<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>112433</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/08/2021 17:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/08/2021 09:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รู้ลึก&quot;ฟ้าทะลายโจร&quot;กินหวังรอดจากโควิดไม่ง่าย   ข้อควรระวังยุ่บยั่บ -ห้ามใช้ในเด็กเด็ดขาด   </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
7ส.ค.64- คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาล้ยได้จัดเสวนา &amp;ldquo;ฟ้าทะลายโจร ในสภาวะวิกฤต คุณภาพ ราคา และความปลอดภัย&amp;rdquo; &amp;nbsp;โดยรศ.ภญ.ดร.มยุรี ตั้งเกียรติกำจาย คณะเภสัชศาสตร์ ม.ศรีนครินทรวิโรฒ ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับฟ้าทะลายโจรว่า ในความเป็นจริง ยังไม่มีงานวิจัยยืนยันว่าผู้ป่วยโควิดกินฟ้าทะลายโจรแล้วสามารถป้องกันโควิดได้ กรมการแพทย์แผนไทย กรมการแพทย์ หรือทางอภัยภูเบศร์ ก็มีความเห็นตรงกันว่าไม่แนะนำให้ใช้ยาฟ้าทะลายโจรในการกินเอง เพื่อป้องกันโควิด เนื่องจาก พบปัญหาผู้ป่วยที่กินฟ้าทะลายโจรซึ่งกินเพื่อป้องกัน ในขนาดยาที่ต่ำติดต่อกันหลายเดือน &amp;nbsp;เมื่อตรวจพบว่ามีค่าตับเพิ่มขึ้น &amp;nbsp; และในช่วงนี้ต้องยอมรับว่าฟ้าทะลายโจร มีของปลอมที่สามารถปลอมได้เนียนเหมือนทุกอย่าง ทั้งเลขทะเบียนหรือผู้ผลิต การไม่ระบุสารแอนโดรกราโฟไลด์อยู่ในฉลาก จึงทำให้การตรวจสอบยากขึ้น และการขึ้นทะเบียนก็ขึ้นเป็นยาแผนโบราณ &amp;nbsp;ไม่สามารถขึ้นทะเบียนเป็นอาหารเสริม เพราะผิดกฎหมาย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.มยุรี กล่าวต่อว่า สำหรับฟ้าทะลายโจร แบ่งออกเป็นชนิดผงที่จะไม่ทราบสารแอนโดรกราโฟไลด์ &amp;nbsp;และสารสกัดที่ทราบสารแอนโดรกราโฟไลด์ ซึ่งมีขายในปัจจุบัน แต่สารสกัดที่ทราบสารแอนโดรกราโฟไลด์ค่อนข้างหายาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ทั้งนี้ &amp;nbsp;จากประสบการณ์การใช้ผงฟ้าทะลายโจรที่มีสารสำคัญแอนโดรกราโฟไลด์กับผู้ติดเชื้อโควิดจำนวน 30 คน &amp;nbsp;โดย นพ.เอนก มุ่งอ้อมกลาง ที่นำมาใช้กับผู้ต้องขังที่ป่วยโควิด ณ เรือนจำกลาง กรุงเทพฯ เมื่อช่วงเดือนเม.ย.64 ซึ่งมีการระบาดของสายพันธุ์แอลฟ่า โดยนพ.เอกน ได้ใช้ผงฟ้าทะลายโจร 1 แคปซูล ซึ่งมีสารแอนโดรกราโฟไลด์ ปริมาณ12 มก.ต่อวัน แบ่งให้ผู้ป่วยกินครั้งละ 4 เม็ด วันละ 3 ครั้ง หรือ 12แคปซูล เท่ากับ 144 มก. นาน 5 วัน พร้อมกับทำการ Swab &amp;nbsp;จมูกในทุก 2 วัน และหลังจากผู้ต้องขังได้กินฟ้าทะลายโจรไป 8 วัน ผลปรากฎว่าพบเชื้อโควิดแล้ว &amp;nbsp; &amp;nbsp;และมีการตรวจค่าตับของผู้ป่วยจากการใช้ยาฟ้าทะลายโจรไป 20 วัน ผลปรากฎว่าใน 30 คน พบ 5 คนที่มีค่าตับเพิ่มขึ้นสูงเกิน 2 เท่า หรือ 16% บางคนสูงถึง 4-5 เท่า จึงจะต้องมีการประเมินอาการอีกครั้งว่าเกิดจากผงฟ้าทะลายโจรหรือไม่ ซึ่งเป็นส่วนในขั้นตอนการวิจัย ที่จะต้องมีการติดตามและยืนยันประสิทธิผลและความปลอดภัย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;โดยตามบัญชียาหลักแห่งชาติระบุว่า ฟ้าทะลายโจรให้ใช้บรรเทาอาการหวัดขนาดสูงสุดสำหรับผู้ใหญ่ &amp;nbsp;การบริโภคอยู่ที่ครั้งละ 3 กรัมต่อครั้ง วันละ 4 ครั้ง หรือ 12 กรัมต่อวัน ดังนั้น ถ้าต้องใช้ผงฟ้าทะลายโจรแต่ไม่รู้ปริมาณแอนโดรกราโฟไลด์ จึงแนะนำให้ใช้การคำนวนตามบัญชียาหลักแห่งชาติ อย่างฟ้าทะลายที่ระบุในฉลากว่า 1 แคปซูล มี 400 มก หากติดเชื้อต้องใช้ขนาดยาสูงสุดใน 1 มื้อ ทาน 7 เม็ด &amp;nbsp;วันละ 4 ครั้ง ไม่ควรเกิน 180 มก.ต่อวัน เพื่อให้ระดับยาเพียงพอในการไปยับยั้งการแตกตัวของไวรัส &amp;nbsp;และจากที่กรมการแพทย์ ได้ออกหนังสือถึงแนวทางปฏิบัติในการดูแลผู้ป่วยโควิดว่า ผู้ป่วยในกลุ่มสีเขียว ที่ไม่มีอาการ หากต้องใช้ฟ้าทะลายโจรให้อยู่ในดุลพินิจของแพทย์ เลี่ยงอาการไม่พึงประสงค์ และในผู้ป่วยที่ใช้ยาฟาวิพิราเวียร์อยู่แล้ว ห้ามใช้ฟ้าทะลายโจรร่วมด้วย เนื่องจากยังอยู่ในขั้นตอนของการวิจัยประสิทธิภาพในการใช้ยาฟาวิพิราเวียร์ร่วมกับฟ้าทะลายโจร&amp;rdquo; ดร.มยุรี ระบุ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดร.มยุรี &amp;nbsp;กล่าวต่อว่า ดังนั้นหากจะทานยาฟ้าทะลายโจรที่สอดคล้องกับงานวิจัยในปัจจุบัน ที่อาจจะมีผลกับการรักษาโควิดอย่างน้อยต้องรู้ปริมาณแอนโดรกราโฟไลด์ หรือการรักษาในผู้ป่วยโควิดตามที่กรมการแพทย์เสนอให้กิน 180 มก.ต่อวันหรือเท่ากับ 60 มก.ต่อ 3 ครั้ง ติดต่อกัน 5 วัน หากอาการดีขึ้นควรหยุดยา ไม่ควรกินนานเกิน 14 วัน &amp;nbsp;สำหรับคนที่ไม่มีความเสี่ยงเกี่ยวกับตับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
แต่ในผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงต่อตับ อาจจะต้องลดขนาดการให้ยาจาก 180 มก. เหลือ 144 มกต่อวัน ซึ่งการใช้ฟ้าทะลายโจรคาดการณ์ได้ยาก เพราะมีเคสที่ใช้ฟ้าทะลายโจรแค่ 3 วัน ค่าตับก็เพิ่มเช่นเดียวกัน ดังนั้นการประเมินให้ใช้ยาก็ต้องขึ้นอยู่กับตับในร่างกายของแต่ละคนด้วย และหากผู้ติดเชื้อ มีฟ้าทะลายโจรปลูกไว้ที่บ้าน ต้นเริ่มมีการออกดอก ใบ ในช่วงนั้น จะมีสารแอนโดรกราโฟไลด์สูงที่สุด &amp;nbsp;สามารถนำมากินสดๆ ได้ครั้งละ 5-10 ใบต่อ 3-4 ครั้งต่อวัน &amp;nbsp;ติดต่อกัน 5 วัน เต็มที่ 14 วัน &amp;nbsp;ซึ่งจะมีความปลอดภัยมากกว่าในรูปแบบสารสกัด แต่หากอาการไม่ดีขึ้นควรติดต่อรับยาฟาวิพิราเวียร์ทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในกรณีที่ผู้ป่วยกินยาฟ้าทะลายโจรเพื่อป้องกันมาก่อน ดร.มยุรี &amp;nbsp;กล่าวว่า ต้องตรวจค่าตับ หากตรวจพบค่าตับสูง ก็ไม่สามารถเริ่มรักษาด้วยยาฟาวิพิราเวียร์ &amp;nbsp;เพราะยาฟาวิพิราเวียร์มีพิษต่อตับมากกว่าฟ้าทะลายโจรอีก &amp;nbsp;อีกทั้ง ไม่ควรใช้ฟ้าทะลายโจรร่วมกับยาพาราเซตตามอลบ ยาลดไขมัน ยาลดความดัน เพราะจะทำระดับออกฤทธิ์ของยาเพิ่มขึ้น &amp;nbsp;และเกิดอาการไม่พึ่งประสงค์ &amp;nbsp;ส่วนฟ้าทะลายโจรที่มีข้อมูลว่ามีฤทธิ์บำรุงตับนั้น เป็นเพียงการวิจัยในสัตว์ทดลองเท่านั้น &amp;nbsp; ซึ่งมีการคาดการณ์กลไกที่ทำให้เกิดพิษต่อตับคือ สารอัลคาร์ลอย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการใช้ฟ้าทะลายโจรกับเด็ก ดร.มยุรี &amp;nbsp;บอกว่า งานวิจัยยังไม่มีการศึกษาในเด็กที่เป็นโควิด แต่ในต่างประเทศมีการวิจัยศึกษาในเด็กที่เป็นหวัดเท่านั้น ดังนั้น หากให้เด็กกินฟ้าทะลายโจรจะต้องมีขนาดยาต่ำกว่าผู้ใหญ่ 6 เท่า คือ ในเด็กอายุ 4-11 ขวบ &amp;nbsp;กินฟ้าทะลายโจรที่มีสารแอนโดรกราโฟไลด์ &amp;nbsp;30 มก.ต่อวันต่อ 3 ครั้ง ส่วนอายุ 12 ปีขึ้นไปนำหนักไม่ถึง 50 กก. แนะนำให้ใช้สารแอนโดรกราโฟไลด์ &amp;nbsp;3-3.5 มก.ต่อนำหนักตัว 1 กก.ต่อวันต่อ 3 ครั้ง &amp;nbsp; ติดต่อกัน 5 วัน &amp;nbsp;ซึ่งการใช้ยาควรระวัง &amp;nbsp;เพราะหากเด็กกินฟ้าทะลายโจรเกินขนาดจะเป็นอันตรายต่อตับมากกว่าผู้ใหญ่ ทางที่ดีควรนำเด็กติดเชื้อ เข้ารับการรักษากินยาน้ำฟาวิพิราเวียร์เป็นดีที่สุด
&amp;quot;ทั้งนี้มูลนิธิสุขภาพไทย ได้มีคำแนะนำให้กินฟ้าทะลายโจร ที่ทราบสารแอนโดรกราโฟไลด์ในปริมาณ 60-120 มก. จำนวน 4 ครั้งต่อวัน เนื่องจากกลไกการรักษาที่ใช้ฟ้าทะลายโจรเกิดจากการออกฤทธิ์ของสารหลายชนิด และกินใบสดปริมาณอยู่ที่ 10-14 กรัม โดยกินวันละ 2.5-3.5 กรัมเท่านั้น &amp;quot; ดร.มยุรีกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สภาวะวิกฤตฟ้าทะลายโจร ในมุมผู้บริโภค สารี อ่องสมหวัง จากสภาองค์กรของผู้บริโภค ให้ข้อมูลว่าสภาฯ จะเกี่ยวข้องกับฟ้าทะลายโจรใน 3 เรื่องหลัก ได้แก่ 1.เป็นตัวแทนคุ้มครองผู้บริโภคที่ใช้ฟ้าทะลายโจร 2.จัดทำข้อเสนอถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 3.การเฝ้าระวังเตือนภัย ร่วมถึงการร้องเรียนปัญหา ซึ่งขณะนี้เกิดวิกฤตฟ้าทะลายโจรขึ้นจริง &amp;nbsp;จากสถิติการค้นหาคำว่า ฟ้าทะลายโจรพบว่า มีการค้นหามากกว่า 2.3 ล้านครั้ง &amp;nbsp; ซึ่งในเรื่องของข้อมูล อย่างแรกที่ผู้บริโภคควรสามารถหาพบคือ วิธีการใช้ หรือสรรพคุณ แต่สิ่งที่ค้นเจอคือ ข้อความเชิญชวนซื้อฟ้าทะลายโจร และพบว่าแพลตฟอร์มออนไลน์ ที่มีการซื้อขายมากที่สุดคือ &amp;nbsp;ลาซาด้า ที่มีการลงขายฟ้าทะลายโจรกว่า 18,000 รายการ &amp;nbsp;มีราคาแตกต่างกันตั้งแต่ 100-690 บาท ซึ่งแพงกว่าราคากลาง &amp;nbsp; รองลงมาคือในช้อปปี้กว่า 6,000 รายการ และเจดี เซ็นทรัลจำนวน 16 รายการ หรือในทีวีไดเร็คจำนวน 4 รายการ ที่ขายพ่วงกับยาอื่นๆ ซึ่งตามประกาศคณะกรรมการพัฒนาระบบยาแห่งชาติ ได้กำหนดราคาฟ้าทะลายโจรอยู่ที่ 94 สตางค์ต่อชนิดแคปซูล 500 มิลลิกรัมหรือ 1 เม็ด แต่จากที่สำรวจพบผู้บริโภคไม่สามารถซื้อได้ในราคาดังกล่าว อีกทั้งการพบฟ้าทะลายโจรปลอม มีการสวมเลข อย.ปลอม หรือใส่เลขในส่วนของอาหารเสริม เป็นต้น&amp;nbsp;&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นผู้บริโภคสามารถใช้สิทธิของตนได้ หากพบราคาสูงเกิดกำหนด และทางสภาฯได้ขอความร่วมมือกับร้านค้าออนไลน์ ในการนำสินค้าออกหน้าร้านออนไลน์ในกรณีที่ขายเกินราคา แต่การตรวจสอบก็ยังเป็นไปได้ยาก โดยกระทรวงพาณิชย์ได้ออกมาแจ้งว่า ขณะนี้ &amp;nbsp;ยังไม่มีการควบคุมร้านค้าที่จำหน่ายฟ้าทะลายโจร แต่หากเมื่อไหร่ทำราคาปั่นป่วน ประชาชนสามารถร้องเรียนได้ทันที และตามมาตรา 29 ของพ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 ได้กำหนดให้ยาเป็นสินค้าควบคุมราคา ห้ามขายเกินฉลากข้างกล่อง ดังนั้นเมื่อผู้บริโภคพบอาจจะแจ้งได้ที่สถานีตำรวจ หรือกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์โดยตรง &amp;quot;นางสาวสารีกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รศ.ภญ.ดร.สุนทรี ชัยสัมฤทธิ์โชค คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวเสริมว่า ปัจจุบันฟ้าทะลายโจร ที่มีปัญหากับผู้บริโภค &amp;nbsp;เพราะไม่มีการระบุปริมาณสารแอนโดกราไฟไลต์ &amp;nbsp;อย่างฟ้าทะลายโจรของอภัยภูเบศร์ก็ไม่ได้มีการระบุปริมาณสารแอนโดรกราโฟไลด์ที่ชัดเจนข้างขวด แต่มีการระบุในโปสเตอร์ที่เผยแพร่ว่า ฟ้าทะลายโจร 400 มก.ต่อแคปซูลมีสารแอนโดรกราโฟไลด์ &amp;nbsp;12-16 มก. หรือบางยี่ห้อที่ระบุในฉลากว่าทานเพื่อป้องกันโควิด หรือระบุว่าฟ้าทะลายโจรมีปริมาณสารแอนโดรกราโฟไลด์ไม่น้อย &amp;nbsp;6% ใน 500 มก. ซึ่งจะต้องระวังเช่นเดียวกัน และปัญหาในการไม่ระบุปริมาณสารแอนโดรกราโฟไลด์ ให้ชัดเจนทั้งในรูปแบบผงหรือสารสกัดก็ตาม เนื่องจากไม่ได้มีข้อบังคับในการขึ้นทะเบียนตามกฎหมาย &amp;nbsp; เบื้องต้นการตรวจสอบ คือ เช็คเลขทะเบียนผลิตภัณฑ์ตัว G หรือการเช็คสารแอนโดรกราโฟไลด์ในบางผลิตภัณฑ์ ต้องเข้าไปดูข้อมูลในเว็บไซต์กองผลิตภัณฑ์สมุนไพร ซึ่งมีการพยายามจะขึ้นทะเบียนฟ้าทะลายโจรแบบฉุกเฉิน โดยต้องร่วมมือกับผู้ประกอบด้วยให้ยินยอม ให้ตรวจว่าผลิตภัณฑ์มีสารแอนโดรกราไฟไลด์ตามมาตรฐานที่กำหนดหรือไม่ &amp;nbsp; เพื่อให้สามารถออกฉลากระบุเป็นยาสำหรับรักษาโควิดได้ ซึ่งจะมีประโยชน์สำหรับประชาชน ไม่ต้องคำนวนปริมาณสารแอนโดรกราโฟไลด์เอง ระเบียบนี้ ยังม่สามารถทำได้เนื่องจากติดอยู่ในสถานการณ์ฉุกเฉิน ไม่สามารถทำได้ทันที &amp;nbsp;
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112433</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ฟ้าทะลายโจร, รศ.ภญ.ดร.มยุรี ตั้งเกียรติกำจาย, รศ.ภญ.ดร.สุนทรี ชัยสัมฤทธิ์โชค, สารี อ๋องสมหวัง, สารแอนโดรกราโฟไลด์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210806/image_big_610d0ef9d36e9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
