<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>65744</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/05/2020 18:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/05/2020 18:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม.ไฟเขียวกระทรวงยุติธรรมสลับเก้าอี้รองปลัด  เห็นชอบศธ.ตั้ง 3 ศึกษาธิการภาคป้ายแดง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 พ.ค.63- &amp;nbsp;น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า &amp;nbsp;ครม.เห็นชอบตามที่รมว.ยุติธรรมเสนอ แต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญ สังกัดกระทรวงยุติธรรม ให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง เพื่อสับเปลี่ยนหมุนเวียน จำนวน 2 ราย ดังนี้ &amp;nbsp;นายวัลลภ นาคบัว ผู้อำนวยการสำนักงานกิจการยุติธรรม ดำรงตำแหน่ง รองปลัดกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง &amp;nbsp;และพ.ต.ท.พงษ์ธร ธัญญสิริ รองปลัดกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง ดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการสำนักงานกิจการยุติธรรม &amp;nbsp;ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งเป็นต้นไป &amp;nbsp;นอกจากนี้ ครม.อนุมัติตามที่กระทรวงศึกษาธิการเสนอแต่งตั้งข้าราชการให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหาร ระดับสูง จำนวน 3 ราย คือ นายประวิต เอราวรรณ์ รองเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ให้ดำรงตำแหน่งศึกษาธิการภาค สำนักงานศึกษาธิการภาค 2 กระทรวงศึกษาธิการ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ไตรศุลี กล่าวต่อว่า นายนรา เหล่าวิชยา รองศึกษาธิการภาค สำนักงานศึกษาธิการภาค 17กระทรวงศึกษาธิการ ให้ดำรงตำแหน่งศึกษาธิการภาค สำนักงานศึกษาธิการภาค 17 กระทรวงศึกษาธิการ &amp;nbsp;และนายธนู ขวัญเดช รองศึกษาธิการภาค สำนักงานศึกษาธิการภาค 2 กระทรวงศึกษาธิการ ให้ดำรงตำแหน่งศึกษาธิการภาค สำนักงานศึกษาธิการภาค 10 กระทรวงศึกษาธิการ &amp;nbsp;ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งเป็นต้นไป &amp;nbsp;และครม.อนุมัติตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอแต่งตั้ง นายภัทระ คำพิทักษ์ เป็นกรรมการในคณะกรรมการองค์การสะพานปลา แทนตำแหน่งที่ว่าง ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 12 พ.ค. 2563 เป็นต้นไป.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65744</URL_LINK>
                <HASHTAG>มติครม, รองปลัดกระทรวงยุติธรรม, รองโฆษกรัฐบาล, ไตรศุลี ไตรสรณกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200204/image_big_5e393ea15752a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55518</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/01/2020 15:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/01/2020 15:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ดาร์ลิ่ง’อดีตสมาชิก‘ชูการ์ อายส์’ขอโทษดราม่าเอาช้อนป้อนสุนัข</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทำเอาโลกโซเชียลเดือด เมื่อมีผู้ใช้ทวิตเตอร์รายหนึ่งเล่าเรื่องราวที่เพื่อนของตนโพสต์ในเฟซบุ๊กว่า เกิดเรื่องที่ร้านขนมหวานชื่อดังแห่งหนึ่ง ทางพนักงานได้รับแจ้งว่ามีลูกค้านำช้อนตักขนมของทางร้านป้อนสุนัขที่พามาด้วย ทำให้พนักงานต้องเข้าไปตักเตือนว่าทางร้านไม่อนุญาตให้ใช้ช้อนกับสัตว์เลี้ยง แต่กลับได้รับการตอบกลับมาว่า &amp;ldquo;ก็น้องอยากกินอะค่ะ&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งภาพดังกล่าวเป็นภาพของหญิงสาวสองคน โดยมีหนึ่งคนที่กำลังอุ้มสุนัขไว้บนตัก พร้อมป้อนขนมสุนัขไปด้วยในร้านขนมที่อยู่ในห้างสรรพสินค้า จนทำให้ชาวเน็ตออกมาวิจารณ์กันมากมายว่าเป็นพฤติกรรมที่ไม่ควรทำเป็นอย่างยิ่ง เพราะนอกจากเป็นการเสียมารยาทแล้ว น้ำลายของสัตว์ยังมีเชื้อโรคมากมาย พร้อมกับชี้เป้าว่าหนึ่งในสองสาวในภาพคืออดีตเกิร์ลกรุ๊ปอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ล่าสุดเฉลยแล้วว่าสองสาวในรูปนั้นคือ ดาร์ลิ่ง-อารดา อารยวุฒิ อดีตนักแสดงและสมาชิกวง ชูการ์ อายส์ และพี่สาว (ที่ใช้ช้อนตักขนมป้อนสุนัข) เพราะเจ้าตัวได้โพสต์ขอโทษถึงเหตุการณ์ดังกล่าวลงในอินสตาแกรมและเฟซบุ๊กแฟนเพจ &amp;ldquo;Darling xoxo&amp;rdquo; ว่า&amp;nbsp; &amp;ldquo;ขอโทษค่ะ ขอบคุณที่เตือน ไม่ทำอีกแล้วค่ะ&amp;rdquo; พร้อมยืนยันว่าไม่เคยพูดประโยคว่าน้อง(สุนัข)อยากกิน แต่ตนพูดกับพนักงานว่า &amp;quot;ขอโทษค่ะ ไม่ทำแล้วค่ะ ไม่ให้กินแล้ว&amp;quot; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยอดีตนักร้องสาวยังโพสต์รูปข้อความที่พี่สาวตนเองกล่าวถึงการนำช้อนป้อนสุนัขว่า &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในเรื่องที่เอาช้อนให้สุนัขทานจากช้อน ต้องขอโทษด้วยจริงๆค่ะ แต่ขอชี้แจงตามนี้ค่ะ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ทาง Community mall ให้สุนัขเข้าได้ ต่อเมื่ออยู่บริเวณ outdoor&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ที่นั่งอยู่ outdoor ของร้าน Afteryou &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 อยากชี้แจงเรื่องการตอบพนง.ร้านว่า &amp;ldquo;น้องอยากกินอะ&amp;rdquo; แต่ได้พูดว่า &amp;ldquo;ขอโทษค่ะ ไม่ทำแล้วค่ะ ไม่ให้กินแล้วค่ะ&amp;rdquo; ขอโทษค่ะ ขอบคุณที่เตือน ไม่ทำอีกแล้วค่ะ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;ดาร์ลิ่ง-อารดา อารยวุฒิ อดีตนักแสดงและสมาชิกวง ชูการ์ อายส์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;ดาร์ลิ่งและพี่สาว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;ดาร์ลิ่งที่ปัจจุบันผันตัวมาเป็นนักกีฬา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพประกอบเพิ่มเติมจากอินสตาแกรม &lt;/p&gt;

darling_xoxo

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55518</URL_LINK>
                <HASHTAG>ช้อนป้อนขนมสุนัข, ดราม่า, ดาร์ลิ่ง อารดา, พันตำรวจเอก ดุษฎี อารยวุฒิ, รองปลัดกระทรวงยุติธรรม, ร้านขนมชื่อดัง, อดีตนักแสดง, อดีตเกิร์ลกรุ๊ป, อารดา อารยวุฒิ, เกิร์ลกรุ๊ป</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200126/image_big_5e2d4dd791ec3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18450</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/09/2018 08:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/09/2018 08:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อดีตผู้พิพากษาถามดังๆ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม &#039;อายไหมครับ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ก.ย. 61 - นายชูชาติ ศรีแสง อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Chuchart Srisaeng ระบุว่า &amp;quot;.....รองปลัดกระทรวงยุติธรรมคนหนึ่งกล่าวว่าคุณสมรักษ์ คำสิงห์ เป็นบุคคลล้มละลาย ทั้งๆ ที่ตาม พ.ร.บ. ล้มละลาย การที่ศาลมีคำสั่งให้ให้พิทักษ์ทรัพย์ลูกหนี้เด็ดขาด ก็เพื่อให้เจ้าพิทักษ์ทรัพย์จัดการรวบรวมทรัพย์สินของลูกหนี้เท่านั้น ยังไม่ได้พิพากษาให้เป็นคนล้มละลาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;.....วันนี้คุณสมรักษ์ได้ออกมาถามรองปลัดกระทรวงยุติธรรมคนนี้ว่า ท่านเป็นรองปลัดกระทรวงยุติธรรมได้อย่างไร ไม่มีความยุติธรรมเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;.....อายไหมครับ ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18450</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชูชาติ ศรีแสง, ธวัชชัย ไทยเขียว, พิทักษ์ทรัพย์สมรักษ์, รองปลัดกระทรวงยุติธรรม, สมรักษ์ คำสิงษ์, สมรักษ์ล้มละลาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180111/5a5754d98ee5a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15184</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/08/2018 13:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/08/2018 13:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รองปลัดยธ.กางกฎหมาย 8 ข้อหย่าศึกแย่งลูก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ส.ค.61 - นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก &amp;ldquo;ธวัชชัย ไทยเขียว&amp;rdquo; แนะนำขั้นตอนทางกฎหมาย ในการขอเลี้ยงดูบุตรหลังการหย่าร้าง หรือแยกทางของสามีภรรยา ว่า เมื่อหมดรักและหมดใจ อย่ากลัวเรื่องที่จะแยกทางหรือลาออกจากการเป็นผัวเมียกัน แต่...จงกลัวว่าเราไม่สามารถลาออกจากการเป็นพ่อแม่ได้นั้น จะทำอย่างไรจึงจะชอบด้วยกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การดำเนินคดีครอบครัวในศาลฟรีครับ..ไม่เสียค่าใช้จ่าย กรณีถ้าไม่มีทนายความสามารถขอให้ศาลแต่งตั้งให้ก็ได้ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายตามมาตรา ๑๕๘ โดยมีขั้นตอนการดำเนินการทางคดีง่ายๆ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๑. ไปยื่นคำฟ้อง หรือคำร้องขอใด ๆ ในคดีครอบครัวที่ผู้เยาว์มีผลประโยชน์หรือส่วนได้เสียที่ศาลเยาวชนและครอบครัวในจังหวัดที่คุณมีภูมิลำเนาอยู่ครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๒. เมื่อศาลเยาวชนฯ ได้รับคำฟ้องหรือคำร้องแล้ว ศาลจะแจ้งให้ผู้อำนวยการสถานพินิจที่ผู้เยาว์นั้นอยู่ในเขตอำนาจทราบ เพื่อไปประมวลและรายงานเกี่ยวกับความเป็นอยู่ของครอบครัว สวัสดิภาพ ความประสงค์หรือประโยชน์สูงสุดของผู้เยาว์และข้อเท็จจริงอื่นและเสนอความเห็นต่อศาลโดยไม่ชักช้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๓. เมื่อศาลได้รับความเห็นของผู้อำนวยการสถานพินิจแล้ว ศาลก็จะแจ้งความเห็นนั้นให้คู่ความทราบ คู่ความมีสิทธิที่จะแถลงคัดค้านและนำสืบหักล้างข้อมูลดังกล่าวได้ตามมาตรา ๑๖๘ ปกติคดีครอบครัวการพิจารณาพิพากษานั้น ตามกฏหมายจะให้ศาลพยายามเปรียบเทียบให้คู่ความได้ตกลงกันหรือประนีประนอมกันในข้อพิพาทโดยคำนึงถึงความสงบสุขและการอยู่ร่วมกันในครอบครัวเป็นสำคัญก่อนมาตรา ๑๔๖ เพื่อคำนึงถึงสวัสดิภาพและอนาคตของบุตรเป็นสำคัญ โดยเฉพาะต้องรับผิดชอบในการดูแลให้การศึกษาแก่บุตรที่เป็นผู้เยาว์ ซึ่งศาลเยาวชนก็จะตั้งผู้ประนีประนอมคดีครอบครัวเข้ามาทำหน้าที่ตามมาตรา ๑๔๘ และในการพิจารณาคดีคู่ความทั้งสองฝ่ายหรือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งประสงค์หรือไม่ประสงค์จะให้มีผู้พิพากษาสมทบเป็นองค์คณะด้วยก็ได้ โดยร้องขอต่อศาล แต่ถ้าคดีนั้นเป็นคดีที่ผู้เยาว์มีผลประโยชน์หรือส่วนได้เสีย ศาลจะเป็นผู้กำหนดให้มีผู้พิพากษาสมทบเองได้ และถ้าจำเป็นต้องฟังความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ จิตวิทยา การให้คำปรึกษา แนะนำการสังคมสงเคราะห์ และการคุ้มครองสวัสดิภาพ หรือผู้เชี่ยวชาญด้านอื่น ศาลอาจเรียกบุคคลดังกล่าวมาร่วมปรึกษาหารือหรือให้ความเห็นได้ตามมาตรา ๑๔๗&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๔. การดำเนินการดังกล่าวข้างต้นในระหว่างการไกล่เกลี่ยหรือพิจารณาคดี ศาลอาจมอบหมายให้ผู้อำนวยการสถานพินิจ นักสังคมสงเคราะห์ หรือนักจิตวิทยา ดำเนินการสืบเสาะภาวะความเป็นอยู่ของครอบครัวเพื่อมาใช้ประโยชน์ในการเปรียบเทียบให้คู่ความได้ตกลงหรือประนีประนอมกันในข้อพิพาทหรือเมื่อเห็นเป็นการสมควรและคู่ความได้ยินยอมแล้ว จะสั่งให้แพทย์หรือจิตแพทย์ตรวจสภาพร่างกายหรือสภาพจิตของคู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเพื่อประกอบการใช้ดุลพินิจก็ได้ตามมาตรา ๑๕๒&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คู่ความจะรู้สึกปลอดภัยและมั่นในในกระบวนการพิจารณา เพราะศาลจะสั่งให้ดำเนินการเป็นการลับเฉพาะต่อหน้าตัวความทุกฝ่ายหรือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง โดยจะให้มีทนายความอยู่ด้วยหรือไม่ก็ได้ตามคำร้องขอของคู่ความ และเพื่อเป็นการปกป้อง ข้อมูลเกี่ยวกับคดีไม่สามารถนำไปโฆษณา ไม่ว่าด้วยวาจา เป็นหนังสือ เผยแพร่ทางสื่อมวลชน สื่อสารสนเทศหรือโดยวิธีการอื่นใดซึ่งคำคู่ความ ข้อเท็จจริงหรือพฤติการณ์ใด ๆ ในคดี หรือคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลที่มีอำนาจพิจารณาคดีครอบครัวหรือการไกล่เกลี่ยคดีครอบครัว ห้ามมิให้แพร่ภาพ แพร่เสียง ระบุชื่อหรือแสดงข้อความหรือกระทำการด้วยประการใด ๆ อันอาจทำให้รู้จักตัวคู่ความหรือทำให้เกิดความเสียหายแก่ชื่อเสียง เกียรติคุณของบุคคลที่เกี่ยวข้อง หรือถูกกล่าวถึงในคดี เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาลตามมาตรา ๑๕๓ ถ้าฝ่าฝืนก็จะมีโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับตามมาตรา ๑๙๒ ครับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๕. กรณีถ้าในคดีนั้นมีคำพิพากษาให้มีชำระค่าอุปการะเลี้ยงดูหรือค่าเลี้ยงชีพนั้น สิทธิเรียกร้องเป็นเงินของลูกหนี้ตามคำพิพากษาให้อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดีเป็นจำนวนตามที่ศาลเห็นสมควร ซึ่งจะคำนึงถึงฐานะในทางครอบครัวของลูกหนี้ตามคำพิพากษา จำนวนบุพการี และผู้สืบสันดานซึ่งอยู่ในความอุปการะของลูกหนี้ตามคำพิพากษาด้วย ศาลท่านอาจตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดี เจ้าพนักงานศาล เจ้าพนักงานอื่นหรือบุคคลที่ศาลเห็นสมควรเป็นผู้ดำเนินการ โดยจะได้รับการยกเว้นค่าฤชาธรรมเนียมในการบังคับคดีดังกล่าวตามมาตรา ๑๕๔ และถ้าคดีนั้นๆ มีเรื่องสินสมรส ค่าทดแทน ที่พักอาศัย การอุปการะเลี้ยงดูสามีภริยาและการพิทักษ์อุปการะเลี้ยงดูบุตรหรือวิธีการใด ๆ เพื่อคุ้มครองสิทธิหรือประโยชน์ของคู่ความหรือบุตรได้ตามความจำเป็นและสมควรแก่พฤติการณ์แห่งคดีศาลมีอำนาจกำหนดวิธีการหรือมาตรการคุ้มครองชั่วคราวในตามมาตรา ๑๕๙ ได้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๖. นอกจากนี้ ศาลมีอำนาจตั้งผู้อำนวยการสถานพินิจที่ผู้เยาว์นั้นอยู่ในเขตอำนาจเป็นผู้กำกับการปกครอง และให้ผู้กำกับการปกครองมีอำนาจหน้าที่สอดส่องว่าบิดา มารดา หรือผู้ปกครองของผู้เยาว์ได้ใช้อำนาจปกครองเพื่อสวัสดิภาพและอนาคตของผู้เยาว์หรือไม่ และให้มีอำนาจหน้าที่อื่นตามที่ศาลมอบหมาย รวมทั้งรวบรวมและรายงานข้อเท็จจริงและการปฏิบัติหน้าที่ของผู้กำกับการปกครองต่อศาลเป็นครั้งคราวหรือภายในกำหนดเวลาที่ศาลสั่ง ซึ่งในที่นี้ให้หมายรวมถึงให้นำมาใช้บังคับแก่ผู้อนุบาลของผู้เยาว์ซึ่งเป็นคนไร้ความสามารถหรือผู้พิทักษ์ของผู้เยาว์ซึ่งเป็นคนเสมือนไร้ความสามารถโดยอนุโลมด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๗. ในระหว่างการกำกับการปกครองดังกล่าว หากผู้อยู่ใต้การกำกับการปกครองเห็นว่าการกระทำหรือคำวินิจฉัยของผู้กำกับการปกครองไม่เป็นไปเพื่อสวัสดิภาพและอนาคตของผู้เยาว์ หรือตามที่ศาลมอบหมาย ผู้อยู่ใต้การกำกับการปกครอง ก็สามารถไปร้องต่อศาลที่สั่งตั้งผู้กำกับการปกครองภายในกำหนด ๑๕ วันนับตั้งแต่วันที่ได้ทราบการกระทำหรือคำวินิจฉัยนั้น ซึ่งศาลมีอำนาจสั่งแก้ไขการกระทำหรือสั่งยืน กลับ หรือแก้ไขคำวินิจฉัยของผู้กำกับการปกครองหรือสั่งการอย่างอื่นตามที่เห็นสมควรครับตามมาตรา ๑๖๙&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๘. กรณีที่ศาลจะตั้งผู้ปกครองของผู้เยาว์ ถ้าผู้เยาว์ไม่มีบิดา มารดา หรือบิดามารดาถูกถอนอำนาจปกครองหรือความเป็นผู้ปกครองของผู้เยาว์สิ้นสุดลง หรือมีเหตุจะถอนผู้ปกครองของผู้เยาว์ และศาลเห็นว่าไม่มีผู้เหมาะสมที่จะปกครองผู้เยาว์หรือจัดการทรัพย์สินของผู้เยาว์ ศาลจะตั้งผู้อำนวยการสถานพินิจที่ผู้เยาว์นั้นอยู่ในเขตอำนาจหรือครอบครัวอุปถัมภ์ตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองเด็ก หรือบุคคลอื่นใด เป็นผู้ปกครองผู้เยาว์หรือผู้จัดการทรัพย์สินของผู้เยาว์ก็ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เห็นว่าขั้นตอนต่างๆมีกฎหมายเขียนไว้อย่างชัดเจน สำหรับคนที่หมดรักกัน แต่มีบุตรที่ยังเป็นผู้เยาว์ เด็กหรือเยาวชนครับ จึงไม่ควรจัดการปัญหาตามอำเภอใจครับ เดี๋ยวจะมีคดีอื่นๆงอกขึ้นมา ทั้งยังส่งผลกระทบต่อบุตรอย่างประมาณค่าไม่ได้ตามมาครับ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15184</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธวัชชัย ไทยเขียว, ยธ., รองปลัดกระทรวงยุติธรรม, แย่งลูก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180811/image_big_5b6e7e2719f8a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13984</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/07/2018 07:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/07/2018 07:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา เฉ่ง รองปลัดยุติธรรม วิตกเกินเหตุแยกหมูป่าออกจากพ่อแม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ก.ค.61 - นายชูชาติ ศรีแสง อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว Chuchart Srisaeng &amp;nbsp;กรณีที่ทางราชการขอร้องไม่ให้สื่อมวลชนไปรบกวนความเป็นส่วนตัวหรือสัมภาษณ์เด็ก ๆ ทีมหมูป่าอะคาเดมี่ ๑๒ คน รวมทั้งบิดามารดาเพราะเกรงว่าจะมีผลเป็นการย้ำเตือนสิ่งที่เกิดขึ้นก่อให้เกิดการกระทบเทือนทางจิตใจของเด็กๆ หรือบิดามารดาของเด็กๆ ได้นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เห็นด้วยว่าเป็นการกระทำที่สมควรเพราะการที่เด็กๆ หรือบิดามารดาของเด็กต้องเจอคำถามของสื่อมวลชนประเภทไม่รู้ว่าอะไรควรไม่ควร เช่น ตอนเกิดเหตุการณ์ใหม่ยังหาตัวเด็กๆ และโค้ชไม่พบยังไม่รู้ว่าจะเป็นตายร้ายดีประการใด ผู้สื่อข่าวไปถามบิดามารดาของเด็กบางคนว่า รู้สึกอย่างไรบ้างที่ยังไม่พบตัวเด็กๆ ? น้องมาเข้าฝันบ้างไหม ? คิดถึงน้องไหม ? หรือคำถามอื่นๆ ที่คนซึ่งมีความรู้สึกนึกคิดถึงใจเขาใจเราย่อมไม่ถามกัน ย่อมก่อให้เกิดความไม่สบายใจแก้เด็กๆ และบิดามารดาของเด็กๆ อย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่การที่ข้าราชการบางท่านซึ่งไม่ได้หน้าที่เกี่ยวข้องใดๆ กับเรื่องนี้เลยออกมาให้ความเห็นว่าเด็กๆ อาจจะเป็นโรคต่างๆ ที่เกี่ยวกับจิตใจตามทฤษฎีของฝรั่งชาวตะวันตกถึงกับอาจจะต้องให้เจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปดูแลเด็กๆ แทนบิดามารดานั้น น่าจะเป็นการวิตกเกินกว่าเหตุมากเกินไปและไม่มีเหตุตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ. ๒๕๔๖ ที่จะต้องให้เจ้าหน้าของรัฐเข้าไปดูแลเด็กแทนบิดามารดา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่องอาการของโรคที่เกี่ยวกับจิตใจย่อมขึ้นอยู่กับจิตใจของแต่ละคนเป็นว่าเข้มแข็งมีสติสามารถควบคุมจิตใจของตนเองได้หรือเป็นคนประเภทอ่อนปวกเปียกเจอเหตุการณ์อะไรก็สติแตกควบคุมจิตใจตนเองไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับเด็กๆ ๑๒ คนและโค้ช ซึ่งเป็นเด็กในชนบทและเป็นนักกีฬามีผลทำให้ทุกคนว่ามีจิตใจเข้มแข็งและมีสติดีมากสามารถควบคุมจิตใจไม่ให้ตื่นตระหนกต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ ทั้งการที่โค้ชแนะนำให้เด็กฝึกนั่งสมาธิคือการกำหนดจิตใจให้จับอยู่เพียงลมหายใจเข้าออกหรือสิ่งอื่นใดแต่เพียงอย่างเดียว โดยไม่คิดถึงสิ่งอื่นๆ ในขณะนั้น นอกจากใช้พลังงานในร่างกายน้อยแล้วก็ยังทำให้เด็กๆ ทุกคนไม่ต้องคิดถึงหรือคลายวิตกกังวลในสิ่งที่ได้ประสบอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันจะเห็นได้จากเมื่อนักดำน้ำชาวอังกฤษไปพบเด็กๆ ซึ่งไม่ได้รับประทานอาหารมาแล้ว ๑๐ วัน ได้ดื่มเพียงน้ำที่หยดลงมาจากผนังถ้ำหรือหินงอกหินย้อยเท่านั้น แต่เด็กๆ ทุกคนไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกหรือแสดงถึงความอ่อนแอใดๆ ให้เห็นเลย ยังสามารถพูดคุยกับนักดำท่านนั้นได้อย่างคนปกติทั่วไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในวันที่ได้ออกจากโรงพยาบาลและได้ตอบคำถามของคุณสุทธิชัย หยุ่น เด็กทุกคนตอบเหมือนกันว่า ขณะอยู่ในถ้ำมีเรื่องที่กลัวคือกลัวแม่ด่าหรือถูกพ่อถล่มที่ไปเที่ยวถ้ำโดยไม่ได้บอกพ่อแม่ กับกังวลเรื่องจะทำการบ้านไม่ทันเพื่อน ไม่มีแม้แต่คนเดียวที่ตอบว่ากลัวจะไม่ได้ออกจากถ้ำ แสดงว่าทุกคนไม่เคยคิดกลัวเลยว่าจะไม่ได้ออกจากถ้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ย่อมเห็นได้ว่าเด็กๆ ทุกคนมีจิตใจที่เข้มแข็งมาก ๆ และมากกว่าเด็กในวัยเดียวกันอย่างเห็นได้ชัดเจน ทั้งยังมากกว่าผู้ใหญ่หลายๆ คนโดยเฉพาะประเภทพวกวิตกจริตด้วย เชื่อได้ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ทำให้จิตใจหวั่นไหวหรือนำมาคิดวิตกกังวลจนก่อให้เกิดอาการต่างๆ ทางจิตใจ กับการที่บิดามารดาก็ได้เอาใจใส่ดูแลให้ความรักความอบอุ่นตลอดมาและหลังจากนี้อาจมากขึ้นกว่าเดิมอีกย่อมจะมีผลต่อจิตใจของเด็กๆ ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งแพทย์โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ได้แถลงยืนยันหลายครั้งแล้วว่า เด็กๆ ทุกคนมีสุขภาพดีทั้งกายและใจ แสดงว่าจิตแพทย์และนักจิตวิทยาของโรงพยาบาลได้พูดคุยสอบถามเรื่องราวต่างๆ จากเด็กๆ แล้ว คงพบว่าเด็กๆ มีความรู้สึกนึกคิดหรือจิตใจปกติ ไม่ได้วิตกกังวลอะไร จึงได้แถลงยืนยันเช่นนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงเห็นว่าไม่มีอะไรที่น่าต้องเป็นห่วงว่าเด็กๆ ทั้งหมดหรือบางคนจะมีอาการเป็นโรคอะไรต่างๆ ที่เกี่ยวกับจิตใจ เชื่อว่าทุกคนยังเป็นเด็กๆ ที่สดใส ซื่อ ๆ ตามประสาเด็กในชนบทที่คนไทยกับคนทั้งโลกให้ความสนใจและรักเอ็นดูตลอดไป ทั้งเมื่อโตขึ้นพวกเขาก็จะต้องเป็นคนดีของสังคมไทยและสังคมโลกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนนี้นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ได้ออกมาระบุว่า หากผู้ปกครองไม่ให้ความร่วมมือพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้มีหน้าที่คุ้มครองสวัสดิภาพเด็กมีอำนาจแยกตัวเด็กจากครอบครัวของเด็กเพื่อคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กได้.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13984</URL_LINK>
                <HASHTAG>13 ชีวิตทีมหมูป่า, ชูชาติ ศรีแสง, พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก, รองปลัดกระทรวงยุติธรรม, แยกตัวเด็กจากพ่อแม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180724/image_big_5b5678ac8695a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12798</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/07/2018 14:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/07/2018 14:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รองปลัดยธ.บอก&#039;อยากกอดโค้ชเอก&#039;กระแทกใจสังคมออนไลน์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ก.ค.61 -&amp;nbsp;หลังจากที่นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัวให้กำลังใจนายเอกพล จันทะวงษ์ หรือโค้ชเอกทีมหมูป่าอะคาเดมีเชียงราย เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 4 ก.ค.ที่ผ่านมา ปรากฏว่า ขณะนี้มียอดผู้กดไลค์นับหมื่นคนและแชร์เกือบ 6,000 ครั้ง ส่วนใหญ่แสดงความคิดเห็นในลักษณะเดียวกันคือ อยากกอดให้กำลังใจโค้ชเอกเพื่อคอยดูแลน้องๆอีก12คนที่ยังติดอยู่ในถ้ำหลวง จ.เชียงราย เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่มีใครผิด ไม่มีใครอยากให้เกิดเรื่องเช่นนี้และเชื่อว่า ทุกคนเอาใจช่วยให้เด็กๆออกจากถ้ำได้อย่างปลอดภัย และที่สำคัญคนไทยไม่ใช่คนใจแคบทุกคน เนื่องจากขณะนี้มีบางกระแสออกมาประณามโค้ชเอกรับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้น ตำหนิเด็กทั้ง13คนไม่ใช่ฮีโร่ไม่ควรได้รับการยกย่องเชิดชูเพราะเด็กมีความผิดที่เข้าไปเล่นในถ้ำเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ข้อความที่นายธวัชชัยโพสต์เฟซบุ๊คระบุว่า คนแปลกหน้าที่ผมอยากสวมกอดมากที่สุดในโลกตามกระแสข่าวโค้ชเอกสุขภาพอ่อนแอสุด เหตุสละอาหารให้เด็ก ตัวเองไม่กิน ในฐานะที่เป็นผู้นำ สิ่งที่ผมกลัวมากที่สุด คือ กลัวว่าโค้ชเอกจะโทษตนเอง และสำนึกแบบสำคัญผิดว่า เหตุที่เกิดขึ้นทั้งหมดเป็นความผิดของตนเอง และไม่ยอมยกโทษให้ตนเอง อันนำไปสู่การพัฒนาเป็นโรคซึมเศร้า และทำร้ายตนเองได้ ในฐานะที่ผมเป็นคนทำงานด้านเด็ก และเคยเป็นอธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน จึงมีประสบการณ์ที่เคยเห็นและสัมผัสความรู้สึกเหล่านี้จากเด็กๆ ที่เคยดูแลมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมจึงอยากให้ คนไทยทั้งประเทศส่งกำลังใจไปให้ฮีโร่ในดวงใจที่ชื่อ &amp;ldquo;โค้ชเอก&amp;rdquo; ครับ และโอกาสแรกที่ท่านได้พบโค้ชเอก ช่วยบอกเขาด้วยครับว่า ผมอยากกอดเขามากที่สุดในโลกครับ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12798</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถ้ำหลวง, ธวัชชัย ไทยเขียว, รองปลัดกระทรวงยุติธรรม, ฮีโร่โค้ชเอก, โค้ชเอกทีมหมูป่า, ให้กำลังใจโค้ชเอก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180705/image_big_5b3dccd06a1dc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
