<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>101048</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/04/2021 13:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/04/2021 13:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตำรวจแจงจับไม่ใส่หน้ากาก13รายส่วนผิดพรก.ฉุกเฉิน186ครั้ง!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 เม.ย.2564 - พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. กล่าวถึงกรณีการดำเนินการกับผู้ฝ่าฝืนไม่สวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าออกจากเคหะสถาน ว่า 1-2 วันแรกมีการเอาผิดทั้งที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา &amp;nbsp;สุราษฎร์ธานี &amp;nbsp;และตรัง ฯลฯ ซึ่งในช่วงแรกจะเน้นการประชาสัมพันธ์ควบคู่กันไปด้วย &amp;nbsp;ทั้งนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดได้ออกประกาศเพิ่มเติมรวมบังคับใช้จำนวน 63 จังหวัดแล้ว นอกจากนี้ยังเน้นการจับกุมเรื่องการมั่วสุม และการฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ซึ่งเคสใหญ่ๆ ช่วงนี้เป็นกรณีของหาดใหญ่ ที่มีการจับกุมการมั่วสุมได้จำนวนมากและมีการติดเชื้อ ทำให้ตำรวจต้องไปกักตัว รวมถึงจังหวัดชลบุรีมีการจับกุมเมื่อวันที่ 25 เม.ย.เรื่องการปาร์ตี้ และมีการจับกุมเรื่องการมั่วสุมเล่นการพนัน ฯลฯ โดยจะนำพ.ร.ก.ฉุกเฉิน และพ.ร.บ.ควมคุมโรคติดต่อ มาบังคับใช้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผลการจับกุมผู้ฝ่าฝืนไม่สวมหน้ากากอนามัย ตามประกาศผู้ว่าฯ รวมจำนวน 13 ราย ประกอบด้วย บช.น. 1 ราย ในพื้นที่ สน.ดุสิต เมื่อวันที่ 26 เมษายน ดำเนินคดี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ปรับ 6,000 บาท, ภ.1 จำนวน 2 ราย เมื่อวันที่ 25 เม.ย. ส่งฟ้องศาลแขวงอยุธยา ปรับคนละ 2,000 บาท, ภ.2 จำนวน 2 ราย สภ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี เมื่อวันที่ 26 เมษายน ปรับคนละ 6,000 บาท, ภ.4 จำนวน 6 ราย สภ.ธาตุพนม เมื่อวันที่ 27 เมษายน ปรับคนละ 6,000 บาท จำนวน 5 คน ส่วนอีก 1 คน อยู่ระหว่างฟ้องศาล, ภ.8 จำนวน 1 ราย สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี เมื่อวันที่ 21 เมษายน ส่งศาลแขวงสุราษฎร์ธานี ปรับ 2,000 บาท, ภ.9 จำนวน 1 ราย สภ.เมืองปัตตานี เมื่อวันที่ 26 เมษายน ส่งศาลแขวงปัตตานี ปรับ 1,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนผลการจับกุมการกระทำความผิดตามพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ระหว่างวันที่ 1-27 เมษายน จับกุม 186 ครั้ง โดย 1-8 เมษายน จับกุม 19 ครั้ง, 9-15 เมษายน จับกุม 49 ครั้ง, 16-22 เมษายน จับกุม 29 ครั้ง, 23-27 เมษายน จับกุม 89 ครั้ง โดยเป็นความผิด การพนัน 53 ครั้ง มั่วสุม 15 ครั้ง ลักลอบเข้าเมือง 18 ครั้ง อื่น 3 ครั้ง
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101048</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผู้ฝ่าฝืน, พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ, พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์, รอง ผบ.ตร., หน้ากากผ้า, ไม่สวมหน้ากากอนามัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210428/image_big_6089021be0578.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97119</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/03/2021 12:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/03/2021 12:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.เทคโนโลยีแจงผลงานจับ3คดีฉ้อโกงมูลค่ากว่า27ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 มี.ค. 64 - &amp;nbsp;ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.), &amp;nbsp;พล.ต.ท.ปรีชา &amp;nbsp;เจริญสหายนนท์ ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ต.ศิริพงษ์ &amp;nbsp;ติมุลา รองผู้บัญชาการสำนักงานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (รอง ผบช.สทส.) และ พล.ต.ต.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 (รอง ผบช.ภ.6) ร่วมกันแถลงข่าวผลการดำเนินการปราบปรามผู้กระทำความผิดคดีฉ้อโกง หลอกลวงประชาชน และการกระทำความผิดทางอาชญากรรมทางเทคโนโลยีของ ศปอส. (PCT) &amp;nbsp;3 คดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีที่ 1 หลอกขายปุ๋ย ขี้ไก่อัดเม็ด จับกุมตัว น.ส.ปราณี ปักษีเลิศ อายุ 36 ปี &amp;nbsp;ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน ร่วมกันฉ้อโกงโดยการแสดงตนเป็นคนอื่น และฟอกเงิน จับกุมบริเวณด้านหน้าคอนโดสกายไลน์ ตำบลบางกระสอ อำเภอเมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี &amp;nbsp;นำส่ง สภ.บางบาล &amp;nbsp;จ.พระนครศรีอยุธยา สืบเนื่องจาก ช่วงเดือน มกราคม 2564 ผู้เสียหายหลายรายได้เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนที่ศูนย์ PCT &amp;nbsp;ว่าถูก น.ส.ปราณี กับพวกแอบอ้างว่าเป็นผู้ประกอบการมาขายปุ๋ยในราคาต่ำ ส่วนอีกคนโทรศัพท์มาอ้างเป็นเจ้าหน้าที่สหกรณ์การเกษตรมาขอซื้อปุ๋ยในราคาที่สูงจำนวนมาก &amp;nbsp;ผู้เสียหายคิดว่าจะได้ส่วนต่างจากการซื้อขายปุ๋ย จึงได้โอนเงินเพื่อซื้อปุ๋ยมูลไก่อัดเม็ดให้กับ น.ส.ปราณี แต่ปรากฏว่าไม่ได้รับสินค้าดังกล่าว &amp;nbsp;โดยมีผู้เสียหายกว่า 25 ราย รวมมูลค่าเสียหายกว่า 20 ล้านบาท &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีที่ 2 &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่จับกุมตัว น.ส.ธนิวรรธัญ วิวัฒธนากูล และนายพลณธี &amp;nbsp;ภักดีพงศ์พานิชย์ ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชนฯลฯหลังกลุ่มผู้เสียหายได้เข้าร้องเรียนต่อ ศูนย์ PCT ว่าถูกหลอกให้ซื้อซิมโทรศัพท์มือถือในราคา 999 บาท จากราคาปกติ 3,999 บาท รายปีโทรฟรี24 ชม. ซื้อ 1 แถม 1 ผ่านทางเฟซบุ๊กชื่อ &amp;quot;Import Group สินค้านำเข้าราคาถูกแห่งประเทศไทย&amp;quot; โดยแอดมินอ้างว่าซิมมีจำนวนจำกัดเพียง 100 ชุด และแจ้งว่าจะส่งสินค้าให้วันที่ 25 มกราคม 2564 ให้ผู้สนใจซื้อ ทำการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารที่ส่งให้ และให้ส่งข้อมูลทางช่องพูดคุยส่วนตัว (Massenger) เพื่อส่งสลิปใบโอนเงินและที่อยู่ในการจัดส่งซิมโทรศัพท์ &amp;nbsp;แต่เมื่อถึงกำหนดนัดส่งสินค้าคนร้ายได้ปิดเพจเฟซบุ๊กหลบหนีไป ผู้เสียหายกว่า 2,000 ราย มูลค่าความเสียหาย &amp;nbsp;5,277,000 บาทเศษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และคดีที่ 3 หลอกขายทะเบียนรถสวย และหลอกให้กู้ยืมเงิน &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ตำรวจ PCT ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 5 เข้าทำการจับกุมนายสุเมธ &amp;nbsp;ครองวงศ์ &amp;nbsp;ผู้ต้องหาตามหมายจับข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชนฯลฯ &amp;nbsp;แล้วได้ใช้อาวุธปืนยิงตัวเอง และยิง น.ส.อาณดาหรือปิยะธิดา ปิยะรักษ์ &amp;nbsp;ผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีเดียวกัน และยิงน.ส.วิชชุดา &amp;nbsp;เสียมศักดิ์ ภริยา &amp;nbsp;เสียชีวิตภายในคอนโดหรู ใน ต.ช้างเผือก อ.ช้างเผือก จ.เชียงใหม่ &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 5-6 มีนาคม 2564&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2564 &amp;nbsp;ได้มีผู้เสียหายมาร้องทุกข์ที่ PCT ว่าถูกหลอกให้กู้เงินนอกระบบ จากเฟซบุ๊กเงินกู้นอกระบบเงินด่วนทันใจ เงินกู้นอกระบบ &amp;nbsp;แล้วถูกหลอกเอาเงินค้ำประกัน 10% และหลอกให้เปิดบัญชีธนาคารให้คนร้าย &amp;nbsp;แล้วคนร้ายได้เปิดเว็บไซต์ https://www.monkeylucky77.com หลอกขายทะเบียนรถสวย &amp;nbsp;โดยให้ผู้เสียหายโอนเงินเข้าบัญชีที่คนร้ายหลอกมาจากเพจเงินกู้นอกระบบมาใช้รับโอนเงิน &amp;nbsp;จากนั้นนายสุเมธ &amp;nbsp;ครองวงศ์ &amp;nbsp;และ น.ส.อาณดา หรือปิยะธิดา ปิยะรักษ์ &amp;nbsp;ผู้ตายจะเป็นผู้ไปถอนเงินสดจากตู้ ATM &amp;nbsp;ซึ่งมีผู้เสียหาย ถูกหลอกประมาณ 50 ราย ความเสียหายประมาณ 2,000,000 บาทเศษ &amp;nbsp; เจ้าหน้าที่ได้อายัดทรัพย์สินเป็นรถยนต์เก๋งยี่ห้อ BMW ,ยี่ห้อ Mercedes Benz ,โน๊ตบุ๊ก ,โทรศัพท์ และไอแพด รวมมูลค่าประมาณ 4 ล้านเศษ &amp;nbsp;และจะได้ส่ง ปปง.เพื่อทำเรื่องเฉลี่ยทรัพย์คืนผู้เสียหายต่อไป &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97119</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ต.ศิริพงษ์  ติมุลา, พล.ต.ท.ปรีชา  เจริญสหายนนท์, พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์, รอง ผบ.ตร., สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, สำนักงานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210324/image_big_605acf4210db5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>93336</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/02/2021 13:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/02/2021 13:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับกุมแก๊งสาวสองแฮ็กข้อมูลโซเชียลฯหมอหลอกขายกระเป๋าแบรนด์เนม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ก.พ.64 - พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร.ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) พร้อมด้วย พล.ต.ต.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย รอง ผบช.น. พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ ผบก.สส.สตม. พ.ต.ท.สรยุทธ จิโรภาส รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.บางกรวย แถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาแฮกอินสตาแกรม หลอกหลวงขายของแบรนด์เนม มีผู้เสียหายจำนวนมาก มูลค่าความเสียหายนับสิบล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ระบุว่า คดีแรกจับกุมผู้ต้องหา 2 คน คือ นายชัยวัฒน์ (สงวนนามสกุล) อายุ 26 ปี และ นายพายุพัศ หรือ เปรี้ยว (สงวนนามสกุล) อายุ 26 ปี ในความผิดฐาน ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยการแสดงตนเป็นคนอื่น, ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ด้วยข้อมูลอันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;สำหรับพฤติการณ์ผู้ต้องหาจะสุ่มแฮ็กบัญชีเฟซบุ๊กอินสตราแกรม หรือไลน์ โดยจะเลือกบัญชีที่มีผู้ติดตามจำนวนมาก และมีการโพสต์ขายกระเป๋าแบรนด์เนมมาก่อน อย่างกรณีนี้ผู้ถูกแฮ็กไอจีเป็นแพทย์เสริมความงาม มีความสนใจสินค้าแบรนด์เนมแต่ไม่ได้มีการจำหน่ายสินค้า จากนั้นจะเริ่มแฮ็กใน 2 วิธี คือ &amp;quot;นำหมายเลขโทรศัพท์ของเจ้าของบัญชีที่มีการโพสต์ไว้ มาใส่เป็นรหัสผ่าน หรือ พาสเวิร์ด&amp;quot; ถ้าตรงก็สามารถแฮ็กได้ หรืออีกวิธี โดยการกด &amp;quot;ลืมรหัสผ่าน forget password&amp;quot; ระบบจะส่งรหัส OTP เข้าไปที่หมายเลขของเจ้าของบัญชี จากนั้นผู้ต้องหาก็จะสร้างไลน์ปลอมเป็นเพื่อน เข้าไปทักและหลอกให้ผู้เสียหายส่ง OTP ให้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อแฮ็กได้แล้ว ก็จะทำบัญชีมาโพสต์หลอกขายกระเป๋าแบรนด์เนมมือสอง มีผู้เสียหายจำนวนมากหลงเชื่อ โอนเงินให้แต่กลับไม่ได้กระเป๋า มีผู้เสียหายที่เข้าแจ้งความแล้ว 17 ราย แบ่งสถานีตำรวจในพื้นที่ บช.น. 12 คดี และสถานีตำรวจในต่างจังหวัดอีก 5 คดี โดยนายเปรี้ยว ซึ่งเป็นสตรีข้ามเพศ หนึ่งในผู้ต้องหานี้ได้เคยถูกจับกุมมาแล้ว 2 ครั้ง โดยพฤติการณ์คือปลอมเฟซบุ๊ก ขึ้นมาเพื่อโพสต์ขายหน้ากากอนามัย แต่ไม่ส่งหน้ากากให้ลูกค้า มีผู้เสียหายกว่า 50 รายมูลค่าความเสียหายกว่า 5 ล้านบาท ขณะนี้ผู้ต้องหาอยู่ระหว่างประกันตัวในชั้นศาล แต่กลับมากระทำความผิดซ้ำอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกคดีจับกุมตัว น.ส.กุลธิดาลักษณ์ สงวนนามสกุล อายุ 34 ปี ในความผิดฐาน ร่วมกันโดยทุจริตหลอกลวงด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จต่อประชาชน หรือโดยหลอกลวง, นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน พฤติการณ์ผู้ต้องหา ได้ประกาศขายสินค้าแบรนด์เนมมือสอง ในเฟซบุ๊กชื่อ &amp;quot;Celebrity Brandname กระเป๋าแบรนด์เนมแท้มือ 2 ของแท้ 100% รับซื้อ ฝากขาย จำนำภายหลังมีผู้สนใจเป็นจำนวนมากโอนเงินซื้อสินค้า แต่สุดท้ายกลับไม่ได้รับสินค้า ซึ่งน่าเชื่อว่าสินค้าไม่ได้มีอยู่จริงตั้งแต่ต้น ผู้ต้องหากระทำผิดต่อเนื่องหลายคดี จนกระทั่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวได้ในที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กล่าวว่า ทั้งสองคดี มีพฤติการณ์คล้าย ๆ กัน คือมีการหลอกลวงขายสินค้าทางโซเชียลมีเดีย มีผู้เสียหายจำนวนมาก ทั้งที่แจ้งความแล้วและยังไม่ได้เข้าแจ้งความ &amp;nbsp;มูลค่าความเสียหายหลายสิบล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขอฝากเตือนไปยังพี่น้องประชาชนเรื่องการใส่ข้อมูลส่วนตัว ลงในโซเชียล ตรงนี้เป็นดาบสองคม ด้านหนึ่งเป็นการสร้างความน่าเชื่อถือในการขายสินค้าออนไลน์ แต่ก็เป็นช่องทางให้มิจฉาชีพนำข้อมูล เบอร์มือถือ วันเดือนปีเกิด ใช้เป็นข้อมูลในการแฮกบัญชี &amp;nbsp;ส่วนการโอนเงินชำระค่าสินค้าทุกครั้งขอให้ตรวจชื่อบัญชีทุกครั้งว่าตรงกับผู้ที่เราต้องการโอนเงินให้&amp;quot; รองผบ.ตร.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน พล.ต.ต.อิทธิพลกล่าวว่า การปราบปราบอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาล ซึ่ง ศปอส.ตร. ให้ความสำคัญทั้งในด้านการปราบปราม และการสร้างภูมิกันให้กับประชาชนโดยการผลิตคลิป เตือนภัย เช่น คลิป &amp;quot;รู้ทัน แชร์ลูกโซ่&amp;quot;, &amp;quot;รู้ลึก พนันออนไลน์ ภัยใกล้ตัว กับติ๊ก บิ๊กบราเธอร์&amp;quot;, &amp;quot;ลงทุนแค่ 100 ได้เงินเป็น 1,000,000&amp;quot; , &amp;quot;3 กระบวนยุทธ์ สกัดหยุด การโจรกรรมข้อมูลออนไลน์&amp;quot; &amp;nbsp;ล่าสุดได้เผยแพร่คลิป &amp;quot;ภัยใกล้ตัว ระวัง เงินหายหมดบัญชี&amp;quot; ซึ่งเป็นการเตือนภัยจากการหลอกขอ OTP โดยสามารถเข้าไปดูได้ที่เฟซบุ๊ก และยูทูป @PCTPOLICE &amp;nbsp;และจะมีการผลิตคลิปเตือนภัยทุกเดือน &amp;nbsp;เพื่อให้ทันต่อรูปแบบของอาชญากรรมที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา หากพบพฤติการณ์ดังกล่าวสามารถโทรแจ้งเบาะแสมาที่สายด่วน ตร. 1599 ตลอด 24 ชม. หรือสายตรง ศูนย์ PCT 081-8663000 เฉพาะเวลาราชการ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93336</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ, พล.ต.ต.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย, พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์, รอง ผบ.ตร., ศปอส.ตร., สำนักงานตำรวจแห่งชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210217/image_big_602cb25c196b1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>93330</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/02/2021 12:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/02/2021 12:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รองผบ.ตร.รับเชือดตำรวจพันบ่อนเพื่อให้เกิดความกลัวจะได้ไม่มีการพนันในพื้นที่!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ก.พ.64 &amp;nbsp;- พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. กล่าวถึงการจับกุมขบวนการพนันออนไลน์ของเสี่ยโป้ อานนท์ ว่าตำรวจทำคดีอย่างตรงไปตรงมา ขยายผลไปถึงใครก็ขออนุมัติหมายจับ ศาลก็พิจารณาตามพยานหลักฐาน ไม่ได้กลั่นแกล้งใคร ซึ่งไม่ได้จัดฉากจับกุม เป็นไปตามที่ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ชี้แจงว่าสืบสวนมาเป็นเวลานาน และสืบสวนทุกราย แต่เสี่ยโป้เขาออกสื่อไลฟ์สดบ่อยจนเป็นที่เพ่งเล็ง มีคนแจ้งเบาะแสมาหลายช่องทาง ทั้งนี้ไม่ยืนยันว่านางบานเย็น ชาญนรา แม่ของเสี่ยโป้ หลบหนีไปต่างประเทศหรือไม่ แต่ยืนยันว่าตำรวจพยายามจะจับกุมให้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่ากรณีเรื่องบ่อนพนันและพนันออนไลน์ การย้ายตำรวจสามารถแก้ไขปัญหาได้หรือไม่ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กล่าวว่า ทุกอย่างต้องดูข้อเท็จจริง การลงโทษเป็นเรื่องหนึ่งที่จะทำให้ผู้ที่ปล่อยปะละเลยเกิดความกลัว แต่ก็ต้องทำแบบมีเหตุผล ดูเป็นเรื่องๆ ไป เช่น มีการลักลอบเปิดทำพนันออนไลน์ในคอนโด เซิร์ฟเวอร์อยู่ต่างประเทศ ซึ่งพื้นที่จะรู้ได้ยาก หากมีทีมส่วนกลางไปจับกุม เราก็ต้องเห็นใจซึ่งกันและกันว่าเขาอาจจะไม่รู้ แต่ถ้าเป็นในลักษณะบ่อนพนันชัดเจน ก็ต้องพิจารณาลงโทษ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93330</URL_LINK>
                <HASHTAG>การพนัน, พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์, รอง ผบ.ตร.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210217/image_big_602ca524a1354.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91849</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/02/2021 12:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/02/2021 12:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตำรวจงัดแผนพิทักษ์เลือกตั้ง62คุมหย่อนบัตร’เทศบาล-นายกเทศมนตรี’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ก.พ.64 - &amp;nbsp;ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พล.ต.อ.ดำรงศํกดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. ได้มีบันทึกข้อความส่วนราชการ ตร. ถึง ผบช.ภ.1-9, สันติบาล, ตชด.,ทท., สตม, สยศ.ตร., และ กมค. เรื่องการเตรียมความพร้อมในการรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลและนายกเทศมนตรี
ใจความว่า ด้วยสำนักงานคณะกรรมการเลือกตั้ง มีหนังสือ ด่วนที่สุด ที่ ลต 0012/ว 75 ลง 15 มกราคม 2564 แจ้งแผนการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลและนายกเทศมนตรี กำหนดให้วันอาทิตย์ที่ 28 มีนาคม 2564 เป็นวันเลือกตั้ง และให้วันที่ 8-12 กุมภาพันธ์ 2564 เป็นวันรับสมัครเลือกตั้งดังกล่าว เพื่อให้การเตรียมการรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลและนายกเทศมนตรี ในส่วนภารกิจ ตร. เป็นไปด้วยความเรียบร้อย สุจริต และเที่ยงธรรม จึงให้ดำเนินการ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ภ.1-9 และ ภ.จว. ประสาน กกต.เขต/จว. เพื่อทราบข้อมูลที่เกี่ยวข้องในการเตรียมการรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยการการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลและนายกเทศมนตรี และข้อมูลที่เกี่ยวข้องอื่นๆ รวมทั้งความต้องการของ กกต.เขต/จว. ในการขอรับการสนับสนุนจาก ตร. นอกเหนือจากการจัดกำลังตามแผนของ ตร. เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการวางแผนการจัดกำลังพล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ในการรักษาความสงบเรียบร้อย ให้ถือปฏิบัติตามแผนรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยการจัดการเลือกตั้ง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (พิทักษ์เลือกตั้ง/62) โดยเคร่งครัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ให้ทุกหน่วยตามข้อ 1 ประสานการสนับสนุนงบประมาณค่าใช้จ่ายในการดำเนินการตามภารกิจสนับสนุนการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลและนายกเทศมนตรี จากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ที่อยู่ในเขตพื้นที่ที่มีการเลือกตั้งของหน่วย ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการจัดการเลือกตั้งทั้งหมด ตามมาตรา 14 แห่ง พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.การจัดกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยการเลือกตั้งฯ ให้ดำเนินการดังนี้ 4.1 การจัดชุดป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง (ปป.ลต.) 4.2 การจัดกำลังรักษาความปลอดภัยสถานที่รับสมัครเลือกตั้ง 4.3การจัดเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำสถานที่เลือกตั้ง 4.4 การจัดเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกด้านการจราจรให้แก่ผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งที่จะเดินทางไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ตามความเหมาะสม 4.5 ชุดรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ จตช.(ภ.8) ให้ถือปฏิบัติในการจัดกำลังตามความเหมาะสมกับพื้นที่และสถานการณ์ รวมทั้งให้มีการประสานการปฏิบัติกับ กอ.รมน.ภาค 4 เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.ให้ทุก ภ.จว. เป็นหน่วยรับในการจัดกำลังพลเจ้าหน้าที่ตำรวจ ปฏิบัติหน้าที่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อย 5.1ให้พิจารณากำลังพลที่มีอยู่ในสังกัด และในพื้นที่เป็นอันดับแรก ซึ่งหมายความรวมถึงเจ้าหน้าที่ทุกสายงาน เช่น งานอำนวยการ/ธุรการ ป้องกันปราบปราม สืบสวน และจราจร เป็นต้น ทั้งนี้ต้องพิจารณาคุณวุฒิ ประสบการณ์ และความรู้ความสามารถให้เหมาะสมกับภารกิจที่จะมอบหมายให้รับผิดชอบด้วย หากยังไม่เพียงพอให้เสนอขอรับการสนับสนุนจาก ภ.จว. และ ภ. หรือเจ้าหน้าที่ตำรวจ หน่วยงานอื่นในพื้นที่ เช่น บช.ตชด. หรือขอรับการสนับสนุนจากฝ่ายปกครอง หรือทหาร หรือหน่วยงานของรัฐในพื้นที่ตามความจำเป็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.2 การจัดกำลังไปปฏิบัติภารกิจจะต้องมีการกำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบและแบ่งมอบสายการบังคับบัฐชาให้ชัดเจนในทุกระดับ กำหนดมาตรการรักษาความปลอดภัย แผนเผชิญเหตุ ขั้นตอนการปฏิบัติ วงรอบการปฏิบัติและการตรวจสอบของผู้บังคับบัญชาให้รอบคอบ รัดกุม ตรวจสอบได้ &amp;nbsp;5.3 กำลังพลทุกนายจะต้องได้รับการอบรมชี้แจงข้อกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ ตลอดจนแนวทางการปฏิบัติล่วงหน้าก่อนทุกนาย โดยให้หน่วยประสาน กกต.พื้นที่ เพื่อส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ารับการฝึกอบรมเพื่อศึกษาทำความเข้าใจการปฏิบัติหน้าที่ในภารกิจสนับสนุนการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลและนายกเทศมนตรี เพื่อให้การปฏิบัติ และการบังคับใช้กฎหมายเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพครบถ้วน และสอดคล้องกับกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6.ระดมกวาดล้างอาชญากรรม โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีอิทธิพล มือปืนรับจ้าง และอาวุธสงคราม 7.บช.ส.เป็นหน่วยรับผิดชอบหลักในการรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องตามหัวข้อข่าวสารสำคัญที่กำหนดไว้ในแผนฯ ให้พร้อมรายงาน และสืบสวนหาข่าวความเคลื่อนไหวที่มีผลกระทบต่อการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลและนายกเทศมนตรี และอบรมชี้แจงเกี่ยวกับการปฏิบัติให้แก่กำลังพลที่จะทำหน้าที่ผู้ปฏิบัติ กรณีมีข่าวสารสำคัญที่จะส่งผลกระทบให้ สันติบาลจังหวัด ประสานกับ ผบก.ภ.จว. โดยตรง เพื่อดำเนินการการตามอำนาจหน้าที่ ฃ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8. กมค. เป็นหน่วยหลักในการประสาน รวบรวม ตอบข้อหารือเกี่ยวกับกฎหมาย ระเบียบที่เกี่ยวข้อง โดยออกคำสั่งมอบหมาย/จัดเวรผู้รับผิดชอบในการตอบข้อหารือให้ชัดเจน รายงานและติดตามผลคดีความผิดที่เกี่ยวกับกฎหมายเลือกตั้งให้ ตร. ทราบ 9. ให้ สตม. สืบสวนหาข่าวความเคลื่อนไหวของคนต่างด้าวที่มีผลกระทบต่อการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลและนายกเทศมนตรี หากพบข้อมูลให้แจ้ง ผบก.ภ.จว. นั้นทราบและรายงาน ตร. ทราบ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91849</URL_LINK>
                <HASHTAG>การจัดการเลือกตั้ง, นายกเทศมนตรี, พล.ต.อ.ดำรงศํกดิ์ กิตติประภัสร์, รอง ผบ.ตร., สมาชิกสภาเทศบาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210203/image_big_601a2f50a3efa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>89829</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/01/2021 15:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/01/2021 15:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.ขู่จัดหนักแก๊งซิ่งบนทางด่วน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ม.ค.64 - ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. เป็นประธานการประชุมผ่านวิดีโอคอนเฟอร์เรนท์ไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับ รอง ผบก.-สว.กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1-9 (บช.ภ.1-9) เพื่อป้องกันปราบปรามการแข่งขันในทางหลังจากมีการแต่งตั้งโยกย้ายทั่วประเทศ พร้อมเปิดเผยถึงพบการแข่งขันรถยนต์บนทางด่วนเฉลิมมหานครหลายสิบคัน เมื่อวันที่ 10 ม.ค.ที่ผ่านมา สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน ว่า จากการสืบสวนพบว่ามีรถยนต์เข้าร่วมแข่งขันบนทางด่วนของ บช.น.ประมาณ 30 คัน พิสูจน์ทราบผู้ขับขี่แล้ว 14 ราย ดำเนินคดีไปแล้ว 1 ราย ส่วนที่เหลืออยู่ระหว่างดำเนินการพิสูจน์ทราบเพื่อออกหมายเรียกต่อไป &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์กล่าวต่อว่า คดีนี้อัตราโทษค่อนข้างสูงจากเดิมเป็นคดีแข่งรถในทางหรือขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัย จำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับ 200-1,000 &amp;nbsp;บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ ช่วงนี้มี พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ จึงต้องดำเนินคดีฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ทำกิจกรรมมั่วสุมเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อ อัตราโทษจำคุก ไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท ถ้าเป็นเด็กและเยาวชน เรียกผู้ปกครองมาทำทัณฑ์บน ถ้าพบว่ายังทำผิดซ้ำผู้ปกครองงจะมีความผิดด้วย พร้อมเสนอศาลให้ริบรถยนต์ด้วย ซึ่งต่อไปจะเพิ่มมาตรการป้องกันไม่ให้มีการแข่งรถสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน เตือนให้ระวังอัตราโทษสูงขึ้นไปกระทำความผิดด้วยความคึกคะนองจะไม่คุ้ม
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89829</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทางด่วน, พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์, รถซิ่ง, รอง ผบ.ตร.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210114/image_big_6000034edb448.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>87016</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/12/2020 12:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/12/2020 12:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตำรวจชง‘Work from home’1วันช่วยลดฝุ่นPM2.5</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ธ.ค.2563 - &amp;nbsp;พล.ต.อ.ดำรงค์ศักดิ์ กิตติประภัสร์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) กล่าวถึงมาตรการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ในพื้นที่กทม.และปริมณฑลว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติร่วมกับกรุงเทพมหานครและกรมการขนส่งทางบก สั่งการให้ตั้งจุดตรวจควันดำจำนวน 20 จุด ตั้งแต่ 1 ธันวาคม 2563 - 20 กุมภาพันธ์ 2564 ขณะเดียวกันได้มีมาตรการเชิงรุกสั่งการให้ บก.น.1,2 และ 7 ลงพื้นที่ตรวจสอบภายในอู่จอดรถโดยสารสาธารณะ เนื่องจากรถมีสภาพเก่า ซึ่งมั่นใจว่าจะสามารถลดปริมาณฝุ่นได้ในระดับหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สำนักงานตำรวจแห่งชาติ อยากเชิญชวนให้หน่วยงานเอกชน บริษัท ห้างร้านต่างๆ กำหนดให้พนักงานหยุดทำงานที่บ้าน 1 วัน ต่อสัปดาห์ ในช่วงฤดูหนาว เหมือนกับมาตรการ work from home ในช่วงที่มีสถานการณ์โควิด-19ระบาด เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา เพราะเชื่อว่ามาตรการนี้จะสามารถลดการใช้รถยนต์และลดการเกิดปริมาณฝุ่นควันได้อีกทางหนึ่ง ซึ่งเป็นความรับผิดชอบร่วมกัน ไม่ใช่รัฐบาลเพียงฝ่ายเดียว ของประชาชนด้วย&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87016</URL_LINK>
                <HASHTAG>PM 2.5, ฝุ่นละอองขนาดเล็ก, พล.ต.อ.ดำรงค์ศักดิ์ กิตติประภัสร์, รอง ผบ.ตร., รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201216/image_big_5fd99b1c74cdc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
