<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>74872</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/08/2020 08:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/08/2020 08:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชงต่ออายุพรก.ฉุกเฉินอีก1เดือน!ชี้ไม่กระทบการใช้ชีวิต-ม็อบมีได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ส.ค.2563 - &amp;nbsp;ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) &amp;nbsp;พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รองผู้บัญชาการทหารบก (รอง ผบ.ทบ.) ในฐานะรองประธานกรรมการในคณะกรรมการเฉพาะกิจพิจารณาการผ่อนคลายการบังคับใช้มาตรการในการป้องกันและยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) และรองหัวหน้าสำนักงานประสานงานกลาง ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. กล่าวถึงภาพรวมการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ในประเทศไทยว่า สถานการณ์ในไทยขณะนี้ถือว่าดีขึ้นมาก หากเทียบกับตัวเลขผู้ติดเชื้อในแต่ละวัน แต่ก็มีความเป็นห่วงประชาชน เพราะมีการผ่อนคลายเฝ้าระวังไปมาก ตั้งแต่รับทราบกันว่าตัวเลขผู้ติดเชื้อในประเทศเป็นศูนย์มาหลายวัน แต่ทั้งนี้ ศบค.ได้พยายามเฝ้าระวังในจุดที่อาจจะมีการรั่วไหล เพราะหากเกิดการระบาดรอบสองก็เป็นที่น่าเสียดาย เนื่องจากเราดูแลอย่างดีมาถึง 90 วันแล้ว ซึ่งอยากขอบคุณประชาชนและทุกภาคส่วนที่ให้ความร่วมมือ และขอยืนยันว่ามาตรการ state quarantine ในการกักตัว 14 วันเป็นมาตรการที่เชื่อถือได้ และยืนยันว่าการตรวจพบผู้ติดเชื้อใน state quarantine อยู่ในกรอบ 14 วัน แต่ก็มีข้อห่วงใยว่าการพบเชื้อครั้งแรกส่วนใหญ่จะพบภายใน 14 วัน แต่หลังจากพบแล้วเชื้อจะอยู่ได้ถึง 30 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ณัฐพล กล่าวต่อว่าได้เตรียมการแข่งขันจักรยานโลกชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ระหว่างวันที่ 6-16 ต.ค.นี้ ใช้เส้นทางผ่านจังหวัดต่างๆ อาทิ จ.สมุทรสงคราม จ.เพชรบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ และ จ.ระนอง หากงานนี้ประสบความสำเร็จก็จะเป็นการสร้างชื่อเสียงและสามารถกระตุ้นเรื่องการท่องเที่ยวให้กับประเทศ โดยทางสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทยได้เชิญนักปั่นทั่วโลกไป 172 คน แต่คาดว่าจะมีคนเข้าร่วมไม่ต่ำกว่า 70 คน ซึ่งขึ้นอยู่กับการตอบรับ เพราะเมื่อแจ้งไปว่านักปั่นทุกคนต้องเข้าสู่ขั้นตอน state quarantine หลายชาติก็มีความเป็นห่วง แต่นักปั่นจักรยานส่วนใหญ่ก็ยอมรับเข้าสู่ขั้นตอน state quarantine 14 วันอย่างไรก็ตามยืนยันว่า ศบค.จะยึดถือมาตรการการเข้า state quarantine ตลอดไป ไม่ว่าจะมีการบังคับใช้ พ.ร.ก.การบริการราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 หรือไม่ก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงแนวโน้มการต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า ศบค.ชุดเล็กเตรียมเสนอศบค.ชุดใหญ่เพื่อต่อ พ.ร.ก.การบริการราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ต่ออีก 1 เดือน ทั้งนี้ยืนยันว่าการมี พ.ร.ก.การบริการราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 นั้นไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของประชาชน และยังสามารถดำเนินการจัดการชุมนุมได้ เนื่องจาก พ.ร.ก.การบริการราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548สามารถบังคับใช้กฎหมายบางตัวที่ พ.ร.บ.ควบคุมโรคไม่สามารถทำได้ อีกทั้งยังสามารถรวบรวมหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องให้มาทำงานร่วมกันในจุดเดียวกันได้ ซึ่งมองว่าการบังคับใช้พ.ร.ก.การบริการราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ยังคงมีความจำเป็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงกรณีที่ทหารสหรัฐอเมริกาจะครบกำหนดการกักตัว 14 วันในวันนี้ พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า ยืนยันว่าทหารยังคงมีความจำเป็นที่จะต้องดำรงการฝึกทั้งการฝึกของเราเองและการฝึกร่วมผสม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพความเป็นทหารจึงต้องขอความเห็นใจจากประชาชน เพราะกองทัพต้องมีการฝึก เนื่องจากจะได้รับเทคโนโลยีที่มีความเจริญแล้วจากกองทัพที่มีความทันสมัย เพื่อพัฒนากองทัพของเรา นอกจากนี้ยังมีกองร้อยทหารช่างจากเซาท์ซูดานผลัดที่ 1 ที่จะเดินทางกลับประเทศไทย หลังจากไปปฏิบัติภารกิจรักษาสันติภาพจำนวน 237 นายในเดือนก.ย.นี้ว่าทางกองทัพได้แจ้ง ศบค.แล้วอย่างไม่เป็นทางการ ซึ่งทั้งหมดต้องเข้าสู่กระบวนการ state quarantine เช่นเดียวกับคนอื่น
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74872</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการเฉพาะกิจพิจารณาการผ่อนคลายการบังคับใช้มาตรการในการป้องกันและยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019, พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์, รอง ผบ.ทบ., รองผู้บัญชาการทหารบก, ศบค., โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200219/image_big_5e4ca93adbbd9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74870</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/08/2020 08:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/08/2020 08:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทบ.ห่วงความเชื่อเยาวชนชู3นิ้วลากสู่ความขัดแย้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ส.ค.2563 - &amp;nbsp;พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ &amp;nbsp;รองผู้บัญชาการทหารบก (รอง ผบ.ทบ.) กล่าวถึงกรณีที่หลายฝ่ายเกรงจะเกิดความขัดแย้งในสังคมหลังมีการแสดงสัญลักษณ์ชูสามนิ้วของนิสิต- นักศึกษาในการชุมนุมที่ขยายวงกว้างออกไปว่า &amp;nbsp; ในฐานะที่อยู่ฝ่ายความมั่นคงในเรื่องความขัดแย้งนั้นก็เป็นห่วง เพราะคงเป็นเรื่องยากที่จะทำให้กลับมาเหมือนก่อนหน้านี้ แต่ก็เข้าใจว่าสิ่งต่างๆ เหล่านี้ น่าจะเป็นการเข้าใจที่คลาดเคลื่อน และได้รับข้อมูลที่ไม่เพียงพอ รัฐบาลหรือฝ่ายความมั่นคง รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคงต้องใช้เวลาในการทำความเข้าใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;โดยเฉพาะกับน้องๆ เยาวชน เพราะพวกเราทุกคนในที่นี้เคยเป็นเด็กมาก่อน เราคงจำได้ว่ามีความเชื่ออะไรเราก็จะเชื่ออย่างนั้น เราก็คงต้องอาศัยความเข้าใจและอาศัยเวลา รวมถึงอาศัยคนที่อยู่ใกล้ชิด เช่น คุณครู คุณพ่อ คุณแม่ ที่จะช่วยพูดคุยกับเด็กและทำความเข้าใจ &amp;nbsp;คงไม่ใช่รัฐบาลที่ต้องเข้าไปแก้ไขเรื่องนี้ &amp;nbsp;สมมุติว่ากองทัพ จะไปทำความเข้าใจ ทหารหรือตำรวจจะไปทำความเข้าใจ &amp;nbsp;ฝ่ายความมั่นคงหรือแม้กระทั่งนักการเมืองจะเข้าไปทำความเข้าใจคงจะได้ผลในระดับหนึ่ง แต่อาจจะไม่สามารถคลี่คลายในเวลาที่เราต้องการ สิ่งที่น่าจะแก้ไขได้ก็คือ พ่อแม่ คุณครู &amp;nbsp;ที่จะช่วยกัน&amp;rdquo;พล.อ.ณัฐพล กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74870</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขัดแย้ง, ชูสามนิ้ว, พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์, รอง ผบ.ทบ., รองผู้บัญชาการทหารบก, สัญลักษณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200621/image_big_5eef52c716901.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71388</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/07/2020 10:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/07/2020 10:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศบค.ชุดเล็กถกด่วน!รองผบ.ทบ.ลั่นเบรกเที่ยวบินจากอียิปต์ทั้งหมด ชง&#039;บิ๊กตู่&#039;ยกเลิกสิทธิพิเศษวีไอพีต่างชาติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 &amp;nbsp;ก.ค.63 - &amp;nbsp; ที่ห้องประชุม 3 อาคารสำนักงาน ก.พ.เดิม ถนนพิษณุโลก พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ &amp;nbsp;รองผู้บัญชาการทหารบก (รอง ผบ.ทบ.) ในฐานะรองประธานคณะกรรมการเฉพาะกิจพิจารณาการผ่อนคลายการบังคับใช้มาตรการในการป้องกันและยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุม ศบค.ชุดเล็ก &amp;nbsp;ถึงกรณีที่พบทหารชาวอียิปต์ติดเชื้อโควิค-19 ที่จ.ระยอง ว่า &amp;nbsp;เรื่องดังกล่าวเป็นความผิดส่วนบุคคลที่ลักลอบออกไปนอกพื้นที่ที่กำหนด &amp;nbsp;ถือเป็นการกระทำฝ่าฝืนส่วนบุคคล ไม่ได้เกิดจากความหละหลวมหรือความผิดพลาดของระบบ เพราะจากการตรวจสอบแล้วพบว่าทุกหน่วยงานทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเต็มที่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการตรวจเชื้อโควิค-19 ตามขั้นตอนนั้นสนามบินอู่ตะเภาได้มีการตรวจคัดกรองตามขั้นตอน &amp;nbsp;2 ลักษณะ คือ การตรวจสอบจากเอกสารต้นทาง ซึ่งสามารถยืนยันได้แล้วในระดับหนึ่ง และเพื่อความมั่นใจอีกระดับหนึ่งคือการตรวจสวอป ส่วนที่ปรากฏตามสื่อว่าทหารอียิปต์ไม่ให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขตรวจทำการตรวจเชื้อนั้น เนื่องจากความไม่เข้าใจ เพราะมีเอกสารยืนยันจากต้นทางแล้ว เหตุใดจึงต้องตรวจซ้ำ แต่ทางการไทยต้องการความมั่นใจจึงต้องให้มีการตรวจซ้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า &amp;nbsp;วันนี้จะมีการเสนอต่อนายกรัฐมนตรีในฐานะผู้อำนวยการ ศบค.ว่า จะต้องมีการทบทวนมาตรการผ่อนปรนทั้งหมดสำหรับบุคคลที่ได้รับอนุญาตให้เข้าราชอาณาจักรไทย ไม่ว่าจะเป็นทหารหรือคณะทูตต่างประเทศและครอบครัว แม้ที่ผ่านมาจะเป็นการให้เกียรติทางการทูต แต่ถ้ามีข้อบกพร่องเกิดขึ้นก็จำเป็นต้องมีการทบทวนมาตรการดังกล่าว รวมถึงจะเสนอให้ชะลอบุคคลที่เข้ามาในระยะสั้นและไม่ต้องอยู่ในสถานที่กักกันที่รัฐกำหนดไว้ เราจะเสนอให้มีการทบทวนหรือยกเลิกตรงนี้ไปก่อน นอกจากนี้ เราจะเสนอให้ยกเลิกเที่ยวบินของอียิปต์ทุกเที่ยวบินที่ได้รับอนุญาตให้เข้าราชอาณาจักรไทยไปแล้วก่อนหน้านี้ &amp;nbsp;ส่วนกรณีของเที่ยวบินจากประเทศอื่นๆ ยังสามารถเดินทางเข้าประเทศไทยได้ เพราะปฏิบัติตามกฎระเบียบของทางการไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
เมื่อถามว่า จากกรณีดังกล่าวจะถูกนำมาพิจารณาในการผ่อนปรนมาตรการต่างๆทั่วประเทศในระยะต่อไปหรือไม่ พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า ภาพรวมทั้งประเทศยังถือว่าปฏิบัติตามข้อกำหนดของ ศบค. แต่มีบางส่วนที่ยังละเลยอยู่บ้าง เช่น กรณีผับที่จ.นครสวรรค์ ซึ่งเราได้กำชับปลัดกระทรวงมหาดไทยให้สั่งการผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ตรวจสอบและเพิ่มความเข้มงวดมากขึ้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71388</URL_LINK>
                <HASHTAG>&gt;โควิด 19&amp;lt;, ทหารอียิปต์, พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์, รอง ผบ.ทบ., ศบค.ชุดเล็ก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200714/image_big_5f0d230b1345a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57603</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/02/2020 10:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/02/2020 10:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วอนเห็นใจทหาร2แสนนาย!อย่าตีตราเหตุกราดยิง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ก.พ.2563 - พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รองผู้บัญชาการทหารบก (รอง ผบ.ทบ) ให้สัมภาษณ์ถึงการดูแลกำลังพลไม่ให้มีพฤติกรรมเลียนแบบการใช้ความรุนแรงที่ จ.นครราชสีมา ว่าทหารมีระเบียบวินัย เหตุการณ์ดังกล่าวสามารถเกิดได้จากทุกสาขาอาชีพ แต่ครั้งนี้เกิดจากทหาร ซึ่งลักษณะการก่อเหตุเรียกว่า Lone Wolf หรือหมาป่าเดี่ยวดาย ปัจจุบันคำนี้ใช้กับผู้ที่ก่อเหตุร้ายที่ทำคนเดียว ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของ กอ.รมน. ที่ผบ.ทบ.ได้สั่งการให้ศึกษามาก่อนหน้านี้ และได้สรุปเป็นบทเรียนไว้แล้ว แต่ในช่วงนั้นยังไม่มีเหตุการณ์จึงยังไม่ได้รับความสนใจ ผบ.ทบ.จึงให้หยิบเรื่องนี้ขึ้นมาศึกษาจริงจังอีกครั้งโดยเร็วที่สุด และกำหนดบทบาทหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าควรจะต้องทำอย่างไร เพราะไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ขึ้นอีก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ไม่ใช่ กอ.รมน.จะทำหน่วยงานเดียวได้ แต่ต้องเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาศึกษา เมื่อได้ข้อยุติแล้วก็จะแบ่งมอบบทบาทไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และหากรัฐบาลได้มอบให้หน่วยงานใดรับผิดชอบ เราก็จะนำสิ่งที่เราศึกษาส่งมอบให้หน่วยงานนั้นต่อไป&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;พล.อ.ณัฐพลกล่าวอีกว่า อยากให้สังคมทราบว่าเหตุการณ์ดังกล่าวมีทหารและครอบครัวกำลังพลได้รับผลกระทบอย่างมาก เพราะถูกตำหนิด้วยคำพูด สายตา และการกระทำว่าเพราะเหตุใดทหารถึงทำเช่นนี้ แต่กำลังพลทั้ง 2 แสนคนกำลังถูกตำหนิ ในขณะที่คนที่ทำผิดแค่ 2-3 คน จึงขอความกรุณาและเห็นใจกับประชาชนทุกคนให้เมตตากับทหารที่ไม่เกี่ยวของ เพราะทหารทุกคนก็คือลูกหลานของท่าน ทั้งนี้กองทัพบกมีความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และไม่เคยคิดว่าเหตุการณ์เช่นนี้จะเกิดขึ้น ทหารที่ปฏิบัติอยู่ไม่ว่าจะเป็นบริเวณชายแดนที่ทำงานด้วยความเสียสละ และตั้งใจทำงานก็พลอยได้รับผลกระทบตรงนี้ไปด้วย รวมถึงครอบครัวกำลังพลก็ได้รับผลกระทบ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57603</URL_LINK>
                <HASHTAG>กราดยิง, นครราชสีมา, พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์, รอง ผบ.ทบ., รองผู้บัญชาการทหารบก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200219/image_big_5e4cad5b56dbb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57601</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/02/2020 10:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/02/2020 10:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รับมี&#039;นายพล&#039;อยู่บ้านพักหลวงไม่เกิน100หลัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ก.พ.2563- พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รองผู้บัญชาการทหารบก (รอง ผบ.ทบ.) กล่าวถึงแนวทางแก้ไขปัญหาบ้านพักของกำลังพลชั้นผู้น้อยที่เกษียณไปแล้วแต่ยังเดือดร้อนเรื่องที่พักอาศัยว่า ต้องพิจารณาเป็นกรณีๆ ไปโดยจัดลำดับความเดือดร้อนทั้งคนที่อยู่ในราชการและเกษียณอายุราชการไปพร้อมๆกันด้วย &amp;nbsp;ทั้งนี้ การแก้ปัญหาเรื่องบ้านพักของกำลังพล มี 3 แนวทาง คือ 1.ต้องสร้างบ้านพักเพิ่ม ซึ่งทำอย่างไรก็ไม่เพียงพอและยังสิ้นเปลืองงบประมาณ 2.การเช่าบ้านตามสิทธิ์ของแต่ละคน และ 3.โครงการบ้านสวัสดิการ ซึ่งเดิมเป็นโครงการที่ดี สำหรับผู้ที่ไม่มีบ้านหลวง เพราะเป็นการออมเงินเพื่อไปซื้อบ้านเป็นของตนเองสามารถอยู่ยาวไปจนกระทั่งเขาเกษียณไปแล้ว &amp;nbsp;แต่ปัจจุบันเกิดปัญหาเรื่องนี้ขึ้น &amp;nbsp;ก็ต้องมาดูว่าเกิดจากอะไร เป็นที่คน หรือ ระบบ ซึ่งหากสามารถแก้ได้ ก็ต้องเดินหน้าต่อ แต่ถ้ากองทัพบกมองแล้วว่าเป็นปัญหาก็ต้องยกเลิก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ความจริงโครงการนี้เป็นโครงการที่ดี จึงต้องขอทำความเข้าใจว่าบางครั้งเรื่องที่ดีอาจจะเดินไม่ได้ เพราะสังคมมองว่าเป็นเรื่องทุจริต โกง ผลประโยชน์ของนายทหารผู้ใหญ่ ซึ่งความจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้น หลายโครงการเป็นโครงการที่ดีให้กำลังพลชั้นผู้น้อยมีบ้านเป็นของตัวเอง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่ามีทหารเกษียณอายุราชการที่อยู่บ้านหลวงจำนวนเท่าไหร่ พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า กำลังให้หน่วยสรุปเข้ามา ว่ามีจำนวนเท่าไหร่ ซึ่งขีดเส้นว่าเดือน มี.ค.นี้ต้องเรียบร้อย &amp;nbsp;โดยเราแจ้งไปว่าขอให้ส่งคืนด้วย &amp;nbsp;แต่ขอให้เข้าใจว่าในสังคมไทยนั้นยืดหยุ่นได้ แต่ก็ต้องขีดเส้นเป็นระยะๆ ไป &amp;nbsp; ในบางกรณีที่ต้องผ่อนผันก็ต้องมีกรอบเวลา ซึ่งในอดีตยอมรับว่ามีการผ่อนผันหลายปี เช่น ทหารที่ทำงานตามชายแดนที่เกษียณแล้วไม่มีบ้านพัก จึงต้องพิจารณาตามกรณี อย่างไรก็ตาม จำนวนบ้านพักทั้งหมดในส่วนกลางมีไม่เกิน 100 หลัง สำหรับระดับชั้นนายพล &amp;nbsp;พันเอกพิเศษ ซึ่งระหว่างดำเนินการก็คาดว่าจะมีคนทยอยออกไปเพิ่มขึ้นด้วย &amp;nbsp;ส่วนใหญ่ที่เกิดปัญหาคือทหารที่มีภูมิลำเนาอยู่ต่างจังหวัดและเข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ &amp;nbsp; ส่วนที่อยู่ในต่างจังหวัดไม่ค่อยมีปัญหา &amp;nbsp;เพราะเขามีบ้านอยู่แล้ว ทั้งนี้ในส่วนของ ส.ว.ยังไม่เห็นรายชื่อว่ามีอยู่จำนวนเท่าไหร่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการตั้งคำถามของสังคม ว่า เหตุใดนายทหารระดับสูงซึ่งมีเงินเดือนสูง จึงไม่มีกำลังทรัพย์ซื้อบ้านของตนเอง แต่มาอยู่บ้านหลวง พล.อ.ณัฐพลกล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องส่วนตัว ต้องไปถามแต่ละคน ซึ่งอาจมองได้ว่า ยังมีงานที่ต้องรับใช้ประเทศชาติอยู่ จึงอยากฝากสื่อมวลชนว่า ไม่ต้องเป็นห่วง เพราะนายพลที่ยังอยู่บ้านหลวง ก็กระทบกับบ้านของชั้นนายพลด้วยกัน ไม่ใช่นายพลจะไปอยู่บ้านนายสิบ จนทำให้ทหารชั้นผู้น้อยไม่มีบ้านอยู่ ซึ่งเป็นคนละส่วนกัน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57601</URL_LINK>
                <HASHTAG>บ้านพัก, พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์, รอง ผบ.ทบ., รองผู้บัญชาการทหารบก, เกษียณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200219/image_big_5e4ca93adbbd9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57600</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/02/2020 13:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/02/2020 10:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดแล้ว&#039;สายตรงผบ.ทบ.&#039;ลั่นเบอร์1สั่งการไม่มีปาหี่แน่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ก.พ.2563 - ที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รองผู้บัญชาการทหารบก (รอง ผบ.ทบ.) &amp;nbsp;แถลงรายละเอียดการเปิดสายด่วนให้กำลังพลร้องเรียนถึง ผบ.ทบ.ได้โดยตรงว่า จากนโยบายของ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ.ที่ต้องการช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของกำลังพลให้รวดเร็ว จึงได้จัดตั้งช่องทางการติดต่อสื่อสารระหว่างกำลังพลกับ ผบ.ทบ. คือสายตรงแก้ไขปัญหาสำหรับกำลังพลกองทัพบก หมายเลขโทรศัพท์ 02-018-7330 หรือสายตรง ผบ.ทบ. โดยเป็นการดำเนินการจากผู้เชี่ยวชาญจากภายนอก ในลักษณะคอลเซ็นเตอร์ตลอด 24 ชั่วโมง มีสโลแกนว่า &amp;ldquo;ทุกเรื่องคือความลับ ทุกเรื่องถึง ผบ.ทบ.&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ที่ผ่านมาระบบของกองทัพบกได้เปิดให้กำลังพลที่มีเรื่องเดือดร้อนสามารถร้องทุกข์ได้ ซึ่งในอดีตการร้องทุกข์จะดำเนินการได้โดยผ่านตามสายการบังคับบัญชา หากผู้บังคับกองร้อยไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้จนเป็นที่พอใจ สามารถร้องเรียนมายังผู้บังคับกองพันได้ หากยังแก้ไขปัญหาไม่ได้ก็ร้องเรียนมายังผู้บังคับการกรมตามลำดับจนถึงผบ.ทบ. แต่ปัจจุบันและสถานการณ์ต่างที่เกิดขึ้นสังคมรู้สึกว่า กำลังพลไม่ได้รับความเป็นธรรม ผบ.ทบ.จึงเปิดสายตรงเพื่อให้แจ้งความเดือดร้อนมาได้โดยตรง ถือเป็นมาตรการที่มีคุณภาพและวางใจได้ว่าทุกอย่างจะถูกเก็บเป็นความลับ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะรับเรื่องโดยผู้ร้องเรียนต้องระบุชื่อและสังกัดก่อนบันทึกเรื่องใส่ซองปิดผนึกส่งข้อมูลถึง ผบ.ทบ.โดยตรง ไม่มีใครทราบรายละเอียดดังกล่าว เป็นการรับประกันเพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าเรื่องที่ร้องเรียนมาเป็นความลับอย่างแท้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ณัฐพล กล่าวต่อว่า ขณะนี้ผบ.ทบ.ได้สั่งการให้ตนเองเดินสายชี้แจงกับหน่วยทหารทั่วประเทศ โดยพบปะผู้บังคับหน่วยตามลำดับชั้นจนถึงผู้บังคับกองพันเพื่อทำความเข้าใจกับนโยบายของ ผบ.ทบ. อีกทั้งเน้นย้ำเรื่องกำลังพลว่าผู้บังคับหน่วยต้องเอาใจใส่ผู้ใต้บังคับบัญชา และต้องไม่ทำตัวเป็นเจ้าขุนมูลนาย ต้องใกล้ชิดกับผู้ใต้บังคับบัญชา ทั้งนี้ในอดีตที่ผ่านมาระบบทหารจำเป็นต้องใช้ความเด็ดขาด เพื่อบังคับบัญชาการรบ แต่ปัจจุบันเราได้เพิ่มเติมเรื่องการเอาใจใส่ทุกข์สุขของผู้ใต้บังคับบัญชา ดังนั้นผู้บังคับบัญชาต้องไม่ทำตัวเป็นเจ้าขุนมูลนาย แต้ต้องมีความเด็ดขาดในภารกิจทหารเช่นเดิม ซึ่งปัจจุบันผู้บังคับบัญชาระดับสูงก็ปฏิบัติตนเป็นตัวอย่างโดยการลดคณะผู้ติดตามให้เล็กลง มีความเป็นอยู่เรียบง่าย และอาศัยบ้านพักทหารอยู่กินกับกำลังพลแทนการไปพักที่โรงแรม ในขณะเดียวกันหากมีการปฏิบัติทางทหารก็ยังคงไว้ซึ่งความเด็ดขาด และต้องผสมผสานกัน เพราะเป็นยุคของคนรุ่นใหม่ จะนำระบบเดิมมาใช้ไม่ได้ แต่ทหารก็มีความจำเป็นที่ต้องใช้ระบบการบังคับบัญชา ไม่เช่นนั้นหากมีเหตุการณ์รบในอนาคตต้องมานั่งประชุมว่าจะรบดีหรือไม่ดี ทำเช่นนั้นคงไม่ได้ ต้องสั่งการให้ไปทันที อยากให้สังคมเข้าใจตรงนี้ กองทัพบกยืนยันว่ารับฟังเสียงสะท้อนจากสังคมที่มองว่าเป็นความเหลื่อมล้ำภายในกองทัพบก หรือระบบศักดินาหรือไม่ เราก็พยายามปรับตัวอยู่ สิ่งที่ทำได้ในเวลาราชการคือคงความเด็ดขาดในสายการบังคับบัญชา แต่นอกเหนือเวลานั้นจะผ่อนลงและเข้าไปสร้างความคุ้นเคยกับผู้ใต้บังคับบัญชา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ยืนยันว่าการดำเนินการต่างๆ ไม่ใช่การปาหี่อย่างที่ถูกฝ่ายการเมืองกล่าวหา อะไรที่เริ่มต้นจากเบอร์ 1 เป็นเรื่องที่จริงจังทั้งหมด ไม่ใช่เรื่องปาหี่แน่นอน ผมเข้าใจว่าสังคมอยากทราบว่าระบบสายตรง ผบ.ทบ. เวิร์กหรือไม่ ยืนยันว่าคอลเซ็นเตอร์ดังกล่าวดำเนินการโดยเจ้าหน้าที่เอกชนที่มีประสบการณ์ในการรับเรื่องและประมวลเรื่อง หากมีคนร้องเรียนมาเรื่องเดียวกันจำนวน 1-2 คนก็จะรับเรื่องไว้ แต้ถ้าเรื่องใดมีคนร้องเรียนมาประมาณ 100 คน ก็ควรได้รับการให้ความสำคัญ ในส่วนของผู้บังคับหน่วยที่มีความกังวลว่าอาจถูกใส่ร้าย ผบ.ทบ.ได้ให้นโยบายว่าไม่ต้องกังวล คนที่โตมาถึงระดับ ผบ.ทบ. หรือรอง ผบ.ทบ. มีดุลยพินิจพอว่าเรื่องใดเป็นการใส่ความ เรื่องใดเป็นเรื่องจริง เพราะผ่านระบบกลั้นกรองมาแล้ว จึงขอให้มั่นใจ&amp;rdquo; พล.อ.ณัฐพล กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ณัฐพล กล่าวอีกว่า เมื่อ ผบ.ทบ.ประเมินแล้วว่าเรื่องใดเป็นเรื่องจริงก็จะติดต่อไปยังผู้บังคับหน่วยนั้น เพื่อสอบถาม หากมีมูลความจริงก็จะตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบ แต่ต้องยอมรับความจริงว่าเรื่องใดก็ตามที่ถูกนำมาพิจารณา ผู้ที่ถูกร้องเรียนก็จะสงสัยคู่กรณี ส่วนที่เป็นห่วงว่าผู้ถูกร้องเรียนจะถูกกลั้นแกล้งได้นั้นกองทัพบกมีระบบดูแลอยู่แล้ว โดยการย้ายฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งออกไปก่อนเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อการสอบสวน เช่นเดียวกับกรณีที่ ผบ.ทบ.สั่งย้ายผู้บังคับหน่วยในพื้นที่กองทัพภาคที่ 2 หลังเกิดเหตุการณ์รุนแรงขึ้น เพื่อเปิดทางการสอบสวนและผู้ใต้บังคับบัญชาสามารถให้การได้อย่างอิสระ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;อยากเรียนไปถึงประชาชนว่าทุกเรื่องขึ้นอยู่กับทัศนคติ แต่อยากให้มั่นใจระบบของกองทัพบกว่ามีเจตนาดีและตั้งใจทำให้ดีที่สุด แต่หากเรื่องใดเกินอำนาจกองทัพบกก็จะส่งให้หน่วยงานภาคนอก เช่น สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดำเนินการ ทั้งนี้กองทัพบกให้ความสำคัญเรื่องการจัดการภายในของหน่วยนั้นๆ และหากระบบเดิมกลับมามีประสิทธิภาพ เปิดช่องทางให้ผู้ใต้บังคับบัญชาเข้ามาร้องเรียนได้อย่างอิสระเสรี เป็นไปได้ว่าสายตรงผบ.ทบ.อาจยกเลิกได้ในอนาคต&amp;rdquo; รองผบ.ทบ. กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57600</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์, พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์, รอง ผบ.ทบ., รองผู้บัญชาการทหารบก, สายด่วน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200219/image_big_5e4ca7b805575.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
