<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>83411</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/11/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/11/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เร่งกู้วิกฤติเบาหวาน คร่าชีวิต200ราย/วัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; 14 พฤศจิกายนของทุกปี ถูกกำหนดให้เป็นวันเบาหวานโลก ซึ่งในปี พ.ศ.2563 นี้ สมาพันธ์เบาหวานนานาชาติ (IDF: International Diabetes Federation) ได้กำหนดให้มีการรณรงค์ในหัวข้อ Nurses Make the Difference for Diabetes หรือในชื่อภาษาไทยที่ว่า เปลี่ยนวิกฤติเบาหวานด้วยพลังแห่งการพยาบาล วันเบาหวานโลก 2563
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การรณรงค์ในปีนี้ สมาพันธ์เบาหวานนานาชาติมีความมุ่งหมายที่จะสร้างความตระหนักของผู้คนบนโลกต่อบทบาทหน้าที่ที่สำคัญของพยาบาล ในการร่วมคัดกรอง ให้คำแนะนำการปฏิบัติตนเพื่อการป้องกันและรักษาโรคเบาหวานตลอดจนภาวะแทรกซ้อน นอกจากนี้ พยาบาลยังมีส่วนช่วยในการเสริมพลังใจให้ผู้ป่วยและครอบครัว ทำให้ผู้เป็นเบาหวานสามารถอยู่กับโรคเบาหวานได้อย่างปกติ มีความสุข มีกำลังใจที่จะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้สอดคล้องไปกับเป้าหมายที่คาดหวังในการดูแลรักษา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ องค์การอนามัยโลก (WHO: World Health Organization) ได้เผยตัวเลขที่น่าสนใจว่า ปัจจุบันบุคลากรทางการแพทย์และการสาธารณสุขทั่วโลกนั้น อยู่ในวิชาชีพพยาบาลมากถึงร้อยละ 59 ของจำนวนทั้งหมด ซึ่งเป็นเหตุผลสำคัญที่การรณรงค์ในปีนี้จึงมุ่งไปที่การสนับสนุนบทบาทของพยาบาล ซึ่งเป็นกำลังที่สำคัญอย่างยิ่งในการต่อสู้กับเบาหวานในระดับโลก อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่สำคัญที่เกิดขึ้นในทุกประเทศก็ยังคงเป็นเรื่องการขาดแคลนจำนวนบุคลากรสายการพยาบาล มีการประเมินว่าทั่วโลกยังต้องการพยาบาลอีกอย่างน้อย 6 ล้านคน จึงจะเพียงพอต่อการขับเคลื่อนระบบสาธารณสุขให้เดินหน้าไปได้ด้วยดี อีกทั้งพยาบาลควรมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างน้อยร้อยละ 8 ต่อปี เพื่อให้มีจำนวนพยาบาลเพียงพอในปี พ.ศ.2573
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับสถานการณ์โรคเบาหวานในประเทศไทย ศ.เกียรติคุณ พญ.วรรณี นิธิยานันท์ นายกสมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทยฯ เผยว่า &amp;ldquo;เราประมาณการว่าตอนนี้ในประเทศไทยมีผู้ป่วยเบาหวานอยู่ราว 5 ล้านคน หรือเปรียบเทียบได้ว่า 1 ใน 11 คนไทยที่อายุ 15 ปีขึ้นไป กำลังป่วยด้วยโรคเบาหวาน และมีอัตราเพิ่มขึ้นประมาณหนึ่งแสนคนต่อปี ซึ่งในจำนวนนี้มีถึง 40% ที่ไม่รู้ว่าตัวเองป่วย ขณะที่ผู้ได้รับการวินิจฉัยและดูแลรักษามีเพียง 54.1% หรือเพียง 2.6 ล้านคน ในจำนวนนี้มีเพียง 1 ใน 3 คนที่สามารถบรรลุเป้าหมายในการรักษา ทำให้อัตราการเสียชีวิตจากโรคเบาหวานในเมืองไทยมีมากถึง 200 รายต่อวัน&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ประเทศไทยเป็นหนึ่งในกลุ่มประเทศที่มีอัตราความชุกของโรคเพิ่มขึ้นรวดเร็ว เช่นเดียวกับประเทศในแถบแอฟริกา แปซิฟิกตะวันตก และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่น่าเป็นห่วงมากสำหรับประเทศไทยคือ ความชุกของเบาหวานที่เกิดจากปัญหาโรคอ้วนและพฤติกรรมการใช้ชีวิตในเด็กวัยรุ่นและวัยหนุ่มสาวเพิ่มขึ้น และมีแนวโน้มที่สูงขึ้น ซึ่งกลุ่มนี้เป็นคนวัยทำงานและเป็นกำลังหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ&amp;rdquo; ศ.เกียรติคุณ พญ.วรรณี นิธิยานันท์ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รศ.นพ.เพชร รอดอารีย์ เลขาธิการสมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทยฯ เปิดเผยอีกด้วยว่า เรื่องที่เป็นความภาคภูมิใจของประเทศ นั่นคือ การได้รับคัดเลือกให้เป็นเจ้าภาพจัด The International Diabetes Federation Congress 2021 หรือ World Diabetes Congress 2021 เป็นงานประชุมใหญ่ของสมาพันธ์เบาหวานนานาชาติ 2564 ซึ่งจะเกิดขึ้นระหว่างวันที่ 6-9 ธันวาคม พ.ศ.2564 เมื่อพิจารณาจากทรัพยากร ความพร้อม และความมุ่งมั่นในการจัดการวิกฤตการณ์เบาหวาน จากสมาชิกทั้งหมด 168 ประเทศ Bangkok IDF Congress 2021 จึงถือได้ว่าเป็นก้าวสำคัญในการประกาศศักยภาพของประเทศไทยบนเวทีโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาของการแพร่ระบาดของ COVID-19.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83411</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณภาพชีวิต, รศ.นพ.เพชร รอดอารีย์, โลกวัยเกษียณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201110/image_big_5faa825463f3c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
