<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>80450</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/10/2020 11:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/10/2020 11:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตำรวจจัดเต็ม10ข้อหาม็อบชู3นิ้ว21ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ต.ค.63 - &amp;nbsp;พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง โฆษก ตร.กล่าวว่า เมื่อช่วงเย็นวันที่ 13 ต.ค.เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินการจับกุมผู้ชุมนุมจำนวน 21 ราย เนื่องจากมีการจัดการชุมนุม ตั้งเต็นท์ชุมนุมในที่สาธารณะ จอดรถบริเวณบริเวณที่เกิดเหตุ มีการปิดเส้นทางจราจรโดยไม่ได้รับอนุญาต ที่สำคัญเจ้าหน้าที่มีการแจ้งเตือนให้กลุ่มผู้ชุมออกจากพื้นผิวจราจรเพื่อให้ประชาชนได้สัญจรไปมาตามปกติ แต่ผู้ถูกจับกุมขัดขืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานตามหน้าที่ของกฎหมายที่ให้อำนาจไว้ อีกทั้งกลุ่มผู้ชุมนุมยังได้มีการมั่วสุม ใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาตและก่อให้เกิดความวุ่นวาย ทั้งใช้สีน้ำสาดเจ้าหน้าที่ตำรวจ ขว้างปาสิ่งของใส่เจ้าหน้าที่ ทำให้พื้นถนนเลอะเทอะไม่ได้รับความสะดวกในการใช้พื้นที่สาธารณะ ละเมิดสิทธิประชาชนในภาพรวม เจ้าหน้าที่ได้มีการแจ้งเตือนแต่ไม่เป็นผล เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย เป็นความผิดซึ่งหน้า &amp;nbsp;เป็นความจำเป็นในบริบทพิเศษเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์บานปลายและรุนแรงจึงต้องเข้าควบคุมตัว โดยส่งให้พนักงานสอบสวน สน.สําราญราษฎร์ดำเนินคดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยแจ้งข้อหา 10 ข้อหา ประกอบไปด้วย 1.การร่วมกันมั่วสุมตั้งแต่ 10 คน ขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้าย ขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย หรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง 2.ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานซึ่งสั่งการตามอำนาจหน้าที่ที่กฎหมายให้อำนาจไว้ 3. การจอดรถ หรือขับขี่รถยนต์บนทางเท้า ตั้งวางหรือกองวัตถุใดบนถนนตาม พ.ร.บ.รักษาความสะอาด 4.ชุมนุมทำกิจกรรมในลักษณะที่เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อโรค กระทำการหรือดำเนินการใดที่ก่อให้เกิดสภาวะไม่ถูกสุขลักษณะซึ่งอาจเป็นเหตุให้เกิดโรคติอดต่ออันตรายหรือโรคแพร่ระบาดออกไป 5.ร่วมกันกีดขวางทางสาธารณะอาจเป็นอุปสรรคต่อความปลอดภัย ความสะดวกในการจราจร โดยวางหรือทอดทิ้งสิ่งของ 6.ร่วมกันตั้งวางสิ่งของในลักษณะกีดขวางจราจร 7.ร่วมกันใช้กำลังทำร้ายผู้อื่นโดยไม่ถึงกับเป็นเหตุอันตรายแก่กายและจิตใจ 8.ร่วมกันทำให้เสียทรัพย์และข้อหาอื่นที่เกี่ยวข้องอีก 2 ข้อหา &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในวันนี้จะนำผู้ถูกจับกุมทั้ง 21 ราย ฝากขังต่อศาล ส่วนจะให้ประกันตัวหรือไม่หรือพนักงานสอบสวนจะคัดค้านการประกันหรือไม่ เป็นดุลพินิจของพนักงานสอบสวนเราแทรกแซงไม่ได้ ต้องดูตามความเหมาะสมจะเกิดผลต่อคดีหรือไม่&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.กฤษณะกล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่แกนนำจัดชุมนุมหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวน สน.ปทุมวันที่จะรวบรวมพยานหลักฐานใครทำผิดข้อหาใดบ้าง เจ้าหน้าที่มีการบันทึกรายละเอียดไว้ทั้งหมด สำหรับการชุมนุมวันนี้เจ้าหน้าที่จัดเตรียมกำลังเพื่อดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยในภาพรวม 99 กองร้อย เป็นไปตามระเบียบขั้นตอนตามปกติ ดำเนินการเพื่อความสงบเรียบร้อย การทำงานของเจ้าหน้าที่ยึดถือหลักรัฐศาสตร์ควบคู่กันไป อะไรที่ทำแล้วจะเกิดเหตุการณ์บานปลายต้องมีการพิจารณาให้รอบคอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองโฆษก ตร.เผยต่อว่าที่เจ้าหน้าที่นำกำลังเข้าควบคุมตัวแกนนำเมื่อวานนั้น เป็นความผิดซึ่งหน้าเจ้าหน้าที่จึงใช้อำนาจตามกฎหมาย ถ้าไม่มีการควบคุมตัวอาจเกิดเหตุการณ์บานปลายกระทบสิทธิผู้อื่น ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความสงบเรียบร้อย ส่วนภาพที่ออกมามีการวิจารณ์ใช้ความรุนแรงนั้น เปรียบเทียบเหมือนดูหนังถ้าไม่ดูตั้งแต่ต้นจะไม่รู้ที่มาที่ไปอย่างไร ถ้าไม่มีการกระทำความผิดภาพเหล่านั้นจะไม่เกิด การบังคับใช้กฎหมายไม่สามารถตอบได้ตายตัวว่าจะมีการดึงแขนหรือปะทะตอบไม่ได้ ทุกอย่างดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย ตำรวจอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกันกับประชาชน ตำรวจจะทำอะไรเขาต้องคิดว่าสุ่มเสี่ยงกับการกระทำผิดกฎหมายหรือไม่ ต้องผ่านการกลั่นกรองถึงนำมาสู่การควบคุมตัวตามหลักสากล ในกรณีที่มีทั้งกลุ่มต่อต้านรัฐบาลและกลุ่มผู้สนับสนุนออกมาในวันนี้ต้องดำเนินการตามกฎหมายคือแจ้งต่อพื้นที่ และเจ้าหน้าที่จะต้องมีมาตรการไม่เผชิญหน้ากัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในส่วนกรณีที่มีการเห็นแย้งว่าทำไมไม่ควบคุมตัวกลุ่มแกนนำที่ สน.สำราญราษฎร์นั้น การควบคุมตัวสามารถควบคุมตัวไว้ที่ไหนก็ได้ และได้พิจารณาแล้วว่าอาจไม่เหมาะสม แต่ยังเป็นอำนาจการสอบสวนของ สน.สำราญราษฎร์เหมือนเดิม&amp;rdquo; รองโฆษก ตร.กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80450</URL_LINK>
                <HASHTAG>21 ราย, ชุมนุม, พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ, รอง โฆษก ตร., สน.สำราญราษฎร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201014/image_big_5f868293258cf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66335</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/05/2020 13:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/05/2020 13:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สตช.สั่งต้นสังกัดตั้งกรรมการสอบ &#039;ส.ต.ท.&#039;มีเจตนาทำ&#039;พี่เตี้ย ม.ช.&#039;ตายหรือไม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 พ.ค.63-พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง โฆษก ตร. เปิดเผยถึงกรณีพบศพสุนัขเสียชีวิติ (พี่เตี้ย ม.ช.) เมื่อวันที่ 7 พ.ค.63 ที่ผ่านมา เหตุเกิดในพื้นที่ สภ.ช้างเผือก จว.เชียงใหม่ โดยมูลนิธิวอชด็อกไทยแลนด์ และประชาชนที่ให้ความสนใจในเรื่องดังกล่าวมีข้อสงสัยในประเด็นการเสียชีวิติ ซึ่งเกรงว่าจะตายเพราะถูกคนกระทำนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ได้รับรายงานจาก สภ.ช้างเผือก ว่า เมื่อวันที่ 7 พ.ค.63 เวลาประมาณ 19.21 น. พนักงานมหาวิทยาลัยเชียงใหม่รายหนึ่งได้เดินทางมาพบพนักงานสอบสวน โดยได้แจ้งว่ามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้เลี้ยงสุนัข พันธ์ทางเพศผู้ &amp;nbsp;สีน้ำตาลขาว อายุ 8 ปี &amp;nbsp;ลักษณะเตี้ยได้หายไปจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 4 พ.ค.63 แล้วได้ติดตามหามาโดยตลอด &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จนกระทั่งในวันที่ &amp;nbsp;7 พ.ค.63 &amp;nbsp;เวลาประมาณ &amp;nbsp;17.00 น. ได้พบซากสุนัขดังกล่าว อยู่ในป่าข้างทาง ถนนด้านข้างมหาวิทยาลัยเทคโนโลโยราชมงคล ในสภาพเน่าอืด ส่งกลิ่นเหม็น &amp;nbsp;ซึ่งเกรงว่าจะตายเพราะถูกคนกระทำ จึงนำส่งผ่าชันสูตรหาสาเหตุการตายที่คณะสัตวแพทย์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยจากผลการชันสูตรจากคณะสัตว์แพทย์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พบว่า ตัวสุนัขมีร่องรอยการถูกกระแทกอย่างรุนแรงบริเวณขาหลังและช่วงล่างของลำตัว ร่วมกับการฉีกขาดของกระเพาะปัสสาวะ ในส่วนรอยแตกของกะโหลกที่พบอาจเป็นหลังจากเสียชีวิต เนื่องจากไม่พบการอักเสบของเนื้อเยื่อและเลือดออกบริเวณดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสืบสวนสอบสวนเบื้องต้น ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ มีชายรายหนึ่ง ทราบชื่อภายหลังคือ ส.ต.ท.ปริญญา ปัญญาบุตร ผบ.หมู่ ตชด.33 ค่ายสมเด็จพระบรมราชินี ขับขี่รถจักรยานยนต์เรียกเตี้ยขึ้นรถ บริเวณลานจอดรถภายในมหาวิทยาลัย เมื่อเวลาประมาณ 20.30 น. ของวันที่ 3 พ.ค.63 ที่ผ่านมา โดย ส.ต.ท.ปริญญา อ้างว่าตนคิดจะพาเตี้ยไปเที่ยว แต่เตี้ยกระโดดลงจากรถขณะขับขี่ทำให้ล้อหลังทับตายทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาในวันที่ 17 พ.ค.63 ผู้ต้องสงสัยได้เดินทางเข้ามาชี้แจงในเรื่องดังกล่าวที่สถานีตำรวจ โดยได้มีเจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิวอชด็อก ไทยแลนด์และจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (แอดมินเพจ เตี้ย ม.ช.) เดินทางมาด้วย ทั้งนี้ ผู้ต้องสงสัยได้ให้คำสารภาพว่าเป็นผู้พาเตี้ยออกไปจริงและได้เกิดอุบัติเหตุระหว่างทาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกทั้ง ในวันที่ 18 พ.ค.63 เจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิวอชด็อก ไทยแลนด์และคณะ พร้อมด้วยชุดสืบสวน สภ.ช้างเผือก และผู้บังคับบัญชาจากกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 33 (ตชด.33) ต้นสังกัดของผู้ต้องสงสัย ร่วมประชุมเพื่อติดตามความคืบหน้าของคดี โดยได้เรียกตัว ส.ต.ท. รายดังกล่าว มาพูดคุยเพิ่มเติมก่อนนำตัวแยกเข้าห้องสอบสวน และทางมูลนิธิฯ ได้ขอแจ้งความในข้อหาทารุณกรรมสัตว์ซึ่งได้รับเป็นคดีไว้แล้ว โดยขณะนี้อยู่ระหว่างรวมรวมพยานหลักฐาน ทั้งภาพจากกล้องวงจรปิด พยานแวดล้อม รวมทั้งบาดแผลตามร่างกายของเตี้ย หากรวบรวมพยานหลักฐานแล้วจะแจ้งต้นสังกัดทราบเพื่อดำเนินการทางวินัยต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองโฆษก ตร. กล่าวต่ออีกว่า สำหรับประเด็นที่มีการระบุว่ามีผู้ได้ยินเสียงปืน 4 นัดในคืนที่เกิดเหตุ น่าเชื่อว่าเกิดการทารุณกรรมสัตว์ขึ้น และคนร้ายน่าจะมีมากกว่า 1 คน นั้น ขอเรียนว่า ยังอยู่ระหว่างการสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐาน และข้อมูลเทียบเคียงสาเหตุการเสียชีวิตจากผลการชันสูตร โดยหากมีหลักฐานเพิ่มเติม ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมที่จะดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ในส่วนของผู้บังคับบัญชา ต้นสังกัดของเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้กำกับการ กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 33 ได้มีการมีคำสั่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว ว่ามีเจตนาทำให้สุนัขตัวดังกล่าวเสียชีวิตหรือไม่ โดยต้องให้เวลาต้นสังกัดและเจ้าหน้าที่ผู้ที่เกี่ยวข้องในการสืบสวนตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น และดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66335</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฤษณะ พัฒนเจริญ, รอง โฆษก ตร., ส.ต.ท.ปริญญา ปัญญาบุตร, เตี้ยมช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200519/image_big_5ec37b67948b9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65102</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/05/2020 12:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/05/2020 12:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กลุ้มใจ!พบสถานประกอบการไม่ปฏิบัติตามกฏผ่อนปรน 350 แห่ง ตักเตือน 2,600 แห่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;5 พ.ค.63- พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ &amp;nbsp;รอง โฆษก ตร. เปิดเผยถึงผลการปฏิบัติของสายตรวจร่วมในการตรวจสถานบริการ หรือจัดกิจกรรมที่ได้รับการผ่อนคลายตามมาตรการของรัฐบาล ว่าจากการตรวจสอบของสายตรวจร่วม สำหรับสถานที่ได้มีการผ่อนปรนให้เปิดได้ ได้แก่ ร้านอาหารและเครื่องดื่ม, ห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า และคอมมูนิตี้มอลล์, ร้านค้าปลีก ค้าส่งขนาดย่อม, ร้านตัดผม/ร้านเสริมสวย, สนามกอล์ฟ/สนามซ้อม, สนามกีฬา, สวนสาธารณะ, ร้านดูแล/รักษาสัตว์ กว่า 9,400 แห่ง ทั่วประเทศ พบว่าไม่ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคตามที่ราชการกำหนด เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด - 19 จำนวนกว่า 350 แห่ง โดยเจ้าหน้าที่ได้ตักเตือนและให้คำแนะนำกว่า 2,600 แห่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในเบื้องต้น หากผู้ประกอบการ ร้านค้า สถานบริการ ไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานที่กำหนด หลังผ่อนคลายมาตรการให้กิจกรรมและกิจการบางอย่างเปิดให้บริการได้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมด้วย ทหาร ฝ่ายปกครอง และสาธารณสุข ซึ่งเป็นชุดสายตรวจร่วมปฏิบัติ ในการตรวจสถานที่ที่ได้รับการผ่อนปรน จะใช้วิธีว่ากล่าวตักเตือนและให้ดำเนินการเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด เช่น การรักษาความสะอาด การเว้นระยะห่าง สวมหน้ากากอนามัย ตรวจวัดอุณหภูมิ และหากพบว่ายังมีการฝ่าฝืน ซึ่งถือว่าเป็นอันตรายต่อการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคอีก จะเสนอผู้มีอำนาจสั่งปิดสถานที่ที่ฝ่าฝืนนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนภาพรวม การดำเนินการตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ในช่วงเวลาเคอร์ฟิว ห้วงเวลา 22.00 น. ของวันที่ 4 พ.ค. 63 ถึง เวลา 04.00 น. ของวันที่ 5 พ.ค. 63 ยังพบผู้ฝ่าฝืน ออกนอกเคหสถานและรวมกลุ่ม ชุมนุม และ มั่วสุมในเคหสถาน กว่า 678 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รอง โฆษก ตร. กล่าวต่ออีกว่า ขอให้ทุกคนช่วยกันระมัดระวังตนเองและปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรค เพราะถือเป็นอันตรายกับตนเองและสถานประกอบการ ร้านค้า ที่เปิดขายด้วย ซึ่งการใช้บริการภายในสถานที่ที่มีความแออัด ไม่ปฏิบัติตามมาตรการที่กำหนด มีความสุ่มเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อของโรคโควิด-19 ได้ง่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้ขอความร่วมมือประชาชน ผู้ประกอบการ ร้านค้า ให้ถือปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID -19) โดยเฉพาะการเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) อย่างเคร่งครัด &amp;nbsp;พร้อมกำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยร่วมปฏิบัติ เข้มงวด ในการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังและต่อเนื่อง .&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65102</URL_LINK>
                <HASHTAG>&gt;โควิด 19&amp;lt;, พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ, มาตรการผ่อนปรน, รอง โฆษก ตร., สถานบริการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200421/image_big_5e9eb4be3f6cf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57583</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/02/2020 13:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/02/2020 06:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ด่วน!จับแล้วมือยิงกลางห้างดังย่านอนุสาวรีย์ชัยฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ก.พ.2563 - &amp;nbsp;พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง โฆษก ตร. เปิดเผยถึงการติดตามตัวคนร้ายก่อเหตุยิงกลางห้างเซ็นจูรี่เดอะมูฟวี่ พลาซ่า แขวงถนนพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมนายดนุสรณ์ นุ่มเจริญผู้ต้องหาได้แล้วตามหมายจับศาลอาญา ขณะหลบหนีอยู่ในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี พร้อมแจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ,พยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ,มีอาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ,พาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันสมควรและโดยไม่ได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว, ยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุในเมือง หมู่บ้าน หรือที่ชุมนุมชน โดยอยู่ระหว่างนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.พญาไทดำเนินคดีตามกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้รับทราบในเรื่องดังกล่าวเเล้ว ฝากชื่นชม และขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกท่านที่สามารถติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหารายนี้ได้อย่างรวดเร็ว เพื่อเรียกความเชื่อมั่นจากพี่น้องประชาชน&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57583</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนร้าย, พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ, รอง โฆษก ตร., ราชเทวี, ห้างเซ็นจูรี่เดอะมูฟวี่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200219/image_big_5e4c74f96078c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20497</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/10/2018 09:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/10/2018 09:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คุมเข้มร้านค้า-สถานีบริการ ฝ่าฝืนขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในวันออกพรรษาคุก6เดือนปรับ1หมื่นบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ต.ค.61-พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง โฆษก ตร. เปิดเผยถึงมาตรการควบคุมการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในวันออกพรรษา ตามประกาศของสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ห้ามมิให้ผู้ใดขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในวันสำคัญทางศาสนา ว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. กำชับสั่งการให้ บช.น., ภ.1-9, และ บช.ก. กวดขันจับกุมผู้กระทำความผิด ที่ฝ่าฝืนกฎหมายเกี่ยวกับการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างจริงจัง ทั้งในเรื่องการจำหน่ายและการดื่มในสถานที่ห้าม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเน้นการลงพื้นที่ตรวจตราตามร้านอาหาร คาราโอเกะ สถานีขนส่ง สถานีรถไฟ และสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง ตลอดจนตั้งจุดตรวจ จุดสกัด และจุดตรวจวัดแอลกอฮอล์เกินกว่าที่กฎหมายกำหนด บริเวณถนนสายหลัก ในช่วงเวลาที่เหมาะสม โดยมุ่งสอบสวนขยายผลเพื่อจับกุมผู้จำหน่ายสุราที่ฝ่าฝืนกฎหมายอย่างจริงจัง รวมถึงร่วมกับพนักงานเจ้าหน้าที่ของกระทรวงสาธารณสุข ในการออกตรวจจับผู้กระทำความผิดเมื่อได้รับการร้องขอ เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายเป็นไปด้วยความเรียบร้อย บังเกิดผลอย่างจริงจัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนผู้ประกอบการ ร้านอาหาร ร้านค้า และสถานบริการทุกประเภทที่อยู่ในบังคับของกฎหมาย ให้งดจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด ทั้งการขายส่งและขายปลีกทั่วราชอาณาจักร ยกเว้นการขายเฉพาะร้านค้าปลอดอากรภายในอาคารท่าอากาศยานนานาชาติ ตั้งแต่เวลาหลัง 24.00 น. ของคืนวันที่ 23 ต.ค.2561 ถึงเวลา 24.00 น. ของคืนวันที่ 24 ต.ค.2561 หากฝ่าฝืนจะมีความผิดตาม พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ฯ มาตรา 59 ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ สำหรับพี่น้องประชาชนที่พบเห็นการกระทำความผิดดังกล่าว สามารถแจ้งข้อมูล เบาะแส ให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ผ่านทางหมายเลขสายด่วน 191 หรือ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20497</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุก6เดือนปรับ1หมื่นบาท, พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ, รอง โฆษก ตร., วันออกพรรษา, ห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180727/image_big_5b5aba6f1dd09.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
