<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>47501</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/10/2019 12:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/10/2019 12:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส.ว.เอาด้วยเลิกสารเคมีอันตรายจี้รบ.ใช้ความกล้าหาญหยุดเสียที</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ต.ค.62-ที่รัฐสภา นพ.อำพล จินดาวัฒนะ และรศ.สังศิต พิริยะรังสรรค์ ส.ว. แถลงจุดยืนและเรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกสารเคมีเกษตร 3 ชนิด โดยนพ.อำพล กล่าวว่า ขอเรียกร้องให้รัฐบาลตัดสินใจอย่างเป็นเอกภาพในการยกเลิกใช้พาราควอต คลอร์ไพริฟอส และไกรโฟเซต ที่ยืดเยื้อมาหลายปี จากข้อมูลเป็นที่ประจักษ์ชัดแล้วว่าสารเคมีทั้ง 3 ชนิดนี้ ไม่ใช่แค่ตกค้างในสิ่งแวดล้อมในผลิตภัณฑ์เกษตรอาหารการกินเท่านั้น แต่ยังเข้าสู่ทารกในครรภ์มารดาส่งผลเสียถึงผู้คนในรุ่นต่อๆ ไปด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;คณะกรรมการขับเคลื่อนปัญหาสารเคมีป้องกันจำกัดศัตรูพืชที่มีความเสี่ยงสูง ซึ่งมีทั้งกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงอุตสาหกรรม และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เคยเสนอให้ยกเลิกตั้งแต่เดือนเม.ย. 2560 แล้ว แต่ถึงวันนี้ผ่านมาสองปีกว่าก็ยังอนุญาตให้ใช้กันต่อไป เมื่อต้นเดือนก.ย. ที่ผ่านมาได้ตั้งกระทู้ถามพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ถึงมาตรการแก้ปัญหาสารเคมีตกค้างในพืชผักผลไม้ ที่ตรวจสอบพบเป็นจำนวนมาก โดยเครือข่ายเตือนภัยสารเคมีกำจัดศัตรูพืช (ไทยแพน)&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.อำพล กล่าวว่า ประเด็นนี้กลับมาเป็นที่สนใจอีกครั้ง ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรได้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญมาศึกษาและแถลงจุดยืนเห็นด้วยกับการยกเลิก 3 สารเคมีดังกล่าว สำหรับในส่วนของรัฐบาลซึ่งเกี่ยวข้องกับรัฐมนตรี 3 พรรคการเมือง คือ พรรคภูมิใจไทย พรรคพลังประชารัฐ และพรรคประชาธิปัตย์ ก็ถือว่าเป็นเรื่องดีที่มีบางพรรคแสดงจุดยืนชัดเจนมาแต่ต้น และบางพรรคก็มีการปรับท่าทีที่ชัดเจนขึ้น ส.ว.ก็เห็นว่า ควรจะยกเลิกการใช้สารเคมีเหล่านี้เสียที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายสังศิต กล่าวว่า ตนในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการแก้ปัญหาความยากจนและลดความเหลื่อมลํ้า จะขอมติของกมธ. ให้อนุกรรมาธิการศึกษาเรื่องนี้ทันที ทั้งนี้ ได้ผลักดันเรื่องดังกล่าวมาตั้งแต่ปี 2540 สมัยพล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะที่เป็นที่ปรึกษานโยบายเศรษฐกิจชุมชนพึ่งตนเอง ตนได้เสนอให้ยกเลิกสารเคมีทั้ง 3 ชนิด ซึ่งท่านก็เห็นด้วย แต่ว่าเมื่อไปพบกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ เพื่อขอความร่วมมือ แต่กลับปฏิเสธ โดยให้เหตุผลว่าหัวคะแนนของท่านขายปุ๋ยเคมีและยาฆ่าแมลง จึงไม่สามารถช่วยเรื่องนี้ได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ถ้าเราดูปุ๋ยเคมี และยาฆ่าแมลงที่นำเข้ามาจากต่างประเทศพบว่ามีจำนวนเพิ่มขึ้นทุกปี และเมื่อไปดูตัวเลขการนำเข้ายารักษาโรคก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย หมายความว่า สิ่งที่เรานำเข้ามาทำให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บ ทำให้เกษตรกรเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ข้อมูลอายุเฉลี่ยลูกหนี้ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) พบว่า ลูกหนี้เหล่านี้ตายกันเร็วและอายุสั้น เพราะทำเกษตรเคมี ความเสียหายที่เกิดขึ้นไม่ใช่เฉพาะเกษตรกรเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงผู้บริโภคด้วย หากรัฐบาลไม่ใช้ความกล้าหาญหยุดเรื่องนี้ ประเทศก็จะเสียหายไม่มีที่สิ้นสุด&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47501</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.อำพล จินดาวัฒนะ, รศ.สังศิต พิริยะรังสรรค์, รัฐบาล, ส.ว., สารเคมีอันตราย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191007/image_big_5d9ad11b8964c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
