<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>34617</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/04/2019 11:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/04/2019 11:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แนะ6กลุ่มกินน้ำ-ทาครีมกันแดดช่วงหน้าโคตรร้อน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 เม.ย.2562 - นพ.ไพศาล ดั่นคุ้ม รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข และโฆษกกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า ในช่วงนี้สภาพอากาศร้อนจัด แดดแรง ประชาชนอาจได้รับความร้อนมากเกินไป มีภาวะขาดน้ำ เสี่ยงต่อการเกิดโรคลมแดดหรือฮีสโตรก (Heat Stroke) โรคเพลียแดด (Heat Exhaustion) โรคตะคริวแดด (Heat Cramps) นอกจากนี้ รังสีอัลตราไวโอเลตหรือรังสียูวีในแสงแดด ซึ่งมีความสำคัญในการสังเคราะห์วิตามินดีที่ผิวหนัง และการสร้างเสริมเนื้อเยื่อกระดูก แต่ก็อาจทำให้ผิวหนังไหม้แดด (Sunburn) และเกิดอันตรายต่อดวงตาได้หากไม่มีการป้องกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.กล่าวต่อว่า ในการดูแลตนเองในสภาพอากาศร้อน แดดแรง ขอแนะนำประชาชน โดยเฉพาะ 6 กลุ่มเสี่ยง ได้แก่ 1.ผู้ที่ทำงานหรือทำกิจกรรมกลางแดด 2.เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปีและผู้สูงอายุ &amp;nbsp;3.ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง โรคความดันโลหิตสูง 4.คนอ้วน 5.ผู้ที่พักผ่อนไม่เพียงพอ และ 6.ผู้ที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ควรหลีกเลี่ยงการอยู่กลางแดด โดยเฉพาะช่วง 10.00 น. - 14.00 น. ซึ่งอากาศจะร้อนจัด แดดแรง มีปริมาณรังสียูวีเข้มข้น และจะเข้มข้นมากที่สุดในช่วงเที่ยงวัน ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ อย่างน้อยวันละ 6-8 แก้ว หรือประมาณ 2 ลิตร สวมใส่เสื้อผ้ามีสีอ่อน ไม่หนา ระบายความร้อนได้ดี สวมแว่นกันแดด สวมหมวก กางร่ม ทาโลชั่นกันแดด หากจำเป็นต้องทำงานกลางแจ้งหรือกลางแดด ขอให้ดื่มน้ำ 1-2 แก้วก่อนออกจากบ้าน และดื่มน้ำเย็น 2 - 4 แก้วทุกชั่วโมง หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดดให้เหมาะกับสภาพผิว ซึ่งมีทั้งชนิดครีม โลชั่น เจล บางชนิดมีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ คนที่มีผิวค่อนข้างมันหรือเป็นสิว ควรเลือกใช้ชนิดที่เป็นโลชั่นหรือเจล เพราะไม่ทำให้เหนียวเหนอะหนะ ส่วนคนที่มีผิวแห้งควรเลือกใช้ชนิดครีม ซึ่งมีส่วนที่เป็นน้ำมันช่วยทำให้ผิวชุ่มชื้น ไม่ควรใช้ชนิดที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์เพราะจะทำให้ผิวแห้งมากขึ้น และการเลือกผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดดให้ดูค่า SPF ที่แสดงถึงความสามารถในการป้องกันการไหม้แดงของผิวหนังจากรังสียูวีบี ซึ่งควรมีค่า 30 ขึ้นไป และค่า PA แสดงถึงความสามารถในการป้องกันการดำคล้ำของผิวหนังจากรังสียูวีเอ ให้มีค่า PA ++ ถึง PA+++ และควรเลือกครีมกันแดดที่มีความทนน้ำทนเหงื่อได้ (water resistant) โดยทาก่อนออกแดด 30 นาที และต้องทาซ้ำทุก 1-2 ชั่วโมงในขณะที่ยังอยู่กลางแจ้ง หรือทาซ้ำทันทีหลังจากที่เหงื่อออกหรือขึ้นจากสระว่ายน้ำ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34617</URL_LINK>
                <HASHTAG>ภาวะขาดน้ำ, รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข, อากาศร้อนจัด, ฮีสโตรก, แดดแรง, โฆษกกระทรวงสาธารณสุข, โรคลมแดด, ไพศาล ดั่นคุ้ม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190428/image_big_5cc525174910c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33557</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/04/2019 15:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/04/2019 15:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สธ.สั่งทุกโรงพยาบาลคุมเข้มห้องฉุกเฉินหวั่นซ้ำรอยโคราช</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 เม.ย.2562 &amp;ndash; นพ.ไพศาล ดั่นคุ้ม รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ในฐานะโฆษก สธ.ให้สัมภาษณ์ว่า ได้รับรายงานเกิดเหตุทะเลาะวิวาทบริเวณหน้าห้องฉุกเฉิน โรงพยาบาลห้วยแถลง อ.ห้วยแถลง จ.นครราชสีมาแล้ว ซึ่งสร้างความเสียขวัญให้แก่ประชาชน และเจ้าหน้าที่เกิดความเสี่ยงในการปฏิบัติงาน จึงขอความร่วมมือประชาชนอย่าทะเลาะกันในเขต รพ. เพราะอาจทำให้สถานที่ เครื่องมือทางการแพทย์ เวชภัณฑ์ ได้รับความเสียหาย และเกิดผลกระทบต่อการรักษาผู้ป่วยรายอื่นได้ ซึ่ง นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัด สธ.มีความห่วงใยกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้สั่งการ รพ.ทุกแห่งเพิ่มมาตรการการรักษาความปลอดภัย โดยเฉพาะให้เร่งตรวจสอบสภาพกล้องวงจรปิดให้พร้อมใช้งานเพื่อใช้เป็นหลักฐานดำเนินคดีหากเกิดเหตุทะเลาะวิวาทในพื้นที่ รพ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ไพศาลกล่าวอีกว่า สธ.ได้มีมาตรการให้ รพ.ทุกแห่งจัดเวรยามรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง ตรวจสอบกล้องวงจรปิด (CCTV) ให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน และติดตั้งเพิ่มในจุดเสี่ยง เช่น บริเวณโถงทางเดิน ทางเข้า-ออกโรงพยาบาลในหอผู้ป่วยทุกแผนก กำชับให้เจ้าหน้าที่ในสถานพยาบาลทุกคนช่วยสอดส่องดูแลความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สินของผู้ป่วยและประชาชนที่มาใช้บริการอย่างดีที่สุด ประสานงานเจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลรักษาความปลอดภัยเพิ่ม โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสำคัญ มีระบบการเข้า-ออกห้องฉุกเฉิน เพื่อคัดกรองเฉพาะผู้ป่วยเท่านั้น และเน้นความปลอดภัยเจ้าหน้าที่ห้องฉุกเฉินต้องไม่ถูกคุกคาม
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33557</URL_LINK>
                <HASHTAG>นครราชสีมา, นพ.ไพศาล ดั่นคุ้ม, รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข, สธ., ห้องฉุกเฉิน, โรงพยาบาลห้วยแถลง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190413/image_big_5cb19dbddd016.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25548</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/01/2019 11:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/01/2019 11:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>7วันอันตรายปีใหม่วันที่5ตายแล้ว314ศพ เจ็บเกือบ3พัน เชียงใหม่แชมป์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ม.ค.62- นพ.ประพนธ์ ตั้งศรีเกียรติกุล รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะประธานแถลงข่าวสรุปผลการดำเนินงานป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2562 ว่า สถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 31 ธันวาคม 2561 ซึ่งเป็นวันที่ 5 ของการรณรงค์ &amp;ldquo;ขับรถมีน้ำใจ รักษาวินัยจราจร&amp;rdquo; เกิดอุบัติเหตุ 569 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 72 ราย ผู้บาดเจ็บ 591 คน สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ เมาแล้วขับ และขับรถเร็วเกินกฎหมายกำหนด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยรถจักรยานยนต์เกิดอุบัติเหตุสูงสุดกว่าร้อยละ 81.62 เรียกตรวจยานพาหนะ 959,097 คัน มีผู้ถูกดำเนินคดี รวม 194,173 ราย มีความผิดฐานไม่สวมหมวกนิรภัย 51,811 ราย ไม่มีใบขับขี่ 47,150 ราย ทั้งนี้ ได้จัดตั้งจุดตรวจหลัก 2,049 จุด เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน 66,867 คน เรียกตรวจยานพาหนะ 959,097 คัน และมีผู้ถูกดำเนินคดีรวม 194,173 ราย ด้วยความผิดฐานไม่สวมหมวกนิรภัย ไม่มีใบขับขี่
&amp;nbsp; &amp;nbsp;
สรุปรวม 5 วันในวันที่ 27-31 ธันวาคมที่ผ่านมา เกิดอุบัติเหตุรวม 3,055 ครั้ง เสียชีวิต 314 ราย บาดเจ็บ 2,848 คน โดยจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ 91 ครั้ง และจังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ นครราชสีมา 14 ราย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25548</URL_LINK>
                <HASHTAG>314 ศพ, 7 วันอันตราย, ประพนธ์ ตั้งศรีเกียรติกุล, รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190101/image_big_5c2af09b692be.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17145</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/09/2018 15:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/09/2018 15:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทาสแมวหนาว! สธ.เตือนระวังติดโรคกลาก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;09 ก.ย.2561 &amp;ndash; นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข และโฆษกกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์กรณีโซเชียลมีเดียเสนอข่าวเรื่องการติดเชื้อราจากแมว ว่ามีโอกาสพบได้ โดยเฉพาะเชื้อราในกลุ่มที่เรียกเป็นภาษาง่ายๆ ว่า กลาก &amp;nbsp;(ringworm) ติดต่อจากการสัมผัสโดยตรงกับแมวที่ติดเชื้อรา หรือติดจากสิ่งแวดล้อมที่แมวที่มีเชื้ออาศัยอยู่ เช่น อุปกรณ์ที่รองนอน พรมที่นอน เนื่องจากสปอร์ของเชื้อราชนิดนี้ สามารถอยู่ได้นานเป็นเดือน แมวที่ไม่ได้แสดงอาการของการติดเชื้อก็อาจเป็นพาหะนำเชื้อราชนิดดังกล่าวในบ้านได้เช่นเดียวกัน ผู้ที่ติดเชื้อกลากแมว ผิวหนังจะมีลักษณะเป็นวงกลมสีแดง ขอบนูนหนา และขยายวงขึ้น การรักษาโรคนี้ แพทย์จะสั่งจ่ายยาตามความรุนแรงของการติดเชื้อ โดยใช้ยาทารักษาเชื้อรา ซึ่งจะต้องรักษาอย่างต่อเนื่อง ติดต่อกันนาน 2-4 สัปดาห์ เพื่อให้แน่ใจว่าฆ่าเชื้อราที่ทำให้เกิดโรคได้หมด และลดความเสี่ยงกลับไปติดเชื้อซ้ำ รวมทั้งการดูแลสุขอนามัยส่วนบุคคล ทำความสะอาดเครื่องนอนและเสื้อผ้าอย่างสม่ำเสมอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสัตวแพทย์พรพิทักษ์ พันธ์หล้า รองผู้อำนวยการสำนักโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค กล่าวว่า ปกติแมวเป็นสัตว์เลี้ยงที่มีการแพร่โรคมายังคนได้ต่ำ แต่เนื่องจากมีพฤติกรรมที่ชอบคลุกคลีใกล้ชิดกับคน ทำให้มีโอกาสนำเชื้อโรคบางชนิดมาสู่คนได้ เช่นแบคทีเรีย เชื้อรา โปรโตซัว โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กเล็ก กลุ่มแม่ที่ตั้งครรภ์ ผู้มีภูมิต้านทานต่ำ หรืออยู่ในภาวะถูกกดภูมิคุ้มกัน จุดสำคัญหลักๆ ที่มักเป็นเหตุทำให้เกิดการติดเชื้อจากแมวมายังคน ได้แก่ การสัมผัสสิ่งขับถ่ายโดยตรงของแมว จากหมัดของแมว การโดนกัดและข่วน รวมถึงการสัมผัสขนหรือผิวหนังที่ติดเชื้อจากน้องแมว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สิ่งง่ายๆ ที่ผู้เลี้ยงแมวควรปฏิบัติมีดังนี้ &amp;nbsp;1.ล้างมือก่อนรับประทานอาหาร และหลังจากสัมผัสแมว &amp;nbsp;2.พาแมวไปตรวจสุขภาพและให้วัคซีนตามโปรแกรมที่กำหนด 3.หากโดนแมวกัดและข่วน ต้องรีบล้างแผลด้วยน้ำสะอาดและใส่ยา และรีบไปพบแพทย์ 4.นำแมวไปวัคซีนโรคพิษสุนัขบ้าทุกปี 5.กำจัดพยาธิภายนอกของแมว เช่น เห็บ หมัด 6.ไม่ควรให้แมวมาเลียตามร่างกาย และภาชนะใส่อาหารของคน 7.ควรเลี้ยงแบ่งแยกเป็นสัดส่วนและไม่ปล่อยให้ออกไปคลุกคลีกับสัตว์นอกบ้าน 8.กำจัดสิ่งขับถ่ายของน้องแมว โดยการใส่ถุงมือและล้างมือทุกครั้ง รวมทั้งการทำความสะอาดถาดรองสิ่งขับถ่ายบ่อย ๆ 9.ดูแลเด็ก ๆ ไม่ให้เด็กเล่นทรายที่มีสิ่งขับถ่ายของแมว&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17145</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลาก, ติดเชื้อรา, นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์, รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข, สธ., โซเชียลมีเดีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180909/image_big_5b94dd2bb7184.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15135</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/08/2018 16:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/08/2018 16:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อย่าตื่นตระหนก!สธ. ยันยังไม่พบ&#039;ไข้หวัดนก&#039;รอบใหม่ในไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ส.ค.61-นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข และโฆษกกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงกรณีข่าวประเทศเพื่อนบ้านทำลายสัตว์ปีกจำนวนมาก ว่า ประเทศไทย ไม่พบผู้ป่วยไข้หวัดนกสายพันธุ์ H5N1 และ H5N6 มานานกว่า 10 ปี และยังคงมาตรการเฝ้าระวังผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่ที่มีการระบาด นกอพยพ และการเคลื่อนย้ายสัตว์ปีกทั้งบริเวณแนวชายแดนจากประเทศเพื่อนบ้านและภายในประเทศ เช่น ไก่ชน เป็ดไล่ทุ่ง และติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์ของโรคอย่างต่อเนื่อง ได้กำชับให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดดำเนินการตามมาตรการป้องกันและควบคุมโรคไข้หวัดนกของประเทศไทยอย่างเคร่งครัด รวมทั้งให้ความรู้ประชาชนในการป้องกันโรค ยึดหลักกินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ และรับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.โอภาสกล่าวต่อว่า ขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนก ติดตามข่าวสารจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด ไม่รับประทาน นก เป็ด ไก่ ที่ตายผิดปกติ ระมัดระวังการสัมผัสสัตว์ปีกและนกธรรมชาติ หมั่นล้างมือบ่อย ๆ ด้วยน้ำและสบู่ หากมีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ คือ มีไข้ ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ อ่อนเพลีย มีน้ำมูก ไอ และเจ็บคอ ภายในช่วง 14 วันหลังกลับจากพื้นที่ระบาด หรือสัมผัสกับสัตว์ปีกป่วยตาย ให้รีบไปพบแพทย์ พร้อมแจ้งประวัติการเดินทางและประวัติการสัมผัสโรค หากพบสัตว์ปีกป่วย/ตายที่ผิดสังเกต ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ทันที ประชาชนมีข้อสงสัยสอบถามสายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15135</URL_LINK>
                <HASHTAG>H5N1, นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์, รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข, สัตว์ปีก, ไข้หวัดนก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180810/image_big_5b6d55d207900.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13580</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/07/2018 17:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/07/2018 17:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลปกครองพิพากษาคืนเก้าอี้รองปลัดสธ.ให้&#039;ชาญวิทย์ ทระเทพ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ก.ค.61- &amp;nbsp;ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาเพิกถอนประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี กรณีโยกย้ายรองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ไปดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข โดยให้การเพิกถอนมีผลย้อนหลังไปถึงวันที่ประกาศดังกล่าวมีผลใช้บังคับ ซึ่งเป็นคดีหมายเลขดำที่ บ.๒๐๖/๒๕๕๘ หมายเลขแดงที่ บ. ๒๖๔/๒๕๖๑ คดีพิพาทระหว่างนายชาญวิทย์ &amp;nbsp;ทระเทพ (ผู้ฟ้องคดี) กับ กระทรวงสาธารณสุข ที่ 1 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ที่ ๒ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ที่ ๓ คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม ที่ ๔ นายกรัฐมนตรี ที่ ๕ กระทรวงการคลัง ที่ ๖ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน ที่ ๗ (ผู้ถูกฟ้องคดี)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า การโยกย้ายผู้ฟ้องคดีไปเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เป็นการใช้ดุลพินิจของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ และที่ ๓ ซึ่งเป็นฝ่ายบริหาร และโดยที่การแต่งตั้งข้าราชการเพื่อย้ายสับเปลี่ยนจากตำแหน่งรองปลัดกระทรวงให้ไปดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวงความแตกต่างกันในบทบาทและอำนาจหน้าที่อย่างมีนัยสำคัญ จึงเป็นเรื่องของการบริหารบุคคลที่ผู้บังคับบัญชาจะดำเนินการได้โดยคำนึงถึงข้อเท็จจริง เหตุผลความจำเป็น ตลอดจนความเหมาะสม และประโยชน์ของหน่วยงานตามเจตนารมณ์ และหลักการที่กำหนดไว้ในมาตรา ๔๒ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๕๕๑ ซึ่งเป็นกรณีที่มีบทบัญญัติของกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาเพิกถอนประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการพลเรือน ประกาศ ณ วันที่ ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๗ เฉพาะในส่วนที่ให้ผู้ฟ้องคดีพ้นจากตำแหน่งรองปลัดกระทรวง และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง ทั้งนี้ ให้การเพิกถอนมีผลย้อนหลังไปถึงวันที่ประกาศดังกล่าวมีผลใช้บังคับ คือ วันที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๗ โดยมีข้อสังเกตเกี่ยวกับแนวทางหรือวิธีการดำเนินการให้เป็นไปตามคำพิพากษาตามนัยมาตรา ๖๙ วรรคหนึ่ง (๘) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ ว่า ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ และที่ ๓ ชอบที่จะพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายให้ผู้ฟ้องคดีได้กลับสู่ตำแหน่งรองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ทั้งนี้ ภายในหกสิบวันนับแต่วันที่มีคำพิพากษา คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13580</URL_LINK>
                <HASHTAG>การแต่งตั้งโยกย้าย, ชาญวิทย์ ทระเทพ, รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข, ศาลปกครอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180717/image_big_5b4dc7d5e71f7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13114</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/07/2018 13:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/07/2018 10:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปลัดสธ.แถลงข่าว8หมูป่าปลอดภัยญาติได้เยี่ยมแล้ว เปิดเมนูเด็ดขนมปังทาช็อกโกแลต </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ก.ค.61- นายแพทย์เจษฎา โชคดำรงสุข ปลัดกระทรวงสาธารณสุข และคณะผู้บริหารจัดแถลงข่าว ถึงข้อมูลทางการแพทย์ของน้องๆทีมหมูป่า ว่าผู้ป่วยชุดแรกอายุ 14 -16 ปี &amp;nbsp;แรกรับอุณหภูมิในร่างกายต่ำ เอ๊กซ์เรย์ปอดพบว่าผิดปกติ &amp;nbsp;จึงได้รักษาปอดอักเสบ ฉีดวัคซีนป้องกันโรคต่างๆ ให้วิตามิน บี 1 &amp;nbsp;เช้านี้ทุกคนไม่มีไข้ &amp;nbsp; การปรับตัวเรื่องอาหารไม่มีปัญหา ปรับเป็นอาหารอ่อนเช่นข้าวต้ม เช้าวันนี้รับประทานอาหารปกติได้แล้ว แต่ยังหลีกเลี่ยงอาหารรสจัด ซึ่งรับประทานมากและหิวบ่อย อยากกินอาหารที่แปลกไป ซึ่งต้องค่อยๆปรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชุดแรกนี้ให้ครอบครัวเข้าเยี่ยมแล้ว ผ่านทางกระจก หากผลแล็ปกลับมาไม่มีการติดเชื้อ จะให้เยี่ยมโดยใส่หน้ากาก จากนั้นจึงจะให้เยี่ยมปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชุดที่ 2 อายุระหว่าง 12-14 ปี แรกรับมีภาวะอุณหภูมิในร่างกายต่ำ คนแรกต่ำมาก หัวใจเต้นช้าปกติ แต่ล่าสุดปกติดีทุกอย่าง ทุกคนสดชื่นพูดคุยตอบโต้ได้ดี &amp;nbsp; การตวรวจสายตาการเมืองเห็นผ่านไปด้วยดี สายตาปกติ แต่ยังสวมแว่นอยู่ วันนี้สายๆจะลองให้ถอดแว่นดู&amp;nbsp;&amp;nbsp;นอกจากนี้ให้จิตแพทย์ดูแลเรื่องสภาพจิตใจ &amp;nbsp;ทั้งนี้เบื้องต้นสามารถตรวจที่นี่ได้หมด ส่วนโรคอุบัติใหม่ต้องส่งตสรวจที่กทม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เขากล่าวว่าในภาพรวมล่าสุดเช้านี้ทุกคนไม่มีไข้ สุขภาพจิตดี ช่วยเหลือตัวเองได้ &amp;nbsp;ทุกคนปลอดภัย &amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ เข้าไปเยี่ยมทุกคนพูดจาล้อเล่นกับท่านนายกฯได้ ทุกคนร่าเริงและดีใจ สนุกสนาน&amp;nbsp; เบื้องต้นเราต้องให้อยู่โรงพยาบาล 1 สัปดาห์เพื่อดูอาการข้างเคียงก่อน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนพ.ธงชัย เลิศวิไลรัตนพงศ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 1 กล่าวว่า อาหารที่เด็กร้องขอคือ ขนมปังทาช็อกโกแลต&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13114</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายแพทย์เจษฎา โชคดำรงสุข, ปลอดภัยทั้ง 8 คน, รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข, แถลงข่าว, โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180710/image_big_5b4450faf271b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
