<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>68846</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/06/2020 11:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/06/2020 13:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อนุทิน&#039;ยันเดินหน้าTravel Bubble ให้เร็วที่สุด เผย&#039;ไทยเที่ยวไทย&#039;ผ่านครม. แล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 มิ.ย.63- &amp;nbsp;นายอนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี​ (ครม.)​ ถึงความคืบหน้าโครงการจับคู่ท่องเที่ยวจับคู่กับต่างประเทศที่บริหารจัดการสถานการณ์โควิด-19 ได้ดี (Travel Bubble) ว่า ตอนนี้เราเปิดกว้างหมด ใครที่พร้อมเข้ามาจับคู่ เช่น จีน สิงคโปร์ ก็กำลังหาวิธีที่จะเริ่มเจรจา แต่ต้องนำข้อเสนอ และความตกลงทั้งหลายให้ศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (ศบค.) พิจารณา เพื่อให้เกิดการเข้าใจกันทุกฝ่าย และยืนยันเราไม่ได้ดึงไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่ยังไม่ได้เดินหน้าเรื่องนี้เต็มตัว เนื่องจากมีนักวิชาการท้วงติงใช่หรือไม่ &amp;nbsp;นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่ใช่ เพียงแต่เราจะหาวิธีการที่ปลอดภัยที่สุด จึงต้องหารือหลายฝ่าย บางทีแพทย์คิดว่าปลอดภัยแล้ว แต่ในความรู้สึกของประชาชน และการบริหารจัดการ ก็ต้องมาคุยกับทุกฝ่าย ส่วนจะใช้เวลานานแค่ไหนกว่าเรื่องนี้จะเกิดขึ้นได้นั้น ไม่น่าจะนาน ต้องทำให้เร็วที่สุด ทุกอย่างก็เริ่มแล้ว เงื่อนไขต่าง ๆ เตรียมร่างไว้หมดแล้ว เหลือแต่ตกแต่งให้ดูดี ปฏิบัติได้สะดวก และปลอดภัย เพราะสิ่งสำคัญที่สุดคือเรื่องของความปลอดภัย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซักว่ากรณีประเทศจีนมีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นเป็นหลักร้อย เราจำเป็นต้องทบทวนการคุยกับจีนหรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า ต้องดูว่าเขาบริหารจัดการผู้ป่วยอย่างไร หากจะเน้นเพียงว่าต้องไม่มีผู้ป่วย ก็ไม่ต้องเดินทางไปไหน เพราะดีที่สุดคือไม่ต้องเดินทางไปที่ไหน เพราะโรคนี้ไปกับคน ดังนั้น เมื่อถึงจุดหนึ่ง เราต้องแสดงความมั่นใจว่าว่าวิธีการเฝ้าระวัง คัดกรองหาผู้ป่วย และสอบสวนโรค ทำได้เข้มแข็งขนาดไหน หากทำได้เข้มแข็งก็ไม่ต้องกลัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า หากเริ่มจะจำกัดเฉพาะกลุ่มก่อนใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า &amp;nbsp;ใช่ อาจจะเริ่มจากกลุ่มธุรกิจก่อน พวกวิศวกรที่ต้องเดินทางเข้ามาดูแลเครื่องจักรอะไรต่าง ๆ แล้วค่อยขยับไป อย่างที่เห็นข้อตกลงของบางประเทศเขาก็เริ่มที่กลุ่มธุรกิจแล้วขยับไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ถามว่า หากในเดือนก.ค. &amp;nbsp;เราเริ่มโครงการฟื้นฟูเศรษฐกิจ และสังคมภาคการท่องเที่ยวของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย &amp;nbsp;กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ซึ่งแบ่งเป็น 3 โครงการคือ กำลังใจ เราไปเที่ยวกัน และเที่ยวปันสุขได้ ดังนั้นเดือนส.ค.เราจะเริ่ม travel Bubble ได้หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เราไม่ได้กำหนดระยะเวลาเช่นนั้น อะไรเสร็จตกลงกันได้ ได้รับความเห็นชอบจากนายกฯ ในฐานะผอ.ศบค.ก็มีผลได้เลย เพราะมาตรการเหล่านี้เป็นเรื่องของศบค.ที่มีความเป็นเอกเทศ ไม่เกี่ยวกับพ.ร.ก.ฉุกเฉิน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามย้ำว่า โครงการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมภาคการท่องเที่ยวของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ซึ่งแบ่งเป็น 3 โครงการคือ กำลังใจ เราไปเที่ยวกัน และเที่ยวปันสุข ผ่านการพิจารณาของครม.แล้วหรือไม่ &amp;nbsp;นายอนุทิน กล่าวว่า ผ่านในหลักการ โดย เลขาฯ สภาพัฒน์ฯ เป็นผู้รายงานครม. จากนี้ต้องไปหาวิธีการว่าทำอย่างไรให้เกิดความโปร่งใส เงินทุกบาททุกสตางค์คุ้มค่ากับที่ลงไป.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68846</URL_LINK>
                <HASHTAG>&gt;โควิด 19&amp;lt;, Travel Buble), นายอนุทิน ชาญวีรกูล, รองนายกฯ-รมว.สาธารณุข</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200616/image_big_5ee869d1e7c76.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41106</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/07/2019 11:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/07/2019 11:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> เพจดังแฉบุคลากรสธ.กุมขมับ!แผน&#039;อนุทิน&#039;ติดดาบ&#039;อสม.ทูตกัญชา&#039;หมอพยาบาลมองตาปริบๆ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ก.ค.62- เพจ Gossipสาสุข โพสต์ข้อความระบุว่า บุคลากรสาธารณสุขกุมขมับ! แผน &amp;ldquo;อนุทิน&amp;rdquo; ตั้ง อสม.เป็นผู้เผยแพร่ &amp;ldquo;กัญชา&amp;rdquo; ทั้งที่ สธ.ยังมีเรื่องอื่นให้ทำอีกแยะ
&amp;nbsp;
จบลงไปแล้วอย่างยิ่งใหญ่สำหรับงานคิกออฟสัมมนาเชิงปฏิบัติการ&amp;ldquo;กัญชาเสรีเพื่อการแพทย์&amp;rdquo; ที่อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข เดินทางไปเปิดงานเองเมื่อวันศุกร์ 12 ก.ค.ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;
งานนี้ไม่ใช่น่าจับตาเฉพาะตัวอนุทินอย่างเดียวแต่ต้องโฟกัสไปที่บรรดาผู้บริหารกระทรวงหมอทั้งหลายต่างพากันไปยืนต้อนรับรัฐมนตรีใหม่กันพรึ่บพรั่บ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่เห็นหน้าชัดๆก็เช่นหมอสุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวง นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค (ตัวเก็งว่าที่ปลัดฯคนต่อไป) และ นพ.ประพนธ์ ตั้งศรีเกียรติกุล รองปลัด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังเป็นศูนย์รวมของบรรดาเซเล็บ &amp;ldquo;กัญชา supporter&amp;rdquo; ทั้งหลายไม่ว่าจะเป็น ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา จากคณะแพทยศาสตร์จุฬาฯ, ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ จาก ม.รังสิต, ประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ จากสภาเกษตรกร หรือ รสนา โตสิตระกูลซึ่งก็น่าเสียดายที่บรรดาผู้สนับสนุนกัญชาเสรี ยังมีเฉพาะคนหน้าซ้ำไม่สามารถขยายวงกว้างออกไปไกลกว่านี้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งที่เอาเข้าจริง หากจะออกเป็นกฎหมายขับเคลื่อนกันเป็นวาระทางสังคม คนจำนวนนี้ไม่พอแน่นอน โดยเฉพาะองคาพยพที่สำคัญที่สุด ที่อนุทินต้องการ คือบรรดา&amp;ldquo;หมอ&amp;rdquo; ซึ่งจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบการใช้ &amp;ldquo;กัญชาทางการแพทย์&amp;rdquo; โดยตรง ให้เข้ามาสนับสนุนเพิ่มเติม ไม่ใช่มีแค่หมอระดับ &amp;ldquo;หัวๆ&amp;rdquo; ในกระทรวงสาธารณสุข (ที่ต้องเอาใจนายใหม่) แต่ควรขยายไปครอบคลุมถึงราชวิทยาลัยแพทย์เฉพาะทางที่เกี่ยวข้อง ไปจนถึงสภาวิชาชีพต่างๆ ให้เห็นดีเห็นงามด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นั่นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะปลายปีที่ผ่านมา ราชวิทยาลัยจิตแพทย์แห่งประเทศไทย เพิ่งแถลงจุดยืน แสดงความกังวลว่า กัญชาทางการแพทย์ มีฤทธิ์รบกวนการทำงานของสมอง และเพิ่มความเสี่ยงต่ออาการทางจิตเวชได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หรือราชวิทยาลัยอายุรแพทย์ ก็ออกแถลงการณ์แสดงความกังวล เมื่อปลายเดือน พ.ค. ที่ผ่านมาเช่นกัน โดยระบุว่า แม้สาร THC ในกัญชา จะสามารถลดอาการคลื่นไส้ อาเจียน หรือลดปวดได้ และสาร CBD ในกัญชาจะลดปวด และลดอาการชักได้ แต่ก็มีเปเปอร์ในออสเตรเลีย และในแคนาดา ที่เน้นย้ำว่าการใช้กัญชา ควรเป็นทางเลือกท้ายๆ เมื่อการรักษาอื่นไม่ได้ผล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังมีข้อแนะนำจากราชวิทยาลัยจิตแพทย์ด้วยว่าผลระยะยาวของการ &amp;ldquo;เสพกัญชา&amp;rdquo; สัมพันธ์กับการเกิดโรคจิต การฆ่าตัวตาย การติดยา สมองฝ่อ ความคิดความจำผิดปกติ เส้นเลือดสมองตีบ เส้นเลือดหัวใจตีบ หัวใจเต้นผิดจังหวะ ถุงลมโป่งพอง และมะเร็งอัณฑะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นั่นสะท้อนให้เห็นว่า &amp;ldquo;กัญชา&amp;rdquo; ไม่ได้เป็นยาวิเศษ เพียงแต่สามารถใช้ทางการแพทย์ เฉพาะกลุ่มผู้ป่วยที่ได้รับภาวะคลื่นไส้อาเจียนจากเคมีบำบัด,โรคลมชักรักษายากในเด็ก, โรคลมชักที่ดื้อต่อยารักษา,ภาวะกล้ามเนื้อหดเกร็งในผู้ป่วยปลอกประสาทเสื่อมแข็ง และอาการปวดประสาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน โรคที่ &amp;ldquo;น่าจะ&amp;rdquo; ได้ประโยชน์ ก็เช่น พาร์กินสัน อัลไซเมอร์ ปลอกประสาทอักเสบ ผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาแบบประคับประคอง และผู้ป่วยมะเร็งระยะท้ายๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เท่าที่Gossipสาสุขถามไถ่มาบรรดาหมอๆ หลายคนดูจะไม่กล้าออกตัวแรง เพราะดูการเร่งเครื่องของ&amp;ldquo;เสี่ยหนู&amp;rdquo; แล้วยังเกิดคำถามขึ้นมามากมาย ไม่ว่าจะเป็นการ &amp;ldquo;จำกัดวง&amp;rdquo; กัญชาให้อยู่เฉพาะการแพทย์ โดยเคลมว่ารักษา &amp;ldquo;ครอบจักรวาล&amp;rdquo; ทั้งที่กัญชาในทางการแพทย์ก็ยังมีขอบเขตเฉพาะบางโรค และไม่ได้มีข้อจำกัดที่สามารถใช้ได้กับทุกคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไปจนถึงความ &amp;ldquo;ย้อนแย้ง&amp;rdquo; ระหว่างการเป็น &amp;ldquo;พืชเศรษฐกิจ&amp;rdquo; กับการทำให้กัญชาถูกใช้เฉพาะทางการแพทย์เท่านั้น ซึ่งขัดกันเองโดยสิ้นเชิง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และแม้จะเคลมว่ามี 12 องค์กรสนับสนุนแต่ในทางการแพทย์เอาเข้าจริงอาจารย์ผู้ใหญ่ รวมถึงหมอในโรงเรียนแพทย์ หมอในโรงพยาบาลชุมชนอีกจำนวนมาก ไม่ได้คิดว่าต้องทำเรื่องนี้ให้ &amp;ldquo;เอิกเกริก&amp;rdquo; ขนาดนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะในระบบสาธารณสุขยังมีงานจำเป็นเร่งด่วนมากกว่าอีกหลายอย่าง ตั้งแต่การแก้ปัญหางบประมาณในระบบ การบรรจุบุคลากร หรือการจัดการระบบหลักประกันสุขภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ดูเหมือนเสี่ยหนูและทีมงานจะมุ่งไปทางเดียว คือพยายามเอาทรัพยากรทุกอย่างทุ่มไปทั้งหมด และเตรียมใช้สรรพกำลังถึงขั้นประกาศว่าจะอบรมการใช้กัญชาเพื่อการแพทย์โดยเริ่มต้นจากการอบรมอาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) ที่ปัจจุบันมีมากกว่า 1 ล้านคนทั่วประเทศให้ทำหน้าที่&amp;ldquo;โปรโมต&amp;rdquo; กัญชา เสมือนหนึ่งว่าเป็น &amp;ldquo;ทูตกัญชา&amp;rdquo; ด้วยการทดลองปลูกในบ้าน ในครัวเรือนของตัวเองก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น่าสนใจอีกอย่างก็คือนอกจากอสม.จะมีหน้าที่โปรโมตกัญชาแล้วกระทรวงหมอยุคภูมิใจไทยยังติดอาวุธให้ อสม. มีบทบาทเป็น&amp;ldquo;หมอพื้นบ้าน&amp;rdquo; โดยเพิ่มเงินเดือนจาก 1,000 บาทให้เป็น 5,000 บาทอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เท่ากับว่า อสม.ล้านคนจะมีบทบาทสำคัญยิ่งยวดและได้รับ &amp;ldquo;ซีน&amp;rdquo; สำคัญในนโยบายหลักของภูมิใจไทยเกือบทั้งหมด โดยที่บรรดาหมอพยาบาลต่างก็พากันมองอยู่ห่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในความไม่ชัดเจน ก็มีความชัดเจนอยู่บ้าง เพราะในที่สุด อนุทิน ก็ &amp;ldquo;จำกัดวง&amp;rdquo; กัญชาเป็นที่เรียบร้อยตัดคำว่าเพื่อการ&amp;ldquo;นันทนาการ&amp;rdquo; ออกทั้งที่นโยบายดราฟท์แรกที่ส่งให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี นั้นมีคำว่า &amp;ldquo;นันทนาการ&amp;rdquo; เขียนอยู่ชัดๆ แต่คราวนี้ เน้นย้ำ เป็นเรื่อง &amp;ldquo;การแพทย์&amp;rdquo; ล้วนๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งหมดนี้ Gossipสาสุข ติเพื่อก่อ เพราะยังเห็นประโยชน์จากการใช้กัญชาในการรักษาโรค แต่ไม่เห็นด้วยกับการทำให้ถนนทุกสายมุ่งสู่กัญชา โดยไม่มองไปถึงปัญหาอื่นในระบบสุขภาพ ที่มีอีกร้อยแปด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากตั้งใจจะทำเรื่องกัญชาให้เป็นวาระระดับชาติ ก็ควรเตรียมความพร้อมให้มากกว่านี้ ไม่ใช่ประกาศแต่หัวข้อ ให้แฟนคลับดีใจ แต่เนื้อในยังจับต้องไม่ได้ และมีช่องโหว่อยู่เต็มไปหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หวังว่า &amp;ldquo;เสี่ยหนู&amp;rdquo; และพรรคภูมิใจไทย จะมีเวลากลับไปนั่งคิดดีๆ อีกครั้ง ยกเว้นแต่จะมีผลประโยชน์อะไรแอบแฝง ซ่อนเร้นอยู่เบื้องหลังเท่านั้นเอง.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41106</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัญชา, ทูตกัญชา, นายอนุทิน​ ชาญวีรกุล, รองนายกฯ-รมว.สาธารณุข, อสม, เพจ Gossipสาสุข</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190716/image_big_5d2d4c9b657bf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
