<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>108543</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/07/2021 10:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/07/2021 10:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> รองหัวหน้าปชป. ยอมรับ &#039;ยุทธศาสตร์ชาติ&#039; ปี 63 ล้มเหลว ปล่อยราชการนำรัฐ ไม่ตอบสนองชาวบ้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ก.ค. 2564 &amp;nbsp;ศ.ดร.กนก วงษ์ตระหง่าน รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงรายงานสรุปผลการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ชาติประจำปี 2563 และรายงานการสรุปผลการดำเนินงานตามแผนปฏิรูปประเทศประจำปี 2563 ที่มีการนำเสนอต่อสภาว่า จากรายงานทั้ง 2 ฉบับพบว่า ความสำเร็จที่เกิดขึ้นตามเป้าหมายของยุทธศาสตร์และแผนปฏิรูปประเทศนั้นยังอยู่ในเกณฑ์ต่ำมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเด็นแรก คือ การจัดทําแผนงานโครงการ ขาลง หมายความว่า ภายใต้กรอบของยุทธศาสตร์ชาตินี้ เราก็มาจัดทำแผนปฏิรูปประเทศในด้านต่าง ๆ แล้วก็จากแผนปฏิรูปประเทศเราก็ไปจัดทำแผนงานโครงการของส่วนราชการที่ปรากฏออกมาในงบประมาณรายจ่ายประจำปี กลายเป็นราชการกำหนดรัฐ แทนที่จะเป็นรัฐกำหนดราชการให้ไปปฏิบัติ การจัดงบประมาณรายจ่าย ยังอยู่ในกรอบราชการที่ขาดความเข้าใจต่อปัญหาของประชาชน ประเด็นปัญหาที่สำคัญก็คือ สำนักงบประมาณ ไม่สามารถจัดทำงบประมาณที่ตอบเป้าหมายยุทธศาสตร์ชาติ และเป้าหมายของแผนปฏิรูปประเทศได้ &amp;nbsp;สิ่งที่สำนักงบประมาณทำเป็นเพียงการจัดทำงบประมาณตามเรื่อง ตามประเด็นที่แผนยุทธศาสตร์ชาติและแผนปฏิรูปประเทศให้บอกไว้เท่านั้น ไม่ได้ปฏิบัติตามเป้าหมายอย่างมีเหตุมีผล เพราะฉะนั้นแผนปฏิรูปประเทศจึงไม่สามารถที่จะบรรลุเป้าหมายตามที่กำหนดไว้ได้ เช่น เป้าหมายทางด้านความเท่าเทียมและการเติบโตอย่างมีส่วนร่วม แต่ในความเป็นจริงแล้วพบว่าความเหลื่อมล้ำของประเทศกว้างขึ้นตลอดเวลา ความยากจนสูงมากขึ้นตลอดเวลามันสวนทางกับเป้าหมายของแผนปฏิรูปประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยังชี้ด้วยว่า แผนงานปฏิรูปประเทศ 173 เรื่อง ในปี 2563 ที่ไม่ประสบความสำเร็จนั้นมีอยู่ประมาณ 45-50% ที่ ที่เรียกว่าค่อนข้างจะประสบความสำเร็จแต่ก็ยังไม่บรรลุเป้าหมายมีประมาณ 50% แต่ถ้าจะพูดถึงว่าสำเร็จจริง ๆ นั้นก็มีเพียงประมาณไม่ถึง 10% โดยมี4 สาเหตุที่ทำให้ไม่ประสบความสำเร็จคือ 1 ขาดการวิเคราะห์ปัญหาจริงที่เกิดขึ้นในพื้นที่ภายใต้กรอบแนวคิดเป้าหมายของ &amp;nbsp;แผนยุทธศาสตร์ชาติ ไม่ยิงตรงไปที่ปัญหาของประชาชน 2 ส่วนราชการไม่ได้นำปัญหาจริงของประชาชนเป็นโจทย์เพื่อจัดทําคําของบประมาณ &amp;nbsp; อันนี้เป็นเรื่องใหญ่ที่สุดของประเทศของเรา เราใช้เงินปีละหลายล้าน แต่เงินหลายล้านล้านนั้นไม่ได้ตอบโจทย์ปัญหาที่แท้จริงของพี่น้องประชาชน เป็นการตอบตามความคิดของข้าราชการประจำแทน 3 สำนักงบประมาณเห็นชอบโครงการและแผนงานของส่วนราชการตามกรอบที่คณะรัฐมนตรีได้ให้ไว้ ซึ่งกรอบที่คณะรัฐมนตรีให้ไว้ก็เป็นกรอบใหญ่ ๆ แต่ไม่ได้ตอบถามปัญหาจริงประชาชน เมื่อเป็นเช่นนี้งบประมาณที่ใช้จึงไม่ได้ตอบปัญหาของประชาชน แล้วก็ไม่ได้ตอบทั้งเป้าหมายของการปฏิรูปประเทศ และ 4 สำนักงบประมาณนำแผนงานโครงการที่ได้รับการอนุมัติ จัดเข้ากรอบโครงการของยุทธศาสตร์ชาติและแผนปฏิรูปประเทศ ที่เราเห็นในรายงานคือการนำเข้ามาวางในกรอบยุทธศาสตร์ชาติเท่านั้นเอง แต่จริง ๆ แล้วไม่ได้เกี่ยวกับยุทธศาสตร์ชาติที่เกี่ยวกับการปฏิรูปประเทศเลย มันเกี่ยวกับสิ่งที่ข้าราชการประจำมองเห็นและสำนักงบประมาณจัดให้ดู เป็นโวหารที่ไม่ใช่ความเป็นจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;ldquo;ผมมีข้อเสนอเพื่อให้การจัดงบประมาณตอบโจทย์การแก้ปัญหาประชาชน ต้องกำหนดค่า KPI ที่อยู่ในโครงการตามแผนงานของพ.ร.บ.งบประมาณว่าเกิดผลสำเร็จแค่ไหน อย่างไร เพื่อเป็นเครื่องชีวัดว่าในแต่ละปีควรจัดสรรงบประมาณแบบเล็งเห็นผล ไม่ใช่จัดแบบหว่านแห หรือทำตามความเคยชิน แต่ในขณะนี้เราไม่มีการประเมินความสำเร็จที่เกิดขึ้นจากการใช้เงิน 3 ล้านล้านหรือมากกว่า บวกกับเงินกู้อีก &amp;nbsp;สิ่งเหล่านี้เป็นจุดบกพร่องที่สำคัญของระบบงบประมาณและระบบบริหารราชการแผ่นดินที่เป็นอันตรายอย่างยิ่งและเป็นเหตุผลใหญ่ที่สุดที่ทำให้แผนปฏิรูปและแผนยุทธศาสตร์ชาติไม่ประสบความสำเร็จ จึงควรให้สตง.เข้ามาทำการตรวจผลสัมฤทธิ์ของแผนปฏิรูปประเทศ (Performance Audit) เพราะวันนี้ไม่มีใครทำ ที่สำคัญคือสำนักงบประมาณ กรมบัญชีกลาง และสตง.ควรทำงานเชื่อมโยงกัน ไม่ใช่ต่างคนต่างทำและสภาพัฒน์ฯ ต้องทำงานในเชิงรุก อย่าวางบทบาทเพียงแค่เป็นผู้รับเอกสารรายงานจากหน่วยราชการ ต้องปรับปรุงระบบเพื่อให้เอื้อต่อการทำงานให้เกิดความสำเร็จของแผนปฏิรูปประเทศ&amp;rdquo; ศ.ดร.กนกกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108543</URL_LINK>
                <HASHTAG>กนก วงษ์ตระหง่าน, กรรมการยุทธศาสตร์ชาติ, ยุทธศาสตร์ชาติประจำปี 2563, รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์, ล้มเหลว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210423/image_big_6082c20177949.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94479</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/02/2021 10:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/02/2021 10:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปชป.ยันไม่มีโควต้ารมว.กปปส.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเวลา 8.00 น วันที่ 28 กพ. ที่สถาบันบําราศนราดูร นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการสรรหารัฐมนตรี ในโควตาพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.)ที่ว่างลงแทนนายถาวร เสนเนียม ว่า ขณะนี้มีการคุยกันในพรรคแล้วแต่คงต้องรอกันนิดหน่อย แต่ทั้งหมดนี้ต้องเป็นไปตามระเบียบข้อบังคับของพรรค โดยที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคและส.ส.ซึ่งข้อบังคับของพรรคได้ระบุไว้ชัดเจน ว่าต้องคำนึงถึงภูมิภาคและการทำงานที่ต้องเป็นคนทำงานให้พรรคมาตลอด และเป็นคนที่ได้รับการยอมรับของส.ส.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า มีกระแสว่ามีชื่อนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง จะมาเป็นรัฐมนตรีแทนนายถาวร นายสาธิตกล่าวว่า เรื่องนี้ต้องเอาไปพิจารณาในที่ประชุม ซึ่งมีการเสนอชื่อและถกเถียงกันว่าใครจะมีความเหมาะสม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่า นายถาวร เสนเนียม ถือเป็นโควตาในสัดส่วนภาคใต้หรือไม่ นายสาธิต กล่าวว่า นายถาวร ตนไม่แน่ใจ แต่นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช. มหาดไทยนั้น มาจากโควตาของภาคใต้ แต่สุดท้ายก็ต้องมาพิจารณาร่วมกัน ทั้งภูมิภาคและคุณสมบัติ ความรู้ความสามารถ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามต่อว่า ยังมีคำว่า กปปส.นำมาพิจารณาอยู่หรือไม่ นายสาธิตกล่าวว่า &amp;quot;ไม่ เป็นพรรคประชาธิปัตย์ ที่พิจารณา ส่วนการประชุมพรรคเพื่อพิจารณาเรื่องนี้ยังไม่ได้มีการนัดหมาย เพราะต้องรอนายกฯส่งสัญญาณ ส่วนวันอังคารนี้จะเป็นการประชุมพรรคปกติ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามต่อว่า นายสาธิตจะขึ้นเป็นรัฐมนตรีว่าการหรือไม่ นายสาทิต กล่าวว่า &amp;quot;ไม่มีเรื่องนี้ ขออยู่ที่เดิม&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94479</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถาวร เสนเนียม, รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์, สาธิต ปิตุเตชะ, โควตาพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.), โควต้า กปปส.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210228/image_big_603b0b77f2272.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70148</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/06/2020 15:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/06/2020 15:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นิพิฏฐ์&#039;เดือดจัด! ประกาศรังเกียจนักการเมืองอ่อนแอ ผมเป็นนักรบ ไม่ใช่ขันที ไม่แน่จริง ถอยไป </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
30 มิ.ย.63- นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ประเทศปกครองโดยกฎหมาย มิใช่ปกครองโดยรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมรังเกียจนักการเมืองที่อ่อนแอ ยอมแพ้ จำนนต่อความอยุติธรรม อาจเป็นเพราะมือคุณไม่สะอาด คุณเลยมีสภาพเหมือนลูกไก่อยู่ในกำมือ บีบก็ตาย คลายก็รอด บ้านเมืองเลยไม่มีหลักไม่มีเกณฑ์ ไม่มีธรรมาภิบาล คนทุจริตลอยหน้าลอยตาเต็มบ้านเต็มเมือง ผมรังเกียจหน่วยงานรัฐที่สร้างภาพแต่ในความเป็นจริงเอื้อมมือไปใต้โต๊ะรับสินบน เช่นเดียวกัน ผมก็รังเกียจพลเมืองที่เห็นแก่อามิส สินจ้าง ไม่ยืนอยู่บนหลักของความถูกต้อง ประเทศนี้ปกครองโดยกฎหมายไม่ใช่ปกครองโดยรัฐบาล ผมเป็นนักรบครับ ไม่ใช่ขันที ไม่แน่จริง ถอยไป !!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70148</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายนิพิฏฐ์  อินทรสมบัติ, รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200630/image_big_5efaf8edb5d31.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67411</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/05/2020 08:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/05/2020 08:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นิพิฏฐ์&#039;วิพากษ์  3 เดือนหลังจากนี้โลกยุคใหม่ของจริง จะได้รู้ว่า ใครจะอยู่ ใครจะไป</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 พ.ค.63-นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ถึงพรก.กู้เงินผ่านเฟซบุ๊กว่า มีคนถามว่า ฟังการอภิปรายพรก.กู้เงินฯ ในสภาของส.ส.หรือเปล่า ผมตอบว่าไม่ได้ฟังหรอก เพียงติดตามอ่านตามข่าวสั้นในสื่อออนไลน์บ้าง เขาถามต่อว่า ในฐานะอดีตส.ส.มีความเห็นอย่างไรบ้าง ผมว่า ในฐานะอดีตส.ส.ผมไม่มีความเห็นหรอก เมื่อเราไม่ได้เป็นส.ส.แล้วไปวิจารณ์เดี๋ยวท่านส.ส.เขาจะดุเอา ผู้ถามยังเซ้าซี้ถามอีกว่า แล้วในฐานะประชาชนไม่มีความเห็นอะไรเลยหรือ ผมตอบว่า ในฐานะประชาชนทุกคนมีสิทธิ์แสดงความเห็นได้ทั้งนั้นแหละ ผมเลยแสดงความเห็นในฐานะประชาชน ให้เขาฟังว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.การกู้เงิน และ การใช้เงิน เป็นกม.สำคัญที่สุดที่ส.ส.ต้องให้ความสำคัญ มันเป็นหลักพื้นฐานของการกำเนิดระบอบประชาธิปไตยของโลก เริ่มตั้งแต่ประเทศอังกฤษ ที่ยึดอำนาจจากกษัตริย์ โดยมีหลักการว่า&amp;quot;เราไม่ยอมให้เก็บภาษี เว้นแต่ตัวแทนของเรายินยอม&amp;quot; และ &amp;quot;เราไม่ยอมให้ใช้ภาษีที่เก็บไป เว้นแต่ตัวแทนของเราอนุมัติ&amp;quot; กล่าวคือ ทั้งการเก็บและการใช้ภาษี เป็นกม.สำคัญที่ก่อให้เกิดระบอบประชาธิปไตยขึ้นในโลกนี้ มิใช่กม.อื่นใดหรอก เพราะฉะนั้น หากผู้แทนราษฎรคนใด ให้คนอื่นกดบัตรลงคะแนนแทนกันในกม.งบประมาณ ในฐานะประชาชนผมเลยโกรธ และถือว่า ท่านละเมิดหลักการสำคัญที่สุดที่ได้รับความไว้วางใจจากประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.พรก.ทั้ง 3 ฉบับ ที่สำคัญที่สุด คือ พรก.เงินกู้ 1 ล้านล้าน โดยเฉพาะแผนการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม 400,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นงบลงทุนมหาศาล ที่ไม่มีรายละเอียดว่าเอาไปทำอะไรบ้าง การเร่งรัดใช้เงิน 400,000 ล้านบาท ใครจะคิดโครงการอะไรได้ทันในเวลา 9วัน 10 วันล่ะครับ ด้วยเหตุนี้ การที่มีส.ส.บางท่าน บางพรรค แถลงขอให้สภาตั้งกรรมาธิการมาตรวจสอบการใช้เงิน ในฐานะประชาชน ผมจึงเห็นด้วย เพราะมันเป็นเงินของประชาชนทั้งนั้น มันจึงจะหนีหลักการ&amp;quot;ตรวจสอบ&amp;quot; ไปไม่ได้ ก็ต้องวัดใจท่านส.ส.ล่ะครับ ว่าท่านจะเอายังไง กับเงินของประชาชน?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ผมยังไม่เห็นมาตรการรองรับหลังจากแจกเงิน 5,000 บาท ตอนนี้จริงๆแล้ว เงินท่วมประเทศแล้วล่ะ ประชาชนได้เงินกันเยอะแล้ว แต่หลัง 3 เดือนนี้ เราเตรียมคนเข้าสู่โลกยุคใหม่หรือยัง หลัง 3 เดือนนี้ แหละของจริง จะได้รู้ว่า ใครจะอยู่ ใครจะไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในฐานะประชาชน ผมมีความเห็นอย่างนี้แหละ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67411</URL_LINK>
                <HASHTAG>นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ, พรก.กูัเงิน, รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200531/image_big_5ed3052a9927e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66851</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/05/2020 09:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/05/2020 09:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ดร.สามารถ&#039;ฝากผู้จัดทำแผนฟื้นฟู&#039;บินไทย&#039;จำบทเรียน&#039;โบอิ้งเจ็ด-แปด-จอด&#039;เผาเงินล้านเล่นรายวัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 พ.ค.63- ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กหัวข้อ โบอิ้ง 787 หรือ &amp;ldquo;เจ็ด-แปด-จอด&amp;rdquo; ? บทเรียนที่การบินไทยต้องจำ! โดยระบุรายละเอียดว่า การบินไทยหมายมั่นที่จะใช้เครื่องบินโบอิ้ง 787-800 สุดยอดไฮเทคของการประหยัดน้ำมัน มาช่วยลดค่าใช้จ่าย สร้างรายได้ แต่สุดท้ายกลับสร้างปัญหาให้ต้องผวามาจนถึงทุกวันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โบอิ้ง 787-800 เป็นเครื่องบินที่ถูกสร้างจากวัสดุที่มีน้ำหนักเบา ทำให้ช่วยลดการใช้น้ำมันได้เป็นอย่างดี เครื่องบินรุ่นนี้ของการบินไทยมีความจุ 256 ที่นั่ง แบ่งเป็นชั้นธุรกิจ 22 ที่นั่ง และชั้นประหยัด 234 ที่นั่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โบอิ้ง 787-800 ลำแรกเดินทางมาถึงสนามบินสุวรรณภูมิเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2557 แต่การบินไทยได้จัดพิธีต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2557 (หรือ 2014) เพื่อให้ตรงกับเลข 787 นั่นคือวันที่ 7 เดือนสิงหาคมหรือเดือน 8 และปี 2014 ซึ่งรวมกันได้เท่ากับ 7 ถึงเวลานี้การบินไทยได้เช่าโบอิ้ง 787-800 เป็นจำนวนทั้งหมด 6 ลำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โบอิ้ง 787-800 ถือเป็นนวัตกรรมเครื่องบินที่มีเทคโนโลยีสมัยใหม่ ประหยัดเชื้อเพลิงและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม การบินไทยใช้เครื่องยนต์โรลส์-รอยซ์กับโบอิ้ง 787-800 ทุกลำ แต่ใช้งานได้ไม่นานเครื่องยนต์เกิดขัดข้อง ต้องถอดเครื่องยนต์ออกและส่งไปซ่อมที่ศูนย์ซ่อมโรลส์-รอยซ์ ประเทศสิงคโปร์ เครื่องบินรุ่นนี้ที่ใช้เครื่องยนต์โรลส์-รอยซ์เหมือนกัน มีปัญหาทุกลำและทุกสายการบิน ทำให้ต้องรอคิวเข้าซ่อมนานมาก ระหว่างรอคิวซ่อมจึงต้องจอดเครื่องบินไว้เฉยๆ เป็นเวลานานมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถึงวันนี้การบินไทยมีโบอิ้ง 787-800 ที่จอดรอการซ่อมอยู่ 2 ลำ จอดมานานกว่า 1 ปีแล้ว ลำหนึ่ง (รหัส HS-TQD) ถูกลากไปจอดไว้บริเวณด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเทอร์มินัล 1 ใกล้ๆ กับตำแหน่งที่จะสร้างเทอร์มินัล 2 ตัดแปะ ส่วนอีกลำหนึ่ง (รหัส HS-TQC) ถูกลากไปจอดไว้บริเวณด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเทอร์มินัล 1 ใกล้ๆ กับอาคารเทียบเครื่องบิน C (Concourse C)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โบอิ้ง 787-800 ทั้ง 6 ลำดังกล่าว การบินไทยเช่ามาเป็นเวลา 12 ปี โดยเสียค่าเช่าเดือนละประมาณ 36 ล้านบาทต่อลำ หรือวันละประมาณ 1.2 ล้านบาทต่อลำ ลองคิดดูว่าถึงวันนี้การบินไทยต้องเสียหายไปมากเท่าไหร่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่อย่างไรก็ตาม การบินไทยยังไม่เข็ดกับโบอิ้ง 787 เพราะหลังจากนั้นไม่นานการบินไทยได้เช่าโบอิ้ง 787-900 ซึ่งมีความจุมากกว่าโบอิ้ง 787-800 (โบอิ้ง 787-900 มีความจุ 298 ที่นั่ง แบ่งเป็นชั้นธุรกิจ 30 ที่นั่ง และชั้นประหยัด 268 ที่นั่ง) และสามารถบินได้ไกลกว่าโบอิ้ง 787-800 มาเสริมฝูงบินอีก 2 ลำ โดยวางแผนที่จะใช้บินตรงไปสู่ลอสแอนเจลิสหรือซีแอตเทิล ประเทศสหรัฐอเมริกา เนื่องจากคาดว่าจะช่วยทำให้ต้นทุนการบินถูกกว่าการใช้เครื่องบินแอร์บัส A340-500 ที่การบินไทยเคยใช้บินตรงไปสู่นิวยอร์กและลอสแอนเจลิสแล้วขาดทุน จนต้องเลิกบินแล้วจอดเครื่องบินทิ้งไว้ที่สนามบินอู่ตะเภามานานจนถึงทุกวันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การบินไทยรับมอบโบอิ้ง 787-900 ในปี 2560 แต่ก่อนรับมอบ การบินไทยได้ส่งช่างไปฝึกอบรมที่ Boeing Flight Services เมืองซีแอตเทิลในปี 2559 เพื่อเรียนรู้วิธีการซ่อมบำรุงลำตัวอากาศยานซึ่งใช้วัสดุพิเศษ ช่างคนหนึ่งที่ไปฝึกอบรมยังได้บอกกับครูผู้สอนประจำศูนย์ฝึกอบรมด้วยความภูมิใจว่า สายการบินไทยจะกลับมาที่ซีแอตเทิลแล้วนะ แต่สุดท้ายก็ไม่ได้มาทั้งซีแอตเทิลและลอสแอนเจลิสตามที่วางแผนไว้ เพราะผู้บริหารของการบินไทยเปลี่ยนใจเอาโบอิ้ง 787-900 บินไปสู่โอ๊คแลนด์ ประเทศนิวซีแลนด์บ้าง ยุโรปบ้าง ความฝันที่จะไปอเมริกาก็หายวับไปกับสายลม ครูฝรั่งคนนั้นคงนั่งขำพวกช่างเหล่านั้น และไม่รู้ว่าจะคิดอย่างไรกับผู้บริหารของการบินไทยที่ไม่นำเครื่องบินไปใช้ให้คุ้มค่าตามแผนที่วางไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การบินไทยใช้โบอิ้ง 787-900 ทั้ง 2 ลำ ได้ไม่นาน ก็ประสบปัญหาเครื่องยนต์ขัดข้องเช่นเดียวกันกับโบอิ้ง 787-800 แต่ได้รับการซ่อมเรียบร้อยแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในอดีตโบอิ้ง 787 เคยเป็นความภาคภูมิใจของคนการบินไทย แต่ในปัจจุบันคนการบินไทยบางคนโดยเฉพาะฝ่ายช่างและกัปตันกลับเรียกขานเครื่องบินรุ่นนี้ว่า &amp;ldquo;เจ็ด-แปด-จอด&amp;rdquo; เนื่องจากบินได้ไม่นานก็ต้องจอดอยู่กับที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บทเรียนจากโบอิ้ง 787-800 และโบอิ้ง 787-900 เป็นบทเรียนที่การบินไทยต้องจำ ผมขอฝากบทเรียนนี้ไปยังผู้จัดทำแผนฟื้นฟูกิจการการบินไทยที่จะมีการแต่งตั้งขึ้นในเร็วๆ นี้ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดเหล่านี้กับการบินไทยอีก.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66851</URL_LINK>
                <HASHTAG>การบินไทย, รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์, สามารถ ราชพลสิทธิ์, เจ็ด-แปด-จอด, โบอิ้ง 787</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200422/image_big_5ea0441a36b2e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64365</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/04/2020 08:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/04/2020 08:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นิพิฏฐ์&#039;เทียบวิกฤติต้มยำกุ้ง&amp;วิกฤติโควิด-19 ฉีดเยียวยาเข็มละ5พันไม่ครบระวังคนติดเชื้อกลายพันธุ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 เม.ย.63- นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุรายละเอียดว่าวิกฤติต้มยำกุ้ง&amp;amp;วิกฤติโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วิกฤติต้มยำกุ้ง เกิดสมัยรัฐบาลพลเอกชวลิต เมื่อพลเอกชวลิตลาออกรัฐบาลชวนก็เข้ามาแก้ปัญหาต่อ ผมจะเปรียบเทียบวิกฤติเศรษฐกิจ ทั้ง 2 ครั้ง แบบภาษาชาวบ้านง่ายๆ ครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วิกฤติต้มยำกุ้ง ปี 2540 กระทบคนระดับบนหรือเศรษฐีเป็นหลัก ชาวบ้านได้รับผลกระทบน้อยกว่า ตอนนั้น ธนาคารแห่งประเทศไทยสู้กับการที่ต่างชาติถอนเงินออก จนทุนสำรองหมด ต้องไปกู้ไอเอ็มเอฟ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วิกฤติโควิด-19 จะมีผลกระทบกับคนระดับล่างมากกว่า มีการห้ามออกจากบ้าน,ห้ามประกอบอาชีพบางอาชีพ,มีการเลิกจ้าง,คนตกงานอย่างกระทันหัน แต่มีข้อดีคือ ฐานะการคลังของประเทศดี รัฐบาลสามารถกู้เงินมาใช้ได้ถึง 1.9 ล้านล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วิกฤติต้มยำกุ้ง เราได้ยินเสียงร่ำไห้ของเศรษฐี วิกฤติโควิด-19 เราได้ยินเสียงร่ำร้องของคนจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วิกฤติต้มยำกุ้ง เกิดบางส่วนของโลก วิกฤติโควิด-19เกิดขึ้นทั้งโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คราวที่แล้ว หมอชวน หลีกภัย +ธารินทร์ นิมมานเหมินทร์ เป็นหมอรักษาไข้ คราวนี้หมอประยุทธ์ จันทร์โอชา+อุตตม สาวนายน เป็นหมอรักษาไข้ นี่ก็เริ่มฉีดยากันคนละเข็มสองเข็มแล้ว เข็มละ 5,000 บาท ที่อยากแสดงความเห็นคือให้ระวังคนที่ไม่ได้ฉีดยานะครับ อาจมีเชื้อที่ไม่แสดงอาการ และอาจแพร่เชื้อไปติดคนอื่นได้ ผมว่าคนที่ไม่ได้ฉีดยานี่สวมแมส 2 ชั้นก็เอาไม่อยู่ สามารถแพร่เชื้อไปติดหมอได้(เชื้อไปติดหมอนี่อันตรายครับ) ต่อให้มีระยะห่างเป็นพันกิโลเมตรก็จะเอาไม่อยู่ และจะเกิดการระบาดรอบสองตามมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เชื่ออสม.อย่างผมเถอะครับหาคนป่วยให้เจอแล้วจับไปฉีดยาซะ เข็มละ 5,000 ก็จำเป็นต้องฉีด อย่าให้หลงเหลืออยู่นะครับเชื้อจะกลายพันธุ์ได้ ระบาดรอบสองแล้วยุ่งเลยล่ะ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64365</URL_LINK>
                <HASHTAG>&gt;โควิด 19&amp;lt;, ต้มยำกุ้ง, นายนิพิฏฐ์  อินทรสมบัติ, รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์, เยียวยา 5 พันบาท</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200207/image_big_5e3d509a1347c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61578</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/03/2020 13:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/03/2020 13:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รองหัวหน้าปชป.เสนอยาแรง&#039;ล็อกดาวน์ประเทศไทย&#039;14วัน ห้ามออกจากบ้าน 24 ชั่วโมง ทำได้เตรียมร้องไชโย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 มี.ค.63-นายสามารถ ราชพลสิทธิ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ได้ติดตามสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 มาอย่างต่อเนื่องทุกวัน พบว่าจำนวนผู้ติดเชื้อต่อวันยังสูงหรือยังน่าเป็นห่วงอยู่ กล่าวคือยังหาจุดที่เส้นกราฟจะลดลงไม่พบ แม้ว่ารัฐบาลได้ขอความร่วมมือให้ทุกคนใช้มาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) มาเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้วก็ตาม แต่ดูเหมือนว่ายังมีคนบางส่วนไม่ให้ความร่วมมือ พยายามหาช่องโหว่ของมาตรการดังกล่าวมาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองดังที่ได้รับทราบกันอยู่ ดังนั้น จึงพอสรุปได้ว่า มาตรการการขอความร่วมมือจะใช้ไม่ได้ผลกับคนไทยบางส่วน สอดคล้องกับสำนวนไทยที่กล่าวว่า &amp;ldquo;ทำได้ตามใจคือไทยแท้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยเหตุนี้ จึงถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลจะต้องใช้ &amp;ldquo;ยาแรง&amp;rdquo; ผมขอเสนอให้รัฐบาลประกาศใช้มาตรการ &amp;ldquo;ล็อกดาวน์ประเทศไทย&amp;rdquo; เป็นระยะเวลา 14 วันในระยะแรก ในช่วงเวลาดังกล่าวรัฐบาลจะต้องประเมินผลกระทบของการใช้มาตรการล็อกดาวน์ แล้วปรับแก้ตามความเหมาะสม ซึ่งอาจจำเป็นต้องขยายเวลาการ &amp;ldquo;ล็อกดาวน์&amp;rdquo; ออกไปก็ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลักการใหญ่ๆ ของมาตรการ &amp;ldquo;ล็อกดาวน์&amp;rdquo; นั้น รัฐบาลจะต้องเป็นผู้ดำเนินการ ส่วนรายละเอียดปลีกย่อยให้ท้องถิ่นรับไปพิจารณาดำเนินการตามความเหมาะสมกับสภาพพื้นที่ ซึ่งจะเห็นได้ว่าบางจังหวัดหรือบางพื้นที่ก็ได้ดำเนินการอยู่แล้ว มากบ้างน้อยบ้าง ทั้งนี้ หลักการใหญ่ที่รัฐบาลจะต้องดำเนินการ เช่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ประกาศห้ามประชาชนทั้งประเทศออกนอกบ้านตลอด 24 ชั่วโมง และห้ามเคลื่อนย้ายข้ามเขตจังหวัดอำเภอและประเทศด้วย หรือกล่าวได้ว่า &amp;ldquo;คนในห้ามออก คนนอกห้ามเข้า&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. สำหรับร้านค้าโดยเฉพาะร้านอาหาร ร้านขายยา เครื่องอุปโภคบริโภคให้เปิดเป็นห้วงเวลาตามความเหมาะสมในแต่ละพื้นที่ แต่ต้องประกาศให้ประชาชนในพื้นที่นั้นทราบเวลาเปิด-ปิดโดยทั่วกันอย่างชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. หากประชาชนมีความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องออกจากบ้าน จะต้องได้รับอนุญาตเป็นการเฉพาะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. ในกรณีที่ประชาชนไม่ปฏิบัติตามให้ลงโทษทันที และประกาศให้สังคมทราบโดยทั่วกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. เพื่อที่จะช่วยประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโรคระบาดร้ายแรงนี้ ผมขอเสนอให้รัฐบาลปรับโยกงบประมาณปี 2563 ที่กำลังใช้กันอยู่ และปรับงบประมาณปี 2564 ที่กำลังดำเนินการอยู่มาช่วยเหลือประชาชนให้มีกินมีใช้อย่างเพียงพอตามความเหมาะสม รวมทั้งดูแลบริษัทห้างร้านให้สามารถอยู่ได้ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง โดยอาจให้เงินช่วยเหลือบริษัทห้างร้านฟรีแต่มีเงื่อนไข เช่น ไม่ปลดพนักงานออก เป็นต้น หรืออาจให้บริษัทห้างร้านกู้เงินดอกเบี้ยต่ำ เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากทำได้เช่นนี้ ผมมั่นใจว่าเราจะสามารถช่วยกันลดจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ลงได้อย่างแน่นอน นั่นหมายความว่าเราช่วยกันดึงเส้นกราฟให้ลดลงได้ ถึงวันนั้นเราจะได้เปล่งเสียง &amp;ldquo;ไชโย&amp;rdquo; พร้อมกันทั่วประเทศ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61578</URL_LINK>
                <HASHTAG>&gt;โควิด 19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200331/image_big_5e82e97cc2793.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
