24 ชม. ไปดูยูกันดาสิ มีไหม?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;middot; จะหาหมอก็แค่เดินเข้าไป เจ็บมาก เจ็บน้อยก็ฟรี ใช้บัตรโน่นนี่นั่นสารพัด ไปดูอเมริกาดิ จะหาหมอต้องนัด ค่ารักษาแพงหูฉี่ ฝรั่งถึงบินมาทำฟัน มาผ่าตัดบ้านเราเยอะแยะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;middot; อยากกินอะไรก็ไปปากซอย ขายตลอดวันตลอดคืน มรึงจะนอนแหกอยู่ที่บ้าน เขาก็มาส่งถึงที่ ไปดูยุโรปสิ&amp;nbsp;หกโมงปิดร้านแล้ว หาแดก (ขออภัยที่ใช้คำนี้เพื่อรักษาคำบ่นของป้าเอาไว้ให้ครบถ้วนนะคะ) อะไรไม่ได้สักอย่าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;middot; เป็นแฟนกัน ควงกันไปดูหนัง&amp;nbsp;จากนั้นจะไปไหนต่อก็เรื่องของมรึง ไปดูมาเลย์ อินโดฯ สิ แค่จับมือถือแขนก็โดนเฆี่ยนหลังลายแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;middot; ผู้หญิงขับรถไม่ได้ ไปไหนกะผู้ชายที่ไม่ใช่สามีก็ไม่ได้ จะออกจากบ้านต้องคลุมหน้าคลุมตา ขออนุญาตผัวก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;middot; ไปดูแถวตะวันออกกลางสิ ผู้หญิงแทบไม่มีสิทธิ มีเสียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;middot; อยากกินเหล้า ก็ตั้งวง อายุไม่ถึงซื้อเหล้าไม่ได้ แต่แดก (ขอโทษอีกครั้งนะคะ) ได้ งงมะ? แบบนี้ใช่มะ? เสรีภาพที่พวกมรึงพูดถึง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;middot; มีรถไฟใต้ดิน บนดิน กำลังจะมีความเร็วสูง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;middot; มอเตอร์เวย์หลายสาย รถโดยสารอีกเพียบ เดินทางสะดวกสบาย ไปดูพม่า ดูลาวดิ เขามีขนาดนี้ไหม ไหนใครว่าเราไม่เจริญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;middot; ตกงานก็ได้ชดเชย&amp;nbsp;ลาป่วย ลาคลอดได้หมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;middot; ข้าราชการกู้ได้จนเต็มเพดาน&amp;nbsp;สิทธิรักษาฟรีจนพ่อแม่ลูก ดีไหมล่ะทีนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;middot; ค่าครองชีพถูกแสนถูก กับข้าว 20 บาทก็ยังมีให้เห็นเยอะแยะ ซื้อร้อยนึงต่อแล้วต่ออีก อีเชี่ย (ป้าด่าคำนี้จริงๆ นะคะ ลอกมาตรงๆ ค่ะ) ไปญี่ปุ่นกินราเม็งชามละ 500 ไม่เห็นมรึงต่อเขาสักคำ แถมยังเสือกถ่ายรูปมาอวดแบบภูมิใจอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;middot; บ้านเราไม่เหยียดเพศที่สาม สี่ ห้า ใครอยากเปิดแค่ไหน จัดไป ดารานักร้องไม่ต้องแอบ ถ่ายรูปที่นอนยับๆ มาโชว์คนยังเฉยๆ มรึงลองอยู่ซาอุฯ ดิ แค่เต้นติ๊กต๊อกก็ติดคุกแล้วอีห่_ร_ก (คำนี้ขอเขียนไม่เต็มคำนะคะ คงเติมคำในช่องว่างได้นะคะ) เสรีภาพไหมล่ะมรึง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;middot; แล้วใครเดือดร้อนอะไร?? มีแต่เอ็งนั่นแหละที่ทำชาวบ้านชาวช่องเขาเดือดร้อน โควิดก็พอแรงแล้ว มาเจอพวกเอ็งซ้ำเติมอีก จะเอาไปทำไมประชาธิปไตย ถ้าท้องมันยังหิว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;middot; ชูนิ้วเสร็จ ก็พากันไปหาแดก เงินที่ใช้จ่ายอ่ะ ก็ของพ่อแม่มรึงทำมาค้าขายใช่ไหม?? ไม่ใช่เพราะพ่อแม่เอ็งหรอกเหรอ พวกมรึงถึงยังมีแรงมาตะโกนอวดเก่งอยู่ได้ ...ถุย (ป้าแกบ่นไปถุยไปแบบนี้ค่ะ)!!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;middot; เอาตัวให้รอดก่อน แล้วค่อยไปทำเบ่งใส่คนอื่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;middot; ค่าเทอมมรึงยังหาไม่ได้เลย จะรับผิดชอบประเทศชาติ&amp;nbsp;รับผิดชอบตัวเองให้ได้ก่อนไหม..ถุย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;middot; พวกมรึงคิดใช่ไหมว่าตัวเองมีค่า...ใช่สิ สารพัดจะมี ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าหอพัก ค่าโทรศัพท์ ค่าเทอม ค่ากิน ค่าเที่ยว ค่าช้อป ค่าสังสรรค์เฮฮา ค่าแท็กซี่ จะเ_า (เติมเอาเองนะคะ) กันยังต้องเอาเงินพ่อแม่มรึงจ่ายค่าถุงยางเลย ฯลฯ พวกนี้ใครจ่าย กรูถามหน่อย??..ถุย..!!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;middot; อย่ามาบอกว่าพวกเอ็งกำลังทำเพื่อประเทศชาตินะ&amp;nbsp;เอาแค่ที่บ้าน มรึงเคยช่วยแม่มรึงล้างจาน กวาดบ้าน ซักผ้าไหม?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;middot; พ่อแม่มรึงขายของงก..งก ส่วนมรึงนอนคุยโทรศัพท์ เล่นเกม เปิดแอร์อยู่แต่ในห้องใช่ไหม?? ถุยถุย...!!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;middot; แล้วอย่ามาเถียงกรูนะว่าไม่เกี่ยวกัน ถ้าอีแค่ช่วยพ่อช่วยแม่ที่เบ่งมรึงออกมายังไม่ได้&amp;nbsp;แล้วมรึงจะเต็มใจช่วยไอ้อีที่ไม่รู้จักหรอกเหรอ มรึงอย่ามาสร้างภาพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;middot; จะมารับผิดชอบประเทศชาติ รับผิดชอบคนเป็นล้านๆ จะเปลี่ยนแปลงความไม่เท่าเทียม..กรูขำตายแระ....!!! มรึงแหละที่ทำตัวไม่เท่าเทียมคนอื่นเค้า ปากบอกเท่าเทียม ประชาธิปไตย เสรีภาพ กะอีแค่ดาราไม่เชียร์มรึงก็เสือกเอาทัวร์ไปลง ใครไม่เห็นด้วยกะมรึงก็ด่าเขาสลิ่ม เหยียดเขาว่าโง่ดักดาน เป็นควาย เป็นขี้ข้าเผด็จการ..นี่มันประชาธิปไตยประเภทไหนวะ..ถุย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;middot; มรึงเข้าใจเสรีภาพผิดไปป่าววะ? ถ้ามรึงชอบเสรีภาพนักหนา&amp;nbsp;ไปลองติดโควิดที่โน่นดูสิ&amp;nbsp;หรือไม่ก็ไปถูกตำรวจไล่ตีสักที แล้วมรึงจะโหยหาสิ่งดีดีในเมืองไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;middot; พวกมรึงคงเกิดมาสบายเกินไป&amp;nbsp;ไม่เคยลำบาก เลยไม่มีอะไรจะทำ ทั่วโลกเขาจะอดตายกันหมดแล้วเพราะเศรษฐกิจไม่ดี พวกมรึงยังเสือกมาซ้ำเติมกันอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ป้าละมุนยกมือเช็ดปาก หลังจากน้ำหมากกระจายเต็มพื้น ก่อนจะเดินอาดๆ ไปเก็บร้าน แล้วบ่นว่า &amp;quot;วันนี้ไม่ได้ขายของอีกแล้ว&amp;rdquo; ไม่รู้ว่าป้าจบชั้นอะไร แต่ป้าคิดดีพูดดีกว่าคนจบปริญญาเอกบางคนนะ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81656</URL_LINK>
                <HASHTAG>คิดเหนือกระแส, รศ.ดร.เสรี วงษ์มณฑา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e089fe009ecd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77966</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/09/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/09/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คำถามที่ยังต้องการคำตอบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin: 12pt 0cm 0.0001pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:12.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 19 กันยายน 2563 ที่จะมีการชุมนุมของนักศึกษาและประชาชนปลดแอก หลายคนที่ติดตามข่าวก็ยังมีข้อสงสัยอีกมากมายที่คนที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมควรจะมีคำตอบให้ประชาชนเพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง และส่วนหนึ่งก็เพื่อความสบายใจของคนที่เป็นห่วงบ้านเมือง เพราะการที่มีคำถามคั่งค้างคาใจอย่างที่เป็นอยู่ในตอนนี้ หลายคนก็เป็นห่วงเกรงว่าอาจจะเกิดความรุนแรงที่สร้างความเสียหายให้แก่ประเทศชาติ รวมทั้งผู้ที่มาร่วมชุมนุมอาจจะได้รับอันตราย คำถามที่ควรจะต้องมีคำตอบดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:12.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ใครคือผู้นำการชุมนุมที่มีอำนาจในการกำกับและควบคุมการเคลื่อนไหวและพฤติกรรมของคนที่มาร่วมชุมนุม เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะจำนวนคนที่มารวมตัวกันเป็นหลักหมื่นหลักแสนนั้นมีนิสัยต่างกัน มีทัศนคติต่างกัน มีพฤติกรรมต่างกัน มีวิธีการแก้ปัญหาต่างกัน การที่พวกเขามีความไม่พอใจอะไรบางอย่าง พวกเขาจะแสดงออกอย่างไร จะทำผิดกฎหมายหรือไม่ จะมีการกระทำที่รุนแรงหรือไม่ ถ้าไม่มีผู้นำตัวจริงที่ผู้มาชุมนุมให้การยอมรับ ถ้าหากเกิดเหตุการณ์รุนแรง หรือการกระทำที่ผิดกฎหมาย ใครจะมีอำนาจสั่งการเพื่อยับยั้งการกระทำดังกล่าวได้ และถ้าหากมีพฤติกรรมที่ก่อความรุนแรงจนเป็นอันตรายต่อผู้ที่มาร่วมชุมนุม ใครคือคนที่จะต้องรับผิดชอบในการยุติพฤติกรรมดังกล่าว และถ้าหากมีการกระทำที่ผิดกฎหมาย ใครจะเป็นผู้ต้องหาในฐานะผู้เป็นแกนนำการชุมนุม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:12.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;การชุมนุมครั้งนี้เป็นพลังบริสุทธิ์ของนักเรียน นิสิต และนักศึกษาที่ออกมาเรียกร้องประชาธิปไตยจริงหรือไม่ การชุมนุมหลายครั้งที่ผ่านมา คนที่ติดตามข่าวสารการชุมนุมต่างก็เห็นว่าเนื้อหาของการชุมนุมไม่ตรงปก พวกเขาบอกว่าเขาออกมาเรียกร้องให้ยุบสภา ให้รัฐบาลหยุดคุกคามประชาชน และให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หลายคนก็มีคำถามว่าสภาผิดอะไร ทำไมต้องยุบสภา ส่วนที่บอกว่าหยุดคุกคามประชาชนนั้น อะไรคือการคุกคามประชาชน หรือว่าการที่ผู้ชุมนุมบางคนที่ทำผิดกฎหมาย แล้วโดนหมายเรียกนั้น เป็นการคุกคามประชาชน ส่วนการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น กระบวนการแก้ไขก็เริ่มต้นแล้ว แต่ที่ไม่ตรงปกก็คือการปราศรัยบนเวที ข้อเรียกร้องการปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ และการถือป้ายต่างๆ นั้น ไม่เกี่ยวกับข้อเรียกร้อง 3 ประการที่กล่าวอ้างกันเลย ดังนั้นจึงมีคำถามเรื่องของวลี &amp;ldquo;พลังบริสุทธิ์&amp;rdquo; ว่าเป็นความจริงแค่ไหน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:12.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;น้องๆ ที่ออกมาชุมนุมนั้น เขาออกมากันเองเพราะไม่พอใจการทำงานของรัฐบาล และมองพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ว่าเป็นปัญหาของประเทศชาติโดยไม่มีคนอยู่เบื้องหลังเลยหรือ มีคนพยายามพูดจาชมเชยน้องๆ ที่ออกมาชุมนุมว่าเป็นคนที่กล้าหาญ กล้าที่จะพูดความจริงที่หลายคนอึดอัด เป็นคนที่มีวุฒิภาวะที่ต้องการกำหนดอนาคตของตนเอง ถ้าหากเด็กๆ เป็นเช่นนั้นจริงก็เป็นเรื่องที่น่ายินดี เพราะเรามีเยาวชนที่กล้าหาญ มีวุฒิภาวะ พร้อมที่จะกำหนดอนาคตของตนเอง แต่เมื่อเราฟังคำปราศรัย อ่านป้ายที่น้องๆ ถือ ทำไมมันตรงกับการอภิปราย การให้สัมภาษณ์ การแสดงปาฐกถาของกลุ่มการเมืองหนึ่ง นอกจากนั้นแล้ว เราได้ยินวาทกรรมหลายๆ วาทกรรมที่ตรงกับสิ่งที่น้องๆ พูดบนเวทีและถือป้ายกัน เช่น กระบวนการยุติธรรมของประเทศไทยล่มสลายจึง&amp;nbsp;&amp;nbsp; ต้องออกมาสู้ ถ้าหากสู้ก็เป็นไท ถ้าหากถอยก็เป็นทาส หรือรัฐบาลเผด็จการกำลังใช้นิติสงครามคุกคามประชาชน ใช้กฎหมายปิดปากประชาชนที่คิดต่าง ต้องปลดแอกเพื่อให้มีเสรีภาพตามหลักการของประชาธิปไตย ถ้าหากพวกเขาที่สร้างวาทกรรมไม่ได้อยู่เบื้องหลังการชุมนุม แต่เด็กๆ คิดได้เองตรงกับแนวคิดที่ปรากฏในวาทกรรมของพวกเขา ก็ถือว่าเด็กๆ นั้นเก่งจริงๆ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:12.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;น้องๆ ที่ออกมาชุมนุมนั้นต้องการขับไล่รัฐบาลที่พวกเขาคิดว่าบริหารประเทศล้มเหลว หรือว่ามีเป้าหมายที่ต้องการล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ที่เป็นเสาหลักของประเทศ ทำไมจึงมีการชูสามนิ้วที่หมายถึงเสรีภาพ ภราดรภาพ และเสมอภาค ที่พูดกันในช่วงของการปฏิวัติฝรั่งเศสที่ล้มล้างสถาบันกษัตริย์ ทำไมจึงมีการสร้างกระแสการไม่ยืนถวายความเคารพในเวลาที่มีเพลงสรรเสริญพระบารมีในโรงภาพยนตร์ ทำไมจึงนำเสนอธงที่เหลือเพียงสีแดงและสีขาว เอาสีน้ำเงินที่หมายถึงพระมหากษัตริย์ออกไปจากธงของประเทศไทย การกระทำทั้งหมดนี้ชี้ชัดว่าเป็นการต่อต้านสถาบันพระมหากษัตริย์ซึ่งตรงกับความต้องการของกลุ่มการเมืองที่มีความพยายามมาตั้งแต่ก่อนที่พวกเขาจะเข้ามาในแวดวงการเมือง ในการแสดงความคิดเห็นของพวกเขามักจะแสดงความชื่นชมการปฏิวัติฝรั่งเศสที่เป็นการล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ ถ้าเช่นนั้นแล้ว คำถามที่เป็นข้อสงสัยก็คือมีคนต้องการใช้เด็กๆ เป็นบันไดเพื่อให้ตัวเองก้าวสู่ความสัมฤทธิ์ทางการเมืองที่ต้องการหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:12.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการชุมนุมจะต้องใช้เงินเป็นค่าใช้จ่ายหลายๆ เรื่อง ทั้งการจัดเวที การดูแลอาหารการกินให้ผู้มาร่วมชุมนุม เด็กๆ ได้เงินมาจากไหน มาจากการบริจาคของผู้ชุมนุม ผู้เห็นด้วย การขายของ หรือมีท่อน้ำเลี้ยง ในการจัดชุมนุมแต่ละครั้ง เวที แสงและเสียงจะยิ่งใหญ่อลังการไม่แพ้เวทีคอนเสิร์ต น้องๆ เอาเงินมาจากไหน อาหารและน้ำที่แจกให้ผู้มาชุมนุมมาจากไหน การทำป้ายก็ต้องใช้เงิน น้องได้เงินมาจากไหน ถ้ามีผู้สนับสนุนทำตัวเป็นท่อน้ำเลี้ยง พวกเขาสนับสนุนเพราะมีอุดมการณ์ตรงกับเด็กๆ หรือเขามีเป้าหมายทางการเมืองบางอย่างที่เขาคิดว่าจะสำเร็จจะต้องให้เด็กๆ ออกมาชุมนุมกันเป็นจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:12.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกเหนือจากเด็กๆ ที่ต้องการปลดแอกแล้ว ในการชุมนุมครั้งนี้จะมีกลุ่มไหนออกมาร่วมชุมนุมบ้าง และทำไมพวกเขาจึงออกมาร่วมชุมนุมด้วย หลายคนคงได้อ่านข้อความที่เผยแพร่โดย ส.ว.ท่านหนึ่งว่า จะมีกลุ่มต่างๆ มาร่วมชุมนุมมากมาย พวกเขามาด้วยวัตถุประสงค์อะไร อะไรที่เป็นแรงจูงใจให้พวกเขามาร่วมชุมนุม หรือทำหน้าที่เป็นผู้จัดหาคนมาร่วมชุมนุม มีทั้งพรรคการเมือง กลุ่มการเมือง และฐานเสียงของพรรคการเมือง เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว เรายังคงจะเรียกว่าเป็นการชุมนุมของเยาวชนที่เป็นพลังบริสุทธิ์ได้อีกหรือ คำถามสุดท้าย ทำไมต้องธรรมศาสตร์ พวกเขาจะอยู่ในมหาวิทยาลัยตลอด หรือเขาจะเคลื่อนย้ายไปที่ไหน และไปเพื่ออะไร น่าห่วงนะคะ.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77966</URL_LINK>
                <HASHTAG>คิดเหนือกระแส, รศ.ดร.เสรี วงษ์มณฑา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e089fe009ecd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67984</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/06/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/06/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คนไทยทำกรรมอะไรไว้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คนไทยดีใจกับความสามารถของคนไทยในการแก้ปัญหาโรคระบาดไวรัสโควิด ด้วยความเป็นผู้นำของนายกรัฐมนตรี ความสามารถของบุคลากรทางการแพทย์ในการแนะนำมาตรการในการป้องกัน ในการดูแลรักษาผู้ป่วยให้หายเป็นส่วนใหญ่ เจ้าหน้าที่ของรัฐในหน่วยงานต่างๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการต่อสู้กับโรคระบาดครั้งนี้ทำงานกันอย่างเต็มที่ และประชาชนส่วนใหญ่ก็ให้ความร่วมมือปฏิบัติตามมาตรการที่รัฐบาลประกาศตามคำแนะนำของหมอ จนประเทศไทยเราเอาชนะไวรัสโควิดได้ คนที่ติดเชื้อภายในประเทศเป็นศูนย์มาหลายวันแล้ว และคนไทยที่เรารับกลับมาจากต่างประเทศ ก็ให้ความร่วมมือในการเข้าไปอยู่ในสถานที่กักกันที่ทางภาครัฐจัดไว้ให้ ทำให้เราสามารถพูดได้ว่าการติดเชื้อภายในประเทศตอนนี้น่าจะหมดแล้ว จนเราสามารถผ่อนปรนเปิดกิจการต่างๆ มา 3 ระดับแล้ว ทั้งธุรกิจสีขาว สีเขียว และสีเหลือง ถ้าหากพวกเขาทุกภาคส่วนร่วมมือกันอย่างนี้ต่อไป อีกไม่นานธุรกิจสีแดงก็คงจะเปิดได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การติดตามสถานการณ์โควิดที่ ศบค.ประกาศทุกๆ วันนั้น เราอยากจะบอกว่าคนไทยมีบุญ เพราะเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศต่างๆ ทั่วโลก ไม่ว่าจะอยู่ใกล้หรือไกลบ้านเรา ก็จะพบว่าเรานั้นดีกว่าประเทศอื่นๆ มาก ทั้งๆ ที่หลายประเทศที่แย่กว่าเรานั้น เป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว และน่าจะมีการแพทย์ที่ก้าวหน้ากว่าประเทศไทย แต่ปรากฏว่าเขาไม่สามารถสู้กับไวรัสโควิดได้ มีคนติดเป็นจำนวนมาก และที่ติดเพิ่มรายวันก็มาก คนที่ตายก็มีจำนวนมาก จนเผาหรือฝังไม่ทัน ถึงขนาดไม่มีโลงจะใส่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่หากเราติดตามการแซะ แขวะ ด่า ของฝ่ายค้าน เราก็ไม่กล้าสรุปว่าคนไทยมีบุญ เพราะถ้าหากสถานการณ์บ้านเราเป็นอย่างที่ฝ่ายค้านเขาว่า คนไทยน่าจะเป็นคนที่มีกรรมมากกว่า ฝ่ายค้านเขาบอกว่าพวกเราโดนรัฐบาลหลอกให้กลัว แล้วกดหัวพวกเราไว้ ไม่ให้ต่อต้านรัฐบาล เขาบอกว่าเราถูกลิดรอนเสรีภาพ โดยที่รัฐบาลอ้างโรคระบาดมาจำกัดสิทธิเสรีภาพของพวกเรา และเรากำลังต้องเผชิญปัญหาเศรษฐกิจ เพราะเรามีรัฐบาลที่แก้ไขเรื่องโรคระบาดไม่เป็น และไม่จริงใจ เศรษฐกิจเดินหน้าไม่ได้ และรัฐบาลกำลังใช้งบประมาณอย่างสิ้นเปลืองในการแก้ปัญหา เรามีรัฐบาลที่เป็นนักกู้ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาที่จะทำให้พวกเราจะต้องแบกหนี้ไปอีกหลายปี และการใช้งบประมาณก็จะไม่โปร่งใส ฝ่ายค้านเขาเตือนให้เรารู้ตัวว่าเราต้องเรียกร้องให้เราได้กลับไปใช้ชีวิตอย่างเสรี เราไม่ควรต้องถูกกดหัวด้วย พ.ร.ก.ฉุกเฉิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าทุกอย่างเป็นอย่างที่ฝ่ายค้านเขาพูด พวกเราคนไทยน่าจะเป็นคนที่มีกรรมนะ เพราะเรามีรัฐบาลที่ไม่เอาไหน มีรัฐบาลที่ไม่จริงใจ มีรัฐบาลที่สร้างหนี้ให้พวกเราแบก เป็นรัฐบาลเฮงซวยที่ไม่โปร่งใส มิน่าล่ะ ถึงมีคนพยายามที่จะให้พวกเราพ้นจากบ่วงกรรมด้วยการบอกให้นายกรัฐมนตรี (ที่เขาบอกว่าไม่เก่ง) เสียสละ ลาออกไป ให้คนอื่นมาทำแทน บางคนคิดไปถึงจะให้คนที่ไม่ได้ถือสัญชาติไทย และมีคดีติดตัวหลายคดี เข้ามาแก้ไขปัญหาโรคระบาดไวรัสโควิดให้คนไทย ถ้าหากมาจริง โควิดคงจะหมดไปจากประเทศไทย และคนไทยทั้งหลายก็จะพ้นกรรมเสียที ฟังฝ่ายค้านแล้ว หลายคนอาจจะเคลิ้มว่าฝ่ายค้านจะทำให้คนไทยพ้นกรรมได้ เพราะฝ่ายค้านเขาจะช่วยให้เราได้ตรวจสอบการใช้เงินกู้ของรัฐบาล ไม่ใช่แค่ฝ่ายค้านนะ ฝ่ายรัฐบาลบางคนก็เป็นห่วงคนไทย กลัวจะตกอยู่ในบ่วงกรรม เขาจึงเห็นว่าต้องมีคณะกรรมาธิการมาตรวจสอบการใช้เงินกู้ของรัฐ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กำลังจะเคลิ้มว่าเราจะพ้นบ่วงกรรมจากการทำงานของฝ่ายค้าน แต่พอเอาเนื้อหาสาระของการอภิปราย พ.ร.ก.เงินกู้ของฝ่ายค้านแล้ว ต้องกลับมาคิดใหม่ว่าคนไทยน่าจะมีกรรมจริงๆ จึงได้ฝ่ายค้านแบบนี้ แทนที่จะแสดงความสามารถในการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลอย่างมีคุณภาพ เรากลับเจอการแซะ แขวะ ด่า ที่โชว์ความไม่รู้ การไม่ทำการบ้าน การตั้งหน้าตั้งตาจะด่าโดยไม่สนใจข้อมูล ข้อกล่าวหาต่างๆ ไม่มีข้อมูลเชิงประจักษ์แต่อย่างใด มีแต่การสันนิษฐาน และการมโนเสียเป็นส่วนใหญ่ ถ้าหากรัฐบาลทำงานไม่ดีจริงๆ คุณภาพฝ่ายค้านเป็นเช่นนี้จะทำอะไรรัฐบาลได้ และถ้าหากรัฐบาลทำดี แต่เขาตั้งหน้าตั้งตาสร้างวาทกรรมใส่ร้ายรัฐบาลแบบนี้ รัฐบาลจะทำงานได้คล่องแค่ไหน การวิพากษ์วิจารณ์ของเขาจะกลายเป็นการกระตุกขาให้รัฐบาลไม่สามารถที่จะเดินหน้าได้หรือไม่ คิดแล้วก็วังเวง จนต้องถามว่าคนไทยเรามีกรรมขนาดนี้เชียวหรือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยังไม่ทันจะหาคำตอบได้อย่างชัดเจนว่าคนไทยเรามีกรรมจริงหรือเปล่า ก็มีเหตุการณ์ที่ทำให้เราหลุดถามและมีคำตอบว่าคนไทยเรามีกรรมจริงๆ พวกเราน่าจะทำบาปไว้มหันต์ในชาติที่แล้ว ที่ทำให้เราต้องเจอกับวิบากกรรมเยี่ยงนี้ หรือจริงๆ แล้ว มันเป็นกรรมที่พวกเราก่อกันเองในชาตินี้ ที่เราไปเข้าคูหาลงคะแนนเสียงให้เราได้ ส.ส.ที่มาตอกย้ำให้เรารู้ว่าคนไทยเรามีกรรมจริงๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรากำลังต่อสู้กับโควิดได้ดี แต่ยังไม่อาจจะวางใจได้ เขาออกมาทะเลาะกันทำไม มันใช่เวลาตอนนี้หรือ เขาไม่เข้าใจคำว่า &amp;ldquo;กาลเทศะ&amp;rdquo; เลยหรือ เขาจะเปลี่ยนแปลงภายในพรรคเวลานี้ไปทำไม มันใช่เวลาหรือ ทำไมพวกเขาไม่คิดจะช่วยให้นายกรัฐมนตรีในการแก้ไขปัญหาโควิด เขาจะเอาเรื่องปวดหัวมาให้ทำไม การเปลี่ยนแปลงที่เขาเรียกหานั้น เขากำลังทำเพื่อประเทศชาติและประชาชน หรือเขากำลังทำเพื่อประโยชน์ส่วนตัว การเปลี่ยนแปลงที่เขากำลังเรียกหานั้น มันจะทำให้ประเทศชาติดีขึ้นหรือ มันจะทำให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นหรือ เวลานี้ท่านไม่มีอะไรที่ควรจะทำให้เป็นประโยชน์กับประเทศชาติบ้างเลยหรือ ท่านว่างนักหรือ จึงออกมาทำเรื่องที่ทำให้คนไทยต้องเศร้าใจกับความรู้สึกว่าพวกเราเป็นคนที่มีกรรมจึงต้องมีผู้แทนที่มีพฤติกรรมแบบนี้ คิดได้แค่นี้ ทำได้แค่นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คนไทยมีกรรมที่มีคนมาเล่นการเมืองเพื่อผลประโยชน์อยู่เป็นจำนวนมาก คนไทยมีกรรมที่เรามีรัฐมนตรีที่ไม่มีความรู้ความสามารถแต่อยากเป็นรัฐมนตรี คนไทยมีกรรมที่เจอผู้แทนราษฎรทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านหลายคน (บางคนเท่านั้นนะ) ที่เห็นแก่ตัว คิดแต่ประโยชน์ของตน ไม่เคยห่วงใยอนาคตของประเทศชาติและประชาชน เรามาช่วยคิดกันหน่อยดีไหมคะว่า เราควรจะทำอย่างไรกันดี ให้เราคนไทยพ้นบ่วงกรรมเสียที.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67984</URL_LINK>
                <HASHTAG>คิดเหนือกระแส, รศ.ดร.เสรี วงษ์มณฑา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20171218/5a37689e30db2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66731</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/05/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/05/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ค้านนายกรัฐมนตรีเรื่องโควิด คิดให้ดีว่าค้านใคร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาตรการต่างๆ ที่รัฐบาลประกาศออกมาเพื่อต่อสู้กับโควิดและพยายามจะฟื้นเศรษฐกิจในเวลานี้ หากเราติดตามข่าวสารให้ดี เราก็จะรู้ว่ารัฐบาลไม่ได้ใช้นักการเมืองเป็นผู้กำหนดมาตรการต่างๆ ทั้งนี้เพราะนายกรัฐมนตรีประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แล้วใช้อำนาจในการสั่งการแทนรัฐมนตรีกระทรวงต่างๆ ที่เป็นนักการเมือง แต่การสั่งการของนายกรัฐมนตรี ไม่ได้เกิดจากความคิดของท่านเอง แต่ท่านปรึกษาคณะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบาดวิทยา ด้านโรคติดเชื้อ และด่านอื่นๆ &amp;nbsp;แล้วจึงประกาศมาตรการออกมาขอความร่วมมือกับประชาชน ส่วนทางด้านเศรษฐกิจนั้น ท่านก็ทำจดหมายถึงบรรดาเศรษฐีทั้งหลายที่มีความเชี่ยวชาญในการทำธุรกิจเพื่อขอความคิดจากท่านเหล่านั้น ทั้งนี้เพื่อให้ชะลอการเลิกจ้าง ลดราคาสินค้า และกำหนดโครงการในการฟื้นฟูเศรษฐกิจ เมื่อเราสามารถสยบโควิดได้ เป็นการมองไปข้างหน้าด้วยวิสัยทัศน์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นับตั้งแต่มีการประชุมกับคณะแพทย์ในวันที่ 15 มีนาคมที่ผ่านมา มีมาตรการต่างๆ ออกมามากมายที่จะป้องกันการติดเชื้อโควิด กำหนดเป็นพฤติกรรมที่เราเรียกว่า New normal และเมื่อประชาชนส่วนใหญ่ (ประมาณเกือบ 90% ในบางมาตรการ และมากกว่า 90% ในบางมาตรการ) ก็ปรากฏว่าได้ผลดี จนประเทศไทยสามารถลดจำนวนคนที่ติดเชื้อเป็นเลขตัวเดียวในแต่ละวันมาเป็นเวลาหลายวันแล้ว และทำให้สามารถประกาศผ่อนปรนเปิดธุรกิจต่างๆ ได้ 2 ระลอกแล้ว &amp;nbsp;เป็นการค่อยๆ แง้มการ Lock down ที่ได้ประกาศมาก่อนหน้านี้ เป็นการแสดงอย่างชัดเจนว่าประเทศไทยเรามาถูกทาง จนเป็นที่ชื่นชมไปทั่วโลก และเราน่าจะมีความหวังว่าประเทศไทยจะสามารถฟื้นฟูเศรษฐกิจได้ดีไม่แพ้ความสามารถในการต่อสู้กับโลก นายกรัฐมนตรีใช้วาทกรรมว่า &amp;nbsp;&amp;ldquo;สุขภาพ เหนือเสรีภาพ&amp;rdquo; ในการปลุกใจให้คนไทยพร้อมที่จะเสียสละความสะดวกสบายบางอย่าง เพื่อเอาชนะโรคระบาด ต่อไปคงจะต้องใช้วาทกรรม &amp;ldquo;เศรษฐกิจเหนือการเมือง&amp;rdquo; มาขอความร่วมมือประชาชนในการฟื้นฟูเศรษฐกิจตามมาตรการที่นายกรัฐมนตรีจะประกาศออกมาตามคำแนะนำของเศรษฐีทั้งหลาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้ประเทศไทยจะสามารถต่อสู้กับโรคระบาดได้ดีมากขนาดนี้ (อาจจะพูดว่าดีที่สุดในโลกก็ได้) ก็ยังไม่ว่าที่จะมีคนออกมาตำหนิมาตรการต่างๆ ที่รัฐบาลประกาศออกมา ด้วยเจตนาที่จะแสดงให้ประชาชนเห็นว่านายกรัฐมนตรีไม่มีความสามารถ บริหารสภาวะวิกฤติไม่มีประสิทธิภาพ ไม่มีประสิทธิผล ออกมาแสดงความคิดเห็นตำหนิมาตรการที่รัฐบาลประกาศออกมา ไม่ได้มองว่ามาตรการทั้งหลายเหล่านั้น ไม่ใช่เป็นการประกาศออกมาจากความคิดหรือต้องการของนายกรัฐมนตรีที่พวกเขาดูถูกมาตลอดเวลาว่าเป็นคนไม่มีความสามารถ แต่การที่นายกรัฐมนตรีเลือกที่จะให้คณะแพทย์เป็นที่ปรึกษา และให้คำแนะนำในการต่อสู้กับโรคระบาด และให้บรรดาเศรษฐีให้คำแนะนำในการฟื้นฟูเศรษฐกิจนั้น แสดงให้เห็นว่าท่านมีภาวะผู้นำในการจะให้คนที่มีความรู้ความสามารถมาช่วยท่านทำงาน ผู้นำที่ดีไม่จำเป็นต้องเก่งทุกเรื่อง แต่ต้องเก่งในการจะมอบหมายบทบาทและหน้าที่ต่างๆ ให้กับคนที่มีความรู้ มีความสามารถที่เหมาะสมในการจะทำหน้าที่ดังกล่าว ดังนั้นคนที่ค้านน่าจะตระหนักว่าถ้าหากคุณเถียงเรื่องมาตรการด้านสุขภาพ คุณกำลังเถียงกับคณะแพทย์นะ คุณไม่ได้เถียงกับนายกรัฐมนตรี เช่นเดียวกัน ถ้าหากคุณตำหนิแนวทางในการฟื้นฟูเศรษฐกิจ โดยชี้นิ้วไปที่นายกรัฐมนตรีว่าเป็นคนไม่เก่งเศรษฐกิจ คุณก็กำลังเถียงกับเศรษฐีที่มีความสำเร็จในการทำธุรกิจระดับสูงนะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฝ่ายค้านบางคน แสดงความกังวลต่อการที่รัฐบาลกู้เงินเพื่อนำมาใช้ในการต่อสู้โรคระบาดและฟื้นฟูเศรษฐกิจว่า &amp;nbsp; &amp;quot;กำลังใช้เงินในอนาคตมาสู้กับวิกฤติที่เกิดขึ้นในประเทศ&amp;quot; และยังมีการพูดที่พยายามจะสื่อนัยว่ามีความไม่โปร่งใสในการใช้งบประมาณต่างๆ พวกเขากล่าวว่า &amp;ldquo;ส่วนเงินกู้ต้องใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพและมียุทธศาสตร์เพื่อให้ทุกฝ่ายสบายใจ ไม่ใช่ให้เงินเหล่านี้ถูกใช้ไปโดยไม่มีการตรวจสอบ&amp;rdquo; &amp;nbsp;ที่จริงแล้วการกู้เงินและการใช้งบประมาณต่างๆ นั้น รัฐบาลก็ปรึกษาผู้บริหารในธนาคารแห่งประเทศไทยที่มีความเชี่ยวชาญด้านการเงิน ส่วนการใช้งบประมาณนั้น ยังไม่มีเหตุการณ์อะไรที่ทำให้เกิดข้อสงสัยว่ามีการทุจริตในซีกของรัฐบาล ที่เป็นข่าวอยู่เวลานี้ ก็เห็นมีแต่การทุจริตในส่วนของนักการเมืองท้องถิ่น และคนที่กำลังมีปัญหานั้น สังกัดพรรคใดก็รู้ๆ กันอยู่ เพราะไม่เห็นมีฝ่ายค้านพรรคใดเรียกร้องการตรวจสอบกรณีทุจริตที่ปรากฏเป็นข่าวเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฝ่ายค้านเรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกการประกาศใช้ &amp;nbsp;พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ทั้งประเทศเนื่องจากเห็นว่ามาตรการด้านสาธารณสุขเพื่อจำกัดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด ทำได้ดีตามสมควร จึงไม่จำเป็นต้องประกาศใช้ พ.ร.ก.อีก แต่ให้นำเอากฎหมายสาธารณสุขมาใช้ดำเนินการ แต่การที่รัฐบาลจะยังคงประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินต่อไปหรือไม่นั้น นายกรัฐมนตรีก็ต้องฟังคำแนะนำของคณะแพทย์ที่ตอกย้ำตลอดเวลาว่า แม้สถานการณ์ขณะนี้แสดงว่าเราจัดการกับโรคระบาดได้ดี แต่เราต้องไม่ประมาท ไม่การ์ดตก ไม่เช่นนั้นแล้ว หากไวรัสโควิดระบาดรุนแรงอีกเป็นรอบที่สอง เราจะมีปัญหามากกว่าเดิมทั้งงบประมาณ ทรัพยากรต่างๆ จำนวนคนไข้อาจจะเกิดขีดความสามารถของคณะแพทย์ที่จะดูแลรักษา &amp;nbsp;และงบประมาณที่จะต้องใช้ในการดูแลรักษาอาจจะไม่เพียงพอก็ได้ ดังนั้นฝ่ายค้านไม่ควรจะมองว่าการประกาศใช้ &amp;nbsp;พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เป็นการใช้อำนาจเผด็จการ เป็นการปิดปากฝ่ายค้านไม่ให้วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล หรือบางรายถึงกับกล่าวหาว่ารัฐบาลใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินหนีม็อบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในขณะนี้รัฐบาลก็แง้มประตูออกมาเรื่อยๆ เป็นการค่อยๆ ผ่อนปรนด้วยความรอบคอบ ไม่ประมาท รัฐบาลพยายามสร้างสมดุลระหว่างการควบคุมโรคระบาดกับการบริหารเศรษฐกิจ แต่ฝ่ายค้านก็พูดเป็นแผ่นเสียงตกร่องด้วยการให้ยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน โดยอ้างว่าบางจังหวัดไม่มีโรคระบาด แต่ก็พลอยติดกับดัก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ไปด้วย พวกเขาย้ำว่า &amp;quot;อย่าเอาโรคระบาดที่อยู่ในบางพื้นที่ไปจำกัดบางพื้นที่&amp;quot; เพราะจะทำให้เศรษฐกิจเดินหน้าไม่ได้ และเปลืองงบที่ต้องใช้แก้ปัญหา พวกเขาเอาเสรีภาพเหนือสุขภาพ เขาคิดว่าเขากำลังคัดง้างมาตรการของรัฐบาลที่นายกรัฐมนตรีเป็นคนประกาศ แต่แท้ที่จริงแล้ว เขากำลังเถียงคณะแพทย์ และมหาเศรษฐีนะ ขอบอก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66731</URL_LINK>
                <HASHTAG>คิดเหนือกระแส, รท.รศ.ดร.บรรจบ บรรณรุจิ, รศ.ดร.เสรี วงษ์มณฑา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20171218/5a37689e30db2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
