<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>48048</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/10/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/10/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่แบนสารพิษไล่ออกปท. ฉะ&#039;เจษฎา&#039;เอี่ยวบริษัททุน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มนัญญา&amp;quot; มั่นใจมติคณะกรรมการวัตถุอันตรายไม่พลิกโผสั่งแบน 3 สารพิษ 22 ต.ค.นี้ทุกอย่างต้องจบ เว้นแต่มีใครรับผลประโยชน์ ลั่นเมื่ออยู่ในประเทศไทยต้องฟังเสียง ปชช. แต่ถ้าไม่ใช่คนไทยก็ตีตั๋วออกไปนอกประเทศได้เลย วอนหยุดใช้คนข่มขู่ตามยกป้ายต้านได้แล้ว &amp;quot;ไบโอไทย&amp;quot; โต้ &amp;quot;อ.เจษฎา&amp;quot; ผู้บริหารไม่จำเป็นต้องรู้ทุกเรื่อง ขอให้มีจุดยืนปกป้องผลประโยชน์ ปชช. ไล่ไปสำรวจตัวเองเลือกใช้ข้อมูลเฉพาะส่วนที่สนับสนุนบริษัทสารเคมีหรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยเมื่อวันจันทร์ว่า &amp;nbsp;ขณะนี้ได้ทำหนังสือชี้แจงมติ 9 ต่อ 0 แบน 3 สารพิษส่งไปให้นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์แล้วเมื่อวันที่ 10 ต.ค.ที่ผ่านมา และคงจะได้รับหนังสือในวันที่ท่านมาทำงานวันที่ 14 ต.ค. รวมถึงประสานกับปลัดกระทรวงเกษตรฯ ให้ทำหนังสือส่งให้ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมซึ่งเป็นประธานในที่ประชุมมติสารพิษ ส่วนของกระทรวงเกษตรฯ ก็ได้กำชับผู้ที่จะเข้าไปประชุมในคณะกรรมการวัตถุอันตรายว่า ในเมื่อคุณรับผิดชอบการลงมติครั้งนี้ซึ่งเป็นมติของกระทรวงเกษตรฯ ก็ต้องลงตามมติตามที่ส่งไป และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างๆ ก็ต้องกำชับว่าท่านมีนโยบายอย่างไรกับคณะกรรมการวัตถุอันตรายในส่วนของกระทรวงของท่าน เรื่องนี้ก็จะดูง่ายขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่มีข้อกังวลว่าข้าราชการในคณะกรรมการวัตถุอันตรายอาจจะไม่ฟังรัฐมนตรีนั้น น.ส.มนัญญา ระบุว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะไม่ฟัง ในส่วนของกระทรวงเกษตรฯ ทั้ง 4 คนคงไม่ต้องกังวลแล้ว คิดว่าเป็นเสียงเดียวกันหมด แต่ผู้ทรงคุณวุฒิก็ต้องไปว่ากันอีกที เพราะเราไม่สามารถไปกำหนดได้ มั่นใจว่าขณะนี้แบนได้ 90% ซึ่งในวันที่ 22 ต.ค.ตนก็จะไปติดตามมติคณะกรรมการวัตถุอันตรายด้วยตนเอง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จริงๆ แล้วผู้ทรงคุณวุฒิท่านก็ไม่ได้วิเศษวิโสมาจากไหน ท่านก็เป็นพี่น้องประชาชนชาวไทย ท่านก็ต้องฟังเสียงพี่น้องชาวไทย ทุกคนต้องเปิดหน้าถามว่าจะเอาไว้เพื่ออะไร ต้องไปถามผู้ทรงคุณวุฒิ แต่คิดว่าผู้ทรงคุณวุฒิก็ต้องฟังเสียงประชาชน ในเมื่อกระทรวงอุตสาหกรรมเน้นย้ำว่าจะทำตามมติของกระทรวงเกษตรฯ ที่ส่งไป จะยืดออกไปปีสองปีเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว จะแย้งได้อย่างไร จะเอาข้อไหนมาแย้ง ถามว่าหนักใจไหม ถ้าเขายังเป็นคนไทยอยู่ สัญชาติไทย เชื้อชาติไทย อยู่ในประเทศไทย ท่านก็ต้องฟังเสียงของประชาชน แต่ถ้าท่านไม่ใช่คนไทย ไม่ได้กินใช้อยู่กับคนไทย ท่านก็ตีตั๋วออกไปนอกประเทศได้เลย&amp;quot; น.ส.มนัญญากล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนที่มองว่าจะเป็นการยื้อหรือไม่นั้น รมช.เกษตรฯ กล่าวว่า ประกาศว่าวันที่ 22 ตุลาคมนี้เรื่องนี้ต้องจบ ซึ่งตนได้เตรียมกราบเรียนนายกรัฐมนตรีในวันที่ 17 ตุลาคม ในที่ประชุมสภาผู้แทนฯ ว่ากระทรวงมีมติตามบัญชาของท่าน รวมถึงส่งหนังสือให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ส่วนตัวมั่นใจว่าไม่มีพลิกโผ บอกได้เลยว่าถ้ามีการพลิกโผหรือมีการเปลี่ยนแปลง ฟันธงได้เลยว่าคุณต้องรับอะไรมาแน่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่ารับอะไรนั้นหมายถึงอะไร น.ส.มนัญญาย้อนถามว่า &amp;quot;รับอะไรที่ทำให้คนเราเปลี่ยนไปได้&amp;quot; &amp;nbsp; ขณะนี้มีความพยายามตรวจสอบว่าตนจะเดินทางไปที่ใด ก็จะให้คนไปชูป้ายแอนตี้ ซึ่งขอให้หยุดเถอะ &amp;nbsp;อย่าทำ มันดูไม่ดี ส่วนพี่ชาย-นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี พรรคพลังประชารัฐ ก็เป็นห่วงด้านความปลอดภัยที่ไปกันแต่ลูกๆ ซึ่งมีแต่ผู้หญิง น่าจะมีคนคอยดูแล และขอบคุณตำรวจเมื่อวานนี้ก็ได้มาลาดตระเวนแถวบ้านที่อุทัยธานี ซึ่งเชื่อว่าอาจได้ข่าวภายในมาว่ามีการข่มขู่แบบนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับเรื่องของสารทดแทนนั้น รมช.เกษตรฯ กล่าวว่าได้ประสานกับกระทรวงอุตสาหกรรม ว่าตอนนี้เรามีมติแบนสาร 3 ตัวนี้ ซึ่งครั้งนี้ทำหนังสือไปอย่างชัดเจน จะบอกว่าทำไปไม่ชัดเจนไม่ได้ ประชาชนก็เห็นอยู่แล้วว่าเราแบน 9 ต่อ 0 จริงๆ สารทดแทนจริงๆ เกษตรอินทรีย์และวิถีชีวิตของชาวไทยก็มีอยู่แล้ว ผู้ที่นำเข้าก็เริ่มสับเปลี่ยนนำเข้าน้อยลง ซึ่งก็จะมีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบสต๊อกวัตถุอันตรายหลังจากแบนอีกขั้นตอนด้วย ส่วนที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข พูดว่าหากแบน 3 สารพิษไม่ได้ 4 รัฐมนตรีของภูมิใจไทยจะลาออกนั้น ในส่วนตัวเองคงไม่ลาออก &amp;nbsp;เพราะได้ทำหนังสือเน้นย้ำไปแล้วว่า &amp;quot;คุณห้ามทำผิดไปจากมติกระทรวง&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่เพจเฟซบุ๊ก Biothai ของมูลนิธิชีววิถี โพสต์ข้อความว่า ตามที่ รศ.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ &amp;nbsp;ได้เขียนจดหมายเปิดผนึกถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล รมว.สาธารณสุข เกี่ยวกับกรณีที่นายอนุทินสนับสนุนให้มีการแบนสารเคมีที่มีความเสี่ยงสูงทั้ง 3 ชนิด โดยบอกว่า &amp;quot;คุณอนุทินและรัฐมนตรีในสังกัด โดนหลอกให้เป็นเครื่องมือในการแบนสารเคมีทางการเกษตรทั้ง 3 ชนิด โดยที่คุณอนุทินได้รับข้อมูลความรู้ที่ไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้อง&amp;quot; นั้น เราคิดว่าผู้บริหารแบบคุณอนุทินหรือคุณมนัญญานั้น &amp;quot;ไม่จำเป็นต้องรู้ทุกเรื่อง&amp;quot; เพราะสามารถเลือกรับคำปรึกษาจากนักวิชาการเก่งๆ แบบ ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑาได้ ส่วนคุณมนัญญานั้นทราบว่ามีการแต่งตั้งอดีตอธิบดีกรมวิชาการเกษตรถึง 2 คนมาเป็นที่ปรึกษา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่าลืมว่ากรณีการเสนอแบน/จำกัดการใช้ทั้ง 3 สารนั้นมิได้เริ่มจากคุณอนุทิน แต่เป็นมติที่มีมาตั้งแต่สมัย ศ.นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทรแล้ว ทั้งยังเป็นการเห็นพ้องต้องกันโดยองค์กรด้านสุขภาพและอื่นๆ เป็นจำนวนมาก เช่น แพทยสภา, สภาเภสัชกรรม, สภาเกษตรกรแห่งชาติ, สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ, คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ, ผู้ตรวจการแผ่นดิน เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรณีพาราควอตนั้นมีประเทศต่างๆ แบนและประกาศแบนแล้วถึง 58 ประเทศ ส่วนคลอร์ไพริฟอสแบนแล้ว 16 ประเทศ แต่หลังจาก EFSA (องค์การความปลอดภัยอาหารแห่งยุโรป-European Food &amp;nbsp;Safety Authority) แถลงล่าสุดเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ในปีหน้าจำนวนประเทศที่ยกเลิกการใช้จะเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 30 ประเทศ ซึ่งประเทศไทยไม่ควรเป็นประเทศสุดท้ายที่แบนสารพิษร้ายแรงดังกล่าว ส่วนกรณีไกลโฟเซตหลังมีคำพิพากษา 3-4 คดีให้บริษัทชดใช้ค่าเสียหายนับหมื่นล้านบาท และมีคดีขึ้นสู่ศาลกว่า &amp;nbsp;18,400 คดีแล้ว ประเทศต่างๆ ก็เริ่มทยอยแบนกันมากขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไบโอไทยเห็นว่า ปัญหาเรื่องการแบนสารพิษที่เป็นปัญหาหมักหมมมานาน นักวิชาการและระบบราชการนั่นแหละที่เป็นส่วนหนึ่งของปัญหา โดยเฉพาะนักวิชาการบางคนที่รู้แบบ &amp;quot;ครึ่งๆ กลางๆ&amp;quot; เช่น กรณีที่บอกว่าไกลโฟเซตปลอดภัยพอๆ กับเกลือแกง เพราะดูแค่พิษเฉียบพลัน ไม่เข้าใจเรื่องพิษเรื้อรัง ซึ่งสถาบันวิจัยมะเร็งระหว่างประเทศ (IARC) ภายใต้องค์การอนามัยโลกกำหนดให้เป็นสารที่น่าจะก่อมะเร็ง บางทีก็น่าตั้งคำถามว่าไม่รู้จริงๆ หรือจงใจเลือกรับข้อมูลจากฝ่ายบริษัทเคมีเกษตร แทนที่จะเลือกรับจากฝ่ายที่ปกป้องสุขภาพของประชาชนโดยไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่น่าสงสัยที่สุดเห็นจะเป็นการพยายามบิดเบือนประเด็นปัญหาการตกค้างของพาราควอตในสิ่งแวดล้อมและในผักผลไม้ ทั้งๆ ที่เป็นงานวิจัยของภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ และการเฝ้าระวังที่เผยแพร่โดยกระทรวงสาธารณสุขต่อ กมธ.วิสามัญเรื่องสารเคมีในภาคเกษตรกรรมของสภาผู้แทนราษฎร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไบโอไทยเคยดีเบตกับ อ.เจษฎาในกรณีพืชดัดแปลงพันธุกรรม เคยนึกแปลกใจว่าทำไมข้อมูลจากมุม อ.เจษฎาถึงมาจากข้อมูลที่ผลิตจากฝ่ายบริษัทยักษ์ใหญ่ เมื่อดีเบตกันเสร็จ อ.เจษฎามอบหนังสือให้เราเล่มหนึ่ง พลิกไปดูหน้าแรกๆ แล้วตกใจ เมื่อพบว่าหนังสือเล่มที่แกรวบรวมเรียบเรียงเกี่ยวกับพืชดัดแปลงพันธุกรรมนั้น สนับสนุนข้อมูลในการเขียนจาก CropLife Asia และพิมพ์ขึ้นเพื่อเผยแพร่โดยเงินทุนจากองค์กรดังกล่าว อยากรู้ว่าสมาชิกของ CropLife Asia มีบริษัทไหนบ้างให้คลิกดูที่ http://www.croplifeasia.org/about-us/member-companies/ จะพบว่าที่จริงก็คือบริษัทเคมีเกษตรข้ามชาติที่ผลิตและจำหน่ายพาราควอตและไกลโฟเซตนั่นเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นักวิชาการแบบ อ.เจษฎาเตือนนักการเมืองแบบคุณอนุทินเป็นเรื่องที่ทำได้ แต่คุณควรเตือนตัวคุณเองด้วยว่าก่อนหน้าไปบอกให้คุณอนุทิน &amp;#39;ระวังถูกหลอก&amp;#39; นั้น ตัวเองมีความรู้เรื่องสารเคมีกำจัดศัตรูพืชมากน้อยเพียงใด ถ้ารู้แบบครึ่งๆ กลางๆ เอาข้อมูลจากนักวิชาการฝ่ายสนับสนุนสารพิษที่ใกล้ชิดบริษัทมาเผยแพร่อยู่ เหมือนที่เลือกใช้ข้อมูลจาก CropLife ซึ่งองค์กรของบริษัทผลิตพืชดัดแปลงพันธุกรรมด้วยพร้อมๆ กับขายสารเคมีกำจัดศัตรูพืชไปด้วย ควรกลับมาเตือนตัวเองดีกว่า ดีกว่าไปเตือนคนอื่น&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48048</URL_LINK>
                <HASHTAG>มนัญญา ไทยเศรษฐ์, รศ.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อนุทิน ชาญวีรกูล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191014/image_big_5da47d93deb04.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
