<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>28035</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/02/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/02/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไทยในมิติที่ &quot;ไม่มองกันเอง&quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; มันใช่เลย.....!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ผู้ว่าฯ กทม. &amp;quot;พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง&amp;quot; พูดกลางเมืองเมื่อวาน (๓๑ ม.ค.๖๒)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมไม่รู้เรื่องแก้ฝุ่น อยากเชิญผู้มีความรู้เรื่องบินโดรน และการแก้ปัญหาฝุ่นมาร่วมแสดงความเห็นกับผมวันนี้ เวลา ๑๔.๐๐ น. ที่ศาลาว่าการ กทม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เราทำ คิดว่ามันต้องดีขึ้น ถ้าเราไม่ทำ ก็ว่าเราอยู่เฉยๆ ทำ ดีกว่าไม่ทำอะไรกันเลย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาบอกผม ผมเป็นคนทำ ผมไม่รู้ทุกเรื่องหรอก คิดแล้วมาบอกเราให้ทำ ไม่ใช่บอกตามสายลม&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แล้วเมื่อวาน....&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน นักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญ ผู้มีความรู้เฉพาะทาง ผู้ประกอบการ และผู้รับเหมาใน กทม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กว่า ๓๐๐ คน พรึ่บ..เต็มห้องประชุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นี่แหละไทย ที่คนทั้งโลกทึ่ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีปัญหาเมื่อไหร่ จากไทยกัดกัน จะแปรสภาพเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ที่เรียก &amp;quot;ไทยสามัคคี&amp;quot; ในบัดดล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขนาดยังไม่ทันลงมือ แค่เห็นไทยคนละไม้คนละมือผนึกใจสู้ฝุ่น ชาวพาราบอก จมูกโล่งขึ้นเยอะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระบวนการปราบฝุ่นใต้ธงอัศวินชุดนี้ ออกปฏิบัติการเมื่อไหร่ จะได้ผลหรือไม่ได้ผลขนาดไหน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมเชื่อ ในเมื่อชาวบ้านได้ใจการทำงาน ก็จะไม่มีใครติดใจในประเด็นนั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะทุกคนรู้......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มันเป็น &amp;quot;ปัญหาร่วม&amp;quot; สะสมมาค่อนศตวรรษ ต้องใช้เวลา ใช้ความร่วมมือ และใช้ความอดทน จากทุกคน-ทุกฝ่าย ช่วยกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ใช่เอะอะ โทษรัฐบาล ผลักเป็นภาระรัฐบาลตะพึด!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเด็นก็ตรงปัญหา &amp;quot;เร่งด่วน&amp;quot; เฉพาะหน้านี่แหละ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถึงจุด อึดอัดหนอ หายใจไม่ออกหนอ จะตายแล้วหนอ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จะอ้วกใส่ตัวเอง ก็กระไรอยู่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อ้วกใส่รัฐบาลดีกว่า โดยเฉพาะ &amp;quot;รัฐบาลประยุทธ์&amp;quot; ถือว่า อินเทรนด์ ร่วมสมัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมัยของใคร?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็สมัยของ ตะกวดวิชาการ ตะกวดการเมือง ฝูงหนึ่ง ที่ &amp;quot;รุมทึ้ง&amp;quot; อยู่รายวันนั่นไง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขืนให้ประยุทธ์อยู่ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จานดาวเทียม-จานบิน&amp;quot; กลายเป็น &amp;quot;จานข้าวหมา&amp;quot; แน่ๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พูดแล้วอดขำ &amp;quot;คิดไง-พูดงั้น&amp;quot; ของนายกฯ เมื่อวานไม่ได้ ให้สัมภาษณ์หลายเรื่อง มีอยู่คำ ท่านว่า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ไม่ต้องออกมาคาดจมูกแถลงสร้างภาพหรอก&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมคิดอย่างนั้นแต่วานซืนแล้ว......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเห็นภาพนายแพทย์ ๔-๕ ท่าน สวมสูทออกมานั่งเรียงแถวให้สัมภาษณ์ ด้านหลังมีป้ายเขียนว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แพทยสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เครือข่ายวิชาชีพสุขภาพเพื่อสังคมไทยปลอดบุหรี่ เครือข่ายวิชาชีพแพทย์ในการควบคุมการบริโภคยาสูบ ศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ ชมรมลมวิเศษ ฯลฯ ร่วมแถลงข่าว &amp;ldquo;ถอด N95 ร่วมแก้ปัญหาฝุ่นจิ๋ว&amp;rdquo; เพื่อเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กที่กำลังปกคลุมกรุงเทพมหานครและปริมณฑลอย่างหนาแน่น และส่งผลต่อสุขภาพของประชาชน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ คุณหมอครับ....
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท่านแถลงด้วยสำนึกแพทย์ที่มีต่อสังคม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หรือ.....
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท่านต้องการ &amp;quot;ดรามาทางสังคมเพื่อการเมือง&amp;quot; มิทราบ?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าด้วยสำนึกต่อสังคม แถลงในอาคาร ในห้อง มีแอร์ ไม่ต้องสวมหน้ากากปิดจมูก-ปิดปากเป็นตัวการ์ตูนญี่ปุ่นอย่างนั้นก็ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จริงๆ แล้ว มันยังไม่แย่ถึงขั้น อย่างที่พวกท่านแปลงตัวเป็นไอ้กาโม่ออกฉากนั่นหรอก!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท่านหนึ่ง จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ แถลงตอนหนึ่งว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ปัญหาฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่ภาคเหนือ มีมานานกว่า ๒ ทศวรรษ และมีแนวโน้มรุนแรงเพิ่มขึ้น มาตรการที่ใช้อยู่ยังไม่เพียงพอ หรือเรียกว่า &amp;ldquo;ล้มเหลว&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๒ ทศวรรษ คือ ๒๐ ปี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คุณหมออยู่เชียงใหม่ มีชีวิตรอดมาได้ จนมีโอกาสสวมหน้ากากกันฝุ่นแถลงข่าวเอาตอนรัฐบาล คสช. ใน พ.ศ.๒๕๖๒
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็น่าเชื่อถือใน &amp;quot;น้ำใส-ใจจริง&amp;quot; ของท่านนะครับ!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่แถลงวานซืน บอกว่าเพื่อเสนอแนวทางแก้ไขปัญหา แต่ฟังทั้งหมดแล้ว ไม่เห็นตรงไหนเป็นทางแก้เลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เห็นแต่ นำปัญหา ๒๐ ปีเชียงใหม่ มาขยี้ใส่ กทม. ที่เป็นปัญหาเฉพาะหน้าอยู่ตอนนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดูแล้ว...ผมว่า เป็นความปรารถนาดี ที่มันแปร่งๆ ยังไงชอบกล?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ไม่แปร่งต้องอย่างที่ &amp;quot;ผู้ว่าฯ กทม.&amp;quot; ร้องขอ ภาครัฐ-ภาคเอกชน นักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญ ใครก็ได้ ที่จริงใจ มาช่วยกันหาวิธีการรับมือฝุ่นพิษตอนนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็มากันพรึ่บอย่างที่บอก!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัญหาต้องทำวันนี้ เพื่อให้เกิดผลระยะยาวในวันต่อๆ ไป ทาง กทม.ก็แจกแจงหลายประเด็น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ภาค &amp;quot;จิตสาธารณะ&amp;quot; เพื่อวิกฤติเฉพาะหน้านี่ซี เห็นแล้วตื้นตัน มากันด้วยใจพรึ่บพรั่บ น่าดีใจจริงๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นายสนธิ คชวัฒน์&amp;quot; ผู้ทรงคุณวุฒิด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ สภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชื่นชมผู้ว่าฯ กทม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กล้าประกาศ พื้นที่ควบคุมเหตุรำคาญ ตาม พ.ร.บ.สาธารณสุข พ.ศ.๒๕๓๕&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถือเป็นมาตรการระยะสั้น &amp;quot;ที่จำเป็น&amp;quot; ต้องดำเนินการเร่งด่วน แม้จะช่วยบรรเทาปัญหาได้เพียง &amp;quot;ชั่วระยะหนึ่ง&amp;quot; ก็ตาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;รศ.วีรชัย พุทธวงศ์&amp;quot; กรรมการสภา ม.เกษตรศาสตร์ บอก สิ่งที่ผู้ว่าฯ กทม.สามารถทำทันที นั่นคือ การแก้ไขฝุ่นละออง PM 10&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนฝุ่น PM 2.5 มองว่ามาตรการที่ กทม.ดำเนินการ ทำได้ยาก เพราะฝุ่นมีขนาดเล็กมาก เกินประสิทธิภาพที่เครื่องมือและอุปกรณ์ฉีดน้ำของ กทม.จะแก้ได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่...ดีกว่า กทม.ไม่ทำอะไรเลย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การนำโดรนขึ้นบินฉีดพ่นละอองน้ำสะอาดในอากาศช่วยดูดจับฝุ่นละออง มองว่าเป็นการแก้ไขปัญหาที่ดี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ทั้งนี้ การดำเนินการทั้งหมดนั้น เป็นการวิ่งไล่จับฝุ่นทั้งสิ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จึงเสนอ กทม.ให้ติดตั้งเครื่องกรองอากาศเช่นเดียวกับประเทศจีน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ตอนนี้คงก่อสร้างไม่ทัน เพราะใช้งบจำนวนมากและระยะเวลาก่อสร้างนาน แต่ในอนาคตคาดว่าจะต้องเกิดขึ้นแน่ โดยวิธีการของเครื่องกรองอากาศจะเป็นการดูดอากาศเข้ามา&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชนชาวโซเชียล วัน-สองวันนี้ คงเห็นข่าว &amp;quot;น.ท.ปิยะ ตรีกาลนนท์&amp;quot; ประธานกรรมการ บริษัท บางกอกเอวิชั่น เซ็นเตอร์ จำกัด&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาสานำเครื่องบินขนาดเล็ก ขึ้นบินฉีดน้ำทั่วกรุงเทพฯ กันบ้างกระมัง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวาน &amp;quot;รศ.วีรชัย&amp;quot; บอกที่ประชุมด้วยว่า มก.กำลังร่วมมือกับโรงเรียนการบินกรุงเทพ ขอ น.ท.ปิยะนั่นแหละ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ใช้เครื่องบินเล็ก ๔๗ ลำ ของ น.ท.ปิยะ ติดตั้งเครื่องบรรจุน้ำประกอบอุปกรณ์ บินพ่นน้ำในอากาศ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท่านอาสาทำให้ฟรี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขอเพียงน้ำสะอาดจากภาครัฐ กับการอนุญาตขึ้นบินตามเงื่อนไขกฎหมายเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ท.ปิยะบอก ต้องการช่วยบรรเทาปัญหาฝุ่นละอองใน กทม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การใช้ละอองขนาดเล็กผ่านเครื่องบินขนาดเล็ก จะมีประสิทธิภาพมากกว่าการใช้โดรน แม้จะบรรจุน้ำได้ ๑๕๐ ลิตร/ลำ ก็ตาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จะบินเกาะกลุ่มเรียงหน้ากระดาน รัศมีทำการบินประมาณ ๑ กม. ด้วยเครื่องบิน ๑๕-๒๐ ลำ ความเร็ว ๑๒๐ กม./ชม.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บินทั้งหมด ๒๕ รอบ ฉีดพ่นน้ำครอบคลุมพื้นที่ กทม.ทั้งหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เท่าที่ฟัง ถ้าเอาตามนี้ จะเริ่มบินตั้งแต่ ๙ โมงเช้า วันที่ ๒ ก.พ. ด้วยความสูง ๕๐๐-๑,๐๐๐ ฟุต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากภารกิจนี้ น.ท.ปิยะ เสนอให้ กทม.ชะล้างผิวถนน เพื่อป้องกันการลอยตัวของฝุ่นละอองขึ้นมาบนชั้นบรรยากาศอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อันนี้ ผมเก็บมาเล่า.....
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้วยต้องการให้เห็นถึงเนื้อแท้สังคมไทย จริงๆ แล้ว ไทยเป็นสังคมชาติ น่าอิจฉามาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถึงจุดหนึ่ง จะไม่ &amp;quot;เกี่ยงเขา-เกี่ยงเรา&amp;quot; และไม่เอาแต่โทษคนโน้น-ด่าคนนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จะขมีขมันช่วยกัน!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น่าดีใจขึ้นไปอีก อ่านข่าวพบ &amp;quot;สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)&amp;quot; กระทรวงศึกษาฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประดิษฐ์นวัตกรรม ช่วยลดจำนวนฝุ่นละออง เช่น เครื่องพ่นละอองน้ำ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จะผลิตไม่น้อยว่า ๒๕๐ เครื่อง นำไปติดตั้งตามพื้นที่มีค่าฝุ่นละอองขั้นวิกฤติ เช่น ตามสถานศึกษาและส่วนราชการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่เพียงแค่นั้น.....
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สอศ.ยังระดมนักศึกษาผลิตหน้ากากหรือผ้าแมส ทำจากผ้าฝ้าย ผลิตมาตรฐาน ป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็กได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ใช้แล้วนำไปซัก นำกลับมาใช้ใหม่ได้ด้วย!&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จะผลิตแสนชิ้น ตอนนี้ผลิตและแจกให้ประชาชนไปแล้วกว่า ๕ หมื่นชิ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครับ...นี่แหละ ทุกอย่างต้องเริ่มที่ &amp;quot;ลงมือทำ&amp;quot; ก่อน ผิดช่างมัน เพราะถูกทั้งหมดในโลกนี้ มาจาก &amp;quot;ผิดก่อน&amp;quot; ทั้งนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และถ้าทุกคน เปลี่ยนทัศนคติการมองปัญหาอย่างที่เป็นกันอยู่เสียบ้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็จะเห็นว่า &amp;quot;ประเทศไทย-คนไทย&amp;quot; ไม่ได้แย่ อย่างที่ฮึ่มๆ แฮ่ๆ ใส่กันทุกวันนี้หรอก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28035</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง, รศ.วีรชัย พุทธวงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180511/image_big_5af4fe504cfd9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28029</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/02/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/02/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขู่ใช้ยาแรงแก้ฝุ่นพิษ นายกลั่นไม่ได้ผลยกระดับขึ้น/กทม.ส่งโดรนพ่นนํ้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กทม.เปิดปฏิบัติการแก้ฝุ่นพิษ ส่งโดรน 5 ลำขึ้นบินฉีดพ่นละอองน้ำ 6 จุดวิกฤติ เอกชนเตรียมส่งเครื่องบินเล็ก 47 ลำช่วยอีกแรง พร้อมนัด 3 ก.พ.จัดบิ๊กคลีนนิ่งใหญ่ทั่วกรุง &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ย้ำเร่งแก้ปัญหา PM 2.5 เต็มที่ ชี้หากไม่ได้ผลอาจยกระดับมาตรการแรงขึ้น แจงปิด รร.ห่วงเด็กภูมิต้านทานต่ำ &amp;quot;คพ.&amp;quot; เผยแนวโน้มอากาศเริ่มดีขึ้น &amp;quot;จาตุรนต์&amp;quot; จี้รัฐบาลอย่าปิดบังสถานการณ์จริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตั้งแต่เช้าตรู่ วันที่ 31 ม.ค. พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เป็นประธานพิธีปล่อยขบวนหน่วยปฏิบัติการแก้วิกฤติมลพิษทางอากาศกรุงเทพมหานคร ประกอบด้วยสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (สปภ.), สำนักสิ่งแวดล้อม (สวล.), สำนักงานเขตพื้นที่ กทม., ชมรมโดรนเพื่อการเกษตร เพื่อนำโดรนจากจังหวัดนครราชสีมาและชัยภูมิ จำนวน 5 ลำ บรรทุกน้ำขึ้นบินปฏิบัติการฉีดพ่นละอองน้ำลดฝุ่นละอองในอากาศพื้นที่วิกฤติทั่ว กทม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเริ่มจากจุดแรกที่ฐานบินบริเวณลานคนเมือง หน้าศาลาว่าการ กทม. ก่อนจะย้ายฐานการบินไปยังจุดอื่นจบครบ &amp;nbsp;6 จุด ได้แก่ ฐานบินบริเวณลานคนเมือง, ฐานบินบริเวณวัดพระศรีมหาธาตุ (บางเขน), ฐานบินมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.), ฐานบินสวนจตุจักร จะทำการบินบริเวณห้าแยกลาดพร้าว, ฐานบินสวนลุมพินี จะทำการบินบริเวณพระบรมราชานุสาวรีย์ ร.6 และถนนพระราม 4 และฐานบินสะพานพระราม 9 ฝั่งพระนคร เขตบางคอแหลม โดยแต่ละจุดจะใช้เวลาในการปฏิบัติการ 1 ชั่วโมง 30 นาที-2 ชั่วโมง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.อัศวินกล่าวว่า กทม.ประสานไปยังชมรมโดรนเพื่อการเกษตร ซึ่งมีโดรนอยู่จำนวน 50 ลำมาร่วมปฏิบัติการขึ้นบินฉีดน้ำพ่นละอองในอากาศเพื่อช่วยดูดจับฝุ่นละออง ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 1 ก.พ. โดยจะประเมินสถานการณ์และตรวจวัดคุณภาพอากาศทุก 3-5 ชั่วโมง เพื่อเฝ้าระวังสถานการณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การปฏิบัติแก้วิกฤติครั้งนี้ จะเป็นการลดฝุ่นละออง 3 ระดับความสูง ได้แก่ ระดับบนสุด ใช้โดรนจะบินฉีดพ่นละอองน้ำ โดยโดรนแต่ละเครื่องมีรัศมีทำการบินประมาณ 2 ตารางกิโลเมตร (ตร.กม.) ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของแต่ละพื้นที่ และสามารถบรรทุกน้ำได้ 5-10 ลิตร ก่อนจะขึ้นไปฉีดพ่นละอองน้ำในอากาศ ซึ่งแต่ละครั้งสามารถบินได้ประมาณ 15-20 นาที จากนั้นจะลงมาเปลี่ยนแบตเตอรี่และเติมน้ำสำหรับฉีดพ่น ส่วนระดับที่ 2 รถน้ำพร้อมอุปกรณ์จาก สปภ.และ สวล. จะฉีดฝอยละอองน้ำขึ้นไปอากาศ และระดับที่ 3 เจ้าหน้าที่ฝ่ายรักษาความสะอาดของสำนักงานเขตจะกวาดและล้างทำความสะอาดบนพื้นจราจร ทางเท้าและพื้นที่สาธารณะทั่วไป&amp;quot; พล.ต.อ.อัศวินกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ว่าฯ กทม.กล่าวว่า นอกจากนี้ มอบหมายให้นางศิลปสวย ระวีแสงสูรย์ ปลัด กทม. ออกคำสั่งด่วน (ว.8) ให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายรักษาความสะอาดและเจ้าหน้าที่สำนักวิ่งแวดล้อม ฉีดพรมน้ำและล้างต้นไม้ภายในสวนสาธารณะของ กทม. เพื่อลดฝุ่นที่ดักจับเกาะตามใบไม้และกิ่งไม้ เบื้องต้น กทม.ทำการล้างต้นไม้ รวม 20 สวนแล้ว และจะดำเนินการให้ครบทุกสวนสาธารณะทุกแห่ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กทม.ยังได้รับความร่วมมือจากกองทัพภาคที่ 1 ในการร่วมสนับสนุนรถน้ำและอุปกรณ์ในการปฏิบัติการฉีดน้ำลดฝุ่นละอองในพื้นที่กรุงเทพมหานครด้วย ซึ่ง กทม.ก็จะร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องฉีดน้ำทำความสะอาด ทั้งพื้นถนนและต้นไม้ภายในสวนต่อเนื่องตลอดทั้งวัน&amp;quot; ผู้ว่าฯ กทม.กล่าว&amp;nbsp;
ส่งบินเล็ก 47 ลำพ่นน้ำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเวลา 14.00 น. พล.ต.อ.อัศวินประชุมแนวทางแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองร่วมกับภาครัฐ ภาคเอกชน นักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญ และผู้มีความรู้เฉพาะทางจากทุกภาคส่วน ตลอดจนผู้ประกอบการและผู้รับเหมาก่อสร้างในพื้นที่กรุงเทพมหานครกว่า 300 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.อัศวินกล่าวว่า เบื้องต้น กทม.จะมีมาตรการเร่งด่วน 3 เรื่อง คือ 1.ขอความร่วมมือผู้ประกอบการ ผู้รับเหมาโครงการก่อสร้างทุกโครงการ และบ้านเรือนประชาชนทุกหลังคาเรือนในการติดตั้งสปริงเกลอร์บนอาคาร หรือหลังคาบ้านเพื่อฉีดละอองน้ำบรรเทาปัญหาฝุ่นละออง และให้หมั่นทำความสะอาดอาคารบ้านเรือน 2.ขอความร่วมมือรถไฟฟ้าบีทีเอสติดตั้งระบบน้ำสปริงเกลอร์ตามสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสทุกเส้นทาง และ 3.กทม.จะมอบหมายให้ 50 สำนักงานเขต ประชาสัมพันธ์และแจ้งพี่น้องประชาชนทุกหลังคาเรือนให้ร่วมกันจัดบิ๊กคลีนนิ่งเดย์ครั้งใหญ่พร้อมกันทั่ว กทม. ในวันที่ 3 ก.พ.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รศ.วีรชัย พุทธวงศ์ กรรมการสภามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) กล่าวว่า การนำโดรนขึ้นบินฉีดพ่นละอองน้ำสะอาดในอากาศ ช่วยดูดจับฝุ่นละอองเป็นการแก้ไขปัญหาที่ดี โดยขณะ มก.กำลังร่วมมือโรงเรียนการบินกรุงเทพ ในการติดตั้งเครื่องบรรจุน้ำและประกอบอุปกรณ์บนเครื่องบินขนาดเล็กจำนวน 47 ลำ เพื่อบินพ่นน้ำในอากาศ โดยขอให้ภาครัฐสนับสนุนน้ำสะอาดและเงื่อนไขการบิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในอนาคตขอเสนอให้ กทม.ติดตั้งเครื่องกรองอากาศเช่นเดียวกับประเทศจีน เพราะคาดว่าจะต้องเกิดปัญหาขึ้นอีกแน่ โดยวิธีการของเครื่องกรองอากาศจะเป็นการดูดอากาศเข้ามา&amp;quot; กรรมการสภามหาวิทยาลัยเกษตรฯ กล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; น.ท.ปิยะ ตรีกาลนนท์ ประธานกรรมการบริษัท &amp;nbsp;บางกอกเอวิชั่น เซ็นเตอร์ จำกัด กล่าวว่า โรงเรียนการบินกรุงเทพต้องการช่วยบรรเทาปัญหาฝุ่นละอองในพื้นที่ กทม. ผ่านเครื่องบินขนาดเล็ก ซึ่งจะมีประสิทธิภาพมากกว่าการใช้โดรน เพราะบรรจุน้ำได้ลำละ 150 ลิตรต่อลำ โดยวิถีการบินจะบินเกาะกลุ่มเรียงกันเป็นหน้ากระดานด้วยรัศมีทำการบินประมาณ 1 กิโลเมตร หรือ 1,000 เมตร ประกอบด้วยเครื่องบินจำนวน 15-20 ลำ ใช้ความเร็วอยู่ที่ 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดจะบินได้ทั้งหมด 25 รอบ โดยจะช่วยฉีดพ้นน้ำครอบคลุมพื้นที่ กทม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คาดว่าจะเริ่มทำการบินได้ตั้งแต่เวลา 09.00 น.ของวันที่ 2 ก.พ. โดยจะกำหนดเส้นทางการบินบริเวณถนนพระราม 2 ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ประสบภาวะวิกฤติ อยู่ไกลจากเขตพระราชฐานและเงื่อนไขการบิน เพื่อไม่ให้เส้นทางการบินกระทบต่อท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมืองและสุวรรณภูมิ โดยจะใช้ความสูงการบินอยู่ที่ 500-1,000 ฟุต&amp;quot; ผู้บริหารโรงเรียนการบินกรุงเทพระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงปัญหาฝุ่นละอองว่า การบริหารทุกอย่างต้องเร่งดำเนินการ เพราะเป็นเรื่องของการเผาขยะ เผาในที่โล่ง พืชและขยะที่เป็นพิษเผาเรื่อยเปื่อยไปเรื่อย โรงงานทำได้หรือไม่ ถ้าทำไม่ได้ก็เป็นอยู่อย่างนี้ PM 2.5 ก็มาอยู่อย่างนี้ แต่ส่วนที่หนักที่สุดคือยานพาหนะเกือบทั้งหมด เป็นการเผาไหม้จากเครื่องยนต์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;วันนี้ก็มีเสนอมาให้ยกเลิกรถที่วิ่งแล้ว 10 ปี แล้วใครขับรถแค่ 3 ปีบ้าง คนมีหลากหลายอาชีพ หลากหลายระดับ แต่ไม่ใช่ว่ารถเก่าจะไม่มีคุณภาพ ต้องดูบริบทของประเทศไทยด้วย ที่จะห้ามหรือจะปิดอะไรก็แล้วแต่ ซึ่ง PM 2.5 วันนี้ตกใจกันทั้งประเทศ ใช่เป็นเรื่องสุขภาพ รัฐบาลก็ค่อยๆ แก้ ถ้าแก้โครมเดียวก็เดือดร้อนกันทั้งหมด ใครยอมไหม ไม่ใช้รถทั้งหมด เพราะปัญหามาจากรถมากที่สุด&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
บิ๊กตู่ชี้ไม่ดีขึ้นยกระดับแรง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า การสั่งปิดโรงเรียน เพราะเด็กมีภูมิต้านทานต่ำ ไม่เหมือนผู้ใหญ่ ตนก็เหมือนกัน ทนมาถึงวันนี้ 65 ปีแล้ว แค่นี้ก็เก่งแล้ว เพราะฉะนั้นเด็กต้องดูแลเขาก่อน ดู 2 วันจะได้เรื่องไม่ เพราะต้องการให้เด็กที่มีภูมิต้านทานต่ำเขาปลอดภัย หลายคนก็ออกมาคาดจมูกแถลง โธ่ ไม่ต้องออกมาคาดจมูกแถลงสร้างภาพอย่างนั้นหรอก ไม่ต้อง ดูถ้าท่านมาแล้ว ท่านจะทำอะไรได้บ้าง เสนอมา วันนี้เสนอมาท่านก็ลองเลือกไปแล้วกัน เสนอมาแต่ละอย่างตนก็มีเหมือนที่เขามี แต่ตนจะใช้ได้อย่างไร นั่นคือสิ่งที่ต้องคิด จะห้ามรถอย่างไร จะห้ามรถวันคี่ยอมไหม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในฐานะเป็นรัฐบาล ผมมีประชาธิปไตยเต็มที่ นึกถึงคนทุกคน จะประกาศหรือสั่งอะไรไปก็ต้องระมัดระวังมากที่สุด แต่ทุกอย่างกฎหมายปกติมีอยู่แล้ว ทำกฎหมายปกติให้เข้มงวดขึ้น อะไรที่สามารถควบคุมโรงงาน ควบคุมต่างๆ รวมถึงการเผาวัชพืชในที่โล่งมีทุกตัว ต้องเข้มงวดตรงนี้ให้ได้ แล้วดูจะลดหรือไม่ ถ้ายังไม่ลด เดี๋ยวต้องหามาตรการที่ 2 และมาตรการที่ 3 &amp;nbsp;ขณะนี้เราทำมาตรการ 1 กับ 2 อยู่ เดี๋ยวถ้ามีมาตรการที่ 3 ขึ้นมา จะยิ่งกว่านี้ ถ้ายังแก้ไขไม่ได้ เพราะบางพื้นที่เป็นโรงงานอุตสาหกรรม เขาก็ไปวัดดูแล้ว ก็ไม่ได้มากมาย และส่วนใหญ่ก็ต่ำกว่าเกณฑ์&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ถึงปัญหาฝุ่นละอองเพิ่มเติมว่า จะมอบให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ในฐานะกำกับดูแลกรมควบคุมมลพิษ รวบรวมมาตรการ 1-3 และถ้าเป็นมาตรการที่ 4 จะยกระดับเป็นภัยพิบัติขึ้นมาทันที&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ต้องการให้ถึงขนาดนั้นหรือไม่ ถ้าทำถึงขนาดนั้นอาจจะมีผลเสียต่อการท่องเที่ยวด้วย ซึ่งสุขภาพสำคัญที่สุด แต่ต้องคำนึงถึงอย่างอื่นด้วย การที่ออกมาพูดอะไรเป็นประเด็นการเมือง ผมก็เบื่อหน่าย เพราะไม่ใช่เพิ่งมีปัญหาในเวลานี้ แต่มีมาทุกปี แต่รัฐบาลนี้ให้ทุกคนรับทราบสถานการณ์ ซึ่งเมื่อก่อนไม่เคยแจ้ง พอมีตัวเลขให้เห็นก็ตกใจ ตื่นตระหนก&amp;quot; นายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.อ.ประวิตรกล่าวเพียงสั้นๆ ถึงปัญหาฝุ่นละอองว่า จะพยายามแก้ปัญหาให้เร็วที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปณิธาน วัฒนายากร ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี (พล.อ.ประวิตร) กล่าวว่า พล.อ.ประวิตรได้มอบหมายให้ พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม เรียกประชุมหน่วยงานความมั่นคงทั้งหมดเป็นการด่วน เพื่อดูว่าแต่ละหน่วยงานจะลงไปทำอย่างไร เพื่อให้ปัญหาในขณะนี้ดีขึ้น โดยหน่วยงานที่เข้าไปแก้ปัญหาขณะนี้ จะพยายามปรับไม่ให้กระทบกับประชาชนมากที่สุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มาตรการเร่งด่วนที่จะใช้ตอนนี้เขาได้ดูเรื่องการก่อสร้าง การจราจร การรณรงค์เกี่ยวกับการใช้รถ ส่วนที่เหลืออยู่คือการประชุมว่าภาคประชาสังคมจะเข้ามามีส่วนร่วมในการเข้ามาช่วยแก้ปัญหาอย่างไร ถ้านายกฯ เข้าใจตรงนี้แล้วดันให้ภาคประชาสังคมเข้าไปช่วย ก็เชื่อว่าจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและแก้ปัญหาได้ เพราะเราคงปฏิเสธไม่ได้ว่าเรื่องปัญหาฝุ่นก็สงผลกระทบกับด้านท่องเที่ยว ทำให้ชะงักไปด้วยเช่นกัน&amp;quot; นายปณิธานกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงคมนาคม นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม ประชุมติดตามการดำเนินมาตรการ ปลอดฝุ่น PM 2.5 หน่วยงานในสังกัดผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ พร้อมสั่งการให้หน่วยงานที่มีโครงการก่อสร้าง โดยเฉพาะกรมทางหลวง (ทล.), กรมทางหลวงชนบท (ทช.), การรถไฟขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย(รฟม.) และการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ขยายเวลางดกิจกรรมที่ก่อให้เกิดฝุ่นละอองจากเดิมสิ้นสุดวันที่ 22 ม.ค.62 ออกไปถึงวันที่ 15 ก.พ.62 เช่น การก่อสร้างรถไฟฟ้า โดยปรับเปลี่ยนแผนการทำงานไปทำด้านอื่นที่ไม่ก่อให้เกิดฝุ่น และหลีกเลี่ยงชั่วโมงเร่งด่วน พร้อมคืนพื้นผิวจราจร และล้างทำความสะอาดทุกครั้งหลังเสร็จงาน
คพ.เผย PM 2.5 เริ่มลดลง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอาคมกล่าวว่า เรื่องการให้บริการรถสาธารณะหลักๆ เป็นเรื่องการตรวจควันดำของรถโดยสารสาธารณะ เน้นไปที่รถของ ขสมก. เบื้องต้นได้มีการเพิ่มในการตรวจรถร่วม ขสมก.และรถร่วม บขส.โดยกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ได้ส่งสายตรวจไปตามสถานที่ต่างๆ 2.ติดตามตรวจควันดำรอบนอกกรุงเทพฯ มี 6 จุด 1.ทางเข้ากรุงเทพฯ จากนครปฐม สมุทรสาคร ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา ฉะเชิงเทรา และสมุทรปราการ ได้เน้นตรวจรถโดยสารที่ไม่ประจำทาง รถทัศนาจร รถรับ-ส่งพนักงงาน รวมถึงรถบรรทุกในเขตรอยต่อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เกณฑ์การวัดค่าของควันดำ ซึ่งมาตรฐานของกรมควบคุมมลพิษ ควบคุมไว้ที่ 45% ได้ตั้งเกณฑ์ไว้สูงกว่า โดยเฉพาะรถ ขสมก. ได้ตั้งเกณฑ์ไว้ที่ 30% ดังนั้นหากพบว่ารถของ ขสมก.ตรวจวัดค่าควันดำเกิน 30% ไม่ให้นำออกวิ่งให้บริการทันที&amp;quot; รมว.คมนาคมกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน พล.ต.ต.นิธิธร จินตกานนท์ ผู้บังคับการตำรวจจราจร (ผบก.จร.) ร่วมกับกรมการขนส่งทางบก, สำนักงานสิ่งแวดล้อมเขตคลองเตย, กรมควบคุมมลพิษ และเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.จร. ออกตรวจควันจากท่อไอเสีย รถประจำทาง (ขสมก.)เครื่องยนต์ดีเซลที่อาจมีค่าควันดำเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ซึ่งเป็นสาเหตุของปัญหามลภาวะฝุ่นละอองในอากาศ (PM 2.5) ณ ท่าอู่พระราม 9 (ขสมก.) แขวง-เขตห้วยขวาง ซึ่งมีรถประจำทางสายต่างๆ มีรถเมล์ประจำทางสีครีมแดง และรถปรับอากาศ ที่มีรถทั้งหมดรวม 68 คัน ตรวจแล้ว 60 คัน จอดเสีย 4 คัน ยังไม่ได้ตรวจอีก 4 คัน เนื่องจากกำลังวิ่งอยู่ ผลการตรวจตั้งแต่เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ไม่พบค่าฝุ่นละอองเกิดมาตรฐาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ ดร.บุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) สรุปข้อมูลโรงเรียนปิดการเรียนการสอนว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้สรุปข้อมูลในกรุงเทพมหานคร และ 5 จังหวัดในเขตปริมณฑล คือ นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร นครปฐม ปิดเรียน 631 โรง คิดเป็น 58.7% นักเรียนได้รับผลกระทบ 431,997 คน ส่วนที่เหลือ 650 โรงเรียนเปิดเรียน เนื่องจากมีการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-Net) แบ่งเป็น นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 25,932 คน, มัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 55,690 คน และ ม.6 จำนวน 32,166 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านศูนย์ประสานงานและแก้ไขปัญหามลพิษในอากาศกรุงเทพมหานครและปริมณฑล รายงานสถานการณ์คุณภาพอากาศประจำวันว่า พบปริมาณฝุ่นละออง PM2.5 ตรวจวัดได้ 65-108 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) มีค่าเกินมาตรฐาน 24 แห่ง (ค่ามาตรฐานไม่เกิน 50 มคก./ลบ.ม.) และพบมี 3 แห่งที่อยู่ในระดับสีแดง (มีผลกระทบต่อสุขภาพ) คือ บริเวณเขตบางพลัด บางกอกน้อย และเขตบางเขน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) รายงานสถานการณ์ฝุ่นละออง PM 2.5 เวลา 15.00 น. วันที่ 31 ม.ค. ผลการตรวจวัดปริมาณ PM 2.5 พบมีพื้นที่ที่ฝุ่นละอองเกินค่ามาตรฐาน (50 มคก./ลบ.ม.) แบ่งเป็นพื้นที่ริมถนนจำนวน 23 สถานี และพื้นที่ทั่วไป จำนวน 16 สถานี โดยรวมมีค่าลดลงเกือบทุกพื้นที่ เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลา 07.00 น. และ 12.00 น.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คพ.คาดการณ์ปริมาณฝุ่น PM 2.5 ในวันที่ 1 ก.พ. ปริมาณ PM 2.5 มีแนวโน้มลดลง อีกทั้งหน่วยงานต่างๆ ที่ได้ดำเนินมาตรการในการบรรเทาสถานการณ์อย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง อาทิ การประกาศปิดโรงเรียน และสถานศึกษาต่างๆ ซึ่งส่งผลให้การจราจรคล่องตัวและลดแหล่งกำเนิดมลพิษ การตรวจจับควันดำอย่างเข้มข้นโดยความร่วมมือของ บก.จร. กรมการขนส่งทางบก และกรมควบคุมมลพิษ ซึ่งส่งผลให้ค่าฝุ่นละอองลดลง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายจาตุรนต์ ฉายแสง ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) กล่าวว่า เมื่อรัฐบาลออกมาตรการมาแล้ว ต้องจริงจังในการดำเนินมาตรการ ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมหรือจำกัดรถยนต์ที่เป็นต้นเหตุของฝุ่น PM 2.5 การก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ต่างๆ รวมถึงเข้มงวดจริงจัง กับการเผาในที่โล่งแจ้งในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ก็จะแก้ปัญหาเรื่องนี้ได้ในระยะเวลาอันสั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่สำคัญรัฐบาลต้องจริงจังและจริงใจ หากปิดบังข้อมูลหรือไม่เปิดเผยความจริง ยิ่งจะทำให้สถานการณ์เลวร้ายขึ้น กระทบกับการเตรียมพร้อมป้องกันสุขภาพของประชาชนเป็นล้านคน&amp;quot; ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ ทษช.ระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28029</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.บุญรักษ์ ยอดเพชร, น.ท.ปิยะ ตรีกาลนนท์, บางกอกเอวิชั่น เซ็นเตอร์ จำกัด, พล.ต.ต.นิธิธร จินตกานนท์, พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง, รศ.วีรชัย พุทธวงศ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190131/image_big_5c5300e96a1ed.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21575</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/11/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/11/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทปอ.จี้ปปช.ทบทวนแจงทรัพย์สิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หมอธีร์&amp;quot; เผยได้รับแจ้งกรรมการสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจะลาออกยกทีม หลังต้องแจงบัญชีทรัพย์สินกับ ป.ป.ช. วอนอย่าเพิ่งขยับ ให้เวลารัฐบาลแก้ไขก่อน ขณะที่เลขาฯ CHES บุก ป.ป.ช.สนับสนุนผู้บริหารมหาวิทยาลัยต้องแสดงความโปร่งใส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพุธ ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) รศ.วีรชัย พุทธวงศ์ เลขาธิการศูนย์ประสานงานบุคลากรในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ (CHES) เดินทางยื่นหนังสือต่อสำนักงาน ป.ป.ช.เพื่อสนับสนุนประกาศของ ป.ป.ช. เรื่องกำหนดตำแหน่งของผู้มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ตามมาตรา 102 พ.ศ.2561 ที่กำหนดให้นายกสภามหาวิทยาลัย กรรมการสภา และอธิการบดี ของมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ มหาวิทยาลัยสงฆ์ มหาวิทยาลัยรัฐ มหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) แจงหนี้สินของตน คู่สมรส และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะถือเป็นการสร้างธรรมาภิบาลในระบบบริหารงานสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ และขอให้มีการพิจารณาออกประกาศเพิ่มเติมให้รวมถึงคณบดีด้วย โดยมีนายทวีป แดงวิสุทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารงานกลาง ป.ป.ช. มารับหนังสือ พร้อมจะนำไปยื่นในที่ประชุมป.ป.ช. ซึ่งจะมีการหารือในเรื่องดังกล่าวเร็วๆ นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รศ.วีรชัยกล่าวว่า เมื่อมีกฎหมายออกมา บุคคลไม่ว่าจะเป็นนายกสภามหาวิทยาลัย หรือกรรมการสภามหาวิทยาลัย ต้องแสดงความโปร่งใส เนื่องจากเป็นตำแหน่งที่มีการเชิญให้เข้ามาทำหน้าที่ และโปรดเกล้าฯ จึงต้องปฏิบัติตามกฎหมาย จะให้มาละเว้นไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การอ้างว่าหากลาออกกันไปจำนวนมากจะทำให้การบริหารงานต้องสะดุดนั้น เป็นไปไม่ได้ เพราะถึงแม้จะเหลือกรรมการสภาเพียงครึ่งหนึ่งก็ยังทำงานได้ และเชื่อว่าหากกรรมการชุดเดิมลาออกไป การสรรหาคนใหม่ก็เกิดขึ้นได้ไม่ยาก เนื่องจากส่วนใหญ่ที่ลาออกจะเป็นกรรมการสภาที่มาจากภาคเอกชน แต่ยังมีกรรมการสภาอีกหลายท่านพร้อมทำหน้าที่&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รศ.วีรชัยกล่าวว่า การตรวจสอบทรัพย์สินเป็นสิ่งจำเป็น เพราะเดิมทีการตรวจสอบสภามหาวิทยาลัยเป็นเรื่องทำได้ยาก ที่ผ่านมาพบกรณีที่นายกสภามหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งมีการนำบริษัทของตนเองมาประมูลเพื่อให้ได้งานของมหาวิทยาลัย ตรงนี้เป็นผลประโยชน์ทับซ้อน ซึ่งมหาวิทยาลัยแต่ละแห่งมีงบประมาณและรายได้เข้ามาจำนวนมหาศาล บางแห่งสูงถึง 15,000 ล้านบาทต่อปี ซึ่งถือเป็นหลุมดำที่ยังไม่มีการตรวจสอบการใช้งบประมาณ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า ล่าสุดตนได้รับแจ้งข่าวว่าสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจะลาออกยกทีม ซึ่งตนก็ยังไม่ทราบว่าเป็นความจริงหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ฝากขอร้องว่าอย่าเพิ่งลาออก ขอให้ทุกคนใจเย็นๆ ขณะนี้รัฐบาลกำลังหาทางออกให้ เพราะหากมีการประกาศลาออกแล้วจะมีการตีความให้ถือว่าเป็นการลาออกเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เนื่องจากมีการแสดงเจตจำนงแล้ว ซึ่งอาจจะเกิดปัญหาการร้องเรียนขึ้นมาภายหลัง ส่วนกรณีที่นายดำรง พุฒตาล อดีตสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งเป็นกรรมการสภามหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรีและมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา ประกาศลาออกจากกรรมการมหาวิทยาลัยทั้ง 2 แห่งนั้น ตนยังไม่ทราบเรื่องนี้ แต่ในอดีตเคยมีการถกเถียงกันในประเด็นดังกล่าว ดังนั้นจึงขอร้องกรรมการสภามหาวิทยาลัยทุกคนอย่าเพิ่งแสดงเจตจำนง ขอให้รัฐบาลได้หาทางแก้ไขปัญหาก่อน ไม่เช่นนั้นอาจจะต้องมาดำเนินการสรรหาใหม่ อาจจะเกิดปัญหาวุ่นวายตามมา และหากเป็นจำนวนมาก ก็อาจจะส่งผลให้บางมหาวิทยาลัยทำงานไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 15.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ในฐานะประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ประชุมหารือร่วมกับตัวแทนที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ (ทปอ.มรภ.) ที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (ทปอ.มทร.) และอธิการบดีมหาวิทยาลัยในกำกับรัฐ เกี่ยวกับประกาศ ป.ป.ช. ที่กำหนดให้นายกสภามหาวิทยาลัย กรรมการสภามหาวิทยาลัย และอธิการบดีมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังการประชุม นายสุชัชวีร์กล่าวว่า ที่ประชุมเห็นด้วยในหลักการป้องกันและตรวจสอบไม่ให้มีการทุจริตในภาครัฐ ดังนั้นผู้บริหารระดับสูง ได้แก่ &amp;nbsp;อธิการบดีและรองอธิการบดีจึงควรยื่นบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช.ตามที่กำหนดในประกาศ แต่การที่ให้นายกสภาฯ และกรรมการสภาฯ ซึ่งทำหน้าที่เกี่ยวกับด้านวิชาการเป็นหลัก ไม่ได้มีอำนาจเกี่ยวข้องกับการจัดซื้อจัดจ้างในภาครัฐโดยตรง อันจะทำให้เกิดการทุจริตในตำแหน่งหน้าที่ กรรมการสภาฯ ไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียในการบริหาร หรือเป็นผู้บริหารระดับสูงขององค์กรจึงไม่มีความจำเป็นที่จะกำหนดให้กรรมการสภาฯ ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช. ที่ประชุมจึงมีมติเสนอให้ ป.ป.ช.พิจารณาทบทวนประกาศ ดังกล่าวให้มีความเหมาะสมกับการบริหารงานของมหาวิทยาลัย เพราะตอนนี้กรรมการสภาฯ บางแห่งได้ยื่นลาออกแล้วจริงๆ ทำให้เกิดปัญหาและอาจส่งผลกระทบต่อนักศึกษา จากนี้จะทำหนังสือถึง ป.ป.ช.และเตรียมจะเข้าไปหารือกับประธาน ป.ป.ช.อย่างเป็นทางการต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผลกระทบจากประกาศฉบับนี้ ทำให้นายกสภาฯ และกรรมการสภาฯ บางแห่งไม่ประสงค์จะปฏิบัติหน้าที่ต่อไป เพราะการยื่นบัญชีทรัพย์สินแม้ว่าจะเป็นการแสดงความบริสุทธิ์ใจ เพื่อธรรมาภิบาล แต่ก็เป็นการสร้างภาระให้แก่ผู้ที่ต้องยื่นทรัพย์สินมากเกินควร รวมทั้งต้องยื่นทรัพย์สินของคู่สมรสและบุตรด้วย ขณะเดียวกันระยะเวลาที่กำหนดไว้ในประกาศเพียง 60 วัน ไม่เพียงพอต่อการดำเนินการยื่นบัญชีทรัพย์สินให้ถูกต้องและครบถ้วนได้ หากยื่นบัญชีผิดพลาด แม้ไม่ได้เจตนาก็อาจมีโทษทางอาญาและถูกศาลพิพากษาจำคุกได้ จึงได้มีนายกสภาฯ และกรรมการสภาฯ บางแห่งยื่นใบลาออกจากตำแหน่งแล้ว ส่งผลกระทบให้สภาฯ มีกรรมการสภาฯ ไม่ครบองค์ประชุมไม่สามารถดำเนินการใดๆ ได้ส่งผลเสียต่อการบริหารงานในมหาวิทยาลัยและนิสิต นักศึกษา&amp;quot; ประธาน ทปอ.กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21575</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์, รศ.วีรชัย พุทธวงศ์, สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181107/image_big_5be2f85820d0e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
