<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>69152</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/06/2020 15:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/06/2020 15:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง “รศ.นพ.ชาญชัย” เป็นอธิการ มข.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 19.5pt; -webkit-text-stroke-width:0px; text-align:justify&quot;&gt;โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง &amp;ldquo;รศ.นพ.ชาญชัย&amp;rdquo; เป็นอธิการ มข.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 19.5pt; -webkit-text-stroke-width:0px; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;18&amp;nbsp;มิ.ย.&amp;nbsp;63-&amp;nbsp;เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งอธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น ระบุว่า ตามที่ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง นายกิตติชัย ไตรรัตนศิริชัย ให้ดำรงตำแหน่ง อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น ต่อไปอีกวาระหนึ่ง ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2558&amp;nbsp;ตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี ลงวันที่&amp;nbsp;13&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2558&amp;nbsp;นั้น เนื่องจาก นายกิตติชัย ไตรรัตนศิริชัย ครบวาระการดำรงตำแหน่งในวันที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2562&amp;nbsp;และในการประชุมสภามหาวิทยาลัยขอนแก่นลับ ครั้งที่&amp;nbsp;11/2561&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;พฤศจิกายน&amp;nbsp;2561&amp;nbsp;ได้มีมติเห็นชอบให้เสนอขอพระราชทาน โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง นายชาญชัย พานทองวิริยะกุล ให้ดำรงตำแหน่ง อธิการบดี มหาวิทยาลัยขอนแก่น แต่โดยที่ได้มีผู้ร้องเรียนเกี่ยวกับคุณสมบัติไม่เหมาะสมเนื่องจากเป็นผู้ถูกฟ้องคดี และกระบวนการสรรหาอธิการบดีที่ไม่เป็นไปตามกฎหมาย ซึ่งกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม ได้พิจารณาข้อร้องเรียนดังกล่าวแล้วเห็นว่า การดำเนินการเพื่อให้ได้มาซึ่งผู้สมควรดำรงตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยดังกล่าวเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของกฎหมายและข้อบังคับที่เกี่ยวข้องกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมจึงขอให้นำความกราบบังคมทูลพระกรุณา โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งต่อไป และสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้นำความกราบบังคมทูลพระกรุณาขอพระราชทานโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 19.5pt; -webkit-text-stroke-width:0px; text-align:justify&quot;&gt;บัดนี้ ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งบุคคลดังกล่าว ให้ดำรงตำแหน่ง อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;15&amp;nbsp;มิถุนายน&amp;nbsp;2563&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69152</URL_LINK>
                <HASHTAG>#อธิการบดี, ม.ขอนแก่น, รศ.นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190405/image_big_5ca6a529238eb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33866</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/04/2019 21:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/04/2019 21:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มข.ร่วมกับม.คิวชูญี่ปุ่นพัฒนาหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดหวังก้าวสู่&quot;เมดิคัลฮับ&quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17เม.ย.62-รศ.นพ. ชาญชัย พานทองวิริยะกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.)เปิดเผยว่า มข.ได้ร่วมกับ มหาวิทยาลัยคิวชู &amp;nbsp; &amp;nbsp;จัดโครงการถ่ายทอดนวัตกรรม เทคโนโลยีหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด เพื่อรองรับการเป็นเมดิคัลฮับ ของมข. &amp;nbsp;โดยในช่วง 10 ปีนี้ หุ่นยนต์ผ่าตัด ได้รับการพัฒนาอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งปัจจุบันการพัฒนาหุ่นยนต์ผ่าตัด ได้ก้าวเข้าสู่ขั้นให้หุ่นยนต์ผ่าตัด &amp;nbsp;ตามการเคลื่อนไหวนิ้วและมือของศัลยแพทย์ (da vinci model)ซึ่งมข. เป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกในเอเชียที่วิจัยคอมพิวเตอร์ช่วยผ่าตัด (หุ่นยนต์ผ่าตัด) เฉพาะทางนรีเวช ตั้งแต่ปี 2550 โดยทีมวิศวกรรมชีวการแพทย์ &amp;nbsp;มข. เป็นทีมที่ประสบความสำเร็จ และมีงานวิจัยหุ่นยนต์ผ่าตัดที่ก้าวหน้าที่สุด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราหวังว่าการร่วมมือกัน ระหว่าง มข.และ มหาวิทยาลัยคิวชู ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งนับว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญในเรื่องหุ่นยนต์ผ่าตัด &amp;nbsp;จะทำให้เกิดการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของชาวไทยต่อไป&amp;quot;อธิการบดีมข.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; รศ.นพ.ชาญชัย ให้ข้อมูลเกี่ยวกับผลงาน การใช้หุ่นยนต์ผ่าตัดทางนรีเวชว่า &amp;nbsp;คือการให้หุ่นยนต์ช่วยถือและเคลื่อนกล้องผ่าตัด สำหรับการผ่าตัดในอุ้งเชิงกราน ได้รับรางวัลเหรียญทองจาก &amp;nbsp;The international Federation of Inventors&amp;rsquo; Associations ในงานวันนักประดิษฐ์นานาชาติครั้งที่ 1 ปี พ.ศ.2551 &amp;nbsp;เทคโนโลยี &amp;ldquo;หุ่นยนต์ช่วยถือกล้องผ่าตัด&amp;rdquo; ถูกพัฒนาคิดค้นโดยคณะแพทย์ไทย เพื่อช่วยให้การผ่าตัดทางนรีเวชสะดวก ปลอดภัย มีความถูกต้อง แม่นยำและรวดเร็ว ช่วยให้คนไข้ฟื้นตัวเร็วขึ้น ทำให้พื้นผิวบริเวณที่ผ่าตัดได้รับความกระทบ กระเทือนน้อยที่สุด หุ่นยนต์มีลักษณะเป็นแขนกล ช่วยจับกล้องที่ใช้ในการผ่าตัดเคลื่อนไปในมุมต่าง ๆ ตามที่แพทย์ต้องการได้อย่างแม่นยำ โดยแพทย์สามารถควบคุมการเคลื่อนไหวของหุ่นยนต์ ผ่านการสัมผัสบนจอทัชสกรีน ช่วยให้การผ่าตัดผ่านกล้องของแพทย์สะดวกและมีประสิทธิภาพมากขึ้น &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ &amp;nbsp;ยังมีการอบรมเทคโนโลยีหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด โดย ศ. นพ.โกวิท &amp;nbsp;คำพิทักษ์ &amp;nbsp;และรศ. นพ.เกรียงศักดิ์ &amp;nbsp;เจนวิถีสุข ร่วมกับศาสตราจารย์จากประเทศญี่ปุ่น &amp;nbsp;เพื่อวางแนวทางรวมทั้งยกระดับวงการวิทยาศาสตร์สุขภาพ รองรับการเป็นเมดิคอลฮับ ของอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33866</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น, ม.คิวชู ญี่ปุ่น, มข., รศ.นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล, หุ่นยนต์ผ่าตัด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190417/image_big_5cb73ae9551b4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33017</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/04/2019 07:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/04/2019 07:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มข.ปรับตัววางกลยุทธ์โดดเข้าสู่วงการ AI  อธิการชี้เป็นช่วงต้องฝ่าวิกฤติอุดมศึกษาเจอปัญหาเด็กลด เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงเร็ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5เม.ย.62-มข.ปรับตัวครั้งใหญ่ รับมือวิกฤตอุดมศึกษา จำนวนผู้เรียนลดลง ลุยเปิดหลักสูตร AI และ Blockchain อธิการชี้ จะเป็นวิชาที่มีบทบาทสำคัญในอนาคต แต่ไทยยังขาดองค์ความรู้และบุคคลากรด้านนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รศ.นพ ชาญชัย&amp;nbsp; พานทองวิริยะกุล&amp;nbsp; อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น(มข.) ได้กล่าวถึงนิโยบายการบริหารและพัฒนา หลังจากรับตำแหน่งอธิการบดีคนที่&amp;nbsp; 11 ว่า ทิศทางการเปลี่ยนแปลงต่อไปของมข. อยู่ภายใต้แนวคิด&amp;nbsp; &amp;nbsp;KKU Transformation การปรับเปลี่ยนมหาวิทยาลัย เพื่อความก้าวหน้าและการพัฒนาอย่างยั่งยืนท่ามกลางวิฤตอุดมศึกษา ซึ่งได้มีการกำหนดทิศทางในการบริหารมหาวิทยาลัยให้พร้อมต่อการปรับเปลี่ยนรูปแบบของเสรีภาพทางความรู้และการเข้าถึงแหล่งความรู้รวมไปถึงการรองรับการเปลี่ยนแปลงอย่างก้าวกระโดดของเทคโนโลยีและพัฒนานวัตกรรมด้านดิจิทัลสู่สังคม เนื่องจาก ต้องยอมรับว่า ขณะนี้ เป็นช่วงวิกฤตอุดมศึกษาของไทย เนื่องจากจำนวนผู้เรียนลดลง และยังเป็นช่วงที่เกิดจากเทคโนโลยีเปลี่ยนโลก (Disruptive technologies)ซึ่งกระทบกับมหาวิทยาลัยต่าง &amp;nbsp;ๆดังเห็นได้จาก ที่นั่งในระบบคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัยหรือแอดมิชชั่นเหลือถึง 3 -4 หมืน&amp;nbsp; ทำให้มข.ต้องมีการปรับตัว&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะยังไม่ได้รับผลกระทบจากจำนวนผู้เรียนลดลง เนื่องจาก มข.มี3กลุ่มสาขาวิชาหลัก ได้แก่ กลุ่มสาขาแพทย์และสาธารณสุข กลุ่มสาขาสังคมศาสตร์&amp;nbsp; และกลุ่มสาขาวิทยาศาสตร์ ซึ่งสาขาวิชากลุ่มแพทย์ ยังขาดแคลนเป็นที่ต้องการของตลาด ทำให้มีผู้ต้องการเรียนจำนวนมาก&amp;nbsp; ทำให้ที่นั่งไม่เหลือ แต่ยอมรับว่า มีบางสาขาที่จำนวนผู้เรียนลดลง เช่นที่วิทยาเขตหนองคาย ซึ่งเปิดสอนสาขาประมง และเกษตร ผู้เรียนน้อยกว่าที่นั่ง&amp;nbsp; ทำให้มหาวิทยาลัยต้องมีการปรับปรุงหลักสูตร ให้ตอบสนองกับความต้องการของสังคมต่อไป&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อธิการบดีมข.กล่าวอีกว่า แผนการปรับตัวครั้งสำคัญของมข.ในอนาคตคือ การเตรียมเปิดหลักสูตร AI Programmer&amp;nbsp; และ Blockchain programmer, Data science, Machine learning, AI, Robotic engineering, Mechatronics&amp;nbsp; สำหรับ หลักสูตรAI หรือปัญญาประดิษฐ์ มองว่าจะมีบทบาทต่อสังคมในอนาคตมาก&amp;nbsp; มีการทำคาดการณ์ว่า อีก 50ปีข้างหน้า AI จะทำงานเป็นผู้ช่วยมนุษย์ แต่อีก 100ปีAI จะมาแทนมนุษย์ทั้งหมด&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ปัจจุบันไทยยังขาดแคลนองค์ความรู้เรื่องนี้&amp;nbsp; โดยเฉพาะการเป็นผู้ผลิตโปรแกรมเอไอ&amp;nbsp; &amp;nbsp; ซึ่งมข.วางแผนที่จะเปิดการเรียนการสอนวิชาปัญญาประดิษฐ์ในอีก 2ปี ข้างหน้า ระหว่างนี้อยู่ระหว่างเตรียมการด้านบุคคลากร&amp;nbsp; และการมองหาความร่วมมือกับสถาบันต่างประเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ด้านการเรียนการสอนAI เราอาจจะร่วมมือกับสถาบันชั้นนำ อย่างสถาบัน&amp;nbsp; MIT ของสหรัฐอเมริกาหรือมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด หรือสถาบันชั้นนำฝั่งยุโรปอื่นๆ&amp;nbsp; หรือญี่ปุ่น รวมทั้ง Blockchain ด้วยเช่นกัน ที่จะมีบทบาท สำคัญต่อไป ซึ่งเดิมจะใช้กับfin tech วงการเงิน แต่ขณะนี้ขยายวงไปด้านวงการแพทย์ โดยเฉพาะระบบเวฃระเบียนของโรงพยาบาล เอ็กซเรย์ที่ใช้ระบบดิจิตอลแทนฟิล์ม นอกจากนี้ ซอฟต์แวร์อื่นๆ ที่ใช้กันอยู่อาจจะล้าสมัยไปแล้ว ถ้าจะปรับต้องทำใหม่ทั้งหมด ซึ่งเป็นเรื่องที่ใหญ่มาก&amp;nbsp; แต่Blockchain จะมาเป็นคำตอบเติมเต็มส่วนนี้ ได้&amp;nbsp; &amp;nbsp;Blockchain จึงมีความสำคัญในอนาคตมากด้วยเช่นกัน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รศ.นพ.ชาญชัย กล่าวอีกว่า ปัจจุบัน คณะแพทยศาสตร์ มข.ได้นำAIมาช่วยเรื่องการแพทย์ โดยใช้ในส่วนของผู้ป่วยไอซียู ที่มีความเสี่ยงหัวใจล้มเหลว โดยAIจะทำหน้าที่เตือนก่อนเกิดภาวะวิกฤตล่วงหน้า 15นาทีทำให้สามารถเตรียมแพทย์และพยาบาลได้ทัน และแนวคิดต่อไปคือ การคิดใช้AI มาช่วยในการตรวจวัดเบาหวาน โดยไม่ต้องเจาะเลือดแต่สามารถตรวจน้ำตาลในเลือดได้จากเหงื่อของคนไข้เป็นต้น&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังมีหลักสูตรรองรับคนสูงวัย หรือคนวัยทำงาน ที่ต้องการมาอัพเกรดความรู้ เนื่องจาก ความรู้ที่เคยเรียนเมื่อ 5-10ปีก่อน อาจจะไม่ทันกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น จึงต้องมาพัฒนาความรู้ เพื่อรักษาการทำงานของตนเองให้มีประสิทธิภาพไม่ล้าหลัง รวมทั้ง มหาวิทยาลัยยังมีโครงการปรับการรทำงานของบุคคลากร ที่ก็จะต้องเป็นระบบDATA Science มากชึ้น เพื่อให้สอดคล้องเข้ากับทิศทางการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต&amp;nbsp; .&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33017</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปัญญาประดิษฐ์, มหาวิทยาลัยขอยแก่น, รศ.นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล, ิblockchain</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190405/image_big_5ca6a529238eb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27929</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/01/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/01/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บันทึกจม.เหตุงาน&#039;พ่อคูณ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พยาน 15 คนร่วมเก็บเถ้าอัฐิ &amp;quot;หลวงพ่อคูณ&amp;quot; ใส่หีบสเตนเลสห่อด้วยจีวรพระสงฆ์ ขึ้นรถเคลื่อนขบวนไปลอยอังคารกลางลำน้ำโขง จ.หนองคาย คลื่นมหาชนไทย-ลาวร่วมพิธีเต็มสองฝั่งโขง &amp;quot;คณบดีแพทย์ มข.&amp;quot; เผยมวลกระดูกอยู่สภาพสมบูรณ์ครบทุกชิ้นส่วน &amp;quot;หอจดหมายเหตุ&amp;quot; เก็บบันทึกเหตุการณ์พิธีพระราชทานเพลิงทุกขั้นตอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 30 ม.ค. ตั้งแต่เวลา 06.30 น. บริเวณฌาปนสถานเมรุชั่วคราววัดหนองแวงพระอารามหลวง ภายในเกาะกลางน้ำ ด้านหลังพุทธมณฑลอีสาน ริมถนนเลี่ยงเมืองสายขอนแก่น-กาฬสินธุ์ ต.ศิลา อ.เมืองฯ จ.ขอนแก่น ซึ่งมหาวิทยาลัยขอนแก่น หรือ มข. ร่วมกับวัดหนองแวงพระอารามหลวง ใช้เป็นสถานที่ถวายเพลิงพระเทพวิทยาคม หรือหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ อดีตเจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา พระพรหมมังคลาจารย์ ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 8 ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวรวิหาร พร้อมด้วยนายสมศักดิ์ จังตระกุล ผวจ.ขอนแก่น, รศ.นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มข., นางคำมั่น วงศ์กาญจนรัตน์ น้องสาวของหลวงพ่อคูณ พร้อมพยานรวม 15 คน ร่วมประกอบพิธีเก็บเถ้าอังคารและเถ้าอัฐิของหลวงพ่อคูณ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเริ่มจากการร่วมกันประกอบพิธีทางศาสนา การตัดเหล็กเพื่อเปิดเตาเผาหลวงพ่อคูณ ก่อนที่คณะทำงานจะทำการเก็บเถ้าอัฐิหลวงพ่อคูณบรรจุหีบสเตนเลส ตามลำดับขั้นตอน จากนั้นประกอบพิธีประพรมน้ำอบและโปรยดอกไม้ ก่อนที่ผู้ที่ได้รับการคัดเลือกทั้ง 4 ทำการล็อกกุญแจอย่างแน่นหนา จำนวน 4 ด้าน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับผู้ที่ล็อกและถือกุญแจสำคัญดังกล่าว ประกอบด้วย นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผวจ.จังหวัดขอนแก่น, รศ.นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มข., นายฉัตรชัย อุ่นเจริญ นายอำเภอเมืองขอนแก่น และนายไพฑูรย์ มหาชื่นใจ นายอำเภอด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ซึ่งเมื่อทำการล็อกกุญแจเสร็จ ก็ได้ทำการพันหีบบรรจุอัฐิหลวงพ่อคูณด้วยจีวรพระสงฆ์ จากนั้นคณะได้วางดอกไม้ที่หน้าโลงก่อนจะทำพิธีตามประเพณี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รศ.นพ.ชาญชัยกล่าวว่า การเก็บเถ้าอังคารและเถ้าอัฐิหลวงพ่อคูณภายหลังจากการประกอบพิธีถวายเพลิงเสร็จสิ้นเมื่อคืนที่ผ่านมา วันนี้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง รวมทั้งพยานในการเก็บอัฐิทั้ง 15 คน ได้ร่วมกันประกอบพิธีสงฆ์ โดยมีเจ้าคุณธงชัยเป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และมีคุณยายคำมั่น น้องสาวของหลวงพ่อคูณอยู่ร่วมในการเก็บเถ้าอังคารและเถ้าอัฐิตลอดเวลา ทั้งนี้มวลกระดูกของหลวงพ่อมีลักษณะสีขาว เป็นรูปร่างครบถ้วนสมบูรณ์ ส่วนศีรษะ ส่วนสะโพก ส่วนแขน และขา ครบถ้วนสมบูรณ์ เนื่องจากเผาด้วยไม้จิกที่เป็นไม้มงคล และเป็นไม้ร้อน ทำให้การเผาไหม้มีไฟที่รุนแรง กระดูกจึงยังคงรูปร่างครบถ้วนสมบูรณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คณะทำงานไม่นำกระดูกมาเรียงเหมือนคนทั่วไป &amp;nbsp;ซึ่งเมื่อขั้นตอนต่างๆ แล้วเสร็จ ได้นำหีบสเตนเลสที่บรรจุเถ้าอัฐิของหลวงพ่อคูณขึ้นรถ เพื่อเคลื่อนขบวนเดินทางออกจากฌาปนสถานฯ ไปยังหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำน้ำโขง หรือ นรข. ที่ จ.หนองคายทันที ด้วยขบวนรถ 50 คัน&amp;quot; รศ.นพ.ชาญชัยกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มข.กล่าวว่า ในส่วนเตาเผาสรีรสังขารหลวงพ่อคูณนั้น คณะทำงานได้ทำการเชื่อมเหล็กปิดตายเตาเผาหลวงพ่อคูณอย่างมิดชิดแน่นหนา เพื่อไม่ให้ใครสามารถเปิดได้อีก และในช่วงบ่ายจะมีการทำศาลามาครอบเตาเผาเอาไว้ &amp;nbsp;ก่อนจะมีการสร้างอนุสรณ์สถานครอบทับพื้นที่ฌาปนสถานฯ ทั้งหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 13.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขบวนเคลื่อนกล่องบรรจุเถ้าอัฐิหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ ได้เดินทางจากจังหวัดขอนแก่นถึงบริเวณหน้าสถานีเรือ หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำน้ำโขงเขตหนองคาย โดยมีรถขบวนจำนวนมากเป็นริ้วขบวนอย่างยิ่งใหญ่ ซึ่งหัวขบวนมีการโปรยเหรียญทานด้วย ซึ่งประชาชนต่างเก็บเหรียญไว้เป็นที่ระลึก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อขบวนมาถึงแล้วได้มีการอัญเชิญกล่องบรรจุอัฐิหลวงพ่อคูณลงจากรถ วางบนแท่นวางกล่องบรรจุอัฐิที่เตรียมไว้ จากนั้นเปิดโอกาสให้ประชาชนได้กราบไหว้เถ้าอัฐิหลวงพ่อคูณ แต่ไม่อนุญาตให้เข้าใกล้มากจนเกินไป ซึ่งประชาชนจำนวนมากกว่าหมื่นคนต้องยกมือพนมไหว้อย่างนอบน้อมนับตั้งแต่ขบวนเคลื่อนมาถึงบริเวณพิธี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 13.30 น. ได้เริ่มพิธีการ โดยมีพระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ 4 รูป ประกอบด้วย พระราชรัตนาลงกรณ์ เจ้าคณะจังหวัดหนองคายฝ่ายมหานิกาย, พระกิตติสารโสภณ เจ้าคณะจังหวัดหนองคายฝ่ายธรรมยุต, พระศรีวชิรโมฬี รองเจ้าคณะจังหวัดหนองคาย และพระครูภาวนาธรรมโฆษิต เลขานุการเจ้าคณะจังหวัดหนองคาย พระพรหมมังคลาจารย์ นำประกอบพิธีขอขมาเถ้าอัฐิหลวงพ่อคูณ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเวลา 14.00 น. คณะได้อัญเชิญกล่องบรรจุอัฐิหลวงพ่อคูณลงเรือ ล.169 (เรือลาดตระเวน 169) ของหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำน้ำโขง ผู้ร่วมลงในขบวนเรือ ล.169 ประกอบด้วย พระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ 6 รูป, นายรณชัย จิตรวิเศษ ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย, นายสมศักดิ์ จังตระกูล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น, นายเผด็จ สุขเกษม วัฒนธรรมจังหวัดหนองคาย, รศ.นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น, ผู้ถือกุญแจ 4 คน และเจ้าหน้าที่ นรข.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อขบวนเรือลอยอังคาร ซึ่งมีเรือราชการ ประกอบด้วย เรือเจ้าท่าหนองคาย, เรือตำรวจน้ำ, เรือตรวจคนเข้าเมือง, เรือ นรข. รวม 8 ลำ และเรือเอกชน 10 ลำ เคลื่อนออกจากท่าเทียบเรือ ได้ลอยทวนน้ำโขงขึ้นไปถึงสะพานมิตรภาพไทย-ลาว ระยะทาง 5 กิโลเมตร แล้วกลับขบวนเรือล่องตามแม่น้ำโขงไปจนถึงพระธาตุหล้าหนอง หรือพระธาตุกลางน้ำ เรือ ล.169 จะวนรอบพระธาตุกลางน้ำ 3 รอบ พระสงฆ์ 4 รูป สวดมาติกา ประธานในพิธีโยนเหรียญ 10 บาท จำนวน 9 เหรียญ ประธานลอยพวงมาลัย 1 พวง จากนั้นจะเป็นการลอยอัฐิและอังคารหลวงพ่อคูณลงในแม่น้ำโขงจนหมด โปรยข้าวตอกดอกไม้ลงในแม่น้ำโขง ประธานในพิธีถวายเครื่องจตุปัจจัยไทยธรรม พระสงฆ์อนุโมทนา และกรวดน้ำ เป็นอันเสร็จพิธี ในระหว่างประกอบพิธีลอยอังคารนั้น เรือลำอื่นจะขนาบอยู่ด้านข้าง และเรือเอกชนลอยลำอยู่ด้านหลังองค์พระธาตุเป็นริ้วขบวนสวยงาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากประชาชนชาวไทยจะเข้าร่วมพิธีลอยอังคารหลวงพ่อคูณกันเป็นจำนวนมากแล้ว บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขงของประเทศลาว โดยฝั่งตรงข้ามกับสถานีเรือหนองคาย เป็นช่วงบ้านถิ่นตม เมืองหาดทรายฟอง นครหลวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว ได้มีประชาชนชาวลาวมารอชมพิธีลอยอังคารหลวงพ่อคูณเป็นจำนวนมากเช่นเดียวกัน เนื่องจากหลวงพ่อคูณเป็นพระสงฆ์ที่เป็นที่เคารพศรัทธาของประชาชนชาวลาวเป็นอย่างมาก หลายปีที่ผ่านมาหลวงพ่อคูณได้บริจาคเงินเพื่อสาธารณกุศลและบำรุงพระพุทธศาสนาในประเทศลาวอยู่เป็นนิตย์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า มข.จะมีการแถลงข่าวสรุปการจัดพิธีพระราชทานเพลิงศพครูใหญ่และครูใหญ่หลวงพ่อคูณอีกครั้งภายในสัปดาห์หน้า พร้อมทั้งจะมีการส่งมอบตำแหน่งอธิการบดี มข. จาก รศ.ดร.กิตติชัย ไตรรัตนศิริชัย อธิการบดี มข. ซึ่งจะหมดวาระในวันที่ 6 ก.พ. 2562 ให้กับ รศ.นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ เข้ารับตำแหน่งหน้าที่ต่อไป โดยทั้ง 2 คนนั้นเป็นแม่งานในการดำเนินการตามพินัยกรรมอีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายชำนาญ ภูมลี หัวหน้าหอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร อุบลราชธานี กล่าวว่า ขณะนี้ได้ส่งเจ้าหน้าที่หอจดหมายเหตุแห่งชาติ เฉลิมพระเกียรติอุบลราชธานี ไปบันทึกเหตุการณ์พิธีพระราชทานเพลิงครูใหญ่หลวงพ่อคูณ โดยประสานงานร่วมกับมหาวิทยาลัยขอนแก่นมาตั้งแต่ช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา โดยหลักๆ เรียงลำดับเหตุการณ์ ได้แก่ การประชุมเตรียมการพิธี การเคลื่อนสรีรสังขารของหลวงพ่อคูณ จากคณะแพทยศาสตร์ มาที่ศูนย์ประชุมอเนกประสงค์กาญจนาภิเษก พิธีสวดพระอภิธรรม พิธีพระราชทานเพลิงศพ พิธีทำบุญอัฐิและมอบอัฐิแก่ญาติครูใหญ่ พิธีลอยอังคารและอัฐิของหลวงพ่อคูณลงสู่แม่น้ำโขงที่ จ.หนองคาย และพิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศลในวาระต่างๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จะนำข้อมูลที่จดบันทึกและภาพเหตุการณ์ต่างๆมาเรียบเรียงและจัดทำเป็นเอกสารจดหมายเหตุ นอกจากนี้ยังจะมีการรวบรวมเอกสารการประชุม คลิปวิดีโอ และประมวลข่าวจากหนังสือพิมพ์ฉบับต่างๆด้วย&amp;quot; หัวหน้าหอจดหมายเหตุแห่งชาติฯ กล่าว.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27929</URL_LINK>
                <HASHTAG>รศ.นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล, สมศักดิ์ จังตระกุล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190130/image_big_5c51ba8f0c06f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27718</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/01/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/01/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯบินร่วมงาน เผาสังขารพ่อคูณ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระดมช่างศิลป์แทงหยวกประดับเมรุลอยนกหัสดีลิงค์เทินบุษบกก่อนถึงงานพระราชทานเพลิงศพหลวงพ่อคูณวันอังคารนี้ พร้อมประดับดอกไม้สดงดงาม นายกฯ มีกำหนดเดินทางไปร่วมพิธี โดยจะทอดผ้ามหาบังสุกุลด้วย ผู้ว่าฯ นครราชสีมาแนะชาวโคราชที่จะไปขอนแก่น เดินทางด้วยรถไฟสะดวกที่สุด แต่หากใครไปไม่ได้ก็ร่วมงานที่วัดบ้านไร่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังการประชุมคณะรัฐมนตรีวันที่ 29 มกราคมนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีกำหนดการเดินทางร่วมพิธีพระราชทานเพลิงสรีระสังขารพระเทพวิทยาคม (หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ) ในเวลา 17.30 น. ณ ฌาปนสถานชั่วคราว วัดหนองแวง (พระอารามหลวง) บริเวณด้านหลังพุทธมณฑลอีสาน อ.เมือง จ.ขอนแก่น โดยนายกฯ จะทอดผ้ามหาบังสุกุลด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผวจ.ขอนแก่น กล่าวว่า ขณะนี้ยืนยันชัดเจนว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะเดินทางมาเป็นประธานในการทอดผ้ามหาบังสุกุลครูใหญ่หลวงพ่อคูณ ที่ฌาปนสถาน โดยเดินทางมาพร้อมกับ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย และคาดว่าจะมีประชาชนมาร่วมงานกว่า 1 แสนคน
กำหนดการงานพระราชทานเพลิง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับกำหนดการ เวลา 08.45 น. แสดงพระธรรมเทศนา 1 กัณฑ์ โดย พระพรหมมังคลาจารย์ (ธงชัย ธัมมฺธโช) ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 8 ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยาราม กรุงเทพมหานคร, เวลา 09.20 น. พิธีสวดมาติกาบังสุกุล, เวลา 09.40 น. พิธีทอดผ้าบังสุกุล, เวลา 10.30 น. ถวายภัตตาหารเพล, เวลา 13.00 น. ประธานนักศึกษาอ่านคำไว้อาลัยครูใหญ่, เวลา 13.10 น. คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น อ่านหมายรับสั่ง, เวลา 13.20 น. อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่นกล่าวสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ, เวลา 13.30 น. ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นประธานในพิธีทอดผ้าบังสุกุล และเวลา 13.40 น. พิธีพระราชทานเพลิงศพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 14.00 น. เคลื่อนสรีระสังขารครูใหญ่พ่อคูณไปยังฌาปนสถาน, เวลา 16.40 น. วางดอกไม้จันทน์ประทานจากพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ, เวลา 16.50 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เดินทางถึงฌาปนสถาน, เวลา 17.00 น. ทอดผ้าไตรบังสุกุล 9 ไตร, เวลา 17.20 น. อ่านประวัติครูใหญ่หลวงพ่อคูณ โดยคณบดีคณะแพทยศาสตร์, เวลา 17.30 น. ทอดผ้ามหาบังสุกุล โดยนายกรัฐมนตรี, เวลา 17.45 น. พระสงฆ์และแขกผู้มีเกียรติวางดอกไม้จันทน์, เวลา 18.00 น. พิธีขอขมาครูใหญ่หลวงพ่อคูณ และพิธีกรรมตามขนบอีสานโบราณ เวลา 22.15 น. พิธีถวายเพลิงสรีระสังขารหลวงพ่อคูณ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านความเคลื่อนไหวตั้งแต่เช้าวันที่ 28 มกราคมนี้ ที่ศูนย์ประชุมอเนกประสงค์กาญจนาภิเษก มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) สถานที่จัดงานพระราชทานเพลิงศพครูใหญ่และครูใหญ่พระเทพวิทยาคม หรือหลวงพ่อคูณ เป็นกรณีพิเศษ ประจำปีการศึกษา 2561 ได้มีพุทธศาสนิกชน คณะศิษยานุศิษย์ ชาวต่างชาติที่เคารพเลื่อมใสในหลวงพ่อคูณ รวมไปถึงคนในครอบครัวของครูใหญ่ทั้ง 647 ร่าง ต่างทยอยเดินทางไปวางดอกไม้จันทน์ กราบลาร่างครูใหญ่ และฟังสวดพระพุทธมนต์ ในรอบ 10.00 น. ร่วมถวายภัตตาหารเพลพระพิธีธรรม และพระภิกษุที่เดินทางไปในงาน ซึ่งในวันนี้เป็นวันสุดท้ายที่ มข.เปิดให้สาธุชนจากทั่วทั้งโลกได้ร่วมเป็นเจ้าภาพสวดพระพุทธมนต์ สวดพระอภิธรรม
มอบไม้เคาะหัวของหลวงพ่อคูณ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ พระครูสถิตย์วราภรณ์ พระลูกศิษย์หลวงพ่อคูณ เดินทางมาจากวัดสว่างอารมณ์ จ.สมุทรปราการ นำไม้เคาะหัวที่หลวงพ่อคูณเคยใช้เคาะหัวศิษยานุศิษย์มามอบให้มหาวิทยาลัยขอนแก่น เพื่อนำไปไว้ในอนุสรณ์สถานหลวงพ่อคูณด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พระครูสถิตย์วราภรณ์ กล่าวว่า ไม้เคาะหัวดังกล่าวนี้ได้มาเมื่อปี 2535 เมื่อครั้งที่เคยรับใช้หลวงพ่อคูณ โดยเมื่อถึงเวลาที่ต้องกลับไปจำพรรษาที่วัด จ.สมุทรปราการ ได้ขอจากท่านเพื่อไว้บูชา และวันนี้เห็นควรนำมามอบให้ มข. เพื่อนำไปไว้อนุสรณ์สถานของหลวงพ่อ ให้ผู้คนได้เห็น ได้รับทราบถึงอริยวัตรของท่านต่อไปในอนาคต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ รศ.นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มข. กล่าวว่า ไม้เคาะหัวดังอันนี้จะนำไปไว้ในอนุสรณ์สถานหลังเสร็จพิธีพระราชทานเพลิงศพและลอยอังคาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในช่วงเที่ยง ที่ฌาปนสถานชั่วคราว วัดหนองแวงพระอารามหลวง รศ.ดร.นิยม วงศ์พงษ์คำ คณบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์ มข. นำทีมช่างศิลป์กว่า 30 คน ช่วยกันเร่งมือฉลุลวดลายพื้นบ้านอีสานลงบนหยวกกล้วย หรือการแทงหยวก เพื่อนำไปประดับบนเมรุลอยนกหัสดีลิงค์เทินบุษบกบนยอดเขาพระาเมรุ ที่จะใช้ในงานพระราชทานเพลิงศพหลวงพ่อคูณ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รศ.ดร.นิยมกล่าวว่า ทีมช่างศิลป์ได้รับภารกิจหลักใน 2 เรื่องคือการแทงหยวก และการจัดสถานที่ในการนำดอกไม้สดมาแทนที่ดอกไม้จันทน์ เพื่อเนรมิตให้ฌาปนสถานแห่งนี้กลายเป็นดั่งสรวงสวรค์สำหรับน้อมส่งดวงวิญญาณหลวงพ่อคูณให้ขึ้นไปสู่สรวงสวรรค์ดั่งที่ประชาชนและลูกศิษย์ลูกหาคาดหวังเอาไว้
หมอผ่าสรีระเผยอัศจรรย์&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รศ.นพ.พิพัฒน์พงษ์ แคนลา รองคณบดีฝ่ายกายภาพและสภาพแวดล้อม คณะแพทยศาสตร์ มข. เปิดเผยว่า จากการที่ได้รับมอบหมายให้เป็น 1 ใน 3 ของกรรมการผ่าร่างครูใหญ่พระเทพวิทยาคม หรือหลวงพ่อคูณ หลังมีการฉีดน้ำยารักษาสภาพ แล้วนำร่างไปแช่น้ำยา หรือการดองเป็นเวลา 1 ปี ก่อนจะนำร่างมาผ่าเพื่อการเรียนการสอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ครั้งแรกที่ผมเห็นร่างของหลวงพ่อ คือช่วงนำร่างออกจากโลงเย็นเพื่อนำลงอ่างดอง ก็เห็นว่าต่างจากร่างครูใหญ่ท่านอื่นๆ เพราะทั้งเล็บมือเล็บเท้าของร่างหลวงพ่อมีสีชมพูชัด ติ่งหูก็มีสีชมพูระเรื่อ รู้สึกตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รศ.นพ.พิพัฒน์พงษ์กล่าวว่า ในช่วงที่นำร่างหลวงพ่อออกจากอ่างดองมาผ่าเพื่อการศึกษา ก็พบว่าโครงสร้างภายในของหลวงพ่อ เช่น เส้นเอ็นสีสดใส กระดูกเป็นสีชมพูระเรื่อ กล้ามเนื้อก็ยังเป็นมัดแข็งแรงเหมือนคนหนุ่มๆ ไม่เหี่ยว ไม่ลีบเหมือนคนในวัยเดียวกัน เสมือนว่าหลวงพ่ออยากให้ได้ศึกษาหาความรู้จากร่างของท่านจริงๆ แตกต่างจากร่างครูใหญ่ทั่วไปที่ส่วนใหญ่จะเป็นสีดำหรือสีขาว คล้ำ จึงรู้สึกอัศจรรย์ที่ยากจะอธิบายได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา ยังคงมีสาธุชนที่เลื่อมใสศรัทธาในหลวงพ่อคูณหลั่งไหลเดินทางมาวางดอกไม้จันทน์ภายในฌาปนสถานอย่างต่อเนื่อง โดยเจ้าหน้าที่ได้ทำการปิดกั้นทางเข้าบริเวณฝั่งพุทธมณฑลอีสานก่อนถึงสะพานข้ามน้ำมายังฌาปนสถาน และตั้งแต่เวลา 12.00 น.เป็นต้นไป มข.มีคำสั่งงดการวางดอกไม้จันทน์ เพื่อให้ทีมช่างศิลป์และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเตรียมสถานที่สำหรับพิธีถวายเพลิงในภาพรวมทั้งหมดให้แล้วเสร็จภายใน 24 ชั่วโมงนับจากนี้ อย่างไรก็ตาม ประชาชนยังสามารถวางดอกไม้จันทน์ และกราบลาสรีระสังขารหลวงพ่อคูณได้ที่ศูนย์ประชุมอเนกประสงค์กาญจนาภิเษก มข. จนถึงเวลา 12.00 น.ของวันที่ 29 ม.ค.นี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า ตลอดทั้งวันมีประชาชนจากจังหวัดต่างๆ เดินทางไปยังตัวเมืองขอนแก่น เมื่อขอมีส่วนร่วมในงานพระราชทานเพลิงศพหลวงพ่อคูณ โดยโรงแรมทุกแห่งมีผู้เข้าพักเต็มเป็นส่วนใหญ่ นอกจากนี้ยังมีผู้กางเต็นท์โดยรอบฌาปนสถาน ขณะที่รถโดยสาร รถไฟ ก็รับคนเดินทางเข้ามาไม่ขาดสาย
คนโคราชมุ่งขอนแก่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่จังหวัดนครราชสีมา เมื่อช่วงบ่าย ที่สำนักงานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา นายวิเชียร จันทรโณทัย ผวจ.นครราชสีมา เปิดเผยว่า ในวันพระราชทานเพลิงศพหลวงพ่อคูณ ทางจังหวัดนครราชสีมาได้จัดรถบัสปรับอากาศ 2 คัน บริการศิษยานุศิษย์ ญาติโยม พี่น้องประชาชนเดินทางมา จ.ขอนแก่น ซึ่งขณะนี้มีผู้แจ้งความประสงค์เต็มหมดแล้ว และได้รับความร่วมมือจากบริษัท เชิดชัย โดย &amp;quot;เจ๊เกียว&amp;quot; นางสุจินดา เชิดชัย จัดรถเพิ่มอีก 1 คัน รวมเป็น 3 คัน ศิษยานุศิษย์ ญาติโยมที่ร่วมเดินทางไปครั้งนี้ประมาณกว่า 120 คน เพื่อร่วมพิธีวางดอกไม้จันทน์และกราบสักการะ เสร็จแล้วก็จะรีบเดินทางกลับ จ.นครราชสีมาในเย็นวันเดียวกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ว่าฯ นครราชสีมากล่าวว่า ในวันจันทร์ จังหวัดนครราชสีมาเป็นเจ้าภาพสวดพระอภิธรรมหลวงพ่อคูณในเวลา 19.00 น. ที่หอประชุมกาญจนาภิเษก มข. โดยตนเป็นประธานและหัวหน้าส่วนราชการจำนวน 50 คนร่วมพิธี มีการวางดอกไม้จันทน์ ถวายผ้าไตรจีวร และวันที่ 29 ม.ค. ทุกคนจะอยู่ร่วมพิธีภาคเช้า 09.00 น. ช่วงเย็น 17.00 น. และช่วงค่ำ จนถึงพิธีพระราชทานเพลิงสรีระสังขารครูใหญ่หลวงพ่อคูณด้วย ฉะนั้นขอเชิญชวนศิษยานุศิษย์ ญาติโยม พี่น้องประชาชนชาว จ.นครราชสีมาที่ไปร่วมพิธีโดยพร้อมเพียงกัน ซึ่งคาดว่าศิษยานุศิษย์ ญาติโยม ประชาชนชาว จ.นครราชสีมาที่ไปร่วมที่ขอนแก่นจะมีกว่าแสนคนทีเดียว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับผู้ที่จะเดินทางไปกันเอง นายวิเชียรกล่าวว่า ขอแนะนำให้นั่งรถไฟไปจะสะดวกมาก เพราะการจราจรทางรถยนต์ติดขัดยาวหลายสิบกิโล โดยขบวนรถไฟจะออกจากสถานีนครราชสีมา เวลาประมาณ 06.20 น. ถึงสถานีรถไฟ จ.ขอนแก่น เวลาประมาณ 10.00 น. ต่อด้วยรถที่บริการรับ-ส่งฟรีเข้าไปกราบสรีระครูใหญ่หลวงพ่อคูณ วางดอกไม้จันทน์ พอเสร็จแล้วก็กลับไปนั่งรถไฟเวลาประมาณ 15.00 น. หรือบ่าย 3 โมงเย็นกลับ จ.นครราชสีมา ซึ่งทราบว่าทางการรถไฟฯ ได้จัดขบวนรถไฟพิเศษเพิ่มตู้โดยสารถึง 3 ขบวน ตั้งแต่เช้าจนถึงช่วงบ่าย และช่วงกลับก็เช่นเดียวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ศิษยานุศิษย์ พี่น้องประชาชนที่ไม่สามารถไปขอนแก่นได้ อยากเชิญวนให้ไปที่วัดบ้านไร่ หรือวัดของหลวงพ่อคูณ ซึ่งเป็นเสมือนบ้านของหลวงพ่อคูณ โดยจะมีพิธีวางดอกไม้จันทน์กับสรีระจำลองหลวงพ่อคูณ สวดพระอภิธรรม และพิธีเผาสรีระสังขารหลวงพ่อคูณจำลอง ในเวลา 23.00 น. ส่วนเถ้าดอกไม้จันทน์หรือเถ้าสรีระสังขารจำลองหลวงพ่อคูณ ทราบว่าคณะกรรมการวัดบ้านไร่จะนำไปลอยอังคารภายในสระวิหารพระเทพวิทยาคม ภายในวัดบ้านไร่&amp;quot;
ขบวนเรือลอยอังคารพร้อมแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่วัดโพธิ์ชัย พระอารามหลวง อ.เมือง จ.หนองคาย พระครูภาวนาธรรมโฆษิต เลขานุการเจ้าคณะจังหวัดหนองคาย ตรวจความเรียบร้อยการจัดสร้างแท่นวางกล่องบรรจุอัฐิพระเทพวิทยาคม หรือหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ เพื่อใช้ในพิธีลอยอังคารวันที่ 30 ม.ค.นี้ โดยแท่นวางดังกล่าวเจ้าหน้าที่วัดได้สร้างเสร็จเรียบร้อย พร้อมทาสีและประดับตกแต่งลวดลาย รวมทั้งแท่นวางดอกไม้และพานพุ่มซ้ายขวา เพื่อเตรียมเคลื่อนย้ายจากวัดไปบริเวณหน้าสถานีเรือหนองคายให้ประชาชนได้สักการะก่อนเริ่มพิธีการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับแท่นวางกล่องบรรจุอัฐิหลวงพ่อคูณ เป็นการประกอบเพิ่มจากแท่นเดิมที่มีอยู่ก่อนให้มีขนาดพอดีกับกล่องบรรจุอัฐิตามที่มหาวิทยาลัยขอนแก่นแจ้งไว้ โดยมีขนาดกว้าง 95 เซนติเมตร สูง 34 เซนติเมตร ยาว 240 เซนติเมตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่สถานีเรือหนองคาย นาวาโทสุดทวิช เบญจจินดา หัวหน้าสถานีเรือหนองคาย หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (นรข.) สถานีเรือหนองคาย ประชุมส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อเตรียมความพร้อมในขบวนเรือพิธีลอยอังคารหลวงพ่อคูณ จากนั้นเรือของส่วนราชการ 8 ลำ และเรือเอกชน 10 ลำ ได้ร่วมกันซักซ้อมเสมือนจริงในแม่น้ำโขง โดยล่องเรือทวนน้ำขึ้นไปจนถึงสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แล้วกลับขบวนเรือล่องตามน้ำโขงจนถึงพระธาตุกลางน้ำ แล้วเรือ ล.169 (เรือลาดตระเวน 169) ซึ่งเป็นเรือหลัก จะเป็นเรือลำเดียวที่วนรอบพระธาตุกลางน้ำ 3 รอบ เพื่อโปรยเถ้าอัฐิ ส่วนเรือลำอื่นจะขนาบอยู่ด้านข้าง.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27718</URL_LINK>
                <HASHTAG>พระครูสถิตย์วราภรณ์, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, รมว.มหาดไทย, รศ.นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล, รศ.นพ.พิพัฒน์พงษ์ แคนลา, สมศักดิ์ จังตระกุล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หลวงพ่อคูณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190128/image_big_5c4f01c7a8753.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27078</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/01/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/01/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จัดขบวนเคลื่อน ศพหลวงพ่อคูณ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศิษย์หลวงพ่อคูณร่วมพิธีบวชหมู่ 100 รูปเพื่ออุทิศส่วนกุศล มข.เตรียมการทุกอย่างพร้อม เริ่มย้ายร่างอาจารย์ใหญ่และหลวงพ่อคูณไปตั้งยังศูนย์ประชุมกาญจนาภิเษก 21 ม.ค.นี้ พร้อมรับมือคลื่นมหาชน คาดมาร่วมงานอย่างน้อยวันละแสน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 09.39 น. วันที่ 20 มกราคมนี้ &amp;nbsp;ที่วัดหนองแวงพระอารามหลวง ถนนกลางเมือง เขตเทศบาลนครขอนแก่น พระราชปริยัติโสภณ เจ้าคณะจังหวัดขอนแก่น ในฐานะประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมด้วย รศ.ดร.กิตติชัย ไตรรัตนศิริชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) ในฐานะประธานฝ่ายฆราวาส เป็นประธานในพิธีอุปสมบท เนื่องในพิธีพระราชทานเพลิงศพครูใหญ่พระเทพวิทยาคม หรือหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ เป็นกรณีพิเศษ โดยมีพุทธศาสนชิกชน คณะศิษยานุศิษย์ รวมทั้งผู้ที่เคารพเลื่อมใสศรัทธาในหลวงพ่อคูณ เข้าร่วมในการประกอบพิธีอุปสมบทในครั้งนี้รวม 46 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รศ.ดร.กิตติชัยกล่าวว่า การประกอบพิธีอุปสมบทดังกล่าวเป็นการประสานการทำงานร่วมกันทุกฝ่าย โดยได้ข้อสรุปในการอุปสมบทพระภิกษุสงฆ์ 100 รูป ที่กำหนดให้มีพิธีอุปสมบทพร้อมกันในวันที่ 20-21 ม.ค. พระสงฆ์ทั้ง 100 รูป จาก จ.ขอนแก่น และ จ.นครราชสีมา จะมารวมกันที่ภายในศูนย์ประชุมอเนกประสงค์กาญจนาภิเษก มข. สถานที่ที่ มข.ใช้ในการสวดพระอภิธรรมครูใหญ่และครูใหญ่หลวงพ่อคูณ โดยพระสงฆ์ทั้งหมดนอกจากการปฏิบัติศาสนกิจตามที่ได้รับมอบหมายแล้ว จะร่วมในพิธีพระราชทานเพลิงศพหลวงพ่อคูณทุกวัน ตั้งแต่พิธีการขอขมา การเคลื่อนย้ายสรีระสังขาร การร่วมสวดพระอภิธรรม และในช่วงของการพระราชทานเพลิงศพ กระทั่งวันที่ 30 ม.ค. จะทำการสึกและเดินทางไปร่วมลอยอังคารหลวงพ่อคูณที่ จ.หนองคาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ พระสงฆ์ทั้ง 100 รูป จะจำวัดที่วัดหนองแวงพระอารามหลวง, วัดกลาง และวัดธาตุ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านการเตรียมงานพระราชทานเพลิงศพ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ศูนย์ประชุมอเนกประสงค์กาญจนาภิเษก มข.ยังคงมีบุคลากรทางการแพทย์ นักศึกษา แพทย์และพยาบาล จากคณะแพทยศาสตร์ มข. รวมไปถึงประชาชนจิตอาสาและคณะทำงานในด้านต่างๆ จาก มข. ได้ร่วมกันจัดเตรียมสถานที่เพื่อเตรียมการย้ายร่างครูใหญ่และสรีระสังขารครูใหญ่หลวงพ่อคูณมาที่ศูนย์ประชุมแห่งนี้ในวันที่ 21 ม.ค.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการลงพื้นที่ตรวจสอบของทีมข่าวพบว่า บริเวณชั้น 2 ของอาคารได้มีการติดตั้งโต๊ะ เก้าอี้ สำหรับการสวดพระอภิธรรม รวมทั้งการจัดเตรียมอาสนะและโต๊ะหมู่บูชา และเครื่องอัฐบริขารต่างๆ ที่ใช้ในงานพิธีการในแต่ละวัน ขณะที่บริเวณด้านหน้าศูนย์ประชุมที่เป็นจุดคัดกรอง ได้มีการติดตั้งเต็นท์สำหรับรองรับประชาชนที่จะมาร่วมฟังสวดพระอภิธรรมและวางดอกไม้จันทน์ รวมทั้งการจัดทำโรงทานไว้สำหรับการให้บริการประชาชนที่จะมาร่วมงาน ที่คาดการณ์ว่าจะมีไม่น้อยกว่าวันละ 100,000 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รศ.ดร.กิตติชัยกล่าวว่า ขณะนี้คณะทำงานแต่ละฝ่ายมีการดำเนินงานในด้านต่างๆ ไปแล้วถึงร้อยละ 99 โดยเฉพาะในเรื่องการบริหารจัดการพื้นที่ที่ มข.ได้กำหนดให้ประชาชนทุกคนได้ร่วมฟังสวดพระอภิธรรมและร่วมวางดอกไม้จันทน์ แยกเป็นที่ศูนย์ประชุม ระหว่างวันที่ 22-28 ม.ค. ตั้งแต่เวลา 08.00-22.00 น. และที่ฌาปนสถานชั่วคราววัดหนองแวงพระอารามหลวง ภายในเกาะกลางน้ำ ด้านหลังพุทธมณฑลอีสาน ตั้งแต่เวลา 08.00-22.00 น. โดยดอกไม้จันทน์ที่ประชาชนทุกคนได้วางนั้น ทุกดอกจะถูกนำไปใช้ในการฌาปนกิจจริงในวันที่ 29 ม.ค. ทั้งนี้ การเข้าร่วมงานดังกล่าวขอให้ประชาชนทุกคนแต่งกายสุภาพ สำรวม ที่สำคัญคือใจเย็นและปฏิบัติตามระเบียบของ มข.อย่างเคร่งครัด เนื่องจากแต่ละวันจะมีคนมาร่วมงานจำนวนมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ยืนยันว่าการดำเนินงานของ มข.เป็นการปฏิบัติตามพินัยกรรม คือต้องเรียบง่าย สมถะ และสมเกียรติ และที่สำคัญ มข.ทำด้วยความบริสุทธิ์ใจและตั้งใจจริง โดยห้ามการเดินเรี่ยไร การตั้งตู้รับบริจาค หรือการนำพระเครื่องหรือวัตถุมงคลต่างๆ มาจำหน่ายภายใน มข.และโดยรอบฌาปนสถาน ซึ่งหากตรวจพบจะมีการควบคุมตัวส่งให้กองอำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย ซึ่ง ผบ.มทบ.23 และ ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น จะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป&amp;quot; อธิการบดี มข.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บ่ายวันเดียวกัน รศ.นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มข. พร้อมด้วย พล.ต.สมชาย ครรภาฉาย ผบ.มทบ.23 ได้ตรวจสอบเส้นทางการเคลื่อนย้ายสรีระสังขารครูใหญ่หลวงพ่อคูณ จากห้องเก็บสรีระสังขาร ชั้น 7 อาคารเรียนรวมคณะแพทยศาสตร์ ไปยังศูนย์ประชุมอเนกประสงค์กาญจนาภิเษก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รศ.นพ.ชาญชัยกล่าวว่า กำหนดเคลื่อนย้ายสรีระสังขารหลวงพ่อคูณในเวลา 13.00 น. วันที่ 21 ม.ค. โดยกำลังทหารจาก มทบ.23 จำนวน 8 นาย จะยกโลงไม้จันทน์หอมที่บรรจุสรีระสังขารของหลวงพ่อลงไปยังเบื้องล่าง ขึ้นรถเปิดประทุนเข้าสู่ขบวน ประกอบด้วยรถตำรวจนำขบวน ถัดมาเป็นรถอัญเชิญพวงมาลาพระราชทาน, พัดยศ, เครื่องอัฐบริขาร แล้วเป็นรถโบราณเปิดประทุน เคลื่อนย้ายสรีระสังขารของหลวงพ่อคูณ ตามด้วยรถของคณะสงฆ์, รถของแขกผู้ใหญ่, รถผู้บริหาร มข. รถของคณะศิษยานุศิษย์ และรถของคณาจารย์คณะแพทยศาสตร์ มข.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27078</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.สมชาย ครรภาฉาย, รศ.นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190120/image_big_5c4484616fc64.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26562</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/01/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/01/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ระดมจิตอาสา บริการงานศพ หลวงพ่อคูณ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตั้งรูปหล่อหลวงพ่อคูณใจกลางเมือง เพื่อให้พุทธศาสนิกชนร่วมสักการะและไว้อาลัย พร้อมเปิดรับสมัครรถโดยสารจิตอาสาร่วมรับ-ส่งผู้ที่จะมาร่วมงาน ผู้ว่าฯ สั่งกำหนดจุดจอดรถเบื้องต้น 5 จุด คาดคนร่วมงานวันละไม่น้อยกว่า 2 แสนคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 14 มกราคมนี้ ภายในฌาปนสถานเมรุชั่วคราววัดหนองแวงพระอารามหลวง บริเวณเกาะกลางน้ำ ด้านหลังพุทธมณฑลอีสาน ริม ถนนเลี่ยงเมืองสายขอนแก่น-กาฬสินธุ์ ต.ศิลา อ.เมือง จ.ขอนแก่น สถานที่ประกอบพิธีพระราชทานเพลิงศพครูใหญ่พระเทพวิทยาคม หรือหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ อดีตเจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ทีมช่างศิลป์จิตอาสา ประชาชนจิตอาสา และนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) ยังคงเร่งประดับตกแต่งนกหัสดีลิงค์เทินบุษบกบนเขาพระสุเมรุกันอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่การติดตั้งตัวนกและบุษบกแล้วเสร็จ และมีการประกอบพิธีเบิกเนตรเพื่อให้นกตัวนี้นั้นมีชีวิต ตามขนบธรรมเนียมของคนอีสาน โดยทีมช่างนกหัสดีลิงค์ยังคงมีการตั้งโต๊ะหมูบูชาพญาแถน และการนำเครื่องเซ่นไหว้และเครื่องครูเครื่องคาย ตามความเชื่อและขนบธรรมเนียมมาตั้งไว้บริเวณหางนก รวมทั้งในจุดต่างๆ โดยรอบเขาพระสุเมรุ เพื่อแก้เคล็ดจนกว่างานพระราชทานเพลิงศพจะเสร็จสิ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ขั้นตอนการดำเนินงานในวันนี้ คือการเร่งติดตั้งต้นไม้ในป่าหิมพานต์ด้วยดอกไม้จันทน์นับหมื่นดอก การประดับปีกนกและลวดลายของนก รวมทั้งการติดตั้งพญานาคทั้ง 16 ตน และสัตว์นานาชนิดรวมอีก 32 ตัว ตามลำดับขั้นตอนของการดำเนินงานที่ทาง มข.นั้นได้กำหนดไว้ ท่ามกลางความสนใจของพุทธศาสนิกชน คณะศิษยานุศิษย์ รวมไปถึงผู้ที่ให้การเคารพเลื่อมใสศรัทธาในหลวงพ่อคูณ ที่ต่างทยอยกันมาชมความงดงามและความคืบหน้าในการก่อสร้างนกหัสดีลิงค์เทินบุษบกอย่างต่อเนื่องเช่นกัน โดยส่วนใหญ่ต่างนำน้ำดื่ม อาหารและขนม มามอบให้กับคณะทำงานที่มาช่วยงาน รวมทั้งช่วยติดตั้งและประดับตกแต่งในรายละเอียดโดยรอบ โดยมีครูช่างศิลป์คอยกำกับการดำเนินงานในทุกขั้นตอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผวจ.ขอนแก่น กล่าวว่า ทางจังหวัดได้รับการประสานงานจาก จ.นครราชสีมาและวัดบ้านไร่ ในการนำรูปหล่อหลวงพ่อคูณ ขนาดหน้าตัก 1.2 เมตร มาประดิษฐานไว้ที่ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองขอนแก่น เพื่อให้พุทธศาสนิกชน คณะศิษยานุศิษย์ รวมทั้งผู้ที่ให้การเคารพเลื่อมใสศรัทธาในหลวงพ่อคูณได้มากราบสักการะและไว้อาลัยส่งวิญญาณท่านสู่สรวงสวรรค์ โดยจะทำการติดตั้งไว้ในช่วงระหว่างวันที่ 15-20 ม.ค. ตลอดทั้ง 24 ชั่วโมง ขณะที่ในช่วงของงานพระราชทานเพลิงศพครูใหญ่และครูใหญ่หลวงพ่อคูณ ซึ่ง มข.ได้กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 21-30 ม.ค. คาดว่าจะมีประชาชนจากทั่วทุกสารทิศทั้งในประเทศและต่างประเทศ เดินทางมาร่วมงานทั้งในช่วงของการสวดพระอภิธรรม การวางดอกไม้จันทน์ หรือการร่วมกิจกรรมต่างๆ วันละไม่ต่ำกว่า 200,000 คน ซึ่งขณะนี้จังหวัดได้ประสานการทำงานร่วมกันทุกฝ่าย ทั้งในเรื่องของการจัดระเบียบการเดินรถ และจุดจอดรถ ทั้งในจุดของการสวดพระอภิธรรมที่ศูนย์ประชุมอเนกประสงค์กาญจนาภิเษก มข. และที่ฌาปนสถานเมรุชั่วคราววัดหนองแวงพระอารามหลวง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;สำหรับประชาชนที่มาร่วมงาน จังหวัดได้กำหนดจุดจอดรถรวม 5 จุด สามารถรองรับปริมาณรถของประชาชนได้เกือบ 20,000 คัน ประกอบด้วย ภายใน มข. ที่รองรับปริมาณรถได้ 17,000 คัน, ตลาด 62 บล็อก ด้านหลังศูนย์ประชุมอเนกประสงค์กาญจนาภิเษก มข. รองรับได้ 300 คัน, ตลาดนัดตรงข้ามศูนย์ประชุมฯ รองรับได้ 500 คัน, ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค 4 ริมถนนมิตรภาพตรงข้ามโรงเรียนสาธิตมอดินแดง รองรับได้ 700 คัน และที่วัดหนองกุง ใกล้กับสถานกงสุลใหญ่ สปป.ลาว ถนนมิตรภาพ ก่อนถึง มข. รองรับได้อีก 700 คัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ จังหวัดเปิดรับสมัครรถโดยสารจิตอาสา และผู้ที่ต้องการจะร่วมในการรับ-ส่งประชาชนที่จะมาร่วมงาน ซึ่งได้กำหนดไว้ประมาณวันละ 40 คัน โดยรถโดยสารจิตอาสา รวมทั้งผู้ที่ต้องการจะจัดส่งรถเข้าร่วมบริการในงานดังกล่าว สามารถติดต่อได้ที่จังหวัดหรือที่ มข.ตั้งแต่วันนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รศ.นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มข. เปิดเผยว่า คณะกรรมการอำนวยการจัดงานพระราชทานเพลิงหลวงพ่อคูณ ได้จัดเตรียมงานพระราชทานเพลิงระหว่างวันที่ 21-30 มกราคม อย่างเต็มที่ งานต่างๆ คืบหน้าไปมาก และคาดว่าจะเปิดพื้นที่สามารถรองรับประชาชนมาร่วมงานพระราชทานเพลิงสรีระสังขารหลวงพ่อคูณได้ไม่ต่ำกว่าวันละ 50,000 คน และคาดว่าตลอดการจัดงานจะมีประชาชนมาร่วมงานมากกว่า 1 ล้านคน ขณะเดียวกัน ด้านการจัดเตรียมโรงทานอาหาร น้ำดื่ม ได้เปิดรับจิตศรัทธามาร่วมออกโรงทาน โดยให้หอการค้าจังหวัดขอนแก่นเป็นฝ่ายรับผิดชอบ ซึ่งจะมีโรงทานกว่า 300 โรงทานมาร่วมแจกจ่ายอาหาร น้ำดื่ม ให้กับประชาชนที่มาร่วมพิธีพระราชทานเพลิงสรีระสังขารหลวงพ่อคูณ.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26562</URL_LINK>
                <HASHTAG>รศ.นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล, สมศักดิ์ จังตระกุล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190114/image_big_5c3c90907989e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
