<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>37941</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/06/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/06/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สสส.-มหิดลจัด18รร.ฉลาดเล่นนำร่อง  เด็กไทยสอบผ่าน26.2%ตามเกณฑ์องค์การอนามัยโลก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;center&quot; style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm; text-align:center&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สสส.จับมือมหาวิทยาลัยมหิดลเปิดเวทีงานวิจัยสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล ฟันธงเด็กและเยาวชนไทยไม่ถึงครึ่งผ่านเกณฑ์กิจกรรมทางกายตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก สอบผ่านเพียงร้อยละ 26.2 เท่านั้น เด็กและเยาวชนไทยเล่นออกแรงแบบไม่มีกติกามากกว่า 2 ชั่วโมง/วัน (Active Play) เพียงร้อยละ 8.7 เท่านั้น เด็กและเยาวชนไทยเล่นกีฬาหรือกิจกรรมทางกายไม่ถึงครึ่งที่เข้าร่วม หรือร้อยละ 44.1 เร่งพัฒนาโรงเรียนฉลาดเล่นนำร่อง 600 รร.ทั่วประเทศ ตัวแทนผู้บริหาร 76 คนจาก 18 รร.ทั่วประเทศ เข้าร่วมกิจกรรม รร.นำร่องฉลาดเล่น เด็กนั่งซื่อบื้อเนือยนิ่งอยู่หน้าจอ 6 ชั่วโมง ทำให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บโดยตรง ปีก่อนคนไทยตาย 3 แสนคนจากโรค NCDs นั่ง เนือย นิ่ง&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่อาคารศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) แถลงข่าวภาพรวมการจัดโครงการกิจกรรมสร้างเสริมสุขภาวะทางกายในสถานศึกษา เพื่อส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายอย่างต่อเนื่องในกลุ่มเด็กและเยาวชนไทยที่มีอายุระหว่าง 8-15 ปี ให้มีสุขภาวะที่ดีเหมาะสมตามวัย และเป็นการสร้างความรู้ความเข้าใจให้แก่ครู ผู้ปกครอง ถึงความสำคัญในการส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายทั้ง 3 มิติ ลดการเนือยนิ่ง รวมถึงการสานพลังความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ เอกชนที่ทำงานด้านเด็กและเยาวชน ขยายผลการส่งเสริมกิจกรรมทางกายในวงกว้างต่อสังคมไทย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; องค์การอนามัยโลก (World Health Organization) ให้คำนิยามเกี่ยวกับ กิจกรรมทางกาย (Physical Activity) หมายถึงการเคลื่อนไหวร่างกายในอิริยาบถต่างๆ เพื่อเกิดการใช้พลังงานจากกล้ามเนื้อ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญของการใช้และเผาผลาญพลังงานของร่างกายนับตั้งแต่กิจกรรมทางกายที่เกี่ยวกับการทำงาน การเดินทางในชีวิตประจำวัน เวลาว่างจากการทำงานหรือเสร็จสิ้นภารกิจงานประจำ เด็กและเยาวชนที่มีอายุระหว่าง 5-17 ปี ควรมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอ หรือมีเวลาในการทำกิจกรรมเคลื่อนไหวออกแรงในระดับปานกลางถึงระดับหนักสะสมให้ได้อย่างน้อย 60 นาทีทุกวัน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สถานการณ์ปัจจุบันของการมีกิจกรรมทางกายในเด็กและเยาวชนไทย พบว่า &amp;ldquo;มีเด็กไทยไม่ถึงครึ่งที่ผ่านเกณฑ์องค์การอนามัยโลก&amp;rdquo; ผลการสำรวจการมีกิจกรรมทางกายของเด็กและเยาวชนไทยปี พ.ศ.2561 โดยสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล พบว่ามีเด็กและเยาวชนไทยเพียงร้อยละ 26.2 มีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอ จากการสำรวจยังพบว่าเด็กและเยาวชนไทยมีการเล่นออกแรงแบบไม่มีกฎกติกามากกว่า 2 ชั่วโมง/วัน (Active Play) เพียงร้อยละ 8.7 เท่านั้น รวมถึงการเล่นกีฬาและกิจกรรมทางกายที่มีโครงสร้างของเด็กและเยาวชนไทย พบว่ามีเด็กและเยาวชนไทยไม่ครึ่งที่มีการเข้าร่วม หรือร้อยละ 44.1&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีการศึกษางานวิจัยในต่างประเทศพบว่า การมีกิจกรรมทางกายช่วยพัฒนาด้านการนับถือตนเองในเด็กได้ (Mark S. Tremblay, J.Wyatt Inman, J. Douglas Willms, 2000) พบว่ากิจกรรมทางกายมีความสัมพันธ์ทางบวกต่อพัฒนาการด้านทักษะการเคลื่อนไหว ทักษะทางสังคม พฤติกรรมทางสังคม ทัศนคติที่มีต่อโรงเรียน และพัฒนาการด้านการคิด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;โรงเรียนฉลาดเล่น&amp;rdquo; (Active School) คือโรงเรียนส่งเสริมกิจกรรมทางกายที่เด็กๆ จะได้มีความสุขกับการเรียนรู้ผ่านทางการเล่น มีกิจกรรมทางกาย การเคลื่อนไหวร่างกายในระหว่างวัน รวมทั้งการทำกิจกรรมทางกายที่ควบคู่กับการเรียนรู้ในเนื้อหาวิชาต่างๆ ภายใน รร.ฉลาดเล่นนี้ เด็กๆ จะมีพัฒนาการที่สมวัยอย่างรอบด้าน รู้สึกมีความสุขและผูกพันกับการอยู่ที่ รร. การได้เรียนกับคุณครูที่มีกระบวนการเรียนการสอนแบบ Active Learning ที่ช่วยให้เด็กๆ ได้มีประสบการณ์ตรงกระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ช่วงเวลาที่สมองของเด็กมีความพร้อมสำกรับการเรียนรู้อย่างเต็มที่ เด็กจะได้ร่วมกิจกรรมการเล่นแบบ Active Play ที่ผ่านการทดลองวิจัย เพื่อให้สมองมีความพร้อม มีสมาธิสำหรับการเรียน ใช้บูรณาการเข้ากับโครงการโรงเรียนฉลาดเล่นได้ศึกษาวิจัยบทบาทหน้าที่ของโรงเรียนทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อส่งเสริมกิจกรรมทางกายในโรงเรียน เพื่อให้เกิดองค์ความรู้เชิงกลไกที่เรียกว่า 4PC เป็นชุดความรู้เชิงวิชาการเกี่ยวกับแนวทางและกลไกการสนับสนุนกิจกรรมทางกายในโรงเรียนเป็นหลัก หาก รร.ต้องการส่งเสริมพัฒนาการด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม สติปัญญาเป็นไปอย่างเหมาะสมตามช่วงวัยที่สอดคล้องต่อระบบการศึกษาและการเรียนรู้ของโลกปัจจุบันและอนาคต &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รร.ใช้กลไก 4PC ได้แก่ Active policy, Active people, Active place, Active Program Active classroom ไปใช้ในการออกแบบกระบวนการส่งเสริมกิจกรรมทางกายในโรงเรียนควบคู่ไปกับการกำหนดบทบาทหน้าที่ของทุกส่วนที่เกี่ยวข้องใน รร. การหนุนเสริมให้เด็กนักเรียนได้มีการเคลื่อนไหวร่างกายที่มากขึ้น ตลอดจนการสร้างเสริมอุปนิสัยเกี่ยวกับการมีกิจกรรมทางกายที่ดีในรั้ว รร.ไม่ใช่เรื่องยากแต่อย่างใด โรงเรียนมีบทบาทที่สำคัญในการนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้สนับสนุนกิจกรรมทางกาย เพื่อส่งเสริมพัฒนาการด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม สติปัญญา ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อบุคลากรของประเทศชาติต่อไปในอนาคตด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กฤตณัฏฐ์ กนกธร ทำหน้าที่พิธีกร ดำเนินรายการจัดกิจกรรมร่วมกับสถานศึกษานำร่องทั่วประเทศจำนวน 600 รร. ทั้งนี้มีคุณครูที่เป็นตัวแทนจากทุกภาคของประเทศไทยจำนวน 76 คน มาจาก 18 รร.ทั่วประเทศเข้าร่วมกิจกรรม WORKSHOP โรงเรียนฉลาดเล่น เป็นการส่งเสริมการทำงานเป็นทีม รวมถึงการฝึกใช้งานให้ถนัดทั้งสองมือ ยิ่งเก่งเท่าไหร่ก็จะทำอะไรใหม่ๆ ให้กับชีวิตได้เป็นอย่างดียิ่ง โดยเฉพาะเล่นดี 3 มิติส่งเสริมการเรียนรู้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คุณครูที่มาจาก รร.ใน จ.พิษณุโลก จำนวน 5 รร. มี รร.จ่าการบุญ, รร.วัดศรีวิสุทธารามฯ มีคุณครูมณีรัตน์ เนียมหอม เป็นตัวแทนครู, รร.บ้านใหม่เจริญธรรม, รร.วัดแหลมเจดีย์, รร.บ้านท่าไม้งาม รศ.ดร.อัจฉรียา กสิยะพัท อาจารย์ต้นแบบ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ อ.ประจำภาควิชาพลศึกษาและนันทนาการ คณะครุศาสตร์ เข้ามาเป็นวิทยากร คุณครูที่มาจาก รร.ใน จ.ชลบุรี รร.วัดท้องคุ้ง รร.อ่างศิลาพิทยาคม รร.สมลวิทยาเขตชลบุรี คุณครูที่มาจาก รร.ใน จ.ตาก รร.เด่นไม้ซุงวิทยาคม รร.ทรัพย์สมบูรณ์พิทยาคม รร.เด่นวัวราษฎร์รังสรรค์ รร.บ้านวังโพ ชุมชนวัดป่าลาน สพป.ตากเขต 1 คุณครูที่มาจาก จ.นครราชสีมา รร.บ้านจอหอ ครูที่มาจากนครศรีธรรมราช รร.ชุมชนบ้านปากเสียว ส่วนคุณครูที่มาจาก รร.ในกรุงเทพฯ รร.วัดโพธิ์เรียง, รร.ราชมนตรี &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รศ.นพ.ปัญญา ไข่มุก กรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เป็นวิทยากร กล่าวถึงความสำคัญของการมีกิจกรรมทางกาย Active Play และการลดพฤติกรรมเนือยนิ่งในกลุ่มวัยเด็ก ตั้งคำถามว่าทำไมไม่ปล่อยให้เด็กเล่นตามเรื่องตามราวในโลกใบใหญ่ มุ่งทำให้เด็กเข้าสู่ Active Play เด็กจะได้เจริญเติบโตทั้งกายใจ สังคมและมีจิตสำนึก ถ้าปล่อยให้โลกเปลี่ยนแปลงโดยขาดจิตสำนึก ขาดความเอื้อเฟื้อเกื้อกูลกัน อนาคตจะลำบากมาก เราช่วยกันสอนลูกหลานทำ Active Play กิจการผสมผสานสร้างให้จิตใจดี มีเพื่อนฝูง มีสังคม ตกผลึกจิตสำนึกที่ดีต่อเพื่อนฝูง สังคมจะมีความสุขมาก ทำอย่างไรให้เด็กติดเกมวันละ 5-6 ชั่วโมง บางครั้ง 8 ชั่วโมง ให้มีเวลาเพิ่มขึ้นไปทำกิจกรรมอย่างอื่น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;การที่เด็กนั่งซื่อบื้อเนือยนิ่งอยู่หน้าจอ 6 ชั่วโมง ทำให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บโดยตรง ปีก่อนคนไทยตาย 3 แสนคนจากโรค NCDs นั่ง เนือย นิ่ง มีคนตายในโรงพยาบาล 1 หมื่นคนที่ต้องหาสาเหตุ 400 คน ทหารที่ออกไปรบในสงครามยิงกันตายครั้งละ 60-70 คน บ้านเราเทศกาลสงกรานต์ เทศกาลปีใหม่ มีคนเสียชีวิตจากอุบัติเหตุเทศกาลละ 400 คน ถ้าเจาะลงไปที่คนนั่ง เนือย นิ่ง ทำให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บปีละ 3 แสนคน คนจำนวนครึ่งหนึ่งต้องหาเงินรักษาตัวเองในช่วง 6 เดือนสุดท้ายก่อนเสียชีวิต ส่วนใหญ่ต้องเข้ารับการรักษาในห้องไอซียูซึ่งเป็นภารกิจของลูกหลาน โรคที่เกิดจากการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) อ้วนท้วนเกิน มีปัญหาต่อโรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน หัวใจ ฯลฯ ดังนั้นต้องทำให้เด็ก Active ตั้งแต่ยังเป็นวัยรุ่น ลดอ้วนและลดการเล่นเกม เพราะการเล่นเกมมากๆ ส่งผลถึงให้เกิดความก้าวร้าว บางครั้งก็มีจิตใจเศร้าหมอง อมทุกข์ เจ้าคิดเจ้าแค้น โมโหโทโส การมีกิจกรรมที่เหมาะสม ระบายความกดดัน ด้วยมุมมอง Active Play ได้ผลงานตามเป้าหมายสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี มีความอ่อนโยนอ่อนน้อมทำให้งานสำเร็จ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โครงการกิจกรรมสร้างเสริมสุขภาวะทางกายในสถานศึกษาภายใต้แนวคิด &amp;ldquo;ออกมาเล่น แอคทีฟ 60 นาทีทุกวัน&amp;rdquo; ถือเป็นโครงการต่อยอดและสร้างการรับรู้เกี่ยวกับการส่งเสริมกิจกรรมทางกายให้ขยายไปในวงกว้าง ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายให้มากยิ่งขึ้น เนื่องจากประชากรวัยเด็กเป็นช่วงวัยแห่งการเจริญเติบโตทั้งในด้านพัฒนาการทางร่างกายและสมอง ยิ่งไปกว่านั้นยังพบว่าปัจจุบันเด็กไทยจำนวนมากที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาสุขภาพ น้ำหนักตัวเกิน สมาธิสั้น หรือพัฒนาการไม่สมวัย เนื่องจากมีพฤติกรรมเนือยนิ่ง หรือพฤติกรรมหน้าจอที่มากเกินไป &amp;ldquo;เด็กบางคนมีพรสวรรค์ คิดแต่จะเอาชนะคนเดียว ไม่มีเพื่อน สังคมจะเป็นอย่างไร ถ้าทุกคนมีความเอื้อเฟื้อเกื้อกูลกัน ไม่ใช่เหยียบบ่าเพื่อนขึ้นไปอยู่ข้างบนคนเดียว เราต้องช่วยกันสร้างจิตสำนึกที่ดี&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รศ.นพ.ปัญญา กล่าวว่า สสส.ได้ร่วมมือกับภาครัฐ เอกชน และภาคสังคม เพื่อดำเนินการตามนโยบายเพื่อการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย โดยตั้งเป้าหมายที่จะยกระดับการมีกิจกรรมทางกายของเด็กไทยให้สูงยิ่งขึ้น การดำเนินงานให้สอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการในการ &amp;ldquo;ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้&amp;rdquo; ที่จะส่งเสริมให้การดำเนินการในภาพใหญ่มีความเข้มแข็งและประสบความสำเร็จได้อย่างมีประสิทธิภาพ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37941</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฤตณัฏฐ์ กนกธร, รศ.นพ.ปัญญา ไข่มุก คณะกรรมการกองทุน สสส., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, องค์การอนามัยโลก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190607/image_big_5cfa45e255af4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15375</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/03/2026 17:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/07/2018 15:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เมนูอาหารกลางวันคุณภาพ  นำร่อง 112 โรงเรียนต้นแบบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลังพบเหตุการณ์ขนมจีนคลุกน้ำปลาเป็นอาหารกลางวันของเด็กๆ ในโรงเรียนแห่งหนึ่ง และตามมาด้วยอีกหลายสถานศึกษาที่สะท้อนให้เห็นว่า อาหารกลางวันของเด็กไทยยังห่างไกลคำว่าโภชนาการอีกมาก ส่งผลให้สังคมเกิดความตื่นตัวและหันมามองปัญหา &amp;ldquo;อาหารกลางวัน&amp;rdquo; ของเด็กอีกครั้ง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้ ประเทศไทยได้ตั้งงบประมาณค่าอาหารกลางวันเป็นรายหัวให้แก่เด็กนักเรียนอย่างเพียงพอ และปัญหาดังกล่าวคงไม่เกิดขึ้นหากมีการบริหารจัดการและจัดสรรหาผู้ประกอบการและวัตถุดิบอย่างมีคุณภาพ ดังเช่นโครงการเด็กไทยแก้มใส ซึ่งถือเป็นงานต้นแบบการจัดการอาหารในโรงเรียนได้ปฏิบัติมา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ล่าสุด สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้จัดงานต้นแบบการจัดการอาหารในโรงเรียน และทำพิธีมอบโล่ประกาศเกียรติคุณศูนย์เรียนรู้ต้นแบบเด็กไทยแก้มใส ถวายเจ้าฟ้านักโภชนาการ ให้กับโรงเรียนต้นแบบจำนวน 112 แห่ง&amp;nbsp;


สล็อตลองฟรี &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รศ.นพ.ปัญญา ไข่มุก คณะกรรมการกองทุน สสส. กล่าวว่า จากการสุ่มประเมินคุณภาพอาหารกลางวันโรงเรียน โดยโครงการเด็กไทยแก้มใส พบว่า อาหารกลางวันในโรงเรียนส่วนใหญ่มีปริมาณสารอาหารไม่เพียงพอตามมาตรฐานที่เด็กไทยควรได้รับต่อสัปดาห์ โดยเฉพาะธาตุเหล็ก วิตามินเอ ใยอาหาร และแคลเซียม ที่ส่งผลต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการทางสมอง นั่นเป็นเพราะครูขาดความรู้ด้านโภชนาการ ระบบจัดซื้อในโรงเรียนเน้นราคาถูก ขาดการกำหนดคุณภาพ ขาดการจัดการงบอาหารกลางวันในโรงเรียนขยายโอกาส งบประมาณในส่วนอาหารจึงถูกแบ่งให้ทั้งเด็กประถมและมัธยม ซึ่งนักเรียนมัธยมมีความต้องการมากกว่าประถม 1.5 เท่า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้ รูปแบบการจัดการอาหารในโรงเรียน ซึ่ง สสส.ร่วมกับ 4 กระทรวงหลักและภาคีเครือข่าย ทดลองนำร่องในโรงเรียน 50 จังหวัด ในสังกัด สพฐ. อปท. และ กทม. มีรูปแบบการจัดการ 5 ด้านคือ 1.การเกษตรในโรงเรียนที่เชื่อมโยงกับเกษตรชุมชน 2.ระบบสหกรณ์นักเรียนในการเลือกซื้อวัตถุดิบที่มีคุณภาพ 3.การจัดบริการอาหารกลางวันคุณภาพ โดยมีโปรแกรมแนะนำการจัดสำรับอาหารกลางวันสำหรับโรงเรียน หรือ Thai school lunch โดยสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล และเนคเทค ร่วมพัฒนาโปรแกรม เพื่อเป็นตัวช่วยให้การจัดอาหารกลางวันถูกหลักโภชนาการภายใต้งบประมาณที่จำกัด 4.การเฝ้าระวังติดตามภาวะโภชนาการของนักเรียนที่เกินและขาดเป็นรายบุคคล 5.การจัดการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงทั้งการเกษตร โภชนาการ และสุขภาพ ซึ่งทั้งหมดนี้ก็เพื่อสร้างเสริมให้นักเรียนมีสุขภาพที่ดี ฉลาดเลือก ฉลาดบริโภค&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้ สสส.กำลังพัฒนาระบบการจัดการอาหารและโภชนาการในโรงเรียนที่ครอบคลุมตั้งแต่มาตรฐานการจัดการอาหารและโภชนาการในโรงเรียน การจัดปัจจัยแวดล้อมในโรงเรียน และการติดตามประเมินผล ซึ่งจะมีการทำงานร่วมกับ สพฐ.และท้องถิ่นร่วมกัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;


ทดลองเล่นสล็อต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กล่าวว่า รูปแบบการจัดการอาหารในโรงเรียนของศูนย์เรียนรู้ต้นแบบเด็กไทยแก้มใสที่ สสส.ร่วมกับภาคีเครือข่าย เป็นการจัดการที่ตอบโจทย์อาหารในโรงเรียนให้มีคุณภาพ โดยดึงการมีส่วนร่วมจากคนในโรงเรียนและในชุมชนเพื่อนำวัตถุดิบในพื้นที่มาใช้จัดบริการอาหารแก่เด็กนักเรียน รวมถึงการใช้เทคโนโลยีผ่านโปรแกรม Thai school lunch มาช่วยออกแบบเมนูอาหารกลางวัน เพื่อช่วยกำกับดูแลให้ทุกมื้ออาหารเด็กในโรงเรียนได้รับคุณค่าทางโภชนาการ และเพื่อความต่อเนื่องในการดูแลคุณค่าทางโภชนาการอาหารกลางวันของนักเรียน ป้องกันผู้แสวงหาผลประโยชน์จากงบประมาณค่าอาหารกลางวัน&amp;nbsp; &amp;nbsp;


respin88&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้ ได้มีการสั่งการไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดกำชับมาตรการ 4 ข้อดังนี้ ข้อ 1 เมนูอาหารกลางวันต้องได้คุณภาพ โดยให้พิจารณานำระบบ Thai School Lunch เป็นตัวช่วยแนะนำเมนูอาหารที่ได้คุณค่าทางโภชนาการ และวัตถุดิบที่นำมาประกอบอาหารกลางวันต้องมีความปลอดภัย ข้อ 2 ความโปร่งใส เสริมสร้างการมีส่วนร่วม ป้องกันการทุจริตงบประมาณค่าอาหารกลางวัน โดยให้ปิดประกาศรายการอาหาร และจำนวนหรือปริมาตรวัตถุดิบที่ใช้ประกอบอาหาร รวมถึงสารอาหารเฉลี่ยให้ผู้ปกครองและนักเรียนได้รับทราบ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ข้อ 3 การกำกับดูแล เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องจึงกำหนดให้แต่งตั้งคณะทำงานสุ่มตรวจคุณภาพและการบริหารจัดการอาหารกลางวันในโรงเรียน ในกรณีที่สถานศึกษามีการจ้างเหมาควรมีกรรมการตรวจการจ้างและตรวจรับจาก 3 ภาคส่วน ทั้งจากกรรมการสถานศึกษาที่มาจากผู้ปกครอง ตัวแทนจากท้องถิ่น และตัวแทนจากสถานศึกษา และข้อ 4 การเฝ้าระวัง ติดตามภาวะโภชนาการของนักเรียน เพื่อช่วยป้องกันการขาดสารอาหารแก่เด็กที่ผอม และเด็กอ้วนที่มีน้ำมากเกินเกณฑ์ สำหรับท้องถิ่นหรือโรงเรียนใดที่มีความพร้อมก็ให้กองการศึกษาของเทศบาล และ อบต.ที่ดูแลพื้นที่นั้นๆ จัดให้มีนักโภชนาการท้องถิ่น หรือครูโภชนาการมาช่วยดำเนินงาน เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนงานอาหารและโภชนาการ ส่งเสริมการศึกษาของเด็กปฐมวัยและเด็กวัยเรียนได้อย่างมีคุณภาพและมีประสิทธิผลมากที่สุด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ภายใน 2 เดือน กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจะทำความร่วมมือกับ สสส.และหน่วยงานภาคี เพื่อวางแผนการขับเคลื่อนและการส่งเสริมติดตามอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป กำหนดเป้าหมายการพัฒนาทั่วประเทศให้เกิดความยั่งยืน โดยภายในปี 2563 ต้องให้เกิดท้องถิ่นต้นแบบการจัดการอาหารโรงเรียนอย่างครบวงจร อย่างน้อยจังหวัดละ 5 องค์กรท้องถิ่น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้านนายสง่า ดามาพงษ์ ผู้ทรงคุณวุฒิ สสส.และนักโภชนาการ กล่าวว่า การทำงานทางด้านโภชนาการดังกล่าวต้องปลูกจิตสำนึกครู ผู้อำนวยการโรงเรียน ครูโภชนาการ ให้มีคุณธรรม จริยธรรม ตระหนักว่าอาหารกลางวันเป็นมื้อสำคัญที่สุด เด็กยากจนบางคนไม่ได้กินอาหารเช้ามาจากบ้าน ก็อยากกินอาหารกลางวันที่โรงเรียน การแย่งอาหารกลางวันของเด็กจึงถือเป็นความผิดและเป็นบาปอย่างร้ายแรง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้ ถึงเวลาที่ต้องมีนักโภชนาการท้องถิ่น ตำบลละ 1 คน เพื่อให้ความรู้ ทักษะด้านอาหารและโภชนาการแก่ครู แม่ครัว ซึ่งที่ประเทศญี่ปุ่นได้เห็นความสำคัญของเรื่องนี้อย่างมาก นับจากหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นต้นมา ก็จัดให้มีนักโภชนาการประจำโรงเรียนละ 1 คน คอยสอน อบรมครู ผู้ปกครอง ให้ดูแลคุณภาพอาหาร แตกต่างจากประเทศไทยที่ไม่มีนักโภชนาการท้องถิ่นเลย แม้แต่ในระดับจังหวัด มีแค่ในโรงพยาบาล และทำหน้าที่คอยดูแลอาหารผู้ป่วย เมื่อป่วยแล้วจึงจัดอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการให้ เป็นการทำงานเชิงรับ ไม่ใช่เชิงรุก จึงจำเป็นต้องผลักดันให้แต่ละตำบลมีนักโภชนาการประจำท้องถิ่นของตนเองให้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;เราต้องจัดระบบและสร้างกลไกตรวจสอบคุณภาพอาหารกลางวันโดยดึงผู้ปกครองเข้ามามีส่วนร่วม ต้องนำ Thai School Lunch มาใช้ให้ครอบคลุมทั่วประเทศ แค่ป้อนข้อมูลเด็กหญิง เด็กชาย จำนวนคนเข้าไป ก็จะได้เมนูอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ และบอกละเอียดทั้งปริมาณวัตถุดิบ วิธีการปรุง เด็กจะได้รับสารอาหารตามที่ร่างกายต้องการ&amp;quot; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผู้ทรงคุณวุฒิ สสส.กล่าว และว่า ต้องปรับปรุงกฎระเบียบให้เอื้อต่อการพัฒนาคุณภาพอาหารกลางวัน รวมทั้งการพัฒนารูปแบบการจัดอาหารกลางวันให้เหมาะสมกับบริบทโรงเรียน เช่น กำหนดสเปกการประมูลให้รัดกุม อาหารกลางวันทุกเมนูต้องมีสารอาหารครบ 5 หมู่ ให้มีผักทุกเมนู ต้องเป็นเมนูไข่อย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 ฟอง มีปลาสัปดาห์ละ 1 ครั้ง มีเลือดและตับสัตว์ประกอบอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ใช้เกลือเสริมไอโอดีน มีอาหารว่างเป็นผลไม้อย่างน้อย 3 วัน ที่เหลือเป็นขนมไทยหวานน้อย และให้ใช้ข้าวกล้องผสมข้าวขาว เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; วิกฤติอาหารกลางวันที่เกิดขึ้นน่าจะเป็นโอกาสสำคัญที่ทุกฝ่ายจะร่วมมือปรับปรุงแก้ไข เพื่อนำไปสู่พัฒนาการด้านโภชนาการของเด็กนักเรียนให้ดีขึ้น. &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15375</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณภาพอาหาร, รศ.นพ.ปัญญา ไข่มุก คณะกรรมการกองทุน สสส., สสส, อาหารกลางวัน, โรงเรียนต้นแบบ, โล่ประกาศเกียรติคุณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180814/image_big_5b729241e92c6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
