<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>114854</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/08/2021 18:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/08/2021 18:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ไม้ วฤษฎิ์’แชร์คลิป‘บิ๊กใหม่’พร้อมถามทำไมต้องข่มขู่สื่อ!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ พลตำรวจเอก สุชาติ ธีระสวัสดิ์ หรือ บิ๊กใหม่ เป็นรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนถึงประเด็นของ ผู้กำกับโจ้ โดยระหว่างสัมภาษณ์บางช่วงนักข่าวได้ถามว่าตำรวจจะให้ความมั่นใจกับประชาชนได้อย่างไร โดยเจ้าตัวตอบว่า &amp;ldquo;ถ้างั้นคุณจะให้สื่อเป็นศาสเตี้ยเลยใช่ไหม แล้วให้การไปแล้วตกลงต้องถึงศาลไหม&amp;rdquo; โดยคลิปสัมภาษณ์ดังกล่าวถูกแชร์ในโลกออนไลน์มากมาย บางคลิปมียอดวิวเกือบห้าหมื่นวิว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ล่าสุดพระเอกหนุ่ม ไม้-วฤษฎิ์ ศิริสันธนะ&amp;nbsp;ก็ได้แชร์คลิปเหตุการณ์ดังกล่าวของผู้ใช้ทวิตเตอร์รายหนึ่ง พร้อมแสดงความคิดเห็นว่า &amp;ldquo;แล้วทำไมสื่อที่เป็นตัวแทนของประชาชนในการตรวจสอบความโปร่งใสของกระบวนการถึงไม่มีสิทธิ์ในการสอบถามข้อมูล?&amp;nbsp;แล้วทำไมต้องแสดงพฤติกรรมถ่อยๆกร่างๆไร้วุฒิภาวะออกมาข่มขู่สื่อ หรือแสดงอำนาจเพื่อปกปิดความผิดอะไรรึเปล่า?&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114854</URL_LINK>
                <HASHTAG>บิ๊กใหม่, ผู้กำกับโจ้, พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์, พลตำรวจเอก สุชาติ, รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, สื่อมวลชน, สุชาติ ธีระสวัสดิ์, ไม้ วฤษฎิ์, ไม้-วฤษฎิ์ ศิริสันธนะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210828/image_big_612a165eede21.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>88369</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/12/2020 11:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/12/2020 11:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผงะ!ประเดิม7วันอันตรายยุคนิวนอร์มอลดับแล้ว43ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ธ.ค.2563 - &amp;nbsp;ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2564 โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สรุปสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 29 ธันวาคม 2563 ซึ่งเป็นวันแรกของการรณรงค์ &amp;ldquo;ชีวิตวิถีใหม่ ขับขี่ปลอดภัย ไร้อุบัติเหตุ&amp;rdquo; เกิดอุบัติเหตุ 414 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 43 ราย ผู้บาดเจ็บ 438 คน ประสานทุกจังหวัดคุมเข้มการบังคับใช้กฎหมายจราจรอย่างเคร่งครัด กวดขันปัจจัยเสี่ยงอุบัติเหตุ พร้อมอำนวยความสะดวกในการเดินทางแก่ประชาชนตลอดเส้นทาง รวมถึงปฏิบัติตามมาตรการสาธารณสุขในการเฝ้าระวังและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) อย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะประธานแถลงข่าวสรุปผลการดำเนินงานป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2564 เปิดเผยว่า ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2564 โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยและความร่วมมือของหน่วยงานภาคีเครือข่ายได้รวบรวมสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 29 ธันวาคม 2563 ซึ่งเป็นวันแรกของการรณรงค์ &amp;ldquo;ชีวิตวิถีใหม่ ขับขี่ปลอดภัย ไร้อุบัติเหตุ&amp;rdquo; เกิดอุบัติเหตุ 414 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 43 ราย ผู้บาดเจ็บ 438 คน สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ขับรถเร็ว ร้อยละ 32.85 ดื่มแล้วขับ ร้อยละ 24.88 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 81.11 ส่วนใหญ่เกิดบนเส้นทางตรง 66.43 ถนนกรมทางหลวง ร้อยละ 38.89 ถนนใน อบต./หมู่บ้าน ร้อยละ 32.13 ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ช่วงเวลา 16.01 &amp;ndash; 20.00 น. ร้อยละ 29.47 &amp;nbsp;ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตสูงสุดอยู่ในช่วงอายุ 50 ปีขึ้นไป ร้อยละ 29.94 ทั้งนี้ ได้จัดตั้งจุดตรวจหลัก 1,933 จุด เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน 61,575 คน เรียกตรวจยานพาหนะ 288,881 คัน มีผู้ถูกดำเนินคดี รวม 44,657 ราย มีความผิดฐานไม่สวมหมวกนิรภัย 12,648 ราย ไม่มีใบขับขี่ 12,154 ราย โดยจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ มหาสารคาม (15 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ ชลบุรี บุรีรัมย์ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ และอุดรธานี (จังหวัดละ 3 ราย) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ (17 คน)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กล่าวต่อไปว่า วันนี้คาดว่าประชาชนเริ่มเดินทางออกจากกรุงเทพมหานครเพื่อเดินทางกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยว โดยถนนสายหลักที่มุ่งสู่ภูมิภาคต่าง ๆ จะมีปริมาณรถหนาแน่น ศปถ.ได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบังคับใช้กฎหมายจราจรอย่างเคร่งครัด เข้มข้นการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจหลัก เน้นหนักกวดขันปัจจัยเสี่ยงอุบัติเหตุ โดยเฉพาะการขับรถเร็วและดื่มแล้วขับ เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงหลักของการเกิดอุบัติเหตุทางถนน พร้อมเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ในการดูแลเส้นทางหลัก สายรอง และเส้นทางเลี่ยงที่เชื่อมต่อระหว่างจังหวัด บริหารจัดการจราจรและอำนวยความสะดวกในการเดินทางแก่ประชาชนตลอดเส้นทาง โดยเฉพาะจังหวัดที่มีเส้นทางหลักมุ่งสู่ภูมิภาคต่าง ๆ และมีการจราจรหนาแน่น ให้เร่งระบายรถ เปิดช่องทางพิเศษ ปิดจุดกลับรถ ปรับสัญญาณไฟจราจรให้สอดคล้องกับช่วงเวลาในการเดินทางของประชาชน รวมถึงปฏิบัติตามมาตรการสาธารณสุขในการเฝ้าระวังและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) อย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายชัยณรงค์ วาสนะสมสิทธิ์ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนได้ประสานศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนจังหวัด บูรณาการตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง อาสาสมัคร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่สนธิกำลังสนับสนุนการปฏิบัติงานในจุดตรวจ จุดบริการ และด่านชุมชน โดยเฉพาะเส้นทางสายรองและเส้นทางเลี่ยง ทางลัด ที่เชื่อมต่อระหว่างจังหวัด เพื่อเสริมประสิทธิภาพในการสร้างความปลอดภัยในการเดินทาง อย่างไรก็ตาม จากการติดตามสภาพอากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่า ในระยะนี้บางจังหวัดในพื้นที่ภาคใต้อาจมีฝนตก ทำให้เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุจากสภาพถนนเปียกลื่นและทัศนวิสัยไม่ดี ศปถ.จึงประสานจังหวัดดูแลความปลอดภัยในการเดินทางของประชาชน โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีฝนตกให้กวดขันการใช้ความเร็วเป็นพิเศษ รวมถึงเน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติตามมาตรการของศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) ท้ายนี้ ขอฝากให้ผู้ใช้รถใช้ถนนปฏิบัติตามกฎหมายจราจรอย่างเคร่งครัด มีน้ำใจต่อผู้ร่วมใช้เส้นทาง รวมถึงดูแลตัวเองให้ปลอดภัย โดยสวมหน้ากากอนามัย รักษาระยะห่างทางสังคม และหมั่นล้างมือให้สะอาด เพื่อลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) และเพื่อให้เทศกาลปีใหม่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุขและความปลอดภัย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88369</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์, รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, สรุปผลการดำเนินงานป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200916/image_big_5f61e9f4bf527.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>87016</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/12/2020 12:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/12/2020 12:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตำรวจชง‘Work from home’1วันช่วยลดฝุ่นPM2.5</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ธ.ค.2563 - &amp;nbsp;พล.ต.อ.ดำรงค์ศักดิ์ กิตติประภัสร์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) กล่าวถึงมาตรการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ในพื้นที่กทม.และปริมณฑลว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติร่วมกับกรุงเทพมหานครและกรมการขนส่งทางบก สั่งการให้ตั้งจุดตรวจควันดำจำนวน 20 จุด ตั้งแต่ 1 ธันวาคม 2563 - 20 กุมภาพันธ์ 2564 ขณะเดียวกันได้มีมาตรการเชิงรุกสั่งการให้ บก.น.1,2 และ 7 ลงพื้นที่ตรวจสอบภายในอู่จอดรถโดยสารสาธารณะ เนื่องจากรถมีสภาพเก่า ซึ่งมั่นใจว่าจะสามารถลดปริมาณฝุ่นได้ในระดับหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สำนักงานตำรวจแห่งชาติ อยากเชิญชวนให้หน่วยงานเอกชน บริษัท ห้างร้านต่างๆ กำหนดให้พนักงานหยุดทำงานที่บ้าน 1 วัน ต่อสัปดาห์ ในช่วงฤดูหนาว เหมือนกับมาตรการ work from home ในช่วงที่มีสถานการณ์โควิด-19ระบาด เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา เพราะเชื่อว่ามาตรการนี้จะสามารถลดการใช้รถยนต์และลดการเกิดปริมาณฝุ่นควันได้อีกทางหนึ่ง ซึ่งเป็นความรับผิดชอบร่วมกัน ไม่ใช่รัฐบาลเพียงฝ่ายเดียว ของประชาชนด้วย&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87016</URL_LINK>
                <HASHTAG>PM 2.5, ฝุ่นละอองขนาดเล็ก, พล.ต.อ.ดำรงค์ศักดิ์ กิตติประภัสร์, รอง ผบ.ตร., รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201216/image_big_5fd99b1c74cdc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79079</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/09/2020 12:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/09/2020 12:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กปั๊ด&#039;พูดให้ตีความบอกสัญญาจะทำตัวให้ดีกว่าที่เคยเป็นมา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ก.ย.2563 - &amp;nbsp;พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) กล่าวภายหลังรับมอบตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ด้วยน้ำเสียสะอื้น ว่าวันนี้รู้สึกใจหาย เคยร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมากับ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ไปไหนมาไหนด้วยกันตลอด ก็หายไปทีละคนสองคน ก็ไม่เป็นไร มันเป็นวิถีในการทำงาน ทั้งนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ได้ฝากให้ดูแลองค์กร ดูแลผู้ใต้บังคับบัญชา ซึ่งปัญหาความท้าทายมีตลอด สังคมพัฒนาไปเราต้องพยายามปรับตัวให้ได้ให้สังคมยอมรับ เราต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ตำรวจสัญญากับพี่น้องประชาชนว่าจะทำตัวให้ดีกว่าที่เคยเป็นมา สำหรับรายละเอียดนโยบายจะแถลงให้ทราบในวันศุกร์ที่ 2 ตุลาคม ซึ่งก็มีเรื่องการทำแผนปฏิบัติในระยะยาว เบื้องต้นอาจต้องมีการปรับจูนอะไรนิดหน่อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมมั่นใจว่าผู้ใต้บังคับบัญชาที่ถูกเลือกมาให้ดำรงตำแหน่งต่างๆ จะสามารถทำงานด้วยกันได้ ซึ่งการแต่งตั้งครั้งที่ผ่านมา ผมก็มีส่วนร่วมในการพิจารณาตัวบุคคลบ้าง ส่วนจะถูกใจหรือไม่ต้องรอดูก่อนว่าจะเป็นอย่างไร&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับสถานการณ์ชุมนุมทางการเมือง พล.ต.อ.สุวัฒน์ กล่าวว่า การชุมนุมยึดหลักกฎหมายและทำในลักษณะตั้งรับ เราก็ดูแลความเรียบร้อย ไม่ได้จะไปเป็นศัตรูกับใคร ความเห็นทางการเมืองเป็นเรื่องหนึ่ง แต่ตำรวจต้องดูแลให้เกิดความสงบเรียบร้อย ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นขอให้มีความเรียบร้อยเป็นตัวตั้งกรณีผู้ชุมนุมประกาศจะปักหลัก 7 วัน 7 คืน นั้น เราติดตามสถานการณ์อยู่ตลอด ซึ่งเป็นพื้นที่ของกองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.) ที่มีประสบการณ์เรื่องนี้อยู่แล้ว ซึ่ง ตร. เป็นหน่วยสนับสนุนการปฏิบัติ และกำชับให้ยึดหลักสิทธิมนุษยชน รวมทั้งข้อกฎหมายต่างๆ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79079</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผบ.ตร., ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข, รอง ผบ.ตร., รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200930/image_big_5f741bd893e83.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55227</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/01/2020 13:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/01/2020 13:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บิ๊กแป๊ะลั่น23ม.ค.10.30น.แถลงเปิดหมดไอ้เหี้ยมชิงทองทำเพื่ออะไรทำไปทำไม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ม.ค.2563 - &amp;nbsp;ที่สถานีตำรวจท่องเที่ยวจังหวัดลพบุรี พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข &amp;nbsp;รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค &amp;nbsp;1 (ผบช.ภ.1) พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนควบคุมตัว นายประสิทธิชัย เขาแก้ว อายุ 38 ปี ผอ.โรงเรียนแห่งหนึ่งในจ.สิงห์บุรี ผู้ต้องหาก่อเหตุชิงทองที่ร้านทองออโรล่า ห้างสรรพสินค้าโรบนสัน จ.ลพบุรี มีผู้เสียชีวิต จำนวน 3 ราย มีผู้ด้รับบาดเจ็บอีก 4 ราย เหตุเกิดเมื่อวันที่ 9 ม.ค.ที่ผ่านมา มาสอบปากคำเพิ่มเติม หลังเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวไว้ได้เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยการนำตัวผู้ต้องหามาสอบปากคำครั้งนี้ มีเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบ พร้อมหน่วยคอมมานโดอาวุธครบมือเฝ้าคุ้มกันผู้ต้องหาอย่างหนาแน่น เพราะภายหลังจากที่ประชาชนทราบข่าวว่ามีการจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ ประชาชนจำนวนมากต่างเดินทางมาดูตัวผู้ต้องหา เมื่อผู้ต้องหามาถึงพบว่าสวมเสื้อแขนยาวสีเทา สวมกางเกงขายาว ปิดบังใบหน้าด้วยการใส่แมส สวมหมวกแก็ป โดยเจ้าหน้าที่ได้รีบนำตัวเข้าห้องสอบสวนทันทีโดยไม่ให้ผู้สื่อข่าวเข้าไปบันทึกภาพทำข่าว โดยกั้นพื้นที่เพื่อความสะดวกและความปลอดภัยของผู้ต้องหาที่อาจเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดขึ้น ขณะเดียวกันประชาชนที่เฝ้ารออยู่ต่างตะโกนสาปแช่งให้ประหารชีวิตและตกตายไปตามกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังสอบปากคำประมาณ 30 นาที พล.ต.อ.จักรทิพย์แถลงว่า &amp;nbsp;หลังจากศาลจังหวัดลพบุรีได้ออกหมายจับ นายประสิทธิชัย เขาแก้ว ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดโพธิ์ชัย เมื่อช่วงเช้า พล.ต.ต.จิรภพ พร้อมด้วยคณะทีมสืบสวนสอบสวนได้เข้าควบคุมตัวคนร้ายมาสอบปากคำ แต่จากการสอบสวน ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้เพราะยังสอบปากคำไม่เสร็จ ผู้ต้องหาให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่เป็นอย่างดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า การจับครั้งนี้จับแพะหรือเปล่าเพราะถูกสังคมกดดัน ผบ.ตร.เผยว่า ถ้าจับแพะเจ้าหน้าที่ตำรวจจะยืนอยู่ได้อย่างไร ไม่มีการจับแพะแน่นอน รายละเอียดทั้งหมดจะแถลงอีกครั้งที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เวลา 10.30 น. ถามต่อว่าผู้ต้องหาให้การรับสารภาพหรือปฏิเสธ ผบ.ตร.ตอบว่าเขาก็ไม่ปฏิเสธ รู้สึกสำนึก แต่ไม่ขอเผยเพราะยังเหลืออีกหลายขั้นตอน ถามอีกว่ามูลเหตุในการก่อเหตุครั้งนี้คืออะไร พล.ต.อ.จักรทิพย์ ตอบว่า ขอพรุ้งนี้จตะตอบให้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามต่ออีก ตั้งแต่เกิดเหตุผู้ต้องหารายนี้อยู่ในบัญชีของเจ้าหน้าที่ในการติดตามตัวคนร้ายหรือไม่ ผบ.ตร.ตอบว่า อยู่ในขบวนการตั้งแต่ต้นอยู่ในตระกร้าของเรา และทำเพียงคนเดียว และมีหลักฐานเพียงพอ ขอร้องประชาชนอย่าใช้ความรุนแรงถึงแม้จะโกรธจะเกลียดก็ตาม เพราะขณะนี้ผู้ต้องหาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแล้ว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาหลังจากเจ้าหน้าที่เข้าควบคุมตัวผู้ต้องหาก่อนนำตัวเข้าเซฟเฮาส์สอบปากคำ ได้ขยายผลเข้าทำการตรวจค้นที่โรงเรียนวัดโพธิ์ชัยที่ผู้ต้องหาเป็นผู้อำนวยการอยู่ ส่วนเจ้าหน้าที่อีกชุดเข้าตรวจค้นที่บ้านผู้ต้องหาอีกหลังในพื้นที่ จ.ลพบุรี และติดตามหาของกลางซึ่งเป็นรถจักรยานยนต์ที่ผู้ต้องหารับสารภาพนำไปทิ้งคลองแห่งหนึ่ง ส่วนอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุพบว่าเป็นของบิดาซึ่งเป็นอดีตข้าราชการตำรวจ ซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถติดตามของกลางได้เกือบทั้งหมดแล้ว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55227</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประสิทธิชัย เขาแก้ว, ผบ.ตร., ผบช.ภ.1, ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค  1, ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย, พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข, รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200122/image_big_5e27eb0c66aa5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17144</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/09/2018 15:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/09/2018 15:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับไม่หมด!รวบอีกยาบ้าล็อตใหญ่8.8ล้านเม็ด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ก.ย.2561 - &amp;nbsp;พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) และ พล.ต.ท.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค &amp;nbsp;1 (ผบช.ภ.1) พร้อมคณะแถลงข่าวการจับกุมขบวนการค้ายาเสพติดรายใหญ่ ประกอบไปด้วยนายวีรนิจ แซ่ม้า อายุ 30 ปี นายประสิทธิ์ ชัยพัฒนาโยธิน อายุ 24 ปี พร้อมด้วยของกลางบาบ้า จำนวน 8,840,000 เม็ด รถยนต์กระบะโตโยต้า รีโว่ สีเทา หมายเลขทะเบียน กฉ-1755 นครสวรรค์ รถยนต์กระบะโตโยต้า รีโว่ สีเทา หมายเลขทะเบียน 6 กน-130 กทม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติกล่าวว่า เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน กก.สส.ภ.1 และชุดปราบปรามยาเสพติด ศอ.ปส.ภ.1 ได้รับแจ้งจากสายลับจะมีกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดลักลอบลำเลียงยาเสพติดล็อตใหญ่ กระทั่งช่วงดึกวันที 8 ก.ย.พบรถยนต์กระบะต้องสงสัยทะเบียน 6 กน-1330 กทม.และรถยนต์กระบะ ทะเบียน กฉ-1755 นครสวรรค์ ขับตามกันมาบนถนนสาย 4036 จาก อ.ชันสูตร จ.ชัยนาท มุ่งหน้า อ.บางระจัน จ.สิงห์บุรี เจ้าหน้าที่จึงเรียกขอทำการตรวจค้นแต่ปรากฏว่ารถยนต์ทั้ง 2 คันได้เร่งความเร็วหลบหนีเจ้าหน้าที่จึงได้วิทยุสกัดตามจับกระทั่งจับรถยนต์ทะเบียน กฉ-1755 นครสวรรค์ ซึ่งเป็นรถยนต์ที่ใช้ลำเลียงยาเสพติดที่หมู่ 1 ต.สิงห์ อ.บางระจัน จ.สิงห์บุรี และควบคุมตัวนายวีรนิจ และนายประสิทธิ์ไว้ได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการตรวจค้นพบของกลางยาบ้าบรรจุในถุงพลาสติกขนาดใหญ่ ถุงละ 85 มัด มัดละ 2,000 เม็ด จำนวน 52 ถุง รวมทั้งหมด 8,840,000 เม็ด &amp;nbsp;ส่วนรถยนต์ต้องสงสัยทะเบียน 6 กน-1330 กทม.สามารถสกัดจับได้ที่บริเวณทุ่งนาใกล้วัดสละปาบ ต.สิงห์ อ.บางระจัน จ.สิงบุรี โดยมีนายเกียรติภูมิ มั่นรัตนะ ซึ่งเป็นคนขับได้ทิ้งรถหลบหนีการจับกุมไปได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รอง ผบ.ตร.เปิดเผยต่อว่า จากการสอบสวนนายวีรนิจ ให้การรับสารภาพว่ารับจ้างจากนายประสิทธิ์ จำนวน 500,000 บาท เพื่อขับรถยนต์คันดังกล่าวจาก จ.ตาก เพื่อไปส่งให้ลูกค้าที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ในขณะที่นายประสิทธิ์รับสารภาพว่าได้รับการการว่าจ้างจากนายเม้ง เอเย่นต์กลุ่มหว้าใต้ที่อยู่แนวชายแดนประเทศเพื่อนบ้านให้ขนยาบ้าดังกล่าวไปส่งให้ลูกค้าเป็นเงิน 2,000,000 บาท &amp;nbsp;และยาบ้าล็อตที่จับได้นี้เป็นล็อตเดียวกันกับที่เจ้าหน้าที่สืบสวนภาค 1 จับกุมได้ครั้งใหญ่ที่สุดจำนวน 14 ล้านเม็ด เมื่อวันที่ &amp;nbsp;22 ส.ค.ที่ผ่านมา ที่คนร้ายลักลอบขนยาบ้าดังกล่าวใส่ตู้คอนเทนเนอร์มาพักไว้ที่ อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งจะได้ทำการสืบสวนจับกุมเครือข่ายที่เกี่ยวข้องต่อไป
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17144</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค  1, พล.ต.ท.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข, พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน, ยาบ้า, รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, หว้าใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180909/image_big_5b94d9317d682.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12478</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/07/2018 12:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/07/2018 12:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มงคลกิตติ์ประชดศรีวราห์สหรัฐขออนุญาตใช้ดาวเทียมหรือยัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ก.ค.2561 - นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ว่าที่หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ กล่าวถึงกรณี พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ได้เดินทางเข้าไปภายในถ้ำหลวง เพื่อสอบถามความคืบหน้าภารกิจติดตามช่วยเหลือ 13 ชีวิตกับเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ภายในถ้ำ เมื่อวันที่ 28 มิ.ย.ที่ผ่านมา แต่กลับมีกระแสโจมตีประเด็นการใช้กฎหมายในการเจาะน้ำบาดาล ว่าเจ้าหน้าที่ชุดช่วยเหลือและค้นหา (NAVY SEAL) US Pacific Command:USPACOM ยังคงทำงานที่จะใช้ดาวเทียมสำรวจภาคพื้นธรณีวิทยาทางทหารของสหรัฐมาใช้สแกนถ้ำหลวงในระบบ Infrared 3D หากพบกลุ่มผู้ประสบภัยจะแสดงผลเป็นรูปคน และ จะลงมือเจาะที่บริเวณจุดนั้นเพื่อเข้าช่วยเหลือทันที เลยกังวลว่าทหารสหรัฐได้ดำเนินการขออนุญาตทาง พล.ต.อ.ศรีวราห์ แล้วหรือยัง เพราะหากยังไม่มีการดำเนินการขออนุญาต เกรงว่าเจ้าหน้าที่ทหารสหรัฐจะโดนจับกุม &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายมงคลกิตติ์กล่าวอีกว่า ใบอนุญาตที่ต้องขอนั้นมีอยู่หลายใบ อาทิ มีใบอนุญาตใช้ดาวเทียมส่องทะลุชั้นบรรยากาศเข้าน่านฟ้าประเทศไทย และใบอนุญาตใช้ดาวเทียมส่องทะลุผนังถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอนของกรมนอกจากนี้ทหารสหรัฐนี้มีหนังสืออนุญาตเข้าประเทศไทยมาทำภารกิจช่วยเด็ก และทหารสหรัฐมีใบอนุญาตเจาะถ้ำหรือยัง
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12478</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถ้ำหลวง, พรรคไทยศรีวิไลย์, พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล, มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์, รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180701/image_big_5b386c8508129.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
