<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115584</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/09/2021 11:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/09/2021 11:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>งานประชุมบุหรี่หรือสุขภาพเอเชียแปซิฟิก ครั้งที่ 13 เรียกร้องรัฐบาลไทย 17 ข้อ พาสังคมไร้ยาสูบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
4ก.ย.64-ศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ(ศจย.) คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดลร่วมกับแพทยสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์สมาพันธ์เครือข่ายแห่งชาติเพื่อสังคมไทยปลอดบุหรี่ (NATFT)สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และอีก 12องค์กรพันธมิตร ร่วมเป็นเจ้าภาพจัด ประชุมบุหรี่หรือสุขภาพเอเชียแปซิฟิก ครั้งที่ 13 หรือ 13 th Asia Pacific Conference on Tobacco or Health (13 th APACT 2021 Bangkok) จัดขึ้นระหว่างวันที่ 3-4กันยายน 2564 เป็นการประชุมผ่านระบบออนไลน์สตรีมมิ่งโดยมีภาคีเครือข่ายควบคุมการบริโภคยาสูบทั้งจากภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกและทั่วโลก สนใจเข้าร่วมมากกว่า 4,000 คน จาก 37 ประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ศ.นพ.รณชัย คงสกนธ์ &amp;nbsp;ผู้อำนวยการศจย.คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ในฐานะประธานจัดงานประชุม13 th APACT 2021 Bangkok กล่าวว่า ในการประชุม 13 th APACT2021 Bangkok ยังมีงานประชุมวิชาการที่น่าสนใจอีก 2 งาน คือการประชุมวิชาการ 100 ปี แพทยสมาคม หรือ Medical Association ofThailand 1921 &amp;ndash; 2021 โดยแพทยสมาคมแห่งประเทศไทยฯและการประชุมวิชาการบุหรี่กับสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 19หัวข้อขับเคลื่อนนโยบายควบคุมยาสูบด้วยองค์ความรู้ (TRCINTERNATIONAL CONFERENCE 2021 &amp;ldquo;Empowering PolicyImplementation on Tobacco Control&amp;rdquo;) ซึ่งจัดขึ้นพร้อมกันโดยในงานประชุม 13 th APACT 2021ครอบคลุมทั้งเรื่องการแลกเปลี่ยนเรียนรู้บทเรียนการทำงานด้านควบคุมยาสูบของประเทศ ต่างๆ การจัดการภาษี การรณรงค์การทำความเข้าใจกับนวัตกรรมยาสูบแบบใหม่ ทั้งบุหรี่ไฟฟ้าและอื่นๆการรวมเครือข่ายนานาชาติทั้งเครือข่ายมหาวิทยาลัยแพทย์ในภูมิภาคอาเซียน และเครือข่ายเยาวชนผ่านผู้บรรยายนานาชาติมากถึง 66 คน และผู้บรรยายจากประเทศไทย 28คน พร้อมด้วยเอกสารคัดย่อ ทางวิชาการ งานวิจัยมากกว่า 300 ชิ้นซึ่งการประชุมนี้จะได้ข้อสรุปที่ใช้เป็นแนวทางในการขับเคลื่อนงานควบคุมบริโภคยาสูบระดับนานาชาติและของประเทศไทยเพื่อเป็นแนวทางการขับเคลื่อนงานร่วมกัน ในภูมิภาคและประเทศต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ &amp;nbsp;ผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวว่า สสส.มีความมุ่งมั่นที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการควบคุมยาสูบสู่ Smoke FreeThailand เพื่อนำไปสู่ฉากทัศน์ของอนาคต Tobacco Endgame และSmoke Free Generation เพื่อลดปริมาณการบริโภคยาสูบให้เป็นศูนย์สถานการณ์การสูบบุหรี่ของคนไทยมีแนวโน้มดีขึ้นโดยมีคนสูบบุหรี่ลดลงมาตลอดผลสำรวจเบื้องต้นจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ ปี&amp;nbsp;2564พบอัตราการสูบบุหรี่ของประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไปลดเหลือ ร้อยละ17.4&amp;nbsp;ลดลงจาก ร้อยละ 19.1 ในปี 2560ขณะที่ผลการดำเนินงานควบคุมยาสูบของไทยตั้งแต่ปี&amp;nbsp;2554-2560&amp;nbsp;ทำให้มีคนสูบบุหรี่ ลดลง&amp;nbsp;72,319&amp;nbsp;คนต่อปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้คนไทยสูบบุหรี่ลดลงคือ การมีนโยบายควบคุมยาสูบที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นผลมาจากการพัฒนาองค์ความรู้ งานวิจัยที่ทันสมัยทันสถานการณ์ ทั้งนี้ สสส.ขับเคลื่อนมาตรการสังคมไทยปลอดควันบุหรี่มาตลอดเกือบ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ปีมุ่งให้ความสำคัญการพัฒนางานวิจัยสามารถนำไปใช้ได้ทั้งการพัฒนานโยบายการวางแผนขับเคลื่อนงานร่วมกับกลุ่มต่างๆ ในสังคมทำให้แก้ปัญหาได้ตรงจุดและการสื่อสารรณรงค์สังคม&amp;nbsp;ที่ให้ความสำคัญการป้องกันนักสูบหน้าใหม่โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและเยาวชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รศ.นพ.สุทัศน์ รุ่งเรืองหิรัญญา หัวหน้าภาควิชาอายุรศาสตร์คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ในฐานะรองประธานเครือข่ายวิชาชีพแพทย์ในการควบคุม การบริโภคยาสูบแพทยสมาคมแห่งประเทศไทยฯ กล่าวว่าภาคีเครือข่ายเพื่อการควบคุมยาสูบของไทยได้ร่วมกันประกาศปฏิญญาเพื่อการควบคุมยาสูบโดยมุ่งเป้าไปที่การหยุดยาสูบเพื่อหยุดการระบาดใหญ่ ของโควิด 19โดยเรียกร้องให้รัฐบาลไทยดำเนินตาม 17 มาตรการ เพื่อเร่งกระบวนการTobacco Endgame พร้อมข้อแนะนำการลดอุปสงค์อุปทานยาสูบ ได้แก่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
1.การระดมการรณรงค์สื่อสารมวลชนทั่วประเทศเพื่อช่วยเน้นย้ำเรื่องความเสี่ยงโควิด-19 ที่เพิ่มขึ้นกับการสูบบุหรี่และผลิตภัณฑ์ยาสูบทุกประเภท2.ควรจัดประเภทผลิตภัณฑ์ยาสูบทั้งหมดรวมทั้งบุหรี่ไฟฟ้าและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่ไม่จำเป็นและเป็นอันตรายในช่วงการระบาดใหญ่ 3.ควรจัดให้มีบริการเลิกบุหรี่ทางโทรศัพท์ให้แก่ผู้สูบบุหรี่ที่ติดเชื้อโควิด-19 ให้สามารถเข้าถึงบริการได้ทั้งกลุ่มที่กักตัวที่บ้านหรือรักษาตัวที่โรงพยาบาล4.จัดตั้งเครือข่ายวิชาชีพด้านสุขภาพในระดับภูมิภาคเพื่อเสริมสร้างการควบคุมยาสูบในภูมิภาคให้เข้มแข็ง 5.ขอเรียกร้องต่อรัฐบาลหน่วยงานองค์กร และภาคส่วนต่างๆ เพื่อสร้างสังคมปลอดควันบุหรี่(Smoke free Society) โดยพุ่งเป้าไปที่การกำหนดให้ Tobacco Endgame ถูกบรรจุในแผนยุทธศาสตร์ชาติ และเป็นวาระ แห่งชาติเพื่อให้ทุกภาคส่วนของสังคมร่วมกันสร้างสังคม ปลอดบุหรี่ และเรียกร้องให้ทุกภาคส่วนในสังคมร่วมสร้างสังคมปลอดบุหรี่อย่างจริงจัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายสุวินัย จิระบุญศรี นักศึกษาแพทย์ คณะแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตัวแทนเยาวชนไทยเข้าร่วมประชุม YouthProgram of APACT 2021 กล่าวว่ากลุ่มเครือข่ายเยาวชนไทยและเยาวชนนานาชาติขอประกาศปฏิญญาขอเรียกร้องให้มีการดำเนินการเพื่อนำไปสู่เป้าหมายสร้างสังคมปลอดบุหรี่อย่างยั่งยืน 5 ประการ เช่นสร้างพื้นที่ปลอดภัยสร้างค่านิยมและให้ความรู้แก่เยาวชนอย่างถูกต้องในเรื่องพิษภัยของบุหรี่เพื่อรู้เท่าทันอุตสาหกรรมยาสูบขอเรียกร้องให้ผู้มีอำนาจในการกำหนดนโยบายดำเนินการระงับการขายบุหรี่ไฟฟ้าออนไลน์ การโฆษณาออนไลน์อย่าง โปร่งใสตรงไปตรงมาปรับปรุงกฎหมายกำกับและระงับการจำหน่าย ผลิตภัณฑ์ยาสูบผ่านสื่อSocial media ทุกช่องทางและสนับสนุนให้เยาวชนมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายเป็นหนึ่งในกรรมการของกิจกรรมการควบคุมการบริโภค ยาสูบและในฐานะที่เยาวชนคือ &amp;ldquo;เหยื่อ&amp;rdquo; คนสำคัญของอุตสาหกรรมยาสูบจึงขอให้ทุกท่านได้โปรดรับฟังเสียงของพวกเราด้วย
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115584</URL_LINK>
                <HASHTAG>13 th APACT 2021 Bangkok), ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์, รศ.นพ.สุทัศน์ รุ่งเรืองหิรัญญา หั, ศ.นพ.รณชัย คงสกนธ์, ศจย.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210904/image_big_6132f133be4cc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
