<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>90681</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/01/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/01/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กุมารแพทย์ฟันธงวัยรุ่นลิ้มยาเสพติดไอคิว EFต่ำสมองพัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รมช.ดร.สาธิตไขปมเคนมผงยาเสพติดชนิดใหม่มาแรง &amp;nbsp;เด็กวัยรุ่นอยากรู้อยากลอง เตือนอยู่ในขอบเขต บุหรี่เหล้าเป็นต้นทางยาเสพติดชนิดอื่น เน้นครอบครัวมีบทบาทสำคัญยุติปัญหา กุมารแพทย์จี้จุดวัยรุ่นแค่ลิ้มลองยาเสพติด ส่งผลต่อสมองความคิดระดับสูงพังพินาศ ไอคิวต่ำลงทุกปี พัฒนา EF ต่ำ คบมิตรที่ดีนำสู่กัลยาณมิตร มิตรชั่วดิ่งลงนรก&amp;nbsp; แพทย์ สบยช.ปรึกษายาเสพติดสายด่วน 1165 ยาเคนมผงอันตรายยิ่งกว่าโควิด วันเดียวเสพถึงตาย 7 ศพและยังมีต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; งานแถลงข่าวและเสวนาออนไลน์เรื่องพฤติกรรมวัยรุ่นกับสารเสพติด &amp;ldquo;บุหรี่ต้นทางสู่ยาเสพติดกับกรณีเคนมผง&amp;rdquo; ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ณ ห้องรัตนโกสินทร์ชั้น 1 โรงแรมเดอะสุโกศล ดำเนินรายการโดย พชรพารษ์ ประจวบลาภ เลขาธิการสถาบันยุวทัศน์แห่งประเทศไทย, รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี กุมารแพทย์ และ ผอ.ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน), นพ.สรายุทธ์ บุญชัยพานิชวัฒนา ผอ.สถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข, ดร.สาธิต ปิตุเตชะ รมช.กระทรวงสาธารณสุข และรองประธานกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การแถลงข่าวออนไลน์ผ่านเฟซบุ๊กสถาบันยุวทัศน์แห่งประเทศไทย (ยท.) และเฟซบุ๊กสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ว่า จากกรณีที่พบผู้เสียชีวิต 9 ราย จากการรวมกลุ่มเสพเคนมผงซึ่งมีเด็กและเยาวชนรวมอยู่ด้วยนั้น สร้างความตื่นตระหนกให้แก่ประชาชนทั่วประเทศ โดยเฉพาะในช่วงนี้ที่มีการเฝ้าระวังการรวมกลุ่มหรือจัดกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลทำให้บุคลากรสาธารณสุขต้องมีภาระเพิ่มขึ้นในการรักษาโรคจากการเสพยาเสพติดของเด็กและเยาวชน จากข้อมูลการบำบัดรักษาผู้ป่วยยาเสพติดของสถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี (สบยช.) ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2561 ถึงวันที่ 31 พ.ค.2562 พบผู้ป่วยทั้งหมด 3,803 คน เป็นเพศชาย 3,256 คน และเพศหญิง 547 คน กลุ่มผู้ป่วยที่มากที่สุดอยู่ในช่วงวัยรุ่น อายุระหว่าง 20-24 ปี 726 คน รองลงมาได้แก่ช่วงอายุระหว่าง 25-29 ปี 692 คน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดร.สาธิต ปิตุเตชะ รมช.กระทรวงสาธารณสุข และรองประธานกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) กล่าวว่า เรื่องธุรกิจสีเทานั้นช่วยกันทำให้ดีขึ้น แต่คงไม่หมดไปจากสังคมไทย เราต้องชี้ให้เห็นถึงโทษและผลกระทบที่เกิดขึ้น ยาเสพติดชนิดใหม่รุนแรงถึงกับเสียชีวิต มีผลกระทบมีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นทุกวัน ยิ่งมีการลงลึกในเรื่องตัวเลขที่จะต้องรวบรวมประเด็นปัญหานำไปสู่การแก้ไข ด้วยการสร้างความตระหนักรู้ การพึ่งพาตัวเอง ยาเสพติดส่งผลกระทบทางด้านจิตใจ สิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ ครอบครัว ทุกคนทราบดีว่ายาเสพติดเป็นสิ่งที่ไม่ดี แต่เราก็ไม่เข้าใจว่าวัยรุ่นที่เสพยาเขาคิดอย่างไร ครอบครัวแตกแยก หาที่พึ่งไม่ได้ เราต้องช่วยกันคิดหาทางแก้ไขปัญหาเหล่านี้ เรื่องสิ่งแวดล้อมสำคัญมาก มีผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของแต่ละฝ่าย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;ldquo;เด็กและเยาวชนเป็นวัยที่มีความอยากรู้อยากทดลองยาเสพติด แต่จะทำอย่างไรให้การอยากรู้อยากลองเป็นอยู่ในขอบเขตของความถูกต้อง ซึ่งเรื่องนี้ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ส่วนราชการมีนโยบายการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง มีการจับกุมดำเนินกับผู้จำหน่าย และการให้ความรู้ผ่านสถานศึกษาหรือกิจกรรมต่างๆ สำคัญที่สุดคือพ่อแม่ผู้ปกครองที่ต้องมีส่วนรับผิดชอบดูแลบุตรหลาน ซึ่งอาจเริ่มต้นได้จากการสร้างความตระหนักรู้จากการไม่สูบบุหรี่ เพราะบุหรี่เป็นต้นทางสู่ยาเสพติดชนิดอื่นๆ ของวัยรุ่นไทย เห็นได้จากรายงานการสำรวจของศูนย์วิจัยเอแบคโพลล์ ปี 2547 พบว่า นักเรียนที่สูบบุหรี่ กว่า 100 คน จะมีพฤติกรรมเสี่ยงใช้ยาเสพติดสูงถึง 10 คน&amp;rdquo; ดร.สาธิตกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คนที่ติดยาเสพติดเป็นคนกลุ่มเดิมๆ ที่อยากทดลองของใหม่ ในสภาพจิตใจของคนที่ใช้ยาเสพติดทดลองสิ่งที่เป็นโทษ บ้าน โรงเรียน วัด สังคม เป็นเกราะป้องกันสิ่งแวดล้อม คนใกล้ชิดที่สุดคือคนในครอบครัว ที่จะช่วยกันแก้ไขปัญหา ครอบครัวแตกแยกเป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายต้องช่วยเหลือกัน ช่วยกันบำบัดให้บังเกิดผล เราต้องสร้างรั้วให้เข้มแข็งเพื่อป้องกันคนเข้าไปทดลองยาเสพติด ทำงานด้วยความซื่อตรง โปร่งใส ขับเคลื่อนนโยบายแก้ไขปัญหา ช่วยเหลือ สร้างฝันให้เขาเป็นจริงได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เราต้องช่วยกันทุกภาคส่วน การบังคับใช้ กม. ผมเชื่อมั่นว่าครอบครัว จิตใจ แก้ไขจะนำไปสู่ความยั่งยืน สังคมมีความหลากหลาย จึงมีความจำเป็นยิ่งในสถานการณ์โควิดมีผลกระทบ ขอให้ติดตามข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับโควิด ในสังคมโลกเป็นโอกาสของสังคมในโลกนี้ที่ประชาชนในโลกต้องศึกษาข้อมูล การฉีดวัคซีนป้องกันโควิดไม่ใช่เป็นไม้เท้ากายสิทธิ์แล้วทุกอย่างจะสิ้นสภาพไป เราไม่สามารถหยุดล้างมือได้ กระทรวงสาธารณสุขต้องเดินหน้าควบคุมโรค การควบคุมโรครวดเร็วกว่านี้ แต่ถ้าเราไม่ทำอะไรเลย เท่ากับเป็นการซ้ำเติมปัญหา ขณะนี้ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิดวันละ 200 ลดลงมา 100 กว่า แต่ยังไว้ใจไม่ได้ ยังมีความเปราะบางอยู่ เราเดินตามหลัง Time Line ผู้ติดเชื้อ เดินไล่หลังผู้สอบสวนโรค การพูดทุกอย่างต้องมีข้อมูล เมื่อหมดรอบ 2 ผมเชื่อว่ามีรอบ 3 จะมา เพราะเป็นธรรมชาติของโรคระบาด เราทำได้สำเร็จคือการป้องกันตัวเอง เป็นเรื่องง่ายที่สุด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ชีวิตไม่ได้มีอะไรง่ายๆ ปวดหัวกินยาแก้ปวดหัว กินยาพาราฯ ก็สะสมอยู่ที่ไต มีเอฟเฟ็กต์ต่อร่างกาย เราต้องแก้ไขที่ตัวเราเอง โควิดช่วยทำให้เราเปรียบเทียบข้อมูลในการใช้ดุลพินิจในการคิด แทนที่จะฉีดวัคซีน 2 โดสเป็นเงิน 10 ล้าน เราหาวัคซีนให้ประชากรครึ่งหนึ่ง ให้ 30 ล้านคน ฉีดโดสครั้งเดียวให้หมด ฉีดอีกโดส มีการเปรียบเทียบกันด้วยเหตุผลนำไปสู่การปฏิบัติได้จริง วัคซีน sinovac ที่จีนเป็นผู้พัฒนาสูตรเมื่อทดลองฉีดแล้วมีประสิทธิภาพ 50% วัคซีนแอสตราเซเนกาก็ต้องใช้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี กุมารแพทย์ และ ผอ.ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) กล่าวว่า วัยรุ่นมีพลัง แต่ถ้าข้องแวะยาเสพติด สมองมีจุดเปลี่ยน Big Cleaning ปฐมวัยภาครัฐลงทุนเต็มที่ วัยรุ่นเป็นจุดเปลี่ยนในแง่สมอง ถ้าเราทำความรู้สึกวัยรุ่นให้เขามีคุณภาพจะเป็นที่ 1 แต่เมื่อใดที่วัยรุ่นข้องแวะยาเสพติด ไอคิวต่ำ อารมณ์ระเบิด ขาดวุฒิภาวะทางอารมณ์ กล้าได้ไม่กลัวเสีย วงจรสมองชอร์ตจุดไฟติด สมองพังพินาศ พฤติกรรมเสพติดที่อุบัติใหม่มีผลกระทบต่อพัฒนาการทางสมองของวัยรุ่นและเยาวชน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถ้าเราตัดภาพขวางของสมอง เรามี 5 นิ้ว ใช้ 4 นิ้วโอบเสมือนเป็นสมองของคนเรา นิ้วโป้งเสมือนหนึ่งเป็นคันเร่ง 4 นิ้วเสมือนเป็นเบรก เมื่อสิบปีก่อนได้มีการประชุมแพทย์เฉพาะทางหมอวัยรุ่นทั่วโลกที่มหาวิทยาลัยจอห์นฮอปกินส์ องค์การอนามัยโลก (WHO) วินิจฉัยให้แพทย์ทั่วโลก โรคเสพติดเกม มีพฤติกรรมเสพติดปรากฏการณ์ให้วัยรุ่นและเยาวชน ถ้าไม่ปลูกเมล็ดพันธุ์ให้เจริญเติบโตงอกงาม เมื่อถึงขั้นปฐมวัยให้ต้นไม้แผ่กิ่งก้านสาขาเจริญงอกงาม ต้องคิดถึงเพื่อให้ต้นไม้สวยงามมากยิ่งขึ้น ถ้าระบบสมองจัดการ Big Cleaning เกิดขึ้นในช่วงปฐมวัย เด็กก้าวสู่วัยรุ่น 12-14 ปี เจริญงอกงามเต็มที่ จากนั้นจะลดลง 10% ทุกปี ถ้าสมองวัยรุ่นเข้าไปข้องแวะกับยาเสพติด ความคิดสร้างสรรค์ไม่ได้ใช้ ความคิดวิเคราะห์ไม่ได้ใช้เสมือนหนึ่งต้นไม้ไม่มีกิ่งก้าน กิ่งก้านที่ควรจะมีการพัฒนาถูกตัดออกเมื่อลดลง 1% ทุกปี ไอคิวจะต่ำลงทุกปี EFต่ำลงพัฒนาการเรียนรู้ก็ต่ำลงไปเรื่อยๆ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในช่วงเด็กเล็กเบรกเกอร์ทำงานไม่ได้ดี วัยรุ่นมีจุดอ่อน เด็กก้าวสู่วัยรุ่นมีฮอร์โมนเพศหลั่งออกมา คันเร่งมีประสิทธิภาพแรงม้าเยอะขึ้น ใครมองหน้านิดเดียวยกพวกตีกันได้เลย เด็กเมื่อย่างเข้าสู่วัยรุ่นอยู่คนเดียวไม่มีความเสี่ยง ถ้าอยู่กันเป็นกลุ่มจะมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น และจะค่อยๆ ลดลงตามวุฒิภาวะ จนในที่สุดเติบโตเป็นผู้ใหญ่ เด็กวัยรุ่นเมื่ออยู่คนเดียวใช้สมองส่วนความคิด&amp;nbsp; วัยรุ่นอยู่รวมกันเป็นกลุ่มใช้สมองส่วนอารมณ์ มิตรที่ดีคือกัลยาณมิตร พาไปสู่เส้นทางที่ดี ถ้ามิตรไม่ดีย่อมพาไปลงนรก ปรากฏการณ์นี้เป็นเครื่องพิสูจน์ เราพัฒนาเด็กให้มีวุฒิภาวะสูงขึ้นหรือแย่ลง &amp;ldquo;กล้าได้ไม่กลัวเสีย&amp;rdquo; เบรกนิ้วโป้งไม่ให้บ้ามุทะลุออกมา มีเพื่อนฝูงเป็นเพื่อนคอยช่วยเหลือกัน เวลาเด็ก-ผู้ใหญ่เล่นการพนัน เล่นได้เล่นเสียใครจะออกอาการมากกว่ากัน เมื่อเล่นแล้วเสียผู้ใหญ่จะออกอาการมากกว่า แต่ถ้าเล่นแล้วได้เด็กจะออกอาการ เพื่อนเฮให้เป็นฮีโร่ สมองวัยรุ่นมีวุฒิภาวะอ่อนแอ มีสารออกซิเดชัน อารมณ์กล้าได้ไม่กลัวเสีย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ต้นไม้ของสมองและประสาทกำลังเจริญเติบโตในวัยรุ่น ตัดวงจรที่ใช่ไม่ใช่วงจรที่มีประสิทธิภาพไว้ สมองฝึกจิตสำนึกในการคิดวิเคราะห์รู้จักการแยกแยะ แต่ถ้าวัยรุ่นเข้าสู่สารเสพติด วงจรนี้ก็จะพังสูญเสียทั้งชีวิต ส่งผลกระทบต่อสมองตลอดชั่วชีวิต&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เคนมผง-บุหรี่สารนิโคตินสารเสพติดทุกประเภท สารเคมีในสมอง ถ้ามีสารเสพติดเข้าไปสมองมีวงจรแห่งการเสพติด วงจรหาความสุข นิโคตินระดับอ่อนๆ น้อยมาก เมื่อทดลองสารพวกนี้ไม่ถึง 10 วินาทีถึง 0 วินาที ทำให้ระดับโดปามีนเพิ่มขึ้น กดสมองคิดชั้นสูง ปรากฏการณ์ธรรมชาติวัยรุ่นมีฮอร์โมนเอสโตรเจนและฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน จะเห็นได้ว่าผู้ใหญ่ทะเลาะกับวัยรุ่นได้ตลอดเวลา สารเสพติด 3 ปรากฏการณ์ สมองคิดชั้นสูงจะถูกกดไว้ กระตุ้นสมองส่วนอารมณ์ตอบสนองไวต่อสิ่งเร้า วัยรุ่นปกติที่ไม่ได้ข้องแวะกับยาเสพติดก็หัวร้อนอยู่แล้ว เมื่อถูก Short Cercuit วงจรสุกงอมขึ้นมาประตูบานแรกสู่สารเสพติดทุกประเภท วงจรสมองชอร์ตจุดติดได้ง่าย สารเสพติดทุกประเภท ยาเคนมผงไม่ได้ส่งผลกระทบต่อร่างกายเท่านั้น ยังส่งผลต่อไอคิว EQ ขาดวุฒิภาวะ กล้าได้ จุดติดได้ง่าย ในที่สุดสมองพังพินาศ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;หมอไม่อยากให้วัยรุ่นข้องแวะกับยาเสพติด ครอบครัวที่เด็กไว้วางใจปู่ย่าตายายพ่อแม่ ช่วยกันดูแลเด็กเยียวยาสภาพจิตใจ เพราะการใช้ยาเสพติดเป็นการทำลายสมอง จากงานวิจัยร่วมกับ ป.ป.ส. เด็กในสถานพินิจส่วนใหญ่เป็นคดียาเสพติดทั่วประเทศ เมื่อเข้าไปอยู่ในสถานพินิจ ช่วยกันป้องกันให้ห่างไกลยาเสพติด ยึดหลัก 4 ต้อง ถอดรหัสแต่ละโครงการ เด็กต้องมีสัมมาอาชีพ เด็กวัยรุ่นพลาดแล้วต้องออกไปเรียนนอกระบบ ต้อง drop out ทำให้ไม่มีอนาคต. &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;(ล้อมกรอบ) &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;นพ.สรายุทธ์ บุญชัยพานิชวัฒนา ผอ.สถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;ยาเคนมผงอันตรายและมีผลกระทบยิ่งกว่าการตายจากโควิดเสียอีก วันเดียววัยรุ่นที่เสพก็เสียชีวิตถึง 7 ราย ในเมืองไทยมีการใช้ยาเค ยาบ้า เหล้า สุรา ปัญหาใหญ่ของเมืองไทยสังคมไทย 80-90% มียาเคอยู่ด้วย ออกฤทธิ์หลอนประสาท ยาม้าออกฤทธิ์กระตุ้นประสาท ทั้งหมดออกฤทธิ์ต่อสมอง ประสาทส่วนกลาง บิดเบือนการรับรู้ รู้คิดต่างๆ เห็นภาพหลอน ประสาทหลอน หลงทิศ หูแว่ว เคลิบเคลิ้ม ล่องลอยเหมือนหนึ่งวิญญาณหลุดออกจากร่าง หลุดไปอยู่กับโลกแห่งความฝัน มีความสุขความสบายใจ ยาเคออกฤทธิ์หลอนประสาทระดับสารเคมีมีความคลาดเคลื่อนจากการทำงานปกติ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; บุหรี่เป็นต้นทางสู่ยาเสพติด และเคนมผง ผงสีขาว เป็นเรื่อง demand supply ยาเคหาได้ยาก ทำให้ขาดตลาดตลอด ส่งผลให้ราคาสูงขึ้น มีวิธีทำการตลาดด้วยการเอาสารอื่นๆ มาผสม สารมีคุณสมบัติใกล้เคียงกัน บดมาแล้วเป็นสีขาว โรเช (ยานอนหลับ ยากล่อมประสาท ยาเสียสาว) กดระบบประสาทส่วนกลางเหมือนกับเหล้าและเฮโรอีน แอมเฟดจริงๆ ไม่ใช่สีขาว ยาไอซ์เป็นคริสตรัลสีใสๆ เอาสารมาบดกันจะทำให้เพิ่มปริมาณสารมากขึ้น ลูกค้าบอกว่าไม่เคจริงนะ ต้องให้กลไกกดฤทธิ์ประสาทมากขึ้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การที่ผู้เสพเคนมผงแล้วเสียชีวิต ส่วนผสมของเคนมผงนั้นไม่มีสูตรตายตัว ผสมจากวัตถุดิบที่มีอยู่ ทำให้ผู้เสพเกิดความรู้สึกที่หลากหลาย บางคนมุ่งหวังให้กดประสาทผ่อนคลายค่อยๆ ล่องลอย ให้ยาออกฤทธิ์หลากหลายตอบสนองต่อความต้องการ ไม่มีมาตรฐานเดียวกัน ไม่มีกลไก เมื่อดูข้อมูลของการระบาด ผลของการชันสูตร คนไข้ที่ไม่ตายเข้ารับการรักษาอยู่ที่โรงพยาบาลมีตั้งแต่อายุ 15-30 ปี คนที่เสียชีวิตเมื่อตรวจปัสสาวะและร่างกาย เสียชีวิตจากการเสพยาหัวใจหยุดเต้นเนื่องจากยานอนหลับที่เพิ่มมากขึ้น บางรายเสพร่วมกับสุรา ใช้ยาเสพติดหลายๆ อย่าง วัตถุออกฤทธิ์ สารเสพติดเคตามีน ยานอนหลับร่วมกันเป็นปาร์ตี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ขอแนะนำวัยรุ่น ต้องไม่อยากรู้ และอย่าทดลองเด็ดขาด ปฏิกิริยาของเด็ก 2 คนต่อสิ่งเสพติดมีผลแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับร่างกายของแต่ละคน เด็กสองคนเสพติดเท่ากัน แต่คนหนึ่งเสียชีวิต เป็นเพราะพักผ่อนน้อย ร่างกายไม่แข็งแรง ในขณะที่เด็กอีกคนไม่มีอาการใดๆ ขณะนี้ สบยช.รพ.หลายแห่งให้คำปรึกษา มีสายด่วนทุกปัญหาเรื่องยาเสพติด 1165 ไม่มีค่าใช้จ่าย โทร.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;ได้ทั่วประเทศ&amp;rdquo; นพ.สรายุทธ์ให้ข้อคิดปิดท้าย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;(ล้อมกรอบ)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;แพทย์หญิงปองขวัญ ยิ้มสะอาด นักวิชาการสำรวจประชากรศาสตร์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;จากการสำรวจปี 2562 ประชากรไทยอายุ 12-65 ปีจำนวน 50 ล้านคน ใช้สารเสพติดในรอบ 1 ปี จำนวน 1.9 ล้านคน จำนวน 3.9% ของประชากรที่สำรวจเฝ้าระวัง กลุ่มใช้บ่อย 5วัน : สัปดาห์ 4.5 แสนคน สารที่ใช้มากที่สุด กัญชา ยาบ้า กระท่อม การแก้ไขปัญหา จากสถิติภาคสำรวจ 10 ปี มีการใช้สารเสพติดเพิ่มขึ้นในทุกสาร ยาไอซ์เพิ่มมากขึ้น ยาเค ปี 2562 ขึ้นมาเป็นลำดับ 1 ใน 10 การใช้สารเสพติดก็มี Trend เมื่อ 10 ปีก่อนการใช้ยาเคยังไม่ค่อยเป็นที่นิยมกัน แต่ 10 ปีต่อมา เป็นที่นิยมในอันดับต้นๆ มีการผสมสาร น้ำมันกัญชา ยกเว้นในบุหรี่ไฟฟ้า ยาแก้ปวด ยาแก้ไอ ยาแก้แพ้ ทำให้เกิดปัญหาในการรักษา คนไข้มาหาเราเพราะใช้ยาตัวนี้ แต่เมื่อกลับไปแล้วไม่ได้ใช้ยาตัวนี้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;เราต้องให้ความรู้กับกลุ่มที่มีความเสี่ยง การให้ความรู้พัฒนาทักษะ เข้าไปในกลุ่มที่มีความเสี่ยงด้วย เพื่อให้เข้าถึงการบำบัดรักษา ลดการตีตราของสังคม เราต้องช่วยกันปลูกฝังว่าการใช้ยาเสพติดนั้นเป็น Moral ที่ไม่ดี เพื่อให้คนเริ่มต้นทดลองใช้ยา ไม่กล้ามาเปิดเผยตัว ทำให้ยากแก่การรักษา เราต้องมีความเข้าใจในวัยรุ่นมีพัฒนาการทางสมองที่มีความแตกต่างกัน จึงต้องมีการเรียนรู้พัฒนาโปรแกรมคำนึงถึงพัฒนาการด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การแก้ไขปัญหายาเสพติดแก้ไขได้ด้วยการสร้างครอบครัวที่มีความอบอุ่น พ่อแม่เป็น role model เมื่อเด็กเห็นพ่อแม่สูบบุหรี่เป็นเรื่องปกติของครอบครัว เด็กก็จะทำตามอย่างพ่อแม่ในการสูบบุหรี่ด้วย บาง รร.เมื่อเด็กพัวพันกับยาเสพติดทาง รร.จะไล่ออกจึงเป็นเรื่องพลาดโอกาสสำคัญๆ ในชีวิต แต่ถ้า รร.รักษาเด็กกลุ่มนี้ให้เรียนอยู่ในระบบ ก็จะเป็นการแก้ไขปัญหาให้ดีขึ้นด้วย เราต้องเปลี่ยนมุมมองที่มีปัญหา ต้องเปิดใจคุยกับลูก เปิดโอกาสให้ความช่วยเหลืออย่างทันท่วงทีด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;เด็กต้องมีอนาคต ต้องมีสัมมาอาชีพ โครงการมูลนิธิพระดาบสสร้างจิตอาสาในการพัฒนา เพื่อให้เด็กคิดดี เด็กจำนวนไม่น้อยเรียนในระบบไม่ได้ ไม่สามารถทำมาหากินได้ การศึกษานอกระบบทำให้เด็ก Drop out เข้าถึงสัมมาอาชีพได้ หมอเป็นหมอวัยรุ่น เด็กดมกาวข้างถนนเข้าคุก ศิลปินฝึกให้เขาละเลงภาพบนกำแพงจนได้สตางค์ คุณค่าทางศิลปะแปรรูปเป็นเม็ดเงิน ไม่ต้องเข้าสู่วงการมิจฉาชีพ เด็กต้องการมีคุณค่าในชีวิต เด็กทุกคนล้วนมีค่าทั้งสิ้น รู้จักตัวตนรู้จักคุณค่ามีจิตอาสา มีน้ำใจแบ่งปัน อาชีวะสร้างบ้าน ให้ใจมีพลังและเขาไม่ใช่เศษขยะของแผ่นดิน เขากลายเป็นคนที่มีคุณค่า&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เด็กต้องการมีทักษะ มีแบบฝึกหัดชีวิตที่สำคัญ พ่อแม่ลูกคุยกันรู้ทักษะไม่ถูกล่อลวง คุยกับลูกใช้คำถามปลายเปิด ถ้าลูกเกิดปัญหานี้จะแก้ไขปัญหาอย่างไร ไม่ใช้คำถามในเชิงสั่งสอนลูก เด็กต้องมีแบบอย่างที่ดี ครอบครัวที่บ้านแตกจะต้องมีผู้ใหญ่ใจดีเป็นเจ้าภาพ เป็นโมเดลเพื่อจะฝากชีวิตไว้ด้วย ในโมเดลต้นแบบต่อให้ชุมชนติดยาเสพติดก็ต้องมีผู้ใหญ่ใจดีสร้างความอบอุ่น สร้างอนาคต สร้างทักษะให้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90681</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.สาธิต ปิตุเดชะ, นพ.สรายุทธ์ บุญชัยพานิชวัฒนา, รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210122/image_big_600ab09bb282f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78354</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/09/2020 13:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/09/2020 13:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยก 10 ปรากฏการณ์คุณธรรมสู้โควิด &#039;วินัยคนไทยฝ่าวิกฤต-ทีมแพทย์เสียสละ-ข้าวแลกปลา&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 23 ก.ย. -&amp;nbsp;&amp;nbsp;ที่ศูนย์คุณธรรม(องค์การมหาชน) &amp;nbsp;&amp;nbsp;นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ ประธานกรรมการศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) และในฐานะประธานคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์และสื่อสารสู่สาธารณะ และ รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม(องค์การมหาชน) แถลงข่าว &amp;rdquo;10 ปรากฏการณ์คุณธรรมของสังคมไทยในสถานการณ์โควิด-19 &amp;ldquo; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี กล่าวว่า จากวิกฤตโควิด-19 ได้เกิดปรากฏการณ์เรื่องราวดี ๆ ของคนไทยที่สะท้อนถึงการมีคุณธรรมและความสามัคคีของคนไทย ซึ่งเป็นส่วนสำคัญทำให้ประเทศไทยลดความรุนแรงการแพร่ระบาดของเชื้อได้อย่างดีจนเป็นที่ยอมรับในระดับสากล จึงจัดตั้งโครงการ 10 ปรากฏการณ์คุณธรรมของสังคมไทยในสถานการณ์โควิด-19 ขึ้นมา โดยมีหลักเกณฑ์การพิจารณาบุคคล ประชาชน องค์กร ชุมชน เครือข่าย และกิจกรรม โครงการ เหตุการณ์ที่เป็นปรากฏการณ์เด่นที่ถูกนำเสนอเข้ารับการคัดเลือกต้องมีพฤติกรรมหรือผลงานที่แสดงออกตามหลักเกณฑ์ 1. มีพฤติกรรมแสดงออกที่สะท้อนการมีคุณธรรม ควรค่าแก่การยกย่อง เชิดชูเกียรติ 2.เกิดผลเป็นที่ประจักษ์ในสถานการณ์โควิด อีกทั้งประชาชนได้รับรู้อย่างกว้างขวาง ปรากฏต่อสาธารณะชัดเจน และได้ส่งต่อหรือได้นำไปประยุกต์หรือปรับใช้ขยายผลได้จริง และ 3.เป็นพฤติกรรมที่ทำมากกว่าการทำงานในบทบาทหน้าที่ปกติที่หน่วยงานหรือองค์กรต้องทำอยู่แล้ว จากการเปิดรับการเสนอชื่อทั่วประเทศ ได้มีประชาชน หน่วยงาน องค์การและโครงการทุกภาคส่วนได้ให้ความสนใจส่งผลงานกันเข้ามาจำนวนมาก ซึ่งทางคณะกรรมการได้คัดเลือกและมีการประกาศผลเพื่อให้เป็นที่ประจักษ์แก่สาธารณะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ ประธานกรรมการศูนย์คุณธรรมฯ กล่าวว่า ในการประกาศ ยกย่อง เชิดชูเกียรติผู้ที่ได้รับคัดเลือกเป็น 10 ปรากฏการณ์คุณธรรมในสถานการณ์โควิด-19 มีรายชื่อดังนี้ 1. วินัยและคุณธรรมของคนไทย ฝ่าวิกฤตโควิด-19 2.แพทย์ พยาบาลและบุคลลากรทางการแพทย์ เสียสละทุ่มเทมากกว่า คำว่า หน้าที่ 3.สร้างนวัตกรรมสู้โควิด โดยสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังและจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 4.พลังสาธารณสุขจิตอาสา (อสม.) 5. การแลกเปลี่ยนสินค้าระหว่างชุมชน- ข้าวแลกปลาและขนส่งโดยกองทัพอากาศ 6. โครงการเชฟจิตอาสา Chef Cares อาหารที่ดีเพื่อทีมแพทย์ 7. การดูแลนักท่องเที่ยวที่ตกต้าง- วัดไม้ขาว จังหวัดภูเก็ตและสื่อฝรั่งเศสตีข่าว 2 ครอบครัวหนีโควิด มีความสุขกับการกักตัวอยู่บนเกาะสมุยเมืองสวรรค์ 8. พระพะยอมเปิดวัดช่วยจ้างงาน สร้างรายได้ให้ประชาชน 9. ตู้ปันสุข- หยิบแต่พอดี ถ้าท่านมีใส่ตู้แบ่งปัน และ 10. ผู้ว่าราชการจังหวัดไถ่ของจากโรงจำนำช่วยประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo; ทุกปรากฏการณ์จะได้รับยกย่อง เชิดชูเกียรติ มีการยกย่องจากศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 จาก ศบค. โล่เกียรติคุณจากนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม รวบรวมเรื่องราวเพื่อการเผยแพร่ขยายผลต่อสาธารณะผ่านช่องทางต่าง ๆ เพื่อสร้างขวัญกำลังใจโดยประสาน แจ้ง ส่งต่อผลไปยังหน่วยงานต้นสังกัดหรือหน่วยที่เกี่ยวข้องกับบุคคลนั้นเพื่อรับทราบต่อไป  รับใบประกาศเกียรติคุณจากศูนย์คุณธรรม(องค์การมหาชน) จัดทำเป็นสื่อเพื่อการเผยแพร่ขยายผลต่อสาธารณะผ่านช่องทางต่างๆ ของโครงการนี้ &amp;ldquo; นายวีระ กล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประธานกรรมการศูนย์คุณธรรม ฯ กล่าวต่อว่า ทางศูนย์คุณธรรมจะจัดทำคลิปวีดีโอประชาสัมพันธ์ &amp;ldquo;10 ปรากฏการณ์คุณธรรมของสังคมไทยในสถานการณ์โควิด-19&amp;rdquo; โดยผู้กำกับชื่อดังของเมืองไทย เพื่อนำเผยแพร่และสะท้อนถึงการมีคุณธรรม &amp;ndash; ความสามัคคีของคนไทยในการฝ่าฟันวิกฤตโควิดในครั้งนี้ ด้วยความมีวินัย พอเพียง สุจริตและจิตอาสา โดยจะเผยแพร่ทางสื่อทั้งในและต่างประเทศต่อไป เพื่อให้เกิดความภาคภูมิใจของคนไทยทั้งชาติที่ร่วมมือร่วมใจกันและเพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีแก่เยาวชนไทยได้สืบสานคุณธรรมความดีต่อไป &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78354</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, ข้าวแลกปลา, ตู้ปันสุข, นายวีระ โรจน์พจนรัตน์, พลังอสม., รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี, ศูนย์คุณธรรม, เชฟจิตอาสา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200923/image_big_5f6ae1fedf67f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74453</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/08/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/08/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เช็กความพร้อม…เสรีภาพ?!? &quot;เพศทางเลือก&quot;ในโรงเรียน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ม็อบเยาวชนภายใต้ชื่อ &amp;#39;กลุ่มนักเรียนเลว&amp;#39; ที่รวมตัวกันเรียกร้องให้กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ช่วยดำเนินการแก้ไขให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในโรงเรียน ออกแถลงการณ์ระบุปัจจุบันสิทธิของนักเรียนที่มีความหลากหลายทางเพศ ไม่ได้มีการคุ้มครองอย่างชัดเจนไว้ในกฎหมายใดๆ ทำให้นักเรียนที่มีความหลากหลายทางเพศจำนวนมากถูกปฏิบัติด้วยความไม่เข้าใจในเพศวิถีของนักเรียน บางคนถูกปฏิบัติอย่างเพศชาย บางคนถูกปฏิบัติอย่างเพศหญิง โดยใช้เพศกำเนิดที่มีแค่ 2 เพศ เป็นตัวตัดสินเพศของนักเรียนว่าจะเป็นชายหรือหญิง และมีส่วนน้อยที่เข้าใจในเพศที่หลากหลายของนักเรียน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พร้อมยื่นข้อเรียกร้อง 4 ข้อต่อ ศธ. เพื่อขจัดความไม่เท่าเทียมทางเพศให้กับนักเรียนที่มีความหลากหลายทางเพศ ไล่เรียงตั้งแต่ 1.ศธ.ต้องปรับปรุงและแก้ไขระเบียบว่าด้วยการไว้ทรงผมของนักเรียน พ.ศ.2563 โดยต้องระบุให้นักเรียนที่มีความหลากหลายทางเพศได้มีสิทธิในการเลือกทรงผมตามเพศวิถีของตนเอง 2.นักเรียนที่มีความหลากหลายทางเพศต้องมีสิทธิเลือกที่จะใส่ชุดนักเรียนตามเพศวิถีของตนเอง และ ศธ.ต้องออกแบบชุดนักเรียนเพิ่มเติมสำหรับนักเรียนที่มีความลื่นไหลทางเพศ หรือยกเลิกการบังคับแต่งเครื่องแบบนักเรียน เพื่อให้นักเรียนทุกคนมีสิทธิที่จะแต่งกายได้ตามเพศของตนเอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 3.ตรวจสอบ เรียกคืน และยุติการจัดจำหน่ายหนังสือเรียนที่พูดถึงความหลากหลายทางเพศในมุมมองที่ไม่ถูกต้อง รวมทั้งให้ยกเลิกแบบประเมินและกฎระเบียบของโรงเรียนต่างๆ ที่ยังมีการเหยียดเพศหรือลดทอนศักดิ์ศรีความป็นมนุษย์ของนักเรียนที่มีความหลากหลายทางเพศ และ 4.ขอให้ ศธ.กำชับครูและบุคลากรทางการศึกษาให้ปฏิบัติต่อนักเรียนทุกๆ เพศอย่างเท่าเทียมกัน และห้ามดูถูก ดูหมิ่น เหยียดหยาม หรือกลั่นแกล้งนักเรียนด้วยเรื่องเพศ การเคลื่อนไหวของม็อบเยาวชนเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์และกระแสดังในโซเชียลมีเดีย&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรื่องเรียกร้องขอสิทธิในการตัดผมจนถึงเครื่องแบบนักเรียนในโรงเรียนรัฐบาลนั้น มีการถกเถียงไม่จบ ฝ่ายโรงเรียนและผู้สนับสนุนเห็นว่ากฎระเบียบเป็นการบ่มเพาะให้เด็กๆ เติบโตมาเป็นผู้ใหญ่ที่เคารพกฎเกณฑ์ของบ้านเมือง ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ต้องหาความสมดุลระหว่างคำว่าการละเมิดสิทธิกับการให้เสรีภาพ ตลอดจนตั้งคำถามถึงความพร้อมของพ่อแม่ผู้ปกครอง นักเรียน หรือโรงเรียน หากให้นักเรียนปฏิบัติตามเพศวิถีตัวเองอย่างอิสระ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม และกุมารแพทย์เด็กและวัยรุ่น กล่าวว่า เยาวชนที่มีความหลากหลายทางเพศไม่ได้ป่วยหรือเป็นโรค ถือเป็นภาวะปกติ อยากให้สังคมปรับทัศนคติเรื่องนี้เสียก่อน แม้แต่เด็กชายวัย 3 ขวบที่รู้สึกในเพศที่ต่างจากเพศสภาพโดยกำเนิด ก็ไม่ใช่ความผิดปกติ ทัศนะของตนต่อข้อเรียกร้องของกลุ่มนักเรียนเลวเห็นว่า ข้อที่ 3 และข้อที่ 4 กระทรวงศึกษาธิการสามารถรับและเร่งดำเนินการได้ทันที เพราะความเท่าเทียมทางเพศควรได้รับการแก้ไข หากพบความผิดพลาดในตำราเรียนหรือทัศนคติของครูอาจารย์ดูหมิ่น เหยียดหยาม เพราะเยาวชนกลุ่มนี้ควรได้รับการดูแลเฉกเช่นมนุษย์ที่สมบูรณ์ หากครูมีทัศนคติเป็นลบ จะคิดว่าเด็กๆ เหล่านี้เป็นตัวตลก&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ส่วนข้อเรียกร้องเรื่องทรงผมก็สามารถปลดล็อกได้ระดับหนึ่งเพื่อไม่ให้ตึงเครียด กฎระเบียบการตัดผมไม่ต้องเด็ดขาดจนเกินไป ที่ฝ่ายสนับสนุนบอกว่านี่คือการสร้างวินัย ผมไม่เห็นด้วย เพราะวินัยคือผลในการรับผิดชอบต่อการกระทำของตนเอง และอยู่ร่วมกับคนอื่นได้อย่างสันติสุข แต่ข้อเรียกร้องเรื่องเครื่องแบบให้มีสิทธิแต่งกายได้ตามเพศของตนเอง ในระดับนักเรียนมัธยมต้นและปลายเร็วเกินไปในการตัดสินใจ บางคนยังไม่ชัดเจน อาจมีกิริยาท่าทางต่างจากเพศโดยกำเนิด แต่ก็ยังไม่ใช่ จำเป็นอย่างยิ่งต้องเตรียมความพร้อมสังคม ต้องทำเป็นขั้นเป็นตอน โดยเฉพาะการเปิดใจ ไม่เช่นนั้นจะช็อกสังคม ผู้ใหญ่ยังไม่ทันตั้งหลัก โรงเรียนเตรียมห้องน้ำสำหรับนักเรียนเพศทางเลือกพร้อมหรือยัง หรือหากชายแต่งชุดนักเรียนหญิงเข้าใช้ห้องน้ำหญิงจะดูแลความปลอดภัยอย่างไร เพราะอาจเป็นไบเซ็กชวลที่ชอบคนทั้ง 2 เพศ ทั้งชายและหญิงก็ได้&amp;quot; รศ.นพ.สุริยเดวกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กุมารแพทย์เด็กและวัยรุ่นกล่าวด้วยว่า ระหว่างพัฒนาการทางเพศในเด็กและวัยรุ่นสามารถใช้วิชาเพศศึกษาในการเรียนการสอนที่ช่วยเหลาคมความคิดเด็ก สร้างการถกแถลง และพัฒนาหลักสูตรการสอนเพศวิถีศึกษาขั้นสูง สร้างภูมิคุ้มกัน อีกทั้งต้องสำรวจความพร้อมของโรงเรียน ตลอดจนคณะกรรมการสถานศึกษาที่ร่วมสร้างแนวปฏิบัติให้นักเรียนที่มีความหลากหลายทางเพศ หากไม่มีการเตรียมการสิ่งที่เรียกร้องจะกลายเป็นดาบสองคม โดยเฉพาะเครื่องแบบ หากชายแต่งหญิง พ่อแม่ต้องเตรียมใจ พ่อแม่นักเรียนคนอื่นก็ล้อเลียน นี่เป็นจิตวิทยามวลชนที่เป็นปัญหาอย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;การเรียกร้องเรื่องทรงผม เครื่องแต่งกาย หลักสูตร เป็นการปะทะทางความคิดระหว่างใหม่และเก่า ผู้ใหญ่มีธงอยู่แล้ว และไม่ลดราวาศอก หากผู้ใหญ่ไม่มีธง ฟังเหตุผล ขณะที่เด็กก็ไม่ใช้อารมณ์และมีเหตุผล หากทั้งสองฝ่ายเปิดใจรับฟังซึ่งกันและกัน อยู่บนความปรารถนาดี และดำรงพฤตินิสัยที่ดี ที่เรียกว่าคุณธรรม แม้คนคนนั้นมีความหลากหลายทางเพศ จัดการตัวเองได้ มีความสำนึกรับผิดชอบ นี่เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ ไม่ต้องมาแบ่งกันด้วยเพศหรือเครื่องแบบนักเรียน ทั้งผู้ใหญ่และเด็กต้องเปิดใจ สร้างการเรียนรู้ไปด้วยกันบนฐานคุณธรรม เพราะสังคมปัจจุบันแค่เพศชายและเพศหญิงยังขาดความเข้าใจ เกิดปัญหาสังคมตามมามากมาย&amp;quot; รศ.นพ.สุริยเดวกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนคำว่า &amp;quot;ละเมิดสิทธิ&amp;quot; ที่ปรากฏในถ้อยแถลงการณ์กลุ่มนักเรียนเลวนั้น รศ.นพ.สุริยเดวบอกสั้นๆ ว่า สิทธิเป็นอำนาจชอบธรรมในการกระทำใดๆ ได้อย่างอิสระ โดยเป็นสิทธิที่สามารถทำความเข้าใจและสามารถอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อีกทัศนะ รศ.ดร.ดารณี อุทัยรัตนกิจ ประธานคณะกรรมการดำเนินโครงการการศึกษานานาชาติ รร.สาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา กล่าวว่า เรื่องนักเรียนที่มีความหลากหลายทางเพศ และทรงผมนักเรียนมีการโต้แย้งกันมานานกว่า 30 ปีแล้ว การที่นักเรียนมีความหลากหลายทางเพศต้องตัดผมหรือแต่งกายตามกฎระเบียบโรงเรียน ไม่ได้แปลว่าเด็กๆ ถูกละเมิดสิทธิ แต่โรงเรียนมีกฎระเบียบเพื่อให้นักเรียนปฏิบัติตาม ไม่สามารถใช้เรื่องเพศสภาพเป็นข้ออ้างในการไม่ปฏิบัติ เพราะนี่คือกติกาที่นักเรียนทุกคนในโรงเรียนใช้อยู่ร่วมกัน นอกจากนี้ การมีนักเรียนสมัครเข้าโรงเรียน ผู้ปกครองลงนามรับทราบ ก็หมายถึงการยอมรับในการปฏิบัติตามกฎระเบียบดังกล่าว อย่างการไว้ทรงผมของนักเรียนโรงเรียนสาธิตเกษตรฯ ครูไม่ได้เข้มงวดมาก นักเรียนหญิงจะไว้ผมสั้นหรือผมยาวก็ได้ สามารถซอยผมได้ ถ้าไว้ยาวก็รวบให้เรียบร้อย ไม่ยาวประบ่า นักเรียนชายสามารถไว้รองทรงสูงได้ ไม่ใช่สั้นเกรียน ส่วนช่วงปิดเทอม นักเรียนจะตัดผมไม่ว่าทรงไหน ซอยผม ดัดผม ทำสี ไฮไลต์ หรือทำลวดลายก็เป็นสิทธิเสรีภาพของพวกเขา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;กรณีนักเรียนถูกโรงเรียนบังคับตัดผมสามารถทำได้ ถ้าทรงผมผิดระเบียบ แต่วิธีการปฏิบัติต้องไม่ใช่การดูถูก เหยียดหยาม ตัดหรือกล้อนผมแบบทำร้ายเด็กให้อับอาย ซึ่งตามขั้นตอนก่อนจะถึงจับตัดผม เด็กต้องผ่านการตักเตือน คาดโทษมาแล้ว เด็กต้องเรียนรู้การเคารพกติกา กรณีที่กลุ่มนักเรียนบอกว่ากฎระเบียบล้าสมัย ไม่เข้ากับยุคปัจจุบันที่นักเรียนมีความหลากหลายทางเพศ ถือเป็นกฎที่ละเมิดสิทธิ ครูและโรงเรียนต้องสร้างความเข้าใจแก่เด็กว่าวิถีประชาธิปไตยมาพร้อมความรับผิดชอบ เคารพกฎของสังคม ไม่ใช่ทำอะไรตามใจฉัน ถ้านักเรียนและฝ่ายคัดค้านเห็นว่ากฎระเบียบโบราณ ทางออกโรงเรียนที่มีปัญหาต้องจัดประชุมพิจารณาร่วมกับคณะกรรมการสถานศึกษาเพื่อหากฎระเบียบกลางร่วมกัน หรือถ้ารับไม่ได้เลยก็ยื่นหนังสือถึงสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือ สพฐ. ให้ปรับปรุงระเบียบต่างๆ ให้มีความยืดหยุ่นขึ้น&amp;quot; รศ.ดร.ดารณีกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนเรื่องการบูลลี่กลุ่มนักเรียนที่มีความหลากหลายทางเพศในโรงเรียนนั้นมีจริง รศ.ดร.ดารณีกล่าวว่า การบูลลี่เป็นประเด็นใหญ่ และต้องดำเนินการแก้ไขปัญหานี้ ผู้ใหญ่ใน ศธ.ย้ำไม่ยอมรับการบูลลี่ใดๆ ในโรงเรียน ทั้งด้วยวาจา ร่างกาย และสัมพันธภาพกับเพื่อน ครู จะแก้ได้ต้องมีการศึกษาวิจัยอย่างจริงจัง โดยเฉพาะด้านจิตวิทยา ทั้งเด็กที่บูลลี่เพื่อนนักเรียนและเด็กที่ตกเป็นเหยื่อ นอกจากนี้ โรงเรียนต้องฝึกให้นักเรียนมีทักษะชีวิตปกป้องตัวเองในทางสร้างสรรค์ นี่คือ Life Skill โรงเรียนต้องปลูกฝังด้านนี้เพื่อให้ต่อสู้กับการบูลลี่ได้ ยกตัวอย่าง รร.สาธิตเกษตรฯ ทำกล่องแดงเพื่อให้นักเรียนแจ้งข้อมูลหากพบพฤติกรรมบูลลี่ในโรงเรียน ฉะนั้น โรงเรียนต้องหาเครื่องมือแก้ปัญหา รวมถึงไม่ละเลยเรื่องครูแนะแนว หรือครูพ่อครูแม่ ทำความเข้าใจเยาวชนกลุ่มนี้และส่งเสริมสนับสนุน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;โรงเรียนบางแห่งเด็กบูลลี่กันเอง ไม่ยอมรับความหลากหลายทางเพศ บางแห่งครูบูลลี่นักเรียน ทั้งโดยตั้งใจและไม่ตั้งใจ ต้องให้เด็กที่ถูกบูลลี่กล้าบอกโดยไม่ก้าวร้าว ขณะที่ครูต้องให้ความเคารพความเป็นตัวตนของเด็ก ไม่เลือกที่รักมักที่ชัง นักเรียนคนนี้ฝ่าฝืนไม่จับตัดผม แต่อีกคนฝ่าฝืนกลับถูกตัดผม ส่วนกลุ่มเยาวชนที่ออกมาเรียกร้อง ตนมองว่าอาจเผชิญความกดดันเรื่องความหลากหลายทางเพศภายในโรงเรียน ซึ่งโรงเรียนต้องตระหนักถึงโอกาสการเข้าถึงการศึกษา โอกาสที่เด็กๆ จะได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพ ไม่ใช่แค่จัดการเรียนการสอน แต่พัฒนาเด็กไม่ว่าอยู่ในเพศสภาพใดให้มีทัศนคติถูกต้องในชีวิต มีทักษะดำรงชีวิตในเพศที่เลือกและมีศักดิ์ศรี รวมถึงพัฒนาตัวเองให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ตนมีประสบการณ์ดูแลนักเรียนที่มีความหลากหลายทางเพศมานาน นักเรียนเหล่านี้ไม่ละเมิดกฎระเบียบ มีผลการเรียนดี และประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานเมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่&amp;quot; รศ.ดร.ดารณีกล่าวในท้าย.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74453</URL_LINK>
                <HASHTAG>Life Skill, จิตวิทยา, รศ.ดร.ดารณี อุทัยรัตนกิจ, รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200814/image_big_5f366880757aa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73284</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/08/2020 13:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/08/2020 06:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> เด็กทุกคนต้องมีพื้นที่ยืนในสังคม ไม่ใช่ Nobody’s Child</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;วงเสวนาสาธารณะขับเคลื่อนความรู้สุขภาวะพัฒนาศักยภาพเยาวชน เจาะใจหมอเด็กเล่าถึง เด็กที่ไม่มีใครต้องการ เรียนรู้ ปรับตัวช้า เตือนอย่าอ่านเพียง paper work อย่างเดียว ต้องจับเข่าคุยทุกปัญหา ระบบการศึกษาแพ้คัดออกคือปัญหาใหญ่ เป็นการแยกเด็กที่มีสีผ้าแตกต่างกัน เด็กทุกคนต้องมีพื้นที่ยืน ไม่ใช่เป็นเด็ก Nobody&amp;rsquo;s Child&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;สสส.ร่วมกับสำนักพิมพ์ Bookscape จัดเสวนาสาธารณะโครงการขับเคลื่อนความรู้สุขภาวะ พัฒนาศักยภาพเยาวชนชวนเรียนรู้ &amp;ldquo;จิตวิทยาสังคม&amp;rdquo; ในฐานะเครื่องมือในการมองโลก#เปลี่ยนโลก เพื่อขับเคลื่อนและสร้างความเปลี่ยนแปลงทางสังคมในหลากหลายมิติ ทั้งการรณรงค์เพื่อสร้างความเข้าใจทางสังคม การสร้างผู้นำการเปลี่ยนแปลง การทำงานด้านเด็กและเยาวชน ตลอดจนการลดอคติและสร้างความสัมพันธ์เชิงบวก ผ่านมุมมองของผู้เชี่ยวชาญและผู้มีประสบการณ์การประยุกต์ใช้จิตวิทยาสังคมจากหลากหลายแวดวง นำโดย ทิชา ณ นคร หรือป้ามล ผอ.บ้านกาญจนาภิเษก รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผอ.ศูนย์คุณธรรม กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเด็กและวัยรุ่น ดร.ทิพย์นภา หวนสุริยา คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้แปลจิตวิทยาสังคม ความรู้ฉบับพกพา พรจรรย์ ไกรวัตนุสสรณ์ ผู้ก่อตั้ง School of Changemakers ปราบ เลาหะโรจนพันธ์ ที่ปรึกษาด้าน Communication Strategy โครงการ Rethink Thailand&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผอ.ศูนย์คุณธรรม กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเด็กและวัยรุ่น กล่าวว่า การมองสังคม การมองโลก ใช้ทุกอย่างผสมผสาน การดูชีวิตของคนหนึ่งๆ มากกว่าการอ่านเอกสาร มีเคสหนึ่งเข้ามาหารือ หมอทุกคนพูดแบบทิ้งทวนว่า เราฉีกไอคิวเทสต์ทิ้งได้ที่ รพ.กลางมีการทดสอบไอคิว นักจิตวิทยาบอกว่าหมอเจอเรื่อง slow learner หมอขอเรียกว่าทึ่มมากในการปรับตัวได้ช้ากว่าจะเรียนรู้ แต่ประโยคหนึ่งที่เขาพูดว่า &amp;ldquo;หมอจะเอาอะไรกับผมอีก ผมถูกผู้ใหญ่กระทำมามากพอแล้ว&amp;rdquo; ประโยคที่สองที่เขาพูดออกมาว่า &amp;ldquo;หมออย่าย้ำจุดอ่อนของผมจนแม้แต่แกนชีวิต คำพูดแบบนี้ไม่ใช่ Slow Learner แน่นอน เพราะเขาโต้ตอบกับหมอ ผมนั่งลงเพื่อคุยกับเด็ก ต้องดูหัวจิตหัวใจของเด็ก ไม่ใช่แต่เพียงอ่าน paper work เท่านั้น เราดูประสบการณ์ชีวิตที่ผ่านมา ผมทำหน้าที่ไม่ได้สมบูรณ์แบบเท่ากับป้ามล (ทิชา ณ นคร ผอ.บ้านกาญจนาภิเษก) ถ้าผมอยู่ใน Hall จะลุกขึ้นปรบมือให้กับป้ามลว่าเหนือยิ่งกว่าจิตแพทย์ ป้ามลครับ ป้ามลล้มทฤษฎีของโลก ผมไปที่สหรัฐ เชิญผมเข้าไปประชุมโต๊ะกลม คุยกันเรื่องพัฒนาการของสมอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ลินดาสเมียร์เขียนตำราพูดถึง personality ถ้ามองไปจนถึงขนาดหนึ่งจะแข็งตัวเหมือนกับสุภาษิตไม้อ่อนดัดง่าย ไม่แข็งดัดยาก ยิ่งเติบโตเข้าสู่วัยรุ่นยิ่งดัดยาก ลินตาสเปียร์พูดบนเวทีนานาชาติ ขณะนี้บ้านกาญจนาได้รับการบันทึกไว้ในต่างประเทศ ผมไม่เชื่อเรื่องจิตวิทยาทั้งโลกในเรื่อง landset เมื่อมีการประชุมเขาพูดเรื่องเทียนไขเหลวเหมือนกับความรู้สึกนึกคิดทั้งหลาย มีการปั้นรูปจนแข็งตัว เมื่อกลายเป็นนิสัยแล้วดัดยาก หมอสะท้อนว่าเหตุการณ์ที่เราเจอที่บ้านกาญจนานั้น ผมพานักศึกษาปริญญาโทไปดูงานด้านจิตวิทยาเด็กในเรื่องการเรียนรู้ ทำไมที่นี่ถึงทำได้ อะไรคือสาเหตุและปัจจัยสำคัญ ที่บ้านกาญจนา ป้ามลพลิกทฤษฎีที่ว่าทฤษฎีไม่สามารถปรับเปลี่ยน คนเราเมื่อเจอวิกฤติที่สุดในชีวิต เทียนไขจะละลายตัวเอง ตั้งขึ้นรูปอย่างบิดเบี้ยวจากสภาพแวดล้อม แต่โดยวิกฤติหลอมจนตัวตนพังพินาศ ที่บ้านกาญจนาเขาพัฒนาวิธีคิดด้วยพลังและเปล่งรัศมีได้ทุกกระบวนการ ทุกทฤษฎีได้รับคำตอบ How to ทำได้อย่างไร ป้ามลตัวจริงเป็นผู้ชี้ ไม่ใช่เพียงคนใดคนหนึ่งเท่านั้น การเรียน parenting เป็นหัวใจที่สำคัญมาก การปั้นผิดรูปจะยุ่งกันไปใหญ่ ด้วยหัวจิตหัวใจเราคงไม่ดูที่ paper เราใช้ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับหัวใจเด็กให้ได้รับการคุ้มครองพัฒนาด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;ldquo;หมอใช้ระบบนิเวศ หลายครั้งที่หมอพูดเหมือนกับแผ่นเสียงตกร่อง เราต้องพูด 2-3 เรื่องที่ฝากไว้บันทึกกู่ก้องทั่วประเทศ หมอส่งสัญญาณได้ชัดเจนว่า 100% ผู้ใหญ่เป็นผู้ส่งเด็กเข้ามาพบหมอ เกินกว่าครึ่งหมอต้องรักษาคนที่พาเด็กมารักษา ต้องซ่อมคนที่ส่งเด็กมา ส่งสัญญาณ 75% ต้องเยียวยาเด็กที่ส่งเข้ามา ผู้ใหญ่ระบบนิเวศของเด็กป่วยยิ่งกว่าตัวเด็กเสียอีก 25% คือตัวเด็ก ป้ามลบอกว่าไม่มีใครเกิดมาเป็นอาชญากร หมอบอกว่า 25% ไม่ใช่เขาเป็นอาชญากร เขาเป็นเด็กมีปัญหา ออทิสติก intellectual ปัญญาอ่อนเกิดมามีปัญหา เหตุและปัจจัยเราต้องช่วยเหลือเขาด้วย ถ้าระบบนิเวศแข็งแรงจะคุ้มครองเด็กได้ หลายคนถูก abuse สุขภาพของเด็กเลี้ยงยากและยังเป็นออทิสติก เขาไม่ได้อยากเป็นเช่นนี้ เขาเลือกเกิดเองไม่ได้ พัฒนาการไม่สมบูรณ์จะไปโทษใครได้ ต้องเยียวยาเด็กด้วย หมอขอบันทึกรายการผ่านระบบการศึกษา วันนี้ผู้บริหารทั้งประเทศต้องช่วยกันด้วย ยิ่งระบบแพ้คัดออก เด็กเกิดน้อยลง ที่นั่งในมหาวิทยาลัยเกินตัวเด็ก การที่ปล่อยเด็ก drop out คัดเด็กออกเป็นเด็กหน้าห้อง เด็กหลังห้อง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;หมอขอตั้งคำถามวิทยากรและทุกคนภายในห้องนี้ว่าเด็กทุกคนเกิดมาเป็นผ้าสีอะไร? ผู้ใหญ่ที่อยู่ข้างนอกห้องพูดเป็นนกแก้วนกขุนทอง เด็กทุกคนเป็นผ้าขาว ใส บริสุทธิ์ เราพูดถึงเด็กทุกคนใส บริสุทธิ์ แต่ปัจจัยแวดล้อมสังคม ลวดลายที่เกิดบนผืนผ้า เด็กทุกคนเป็นผ้าสีพื้น ไม่ปฏิเสธสีใสบริสุทธิ์ขาวทั้งผืน ผ้าสีฟ้าทั้งผืน สีเหลืองทั้งผืน เป็นสีใสบริสุทธิ์ ลวดลายเกิดบนผ้าสีฟ้าเกิดจากสภาพแวดล้อม สิ่งที่ต้องการจะบอกพ่อแม่ในครอบครัวไทยว่า อย่าเลี้ยงลูกด้วยการพูดเปรียบเทียบ ต่อให้คู่แฝดที่เหมือนๆ กัน ไข่ใบเดียวกัน รสนิยมไม่เหมือนกัน ถ้าพ่อแม่เลี้ยงลูกแล้วใช้คำพูดเปรียบเทียบมีเจ็บแน่นอน ผ้าสีต่างมีความถนัดที่ไม่เหมือนกัน เด็กบางคนเป็นเด็กเลี้ยงง่าย สั่งซ้ายสั่งขวาก็หันตาม สั่งให้เป็นหมอก็พร้อมที่จะเป็นหมอ ถ้าเด็กเราเป็นหมอทั้งประเทศ โลกจะไปรอดได้หรือไม่ ทุกวิชาชีพล้วนแล้วแต่มีนัยสำคัญ เราต้องยอมรับในเรื่องความสามารถ ระบบการศึกษาออกแบบมาสำหรับเด็กที่เลี้ยงง่าย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;มีหมอรายหนึ่งส่งเด็กวัย 3 ขวบมาหาหมอบอกว่าสงสัยจะเป็นโรคสมาธิสั้น เด็กเรียนอนุบาลดีไซน์เพื่อจะเลี้ยงเด็กแบบเลี้ยงง่าย เด็กคนนี้มีพลังเยอะมาก วิ่งทั่วทั้งห้อง ครูสงสัยว่าจะเด็กจะเป็นไฮเปอร์ส่งเข้ามาพบหมอ หมอไม่มียารักษาให้เด็กมีมารยาทงาม ถ้าหมอมีหมอจะแจกยาทั้งประเทศ เด็กในวันนี้เป็นสมาธิสั้นกันทั้งโลก จะให้ยาก็ให้ไม่ถูก ถ้าจะพูดกี่ครั้งก็เหมือนเดิม เด็กไม่ใช่ผ้าขาวเขาจะมีสีที่ต่างกันตามการเลี้ยงดู อย่าเลี้ยงลูกด้วยการพูดเปรียบเทียบ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;การสร้างระบบการศึกษาที่ดี เด็กทุกคนต้องมีพื้นที่ยืน ไม่ใช่เป็น nobody&amp;rsquo;s child ด้วยระบบการศึกษาแพ้คัดออก ท่านเคยได้ยินไหมเวลาเด็กถูกทารุณกรรม เราต้องหาสาเหตุว่ามาจากอะไร ทารุณกรรมทางเพศด้วยการลงไม้ลงมือ รวมถึงทารุณกรรมทางด้านจิตใจ ระบบทารุณกรรมเด็กต้องนำมาพิจารณาถึงเรื่องสิทธิมนุษยชน การสอนเด็กให้ใช้ไหวพริบ ไม่ใช่สอนการท่องจำ อะไรเป็นเครื่องชี้วัดว่าเด็กคนนี้สอบได้ และเด็กคนนี้สอบตก การที่เด็กสอบตกซ้ำซาก ไม่คิดหรือว่าเด็กจะรู้สึกอย่างไร การที่เด็กสองคนเดินเข้าไปในสังคม เด็กคนหนึ่งเรียน รร.สาธิต เด็กอีกคนหนึ่งเรียน รร.วัด เด็กที่เรียนสาธิตหัวใจพองโตเมื่อถูกถามว่าเรียน รร.อะไร ในขณะที่เด็กเรียน รร.วัดจะเหลืออะไร สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่เป็นรูปธรรมซ่อนอยู่ในระบบ เด็กอายุต่ำกว่า 10 ขวบยังไม่เข้าใจเรื่องแบบนี้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ขณะนี้หลายประเทศยกเลิกการสอบแบบวัดผล ระบบการจัดห้องเด็กหน้าห้อง เด็กหลังห้อง รร.วัดที่สมุทรปราการ ผอ.เปิดใจกว้างมาก ใช้พื้นที่ 10 ไร่ในโรงเรียน เพื่อให้เด็กสำรวจพื้นที่ยิ่งกว่าวิทยาศาสตร์ คนไหนวาดรูปเก่ง คนไหนเก่งวิทยาศาสตร์ คนไหนเก่งคำนวณ คนไหนเก่งทำขนมจากฟักทอง ไส้เผือก นำมาขายของ เพื่อให้เกิดการบริหารจัดการ เด็กที่เกรด A ในสิ่งที่เขาชอบเปิดพื้นที่ให้เขาได้กล้าแสดงออกบนพื้นที่ที่เขายืนอยู่ เพื่อจะได้ไม่ทิ้ง Self Extreme ครูต้องเปิดจุดแข็งของเด็กจนเขาเป็น Artist เด็กทุกคนอยากมีเป้าหมายในชีวิต &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;เรื่องการเมืองมีความขัดแย้งกันอย่างรุนแรง มีการตีกัน ผู้ใหญ่ตีกัน 2 หมู่บ้านอยู่กันคนละสี หมอล้อมวงเริ่มต้นพูดคุยกัน การสร้างพื้นที่เกือบจะยกพวกตีกันทุกครั้งที่พูดคุยกัน สงสัยคุยกันด้วยเรื่องปัญหาไม่ได้ ถ้าคุยกันเรื่องนี้จะทำให้สัมพันธภาพเสียหมด แม่ค้ารถเข็นขายก๋วยเตี๋ยวเพียงคนเดียวเจาะใจผมแทบไม่เหลือเลย เขาตั้งธงว่าจะคืนความสุขให้กับแม่ค้า ได้รถเข็นขายก๋วยเตี๋ยวทำมาหากิน เราช่วยกันทำให้แม่ค้าได้รถเข็นขายก๋วยเตี๋ยว คุณป้าร้องไห้เพราะเขาหมดอาชีพ รถพังเสียหายหมด เรื่องนี้เป็นความงดงาม ทุกฝ่ายช่วยเหลือกันทำให้แม่ค้าได้รถเข็นเพื่อขายก๋วยเตี๋ยวด้วยฝีมือการซ่อมแซมจนรถเข็นใช้งานได้ เงินส่วนหนึ่งก็มาจากการบริจาค ด้วยฝีมือของทุกคนที่ให้ความช่วยเหลือ ไม่ว่าคุณจะอยู่ในขั้วไหน แต่ทุกฝ่ายก็ช่วยเหลือทำให้คุณขายก๋วยเตี๋ยวได้ เป็นการทำมาหากินประกอบสัมมาอาชีพได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;สิ่งเหล่านี้เราต้องช่วยกันถอดบทเรียนร่วมกันบนหลักของสุนทรียะแห่งการสนทนา ค่อยพูดค่อยจากันเพื่อให้เกิดพลังด้านบวก ท้ายที่สุดทั้งสองกลุ่มจับมือกันได้ ปัญหาที่เกิดจากความไม่เข้าใจกันด้วยความคิดที่แตกต่างกันเปิดการเจรจากัน ปัญหาเคหะชุมชนร่มเกล้าใช้จิตวิทยาเชิงบวก เด็กพ่อแม่ทำงานร่วมกัน ทัศนคติของผู้ใหญ่ที่เปิดกว้าง รับฟังเสียงของเด็ก มีการสำรวจปัญหา หมอเห็นปัญหาแล้วเกือบจะเป็นลม ปัญหายาเสพติด เด็กยกพวกตีกัน ทุกวาระอยู่ในพื้นที่นี้ทั้งหมด เราต้องตามไปดูว่าเด็กกลุ่มนี้มีดีอะไรบ้าง สำรวจต้นทุนชีวิต เคาะประตูบ้าน เป็นการทำงานของ 3 กลุ่มรวมกันสร้างกิจกรรมสร้างสรรค์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;เด็กวัยรุ่นยอมรับว่าหนูเห็นแก่ตัว เป็นเรื่องไม่ง่ายที่จะเปลี่ยนแปลงเขา แต่ถ้าเปลี่ยนแปลงยังไม่ได้ก็ไม่เป็นไร วิทยาลัยเทคนิคอาชีวะทำให้เด็กเห็นคุณค่าของตัวเอง การสร้างแบบฝึกหัดทดสอบ ทดสอบค่ากระแสไฟฟ้าตรงทิ้งไว้เป็นปริศนาธรรม การเลือกกลุ่มที่มีความสนิทสนมกัน บางกลุ่มทดสอบต่อหลอดไฟฟ้าแล้วไฟไม่ติด ช่วยกันแลกเปลี่ยนเพื่อหาจุดแตกต่าง การให้เหตุผลที่ดีที่สุด หมวดวิชาฟ้าเปลี่ยนบริบทด้วยการใส่เนื้อหาให้กลายเป็นเรื่องท้าทายเป็นนวัตกรรม เปลี่ยนพลังจากเด็กที่เฮ้วเฮ้วให้ใช้พลังในทางที่ถูกต้อง แทนที่จะใช้พลังด้านลบ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;สถาบันพระปกเกล้า การสร้างเส้นทางสันติสุข ทำงานอย่างสันติวิธีเป็นโจทย์ที่ยากกว่าใครจะเป็นผู้เล่น ใครจะเป็นผู้กำหนด ใครจะดำเนินรายการ เราช่วยกันสร้างป้ามล 2 ป้ามล 3 ป้ามล 4 มีป้าอุ้ม 1 ป้าอุ้ม 2 ป้าอุ้ม 3 ต้องเปิด Mind Set ใช้พลัง และต้องมีความเป็นนักสันติวิธีมองโลกและหาจุดร่วมทำให้เกิดสัมพันธภาพที่ดี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ครอบครัวหนึ่งที่มีพ่อแม่ลูกไม่มีใครผิด ไม่มีใครเป็นตัวปัญหา ครอบครัวมีปัญหา เราอยู่ในครอบครัวเดียวกัน เมื่อมีปัญหาก็ต้องช่วยกันแก้ไขปัญหา จุดเปลี่ยนจะสร้าง Change Agent ใส่เข้าไปในท้องถิ่น เพื่อเปลี่ยนกระบวนการท้องถิ่น โลก Social Media หาคู่ขัดแย้งไม่เจอ เราต้องติดอาวุธทางปัญญาให้กับเด็กด้วย ใส่ในระบบการศึกษา ทุกท้องถิ่นในการสร้างพลังทางบวกด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;การสร้างการมีส่วนร่วมอย่างมีคุณภาพ head hand heart ด้วยการใช้สติ ใช้อารมณ์ ใช้เหตุผล กม.ต้องมีความเสมอภาคในเรื่องความยุติธรรม ไม่ใช่เป็นไซโล การมีส่วนร่วมด้วยการใช้สติ ไม่ใช้อารมณ์ คนนั้นจะ Change Agent ที่ชนะใจ ช่วยทำให้ปัญหาเบาบางยุติข้อขัดแย้งได้ &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73284</URL_LINK>
                <HASHTAG>รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี, เด็ก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200803/image_big_5f27b003d1d63.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73283</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/08/2020 06:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/08/2020 06:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> เด็กทุกคนต้องมีพื้นที่ยืนในสังคม ไม่ใช่ Nobody’s Child</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;วงเสวนาสาธารณะขับเคลื่อนความรู้สุขภาวะพัฒนาศักยภาพเยาวชน เจาะใจหมอเด็กเล่าถึง เด็กที่ไม่มีใครต้องการ เรียนรู้ ปรับตัวช้า เตือนอย่าอ่านเพียง paper work อย่างเดียว ต้องจับเข่าคุยทุกปัญหา ระบบการศึกษาแพ้คัดออกคือปัญหาใหญ่ เป็นการแยกเด็กที่มีสีผ้าแตกต่างกัน เด็กทุกคนต้องมีพื้นที่ยืน ไม่ใช่เป็นเด็ก Nobody&amp;rsquo;s Child&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;สสส.ร่วมกับสำนักพิมพ์ Bookscape จัดเสวนาสาธารณะโครงการขับเคลื่อนความรู้สุขภาวะ พัฒนาศักยภาพเยาวชนชวนเรียนรู้ &amp;ldquo;จิตวิทยาสังคม&amp;rdquo; ในฐานะเครื่องมือในการมองโลก#เปลี่ยนโลก เพื่อขับเคลื่อนและสร้างความเปลี่ยนแปลงทางสังคมในหลากหลายมิติ ทั้งการรณรงค์เพื่อสร้างความเข้าใจทางสังคม การสร้างผู้นำการเปลี่ยนแปลง การทำงานด้านเด็กและเยาวชน ตลอดจนการลดอคติและสร้างความสัมพันธ์เชิงบวก ผ่านมุมมองของผู้เชี่ยวชาญและผู้มีประสบการณ์การประยุกต์ใช้จิตวิทยาสังคมจากหลากหลายแวดวง นำโดย ทิชา ณ นคร หรือป้ามล ผอ.บ้านกาญจนาภิเษก รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผอ.ศูนย์คุณธรรม กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเด็กและวัยรุ่น ดร.ทิพย์นภา หวนสุริยา คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้แปลจิตวิทยาสังคม ความรู้ฉบับพกพา พรจรรย์ ไกรวัตนุสสรณ์ ผู้ก่อตั้ง School of Changemakers ปราบ เลาหะโรจนพันธ์ ที่ปรึกษาด้าน Communication Strategy โครงการ Rethink Thailand&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผอ.ศูนย์คุณธรรม กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเด็กและวัยรุ่น กล่าวว่า การมองสังคม การมองโลก ใช้ทุกอย่างผสมผสาน การดูชีวิตของคนหนึ่งๆ มากกว่าการอ่านเอกสาร มีเคสหนึ่งเข้ามาหารือ หมอทุกคนพูดแบบทิ้งทวนว่า เราฉีกไอคิวเทสต์ทิ้งได้ที่ รพ.กลางมีการทดสอบไอคิว นักจิตวิทยาบอกว่าหมอเจอเรื่อง slow learner หมอขอเรียกว่าทึ่มมากในการปรับตัวได้ช้ากว่าจะเรียนรู้ แต่ประโยคหนึ่งที่เขาพูดว่า &amp;ldquo;หมอจะเอาอะไรกับผมอีก ผมถูกผู้ใหญ่กระทำมามากพอแล้ว&amp;rdquo; ประโยคที่สองที่เขาพูดออกมาว่า &amp;ldquo;หมออย่าย้ำจุดอ่อนของผมจนแม้แต่แกนชีวิต คำพูดแบบนี้ไม่ใช่ Slow Learner แน่นอน เพราะเขาโต้ตอบกับหมอ ผมนั่งลงเพื่อคุยกับเด็ก ต้องดูหัวจิตหัวใจของเด็ก ไม่ใช่แต่เพียงอ่าน paper work เท่านั้น เราดูประสบการณ์ชีวิตที่ผ่านมา ผมทำหน้าที่ไม่ได้สมบูรณ์แบบเท่ากับป้ามล (ทิชา ณ นคร ผอ.บ้านกาญจนาภิเษก) ถ้าผมอยู่ใน Hall จะลุกขึ้นปรบมือให้กับป้ามลว่าเหนือยิ่งกว่าจิตแพทย์ ป้ามลครับ ป้ามลล้มทฤษฎีของโลก ผมไปที่สหรัฐ เชิญผมเข้าไปประชุมโต๊ะกลม คุยกันเรื่องพัฒนาการของสมอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ลินดาสเมียร์เขียนตำราพูดถึง personality ถ้ามองไปจนถึงขนาดหนึ่งจะแข็งตัวเหมือนกับสุภาษิตไม้อ่อนดัดง่าย ไม่แข็งดัดยาก ยิ่งเติบโตเข้าสู่วัยรุ่นยิ่งดัดยาก ลินตาสเปียร์พูดบนเวทีนานาชาติ ขณะนี้บ้านกาญจนาได้รับการบันทึกไว้ในต่างประเทศ ผมไม่เชื่อเรื่องจิตวิทยาทั้งโลกในเรื่อง landset เมื่อมีการประชุมเขาพูดเรื่องเทียนไขเหลวเหมือนกับความรู้สึกนึกคิดทั้งหลาย มีการปั้นรูปจนแข็งตัว เมื่อกลายเป็นนิสัยแล้วดัดยาก หมอสะท้อนว่าเหตุการณ์ที่เราเจอที่บ้านกาญจนานั้น ผมพานักศึกษาปริญญาโทไปดูงานด้านจิตวิทยาเด็กในเรื่องการเรียนรู้ ทำไมที่นี่ถึงทำได้ อะไรคือสาเหตุและปัจจัยสำคัญ ที่บ้านกาญจนา ป้ามลพลิกทฤษฎีที่ว่าทฤษฎีไม่สามารถปรับเปลี่ยน คนเราเมื่อเจอวิกฤติที่สุดในชีวิต เทียนไขจะละลายตัวเอง ตั้งขึ้นรูปอย่างบิดเบี้ยวจากสภาพแวดล้อม แต่โดยวิกฤติหลอมจนตัวตนพังพินาศ ที่บ้านกาญจนาเขาพัฒนาวิธีคิดด้วยพลังและเปล่งรัศมีได้ทุกกระบวนการ ทุกทฤษฎีได้รับคำตอบ How to ทำได้อย่างไร ป้ามลตัวจริงเป็นผู้ชี้ ไม่ใช่เพียงคนใดคนหนึ่งเท่านั้น การเรียน parenting เป็นหัวใจที่สำคัญมาก การปั้นผิดรูปจะยุ่งกันไปใหญ่ ด้วยหัวจิตหัวใจเราคงไม่ดูที่ paper เราใช้ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับหัวใจเด็กให้ได้รับการคุ้มครองพัฒนาด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;ldquo;หมอใช้ระบบนิเวศ หลายครั้งที่หมอพูดเหมือนกับแผ่นเสียงตกร่อง เราต้องพูด 2-3 เรื่องที่ฝากไว้บันทึกกู่ก้องทั่วประเทศ หมอส่งสัญญาณได้ชัดเจนว่า 100% ผู้ใหญ่เป็นผู้ส่งเด็กเข้ามาพบหมอ เกินกว่าครึ่งหมอต้องรักษาคนที่พาเด็กมารักษา ต้องซ่อมคนที่ส่งเด็กมา ส่งสัญญาณ 75% ต้องเยียวยาเด็กที่ส่งเข้ามา ผู้ใหญ่ระบบนิเวศของเด็กป่วยยิ่งกว่าตัวเด็กเสียอีก 25% คือตัวเด็ก ป้ามลบอกว่าไม่มีใครเกิดมาเป็นอาชญากร หมอบอกว่า 25% ไม่ใช่เขาเป็นอาชญากร เขาเป็นเด็กมีปัญหา ออทิสติก intellectual ปัญญาอ่อนเกิดมามีปัญหา เหตุและปัจจัยเราต้องช่วยเหลือเขาด้วย ถ้าระบบนิเวศแข็งแรงจะคุ้มครองเด็กได้ หลายคนถูก abuse สุขภาพของเด็กเลี้ยงยากและยังเป็นออทิสติก เขาไม่ได้อยากเป็นเช่นนี้ เขาเลือกเกิดเองไม่ได้ พัฒนาการไม่สมบูรณ์จะไปโทษใครได้ ต้องเยียวยาเด็กด้วย หมอขอบันทึกรายการผ่านระบบการศึกษา วันนี้ผู้บริหารทั้งประเทศต้องช่วยกันด้วย ยิ่งระบบแพ้คัดออก เด็กเกิดน้อยลง ที่นั่งในมหาวิทยาลัยเกินตัวเด็ก การที่ปล่อยเด็ก drop out คัดเด็กออกเป็นเด็กหน้าห้อง เด็กหลังห้อง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;หมอขอตั้งคำถามวิทยากรและทุกคนภายในห้องนี้ว่าเด็กทุกคนเกิดมาเป็นผ้าสีอะไร? ผู้ใหญ่ที่อยู่ข้างนอกห้องพูดเป็นนกแก้วนกขุนทอง เด็กทุกคนเป็นผ้าขาว ใส บริสุทธิ์ เราพูดถึงเด็กทุกคนใส บริสุทธิ์ แต่ปัจจัยแวดล้อมสังคม ลวดลายที่เกิดบนผืนผ้า เด็กทุกคนเป็นผ้าสีพื้น ไม่ปฏิเสธสีใสบริสุทธิ์ขาวทั้งผืน ผ้าสีฟ้าทั้งผืน สีเหลืองทั้งผืน เป็นสีใสบริสุทธิ์ ลวดลายเกิดบนผ้าสีฟ้าเกิดจากสภาพแวดล้อม สิ่งที่ต้องการจะบอกพ่อแม่ในครอบครัวไทยว่า อย่าเลี้ยงลูกด้วยการพูดเปรียบเทียบ ต่อให้คู่แฝดที่เหมือนๆ กัน ไข่ใบเดียวกัน รสนิยมไม่เหมือนกัน ถ้าพ่อแม่เลี้ยงลูกแล้วใช้คำพูดเปรียบเทียบมีเจ็บแน่นอน ผ้าสีต่างมีความถนัดที่ไม่เหมือนกัน เด็กบางคนเป็นเด็กเลี้ยงง่าย สั่งซ้ายสั่งขวาก็หันตาม สั่งให้เป็นหมอก็พร้อมที่จะเป็นหมอ ถ้าเด็กเราเป็นหมอทั้งประเทศ โลกจะไปรอดได้หรือไม่ ทุกวิชาชีพล้วนแล้วแต่มีนัยสำคัญ เราต้องยอมรับในเรื่องความสามารถ ระบบการศึกษาออกแบบมาสำหรับเด็กที่เลี้ยงง่าย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;มีหมอรายหนึ่งส่งเด็กวัย 3 ขวบมาหาหมอบอกว่าสงสัยจะเป็นโรคสมาธิสั้น เด็กเรียนอนุบาลดีไซน์เพื่อจะเลี้ยงเด็กแบบเลี้ยงง่าย เด็กคนนี้มีพลังเยอะมาก วิ่งทั่วทั้งห้อง ครูสงสัยว่าจะเด็กจะเป็นไฮเปอร์ส่งเข้ามาพบหมอ หมอไม่มียารักษาให้เด็กมีมารยาทงาม ถ้าหมอมีหมอจะแจกยาทั้งประเทศ เด็กในวันนี้เป็นสมาธิสั้นกันทั้งโลก จะให้ยาก็ให้ไม่ถูก ถ้าจะพูดกี่ครั้งก็เหมือนเดิม เด็กไม่ใช่ผ้าขาวเขาจะมีสีที่ต่างกันตามการเลี้ยงดู อย่าเลี้ยงลูกด้วยการพูดเปรียบเทียบ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;การสร้างระบบการศึกษาที่ดี เด็กทุกคนต้องมีพื้นที่ยืน ไม่ใช่เป็น nobody&amp;rsquo;s child ด้วยระบบการศึกษาแพ้คัดออก ท่านเคยได้ยินไหมเวลาเด็กถูกทารุณกรรม เราต้องหาสาเหตุว่ามาจากอะไร ทารุณกรรมทางเพศด้วยการลงไม้ลงมือ รวมถึงทารุณกรรมทางด้านจิตใจ ระบบทารุณกรรมเด็กต้องนำมาพิจารณาถึงเรื่องสิทธิมนุษยชน การสอนเด็กให้ใช้ไหวพริบ ไม่ใช่สอนการท่องจำ อะไรเป็นเครื่องชี้วัดว่าเด็กคนนี้สอบได้ และเด็กคนนี้สอบตก การที่เด็กสอบตกซ้ำซาก ไม่คิดหรือว่าเด็กจะรู้สึกอย่างไร การที่เด็กสองคนเดินเข้าไปในสังคม เด็กคนหนึ่งเรียน รร.สาธิต เด็กอีกคนหนึ่งเรียน รร.วัด เด็กที่เรียนสาธิตหัวใจพองโตเมื่อถูกถามว่าเรียน รร.อะไร ในขณะที่เด็กเรียน รร.วัดจะเหลืออะไร สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่เป็นรูปธรรมซ่อนอยู่ในระบบ เด็กอายุต่ำกว่า 10 ขวบยังไม่เข้าใจเรื่องแบบนี้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ขณะนี้หลายประเทศยกเลิกการสอบแบบวัดผล ระบบการจัดห้องเด็กหน้าห้อง เด็กหลังห้อง รร.วัดที่สมุทรปราการ ผอ.เปิดใจกว้างมาก ใช้พื้นที่ 10 ไร่ในโรงเรียน เพื่อให้เด็กสำรวจพื้นที่ยิ่งกว่าวิทยาศาสตร์ คนไหนวาดรูปเก่ง คนไหนเก่งวิทยาศาสตร์ คนไหนเก่งคำนวณ คนไหนเก่งทำขนมจากฟักทอง ไส้เผือก นำมาขายของ เพื่อให้เกิดการบริหารจัดการ เด็กที่เกรด A ในสิ่งที่เขาชอบเปิดพื้นที่ให้เขาได้กล้าแสดงออกบนพื้นที่ที่เขายืนอยู่ เพื่อจะได้ไม่ทิ้ง Self Extreme ครูต้องเปิดจุดแข็งของเด็กจนเขาเป็น Artist เด็กทุกคนอยากมีเป้าหมายในชีวิต &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;เรื่องการเมืองมีความขัดแย้งกันอย่างรุนแรง มีการตีกัน ผู้ใหญ่ตีกัน 2 หมู่บ้านอยู่กันคนละสี หมอล้อมวงเริ่มต้นพูดคุยกัน การสร้างพื้นที่เกือบจะยกพวกตีกันทุกครั้งที่พูดคุยกัน สงสัยคุยกันด้วยเรื่องปัญหาไม่ได้ ถ้าคุยกันเรื่องนี้จะทำให้สัมพันธภาพเสียหมด แม่ค้ารถเข็นขายก๋วยเตี๋ยวเพียงคนเดียวเจาะใจผมแทบไม่เหลือเลย เขาตั้งธงว่าจะคืนความสุขให้กับแม่ค้า ได้รถเข็นขายก๋วยเตี๋ยวทำมาหากิน เราช่วยกันทำให้แม่ค้าได้รถเข็นขายก๋วยเตี๋ยว คุณป้าร้องไห้เพราะเขาหมดอาชีพ รถพังเสียหายหมด เรื่องนี้เป็นความงดงาม ทุกฝ่ายช่วยเหลือกันทำให้แม่ค้าได้รถเข็นเพื่อขายก๋วยเตี๋ยวด้วยฝีมือการซ่อมแซมจนรถเข็นใช้งานได้ เงินส่วนหนึ่งก็มาจากการบริจาค ด้วยฝีมือของทุกคนที่ให้ความช่วยเหลือ ไม่ว่าคุณจะอยู่ในขั้วไหน แต่ทุกฝ่ายก็ช่วยเหลือทำให้คุณขายก๋วยเตี๋ยวได้ เป็นการทำมาหากินประกอบสัมมาอาชีพได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;สิ่งเหล่านี้เราต้องช่วยกันถอดบทเรียนร่วมกันบนหลักของสุนทรียะแห่งการสนทนา ค่อยพูดค่อยจากันเพื่อให้เกิดพลังด้านบวก ท้ายที่สุดทั้งสองกลุ่มจับมือกันได้ ปัญหาที่เกิดจากความไม่เข้าใจกันด้วยความคิดที่แตกต่างกันเปิดการเจรจากัน ปัญหาเคหะชุมชนร่มเกล้าใช้จิตวิทยาเชิงบวก เด็กพ่อแม่ทำงานร่วมกัน ทัศนคติของผู้ใหญ่ที่เปิดกว้าง รับฟังเสียงของเด็ก มีการสำรวจปัญหา หมอเห็นปัญหาแล้วเกือบจะเป็นลม ปัญหายาเสพติด เด็กยกพวกตีกัน ทุกวาระอยู่ในพื้นที่นี้ทั้งหมด เราต้องตามไปดูว่าเด็กกลุ่มนี้มีดีอะไรบ้าง สำรวจต้นทุนชีวิต เคาะประตูบ้าน เป็นการทำงานของ 3 กลุ่มรวมกันสร้างกิจกรรมสร้างสรรค์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;เด็กวัยรุ่นยอมรับว่าหนูเห็นแก่ตัว เป็นเรื่องไม่ง่ายที่จะเปลี่ยนแปลงเขา แต่ถ้าเปลี่ยนแปลงยังไม่ได้ก็ไม่เป็นไร วิทยาลัยเทคนิคอาชีวะทำให้เด็กเห็นคุณค่าของตัวเอง การสร้างแบบฝึกหัดทดสอบ ทดสอบค่ากระแสไฟฟ้าตรงทิ้งไว้เป็นปริศนาธรรม การเลือกกลุ่มที่มีความสนิทสนมกัน บางกลุ่มทดสอบต่อหลอดไฟฟ้าแล้วไฟไม่ติด ช่วยกันแลกเปลี่ยนเพื่อหาจุดแตกต่าง การให้เหตุผลที่ดีที่สุด หมวดวิชาฟ้าเปลี่ยนบริบทด้วยการใส่เนื้อหาให้กลายเป็นเรื่องท้าทายเป็นนวัตกรรม เปลี่ยนพลังจากเด็กที่เฮ้วเฮ้วให้ใช้พลังในทางที่ถูกต้อง แทนที่จะใช้พลังด้านลบ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;สถาบันพระปกเกล้า การสร้างเส้นทางสันติสุข ทำงานอย่างสันติวิธีเป็นโจทย์ที่ยากกว่าใครจะเป็นผู้เล่น ใครจะเป็นผู้กำหนด ใครจะดำเนินรายการ เราช่วยกันสร้างป้ามล 2 ป้ามล 3 ป้ามล 4 มีป้าอุ้ม 1 ป้าอุ้ม 2 ป้าอุ้ม 3 ต้องเปิด Mind Set ใช้พลัง และต้องมีความเป็นนักสันติวิธีมองโลกและหาจุดร่วมทำให้เกิดสัมพันธภาพที่ดี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ครอบครัวหนึ่งที่มีพ่อแม่ลูกไม่มีใครผิด ไม่มีใครเป็นตัวปัญหา ครอบครัวมีปัญหา เราอยู่ในครอบครัวเดียวกัน เมื่อมีปัญหาก็ต้องช่วยกันแก้ไขปัญหา จุดเปลี่ยนจะสร้าง Change Agent ใส่เข้าไปในท้องถิ่น เพื่อเปลี่ยนกระบวนการท้องถิ่น โลก Social Media หาคู่ขัดแย้งไม่เจอ เราต้องติดอาวุธทางปัญญาให้กับเด็กด้วย ใส่ในระบบการศึกษา ทุกท้องถิ่นในการสร้างพลังทางบวกด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;การสร้างการมีส่วนร่วมอย่างมีคุณภาพ head hand heart ด้วยการใช้สติ ใช้อารมณ์ ใช้เหตุผล กม.ต้องมีความเสมอภาคในเรื่องความยุติธรรม ไม่ใช่เป็นไซโล การมีส่วนร่วมด้วยการใช้สติ ไม่ใช้อารมณ์ คนนั้นจะ Change Agent ที่ชนะใจ ช่วยทำให้ปัญหาเบาบางยุติข้อขัดแย้งได้ &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73283</URL_LINK>
                <HASHTAG>รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี, เด็ก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200803/image_big_5f27b003d1d63.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67918</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/06/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/06/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สสส.-สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กฯ มหิดล  นำร่องเจาะลึกการตายด้วยอุบัติเหตุในเด็กนครปฐม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สสส.จับมือสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว ม.มหิดล เจาะลึกปรากฏการณ์เด็กนครปฐม ด้วยแนวคิดเด็กปลอดภัยเป็นโครงการนำร่องก่อนจังหวัดอื่นๆ ข่าวออนไลน์เด็กนักเรียนประถมขับขี่รถมอเตอร์ไซค์มีเพื่อนซ้อนท้าย 4 คนโดยไม่สวมหมวกกันน็อก ประสานงารถกระบะตายเกลื่อนถนน รศ.นพ.อดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์ ผู้บุกเบิกงานอุบัติเหตุในเด็กไขปม เด็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบ วัยซุกซนตายในบ้าน หัวทิ่มจมน้ำคลอง บ่อเลี้ยงปลา เพราะความเผอเรอของพ่อแม่ หยิบยกสารพันปัญหาเด็กทั่วโลกอายุต่ำกว่า 15 ปีเสียชีวิตเป็นจำนวนมากจากอุบัติเหตุ เพราะความรู้เท่าไม่ถึงการณ์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นภาพที่เจนตาของสังคมไทย เมื่อเด็กนักเรียนวัยประถมและมัธยมขี่จักรยานยนต์บนถนน ไม่มีใครตั้งคำถามว่าเด็กวัยละอ่อนขนาดนี้มีใบขับขี่หรือไม่? ทำไมเด็กกลุ่มนี้ไม่สวมหมวกกันน็อกทั้งๆ ที่ค่อนข้างเสี่ยงว่าจะเกิดอุบัติเหตุ พ่อแม่ยินยอมให้เด็กขี่จักรยานยนต์ซึ่งมีความคล่องตัวและมีราคาจับต้องได้ แม้จะรู้ว่าเป็นการทำผิด กม. เพราะเด็กอายุยังไม่ถึง 18 ปีที่จะสอบใบขับขี่ได้ และยังซ้อนท้าย 3 คน 4 คน เกินกว่าที่ กม.กำหนด อีกทั้งไม่มีใครสวมหมวกกันน็อกและยังขับขี่เข้าไปในสถานที่ชุมชน ภาพการเสียชีวิตของเด็กจากการขับขี่รถจักรยานยนต์ปรากฏเป็นข่าวออนไลน์ ออฟไลน์ อย่างที่เรียกว่าเกิดขึ้นเกือบทุกวัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 0.0001pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(รศ.นพ.อดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รศ.นพ.อดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์ ผู้อำนวยการสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเพื่อสร้างความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก คณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกงานอุบัติเหตุในเด็ก เปิดเผยว่า กว่า 10 ปีทำงานวิจัยเกี่ยวกับการตายในเด็ก ภายใต้แนวคิดเด็กปลอดภัยของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เป็นการทำงานหลายโมเดล ในปี 2561 คณะกรรมการคุ้มครองเด็กแห่งชาติรับเป็นนโยบายขยายผลทั้งประเทศ ทุนความปลอดภัยบนท้องถนนเลือกจังหวัดนครปฐม ซึ่งเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยมหิดลเป็นโมเดลศึกษาเรื่องการตายของเด็ก เพื่อให้เป็นโครงการนำร่องในการศึกษาสาเหตุการตายในเด็กของจังหวัดอื่นๆ ด้วย เพื่อวิเคราะห์จุดอ่อน พฤติกรรมสิ่งแวดล้อม นโยบาย กม.ที่ใช้ในท้องถิ่น เป็นเครื่องมือคิดค้นขยายผลไปยังชุมชนอื่น เพราะปัญหาเกิดซ้ำๆ กันได้อีกในพื้นที่ต่างชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีเสียชีวิตเป็นจำนวนมากแต่ละปีทั่วโลก จากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นเพราะความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เพื่อเป็นการป้องกันมิให้เกิดการสูญเสียกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ ศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็กๆ รพ.รามาธิบดี ถือเป็นหน่วยงานหนึ่งที่มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาประเทศให้ปลอดภัยจากอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้โดยไม่คาดคิด จากการดำเนินงานตลอดระยะเวลากว่าทศวรรษที่ผ่านมาของศูนย์วิจัยแห่งนี้ การศึกษาเรื่องความปลอดภัยในเด็กทำงานวิจัยเป็นเวลาหลายปี วิเคราะห์การตาย ซึ่งเป็นเครื่องมือทำให้มีการสื่อสารในระดับชุมชนได้ดีขึ้น วิเคราะห์จุดอ่อน พฤติกรรมสิ่งแวดล้อม นโยบายทางด้าน กม.ที่ใช้ในท้องถิ่น เป็นเครื่องมือช่วยกันคิดค้นขยายผลให้ชุมชนอื่น สามารถเกิดซ้ำๆ ในชุมชนอื่น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในช่วงนั้นมี 2 หน่วยงานเกิดขึ้นใกล้เคียงกัน หน่วยงาน สสส.เกิดขึ้นในปี 2546 การดำเนินงานให้เด็กไทยปลอดภัยเริ่มขึ้นเมื่อปี 2545 เมื่อเปรียบเทียบสถิติเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี ตาย 3,600 คน ปัจจุบันตาย 2,200 คน สถิติการตายของเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 5 ปีตายในบ้าน ตกน้ำ จมน้ำตายมากที่สุด ตกจากที่สูง ไฟฟ้าดูด ของหล่นทับใส่ เสียชีวิตจากปัญหาการจราจรบนท้องถนน ปี 2545 เด็กเล็กตายปีละ 1,400 คน ถือว่าเป็นตัวเลขค่อนข้างสูงในสมัยนั้น เด็กจมน้ำมากถึง 650 คน&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รศ.นพ.อดิศักดิ์กล่าวว่า การทำงานของสำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงทางสังคม สสส. ผ่านโครงการรณรงค์เด็กไทยปลอดภัย ประสบความสำเร็จนับตั้งแต่ทุนวิจัยองค์การอนามัยโลก ปัจจุบันการเสียชีวิตในเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 5 ปีลดลงมากกว่า 60% เหลือเพียง 600 คน ส่วนใหญ่เป็นปัญหาเรื่องการจมน้ำในลำคลองหน้าบ้านหรือหลังบ้าน ในถังน้ำถูบ้าน กะละมัง ตุ่ม ไห บ่อเลี้ยงปลาในบ้านขนาดเล็ก เพราะเด็กวัยนี้กำลังซนหัดเดิน เพียงเดินหัวทิ่มตกลงไป หรือบ้านไม่มีลูกกรงกั้นทำให้พลัดตกบันไดลงมา ยิ่งบ้านที่อยู่ในชุมชนแออัด พื้นบ้านมีรูโบ๋ตกลงไปในน้ำครำใต้ถุนบ้าน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งหมดนี้อยู่ที่ความเผอเรอของคนเป็นพ่อแม่หรือคนที่ดูแลเด็ก พ่อแม่ต้องรู้ว่าเด็กที่อายุต่ำกว่า 5 ขวบช่วยตัวเองไม่ได้เมื่อเกิดอะไรขึ้น ปี 2545 เด็กเล็กตายปีละ 1,400 คน แต่ขณะนี้ลดจำนวนลงมาเหลือ 650 คน ในช่วงเวลากว่า 10 ปีที่ผ่านมาใช้หลายเครื่องมือแก้ไขปัญหา โครงการเด็กไทยปลอดภัยเริ่มตั้งแต่ สสส. และทุนวิจัยองค์การอนามัยโลกถือได้ว่าประสบความสำเร็จ&amp;rdquo; ผู้อำนวยการสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กลุ่มวัยเรียน 5-9 ปีตายน้อยกว่าเด็กในวัยอื่นๆ ส่วนใหญ่ก็ยังเสียชีวิตด้วยสาเหตุการจมน้ำ แต่เป็นการจมน้ำที่ไกลจากตัวบ้านออกไป เล่นน้ำในลำคลองที่อยู่ในชุมชน บ่อน้ำ สระน้ำในหมู่บ้าน บ่อน้ำขุดโดยรถแบ็กโฮ มีการขุดหลุมเป็นบ่อ เมื่อฝนตกก็จะมีน้ำขังเป็นหลุมบ่อ มีเขื่อนกั้นน้ำ ฝายทางภาคเหนือ ภาคอีสาน ไม่ไกลจากตัวบ้าน พ่อแม่เผอเรอ เด็กกลุ่มวัย 10 ปีขึ้นไป เด็กกลุ่มนี้จะช่วยตัวเองได้แล้ว ว่ายน้ำเป็น และมีทักษะในการปกป้องตัวเองได้มากขึ้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สมัยก่อนนั้นสังคมไทยจะดูแลเด็กหญิงเข้มงวดกว่าเด็กชาย อีกทั้งปัญหาเด็กชายจะซน ชอบใช้พละกำลังมากกว่าเด็กหญิง ทั้งเรื่องการปีนป่าย ทำให้มีเหตุที่ผจญภัยทำให้เกิดอุบัติเหตุ อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นจะเกิดกับเด็กชายมากกว่าเด็กหญิง ยกเว้นเด็กหญิงที่ชอบหยิบสิ่งของเข้าปาก ขาดอากาศหายใจ แต่วัย 8-9 ขวบจะพบเด็กหญิงจมน้ำใกล้เคียงกับเด็กชาย แต่เมื่ออายุ 12 ปีขึ้นไป สถิติก็จะกลับมาอยู่ที่เด็กชายมากกว่าเด็กหญิง สถิติการเสียชีวิตจะลดลงตามสัดส่วนเมื่อเข้าสู่วัยเด็กเรียน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 พ่อแม่หยุดอยู่บ้านมีเวลามากขึ้นในการดูแลลูก ทำให้เกิดการเรียนรู้ร่วมกัน จึงไม่น่าเป็นห่วงว่าเด็กจะไม่ปลอดภัย แต่น่าเป็นห่วงก็คือปัญหาเด็กซ้อนมอเตอร์ไซค์แล้วไม่สวมหมวกกันน็อก เมื่อประสบอุบัติเหตุจะไม่ปลอดภัยทั้งๆ ที่มี กม.บังคับใช้อยู่แล้ว แต่เกิดจากความหละหลวมไม่ปฏิบัติตามข้อ กม. หรือปัญหาเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ทั้งๆ ที่ กม.ห้าม แต่เนื่องจากอยู่ต่างจังหวัด มีความจำเป็นที่พ่อแม่ยินยอมให้เด็กขับขี่มอเตอร์ไซค์ ซึ่งราคาพอซื้อหาได้ไป รร.เอง แม้จะรู้ว่าผิด กม.และยังไม่สวมหมวกกันน็อกอีก ปัญหาเด็กซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์อย่างที่เรียกว่าซ้อน 3 ซ้อน 4 เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน เด็กวัย 10-15 ปีเสียชีวิตจากการขี่มอเตอร์ไซค์ตายเป็นอันดับ 1&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ศูนย์วิจัยฯ ตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 10 ต.ค.2545 ขณะที่ตั้งศูนย์นั้นเราได้ศึกษาเรื่องการตายของเด็กว่า เด็กในยุคปัจจุบันหมายถึงปี 2545 มีสาเหตุใดเป็นสัญญาณที่สำคัญทำให้เด็กเสียชีวิต เพราะว่าต้องการรู้เรื่องเกี่ยวกับสุขภาพของเด็กว่าเราควรจะทำเรื่องอะไรก่อนหลังบ้าง จึงกำหนดรูปแบบนโยบายการทำงานด้วยการแบ่งงานออกเป็นกลุ่มที่ 1 ทำเรื่องการเฝ้าระวัง การติดตามข้อมูลการตาย การบาดเจ็บของเด็ก วิเคราะห์องค์ความรู้ ไม่ว่าจะเป็นการรวบรวมจากต่างประเทศหรือการทำวิจัยเพิ่มเติม เพื่อให้ได้ข้อมูลใหม่ของบ้านเรา &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กลุ่มที่ 2 ทำเรื่องการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชน เมื่อมีความรู้การเฝ้าระวังก็ไม่เพียงพอ เราต้องเอาความรู้นั้นไปทำ Empower เพื่อสร้างเสริมให้ชุมชนเข้มแข็ง อุปสรรค เนื่องจากความปลอดภัยของเด็กก็อาจจะเป็นเรื่องกว้าง ถ้าจับประเด็นเรื่องการตายก็จะเห็นตัวหลักๆ อยู่ 2-3 ตัว 1.เด็กจมน้ำ 2.ปัญหาจราจร 3.การตายในบ้านของเด็กเล็ก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพราะฉะนั้นอุปสรรคคือเรื่องความปลอดภัยในเด็ก มีบ่อยๆ ที่มีความแตกต่างกันมาก อาจจะไม่ใช่เหมือนเรื่องเดี่ยวเรื่องเดียว แต่มันเป็นหลายเรื่องรวมกัน อุปสรรคสำคัญก็คือว่าเครือข่ายกว้างมาก กำลังคน เวลา งบประมาณต่างๆ ที่จะผลักดันเรื่องความปลอดภัย พละกำลังคนที่ต้องมีมากพอสมควรนั้นอาจจะเป็นอุปสรรคสำคัญ เนื่องจากเรามีคนที่จำกัด มีบรรยากาศที่จำกัด การมีเป้าหมายในอนาคตสำคัญก็คือศูนย์วิจัยฯ เพื่อการลดอัตราการตายจริงๆ เรามีเป้าหมายอยู่ที่ปี 2559 ประมาณ 15 ปีในการทำงานของเรา ลดอัตราการตายครึ่งหนึ่ง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้วยนโยบายโลกที่เหมาะสมสำหรับเด็ก หรือ World Fit For Children ของประเทศไทยใกล้เคียงกับการประเมินตัวเลขเมื่อ 11 ปีก่อน ขณะนี้เหลืออีก 4 ปี ศูนย์วิจัยฯ คาดหวังว่าจะมีความร่วมมือจากหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องโดยตรง รวมทั้งผู้ผลิตภาคเศรษฐกิจที่เน้นความสำคัญของเรื่องความปลอดภัยในเด็ก ด้วยความหวังว่าทุกคนจะมองเห็นประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าส่วนตน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประชาสัมพันธ์ (ชำนาญการ) งานสื่อสารองค์กร กองบริหารงานทั่วไป สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหิดล และประชาสัมพันธ์ สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) : ภาพ.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผอ.สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รศ.พญ.นิตยา คชภักดี ผอ.สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัวคนแรก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รศ.ดร.สายฤดี วรกิจโภคาทร ผอ.สถาบันแห่งชาติฯ คนที่ 2 &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผอ.สถาบันแห่งชาติฯ คนที่ 3 &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รศ.นพ.อดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์ ผอ.สถาบันแห่งชาติฯ คนที่ 4 (8 เม.ย.61-ปัจจุบัน) &lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;center&quot; style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm; text-align:center&quot;&gt;&amp;ldquo;จากข้อมูลของหนึ่งชีวิต สู่การป้องกันอีกหลายชีวิต&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โครงการการพัฒนาระบบเฝ้าระวังและพิเคราะห์เหตุการณ์ตายในเด็กและเยาวชนในจังหวัดนครปฐม โดยใช้กระบวนการ CDD และ Swiss cheese model โดยทีมงาน CDD ศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก ร่วมกับสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว จังหวัดนครปฐม สนับสนุนโดยศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) 16 มี.ค.63&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;จากข้อมูลของหนึ่งชีวิต สู่การป้องกันอีกหลายชีวิต&amp;rdquo; เพื่อพัฒนาระบบข้อมูลการเฝ้าระวังและกระบวนการพิเคราะห์เหตุการณ์ตายในเด็กและเยาวชนจากอุบัติเหตุทางถนนและอื่นๆ เพื่อค้นหาจุดอ่อนของพฤติกรรมเด็ก ระบบการคุ้มครองดูแลสิ่งแวดล้อมและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ตาย รวมทั้งการปฏิบัติจริงที่เป็นอยู่ของหน่วยงานที่มีส่วนรับผิดชอบ เพื่อเชื่อมโยงและขับเคลื่อนให้หน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการแก้ไขจุดอ่อนด้านสิ่งแวดล้อมและด้านระบบการคุ้มครองดูแล ให้มีการสื่อสารและประสานงานร่วมกันในการดำเนินการแก้ไขจุดอ่อนนั้นให้รวดเร็ว ทันการณ์ เพื่อขับเคลื่อน กม.แนวนโยบายของผู้บริหารท้องถิ่นและส่วนกลาง ให้มีความปลอดภัยในเด็กมากขึ้น เพื่อสื่อสารสาเหตุการตายและแนวทางป้องกันสู่สาธารณะ ให้ประชาชนในชุมชนมีความตระหนักในความเสี่ยง รู้เข้าใจและปฏิบัติตามแนวทางป้องกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;กลุ่มเป้าหมายในการเก็บข้อมูลคือเด็กและเยาวชนอายุ 0-18 ปี ที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนและอื่นๆ ในพื้นที่จังหวัดนครปฐม กลุ่มเป้าหมายที่เข้ารับการอบรม ประกอบด้วยฝ่ายพัฒนาสังคม ฝ่ายโยธา ฝ่ายความปลอดภัยขององค์กรท้องถิ่น เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลตำบลและอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) โดยให้ร่วมกันเก็บข้อมูลในระดับตำบล และจัดการประชุมในระดับตำบล โดยมีศูนย์วิจัยความปลอดภัยในเด็กฯ ขนส่งจังหวัด พัฒนาสังคมและความมั่นคงมนุษย์จังหวัด ศึกษาจังหวัด เขตการศึกษา กรรมการคุ้มครองเด็กจังหวัด บ้านพักเด็กจังหวัด ร่วมเป็นกรรมการระดับจังหวัด ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยความปลอดภัยในเด็กฯ และสถาบันแห่งขาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว จะเป็นผู้กำกับดูแลการทำงานและการใช้เครื่องมือเก็บข้อมูล &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ระยะเวลาและพื้นที่ดำเนินงาน 1 ก.ย.62-30 เม.ย.63 (8 เดือน) ตามเขตการปกครองแบ่งเป็น 7 อำเภอ อ.เมืองนครปฐม อ.กำแพงแสน อ.นครชัยศรี อ.ดอนตูม อ.บางเลน อ.สามพราน อ.พุทธมณฑล ผลการดำเนินงาน กิจกรรมที่ 1 การจัดอบรมหลักสูตรพิเคราะห์เหตุการณ์ตายในเด็กและเยาวชน (CDD) และ Swiss cheese model แก่เจ้าหน้าที่ทะเบียนบันทึกข้อมูลการตายและเจ้าหน้าที่จัดอบรมการดำเนินงานพิเคราะห์เหตุการณ์ตายในเด็ก เมื่อวันที่ 29 ม.ค.2563 ณ สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว ผู้เข้าร่วมอบรม 49 คน จากเทศบาลตำบล องค์การบริหารส่วนตำบลใน จ.นครปฐม และอื่นๆ เช่น ปภ.พมจ. ฝึกปฏิบัติกระบวนการ CDD และทฤษฎีเนยแข็ง เผยแพร่เครื่องมือ CDD และทฤษฎีเนยแข็งให้กับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั่วทั้งจังหวัดนครปฐม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กิจกรรมที่ 2 การเก็บข้อมูลการตายของเด็กและเยาวชน (แรกเกิดถึง 18 ปี) จากอุบัติเหตุทางถนนและอื่นๆ ผลที่ได้ลงพื้นที่เก็บเคส 12 ราย เคสจราจร 9 ราย (รถมอเตอร์ไซค์ รถสองแถว รถจักรยาน) เคสอื่นๆ จมน้ำ 2 ราย ศีรษะกระแทกขอบปูนใน รร.1 ราย กำลังดำเนินการกับ 10 ราย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; น้องใบหม่อน นักเรียนชั้น ม.4 วิทยาลัยนาฏศิลป์ได้เดินข้ามถนนบนทางม้าลายถนนงิ้วราย นครชัยศรี-ศาลายาหน้าวิทยาลัยนาฏศิลป์ ในขณะที่มีสัญญาณไฟเขียวเพื่อให้คนเดินข้ามถนนและมีสัญญาณไฟแดงเพื่อให้รถหยุด มีรถเก๋งจอดเพื่อให้น้องใบหม่อนและกลุ่มนักเรียนได้เดินข้ามทางม้าลาย ใบหม่อนจึงรีบเดินเพื่อให้ทันรถสาย 84ก แต่แล้วในทันใดนั้นก็มีรถจักรยานยนต์ฝ่าสัญญาณไฟแดงแล้วพุ่งเข้ามาชนน้องใบหม่อนอย่างจัง จนน้องกระเด็นไปไกลถึง 20 เมตร น้องหมดสติทันที ในขณะที่มอเตอร์ไซค์คันก่อเหตุไม่ล้มโดยคนชนไม่ได้หนี และยังได้นำส่ง รพ.นครปฐมเพื่อเข้ารับการรักษาสุดท้ายน้องใบหม่อนในสิ้นใจในวันที่ 8 ก.พ.62 หลังจากนอนรักษาตัวอยู่ที่ รพ.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดังนั้นจึงได้มีการวิเคราะห์เคส อิทธิพลองค์กร การจัดทำสีพื้นถนนบริเวณทางม้าลายและใส่หมายเลข 30 กม. การสร้างสะพานลอย 3 สะพานหน้าวิทยาลัยนาฏศิลป์ รร.นาฏศิลป์ และที่สถาบันทหารเรือ ซึ่งมีนักเรียนและบุคลากรมาใช้บริการจำนวนหลายพันคน การติดตั้งไฟแดงแจ้งสัญญาณน่าจะใกล้เกินไป และพบว่ารถยนต์จะจอดและรถจักรยานยนต์ไม่ยอมจอด และบริเวณนั้นไม่มีทางข้ามถนนอื่นหรือทางม้าลายทำให้ต้องข้ามในจุดที่เกิดเหตุ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หน้าวิทยาลัยนาฏศิลป์มีสัญญาณคนข้ามถนน แต่ไม่มีรถหยุดให้ข้าม และพุ่งผ่านไปด้วยความเร็ว สอบถามถึงสาเหตุที่ไม่ยอมจอดเมื่อมีสัญญาณไฟ พบว่าหลายคนสับสนและมองไม่เห็นสัญญาณไฟแดง มีการกระทำที่ไม่ปลอดภัยจากการขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัส&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) : ภาพ. &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67918</URL_LINK>
                <HASHTAG>ม.มหิดล, รศ.ดร.สายฤดี วรกิจโภคาทร, รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี, รศ.นพ.อดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์, รศ.พญ.นิตยา คชภักดี, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200605/image_big_5eda21c12d884.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
